คัดลอกลิงก์เเล้ว

Dedicated to You แด่เธอที่รัก

โดย RIME

เรื่องราวความรัก ที่ย้อนเวลากลับไปไม่ได้แล้ว จะมีแต่ความทรงจำที่ดีๆ ตลอดไป

ยอดวิวรวม

494

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


494

ความคิดเห็น


3

คนติดตาม


1
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  25 ก.ค. 55 / 11:20 น.
นิยาย Dedicated to You ͷѡ Dedicated to You แด่เธอที่รัก | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

คนมีความรักนี่ก็แปลก เวลาที่คนรักอยู่ข้างๆ กลับทำเจ้าแง่แสนงอนอย่างไร้เหตุผล จนกระทั่งวันที่คนๆ นั้นไม่ได้อยู่เคียงข้างนั่นแหละถึงจะรู้สึกว่าตัวเองงี่เง่าขนาดไหน
แล้วคุณล่ะคะเคยเป็นแบบนี้หรือเปล่า ???

ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้เลย
เหตุการณ์ที่เหลือเพียงความรัก แต่ไม่มีคนๆ นั้นอีกแล้ว
แด่เธอที่รัก


(อ่านแล้วคอมเมนท์ให้สักนิดนะคะ จะได้พัฒนาฝีมือขึ้นนะ)



Dedicated to You แด่เธอที่รัก
Dedicated to You แด่เธอที่รัก


 
Speed~Asakura~
Speed~Asakura~


 
G&J Brothers น้องชายสุดเฟี้ยวกับพี่สาวสุดแบ๊ว
G&J Brothers น้องชายสุดเฟี้ยวกับพี่สาวสุดแบ๊ว


 



Theme SPREING WALTZ
by    © Tenpoints !

เนื้อเรื่อง อัปเดต 25 ก.ค. 55 / 11:20


Dedicated to You แด่เธอที่รัก


 

นุน! มาดูนี่สิน่ารักจังเลย 

ฉันตื่นเต้นจนต้องเรียกให้หนุ่มหล่อที่เดินมาด้วยกันหยุด แล้วลากตัวเขามาตรงหน้าตู้กระจกชี้ให้ดูสร้อยแพลตตินัมเส้นเล็กที่มีจี้ห้อยรูปร่างคล้ายเกล็ดหิมะ นุนมองสร้อยแล้วหันมามองหน้าฉันอย่างเบื่อหน่าย

น่ารักใช่มั้ย ฉันจะซื้อ  ฉันกล่าว แต่ทันทีที่ฉันก้าวเท้าจะเข้าไปในร้าน ฝ่ามือขาวที่ดูบอบบางแต่ทว่ามันแข็งแรงกว่าที่คิดก็ดึงมือฉันไว้ ฉันหยุดชะงักรู้สึกขัดใจยังไงก็ไม่รู้ ยังไม่ทันจะเอ่ยปากต่อว่า ริมฝีปากสีส้มของนุนก็ดันขยับเสียก่อน

ผมว่าเรากลับบ้านเถอะวาโย วันนี้ซื้อมาเยอะแล้ว

ไม่พูดเปล่าอีตานุนยังยกถุงกระดาษ 4-5 ใบในมือของเขาให้ฉันยังดู ฉันยอมจำนนแต่ก็อยากได้สร้อยเส้นนั้นอยู่ดี ก็มันเป็นจี้รูปเกล็ดหิมะความหมายของชื่อคนบางคน นายนี่ช่างไม่เข้าใจอะไรบ้างเลย แถมตอนนี้หมอนั่นยังเดินล่วงหน้าไปเฉยเลย ไม่สนใจฉันที่ยืนอยู่หน้าร้านเครื่องประดับอย่างอาลัยสร้อยเส้นนั้นอยู่ แต่เมื่อฉันไม่เดินต่อ นุนจึงเดินกลับมาก่อนจะคว้ามือฉันแล้วลากออกไปจากตรงนั้น

นุน หรือ คิมนุน เป็นลูกครึ่งเกาหลี-ไทย บ้านของเรารั้วติดกันนั่นทำให้ฉันกับเขาได้คบกันมาถึง 2 ปี แล้ว นุนอยู่กับแม่ที่บ้าน 2 คน ส่วนคุณคิมพ่อของเขานั้นมักจะไปกลับระหว่างไทยกับเกาหลีเป็นว่าเล่น เพราะธุรกิจนั่นเอง และสิ่งที่ฉันรู้ดี ก็คือนุนรักและแคร์ฉันมาก ถึงแม้ว่าฉันจะดื้อกับเขามากก็ตาม

 

โรงเรียนมัธยมนานาชาติ H

น่าอิจฉาจริงๆ เลยคู่นี้ ถ้าไม่มีพวกเรานั่งจ้องคงป้อนกันแล้ว  นิชาเพื่อนสาวสุดห้าวของฉันแซว เมื่อเห็นฉันกับนุนตักอาหารให้กัน

นั่นน่ะสิ อยากมีคนตักกับข้าวให้บ้างจัง  มีนเพื่อนอีกคนพูด พลางทำตาละห้อย ฉันได้แต่มองพวกเธออย่างหมั่นไส้ไม่รู้จะโต้กลับอย่างไร

งั้นฉันตักให้แล้วกัน  ธารชายหนุ่มที่นั่งตรงข้ามกับมีนกล่าวพร้อมกับตักกุ้งให้มีน ยัยมีนทำหน้าแหย

อีตาบ้า ฉันไม่กินกุ้ง เอาออกไปเลย  มีนไม่ว่าเปล่า ทำท่าเขี่ยๆ กุ้งยังกะเป็นของน่ารังเกลียดหนักหนา

ไม่ได้แพ้ไม่ใช่เหรอ ทานหน่อยสิเดี๋ยวธารจะเสียน้ำใจนะ  ฉันคะยั้นคะยอ มีนทำหน้ามุ่ยแต่ก็จำใจตักกุ้งใส่ปากในที่สุด

อยากให้กระผมตักให้บ้างไหมขอรับ คุณนิชา  ภาคหันมาทางนิชาบ้าง สาวผมสั้นทำหน้าหวาดๆ

ไม่ต้องย่ะ

พวกเราต่างหัวเราะอย่างมีความสุข ดูเหมือนว่าข้าวกลางวันมื้อนี้จะเอร็ดอร่อยเป็นพิเศษ

 

กริ๊งงงงงงง!!!!!! 

เสียงเตือนเลิกเรียนดังขึ้น ฉันเก็บของใส่กระเป๋าอย่างเร่งรีบ แต่ฉันก็ได้ยินเสียงของเพื่อนตัวแสบอย่างยัยมีนและยัยนิชาดังลั่นห้อง

คุณหนูวาโย คุณชายนุนมารับแล้ว อยู่หน้าประตูแน่ะ เมื่อไรคุณหนูจะเก็บของเสร็จจ๊ะ 

ฉันหันไปมองที่ประตูก็พบว่านุนมายืนรออยู่จริงๆ เขายิ้มจางๆ ให้ฉัน ฉันยิ้มตอบ แล้วรีบถือกระเป่าออกไปหาเขา นุนเป็นหนุ่มร่างสูง ผิวขาวราวกับหิมะสมชื่อผมสั้นสีน้ำตาลเข้มดูเข้ากับใบหน้าที่หล่อเหลา โชคดีจริงๆ ที่ฉันได้เป็นแฟนของเขา แต่วันนี้ไม่รู้ว่าฉันคิดมากไปเองหรือเปล่าที่เห็นว่าหน้าของเขาซีดกว่าทุกวัน

นี่นิชา  มีน ภาคกับธารมาโน่นแล้ว  ฉันหันไปบอกเพื่อนสาวทั้งสอง เมื่อเห็นสองหนุ่มเพื่อนซี้ของนุนเดินหยอกล้อกันจนมาถึงหน้าห้องของพวกเรา

ใครสนล่ะ  สองสาวส่งเสียงแทบจะพร้อมกัน ฉันกับนุนมองหน้ากันอมยิ้ม

คู่เกย์เดินล้อกันมาล่ะมีน  นิชาถีอกระเป๋าออกมาจากห้องได้ก็เปิดศึกทันที เมื่อเห็นชายหนุ่มทั้งคู่เล่นหยอกล้อกัน พอดีกับที่มีนออกมาจากห้องสาวน้อยถักเปียเดินมาเกาะแขนนิชาอย่างสนใจ

งั้นก็แสดงว่าเธอกับมีนก็เป็นอย่างว่าน่ะสิ โอ้ย ! อกหักดังเป๊าะเลยอ่ะ  ภาคพูดหน้าตายียวน นิชาตาแทบถลน

ไอ้บ้า!” 

พอได้ยินเสียงนิชา ภาคก็รีบออกตัววิ่งหนีทันทีเหมือนกับรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอย่างนั้น

อย่าหนีนะ นายภาค หยุดเดี๋ยวนี้นะ จับได้น่าดู  สาวผมสั้นสไตล์นักกีฬาสาววิ่งไล่ตามชายหนุ่มออกไป ฉันกับทุกคนที่เหลือพากันหัวเราะยกใหญ่

พวกเราก็ไปกันเถอะ  นุนชวน ฉันพยักหน้า แล้วพวกเราทั้งสี่คนก็เดินตามอีกสองคนที่วิ่งไล่กันออกไปก่อนแล้ว เมื่อออกจากอาคาร

ฉันสังเกตเห็นว่าสีหน้าของนุนดูไม่ค่อยดีเลย  แล้วจู่ๆ เขาก็หยุดเดินกะทันหัน ฉันรีบเข้าไปดูเขา  เป็นอะไรเหรอ ไม่สบายหรือเปล่า  ฉันถามอย่างเป็นห่วง นุนส่ายหน้า แต่เอาฝ่ามือกุมหน้าผากดูเหมือนเขาจะยืนไม่ค่อยมั่นคง ฉันพยุงเขาไปนั่งที่ม้าหินอ่อนแถวนั้น เพื่อนๆ สังเกตเห็นความผิดปกติก็รีบเข้ามาดูอย่างเป็นห่วง

เกิดอะไรขึ้น วาโย  นิชาถามขึ้น ฉันไม่ได้ตอบนิชา แต่หันมามองหน้านุนแทน

ทำไมมองหน้าผมแบบนั้นล่ะ  นุนถาม ตอนนี้หน้าฉันคงมีเครื่องหมายคำถามเต็มไปหมด

หน้ามืดอีกแล้วใช่มั้ย นายเป็นอะไรหรือเปล่า  ฉันตัดสินใจถาม นุนไม่ตอบเขายิ้มบางๆ แล้วเอื้อมมือมาลูบผมฉันเหมือนปลอบใจยังไงก็ไม่รู้

พักนี้นายเป็นแบบนี้บ่อยนะ ไปหาหมอบ้างหรือเปล่า  ธารถามขึ้น ฉันรู้สึกไม่ค่อยดีอย่างบอกไม่ถูกเมื่อธารพูดแบบนี้ ฉันหันมามองหน้านุนอีกครั้งกะว่าจะถามให้รู้เรื่องแต่นุนก็พูดเปลี่ยนเรื่องเสียก่อน

วันศุกร์นี้ว่างกันไหม  พวกเรามองหน้ากันก่อนที่ภาคจะพูดขึ้น

ว่างซิ มีอะไรหรอ

ที่บ้านจะมีปาร์ตี้น่ะอยากให้ทุกคนไป  นุนกล่าว ฉันมองหน้าเขาอยากสงสัย ที่บ้านนุนจะมีปาร์ตี้ทำไมฉันเพิ่งจะรู้ แต่ดูทุกคนจะตอบตกลงกันทันที

 

วันศุกร์ ที่บ้านของนุน

และแล้วสิ่งที่ฉันไม่อยากให้เกิด ก็มาถึงจนได้แถมยังเร็วขึ้นจนน่าตกใจ ฉันยืนร้องไห้อย่างเอาเป็นเอาตายที่มุมหนึ่งในสวนของบ้านนุน เสียงเพลงในงานปาร์ตี้ดังกลบเสียงฉันจนไม่มีใครสนใจเลยว่าตอนนี้ฉันกำลังปล่อยโฮอย่างหนัก นุนเดินเข้ามาสวมกอดฉันจากด้านหลัง อ้อมกอดของเขาครั้งนี้ทำไมถึงทำให้ฉันรู้สึกเย็นเยือกอย่างบอกไม่ถูก ฉันพยายามแกะมือของนุนออก ปากก็พร่ำบ่นเหมือนคนบ้า

คิมนุน ปล่อยนะ คนโกหก คนหลอกลวง ไหนบอกว่าจะกลับเกาหลีปีหน้าไง นี่นายจะทิ้งฉันไปแล้ว  คนไม่รักษาสัญญา ไหนบอกจะดูแลฉันนายมันบ้าที่สุด  ฉันหันหน้ามามองนุนตรงๆ ทั้งน้ำตา หลังจากที่หลุดจากอ้อมกอดของนุนออกมาได้

บอกมาสิ นายมีเหตุผลอะไร เหตุผลอะไรที่นายจะทิ้งฉันไปเร็วขนาดนี้  ฉันคร่ำครวญถามเหตุผลอย่างบ้าคลั่ง นุนเข้ามาประชิดตัวฉันอีกครั้งเขาจับต้นแขนฉันแน่น จนรู้สึกเจ็บ

ตั้งสติหน่อยสิ วาโย ผม...

แล้วอะไรล่ะ 

......  ฉันถามเขาแต่กลับได้เพียงความเงียบ

นายก็ตอบไม่ได้ งั้นเราไม่ต้องมาพูดกัน  ฉันพยายามเอาตัวออกจากแขนแกร่งนั้น แต่สิ่งที่ฉันไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อคิมนุนฉุดฉันเข้าไปหาตัวเขา

จุ๊บ !

ฉันตกใจจนตาเบิกกว้างเมื่อถูกริมฝีปากของฝ่ายตรงข้ามประทับที่ริมฝีปากของฉัน ฉันรีบผละออกจากร่างสูงแล้วจู่ๆ มือข้างถนัดของฉันก็ยกขึ้นปะทะใบหน้าของเขาด้วยสันชาตญาณ

เพี๊ยะ !

ฉันสาวเท้าเดินผ่าฝูงชนกลับไปที่บ้านตนเองโดยไม่ทันหันมามองคนที่ฝากรอยนิ้วมือไว้บนใบหน้าแม้แต่น้อย ทุกคนคงงงที่เห็นฉันเดินออกไปเฉยๆ อย่างนี้ งานปาร์ตี้เหรอ? งานเลี้ยงอำลาละสิไม่ว่า ใครจะดีใจได้ที่จู่ๆ แฟนตัวเองจะหนีกลับประเทศไปโดยที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเพราะอะไร ไม่รู้ว่าจะได้เจอกันอีกเมื่อไร ฉันเข้ามาในห้องของตัวเองรู้สึกว่าโลกมันว่างเปล่า ฉันทิ้งตัวลงบนที่นอนไม่รู้ว่าน้ำตามันมาจากไหนมากมายอาการเจ็บแปลบถาโถมเข้ามายิ่งทำให้ฉันร้องหนักเข้าไปอีก คืนนี้ฉันคงจะนอนร้องไห้จนเหนื่อยและผล็อยหลับไปนั่นแหละ

 

ผมคิดแล้วว่าวันนี้ต้องมาถึง ผมรู้สึกชาไปทั้งใบหน้าไม่สิ มันชาไปทั้งตัวต่างหาก ทั้งที่ใจผมอยากจะเดินไปคว้าแขนของคนที่ผมรักเข้ามากอด อยากบอกไม่ให้เธอเดินหนีผมไปแบบนี้ แต่ตอนนี้สิ่งที่ผมทำคือยืนมองเธอเดินห่างออกไป เหตุผลที่เธอต้องการจะรู้ เหตุผลที่ผมต้องกลับเกาหลีเร็วกว่ากำหนดที่สัญญากันไว้ ผมจะบอกกับเธอได้อย่างไร มันเป็นความลับที่ผมเก็บไว้มาเนิ่นนาน ผมไม่อยากให้เธอรู้ นั่นเพราะผมแคร์เธอมาก เธอจะรู้บ้างไหม วาโยเธอจะรับรู้ได้ไหม........

ไม่เป็นไรนะลูก  แม่ของผมเข้ามาจับไหล่ผมเป็นการปลอบใจ โดยมีพ่อยืนอยู่ใกล้ๆ สายตาของเพื่อนๆ มองมาราวกับจะถามว่าเกิดอะไรขึ้น ทำให้ผมแทบไม่อยากยืนอยู่ตรงนี้

ครับ  ผมตอบแม่อย่างฝืนใจที่สุด แทบจะไม่มีเสียงเปล่งออกมาด้วยซ้ำ มันเหมือนมีก้อนอะไรมาจุกที่คอ ทำให้ผมอึดอัดจนพูดอะไรไม่ออก

นี่ก็ดึกมากแล้วเนอะ ฉันว่าเราช่วยกันเก็บของแล้วกลับบ้านกันดีกว่า นุนจะได้นอน เดี๋ยวตกเครื่อง  ภาคพูดขึ้น ทุกคนพยักหน้า ผมลุกขึ้นจะเข้าไปช่วยทุกคนแต่ธารก็มาห้ามไว้

ไม่ต้องหรอกนุน  นายไม่ค่อยสบาย เดี๋ยวพวกเราจัดการเอง

ไม่นานพวกเขาก็เก็บข้าวของเรียบร้อยก่อนขอตัวกลับบ้านจนหมดทุกคน บ้านของผมกลับมาเงียบอีกครั้งเหมือนไม่เคยมีงานเลี้ยงอะไรเลย และดูจะเงียบเกินไปด้วยซ้ำ ผมเดินขึ้นไปที่ห้องของตัวเอง พอมองออกไปที่หน้าต่างก็เห็นว่าห้องของวาโยมืดมิด เหมือนกับความรู้สึกของผมในตอนนี้ มืดมิดจนมองเห็นทางออก ผมมองกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินที่วางอยู่ตรงหน้า แล้วหยิบขึ้นมาเปิดดูสร้อยเส้นนี้ไม่รู้ว่าคนที่ผมรักยังอยากจะได้มันอยู่หรือเปล่า สร้อยที่มีความหมายเหมือนกับชื่อของผม..........

 

เช้าวันเสาร์

อาโป อาโป  ผมเรียกเด็กชายร่างสูง ที่หน้าตาพิมพ์เดียวกับเดียวกับหวานใจผม หากแต่เขาเป็นเด้กผู้ชายร่างสูง

พี่นุน...ผมคิดว่าพี่ออกไปแล้วซะอีก  เด็กหนุ่มที่เตี้ยกว่าผมนิดหน่อยเดินเข้ามาหาผมที่เกาะรั้วอยู่ด้วยที่หน้าตาชื่นบาน

พี่ไม่อยู่ผมคงคิดถึงพี่แย่  อาโปบอก ผมยิ้มรับแต่สายตากลับมองไปที่ชั้นสองของบ้านเด็กชาย อาโปคงเข้าใจจึงพูดขึ้นอย่างรู้ใจผม

พี่วาโยอยู่บนห้องครับ แต่ผมว่าพี่เขาตื่นแล้ว เดี๋ยวผมไปตามให้นะ

ไม่ต้องหรอก อาโป  ผมรีบห้าม เด็กชายหันมาทำหน้างงๆ แต่เขาเป็นเด็กฉลาดคงเข้าใจอะไรได้ง่ายๆ

พี่ฝากนี่ให้วาโยด้วย  ผมยื่นกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินให้อาโป เด็กชายรับไปอย่างสงสัย

อะไรเหรอครับ

ของที่ระลึกน่ะ ฝากด้วยนะ  ผมยิ้ม แล้วเอื้อมมือไปขยี้ผมของอาโปด้วยความเอ็นดู  อย่างน้อยก็แทนการสัมผัสพี่สาวของเขาก่อนลา (ผมไม่ใช่ตัวแทนของใครนะฮะ)

ครับ...ผมไม่ใช่เด็กนะ....โชคดีนะครับพี่เขย  อาโปพูดยิ้มร่า ผมยิ้มตอบพร้อมกับยกนิ้วโป้งให้เด็กชาย แล้วกลับไปขึ้นรถที่พ่อแม่กำลังรออยู่

พี่เขยเหรอ ถ้าพี่สาวนายยกโทษให้พี่ หรือไม่ก็ให้พี่รอดมาได้ก่อนก็แล้วกัน  ผมพึมพำกับตัวเอง

 

 

ก๊อกกกๆๆๆ

ประตูไม่ได้ล็อคค่ะ  ฉันพูดสายตายังจับจ้องอยู่ที่หน้าต่างมองเห็นรถที่เคลื่อนตัวออกไปเหมือนใจจะขาด

อ้าว! อาโปเองเหรอ  ฉันหันมาสบตากับน้องชายพอดี

แปลกเนอะ อยากตามไปส่งเขาใจแทบขาด แต่ก็ไม่ลงไปใจร้ายสุดๆ  อาโปว่า

ไม่ใช่สักหน่อย ใครอยากไปส่งคนโกหกกัน กลับเกาหลีไปนั่นแหละดีแล้ว 

เหรอ !” 

น้องชายฉันว่าขำๆ ฉันค้อนให้ เหมือนเจ้าอาโปจะรู้ทันฉันไปหมด  เอานี่ หวานใจพี่ฝากไว้ให้  อาโปยื่นกล่องกำมะหยี่ใส่มือฉัน ฉันมองหน้าน้องชายอย่างสงสัย  เปิดดูก็รู้เอง....อ้า ! ผมรู้ความหมายด้วยแหละ  อาโปยิ้มแล้วเดินออกจากห้องไป

เจ้าบ้า แอบเปิดก่อนเจ้าของได้ไง

ฉันไม่อยากพูดต่อเพราะรู้สึกว่าจะเสียพลังงานเปล่า ฉันเดินมานั่งลงบนที่นอน แค่ฉันเปิดกล่องเล็กๆนั่นน้ำตาก็พาลไหลออกมา สร้อยแพลตตินัมในกล่องหรู สร้อยที่ฉันอยากได้ สร้อยจี้รูปเกล็ดหิมะที่สื่อความหมายถึงเขาผู้ชายที่ฉันรัก คิมนุน นายยังจำได้ ฉันนี่มันบ้าจริงๆ คิดระแวงคนที่รักฉันห่วงใยฉันขนาดนี้ได้ยังไง ฉันปาดน้ำตาแล้วรีบกดโทรศัพท์ถึงนุนทันที

นุน ฉันขอโทษ

 

นับจากวันนั้นฉันกับนุนก็ติดต่อกันเรื่อยๆ ทุกวิถีทางที่สามารถทำได้ จนกระทั่งฉันสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้พร้อมกับเพื่อนๆ มีนคบกับธาร เป็นคู่ที่หวานสุดๆ ส่วนสาวห้าวอย่างนิชาก็ยอมใจอ่อนคบกับภาคจนได้ฉันเพิ่งจะเข้าใจว่าทำไมเพื่อนๆ ชอบบ่นว่าอิจฉาคู่ฉันกับนุนก็วันนี้ ถึงแม้ว่าจะมีนายเปรมหนุ่มหล่อคณะเดียวกันมาตามจีบ แต่ฉันก็ไม่หวั่นไหวเพราะฉันมีนุนอยู่แล้วทั้งคน ถ้าตอนนี้นุนอยู่ด้วยก็คงดี  ฉันได้แต่คิด^^..............และแล้ววันที่ฉันรอคอยก็มาถึง

มีน นิชา  ฉันวิ่งเข้ามากอดเพื่อนรักทั้งสอง ด้วยความดีใจจนสองคนนั้นทำหน้างงๆ กันใหญ่

เกิดอะไรขึ้น ยัยวาโย มากอดพวกฉันทำไมเนี่ย  นิชาถามขึ้น ฉันคลายกอดเพื่อนยืนยิ้มอย่างเป็นสุข

นั่นสิ มากอดนิชาของผมทำไม หวงนะเนี่ย  ภาคพูดขึ้น มือก็ทำท่าจะเข้าไปกอดนิชาบ้างแต่ถูกสาวห้าวผลักเอาไว้ ทำให้เพื่อนๆ หัวเราะกันใหญ่

วันเสาร์นี้นุนจะกลับมาที่นี่ หมอนั่นจะกลับมา  ฉันพูด น้ำตาเจ้ากรรมก็พาลจะไหลเพราะความดีใจ มีนเข้ามากอดฉันแล้วพูดปลอบขวัญ

ดีใจด้วยนะ วาโย เดี๋ยวก็จะรวมตัวกันครบแก็งค์แล้วสิดีจังเนอะ  ดูเหมือนว่าเพื่อนๆ ก็ดีใจไม่น้อยไปกว่าฉันเลย ฉันคงจะใจจดใจจ่อให้ถึงวันเสาร์เร็วๆ วันที่เจ้าชายหิมะของฉันจะกลับมา

 

วันเสาร์ที่ฉันรอคอย............

แน่ใจนะว่านุนมันจะมาวันนี้  ธารถามฉัน ฉันได้แต่พยักหน้า อย่างหมดอาลัย ก็ใน e-mail มันบอกอย่างนั้นนี่หน่า แต่รอแล้วรอเล่าเจ้าชายหิมะที่ตอนนี้ฉันอยากเรียกเจ้าตุ๊กตาหิมะบ้าก็ไม่โผล่มาสักที ติดต่อไม่ได้อีกต่างหาก เพื่อนๆ พาฉันกลับบ้านในสภาพที่ผิดหวังและเสียใจมากๆ หลังจากนั้นเป็นเวลาหนึ่งเดือนนุนก็ไม่เคยติดต่อมาอีกเลย.............

คิมนุน ไอ้คนหลอกลวง ไปตายซะ  ฉันกล่าวคำๆ นี้ด้วยความเจ็บใจทำไมคนที่ฉันรักต้องทำแบบนี้กับฉันด้วย

แล้วในที่สุดฉันก็ตัดสินใจคบกับเปรมทั้งๆ ที่เพื่อนๆ ต่างก็คัดค้าน เพราะรู้มาว่าเปรมเป็นคาสโนว่าตัวพ่อ แต่ฉันไม่สนหรอกอกหักเหรอฉันเคยมาแล้วไม่เจ็บเลยสักนิด แต่ก็นั่นแหละฉันทำได้แค่โกหกตัวเองเท่านั้น

วาโย คุณไม่เคยรักผมเลยใช่ไหม  จู่ๆ เปรมก็ถามคำถามนี้ขึ้นมา ฉันอึ้งอยู่พักหนึ่ง

ฉัน...........  แย่จริงทำไมฉันถึงไม่กล้าสบตาเปรมก็ไม่รู้ เปรมรวบมือฉันขึ้นมา

หันมามองหน้าผมสิ วาโย คุณลืมเขาไม่ได้ใช่ไหม  คำๆ นี้มันทำฉันชะงัก ฉันหันมาสบตาเปรม ความรู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรมาจุกที่คอน้ำตาพาลจะไหลซะอย่างนั้น เปรมปล่อยมือฉัน ฉันพยายามจะพูด แต่เขายกมือห้ามไว้

ไม่ต้องพูดอะไร ผมเข้าใจแล้ว ผมจะปล่อยคุณไป  พูดจบร่างสูงๆ ของเปรมก็เดินจากฉันไป

 

ฉันขับรถมาจอดที่สวนสาธารณะ แล้วพาร่างเหมือนคนกำลังจะหมดแรงทรุดลงนั่งที่ม้าหินอ่อน  เปรมพูดถูกฉันลืมเขาไม่ได้ ฉันลืมนุนไม่ได้จริงๆ มือกำสร้อยที่ในคอแน่น จู่ๆน้ำตามันก็ไหลออกมา ความเจ็บปวดแพร่กระจายไปทั่วอณูหัวใจ มันช่างทรมานเหลือเกิน

รอใครอยู่หรือครับ  เสียงผู้ชายคนหนึ่งพูดขึ้น

อย่ามายุ่งกับฉัน  ฉันแผดเสียงใส่เขาคนนั้นด้วยโทสะ แต่เมื่อฉันเห็นหน้าเขา ฉันแทบไม่อยากเชื่อสายตาตนเอง หนุ่มผมรากไทรสีทองกับใบหน้าที่คุ้นตา หันมายิ้มให้ฉันอย่างอ่อนโยน

นุน !”  ฉันโผเข้ากอดชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความโหยหา น้ำตาพรั่งพรูออกมาอีกครั้ง

หายไปไหนมา ฉันรอนายอยู่นะ ทำไมปล่อยฉันไว้เหมือนคนบ้า คนใจร้าย  กำปั้นน้อยๆ ของฉันทุบไปที่อกกว้างของอีกฝาย นุนจับมือฉันขึ้นไปจูบ แล้วมองมาที่ฉัน

ผมก็มาอยู่นี่แล้วไง อย่าร้องไห้อีกเลยนะ  นุนพูดพร้อมกับเช็ดน้ำตาให้ฉัน

สายไปแล้วย่ะ  เหมือนเพิ่งจะนึกได้ ฉันผละออกจากนุน แล้วต่อว่าเขาอย่างน้อยใจ  เปลี่ยนทรงผมเหรอ  ฉันถาม นุนจับผมตัวเองแล้วยิ้มให้ฉัน

นิดหน่อยน่ะ กะจะเซอร์ไพรส์ หล่อใช่มั้ยล่ะ  ฉันเบ้ปาก ทั้งที่ในใจอยากบอกว่าหล่อมาก

เซอร์ไพรส์มากเลย เล่นหายไปแบบนี้ หล่อได้แค่นี้นี่นะ โธ่ !”  นุนหัวเราะ

ไปเดทกันมั้ย  จู่ๆ นุนก็ชวนขึ้นมา

หา 

นี่มันจะหกโมงเย็นอยู่แล้ว ฉันมองหน้านุนอย่างไม่เชื่อถือ แต่ชายหนุ่มพยักหน้าให้ แล้วก็จูงมือฉันออกไปโดยไม่ถามความสมัครใจของฉันสักคำ นุนพาฉันเข้าไปในร้านไอศกรีมคาเฟ่ สุดหรู

ผลไม้รวมถ้วยใหญ่ค่ะ

ขอเอสเพรสโซ่ครับ  ฉันกับนุนสั่งเมนูกับพนักงาน

อะไรกัน มาร้านไอศกรีม แต่ดันสั่งกาแฟ  ฉันแขวะนุนเล่น นุนทำหน้ามุ่ย

ก็ผมไม่ชอบของหวานนี่หน่า  ฉันยิ้ม แล้วนั่งมองชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างหน้า เขาดูหล่อขึ้นผิดหูผิดตา แต่ไม่รู้ว่าฉันคิดไปเองหรือเปล่าที่เห็นร่างเขาเหมือนจะเลือนหายไปฉันเอื้อมมือไปจับเขา

มีอะไรเหรอ

ปะ....เปล่า อย่าหายไปอีกนะ  ฉันพูดอย่างวิงวอน นุนยิ้มบางๆ ให้ฉัน มือของเขาจับมือของฉันแน่น แต่ฉันกลับรู้สึกเหมือนกำลังจะถูกบอกลา

ไอศกรีมผลไม้รวม และเอสเพรสโซ่ได้แล้วค่ะ

ขอบคุณค่ะ/ครับ

กินไหม  ฉันตักไอศกรีมในถ้วยแล้วยื่นให้ นุนส่ายหน้า ทำหน้าแหยๆ แต่สุดท้ายก็ทนคำคะยั้นคะยอของฉันไม่ได้

หวานเป็นบ้า

ก็สตรอเบอรี่นี่หน่า.....เอามะนาวมั้ย  ฉันตักไอศกรีมรสมะนาวยื่นให้ นุนส่ายหน้า

นั่นก็เปรี้ยวนะสิ  ฉันยิ้มขำๆ ก่อนตักไอศกรีมเข้าปากตัวเอง

อร่อยจะตาย

 

หลังจากออกมาจากร้านไอศกรีม  มีงานวัดด้วยล่ะ เข้าไปข้างในเถอะ ฉันอยากนั่งชิงช้าสวรรค์  ฉันบอกนุน และไม่รอให้นุนตกลงฉันก็เดินเข้าไปเลย

วาโย รอด้วยสิ  แล้วฉันก็ได้นั่งชิงช้าสวรรค์สมใจ จู่ๆ นุนที่นั่งอยู่ตรงข้ามก็จ้องหน้าฉันอย่างเอาจริงเอาจังจนฉันทำอะไรไม่ถูก

หน้าฉันมีอะไรผิดปกติหรือไง จ้องอยู่ได้

เปล่า เพียงแค่อยากถามว่าวาโยลืมอะไรไปหรือเปล่า

ฉันลืมอะไรเหรอ  ฉันถามกลับ ตอนนี้หน้าฉันคงมีเครื่องหมายคำถามเต็มไปหมด นุนทำหน้าสลด

วาโย เธอลืมวันเกิดฉันได้ไง

นุนทำหน้ามุ่ยด้วยความงอน วันเกิดจริงสิ วันนี้วันที่ 24 มิถุนายน วันเกิดของนุนจริงๆ ที่จริงฉันก็ไม่ได้ลืมเสียสนิท แต่มันดีใจที่ได้เจอเขาก็เลยไม่ทันได้นึกถึงเท่านั้นเองTOT

นุน ขอโทษ จะให้ฉันทำอะไรฉันยอมทุกอย่างเลย

ทุกอย่างจริงๆ เหรอ

ฉันพยักหน้า แต่ดูเหมือนเมื่อคิดได้ก็คงจะสายไปซะแล้วที่ดันพูดแบบนั้นออกไป เมื่อเห็นเจ้าชายหิมะยิ้มย่อง นุนทำหน้าเจ้าเล่ห์ แล้วชี้ที่แก้มตัวเอง

อะไรอ่ะ

ก็จุ๊บขอโทษไง  ตอนนั้นฉันรู้สึกเหมือนโดนแกล้ง นุนกลับมาจากเกาหลีคราวนี้เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวขึ้นเยอะ แต่สัญญาก็เป็นสัญญา

หลับตาก่อนสิ  ฉันว่า พอเจ้าชายหิมะหลับตาพริ้มฉันก็มองซ้ายมองขวาแล้วจุ๊บที่แก้มเขาเบาๆ

หายงอนหรือยัง  ฉันถามแล้วกลับมานั่งที่นั่งของตัวเองอย่างเขอะเขิน นุนทำหน้าทะเล้น ทำให้ฉันชักหวั่นๆ

มันต้องแบบนี้ต่างหาก  ว่าแล้วนุนก็พรุ่งมาที่ฉันโดยไม่ทันให้ตั้งตัว นุ่นก็จูบฉันซะแล้ว รสจูบมันหอมหวานอย่างนี้นี่เองฉันเพิ่งจะเข้าใจ

 

นุนเดินมาส่งฉันที่รถ  อ้าวไม่กลับด้วยกันเหรอ  ฉันถามอย่างสงสัย  ผมพักอยู่แถวนี้น่ะ  ฉันพยักหน้า แต่ในใจก็สงสัยอยู่ดี ทำไมนุนต้องมาพักแถวนี้บ้านก็มี

ส่งแค่นี้นะ กลับบ้านดีๆ ล่ะ

เจ้าค่ะ  ฉันรับปาก แต่พอเขาจะเดินจากไปฉันก็กลับวิ่งไปดึงเขาเข้ามา แล้วประทับจูบที่ปากของเขา

นุน ฉันรักนาย ราตรีสวัสดิ์  เขายิ้มให้ฉันจางๆ

ผมก็รักวาโย ฝันดีนะ พรุ่งนี้เจอกัน

อืม  ฉันยิ้มร่าเริงแล้วกลับมาที่รถอย่างสุขใจ แต่พอหันกลับไปอีกทีนุนก็หายไปแล้ว กลับมาคราวนี้ดูลึกลับจัง

 

ผมยืนส่งเธอด้วยความอาลัย เวลาของผมไม่มีอีกแล้ว ทำไมผมต้องให้ความหวังเธอด้วย พรุ่งนี้เจอกัน ทั้งๆ ที่มันเป็นไปไม่ได้ ผมต้องกลายเป็นผู้ชายหลอกลวงอีกแล้ว วาโยผมรักคุณเป็นเรื่องจริง แต่ผมไม่มีโอกาสอีกแล้วลาก่อน ตลอดกาล............

 

วันต่อมา ฉันมานั่งรอนุน ที่เดิมเวลาเดิม แต่ก็ไม่มีวี่แววของเขาเลย ติดต่อไม่ได้อีกแล้ว 5 ชั่วโมงผ่านไป

ฉันไม่รออีกแล้ว ไอ้ตุ๊กตาหิมะบ้า  ฉันรีบบึ่งรถกลับบ้านน้ำตาก็หลั่งไหล ทำไมฉันต้องร้องไห้เพราะผู้ชายคนนี้อยู่เรื่อยไม่เข้าใจตัวเองจริงๆ

 

ฉันรีบเดินเข้าไปในบ้าน แต่ทว่า  สวัสดีค่ะ คุณลุงคุณป้า  ฉันกล่าวสวัสดีบุคคลที่นั่งอยู่ข้างหน้า

สวัสดีจ๊ะหนูวาโย  คุณป้ากล่าวตอบ ส่วนคุณลุงก็พยักหน้ารับ พวกเขาใส่ชุดสีดำสนิท ใบหน้าดูเศร้าหมองอย่างบอกไม่ถูก ฉันมองหาบุคคลที่น่าจะมาด้วยแต่ก็ไม่พบแม้เงา คิมนุนนายทำอะไรให้พ่อแม่เสียใจอีกแล้วล่ะสิ

วาโยมานั่งสิลูก  คุณแม่เรียกฉันในขณะที่คุณพ่อก็พยักหน้าย้ำ ฉันจำใจไปนั่งที่โซฟาข้างๆ คุณแม่  ทั้งที่ในใจอยากขึ้นห้องตัวเองใจจะขาด คุณป้าหรือคุณแม่ของนุนยื่นกล่องที่ขนาดพอๆ กับกล่องพัสดุขนาดกลางส่งให้ฉัน  อะไรเหรอคะ  ฉันถามขึ้น  พร้อมกับรับมันมา

จดหมายกับของขวัญที่นุนจะส่งให้หนูน่ะจ้ะ  คุณป้าบอกพร้อมกับยิ้มให้ฉันอย่างฝืนๆ ฉันหยิบของข้างในขึ้นมาดู มันเป็นจดหมายตั้งแต่เดือนที่แล้วหลังจากที่นุนบอกว่าจะกลับมาเมืองไทย

คุณป้าคะ แล้วนุนล่ะ  ฉันถามขึ้น คุณลุงคุณป้าหันมามองหน้ากัน คุณพ่อกับคุณแม่ฉันก็เช่นกัน นี่มันเกิดอะไรขึ้นเหมือนกับว่าฉันจะยังไม่รู้เรื่องอะไรบางอย่าง คุณป้าเม้มปากก่อนจะพูด

วาโยหนูทำใจดีๆ นะ  คุณป้าเอื้อมมือมากุมมือฉันแน่น จู่ๆ น้ำตาของคุณป้าก็ไหล คุณลุงที่นั่งอยู่ใกล้ๆ ได้แค่โอบคุณป้าไว้เป็นการปลอบขวัญ

นี่มันเกิดอะไรขึ้นคะ คุณลุง คุณป้า คุณพ่อ คุณแม่  ฉันหันไปมองแต่ละคน เสียงฉันเริ่มสั่นเครือใจคอไม่ดีเลย

นุนเขาจากพวกเราไปแล้วลูก  คุณป้าบอกฉัน เหมือนมีอะไรมาฟาดลงตรงหัวใจ

เขาจะไปไหนคะ เมื่อวานเขายังไปเดทกับหนูอยู่เลย เขาบอกว่าให้ไปเจอกันวันนี้อีกแต่เขาไม่ไปตามนัด  ฉันพูดได้แค่นั้น ก็ร้องไห้ฟูมฟายขึ้นมาเพราะอัดอั้นมานาน แม่หันมากอดฉันตอนนี้สภาพฉันคงไม่ต่างจากคนเสียสติ

นุนเสียแล้วลูก

เขาจากพวกเราไปเมื่อวานนี่เอง  คุณแม่กับคุณป้าบอกฉัน

นุนเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว ที่เขาต้องไปเกาหลีก็เพื่อไปรักษาตัว ป้ารู้ว่าเขาคงไม่อยากให้หนูรู้ วันที่เขาบอกว่าจะมาหาหนูเขาทรุดหนักนอนเป็นเจ้าชายนิทรากว่าเดือน ป้าก็ไม่คิดว่าเขาจะไปเร็วขนาดนี้  พูดจบคุณป้าก็ปล่อยโฮอีกครั้ง ฉันแทบไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน นี่มันคือความจริงทั้งหมดงั้นเหรอ

หนูเสียใจคะ ทำไมหนูไม่รู้อะไรเลย ถ้าหนูรู้เร็วกว่านี้ หนูคงไม่........  ฉันทนอยู่ตรงนี้ต่อไปไม่ไหวจึงลุกขึ้น วิ่งขึ้นห้องพร้อมกับกล่องจดหมาย ฉันร้องไห้เหมือนกำลังจะเป็นบ้า แล้วทรุดตัวลงนั่งข้างเตียง ถ้าฉันรู้เร็วกว่านี้ฉันคงไม่ทำตัวงี่เง้า และโทษนุนว่าเป็นคนหลอกลวงอยู่อย่างนี้ ฉันปาดน้ำตาและหยิบจดหมายของนุนมาอ่าน จดหมายฉบับสุดท้ายที่เขาเขียนถึงฉันแต่ไม่มีโอกาสได้ส่ง

 

....ผมไม่รู้ว่าจดหมายฉบับนี้วาโยจะได้อ่านก่อนที่ผมจะไปหา หรือว่าหลังจากที่ผมจะไปถึงแล้ว ผมคิดว่าจะสู้แต่ว่ามันไม่ไหวจริงๆ ขอโทษจริงๆ สิ่งเดียวที่ผมรู้คือผมรักคุณมาก มากจนไม่อยากให้คุณรู้ว่าตอนนี้ผมอ่อนแอ อ่อนแอจนต้องเดินจากคุณไป ผมเห็นแก่ตัวไปหรือเปล่า? ผมหวังว่าวาโยคงให้อภัยผม ผมรู้ดีว่าคุณคงจะเจ็บปวดกว่าผมหลายเท่า แต่ผมอยากให้คุณก้าวต่อไปแม้จะไม่มีผมแล้วก็ตาม ผมอยากเห็นรอยยิ้มที่สดใสของวาโยตลอดไป  พรุ่งนี้เราจะเจอกัน ที่รักของผม.....

ทำไม ทำไมถึงเจ็บปวดอย่างนี้ นายอยากให้ฉันขาดใจตายหรือไงเพลงๆ หนึ่งที่ดังมาจากห้องของอาโปมันยิ่งตอกย้ำความเจ็บปวด คิมนุนนายซ่อนน้ำตาเพื่อฉัน อ้อมกอดที่แสนอบอุ่นที่มอบให้ฉันทั้งๆ ที่นายอ่อนล้าไร้เรี่ยวแรง นายทำเพื่อฉันทุกอย่าง ฉันร้องไห้คร่ำครวญสักเท่าไรนายก็คงไม่ย้อนกลับมา แต่แม้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นเพียงคำล่ำลาพรุ่งนี้จะไม่มีนายอยู่เคียงข้าง รอยยิ้มของฉันก็จะมีเพื่อนายเสมอ ฉันจะเก็บนายไว้ในความทรงจำตลอดไป

........เหลือเพียงความรักที่ไม่มีเธอแล้ว เสียงหัวใจร่ำร้องเท่าไร เธอก็ไม่มีวันหวนคืน มีเพียงตัวฉันที่บอบช้ำ กับใจที่มันแทบสลาย ใช้ชีวิตทุกวันที่มี เพื่อรัก แค่เธอตลอดไป........แด่เธอที่รัก.......

                                                     

        (แรงบันดาลใจ ฟังเพลง แด่เธอที่รัก ของวง KLEAR ก็คิดอยากแต่งเรื่องนี้ขึ้นมาเลยค่ะ)

 

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ RIME จากทั้งหมด 13 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

3 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 2 กันยายน 2554 / 21:17

    ฟังเพลงด้วยอินมาก

    #3
    0
  2. #2 ตัง*
    วันที่ 24 ธันวาคม 2553 / 22:54
    ซึ้งมากค่ะ ไม่น่าต้องจากกันไปเลย



    สงสารคิมนุน สงสารวาโย



    T^T
    #2
    0
  3. #1 จีน
    วันที่ 20 สิงหาคม 2553 / 01:10
    มาอ่านแล้วนะจ๊ะ
    #1
    0