蓉娴莲梅ฝ่ามิติลิขิตเเผ่นดิน

ตอนที่ 27 : พระชายาเหลียนเหมย::ที่19re

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,265
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 60 ครั้ง
    9 พ.ค. 61

เหลียนเหมยเปิดประตู พบเฉิงเยี่ยในร่างลูกสุนัขจิ้งจอกน้อย เมื่อมันเห็นเหลียนเหมยในคราบบุรุษถึงกับเเยกเขี้ยวเตรียมโจมตี ท่าทีนี้คล้ายมันเจอศัตรูหรือคนเเปลกหน้าที่ไว้ใจมิได้
''เพ้ย.ข้าเองๆ''
เฉิงเยี่ยเมื่อเห็นท่าทีที่คุ้นเคย จึงกระโจนเข้าอ้อมกอดของเหลียนเหมยเเทน
''ไปเร็ว ไม่เลื่อนขั้นไม่กลับจวน!”เหลียนเหมยดัดเสียงให้เหมือนบุรุษ

กายาเเกร่งของหมิงเทียนลอยขึ้นเวหาลมนั้นเเรงกว่าตอนเเรกที่เขาเดินทางมาเเละมีเเรงลมดันมาจากข้างหน้า ผลกระทบทำให้หมิงเทียนเหินกายลำบากยิ่ง เขาสัมผัสได้ว่าลมนี้มิใช่ลมจากธรรมชาติ เเต่เกิดจากผู้มีวรยุทธ์ธาตุลมกำลังฝึกปรือพลังอยู่ หมิงเทียนใคร่พบผู้ฝึกวรยุทธ์ผู้นี้เสียจริง เเม้สายลมจะอ่อนมิเเรงมาก เเต่เขาสัมผัสได้ถึงพลังประหลาดอย่างบอกมิถูก หมิงเทียนใช้ปราณพยามดันตนไปยังจุดเกิดลมประหลาด สิ่งที่พบนั้น..
สองบุรุษสู้กันอย่างดุเดือด หนึ่งบุรุษอาภรณ์ดำสวมหน้ากากปิดช่วงหน้าผากจนถึงกลางเเก้มข้างซ้าย ร่างเล็กกว่าอีกบุรุษอาภรณ์สีขาวสะอาด ผมมัดเกล้าอย่างงดงามปักปิ่นทอง คล้ายหยินหยาง อาวุธคู่กายทั้งสองคือดาบ
หมิงเทียนลงพื้น ยืนมองสองบุรุษสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตาย
เหลียนเหมยคิดมิออกว่าจะทำอย่างไรถึงจะจบการสู้นี่ได้อย่างไร ในสมองนางพยายามคิดกระบวนดาบขององค์ชายสี่เผื่อจะช่วยได้บ้าง 
'ฉากตีลังกาม้วนตัว กับฉากเชือดคอ จากข้างหลังอย่างนั้นหรือ.'
เหลียนเหมยกะโดดม้วนตัวด้วยความว่องไวเร็วเหนือเเสง ซ้อนตัวอยู่ข้างหลังเฉิงเยี่ย จับดาบให้ตรงกับข้างคอสัตว์พันธะสัญญาในคราบมนุษย์
หากเป็นศัตรูนางคงมิเตรียมเชือดอาจเป็นบั่นคอทันที เเต่ทว่านี่คือเพื่อนต่างสายพันธ์ของเหลียนเหมย นางมิมีทางบั่นคอลงเเน่ อาจจะเเค่โลหิตซิบเท่านั้น
''พี่ชาย ถ้าขยับอีกเพียงนิดชีวิตท่านอาจหาไม่''เหลียนเหมยยิ้มเย็น
เคร้ง!
เฉิงเยี่ยปล่อยดาบลงพื้น เสียงดาบตกกระทบพื้นเสียงกังวานดังไปไกล
''ข้ายอม''เฉิงเยี่ยยกมือสองข้างขึ้นเเสดงถึงยอมเเพ้เเต่โดยดี
นับว่าฝีมือเหลียนเหมยก้าวหน้าขึ้นสามารถเอาชนะเซียนดาบเช่นเฉิงเยี่ย ถือมีฝีมือพอควรเลยทีเดียว 
''เเปะๆ''เสียงหมิงเทียนปรบมือดังขึ้น 
หมิงเทียนที่ไร้บทบาทตัวเอกของเรื่องที่ในช่วงนี้ผลิกผันเป็นผู้ชมการประชันดาบในครานี้ เดินย่างกรายเข้ามาใกล้ๆ
เหลียนเหมยที่เห็นหมิงเทียนก็พลันคิ้วกระตุก
'อ๋องบ้าผู้นี้อีกเเล้วหรือ.ผู้ใดเป็นบิดามารดรเขากัน ไฉนใยปล่อยลูกชายที่วิกลจริตมาเดินเพ่นพ่านเเถวนี้กันคงมิใช่ว่าบิดามารดาเขาวิกลจริตหนักกว่าบุตรชายนา.ขอให้จำหน้าข้าที่พบกันครานั้นมิได้'
''มิทราบว่าพี่ชายเป็นใครกันขอรับ''เหลียนเหมยดัดเสียงให้คล้ายบุรุษให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
''เปิ่นหวางคืออ๋องสี่..เเล้วเจ้าเล่าชื่ออันใดกัน''หมิงเทียนถามจบ 
เหลียนเหมยก็พลันหน้าซีด        
'ไปถามชื่อน้องสาวเจ้าก่อนได้หรือไม่เมื่อข้าคิดนามออกข้าจะบอกเอง..ในเมื่อข้าเเต่งเป็นองค์ชายสี่ก็ใช้นามขององค์ชายสี่เลยเเล้วกัน'
''นามของข้าหน่ะหรือ..โซอย่างไรเล่า''
''โซอย่างนั้นหรือ''คิ้วกระบี่ของหมิงเทียนขมวดเข้าหากัน เกิดมาสิบเก้าปีมิเคยได้ยินนามเช่นนี้มาก่อน
เหลียนเหมยคิดมิมีผิด ชื่อโซเป็นชื่อของเกาหลี คนจีนโบราณเต่าล้านปีที่มิเคยไปเกาหลีจะรู้หรือ บอกโซไปคงมิเเคล้วจะโดนความหมายโซซัดโซเซเป็นเเน่
''อ่า..ท่านอ๋องสี่.ข้าน้อยมิได้เป็นชาวจีนทั้งสายโลหิตพะย่ะค่ะ''เหลียนเหมยยกยิ้มมุมปาก ได้เวลาเเกล้งคนเเล้ว
''เเล้วเจ้ามีสายโลหิตใดบ้างเล่า''
''ถ้าข้าน้อยบอกไปท่านอ๋องจะเข้าใจหรือไม่พะย่ะค่ะ''เหลียนเหมยนางคิดเชื้อสายที่นางอยากเป็นไว้เยอะเลยทีเดียว
''เปิ่นหวางเข้าใจง่าย''
'เจ้าบอกเองนะว่าเข้าใจง่าย ถ้าบอกไปเเล้วตามไม่ทันหรือใบ้กินก็โทษสมองอันเชื่องช้าของเชื้อชาติของเจ้าที่โบราณล้านปีเเล้วกัน!'
''ท่านย่าทวดเป็นคนญี่ปุ่น ท่านปู่ทวดเป็นคนเกาหลี ท่านปู่จึงเป็นลูกครึ่งญี่ปุ่นเกาหลี เเต่งงานกับท่านย่าที่เป็นคนจีนเกาหลีได้ท่านพ่อที่เป็นคนจีนเกาหลีญี่ปุ่น เเต่งงานกับท่านเเม่ที่มีท่านยายทวดเป็นคนไทย ท่านตาทวดเป็นคนจีนได้ท่านยายที่เชื้อสายไทยจีน
เเต่งงานกับท่านตาที่เชื้อสายจีนเกาหลี ดังนั้นข้าน้อยจึงมีเชื้อสายจีนไทยญี่ปุ่นเกาหลีพะย่ะค่ะ''เหลียนเหมยกล่าวรัว มือประสานกัน คำนับหมิงเทียนอย่างนอบน้อม
หมิงเทียนขมวดคิ้วกระบี่หนักกว่าตอนที่บุรุษผู้นี้บอกชื่อคราเเรก
''ถ้าเปิ่นหวางเข้าใจมิผิด เจ้ามีหลายเชื้อสายถูกหรือไม่''
เหลียนเหมยเเอบเสียใจเล็กน้อยที่หมิงเทียนฟังความนางทันเเม้จะบอกข้อมูลมิครบเเต่ก็พอจับใจความออก
เฉิงเยี่ยขมวดคิ้วเเน่นกว่าหมิงเทียน ในอีกสองพันปีข้างหน้าสอนเหลียนเหมยได้มากขนาดนี้เชียวหรือ 
''โอ้.ท่านอ๋องช่างสติปัญญาเป็นเลิศ''
''โซ..พี่จะกลับเเล้วหล่ะ.เหนื่อยเหลือเกิน''เฉิงเยี่ยที่อยู่ข้างหลังเหลียนเหมย ก้าวออกมาอยู่ข้างๆ บิดตัวไปมา
''พี่เฉิง..ท่านช่างเหนื่อยง่ายเสียจริง''เหลียนเหมยกอดอกเเน่น ใบหน้าเต็มไปด้วยความมิพอใจ
'ผู้ใดว่าสัตว์พันธะถึกอดทนเเข็งเเกร่งเหมือนโฆษณาของไทย ศรีทนได้ มิเห็นจะจริงประชันไม่กี่ชั่วยามก็เหนื่อยเสียเเล้ว!'
''ข้าก็พัน..เอ้ย.ยี่สิบเเล้วจะพลังล้นเช่นเด็กอายุสิบสี่เช่นเจ้าเล่า!''
ฟึบ!
เฉิงเยี่ยมิพูดพร่ำทำเพลงเเม้เเต่น้อยลอยตัวพุ่งทะยานไปทางทิศใต้
''โซเจ้ายุทธ์สีอันใดเเล้ว''
''สีเขียว''เหลียนเหมยตอบเรียบๆคล้ายไม่อยากรับรู้สิ่งใด
''ถือว่าก้าวหน้าอยู่พอตัว''หมิงเทียนพงกหัวน้อยๆ
''ขอบคุณท่านอ๋อง.ข้าน้อยขอ--''
''อ๊าก!!!''เสียงหมิงเทียนร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดเเทรกขึ้น ก่อนที่เหลียนเหมยจะหมุนตัวกลับไปเพราะเสียงหมิงเทียน ทำให้เหลียนเหมยต้องหันกลับ พบหมิงเทียนยืนโอนเอนจะล้มเเหล่ไม่ล้มเเหล่ โลหิตชุ่มเเผ่นหลัง ตอนเเรกที่พบนางจะใส่เท้าหมาวิ่ง เเต่จิตใต้สำนึกอันลึกกว่าเส้นรอบโลก เตือนนางไว้ว่าเห็นคนกำลังประสบเคราะห์กรรมก็ควรช่วยมิควรนิ่งดูดาย เเม้ใกล้จะลงไปเริงร่าในปรโลกเเล้ว อย่างน้อยก็ควรหามไปลงโรงก็ยังดี!
กว่าเหลียนเหมยจะเถียงกับตัวเองจบ ชายฉกรรจ์ห้าชีวิตสวมอาภรณ์โจรดำเเม้เเต่ผิวที่มิได้ปิดยังดำปานขี้เถ้า หากลอบโจมตียามวิกาลมิเเคล้วจะได้เปรียบเหมือนคล้ายหายตัวโดยมิใช้วรยุทธ์ 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 60 ครั้ง

736 ความคิดเห็น

  1. #240 LittlEl2oseS (@LittlEl2oseS) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 18 มกราคม 2560 / 22:37
    เหมย แกร๊ จิตสำนึกจะอยู่ลึกไปแล้ว นั่นอนาคตพ่อของลูกนะ 555 นางเกรียนแล้วยังกวนอีก ปวดตับ
    #240
    0
  2. #204 oiltipomsomsuay (@oiltipomsomsuay) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 มกราคม 2560 / 12:57
    รอๆๆๆๆค่ะ
    #204
    0
  3. #203 risuki666 (@risuki666) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 มกราคม 2560 / 11:11
    เหมยโดนหยามของขึ้นเลย 55
    #203
    0
  4. #201 lookkaewfin (@lookkaewfin) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 มกราคม 2560 / 04:19
    เหมยยจัดไปปปป
    #201
    0
  5. วันที่ 14 มกราคม 2560 / 00:15
    ท่านอ๋องปรีชายิ่งแล้ว ฟังอิเหมยเข้าใจได้ 55555
    #199
    0
  6. วันที่ 13 มกราคม 2560 / 22:27
    ค้างอ่ะ มาต่อเร็วๆนะคะ
    #198
    0