ตอนที่ 3 : รอบที่3 ชีวิตบัดซบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5025
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 281 ครั้ง
    2 พ.ค. 61

 

            คล้อยหลังสองนายบ่าว ผมต้องนั่งจับเจ่าอยู่ในห้องกว้างเพียงลำพัง นับรวมแล้วนี่เป็นครั้งที่สองที่ผมถูกลากมาสถิต ณ รังมาเฟียแม้เจ้าตัวจะพูดว่าเป็นแค่นักธุรกิจก็ตาม ตลอดช่วงระยะเวลาที่ผมถูกกักตัวอยู่ที่นี่คราวก่อน ผมสำรวจทั่วทุกซอกทุกมุม ไม่มีโอกาสให้หนีเลยแม้แต่น้อย ในหนังในละครเขาพากันไปติดเกาะ ผมนี่ติดตึกไม่มีระเบียง มีแต่ทางเดินออกไปยังสระว่ายน้ำส่วนตัว

 

            หนทางเดียวที่จะหนีได้คือ กระโดดลงตึกแม่งตรงสระว่ายน้ำนั่นแหละ ซึ่งผมยังไม่คิดสั้นขนาดนั้น ในเมื่อไม่มีทางหนี ขอนั่งถอนหายใจผลาญพลังงานชีวิตเล่นอยู่เฉยๆ ดีกว่า เอาไว้ฟื้นกำลังเต็มที่เมื่อไหร่ค่อยคิดอีกทีว่าจะเอาไงต่อ

 

            ลูเซียสไม่ได้บอกซะด้วยสิว่าจะกักตัวผมกี่วัน ให้ตาย ผมจะเรียนจบมั้ยเนี่ยคิดแล้วเครียด จะปรึกษาใครก็ไม่ได้ ให้ใครช่วยก็ไม่ได้อีก ต้องลองกล่อมเจ้าของตึกดู หวังว่าลูเซียสจะมีเหตุผลมากพอ...มั้ง

 

            ผ่านไปไม่ถึงชั่วโมง เชฟประจำตัวลูเซียส เดฟเข็นอาหารเข้ามาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเช่นเคย เห็นประตูเปิดออกมีการ์ดสองคนยืนเฝ้าอยู่โคตรตัดทางหนี ผมเลื้อยลงจากเตียงหยิบเสื้อคลุมอาบน้ำมาสวมไว้ แล้วเดินเป็นคุณชายมานั่งเก้าอี้รอเดฟจัดโต๊ะให้ด้วยใบหน้าบูดบึ้ง

 

            กินอะไรสักหน่อยนะครับคุณมิทจะได้ทานยาหลังอาหาร ถ้ามีอะไรต้องการเป็นพิเศษบอกผมหรือการ์ดหน้าห้องได้เลย

 

            เสียงนุ่มนวลจากหนุ่มหล่อไม่ทำให้ผมรู้สึกดี ความจริงผมไม่ได้มีรสนิยมอะไรเป็นพิเศษ...โอเค เลิกมองแบบนั้น สเปคผมเป็นแบบลูเซียสพอใจยัง ตัวสูงใหญ่ กำลังเหลือเฟือ อายุมากกว่า พึ่งพาได้ ฐานะดี แฝงความอันตรายให้ท้าทาย แล้วยังไง ชอบก็ส่วนชอบ ไม่น่าข้องเกี่ยวด้วย ผมไม่ได้ตัวคนเดียว ยังมีหน้าที่อันหนักอึ้งอยู่บนบ่า ต่อให้ตายก็ทิ้งไม่ได้ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม

 

            ดังนั้นกับคนอันตรายอย่างลูเซียส ผมควรอยู่ให้ห่างหากยังอยากมีชีวิตยืนยาวต่อไป จริงสิ รอบก่อนถูกปล่อยตัวก่อนจะลองขอให้เดฟช่วย ถือโอกาสเอาความคิดนั้นมาใช้ตอนนี้เลยแล้วกัน

 

            คุณช่วยผมออกจากที่นี่ได้รึเปล่า ผมเป็นเด็กมหาลัยยังต้องเรียน ไม่สามารถมาอยู่ไปวันๆ แบบนี้ได้

 

            ผมเข้าเรื่องพูดไปตรงๆ ไม่หวังว่าอีกฝ่ายจะช่วยเหลือ ต่อให้ดีแค่ไหนอีกฝ่ายก็ยังเป็นคนของลูเซียสอยู่ดี แค่อยากลองเท่าที่ตัวเองทำได้

 

            ผมก็อยากช่วยคุณนะ แต่ผมขัดคำสั่งบอสไม่ได้จริงๆ ครับ

 

            น้ำเสียงจริงใจกับสีหน้าเห็นอกเห็นใจไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการ ไม่ได้เกลียดคนที่มองผมด้วยความสงสาร สมเพช หรือดูถูก คนพวกนั้นไม่มีอิทธิพลสำหรับผมอยู่แล้ว ในเมื่อสิ่งที่ช่วยผมได้มีเพียงเงินเท่านั้น ผมเลยเลือกที่จะเงียบ ไม่พูดอะไรต่ออีก เวลานี้ไม่จำเป็นต้องเสแสร้งแกล้งทำตัวให้ดูร่าเริง ชวนคุยแบบพวกบ้ามนุษยสัมพันธ์ดี ผมอยากอยู่เงียบๆ รอโอกาส...

 

            จนกระทั่งผมกลับมาอยู่คนเดียวอีกครั้ง เดฟเข็นรถอาหารออกไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ ผมอาบน้ำ ทำความสะอาดร่างกาย เปิดทีวีดูฆ่าเวลาเพราะมือถือถูกยึดไปตั้งแต่เมื่อคืน หูได้ยินเสียงทีวีที่จับใจความไม่ได้ ดวงตาจ้องมองแต่เหม่อไปถึงไหนไม่ทราบ

 

            ในที่สุด โอกาสที่ผมรอคอยก็มาถึง...

 

            เปิดทีวีโดยไม่สนใจแบบนั้นมันเปลืองไฟไม่รู้เหรอ

 

            รูปประโยคคล้ายจะดุ แต่น้ำเสียงราบเรียบไร้อารมณ์ ผมแหงนคอจากโซฟามองชายร่างสูงโปร่งในชุดสูทเรียบกริบเดินโดยไร้เสียงมาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้า นี่ถ้าเขาไม่ส่งเสียงทัก ผมคงไม่รู้สึกตัวจนกระทั่งอีกฝ่ายเข้ามาประชิดตัวแน่

 

            ค่าไฟพวกคุณจ่าย ไม่เกี่ยวกับผมนี่ ผมตอบพลางยักไหล่ ขยับมานั่งหลังตรงในชุดเสื้อคลุม โดยมีร่างสูงทิ้งตัวนั่งฝั่งตรงข้าม มาเร็วกว่าที่คิด นึกว่าจะมาตอนเย็นๆ ซะอีก คุณไนท์พูดไปเหมือนรู้ดี ความจริงไม่มั่นใจด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายจะมาคุยเป็นการส่วนตัว ถามว่าผมเดาได้ยังไงน่ะเหรอ

 

            จากที่ได้ฟังและสังเกตมา ไนท์เป็นมือขวาของลูเซียส ควบตำแหน่งเลขามีอำนาจเป็นรองแค่เพียงลูเซียสคนเดียวเท่านั้น เขาดูไม่ค่อยพอใจตั้งแต่แรกเรื่องที่เจ้ามาเฟียนั่นหิ้วผมมานอนกก ครั้งเดียวก็เกินพอ นี่ยังมีรอบสองแถมยังตั้งท่าจะจับผมเป็นอิหนูส่วนตัวจนกว่าจะเบื่อด้วย

 

            ในฐานะมือขวาคงไม่ต้องการให้ผมซึ่งไม่รู้หัวนอนปลายเท้ามาอยู่ใกล้บอสคนสำคัญ คงคาดเดาไปต่างๆ นาๆ ผมอาจจะเป็นสายให้กับแก๊งอื่น ไม่ก็สายจากคู่แข่งทางธุรกิจ แม้ผมจะไม่รู้ว่ามีธุรกิจอะไรบ้างก็เถอะ

 

            ฉลาดดีนี่ ฉลาดแบบที่ไม่น่ามาทำตัวแบบนี้ น่าเสียดาย...

 

            ผมเมินกับวาจาดูถูกจากอีกฝ่าย

 

            มีอะไรพูดมาตรงๆ เลยดีกว่า ผมไม่มีสิทธิ์อะไรอยู่แล้ว จะบีบก็ตายจะคลายก็รอด ถ้าเขายอมปล่อยมือละก็นะท้ายเสียงแฝงความหงุดหงิดจนคนฟังต้องเลิกคิ้วมอง

 

            นายดูไม่อยากเป็นเด็กลูเซียส? ทั้งที่ได้อยู่แบบสบาย มีเงินใช้จ่ายตามใจชอบ เด็กแบบนายน่าจะชอบนี่

 

            ผมไม่ปฏิเสธว่ามันสบาย แต่ผมยังอยากมีอนาคต ยังต้องเรียนหนังสือ ที่สำคัญ ผมอยากมีอายุยืนยาวไม่ต้องอธิบายขยายความประโยคสุดท้าย ของแบบนี้รู้กันดีอยู่

 

            ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย มีแต่คนจ้องจะฆ่า ถ้าผมมาเป็นอีหนูให้ ไม่รู้วันไหนจะเบื่อแล้วส่งต่อให้คนอื่นจนชีวิตมันบัดซบมากไปกว่านี้ หรืออาจจะซวยโดนลูกหลงตายเข้าสักวัน กับอีแค่เด็กไซด์ไลน์ เขาไม่เจียดเวลา ลดตัวเองมาปกป้องคุ้มครองหรอก ผมรู้ตัวเองดี ความสบายเพียงชั่วครั้งชั่วคราวกับชีวิตที่ต้องจบลงเพียงเสี้ยววิ ผมไม่เอาดีกว่า

 

            ปกติ ผมไม่ใช่คนตรงคิดอะไรก็พูดอย่างนั้น ผมมีทักษะการเอาตัวรอดสูงจากการใช้ชีวิตมาตั้งแต่เด็กยันโต บางสิ่งควรหุบปาก บางอย่างควรพูดออกไป แต่กับไนท์ที่แสดงออกชัดเจนว่าไม่ต้องการให้ผมอยู่กับลูเซียส มันตรงใจผมที่อยากจะเผ่นหนีไปให้ไกลๆ พอดี ดังนั้นควรพูดไปตรงๆ รีบๆ เขี่ยฉันออกไปสิ ฉันจะได้ไปลัลล้าโลดแล่นแบบเดิม

 

            ต่างฝ่ายต่างจ้องตากันนิ่ง คนมากประสบการณ์มองออกอย่างง่ายดายว่าเด็กตรงหน้าต้องการอะไร ส่วนคนถูกมองจนทะลุปรุโปร่งกลับยืดอกรับไม่หวั่นเกรง มุมปากมือขวามาเฟียยกยิ้ม น่าเสียดายจริงๆ นั่นแหละเด็กคนนี้

 

            ฉันจะให้เงินตามที่ลูเซียสตกลงไว้กับเธอและจะเปิดโอกาสให้เธอหนีออกไปจากที่นี่ซะ พยายามทำยังไงก็ได้ให้ห่างไกลพวกเรามากที่สุด หากยังอยากจะใช้ชีวิตบนโลกภายนอกต่อไปมือใหญ่ของไนท์ล้วงหยิบธนบัตรปึกหนึ่งมาวางไว้เบื้องหน้า แต่ยังไม่เลื่อนส่งให้ผมทันที

 

            ขอบอกไว้ก่อน ฉันปล่อยเธอไปได้แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้น หากเจอกันคราวหน้า ฉันต้องทำตามคำสั่งของเจ้านั่นแม้ว่าจะไม่ชอบใจก็ตาม หวังว่าที่ยังพูดไปเธอคงเข้าใจนะ

 

            อืม ผมจะพยายามหนีให้รอดแล้วกัน

 

            ตอบแบบไม่มั่นใจนัก เด็กไซด์ไลน์ธรรมดาคนหนึ่งจะเอาอะไรไปงัดข้อกับมาเฟียตัวเอ้กัน ไนท์พยักหน้ารับปล่อยมือจากธนบัตร ผมหยิบมาพร้อมกับเปลี่ยนเสื้อผ้ากลับชุดเดิม เห็นไนท์ยืนคุยมือถือเป็นภาษารัสเซียอยู่ตรงทีวีที่ถูกปิดไปแล้วเรียบร้อย ฟังคร่าวๆ น่าจะคุยกับลูเซียส เจ้าตัวคงขอปลีกตัวมาชั่วครู่ไม่นานคงกลับไปหาเจ้านายตามเดิม

 

            ผมไม่สนใจเดินออกมานอกห้องไร้เงาของการ์ด เม้มปากกัดฟันฝืนเดินให้ดูเป็นมนุษย์ปกติมากที่สุด ความเจ็บแสบคัดยอกยังมีอยู่เต็มเปี่ยมแม้ว่าจะทานยาไปแล้ว คิดว่าการรองรับลูเซียสทั้งคือมันเป็นเรื่องง่ายหรือไง ขนาดชาวต่างชาตินะ ไม่พอยังจะมีตัวเสริมเป็น....ไอ้นั่นแหละ ไอ้ห้าเม็ดนั่นไง

 

            ตลอดทางราบรื่นไร้คนรบกวน ไนท์จัดการได้สุดยอดจริงๆ สมแล้วที่เป็นมือขวา ผมลากสังขารโบกรถแท็กซี่กลับห้องพักซอมซ่อของตัวเอง คิดทบทวนตลอดทางว่าจะหนีลูเซียสยังไงดี อันดับแรกคงต้องย้ายที่อยู่ กับเปลี่ยนสถานที่ทำมาหากินก่อนสินะ รู้สึกว่าทางนั้นจะสืบประวัติมาหมดแล้วว่าผมชอบไปสถิต ทำงานตกเหยื่อที่ไหนบ้าง

 

             ถึงห้องพัก ผมเจอนรกขุมที่หนึ่งในชีวิต ชายวัยกลางคนสวมเสื้อผ้ามอซอ หลังงอใบหน้ารกไปด้วยหนวดเคราไม่น่ามองกำลังยืนกอดอกอยู่หน้าห้องผม อย่างที่รู้ว่าห้องผมมันเป็นแบบราคาถูก ไม่มีหรอกคีย์กงคีย์การ์ดหรือยามใต้หอ ทำให้ชายน่ารังเกียจคนนี้บุกมาหาผมได้ถึงที่

 

            ผมกำลังจะหมุนตัวเดินกลับไม่อยากเจอหน้า อีกฝ่ายดันตาไว รีบจ้ำอ้าวมาคว้าแขนผมไว้

 

            หันหลังหนีให้พ่อตัวเองแบบนี้หมายความว่าไงไอ้ลูกชายกลิ่นเหล้ามาจากลมหายใจ เปิดปากพูดแต่ละคำ ผมแทบอยากเอามีดแทงให้ตายคาที่ รอหาวิธีฆ่าแบบไม่เหลือร่องรอยก่อน จะลากไปเชือดหมกป่าเลยคอยดู

 

            เดี๋ยวนี้ฉลาดทำงานแล้วนี่หว่า ทีแรกทำเป็นเล่นตัว ข้าอุตส่าห์หาหนทางทำเงินไง สุดท้ายเป็นไง ต้องใช้วิธีนี้อยู่ดี รายได้ไม่เลวเลยใช่ไหมล่ะ

 

            ผมกัดปากจนเลือดซิบ สูดลมหายใจลึกเก็บความรู้สึกของตัวเองให้มิด พ่อสารเลวที่จะจับลูกชายอายุสิบห้าขายให้ซ่องยังมีหน้ามาพูดอีกเหรอ ที่กูทำงานเหี้ยๆ อย่างทุกวันนี้ไม่ใช่เพราะมึงเลย มันเพราะตัวกูเองและใครอีกคนต่างหาก ผมสะบัดแขนออกจากการจับเห็นนาฬิกาคุ้นเคยโผล่มาจากกระเป๋าเสื้อของชายที่เรียกตัวเองว่าพ่อ ดวงตาหันขวับไปมองห้องตัวเองทันที กุญแจกองอยู่บนพื้น ตัวล็อกถูกงัดแบบเห็นได้ชัด เชี่ยเอ๊ย!

 

            นี่พ่องัดห้องผมเหรอ!”

 

            เออสิวะ! ถ้ากูไม่งัดจะรู้มั้ยว่าลูกกูมีเงินขนาดนี้ หัดสำนึกที่กูให้มึงเกิดมาบ้าง มีเงินสดอีกเท่าไหร่ เอาออกมาให้หมด

 

            เรื่องสิวะ นี่มันค่าเทอมผม ทำไมต้องให้พ่อเอาเป็นเล่นพนันแดกเหล้าด้วย

 

            ฝ่าเท้ายันผมจนเกือบหงายหลังกระแทกกับพื้น น้ำหนักเท้าลงแบบไม่เกรงใจ จุกจนตัวงอ มือสกปรกล้วงหยิบเอาเงินสดในตัวผมไปหน้าตาเฉย

 

            ให้ง่ายๆ ก็จบแล้ว หาเรื่องเจ็บตัว!! มึงต้องขอบคุณพ่ออย่างกูนะ ที่เว้นไม่ทำอะไรใบหน้าของมึง เห็นแก่ว่ามึงต้องใช้มันหากิน

 

            เสียงหัวเราะน่าสะอิดสะเอียนเบาลงพร้อมกับชายที่เดินลงบันไดหายไป ผมยันตัวลุกขึ้น ร้าวระบมกว่าเดิมอีก ท้องผมต้องช้ำเป็นดวงแหง ใช้แทนเท้ากำแพงเพื่อพยุงตัวขึ้นกลับห้อง ทันทีที่เปิดออก ผมฟาดหมัดกับกำแพงเสียงดังทึบความเจ็บกับเลือดที่ไหลออกมาไม่ทำให้อารมณ์ขุ่นมัวดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย

 

            ห้องของผมถูกรื้อกระจุยกระจาย ขนาดที่ว่าโจรย่องเบาเป็นอาชีพมันยังมีมารยาทมากกว่า คำนวณจากสายตาของมีค่าที่พอขายได้ทุกอย่างถูกเอาไปหมดเกลี้ยง โชคดีผมระวังตัวมากพอไม่เก็บเงินสดไว้ที่ห้องรวมถึงเงินที่ได้มาจากไนท์ด้วย

 

            ผมเอาไปฝากธนาคารก่อนกลับ พกแค่เงินสดไม่กี่ร้อยติดตัว เห็นทีเรียนพรุ่งนี้ต้องขอยืมใครสักคนแล้วค่อยคืนที่หลัง เรื่องห้องพักอีก ผมรู้จักคนเยอะหาห้องใหม่ไม่ยากเท่าไหร่ หยิบมือถือโทรไปถามไม่ถึงสามคนก็ได้ที่อยู่แล้ว คืนนี้ต้องทนนอนไปก่อน พรุ่งนี้แค่บอกปากเปล่าขนเสื้อผ้าแล้วชิ่งเป็นอันจบ ไม่ต้องจ่ายค่ากลอนประตูกับลูกบิด เรื่องเงินค่าเช่าค่าน้ำค่าไฟเดือนนี้ผมจ่ายไปเรียบร้อยแล้วด้วย

 

            พาร่างโทรมๆ นอนบนเตียงยับๆ เมื่อไหร่ชีวิตผมจะดีขึ้นสักที จะมีวันนั้นไหมนะหรือต้องรอจนกระทั่งตายกัน...

 

 

            เหี้ย!!” คำอุทานติดปากของเพื่อนควบตำแหน่งพ่อขี้บ่นประจำกลุ่มดังลั่นโรงอาหารทันที หลังเห็นผมเดินยิ้มยักคิ้วหลิ่วตาให้คนนู้นคนนี้จนมาถึงโต๊ะ

 

            เกิดอะไรขึ้น ทำไมเจ้าพ่อแห่งความงามถึงปล่อยตัวเองโทรมได้ริวพูดหน้าตื่นฉุดให้ผมนั่งลง มองสำรวจอย่างกับผมบาดเจ็บปางตาย แค่ใต้ตาคล้ำเป็นหมีแพนด้า หน้าซีดเล็กน้อย เดินตัวงอขาถ่างอีกนิดหน่อย ทรงผม เอ่อ...ผมเซตมาแล้วนะ แต่ระบมท้องยกแขนไม่สะดวกเลยจัดมาแบบเร่งรีบมาดเซอร์กันไป ข้อมือไม่มีนาฬิกาโลเลตเหมือนเคย ตัวไม่มีกลิ่นน้ำหอม คิดดูดิ ขนาดน้ำหอมยังขโมยไปขายอะผู้ชายคนนั้น เพลียจิต

 

            กูว่ามึงไปห้องพยาบาลมะ ไม่สิ หาหมอเลยดีกว่า

 

            ซันมองสำรวจตัวผมขึ้นลง ถือวิสาสะถลกเสื้อนศ.ผมขึ้นจนเป็นรอยช้ำเขียวม่วงเป็นวงตรงท้อง

 

            มันคงเห็นผมเดินตัวงอเลยลองเปิดดู แล้วพากันทำหน้าเครียด จังหวะเดียวกับที่ริวจับมือผมมาดู มีผ้าพันแผลผลจากการระบายอารมณ์กับกำแพง นึกได้ตอนนี้รู้สึกไร้สาระมาก แต่อารมณ์ในตอนนั้นผมต้องหาที่ระบายความอัดอั้นจริงๆ ไม่งั้นได้บึ่งไปฆ่าพ่อตัวเองแน่

 

            ถามจริง เกิดอะไรขึ้นกับมึงเนี่ย ช่วงนี้ไม่ค่อยมามหาลัยด้วย ปกติต่อให้มึงชอบหายหัวแค่ไหนก็ไม่โดดเรียนนี่หว่า

 

            ริวถามน้ำเสียงไม่พอใจ เพราะผมชอบมีความลับกับมัน ยิ่งซันไม่ต้องพูดถึง แผ่รังสีทะมึนออกมาแล้ว ผมยกมือสองข้างแบบยอมแพ้ แล้วยอมเล่าเรื่องให้ฟังแบบเสริมเติมแต่งตามยถากรรม

 

            จำได้ใช่มะว่ากูทำงานเสิร์ฟเหล้าตอนกลางคืน พอดีลูกค้าเมาต่อยกันกูเข้าไปห้าม เลยเป็นอย่างที่เห็น พอกลับห้องก็ถูกโจรงัด ของมีค่ากูหายเรียบ เหลือแค่ตัวและหัวใจมาเรียนเนี่ย

 

            ริวทำหน้าแบบไม่เชื่อ ส่วนซันมันซื่อบื้อพยักหน้ารับทั้งที่ยังหงุดหงิด ผมชะงักเมื่อนึกอะไรบางอย่างออก เดี๋ยวนะ ผมจำไม่ได้ว่าตัวเองเคยเล่าให้ซันฟังนี่หว่าเรื่องทำงานร้านเหล้าทำไมมันรู้แล้วไม่ยักเดือดแบบที่ควรเป็น ผมหันขวับไปทางริวทันที ซันมองพวกเราสลับกันอย่างงงๆ

 

            เพื่อนญี่ปุ่นตอนแรกยังไม่รู้ว่าผมต้องการจะสื่ออะไรผ่านทางสายตาร้อนแรง ไม่กี่วิต่อมามันนึกออกแทบยกมือไหว้ผมท่วมหัว

 

            ขอโทษว่ะมึง ไอ้ซันมันเค้นคอกูให้บอกพูดถึงตรงนี้ ซันกระจ่างหันมาแยกเขี้ยวใส่ผม ไม่ติดว่าผมเจ็บตัวอยู่มันคงยกเท้าถีบตกเก้าอี้ระบายความโมโห

 

            มึงแม่งไม่ยอมบอกอะไรกูเลย กูรู้ว่าตัวเองอารมณ์ร้อน แต่ไอ้ริวกับวามันช่วยกันกล่อมกูจนยอมรับงานมึงได้แล้ว อยากทำงานหาเลี้ยงตัวเองก็ทำไป แต่ถ้าขาดเงินจริงๆ อย่าคิดอะไรโง่ๆ มายืมพวกกูนะจำไว้

 

            นิ้วชี้หน้าผมแทบจิ้มตา ผมยิ้มแห้งดันมือมันกลับไป ลอบผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอกที่มันเข้าใจข้ออ้างลวงๆ ของผม นี่ถ้าพวกมันรู้ความจริงว่าผมทำงานอะไรกันแน่ มันคงรวมหัวกันสามตัวบีบให้ผมยอมรับการช่วยเหลือจากพวกมันชัวร์

 

            โอเคครับพ่อ ตกลงครับท่านซัน ข้าน้อยจะทำตามที่ท่านสั่งผมยิ้มยอมรับปากง่ายๆ ในใจไม่คิดจะทำตามเด็ดขาด นี่แหละโฉมหน้าที่แท้จริงของผม ผมสามารถปรับตัวไปตามสภาพแวดล้อม เข้าหาทุกคนได้อย่างง่ายดายเพราะผมมองคนออกว่าแต่ละคนนิสัยยังไง แบบไหนถึงจะโอเค จะบอกว่าหาความจริงใจไม่ได้ ผมไม่ปฏิเสธ แต่ผมเห็นพวกมันเป็นเพื่อนจริงๆ เลยไม่อยากดึงเข้ามาอยู่ในวังวนอันเน่าเฟะของผม

 

            ยิ่งล่าสุดมีเหตุกับมาเฟีย พวกมันวัยเรียน ต่อให้ที่บ้านมีอิทธิพลแค่ไหนก็สู้ลูกตะกั่วจากกระบอกปืนไม่ได้หรอก

 

            แล้วไมมึงโทรมงี้วะ ปกติไม่เคยปล่อยตัวเองนี่

 

            เพื่อนริวถามด้วยความเป็นห่วง พวกมันลืมเรื่องที่จะพาผมไปโรงบาลแล้วสินะ ดีแล้ว ถ้าเกิดไปหมอตรวจรู้ว่าผมทำงานอะไรเดี๋ยวซวยกันทั้งบาง

 

            ช่วงนี้คนทำงานมันขาด กูเลยรับบทหนักแถมยังเจ็บตัวโดนโจรขึ้นห้องอีก ไม่เหลืออะไรให้กูแต่งหล่อเลย เซ็งมาก เรตติ้งกูตก กูจะสาปแช่งให้ไอ้โจรมันไม่ได้ผุดได้เกิดตลอดกาล

 

            คำพูดทีเล่นทีจริงโกหกทุกประโยค มีเพียงประโยคสุดท้ายที่มาจากใจ อยากให้เกิดขึ้นใจจะขาด จะได้หมดทุกข์หมดโศก พ้นกันสักทีเวรกรรมชาตินี้

 

            ปากดี มึงแน่ใจนะว่าไม่ได้มีปัญหาหรือกำลังหนีใครอยู่ถึงไม่มาเรียนซันจี้ต่อไม่ปล่อยให้ผมหนี สองหน่อเล่นขยับมานั่งประกบซ้ายขวา ขอบคุณสวรรค์ที่ส่งวามันไปอยู่เหนือ ไม่งั้นผมคงไหลเนียนต่อไปไม่ราบรื่นเช่นตอนนี้

 

            ไอ้ปัญหามันก็มี เรื่องหนีก็ใช่ หนีหลบอริที่เผลอไปมีเรื่องด้วยตอนทำงานน่ะ

 

            สองสหายพากันถอนหายใจเฮือกใหญ่ ปอดแทบหลุดออกมากองบนโต๊ะ ผมกอดคอพวกมันด้วยรอยยิ้มเบิกบานราวกับว่าโลกทั้งโลกกูไม่มีความทุกข์เลยแม้แต่เศษเสี้ยว

 

            อย่าห่วงไปเลยพวกมึง กูจัดการเองได้ เรื่องอย่างนี้พวกกูเยอะกว่ามึงสองตัวรวมกันอีก นี่ย้ายห้องแล้วด้วยผมบอกที่อยู่ใหม่ให้พวกมันไป มั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าริวกับซันไม่ให้ที่อยู่ผมสุ่มสี่สุ่มห้าแน่

 

            เราแยกย้ายกันไปเรียน ผมกลับมาใช้ชีวิตตามปกติที่ไม่ปกติเลยสักนิด เวลามีเรียนผมเข้าไม่เคยขาด ขยันจีบอาจารย์ จีบหนุ่มสาวเรียนเก่งเพื่อฝากฝังตัวเองเวลาทำงานกลุ่ม งานเดี่ยวไม่สะดวกทำที่ห้องผมก็ไปขลุกทำบ้านไอ้ริว ริวมันไม่ได้อยู่หอแบบพวกผม บ้านมันใกล้เลยไปกลับเอา

 

            ตกกลางคืนกลายร่างเป็นผีเสื้อราตรีออกหากิน พอเล่าเรื่องพวกเองโดนโจรขึ้นห้องนิดหน่อย เหล่าคู่นอนแข่งกันซื้อของเอาใจจนตอนนี้ผมมีของทุกอย่างพร้อมใช้ยิ่งกว่าก่อนที่จะโดนขโมยซะอีก

 

            โล่งอกได้ไม่นาน ผ่านไปสองอาทิตย์กว่า เจ้ากรรมนายเวรของผมเริ่มแสดงอภินิหารอีกครั้ง...

 

            ไม่ว่าผมจะไปร้านไหนก็ถูกพนักงานไม่ก็เจ้าของร้านปฏิเสธเรื่องการหาแขกหมด ถ้ามานั่งเล่นนั่งดื่มละก็ได้ ขนาดไปหาเอานอกสถานที่ก็เหมือนมีมือดีอุ้มเอาแขกหายไปจากผมเกลี้ยง ผมไม่มีรายได้มาหลายวันแล้ว เงินที่ได้มาโอนไปให้คนสำคัญ เหลือเพียงส่วนน้อยใช้จ่ายในชีวิตประจำวันซึ่งมันร่อยหรอลงทุกที

 

            หนักกว่านั้นคือ มีพวกที่คิดว่าน่าจะเป็นคนของลูเซียสคอยจับตาดูผมตลอด พยายามหาจังหวะจับตัวผมให้ได้ ผมต้องคอยหลอกล่อสลัดหนีหลายต่อหลายครั้ง เนียนไปค้างบ้านเพื่อนทั้งเพื่อนสนิทอย่างริว จนไปถึงเพื่อนเที่ยวกลางคืนหลายคนเพื่อไม่ให้พวกนั้นรู้ว่าที่พักจริงๆ ของผมอยู่ไหน

 

            ผมทั้งเหนื่อย ทั้งเพลีย เริ่มเครียดหนักกับแรงกดดัน ลูเซียสส่งข้อความเข้าโทรศัพท์ทุกครั้ง รวมถึงโทรมากวนเป็นประจำเรื่องที่จะให้ผมเป็นเด็กของเขา ยังดีที่อย่างน้อยแถวมหาลัยไม่มีคนของลูเซียสมากวน น่าจะเป็นผลงานของไนท์ ไม่รู้ว่าจะโดนอะไรรึเปล่าตอนปล่อยผมออกมาคราวก่อน ช่างมันแล้วกัน ชีวิตตัวเองยังเอาไม่รอด

 

            ร่างสูงเพรียวกำลังนั่งถอนหายใจทิ้งตรงข้างถังขยะในซอกตึกสถานเริงรมย์แห่งหนึ่ง เห็นชายหลายคนวิ่งผ่านไป คงต้องแช่อยู่ตรงนี้สักชั่วโมง สองชั่วโมงค่อยกลับห้องไปพัก

 

            เสียงกรอบแกรบจากการเหยียบถุงขยะแบบจงใจให้ได้ยิน ดึงดูดความสนใจผมได้ชะงัก หันไปมองเห็นรองเท้าหนังอย่างดีที่ไม่ควรมาอยู่แถวนี้ กางเกงยี่ห้อดัง เลื่อนขึ้นจนถึงเสื้อสูทเนียบคุ้นตา ถัดจากคอไปเป็นใบหน้าคุ้นเคย ให้ตาย...ผมอยากเอาหัวโขกถังขยะตาย

 

            สนใจเก็บสัตว์โลกตัวน้อยไปเอ็นดูสักคืนมั้ย คิดไม่แพง คนกันเองหยอกเย้าทั้งที่น้ำเสียงเบื่อหน่าย คนที่ผมไม่อยากเจอมากที่สุดในช่วงนี้

 

            ลูกจิ้งจอกจรจัดแบบนี้ฉันไม่สนใจหรอก ฝีมือร้ายใช่เล่นหนิ สลัดเจ้าพวกนั้นหลุดเป็นว่าเล่น

 

            แต่สลัดคุณไม่ได้มันก็ไร้ประโยชน์ มาทำไม ไหนบอกจะช่วยไงดวงตาคมสวยตวัดมองแบบเอาเรื่อง มือขวามาเฟียหัวเราะในลำคอ ท่าทีอ่อนลงจากที่เจอกันครั้งล่าสุด สายตาทอดมองเด็กหนุ่มชันตัวลุกขึ้นปัดเนื้อปัดตัวประจันหน้า

 

            เพราะเธอร้ายถึงขนาดที่ลูเซียสต้องสั่งฉันให้มาล่าด้วยตัวเอง พูดอย่างกับมาไล่จับหมาแมวสักตัว เรื่องช่วยคิดว่าเราตกลงกันไปแล้วนะ ฉันช่วยนายแค่ครั้งเดียว หลังจากนั้นต้องทำตามคำสั่งเจ้านายไม่น่าเคารพ

 

            ไม่น่าเคารพขนาดนั้น สนใจมาเคารพผมแทนมั้ยผมประชด

 

            เธอจ่ายไม่ไหวหรอกหนุ่มต่างชาติเหยียดรอยยิ้มปรายตามองจนผมเซ็ง ติดตัวผมมีอยู่ยี่สิบ คิดจะให้จ้างมาเฟียระดับรองหัวหน้าเรอะ

 

            ฉันสืบเรื่องของเธอทุกอย่างแล้ว ความจริงนายก็ไม่ใช่เด็กแย่อะไร ออกจะเป็นเด็กดีด้วยซ้ำ

 

            ประโยคชวนคุยราวกับพูดเรื่องดินฟ้าอากาศ หากความหมายมันทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าผมเลือนหายไปช้าๆ จนเหลือเพียงสีหน้าเรียบเฉย ดวงตาวาววับ กำมือแน่น

 

            ไนท์ที่เฝ้ามองปฏิกิริยาเด็กหนุ่มมาตั้งแต่แรก ย่อมมองออกว่าตัวเองได้ไปสะกิดสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการฝังให้มิดที่สุดซะแล้ว

 

            ต้องการอะไร เซ็กส์?” เค้นเสียงในลำคอเย็นชา ผู้อาวุโสกว่าไม่ถือโทษโกรธกับท่าทางก้าวร้าว

 

            ฉันไม่มีรสนิยมแบบลูเซียส เห็นแบบนี้ฉันเป็นตำรวจมาก่อนนะ เห็นเด็กอย่างเธอมาก็เยอะ... ไม่รอให้อีกฝ่ายพูดต่อ ผมขัดขึ้นทันที ดวงตาสอดส่องมองหาอะไรที่พอจะใช้เป็นอาวุธได้ ลองอีกฝ่ายพูดเรื่องนั้นออกมาแม้แต่คำเดียวสิ ต่อให้ลงมือฆ่าคนผมก็จะทำ

 

            อดีตแล้วไง ตอนนี้คุณเป็นมาเฟียที่กำลังจะจับผมไปเป็นสัตว์เลี้ยงของเจ้านายตัวเอง ทำไม นึกอิจฉาเหรอที่ลูเซียสไม่สนใจ เห็นคุณเป็นเดือดเป็นร้อนแทนขนาดนั้น รักหมอนั้นล่ะสิ

 

            พริบตาเดียวหลังจบประโยค ไม่ทันหยิบอะไรมาเป็นอาวุธ ร่างสูงกำยำตรงหน้าโผล่มายืนระยะประชิด มือแกร่งบีบล็อกคอผมกระแทกหลังกับกำแพง เจ็บร้าวไปทั้งแผ่นหลัง ส่วนลำคอไม่เจ็บเลยแม้แต่น้อยมีเพียงความอึดอัดเท่านั้น นับว่าอีกฝ่ายออมมือให้พอสมควร ไม่งั้นคอคงหักในชั่วพริบตา

 

            อย่าปากดีไอ้หนู พวกฉันไม่ใช่นักเลงสวะอย่างที่นายเคยเจอ การฆ่าคนน่ะ มันง่ายยิ่งกว่าบี้มดซะอีก ในเมื่อพยศนักก็อยู่แบบนี้แล้วกางหูฟังเงียบๆ แล้วกัน

 

            ผมกลืนน้ำลายอย่าฝืนคอ กับน้ำเสียงเย็นเยือก สิ่งที่ไนท์พูดมาไม่ผิดเลยสักนิด จากที่ไม่เคยกลัวอะไร เมื่อถึงเวลาถูกคุกคามอย่างหนักย่อมต้องกลัวเป็นธรรมดา ผมพยายามข่มความรู้สึกนั้นไว้ สำหรับอีกฝ่ายที่มองออกทุกอย่างมันช่างไร้ประโยชน์

 

            นิ่งแล้วสิ เอาเถอะ ฉันก็ไม่อยากจะกดดันเธอไปมากกว่านี้ แค่เรื่องที่เป็นอยู่คงมากพอจนแทบจะฆ่าตัวตายงั้นก็ปล่อยมือจากคอกูสิโว้ยบักห่านี่

 

            ไนท์ไม่สนดวงตาที่จ้องเขม็ง เปิดปากเล่าประวัติอีกฝ่ายอย่างละเอียดตั้งแต่เล็กจนโต ยิ่งมันพร่ำพรูออกจากปากไนท์มากเท่าไหร่ ใบหน้าของคนฟังยิ่งบิดเบี้ยวจนดูไม่ได้ ประวัติเด็กชายคนหนึ่งผู้โชคร้าย

 

            ขายาวยกหมายจะยันคนล็อกคอให้ถอยออกไปและเลิกพล่ามอะไรบ้าๆ ออกมา อนิจจาประสบการณ์ชีวิตมันต่างกัน ไนท์สามารถกันได้อย่างง่ายได้ ออกแรงล็อกคอจนคนดิ้นขัดขืนนิ่งไปอีกรอบ

 

            แสดงอาการขนาดนี้ถือเป็นเครื่องพิสูจน์อย่างดีกว่าทุกสิ่งที่ฉันพูดเป็นเรื่องจริง ว่ายังไง เด็กน้อยผู้น่าสงสาร ต้องขายตัวเองเพื่อส่งเงินให้แม่รักษาตัวที่บ้านเกิด…”

 

            โธ่เว้ย! ต้องการอะไรจากผมกันแน่!!” เครียดจนสมองแทบระเบิด ปวดหัว อยากร้องไห้ อยาก...

 

            อย่าคิดจะฆ่าตัวตาย บอกแล้วไง ฉันเคยเป็นตำรวจมาก่อน เจอเด็กแบบเธอมาเยอะ ฉันมีข้อเสนอให้เธอ

 

            ขอล่ะ...คนยื่นข้อเสนอเลิกคิ้วมองกับเสียงแหบแห้งที่เปร่งออกมาจากปากอีกฝ่าย

 

            ได้โปรด อย่าทำอะไรคนคนนั้น จะให้ผมทำอะไรก็ได้...ยอมทุกอย่างแล้ว ขอแค่...อึก ขอแค่อย่าแตะต้อง...สรรพนามสุดท้ายไม่ทันออกจากปาก มือหนายอมผละออกมือปิดปากเรียวปากบางไว้

 

            ชู่...ไม่ต้องกังวลเด็กน้อย ฉันไม่สกปรกขนาดนั้น ฟังข้อเสนอฉันก่อนแล้วค่อยทำหน้าเหมือนตายทั้งเป็น

 

            แม้ระยะเวลาในการทำอาชีพตำรวจจะผ่านมานานแค่ไหน ลึกๆ ในใจของไนท์ยังคงอดไม่ได้ที่จะเห็นใจเด็กแบบนี้ ไม่ได้ทำอะไรผิดสักอย่าง มันพลาดที่พ่อแม่แล้วเด็กต้องมารับกรรมแทน สังคมมันเน่าเฟะซะจนน่าทอดถอนใจ

 

            เขารอจนกระทั่งคนตรงหน้าปรับอารมณ์กลับมาสงบดังเดิม มือใหญ่ช่วยลูบหลังเรียกเสียงตาแปลกใจจากผู้ถูกคุกคาม

 

            อย่ามองฉันเหมือนเป็นปีศาจร้ายแบบนั้นสิ เห็นแบบนี้ชื่อฉันแปลว่า ‘Knight’ ไม่ใช่ ‘Night’ ผมเบ้ปากใส่ ไนท์ยักไหล่ ถอยออกไปให้ผมมีช่องว่างหายใจหายคอ ลดความรู้สึกน่ากลัวลงจนเหมือนชาวต่างชาติหลงมาอยู่ผิดที่ผิดทางธรรมดาๆ คนหนึ่ง

 

            ข้อเสนอของฉันคือ เธอยอมมาเป็นเด็กลูเซียสซะเห็นผมชักสีหน้า ไนท์รีบอธิบายต่อ ตอนนี้บอสเอาแต่สนเรื่องเธอจนน่าปวดหัว ขอแค่เธอยอมนิดยอมหน่อยทุกอย่างจะได้กลับมาสงบสุขตามเดิม เรื่องของแม่เธอฉันมั่นใจว่าลูเซียสต้องยอมช่วยเหลือแน่ๆ หมอนั้นเองก็นิสัยคล้ายกับฉัน เอ็นดูเด็กมีปัญหาแบบนายมากเป็นพิเศษ ส่วนสาเหตุไม่รู้หรอกนะ ไปหลอกถามเอาเอง

 

            ประโยคยืดยาวไม่สามารถดึงความสนใจผมได้เท่าคำว่า จะเอาเรื่องคนสำคัญของผมไปบอกกับไอ้หัวหน้ามาเฟียนั่น

 

            ไม่ ผมไม่อยากให้ใครรู้เรื่องแม่มากไปกว่านี้มาเฟียน่ะไว้ใจไม่ได้ ผมกลัวว่าแม่จะเป็นอันตรายเพราะผม

 

            ตามใจ ไม่บอกก็ไม่บอก งั้นเธอจะเอายังไงเจ้าหนู เรื่องผลประโยชน์ของตัวเองน่ะ

 

            นับว่าอีกฝ่ายเป็นผู้ใหญ่ที่แฟร์ดีเหมือนกัน เอาเฉพาะที่เห็นอยู่ตรงหน้า ไว้สนิทรู้จักตื้นลึกหนาบางมากกว่านี้ค่อยสรุปอีกที

 

            ตอนนี้ยังคิดไม่ออก ขอเวลาหน่อย

 

            หนึ่งอาทิตย์... ในระหว่างนั้นพวกฉันจะตามล่านายเหมือนเดิม ส่วนเรื่องเงินใช้ในชีวิตประจำวันฉันให้ยืมก่อนก็ได้ ไว้เป็นเด็กลูเซียสเมื่อไหร่ ค่อยตอดเงินหมอนั้นมาคืนฉัน

 

            ผมขมวดคิ้วแน่น คิดคำนวณส่วนได้ส่วนเสียในหัว ก่อนจะโดนคำว่า ไม่มีทางเลือกกระแทกเข้าเต็มสมอง ผลเลยต้องจำยอมตกลง รับเงินสดจากอีกฝ่ายมาใช้หมุนชั่วคราว ไนท์ขยี้หัวผมจนยุ่งเหยิงแล้วเดินจากไปทิ้งให้ผมยืนเคว้งอยู่คนเดียว

 

            เอาวะ อะไรจะเกิดมันต้องเกิด!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 281 ครั้ง

159 ความคิดเห็น

  1. #133 exoxoxo1122 (@exoxoxo1122) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2561 / 01:41
    เข้มแข็งมากฮืออออ
    #133
    0
  2. #128 sweetside (@passawee-17) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 / 16:40
    ต้องสตรองจิงๆอ่ะถึงอยู่มาได้ขนาดนี้
    #128
    0
  3. #127 Notty Kero (@sung-yong-nelu) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 10:51
    ชีวิตทำไมถึงคิดว่ามีลูกเพื่อให้ลูกเลี้ยงตัวเองตอบแทนตัวเองอ่ะทั้งๆที่เขาไม่ได้ขอมาเกิดป่ะ
    #127
    0
  4. #16 burasamare17 (@burasamare17) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 04:17
    ชีวิตน้องน่าสงสารจัง
    #16
    0