蓉娴莲梅ฝ่ามิติลิขิตเเผ่นดิน

ตอนที่ 42 : พระชายาเหลียนเหมย::ที่32re

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,920
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    9 พ.ค. 61

เหลียนเหมยโผเข้ากลางสังเวียน สร้างหิมะกระเเทกเข้ากลางอกบุรุษผู้คิดจะโกง ส่งผลให้เซถอยหลังไปเล็กน้อย
''เฮ้ย!!!''บุรุษผู้ได้รับความชนะอย่างมิค่อยจะใสสะอาดซักเท่าไหร่ ขมวดคิ้วเล็กน้อย
''เจ้า!''บุรุษผู้นั้นส่งเสียงคำรามลั่น
''อย่านะเว้ย ข้ามีดะ..''เหลียนเหมยหยุดกล่าวกลางคัน เมื่อมือน้อยหาดาบคู่กายไม่เจอ
'ดาบตูหล่ะ!ดาบตูอยู่ไหนวะ!'
เหลียนเหมยหน้าซีดเผือด พยามเเอบก้าวถอยหลังอย่างเเนบเนียน
''เก่งนักมิใช่หรือ?หึๆ''บุรุษวิสัยโกงก้าวขาด้วยจังหวะเนิบนาบ 
จนทำให้ดรุณีน้อยใจกล้าผวาเล็กน้อย  บุรุษวิสัยสตรีโดนเเย่งของรักของหวง เตรียมฟาดขวานใส่ผู้มาเเย่งสิ่งนั้นไป
''เพ้ย!ไอ้หน้าปลาไหลหยุดสิ่งที่เจ้ากำลังจะกระทำเลยนา มนุษย์อันใดเป็นบุรุษเสียปล่าว กล้าคิดจะลงไม้ลงมือกับสตรีตัวเท่าเมล็ดข้าวสาร''บุรุษผู้ชนะ เดินเข้าบังร่างน้อยของเหลียนเหมย
''เจ้ายุ่งอันใดด้วย ไอ้รูปงาม เจ้าชนะเเล้วก็เอาอีเเปะไปให้มารดาพิการเเก่ชรา...อั๊ก!''บุรุษหน้าปลาไหลมิทันได้กล่าวอันใดต่อ ก็โดนบุรุษรูปงามประเคนกำปั้นให้ถึงปาก พ่นโลหิตออกมาคำโต
''ไอ้ผู้นี้ เรียกหน้าปลาไหลว่าเพราะให้เกียรติมารดาเจ้า เเต่เจ้ามิให้เกียรติ ท่านเเม่ของข้า ข้าก็มิจำเป็นเช่นกันไอ้หน้าส้นเท้า เท้าของข้าสะอาดกว่า เป็นไหนๆใบหน้าขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่ออัปลักษณ์ดูมิได้เเล้ว จิตใจยังหยาบช้าดูถูกดูหมิ่นดูเเคลนท่านเเม่ของข้าอีก''
บุรุษรูปงามปานท่านเง็กเซียนถีบเทพลงมาจุติ ชี้หน้าบุรุษอีกคนที่มีใบหน้าค่าตาเเตกต่างกันราวสวรรค์กับยมโลก อย่างเอาเป็นเอาตาย
“เตรียมตัวไปเข้าเฝ้าท่านเทพเเห่งยมโลกหรือยังเล่า”บุรุษใบหน้าเทพเซียนกล่าวเยาะเย้ยคล้ายมั่นใจว่าดวลคราวนี้ตนเองชนะเเน่นอน
“เก็บคำกล่าวนี้ไปพูดกับตัวเองเถิด ไอ้รูปงาม!”บุรุษที่เหลียนเหมยวิเคราะห์เเล้ววิเคราะห์อีก ก็ยังมิสามารถหาเหตุที่ว่าไฉนใบหน้าจึงได้เป็นหลุมเป็นบ่อเช่นนี้ หยิบขวานเล่มเดิมเพิ่มเติมคือความเลว พยามฟาดฟันอีกฝ่ายอย่างบ้าโลหิต
เเต่บุรุษรูปงามชักดาบที่เหน็บอยู่ข้างหลังมารับคมขวานทัน
‘อ่าว..ไอ้นี่ก็ไม่บริสุทธิ์นี่หว่า เอ้อ เป็นมวยที่โครตถูกคู่เลย ถ้ารู้งี้กูไม่น่าเสร่อมายุ่งเล๊ย’
“หากข้าชนะ สตรีที่หลบอยู่หลังเจ้าต้องมานอนกับข้าเสียซักราตรี”บุรุษหน้าชังมองเหลียนเหมยด้วยสายตาหื่นกาม
“เอ้อ..เรื่องนี้ข้ามิมีส่วนเกี่ยวข้องเเละมีเหตุผลนะท่าน ที่ข้าปากมิดีเผลอโกรธาใส่ไปก็เพราะความร้อนอันร้อนเเรงที่จะเเผดเผาผิวพรรณของข้า อีกอย่างที่ข้าทะเล่อทะล่ามาอยู่กลางสังเวียนของพวกท่านก็เพราะมีคนผลักข้าม๊า! ดังนั้นข้าขอลา---“
“ตกลง หากข้าเเพ้ นำตัวสตรีนางนี้ไปทำอันใดตามใจเจ้าได้เลย”บุรุษรูปงามกล่าวเเทรกเเละดึงมือดรุณีน้อยที่จะวิ่งหนีให้กลับมาอยู่ที่เดิม
“เฮ้ย! จะเป็นเช่นนั้นได้ไงเล่า ข้าคือผู้มีบุญคุณของท่านนะ!”เหลียนเหมยกระตุกมือเเล้วกล่าวกับบุรุษรูปงามบ้าจี้ที่จะลากนางไปซวย
“เเต่ไหนๆเจ้าก็เข้าสังเวียนมาเเล้ว ก็ช่วยทำให้มันสีสันเสียหน่อยเถิดนาน่าจะมิเเย่ เเต่เผอิญเจ้าเป็นสตรีจะให้มาท้าตีท้าต่อยก็คงมิได้ ให้เป็นนางเดิมพันน่ะดีเเล้ว”บุรุษรูปงามกล่าวกับเหลียนเหมยพลางยักคิ้วให้ 
ซึ่งทำให้เหลียนเหมยโลหิตขึ้นหน้าอยากสังหารไอ้บ้าโรคจิตสองตัวนี่เสียเวลา
‘สมัยนี้เขาตอบเเทนกับผู้มีบุญอย่างงี้เหรอวะ! เเล้วเมื่อกี้ด่าถึงพ่อถึงเเม่เเต่ตอนนี้มารวมหัวเเกล้งตู?เอ้อ ดีงามจริงๆ’
“ไม่อาวว ลาก่อน ซาโยนาระ กู๊ดบาย สวัสดีชาตินี้อย่าเจอกันเลย..เฮ้ย!”เหลียนเหมยพ่นคำลาออกมาหลายภาษาเเละเตรียมวิ่งหนีเเต่มิทันเสียเเล้ว บุรุษรูปงามรีบช้อนตัวนางมาพาดบ่าเช่นกระสอบข้าว
“เชี้ย!ปล่อยโว้ยยย”เหลียนเหมยอุทานเสียงดังใช้กำปั้นทุบหลังบุรุษรูปงามดังปึ้กปั้กหลายรอบ
“นี่ๆเจ้าคิดว่าสตรีนางนี้ที่วาจาเเปลกๆใช่คุณหนูรองหรงเซียนหรือไม่”สตรีชาวบ้านผมหยักศกกล่าวกับสตรีอีกนาง
“เอจะใช่หรือ..ครั้งสุดท้ายที่เห็นคุณหนูรองหรงเซียนก็เมื่อปีสองปีที่เเล้วนา เเต่ถึงกระนั้นกริยาวาจาอันทะนงตัวเเละหยิ่งผยอง ใช้วาจาดูหมิ่นสตรีนางอื่นที่ทำอันใดขัดใจนางไปเรื่อย หากโชคร้ายหน่อยก็อาจถูกจับไปโบย ยังติดตาข้าอยู่เลย”สตรีอีกนางที่มีผิวพรรณคล้ำกล่าวอย่างออกรสออกชาติ
“ช่างน่าสงสารสตรีที่โชคร้ายพวกนั้นจริงๆที่ถูกคุณหนูรองหรงเซียนที่อายุเพียงสิบสองสิบสามปีใช้อำนาจทางฮ่องเต้เเละท่านเเม่ทัพใหญ่ข่มเหง”สตรีผมหยักศกกล่าวอย่างเอือมระอาในคุณหนูรองที่กล่าวถึง
“เเต่ก็นา ถึงคุณหนูรองจะร้าย เเต่ก็มิได้ร้ายผิดเเปลกเพียงนางเดียวในตะกูลนา”
“หือ..ใช่หรือ คุณหนูทุกนางในตะกูลร้ายหมดเลยรึ”
“ต้องเว้นคุณหนูใหญ่ไว้ นางเป็นคุณหนูที่มีกริยาวาจารูปโฉมเเละจิตใจงดงาม คุณหนูเหลียนซินพระชายาองค์รัชทายาทอย่างไร”
“เเล้วนางที่เหลือเล่า”
“อืม..คุณหนูสามนี่ก็ร้ายมิเบาเผลอๆอาจร้ายกว่าคุณหนูรองอีกนา เห็นว่าคุณหนูนางนี้ท้าตบท้าตีสตรีนางอื่นไปทั่ว ส่วนคุณหนูสี่มีความสามารถปรุงโอสถชอบเก็บตัวอยู่ในเรือน เเต่เขาลือกันว่านางมักใช้โอสถเสน่ห์ที่ปรุงขึ้นใช้เรียกบุรุษมามีอะไรกับนางทุกราตรีที่เรือน..”
“หึย..บุตตรีตะกูลนี้ช่าง..เอาเถอะ เเต่สตรีที่อยู่บนบ่าพ่อหนุ่มรูปหล่อนางนั้น ใช่คุณหนูรองหรงเซียนหรือไม่”สตรีผมหยักศกวกกลับเข้าหัวข้อเดิม พยามสังเกตใบหน้าของเหลียนเหมยอย่างถี่ถ้วนอีกครา
“อาจจะมีโอกาสนา เเต่สตรีนางนี้ดูเหมือนว่าจะมีบาดเเผลอัปลักษณ์ที่ใบหน้าด้วยนา”
‘อุเเหม่ ขนาดยังไม่มั่นใจนะ นินทาซะเเบบ.’
“เสวี่ย! เจ้ามิควรนำสตรีมาข้องเเวะกับการละเล่นบ้าโลหิตของเจ้า!”บุรุษที่เหลียนเหมยถามทางในคราเเรก ตะโกนเรียกสติบุรุษที่เขาเรียกว่าเสวี่ย
“เข้ามาเลย ข้าจะสู้กับเจ้าโดยที่มีสตรีไม้กระดานนางนี้อยู่บนบ่า”บุรุษที่ถูกเรียกว่าเสวี่ย หันไปทางต้นเสียงเเล้วทำหน้าประมาณว่าขอโอกาสอีกครา
‘ไม้กระดาน! ไม้กระดานพ่องดิ ถึงร่างนี้จะเป็นของอีหรงเซียน เหลียนเหมย เเต่ยังไงซะ คนที่รับชะตากรรมต่อคือฉัน ดังนั้นอีร่างนี้คือร่างของฉัน ไอ้สวงเสวี่ยนี่จะมาดูถูกว่าไม้กระดานไม่ได้!’
“ปล่อยโว้ย!ไอ้บ้า!”เหลียนเหมยยังไม่ลดละที่จะเเผดเสียงใส่หูบุรุษรูปงาม
“เสวี่ย!พี่บอกให้เจ้าปล่อย”บุรุษรูปงามอีกผู้พยามเตือนสติอีกครา
เหลียนเหมยรู้สึกเหมือนเขากำลังช่วยนาง หากเขาตกหลุมรักนาง นางก็พร้อมจะรับรักเขานา รูปหล่อเเถมยังช่วยสตรีที่มิรู้จักกัน ดีต่อใจนางเป็นอย่างยิ่ง
“เข้ามาสิไอ้รูปงาม”บุรุษอัปลักษณ์กวักมือเรียกอย่างเยาะเย้ย
“เสวี่ย!”
“เอาสิเข้ามาเลย—”
“หมิงเสวี่ย!!!!! ปล่อยนาง!”บุรุษที่เหลียนเหมยคิดว่าเขาหลงรักนาง เเผดเสียงเเปดหลอดเรียกบุรุษนามหมิงเสวี่ยด้วยอารมณ์อย่างเดือดพล่าน
“เอ่อ…ท่านพี่หมิงซาน.กริ้วข้าหรือ”หมิงเสวี่ยทำหน้าเเหยๆ เเล้ววางเหลียนเหมยลง
“ใช่ เจ้าทำเกินหน้าที่ เสด็จพ่อมิได้มอบภารกิจให้เจ้ามาเดิมพันสตรี!“หมิงซานกอดอก
“ทะ..ท่านพี่ เสด็จพ่อให้เรามาเยี่ยงสามัญชน ปิดบังสถานะที่เเท้จริง.”
“ข้ามิได้ลืม เเต่มันคือความจำเป็น เพราะเจ้าทำตัวเช่นนี้!”หมิงซานเดินไปลากน้องชายออกจางกลางสังเวียนที่สร้างขึ้นจากชาวบ้านมารวมตัวกันเป็นวงกลม เเล้วรีบเดินหายไป โดยมิรู้ว่ามีสตรีจอมจุ้นเเอบเดินตามมา
“ฮ่ะๆ….เเค่สตรีนางเดียวมิเห็นต้องอันใดเลย”
“เเต่สตรีที่เจ้ากล่าวถึงใช่สตรีธรรมดาไหมเล่า”
“นางก็ธรรมดานา”หมิงเสวี่ยทำท่าครุ่นคิดเเต่จริงๆก็มิได้คิดอันใด
“ธรรมดา?สตรีที่มีใส่กำไลหยกเนื้อดีสีเขียวอ่อนเจือสีเข้มสลักหรงเซียนเยว่ฉินธรรมดาหรือ”หมิงซานเขย่าตัวน้องชายเเรงๆเพื่อเรียกสติ
“บุคคลที่ใส่กำไลในลักษณะนั้นคือหรงเซียน เหลียนเหมย…”
“ใช่ นางคือเหลียนเหมย หากนางไปกล่าวกับหรงเซียนฮองเฮา เจ้าได้ไปเฝ้ายมโลกเเน่”หมิงซานใช้นิ้วดันหน้าผากหมิงเสวี่ยเเรงๆหนึ่งครา
“เพ่ย! ท่านพี่!ท่านต้องช่วยข้านา หากเสด็จเเม่รู้ข้าต้องถูกยัดเข้าวัดเเน่เเท้”เด็กน้อยในวัยสิบสี่ปีโวยวายเสียงดัง
“หือ พระมารดาของข้าเป็นเพียงพระสนมซือซูเฟย จะช่วยอันใดได้เล่า”
“ท่านพี่สิบสาม ช่วยน้องด้วยนา.น้องกลัวว่าพระสนมเวี่ยกุ้ยเฟยจะใส่ไฟให้ข้าโดนโทษหนักกว่าเก่า”หมิงซานทรุดตัวคุกเข่าขอร้อง
“เจ้าอย่าลืมสิน้องสิบสี่ พระมารดาของเจ้าคือหรงเซียนฮองเฮาผู้กุมอำนาจวังหลัง ส่วนพระสนมเวี่ยกุ้ยเฟยถึงจะอยู่ในสี่เจ้าจอมเหมือนพระมารดาของข้า เเต่ผู้ใดก็รู้ว่ากุ้ยเฟยมีอำนาจกว่าซูเฟยนัก”หมิงซานยิ้มอย่างมีความสุข
“ข้ามิอยากถูกทำโทษนะท่านพี่”หมิงเสวี่ยจับขาหมิงซานอยู่ในอิริยาบทที่คล้ายสตรีที่ถูกบุรุษที่รักทอดทิ้ง
“เเล้วทำไมตอนทำอะไรมิรอบคอบ”
‘ฮิๆ ไอ้หมิงเสวี่ยเจอกูเล่นเเน่!’

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

736 ความคิดเห็น

  1. #410 LittlEl2oseS (@LittlEl2oseS) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 / 15:22
    เอาไม้กระดานฟาดหน้าเลยจ้า

    ปอลิง. ปรับขนาดตัวอักษรหน่อยน๊า ตัวเล็กจิ๊ดเดียวเลย
    #410
    0