G&J Brothers น้องชายสุดเฟี้ยวกับพี่สาวสุดแบ๊ว

ตอนที่ 11 : Tell Them

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 273
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    13 ส.ค. 55

 



Tell Them

เย็นวันอังคารหลังจากเลิกเรียน ถึงแม้ผมจะมีนัดซ้อมเต้นกับบรรดาสมาชิกวง H-Beat แต่ผมก็ดันหลบหนีเพื่อนัดเจอกับใครคนหนึ่งที่ร้านคาเฟ่หน้ามหาวิทยาลัย ผมสั่งช็อกโก้ปั่นให้ตนเอง นั่งมองซ้ายทีมองขวาทีเพื่อหาคนที่ผมนัดไว้เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมงเขาก็ยังไม่มา ผมควรจะรอต่อไปดีไหมเนี่ย ระหว่างที่ผมกำลังชั่งใจอยู่นั้น.....

“จี”  ชายหนุ่มร่างสูงสวมแว่นตาดำกับหมวกทรงสูงอำพรางหน้าร้องทักผม ทำเอาผมอ้าปากค้างไม่ใช่เพราะเขาทักผมหรอกครับ แต่เพราะเขาสวมเสื้อเชิ้ตลายขาวดำซึ่งมันน่าจะเป็นลายเดียวกันกับม้าลาย ท่อนล่างเป็นกางเกงขาเดปสีแดงสดซึ่งคนปกติเขาไม่ใส่มาเดินกันหรอกครับ  “พี่แต่งขนาดนี้มาเดินเลยเหรอ”  ผมถามด้วยความคุ้นเคย 

“ฉันเพิ่งกลับจากทำงาน นายบอกให้รีบมาก็มาเลยนะเนี่ย ยังไม่ได้เปลี่ยนชุดเลย”  ชายหนุ่มกล่าวพร้อมกับนั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามผม ทำให้ผมไม่กล้าต่อว่าเรื่องที่เขามาสายเลยทีเดียว 

“มีเรื่องหรอ ถึงบอกให้รีบขนาดนี้”  ชายหนุ่มถาม 

“ก็ต้องมีอยู่แล้ว ถ้างั้นผมไม่กล้ารบกวนพี่หรอกครับ ว่าแต่ถอดแว่นกับหมวกออกก่อนเหอะ ผมอายเขา”  ผมบอก   “นายนี่เหมือนพี่สาวจริงๆ”  ชายหนุ่มกล่าวปนยิ้ม พลางถอดหมวกกับแว่นตาตามที่ผมบอก  

“ไม่ต้องพาดพิงเลย พี่จะสั่งอะไรหรือเปล่า”  ผมถามขึ้น 

“นั่นสิ”  ชายหนุ่มว่า แล้วหันไปกวักมือเรียกพนักงานเสิร์ฟ  “คาปูชิโน่ที่หนึ่งครับ จีเอาขนมเปล่า”  เขาหันมาถาม ผมส่ายหน้าเพราะรู้สึกจะอิ่มเจ้าช็อกโก้ปั่นแก้วบิ๊กไซส์ไปแล้วเรียบร้อย  “งั้นแค่นี้ล่ะครับ”  เขาบอกพนักงานเสิร์ฟ

“พี่ซีนยังไม่เห็นข่าวเหรอ”  ผมถามขึ้น ชายหนุ่มหันมามองหน้าผมอย่างงุนงง

“ข่าวอะไรอ่ะ ถ้าเป็นเรื่อง MV จะเริ่มโปรโมทอาทิตย์หน้า”  พี่ซีนพูดขึ้น  “โอ๊ย เรื่องนั้นผมรู้ครับ นี่ต่างหากธุระของผม”  ผมกล่าวพร้อมกับกางหนังสือพิมพ์กับนิตยสารรายปักษ์หน้าที่มีข่าวของเขาขึ้น  “มีคนแอบถ่ายจริงๆ ด้วย”  พี่ซีนพูดพร้อมกับยิ้มราวกับเป็นเรื่องที่น่ายินดี  “ดีใจออกนอกหน้าขนาดนี้ พี่ตั้งใจให้เขาถ่ายเหรอ”  ผมว่าพร้อมกับมองชายหนุ่มอย่างจะเค้นความจริง  “เปล่าๆ ไม่ใช่อย่างนั้น”   พี่ซีนรีบแก้ตัว 

“พี่เจเป็นไงบ้าง”  ชายหนุ่มปิดหนังสือแล้วรีบถามหาพี่สาวของผมทันที  “ก็สบายดีครับ แต่ถ้าเห็นหน้าพี่ พี่คงโดนเชือดแน่ๆ”  ผมว่า พี่ซีนยิ้มแหยๆ  เป็นขณะเดียวกันกับที่พนักงานนำกาแฟมาเสิร์ฟ ชายหนุ่มยกกาแฟขึ้นดื่มก่อนจะหันมาทางผมอีกครั้ง  “ฉันจะโดนพี่สาวเชือดเพราะข่าวเรื่องเดทนี่น่ะเหรอ”  พี่ซีนถามอย่างขำๆ 

“ไม่หรอกครับ อีกข่าวต่างหาก”  ผมบอกดูชายหนุ่มจะให้ความสนใจมากเขาจ้องหน้าผมอย่างอยากรู้  “ยังมีอีกเหรอ เรื่องอะไรอ่ะ”  พี่ซีนถามขึ้น  “พี่ตามจีบพี่สาวผมอยู่หรือเปล่า”  ผมถามสวนทันที ชายหนุ่มทำหน้างงๆ แต่ก็พยักหน้าในที่สุด  “อืม ฉันจีบพี่สาวนาย”  พี่ซีนยอมรับอย่างตรงไปตรงมาโดยไม่หลบสายตาผม แสดงว่ามีความจริงใจในระดับหนึ่งทำให้ผมยิ้มขึ้นมา 

“แล้วทำไมมีพี่ถึงมีข่าวจูบกับหญิงสาวนอกวงการได้ล่ะครับ”  ผมกล่าวด้วยความไม่พอใจ ชายหนุ่มถึงกับสำลักกาแฟที่กำลังดื่มแล้วหันมามองผมอย่างตกตะลึง 

“ฉะ ฉันเนี่ยนะ”  ผมส่ายหน้าแล้วเปิดข่าวหน้านั้นให้ชายหนุ่มดู 

“นี่มัน”  ทันทีที่ชายหนุ่มเห็นภาพก็เกิดอาการอ้ำอึ้ง 

“พี่จะแก้ตัวว่ายังไง”  ผมโผงขึ้น  “คือว่า...”  พี่ซีนพยายามจะพูดแต่ก็ชะงัก ผมก็แสดงละครตบตาคนได้เก่งเหมือนกันนะเนี่ย น่าจะเสนอชื่อตัวเองเข้าชิงตุ๊กตาทอง 

“ไม่ต้องมาอ้ำอึ้ง ผมไม่ซื่อบื้อขนาดจำพี่สาวตัวเองไม่ได้หรอกนะ”  ผมเฉลย เมื่อเห็นว่าพี่ซีนคงไม่พูดอะไรแน่ๆ

“นะ นายรู้เหรอ”  ชายหนุ่มดูจะตกใจยิ่งกว่าเดิมเสียอีก 

“พี่มีอะไรจะบอกผมหรือเปล่า”  

“ฉัน ไม่คิดว่ามันจะเป็นแบบนี้”   พี่ซีนพูดเสียงอ่อย

“นี่คือสิ่งที่พี่อยากจะบอกผมเหรอ”  ผมถามขึ้น รู้สึกว่าตอนนี้เริ่มจะไม่พอใจคำพูดของชายหนุ่มสักเท่าไร เขากล้าจูบพี่สาวผม แล้วเขาพูดได้แค่ไม่คิดว่ามันจะเป็นแบบนี้เนี่ยนะ

“.....” 

“วันนี้ผมคงเสียเวลาเปล่าสินะ”  ผมกล่าว แทนที่ผมจะได้ข้อมูลดีๆ แต่มันกลับยิ่งทำให้ผมรู้สึกหงุดหงิดเท่านั้น ผมบ้าหรือเปล่าที่มาถามเหตุผลที่ทำให้พี่ซีนต้องจูบพี่สาว ผมบ้าไปหรือเปล่าที่พยายามจะให้เขาปรับความเข้าใจกัน ไร้สาระสิ้นดี ผมลุกขึ้นไปจ่ายเงินค่าเครื่องดื่มของผมที่หน้าเคาน์เตอร์โดยไม่สนใจแม้แต่จะหันไปมองชายหนุ่ม แล้วผมก็ออกจากร้านคาเฟ่ ตอนนี้ผมกำลังโกรธ

“เดี๋ยวจี เฮ้ย ! ฟังก่อนสิ”  ชายหนุ่มเดินตามผมมาติดๆ เขาคว้ามือผมไว้ 

 “พี่ไม่ต้องมาจับผมเลย”  ผมว่าพร้อมกับสลัดมือออก แต่หนุ่มร่างสูงกลับเดินเข้ามากอดคอผมแทน 

“ก็นายเล่นหนีมาดื้อๆ ให้ทำไงล่ะ”  พี่ซีนกล่าวด้วยใบหน้าเรียบๆ ราวกับว่ามันไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมหลับตาลงพยายามข่มอารมณ์โกรธเอาไว้ นี่ผมคงคิดวุ่นวายไปเองสินะ พี่เขาไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรเลยสินะ

“นั่น ซีนใช่ไหม”   มีหญิงสาวกลุ่มหนึ่งกำลังซุบซิบกัน แต่จะเรียกว่าซุบซิบกันก็อาจจะแปลกเพราะมันดังเสียจนผมได้ยิน  “แล้วก็น้องคนที่เป็นข่าวกันคราวก่อน”

“ใช่ๆ ที่ชื่อจีน่ะ ฉันจำได้”

“ดูท่าจะงอนกัน”

“งอนเหรอ ?”  ผมทวนคำพูดของผู้หญิงคนนั้น แล้วหันไปมองหน้าชายหนุ่มที่กอดคอผมอยู่ 

“สงสัยเพราะข่าวแน่เลย”  ผู้หญิงกลุ่มนั้นพูดต่อ (ข่าวอะไรเอาให้เคลียร์นะครับ)

“ถ้างั้นเรื่องที่ซีนคบกับผู้หญิงก็โกหกน่ะสิ”  โวะ ช่างคิดได้ ผมรีบเอามือพี่ซีนที่พาดคอผมออกทันที ให้ตายสิชอบนักนะไอ้เรื่อง YY เนี่ย 

“ผมจะกลับบ้านแล้ว... ช่วยหาคำอธิบายดีๆ กว่านี้หน่อยก็แล้วกัน”  ผมบอกอย่างหัวเสีย 

“อธิบายเรื่องจูบ... อธิบายให้นายฟังน่ะเหรอ”  ชายหนุ่มถามขึ้นนัยน์ตาเจ้าเล่ห์

“ที่จริงผมก็อยากรู้นะ”  อ้าว ! เฮ้ย ! มันใช่เวลาไหมล่ะ  “ไม่ใช่ ผมหมายถึงพี่เจต่างหาก ผมไม่รู้หรอกนะว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่ว่าพี่เจคงสะเทือนใจมาก (หรือเปล่า) แล้วพี่ดันมาบอกว่าไม่คิดว่าจะเป็นแบบนั้น ผมว่ามันไม่ใช่ลูกผู้ชาย”  ผมบอกอย่างหนักแน่น ชายหนุ่มยิ้มให้จางๆ เห็นแบบนี้แล้วผมคงไม่ต้องพูดอะไรอีก แต่พอผมขยับตัวจะเดินออกจากตรงนั้น

“จีเดี๋ยวพี่ไปส่ง”  พี่ซีนบอก  “ไม่เป็นไรครับ พี่เพิ่งกลับจากทำงานรีบกลับบ้านไปพักผ่อนดีกว่า”  ผมหันกลับไปปฏิเสธ  “ไปทางเดียวกันนี่หน่า”  พี่ซีนแย้ง  “คนละทางเลยครับ”  ผมบอก ชายหนุ่มถึงกับยิ้มแหยอย่างยอมจำนน

 

วันศุกร์ผมกลับถึงบ้านในเวลาเกือบๆ จะสองทุ่มเนื่องจากต้องไปซ้อมเต้นกับเพื่อนๆ เพื่อชดเชยวันเสาร์ – อาทิตย์ที่ทุกคนต่างติดธุระ ขณะที่ผมกำลังจะก้าวเท้าเข้าบ้าน หญิงสาวร่างเล็กผู้บอบบางก็โผล่พรวดออกมาตรงประตู

“ตัวจี”  พี่เจนั่นเอง

“โวะ ตกใจหมดเลย”  ผมว่าพลางเอามือจับหน้าอก เมื่อไรพี่เจจะเลิกเล่นแบบนี้กับผมสักทีหัวใจจะวาย

“เห็นข่าวนี่ยัง”  พี่เจยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้ผม  “ในเน็ตลงให้ว่อน มีคนโพสเต็มไปหมดเลย”  กระดาษแผ่นนั้นมีรูปผมกับรูปพี่ซีนหน้าตรง พร้อมกับรูปถ่ายคู่ ไม่ว่าจะเป็นตอนนั่งดื่มเครื่องดื่ม เดินกอดคอ ฯลฯ ซึ่งผมจำได้ว่า เป็นขณะที่เราเจอกันที่ร้านคาเฟ่หน้ามหาวิทยาลัย เรียกว่าถ่ายได้ดูสนิทสนมทุกอิริยาบถ ทั้งที่จริงก็แค่ไปดื่มกาแฟ แถมเนื้อหาที่โพสก็ไม่หนีเรื่องชายรักชาย รักสามเศร้า ของเขา เธอ และผม โอ้ย ! อยากจะบ้าตาย มีข่าวลงเน็ตขนาดนี้นิตยสารก็ไม่ต้องไปดูมันแล้วละมั้ง  

“ทำไมเป็นแบบนี้อ่ะ”   ผมโพล่งขึ้น 

“ก็นั่นน่ะสิ แล้วนายไปเจอหมอนั่นทำไมล่ะ”  พี่เจกล่าว ด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกว่าไม่พอใจนัก 

“นี่พี่สาวจะดุผมทำไมเนี่ย แค่นี้ผมก็ปวดหัวจะแย่อยู่แล้วยังจะมาซ้ำเติมอีก”

“งั้นก็เลิกยุ่งกับหมอนั่นซะ”

“พี่เจอ่ะ”  ผมขึ้นเสียงโดยอัตโนมัติ ทำไมพักนี้ผมอารมณ์ขึ้นง่ายจัง

“ทำไม ? เดี๋ยวนี้ไม่เชื่อฟังพี่สาวแล้วเหรอ”

“เชื่อก็ได้”  ผมยอมจำนน

“ดี”  หญิงสาวว่าแล้วเดินขึ้นห้องไป  ผมได้ยินเสียงรถจอดเทียบที่หน้าบ้าน จึงรีบออกไปดูว่ามีใครมาที่บ้านในเวลานี้  ผมถึงกับตะลึงเมื่อเห็นรถสีดำที่คุ้นตา ชายหนุ่มร่างสูงหน้าตาดีเดินลงจากรถ ผมรีบพาร่างวิ่งไปเปิดประตูให้ชายหนุ่มเข้ามา

“พะ พี่ซีนมาได้ไง”  ผมถามอย่างตะกุกตะกัก 

“ก็ฉันโทรหานายก็ไม่รับ ฉันก็เลยมานี่ไง”  ชายหนุ่มบอก  “รีบเข้าบ้านก่อนเถอะฝนลงเม็ดแล้ว”  พี่ซีนว่า ผมจึงนำทางชายหนุ่มเข้ามาในบ้าน  “พี่นี่กล้ามากเนอะ อยากตายมากน่ะสิ”  ผมกล่าวยิ้มๆ 

“นั่นคำอวยพรของนายเรอะ”  

“เรื่องก่อนพี่ก็ยังไม่เคลียร์ มีเรื่องใหม่มาอีกแล้ว”  ผมว่า พร้อมกับยื่นกระดาษที่เกือบจะทำให้ผมทะเลาะพี่สาวให้พี่ซีน เมื่อได้เห็นรูปและข้อความชายหนุ่มถึงกับยิ้มอย่างขำๆ  “ในเน็ตนี่แรงกว่านิตยสารอีกนะ”  พี่ซีนว่า 

“อย่าทำเป็นเล่นน่า ผมซีเรียสนะ”  ผมว่าเสียงดุ  “ก็จะเคลียร์อยู่นี่ไง แล้วพี่สาวนายล่ะ”  ชายหนุ่มถามพลางส่ายตาหาหญิงสาว  “อยู่บนห้องครับ”  ผมตอบ แต่สิ้นเสียงผม คนที่พี่ซีนถามหาก็มาปรากฏตัว 

“ใครมาเหรอจี”  พี่เจถามเสียงใส แต่เมื่อหันมาเจอกับชายหนุ่มที่ยืนยิ้มโบกมือให้เธอถึงกับถลึงตาใส่ทันที

“นาย !!!”  หญิงสาวว่า พร้อมกับชี้มาทางชายหนุ่ม 

“สวัสดีครับ” 

“ไล่เขาออกไปเลย บ้านนี้ไปตอนรับหมอนี่”  พี่เจกล่าวเสียงกร้าว 

“ได้ไงกันครับ”  พี่ซีนว่าท่าทางขึงขังไม่แพ้กัน   

“นายมีสิทธิ์จะมาขึ้นเสียงกับฉันหรือไง”  พี่เจแว้ดใส่ 

“เปล่านะครับ”  พี่ซีนรีบโบกมือปฏิเสธ “ผมก็แค่จะมาอธิบายให้พี่เข้าใจต่างหาก”  ชายหนุ่มบอก 

“เรื่องอะไร”  หญิงสาวถามขึ้นน้ำเสียงไม่ได้ต่างจากเดิมสักเท่าไร 

“ก็เรื่อง...”  พี่ซีนไม่พูดต่อแต่เอามือแตะปากตัวเอง พี่เจถึงกับชะงัก 

“เรื่องมันผ่านมาจะเป็นชาติอยู่แล้ว ไม่ต้องมาอธิบายหรอก ยังไงนายมันก็พวกฉวยโอกาสอยู่แล้ว”   พี่เจบอกดูเหมือนหญิงสาวจะหน้าแดงขึ้นมาทันที คงเพราะความเขินและโกรธที่ท่วมท้น ผมคิดว่า เหอ เหอ

“ไม่ใช่นะครับเรื่องนั้นผมอธิบายได้ พี่สาวไม่ยอมฟังผมเลยต่างหาก” 

“พอที ฉันไม่อยากฟังคำแก้ตัว ไสหัวของนายกลับไปได้แล้ว”

“พี่เจแรงไปหรือเปล่า”  ผมที่ยืนฟังอยู่นานกล่าว 

“ตัวจีนายเป็นน้องชายฉันหรือเปล่า พี่สาวนายถูกข่มเหงนะ”  พี่เจหันมาต่อว่า อะไรนะ ผมเห็นพี่เจว่าพี่ซีนฉอดๆ ต่างหาก  “ผมเปล่านะ”  พี่ซีนรีบปฏิเสธ ท่าทางจะร้อนตัวนะเรา  “หุบปากไปเลย”  พี่เจตอกกลับทันควัน เรื่องมันชักจะวุ่นวายเข้าไปใหญ่  “พอทีเถอะครับ ค่อยๆ พูดค่อยจากันสิ”  ผมตะโกนสุดเสียง รู้สึกว่าเสียงฝนก็เริ่มดังขึ้นเหมือนกัน 

“ผมคิดว่าเดทครั้งที่แล้วจะทำให้พวกพี่ปรับความเข้าใจกันได้เสียอีก ทำไมมันยิ่งร้ายแรงขึ้นล่ะครับ”  ผมกล่าว แล้วหันมาทางหญิงสาวที่ยืนหน้าบึ้งอยู่  “พี่เจ นักจิตฯ เขาไม่อคติและต้องรับฟังคำพูดของคนอื่นไม่ใช่เหรอ”  ผมถาม “ฉันเป็นนักเขียนต่างหาก”  หญิงสาวบอก ผมหันไปมองเธออย่างดุๆ  “หมอนี่ไม่ใช่คนไข้ฉันสักหน่อย”  เธอว่าเสียงอ่อย แต่ผมไม่ได้สนใจ แล้วหันมาทางชายหนุ่มบ้าง 

“พี่ซีนเป็นไอดอลที่อัธยาศัยดี หาทางคุยกันเองก็แล้วกัน”  ผมบอกแล้วเดินเลี่ยงออกมา นี่เป็นสิ่งที่ผมทำได้ หวังว่ามันคงจะทำให้ทั้งคู่พูดคุยกันดีๆ ได้นะ แต่ผมก็ไม่ได้หนีออกมาเสียทีเดียว ผมยังแอบอยู่ที่มุมบันได เพื่อจะได้เข้าไปห้ามเวลาทั้งคู่ทะเลาะกัน อีกอย่างผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าพวกเขาจะปรับความเข้าใจกันได้หรือเปล่า อย่าหาว่าผมแอบฟังนะครับ เรียกว่าผู้สังเกตการณ์จะดีกว่า เหอ เหอ

“พี่ครับ” พี่ซีนเรียกพี่เจ หญิงสาวหันไปมองชายหนุ่ม

“จะอธิบายอะไรก็ว่ามา”  หญิงสาวว่าก่อนจะนั่งลงที่โซฟาวางท่าราวกับนางพญา  “นี่เพราะจีหรอกนะ ไม่งั้นฉันไม่ยอมฟังนายแน่”  พี่เจบอก พี่ซีนมองหญิงสาวยิ้มน้อยๆ ก่อนจะนั่งลงที่โซฟาเดี่ยวใกล้ๆ กับเธอ ผมแอบยิ้มนิดๆ นี่พี่สาวผมเห็นแก่ผมเลยนะ  

“พี่โกรธหรือเปล่าที่ภาพนั้นมันแพร่ออกมา”

“นายคิดว่าฉันโกรธเพราะรูปภาพหรือไง”  พี่เจหันไปมองชายหนุ่มท่าทางไม่พอใจ 

“ผมขอโทษ”  ชายหนุ่มไม่ว่าเปล่ายื่นมือมาจับมือพี่สาวผมด้วย หมอนี่ปากว่ามือถึงจริงๆ แต่ดีที่พี่สาวผมสลัดออกไม่งั้นผมนี่แหละจะเดินไปแกะออกเอง 

“ไม่ต้องยื่นมือมา อยู่ห่างๆ เลยนายน่ะ”  หญิงสาวว่าเสียงดุ  “แค่คำว่าขอโทษของนายฉันได้ยินมาจนเบื่อแล้ว”  เธอกล่าว สายตาที่มองชายหนุ่มราวกับจะฉีกเนื้อกินได้  “ทางที่ดีนายควรอยู่ห่างๆ ฉันกับจีจะดีที่สุด ตอนนั้นฉันอาจจะยกโทษให้ก็ได้”  หญิงสาวกล่าว แล้วลุกขึ้นยืน 

“ผมไม่ได้ตั้งใจพี่ก็รู้”  ชายหนุ่มโพล่งขึ้นมาบ้าง พร้อมกับคว้ามือหญิงสาวไว้  “นี่นาย”  หญิงสาวหันกลับมามองด้วยความไม่พอใจ  “ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้”  เธออกคำสั่ง  

“ผมไม่ปล่อย วันนั้นผมไม่ได้ตั้งใจเดินชนพี่ แล้วก็ไม่ได้ตั้งใจจะจับ...”  ชายหนุ่มพูดแล้วหยุดชะงักแต่สายตามองต่ำกว่าช่วงกระดูกไหปลาร้าของหญิงสาว  “ไอ้ลามก”  พี่เจว่าพร้อมง้างอีกมือจะฟาดไปที่ชายหนุ่มแต่ร่างสูงก็คว้าไว้ได้ก่อนที่มันจะลงที่หน้าของเขา ทำให้หญิงสาวยิ่งเดือดดาลเข้าไปอีก 

“ผมขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจ แต่เรื่องจูบ”  ชายหนุ่มพูดขึ้น  “นี่หยุดนะ”  หญิงสาวแผดเสียง แต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้สนใจ  “ความจริง ผมตั้งใจจูบพี่นะ”  ร่างสูงกล่าว หญิงสาวถึงกับอึ้งจนพูดไม่ออก อย่าว่าแต่พี่เจผมก็ตกอยู่ในสภาพค้างเช่นกัน นี่พี่ซีนตั้งใจจูบพี่สาวผมจริงๆ เหรอ โอ้ พระพ่อเจ้า พระแม่เจ้า

“นี่นายบอกว่านายตั้งใจจูบฉันอย่างนั้นเหรอ”  หญิงสาวตวาดขึ้นมา พร้อมกับผลักชายหนุ่มอย่างเต็มแรง 

“ทีแรกผมก็แค่อยากแกล้งเด็กผู้หญิงดื้อรั้นคนหนึ่งเท่านั้นแหละ แต่พอเอาเข้าจริงริมฝีปากพี่มันก็ชวนให้ผมอยากจูบจริงๆ ขึ้นมา ผมก็เลย...”  พี่ซีนบอกพร้อมกับสบตาหญิงสาวจนเธอหน้าแดงขึ้นมา 

“นายกล้าดียังไงมาทำกับฉันแบบนี้ นายนี่มัน...”  เธอว่าแต่ก็หยุดไว้แค่นั้น

“ผมคิดว่ามันคงจะดีถ้าได้จูบกับคนที่ถูกใจ” 

“นายทำแบบนี้กับทุกคนที่นายถูกใจงั้นเหรอ”  พี่เจว่าเสียงเกรี้ยว ตอนนี้เธอกำลังจะร้องไห้ น้องชายอย่างผมควรจะทำยังไงดี  “ไม่ใช่นะ ผมหมายถึงพี่เท่านั้น”  พี่ซีนบอก พี่เจพยายามข่มอารมณ์ แล้วจะเดินหนี แต่ชายหนุ่มกลับเข้ามาโอบกอดเธอจากด้านหลังโดยที่หญิงสาวไม่ทันตั้งตัว ผมล่ะอยากจะเข้าไปชกหน้าเขาจริงๆ แต่ต้องอดใจไว้ก่อน 

“พี่ครับผมชอบพี่ตั้งแต่วันนั้น และผมก็ไม่อยากให้พี่หลุดมือผมไป ผมรู้ว่ามันผิดที่ทำอะไรเกินเลย จนไม่น่าให้อภัย แต่ผมขอแค่อย่าเมินผมแบบนี้เลย... จะได้ไหม”  พี่ซีนกล่าวขึ้นมา  “ปล่อย”   หญิงสาวกล่าวขึ้นมาด้วยเสียงสั่นเครือแต่มันฟังดูหนักแน่นพอที่จะทำให้ชายหนุ่มคลายกอดจากหญิงสาว เมื่อเป็นอิสระเธอก็เดินลอยๆ ขึ้นไปบนชั้นสองราวกับคนไร้วิญญาณ พี่ซีนถึงกับทรุดตัวลงที่โซฟาดูเหมือนว่าชายหนุ่มจะเสียใจกับสิ่งที่ได้ทำลงไปไม่น้อย เพราะอยู่ๆ น้ำตาของเขาก็ไหลออกมา ผมมองไปบนชั้นสอง แล้วหันมามองพี่ชายที่นั่งอยู่ก่อนจะตัดสินใจไปนั่งกับเขา

“พี่ไม่เป็นไรนะ ?”  ผมถามทั้งๆ ที่เห็นว่าชายหนุ่มกำลังร้องไห้ถึงจะไม่มีเสียงสะอื้นก็เหอะ แต่น้ำใสๆ ที่ไหลอาบแก้มมันก็ฟ้อง  “ขอโทษนะ ฉันทำให้เกิดเรื่องอีกแล้ว”  พี่ซีนกล่าว 

“พี่ไม่ต้องมาขอโทษผมหรอกไว้ขอโทษพี่สาวโน่น กะจะให้มาปรับความเข้าใจกันกลับมาทะเลาะกันซะนี่”  ผมว่า ชายหนุ่มยิ้มออกมาจางๆ  “ที่บอกว่าพี่ตั้งใจจูบพี่เจล่ะ”  ผมถามขึ้นมากะทันหัน ทำให้ชายหนุ่มหันมามองผมอย่างสงสัย  “ผมแอบฟัง”  ผมยอมบอกความจริงไปโดยเร็ว 

“ฉันคิดว่าเธอเด็กกว่าฉันเสียอีก ตัวก็เล็กดูน่ารักแต่สายตาที่มองมาราวกับนางพญา ไม่ยอมใครง่ายๆ ตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็นเลยล่ะ ทีแรกฉันตั้งใจจะแกล้งให้เธอกลัวแต่ฉันดันอยากจูบจริงๆ ขึ้นมาก็เลย...”  พี่ซีนบอกและละไว้ในฐานที่เข้าใจ พลางเอามือปาดแก้มเช็ดน้ำตา 

“นี่เหรอเหตุผลที่พี่ทำแบบนั้นน่ะ ให้ผมชกพี่เลยดีมั้ย”  ผมบอกอย่างเอาเรื่อง 

“ฉันก็ไม่ได้เป็นคนดีอะไรนี่น่า ถ้าเจอคนที่ถูกใจฉันก็ไม่ฝืนใจตัวเองหรอก”  ชายหนุ่มบอกอย่างหน้าตาเฉย 

“แล้วพี่ก็ฝืนใจคนอื่นเนี่ยนะ”  ผมพูดรู้สึกฉุนกึกขึ้นมาทันที 

“เปล่านะ ฉันรู้สึกว่าเขาคือคนที่ใช่ต่างหาก”  

“พี่ก็เลยจูบเธอ พี่นี่บ้าของแท้เลย แล้วคิดว่าผู้หญิงเขาจะประทับใจหรือไง”  ผมตำหนิ มันน่าโมโหไหมล่ะ 

“ก็ฉันถึงได้พยายามไม่ปล่อยให้เธอหลุดมือไง”  ชายหนุ่มบอกด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น 

“โวะ พี่นี่สุดยอดเลยอ่ะ ผมอยากชกพี่จริงๆ”

“จะชกเลยก็ได้นะ”

“ไว้ให้พี่เจจัดการเหอะ”  ผมบอกชายหนุ่มถึงกับยิ้มแหย แล้วผมก็นึกอะไรขึ้นมาได้ถึงขนาดชี้หน้าพี่ซีนเลยทีเดียว  “อ๋อ ! ผมนึกออกแล้วตอนที่เราถ่ายโฆษณาเยลลี่ ที่พี่แสดงท่าทางไม่พอใจผมเพราะพี่คิดว่าผมเป็นแฟนพี่เจสินะ”  ผมว่า ชายหนุ่มพยักหน้ายอมรับอย่างไม่อ้อมค้อม

“ที่จริงฉันเขม่นนายตั้งแต่วันแรกที่เจอกันแล้ว”

“ห้ะ ?”

“ฉันไม่พอใจที่เธอไปรอนาย ไม่พอใจที่เธอยอมให้นายกอด ไม่พอใจที่เธอพับแขนเสื้อให้นาย ตอนเก็บกระเป๋าสตางค์นายได้ฉันคิดจะโยนทิ้งไปด้วยซ้ำ ถ้าพี่ลีน่าไม่เห็นเสียก่อน”  ชายหนุ่มพูดอย่างหมดเปลือก

“โฮะ ขนาดนั้นเลย มิน่าตอนนั้นผมถึงรู้สึกว่ามีคนแอบมอง ผมไม่ได้คิดไปเองจริงๆ ด้วย... แล้วพี่ไม่คิดจะถามผมก่อนเลยหรือไง คิดเอง เออเอง เขม่นเอง บ้าหรือเปล่า”  ผมต่อว่าอย่างอดรนทนไม่ไหว

“ก็ตอนนั้นมันโกรธหนิ”  พี่ซีนเถียง

“เหรอ ผมว่าพี่เจไร้เหตุผล แต่พี่นี่โคตรไร้เหตุผลเลยอ่ะ”

“ขอโทษก็แล้วกัน ต่อไปนี้ฉันจะมีเหตุผล จะไม่ใช้อารมณ์อีกแล้ว”

“ให้มันจริงเหอะ”  ผมว่าอย่างไม่ค่อยจะเชื่อสักเท่าไร ชายหนุ่มยิ้มจางๆ อย่างสำนึกก่อนจะลุกขึ้น 

“เฮ้ๆ พี่จะไปไหน ฝนยังไม่หยุดตกง่ายๆ หรอก ท่าทางจะตกแรงทั้งคืน”  ผมบอก ชายหนุ่มมองออกไปทางหน้าต่าง 

“แต่ฉันควรจะกลับได้แล้ว”  ชายหนุ่มบอก ดูสีหน้าเขาไม่ค่อยจะดีสักเท่าไร 

“วันนี้พี่นอนที่นี่ดีกว่านะครับ ออกไปตอนนี้ถนนคงลื่นถ้าเกิดอุบัติเหตุจะทำไง”  ผมบอก พี่ซีนดูลังเล แต่ผมก็คะยั้นคะยอจนชายหนุ่มยอมนอนที่นี่จนได้ ที่จริงผมก็ไม่อยากทำแบบนี้เพราะมันเป็นการบั่นทอนสวัสดิภาพของผม (จากพี่สาว) ไม่น้อย แต่จะทำไงได้ก็ฝนมันตกหนัก แถมจิตใจพี่ชายคนหล่อก็ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก จนผมไม่กล้าให้เขากลับไปตอนนี้ ถ้าเกิดพี่เขาเกิดอุบัติเหตุเป็นอะไรขึ้นมา ผมกับพี่เจต้องรู้สึกแย่กว่านี้แน่ๆ (หวังว่าผมคงจะคิดถูกนะ).....

“นี่เสื้อผ้าครับ ส่วนห้องน้ำอยู่ทางโน้น”  ผมชี้บอก 

“นั่นห้องพี่สาวนายเหรอ”  พี่ซีนชี้ไปทางห้องที่ประตูด้านหน้ามีแผ่นป้ายรูปหมีที่ทำด้วยไม้แปะอยู่ 

“ครับ อย่าเผลอเข้าผิดล่ะ”  

“ถ้าฉันเข้าผิดล่ะ”  พี่ซีนหันมาบอกนัยน์ตาเจ้าเล่ห์ 

“ก็เชิญเตรียมตัวตายได้เลย”  ผมบอกพร้อมกับยิ้มอย่างท้าทาย 

“พูดอย่างนี้ใครจะกล้าเข้าไปเล่า” 

“ไปอาบน้ำเถอะครับ”  ผมกล่าว ชายหนุ่มเดินไปที่ห้องน้ำแต่สายตายังคงมองที่ห้องของพี่เจอย่างเศร้าๆ ระหว่างพี่ซีนกับพี่เจผมควรจะสงสารใครดี ตอนนี้ผมยังคิดไม่ตกเลยจริงๆ 

 

สายของวันรุ่งขึ้นขณะที่ผมกำลังดูรายการทีวีในวันหยุด  “ตัวจี หมอนั่นยังไม่กลับอีกเหรอ”  พี่เจพูดขึ้นเมื่อเห็นร่างพี่ชายนักร้องยืนบิดซ้ายบิดขวาอยู่ตรงหน้าบ้าน  “พี่เขาจะอยู่ทานข้าวที่นี่ก่อนน่ะ”  ผมบอกพลางเปลี่ยนช่องทีวี หญิงสาวหน้ามุ่ยขึ้นมาทันที

“บ้านเราไม่ใช่โรงแรมสักหน่อย ค้างคืนยังต้องเตรียมอาหารเช้าให้อีก”  พี่สาวบ่น 

“แล้วพี่จะไปไหน เลิกเสียใจแล้วเหรอ”  ผมถามขึ้นเมื่อสังเกตเห็นพี่สาวแต่งตัวแปลกกว่าปกติ มัดผมสูง ใส่เสื้อกล้ามสีเหลืองสดตัวยาวมีเสื้อกั๊กยีนสวมทับ กับกางเกงขาเดปสีซีด พร้อมออบชั่นเครื่องประดับโรเดียมสุดเฉียว 

“ไปทำงาน ส่วนเรื่องไม่เป็นเรื่องฉันไม่ใส่ใจหรอก”  พี่เจบอก และดูเหมือนจะเสียงดังจนพอที่จะเหน็บแนมชายหนุ่มที่อยู่หน้าบ้านได้สบายๆ

“ไม่ใช่ไปตามหนุ่มๆ เกาหลีเหรอ”  ผมกล่าวอย่างรู้ทัน  “ตาบ้านี่รู้แล้วยังจะมาถามอีก”  พี่เจว่าหน้ามุ่ย 

“ไปล่ะเดี๋ยว อีฟจะรอนาน”  เธอว่าแล้วรีบออกไป เป็นขณะเดียวกันกับที่พี่ซีนเดินเข้ามาทำให้สองคนเดินสวนกัน พี่เจเดินชนชายหนุ่มไปหน้าตาเฉย พี่สาวผมนี่ทำตัวไม่น่ารักเอาซะเลย

“พี่สาวนายนี่ร่าเริงแบบนี้ตลอดเลยเหรอ”  พี่ซีนหันมาถามผม 

“ก็นะ”  ผมยิ้มแหย

 

เวลาผ่านมาจนกระทั่งเลยเที่ยงวัน ผมนั่งทำรายงานสุดน่าเบื่อแล้วหันไปมองชายหนุ่มร่างสูงที่นอนเอกเขนกอ่านนิตยสาร (ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนิตยสารเอเชี่ยนของพี่เจ) อยู่บนโซฟาตรงข้ามกับผม โดยไม่มีทีท่าว่าเขาจะกลับบ้านแต่อย่างไร จนผมชักจะสงสัยว่าตัวเองคิดถูกหรือผิดที่บอกให้ชายหนุ่มค้างที่บ้านเพราะดูเหมือนว่าเขาจะทำตัวเป็นเด็กติดสถานที่ขึ้นมากะทันหันเสียแล้ว  

“พี่ไม่คิดจะกลับบ้านหรือไง”  ผมถามขึ้น 

“ไม่เอาอ่ะ ตอนนี้นักข่าวคงดักรออยู่ที่บ้านแล้ว”  ชายหนุ่มบอก 

“เลยจะหลบอยู่ที่นี่”   

“ยังไม่รู้ด้วยว่าจะอธิบายยังไงให้คุณศศิธรกับคุณเรืองวุฒิเข้าใจ”  คุณศศิธรนี่คุณแม่ ถ้าเดาไม่ผิดคุณเรืองวุฒิของพี่ซีนก็ต้องเป็นคุณพ่อ 

“แล้วพี่ซีนไปจับหน้าอกพี่สาวผมจริงๆ เหรอ”  ผมถามเรื่องนี้ขึ้นมาจนได้ พี่ซีนถึงกับยิ้มแหยดูเหมือนชายหนุ่มจะหน้าแดงขึ้นมาทันที  “เลิกพูดเรื่องนี้เหอะ ฉันว่าเราไปเที่ยวกันดีกว่า”  ชายหนุ่มรีบเปลี่ยนเรื่องอย่างรวดเร็ว

“พี่ลืมไปแล้วเหรอ ว่าเรามีข่าวกันอยู่”  ผมเตือนสติ 

“เรื่องเกย์น่ะเหรอ”  พี่ซีนพูดปนหัวเราะราวกับเป็นเรื่องสนุก 

“เลิกพูดเรื่องนี้เหอะขนลุก”  ผมว่า หน้ามุ่ยแล้วหันมาทำรายงานต่อ 

“เป็นแฟนกับฉันดีจะตาย”  

“ลองเอาไปพูดกับพี่เจนะครับ” 

“งั้นมาลองดูกับนายก่อนม่ะ”  พี่ซีนโน้มตัวเข้ามาหาผม เล่นเอาผมผงะ 

“เฮ้ย จะบ้าหรอ พี่อย่ามาล้อเล่นนะ”  ผมว่า อย่างตกใจ  “มาให้พี่กอดหน่อยนะจี”  พี่ซีนไม่ว่ายังทำท่าจะเข้ามากอดผมให้ได้ ผมรีบวิ่งหนี แต่ชายหนุ่มก็วิ่งไล่ เกิดบ้าอะไรขึ้นมาอีกล่ะเนี่ย 

“ไอ้พี่ซีน”  ผมพยายามหลบชายหนุ่ม แต่ขณะที่ผมวิ่งชายหนุ่มก็ดันมาดักข้างหน้าไม่ทันระวังผมสะดุดล้มไปทับร่างชายหนุ่มอย่างไม่ตั้งใจ 

“ฮะ ฮ่าๆๆ สมน้ำหน้า เจ็บหรือเปล่าเนี่ย”  ผมว่าพลางหัวเราะพลาง แต่ก็ช่วยพยุงชายหนุ่มให้ลุกขึ้น 

“ฉันไม่เป็นไร”  พี่ซีนว่าพลางหัวเราะเช่นกัน ระหว่างที่เราหัวเราะกันสายตาของผมก็หันไปเจอกับคนสองคนที่จ้องมาทางเราด้วยอาการตะลึงงันอ้ำอึ้งทั้งคู่ 

“นั่นลูกชายเราเหรอ”  ชายวัยกลางคนผิวสองสีรูปร่างผอมสูงหันไปถามหญิงวัยกลางคนร่างท้วมที่ยืนอยู่ข้างๆ  “ไม่รู้เหมือนกัน แม่ไม่ได้ใส่แว่นมา”  หญิงผู้นั้นตอบ 

คุณเจต คุณจรรยา”  ผมยิ้มแหย พี่ซีนหันไปมองคนทั้งสองแล้วหันมามองผม 

“นี่ลูกทำอะไรกันนะ !!!”  ทั้งคู่โผงขึ้นพร้อมกัน ลางไม่ดีอีกแล้ว~~

 

“พ่อครับ แม่ครับ ผมไม่ได้เป็นอย่างที่คิดนะผมสาบานได้”  ผมพยายามอย่างหนักเพื่ออธิบายสิ่งที่เกิดให้พ่อกับแม่ฟัง  “เป็นเด็กเป็นเล็กมาสาบงสาบานมันใช้ได้ที่ไหน”  คุณเจตผู้เป็นพ่อตำหนิขึ้นมา  “นายมีอะไรจะพูดหรือเปล่า”  ชายวัยกลางคนหันไปถามพี่ซีนที่นั่งยิ้มเจื่อนอยู่ข้างๆ ผม  “ผมก็ไม่ได้เป็นอย่างว่านะครับ”  พี่ซีนบอก 

“แล้วทำไมต้องทำท่าจะกอดกัน แล้วที่ลงไปนอนกันเมื่อกี้...”  คุณจรรยาผู้เป็นแม่ยังพูดไม่จบผมก็สวนทันที      “ผมก็แค่ล้อเล่นกันครับแม่”  ผมบอก  “นี่ที่เป็นข่าวกันไม่พออีกหรอ”  พ่อโผงขึ้นทำเอาผมกับพี่ซีนสะดุ้ง นี่รู้กันด้วยเหรอ จริงสิพ่อชอบดูข่าวนี่หน่า ดูมันทุกข่าวจริงๆ ไม่มีข่าวไหนเล็ดลอดการติดตามข่าวของพ่อไปได้ ที่มาไม่บอกไม่กล่าวก็เพราะเรื่องนี้สินะ  “ก็บอกว่าไม่ใช่ไงครับ”  ผมพูดเสียงอ่อย  “แล้วพี่สาวลูกไปไหนเสียล่ะ”  แม่ถามขึ้นมาบ้าง

“พี่เจ ไป...”  ผมไม่รู้ว่าจะบอกว่ายังไงดีได้แต่อ้ำๆ อึ้งๆ จนพ่อรำคาญ  “เออ ช่างเหอะ ว่าแต่เจ้าหนุ่มนี่มันเป็นดาราใช่ไหม”  พ่อถาม  “ใช่ๆ ที่เป็นข่าวชายรักชายกับเจ้าจีไงพ่อ”  แม่กล่าวออกมา ผมกับพี่ซีนอ้าปากค้างตอนนี้รู้สึกเหมือนโดนหมัดอัปเปอร์คัตกระแทกที่หน้า  “โธ่ พ่อครับแม่ครับมันเป็นเรื่องเข้าใจผิดครับ”  ผมบอก กรุณาเชื่อผมที  “แล้วตกลงมันเป็นยังไง”  พ่อกับแม่ถามขึ้นแทบจะเป็นเสียงเดียว  “ก็...”  ผมก็พี่ซีนก็ไม่รู้จะเริ่มยังไงเหมือนกัน.....

 

ผมปล่อยให้พี่ชายนักร้องพ่วงตำแหน่งดาราหน้าใหม่นั่งคุยกับพ่อและแม่ของผมที่ตีตั๋วรถทัวร์จากต่างจังหวัดมาหาผมที่นี่ เพราะข่าวฉาวของผมกับดาราไอดอลชื่อดัง นั่นก็คือคุณพี่ซีนที่นั่งคุยกับพวกเขาอยู่นั่นเอง (ดีนะที่ไม่รู้ว่ามีข่าวกับลูกสาวตัวเองด้วยไม่งั้นเรื่องใหญ่กว่านี้แน่) ส่วนผมหลบมาโทรหาพี่สาวที่น่าจะไปตะลอนแถวห้างดังสักแห่งเพื่อไปมีตติ้งศิลปินเกาหลีให้กลับมาที่บ้านโดยเร็ว เพราะดูท่าทาง คุณเจตและคุณจรรยาจะไม่ยอมเชื่อผมกับพี่ซีนง่ายๆ ผมจำเป็นต้องหาตัวช่วย (ถึงแม้จะไม่ค่อยน่าไว้ใจสักเท่าไร ก็ตาม เหอ เหอ) 

“พี่เจรีบกลับบ้านเร็วๆ เลยนะ”  ทันทีที่พี่สาวกดรับผมก็กรอกคำนี้ไปทันที 

“อะไรนี่มันบ่ายสามอยู่เลย ฉันยังไม่ได้เห็นหน้าเด็กฉันเลยอ่ะ” 

“แต่ว่าคุณเจตกับคุณจรรยามาที่บ้านนะ” 

“ไม่ได้ยินเสียงมันดังอ่ะ”  พี่เจพูดกลับมา มันก็ดังจริงๆ แหละ น่าจะอยู่ตรงนั้นกว่าร้อยชีวิต ผมเลยตัดสินใจส่งข้อความไปแทน คิดว่าโทรศัพท์มันคงอยู่ในมือเธอนะ 

คุณเจตกับคุณยามาที่บ้าน กรุณากลับบ้านด่วนๆ เลยนะพี่สาว  แล้วผมก็กลับมานั่งกับพี่ซีน ให้พ่อกับแม่สอบปากคำอีกรอบ

... เวลาผ่านมาหนึ่งชั่วโมงเศษ  “กลับมาแล้วค่ะ”  พี่เจส่งเสียงตั้งแต่หน้าประตูเมื่อเข้ามาในบ้านเธอก็มองตรงมายังพี่ซีนทันที  “นึกแล้วเชียวว่ายังอยู่”  พี่เจบ่นพึมพำ 

“เจกลับมาแล้วเหรอ”  แม่กล่าว  “ค่ะ สวัสดีค่ะพ่อ สวัสดีค่ะแม่”  พี่เจหันมาไหว้บุพการีทั้งสองแล้วเข้ามานั่งใกล้ๆ ท่าน แต่ไม่วายส่งสายตาดุๆ มาทางพี่ซีน  

“มีแฟนทำไมไม่บอกพ่อกับแม่เลย”  พ่อพูดขึ้น หญิงสาวถึงสะอึกกับคำพูดของผู้เป็นพ่อ  “ฟะ แฟน เจเนี่ยนะ”  พี่เจว่าตะกุกตะกักอย่างตกใจ เธอหันมามองทางผมกับพี่ซีนอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ ผมกับพี่ซีนรีบหลบสายตาทันที ผมทำอะไรลงไป ดันไปบอกพ่อกับแม่ว่าพี่ซีนตามจีบพี่เจ แต่พ่อกับแม่เข้าใจว่าเป็นแฟนกันแล้วซะงั้น ซวยล่ะสิคราวนี้ 

“คิดจะปิดพ่อกับแม่ไปอีกนานแค่ไหน”  แม่ว่า  “เจเปล่านะคะ”  หญิงสาวรีบปฏิเสธแล้วหันมาทางผมอีกครั้ง ผมยิ้มเจือนแล้วส่ายหน้า พี่เจอย่าเพิ่งขัดพ่อกับแม่เลยนะ ผมขอร้องโยนไปแล้วช่วยรับๆ หน่อยเหอะ

“พวกนายพูดอะไรกับพ่อแม่”  พี่เจหันมากัดฟันกระซิบถามผม  “ผมไม่ได้พูดอะไรนะ”  ผมรีบปฏิเสธแต่ดันไม่กล้าสบตาเธอซะนี่  “ผมก็ไม่ได้...”  พี่ซีนพยายามจะพูด  แต่พ่อถามขึ้นมาก่อน

“แล้วทำไมมีผู้ชายมาอยู่ที่บ้าน”  พี่เจหันไปหาพ่อ แล้วหันมาหาผมเป็นการผลักภาระให้ผมตอบ ถ้าตอบไม่ดีก็คงเดี้ยงอ่ะ  “พี่เขาเป็นเพื่อนผมครับ”  ผมตอบอย่างระมัดระวังที่สุด 

“แต่เขามีข่าวไม่ดีกับลูกนี่”  แม่ว่าพลางหันไปมองชายหนุ่ม  “มันเป็นเรื่องเข้าใจผิดน่ะคะแม่”  พี่เจกล่าว แล้วหันมายิ้มหวานให้กับผมและพี่ซีน สยองสิครับยิ้มแบบนี้ 

“แต่เขามีเหตุผลอะไรที่จะมาบ้านเราด้วยล่ะ”  แม่ถามขึ้นอีก  “ก็”  ผมกับพี่เจมองหน้ากันเลิ่กลัก ทำไมไม่ถามเจ้าตัวเองเลยล่ะครับคุณจรรยา  “เราเป็นเพื่อนกัน ไปมาหาสู่กันก็ไม่แปลกนี่ครับ”  พี่ซีนกล่าวด้วยรอยยิ้ม  “ไม่ใช่ตั้งใจมาหาลูกสาวแม่หรอกเหรอ”  แม่ยิงคำถามนี่ไป ทำให้พี่เจสะดุ้ง 

“นั่นเป็นเรื่องสำคัญเลยครับ”  พี่ซีนบอกยิ้มร่า ดูเหมือนพ่อกับแม่จะปลื้มใจสุดๆ กับว่าที่ลูกเขยคนนี้ (ผมข้ามขั้นไปหรือเปล่านะ) แต่รู้สึกว่าพี่เจจะเริ่มเดือดขึ้นมาทันตา ตัวใครตัวมันนะครับ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นพี่ซีนหยิบเจ้าเครื่องเล็กสีดำออกมาจากกระเป๋า 

“ขออนุญาตนะครับ”  ชายหนุ่มว่า แล้วเดินเลี่ยงไปรับโทรศัพท์ ไม่ไกลจากพวกเรานัก 

“ครับพี่ลีน่า” 

“ครับๆ ผมจะรีบไป”  พูดแค่นั้นร่างสูงก็กลับมานั่งที่โซฟากับบรรดาครอบครัวของผมอีกครั้ง

“มีอะไรหรือเปล่าครับพี่ซีน”  ผมถามขึ้น 

“มีเรื่องนิดหน่อย”  ชายหนุ่มบอก  “ผมต้องขอตัวนะครับ คุณพ่อคุณแม่”  พี่ซีนบอกแล้วหันมาทางพี่สาวผมที่ลุกขึ้น (ตั้งแต่เมื่อไร ?) ยืนเปิดนิตยสารทำไม่รู้ไม่ชี้ ว่าแต่นั่งคุยกันไม่กี่ชั่วโมงพี่เรียกพ่อกับแม่ผมแบบนี้เลยเหรอ ชายหนุ่มเดินเข้าไปหาพี่เจทำท่าเหมือนจะเข้าไปสวมกอดผมเลยรีบเข้าไปขวางพี่สาวแล้วทำท่าจะกอดพี่เขาแทน ทำให้ชายหนุ่มผงะ 

“แน่พี่ซีนอย่าเนียน”   ผมว่า 

“ขอกำลังใจก่อนไปไม่ได้หรือไง”  พี่ซีนว่าเสียงอ่อย 

“กำลังใจอะไรของนาย”  พี่เจว่า พี่ซีนยิ้มกรุ้มกริ่ม 

“พ่อแม่ผมก็อยู่นะ”  ผมบอก พลางหันหน้าไปทางพ่อกับแม่ที่นั่งดูเหตุการณ์ 

“งั้นผมขอกอดพ่อกับแม่แล้วกัน”  พี่ซีนเปลี่ยนเป้าหมายเข้าไปกอดพ่อกับแม่ของผมที่นั่งอยู่ที่โซฟา  “ผมไปก่อนนะครับ สวัสดีครับ”  ชายหนุ่มกล่าวพร้อมกับยกมือไหว้ แล้วก็เดินออกไปจากบ้าน ทำเอาพ่อกับแม่งุนงงรับไหว้แทบไม่ทัน 

“อะไรของเขานะเด็กคนนี้”  พ่อพูดขึ้นมาแล้วหันไปมองหน้าแม่  “เขาอยากเป็นลูกเขยพ่อกับแม่นะครับ”  ผมตอบปนยิ้ม  “อุ้ย~”  ผมอุทานเมื่อหันไปเจอสายตาของพี่สาว 

“เขยคนโตหรือคนเล็ก”   แม่ถามขึ้นมาทำเอาผมอ้าปากค้างพูดแบบนี้แม่ทำไมไม่เอาขี้เถ้ายัดปากผมไปเลยล่ะ

“ก็ต้องคนโตสิครับ”  ผมโพล่งขึ้น  “ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”  พี่เจหันมาหัวเราะเยาะเย้ยผมเลยทีเดียว

 

หลังจากเกิดเรื่องวุ่นวายพวกเราก็ได้รับประทานอาหารฝีมือคุณแม่จรรยาที่คิดถึง เมื่อทานเสร็จสี่พ่อแม่ลูกก็มานั่งรวมตัวกันอยู่หน้าทีวีที่ห้องรับแขก ผมสังเกตเห็นพี่สาวนั่งเหม่อลอยสาเหตุคงเป็นเพราะไม่ได้อยู่ในงานมีตติ้งแน่ๆ พ่อเปิดดูข่าว ซึ่งดูเหมือนว่าจะเป็นช่วงข่าวบันเทิงพอดี และก็มีงานแถลงข่าวของชายหนุ่มที่เพิ่งจะออกจากบ้านเราเมื่อช่วงบ่ายกำลังออกอากาศอยู่พอดิบพอดี

“น้องซีนไปเที่ยวกับผู้หญิงในข่าวจริง”  นักข่าวสาวยิงคำถามขึ้นมา

“จริงครับ  ผมไปเที่ยวกับเธอจริงๆ ครับ”  หนุ่มหล่อในชุดกึ่งสูทสีน้ำเงินตอบอย่างไม่ลังเล

“คนในวงการหรือนอกวงการครับ”  นักข่าวชายถามบ้าง

                “นอกวงการครับ”  ตอบอย่างมั่นใจ ให้คะแนนไปเลยเต็มสิบ

                “เป็นแฟนกันหรือเปล่า”  นักข่าวสาวอีกคนถาม

“เปล่าครับ”  มันก็จริงของพี่เขา  

“เรียกว่าเพื่อนสนิทได้หรือเปล่า”  นักข่าวอีกคนถาม 

“ไม่เลยครับ ผมอยากสนิทแต่เธอไม่ค่อยอยากสนิทเท่าไร”  ก๊ากกกกกกก  พี่ซีนตอบได้ตรงมากครับพี่น้อง

“หมายความว่ายังไงคะ”  นักข่าวคนนั้นถามอีก

“เอ่อ ! เอาเป็นว่าตอนนี้ผมกำลังพยายามทำความรู้จักเธออยู่ก็แล้วกันครับ”

“แล้วคนนี้หรือเปล่าคะที่คุณแม่น้องซีนบอกว่าได้เจอกันแล้ว”  นักข่าวอีกคนถาม

                “ครับผมพาไปไหว้คุณแม่แล้วครับ”    

“อ้าว แล้วยังเรียกว่าไม่สนิทอีกหรือคะ”  นักข่าวคนนั้นกล่าว

“ก็กำลังพยายามจะสนิทอยู่ไงครับ”  พี่ซีนตอบปั้นหน้ายิ้มแย้ม ถ้าเป็นผมคงจะตอกกลับไปว่าจะถามอะไรนักหนาไร้สาระ หึๆ ก็ทำได้แค่คิดล่ะครับ 

“เหลือเวลาอีกห้านาทีนะคะ คำถามต่อไปเลยค่ะ”  เจ๊ลีน่าที่ยืนอยู่ข้างๆ โต๊ะแถลงข่าวบอกกับนักข่าว

“เรื่องข่าวที่ร้านกาแฟกับน้องจี จิรายุ ที่เคยตกเป็นข่าวชายรักชายกันล่ะคะ”  ยังไงก็ไม่ยอมปล่อยเรื่องนี้สินะครับ

“อ๋อ ! เราสนิทกันเหมือนพี่น้องครับ นัดเจอกันบ่อยๆ แล้วก็ชอบหยอกล้อกันนิดหน่อย ที่จริงเราไม่ได้เป็นแบบนั้นเลยครับ”  พี่ซีนว่าพลางหัวเราะสดใส

“รู้สึกยังไงกับข่าวเกย์”  นักข่าวชายถาม

“เฉยๆ ครับ ผมชินแล้ว ตอนนี้ยังรู้สึกขำๆ อยู่เลย”  พี่ขำแต่ผมขำไม่ออกครับพี่

“ตกลงคบผู้หญิงกลบข่าวเกย์หรือเปล่าคะ”  นักข่าวสาวถามอีก

“เปล่าครับ เรื่องนี้ผมจริงจัง”  พี่ซีนกล่าวน้ำเสียงหนักแน่น

“จะเปิดตัวเธอเมื่อไรคะ”  นักข่าวคนเดิมถาม

“เมื่อเธอยอมเป็นแฟนผมครับ”  พอดีกับที่พี่สาวผมตื่นจากภวังค์แล้วหันมาสนใจคนในครอบครัวสักที

“ดูข่าวอะไรกันอยู่คะ”  พี่เจถาม หน้าตาดูเซื่องซึม น่าสงสารจริงๆ 

“ข่าวของซีนน่ะ”  แม่บอก พอได้ยินชื่อชายหนุ่มหญิงสาวถึงกับหันไปมองหน้าจอทีวีทันที แต่ปรากฏว่าท่านพ่อเปลี่ยนช่องไปแล้ว

“สนใจล่ะจิ”  ผมว่า พี่เจค้อนให้ขวับ  “พี่เขาบอกว่าเขาจีบพี่อยู่แหละ”  ผมบอก เธอหันกลับมามองหน้าผมอย่างเอาเรื่อง  “เขาพูดถึงคนในข่าวหนิ”  พ่อหันมาถาม  “ครับ”  ผมตอบ  “อย่าบอกนะว่าไอ้เจไปเที่ยวกับเจ้าหนุ่มนั่นจริงๆ”  พ่อหันไปทางพี่เจ หญิงสาวลนลาน 

“แม่นแล้ว”  ผมบอก พ่อกับแม่หันไปมองลูกสาวทันที

“พอเลยไอ้เน่า”  พี่เจแว้ดใส่ผม  “ไปว่าน้องทำไมล่ะ”  แม่ว่าและหันไปดุพี่เจ ผมแอบยิ้มชอบใจแต่พี่สาวก็หันมาจิกผมเช่นกัน 

“พ่อกับแม่มาอยู่กี่วัน เดี๋ยวเจพาเที่ยว”  พี่เจรีบแฉลบเปลี่ยนเรื่อง 

“จะพาเที่ยวแกเลิกหลงทางหรือยังไอ้เจ”  พ่อหันมาถามลูกสาว 

“พ่ออ่ะ”  พี่เจค้อน ทำเอาพวกเราหัวเราะครื้น เห็นพี่สาวผมเป็นแบบนี้แต่จริงๆ แล้วเธอเป็นหญิงสาวที่ไร้เดียงสามากเลยนะครับ ชอบทำอะไรเปิ่นๆ และเป็นเด็กหลงทางอยู่เสมอ แต่เวลาหลงทางผู้หญิงคนนี้จะไม่ร้องไห้งอแงหรอกครับ เธอจะหาทางกลับเองจนได้นั่นแหละ แต่ที่รู้ๆ ตอนนี้พี่ซีนคิดจะจีบพี่สาวผมจริงๆ ด้วยสิ ยังไงก็ต้องคอยดูกันต่อไปว่าหนุ่มหล่อไอดอลอย่าง ซีน ศิรชัช ศิระสกุล จะเอาชนะใจ เจ เจสิตา  จิระมาศ ได้หรือเปล่า ต้องลุ้นกันต่อไปครับ

 

 

cinna mon

10 ความคิดเห็น