蓉娴莲梅ฝ่ามิติลิขิตเเผ่นดิน

ตอนที่ 49 : พระชายาเหลียนเหมย::ที่37

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,967
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    9 พ.ค. 61

“พี่หลิน ท่านรู้ไหมว่านางเเม่มดนั่นใจร้ายมากเลย!”เสวี่ยไท่วัยสิบสองปี บ่นกระปอดกระเเปด
“น้องเจ็ด โปรดระวังคำพูด หากท่านเเม่รองมาได้ยินท่านจะเสียใจ”เสวี่ยเจี่ยนปรามน้องชายเสียงเย็น รู้ทั้งใจว่าอย่างกู่เหวินเอี้ยมาได้ยิน มิมีทางจะเสียใจ เเต่จะใช้มารยาเกลี้ยกล่อมให้ท่านพ่อทำร้ายจิตใจท่านเเม่
เรื่องที่ปล่อยให้ท่านพ่อออกศึกทั้งๆที่คลุ้มคลั่ง ผู้ใดว่าเสวี่ยเจี่ยนผู้นี้มิมีกระจิตกระใจช่วยท่านพ่อให้หายดีเเละจับตัวคนร้ายที่ทำเช่นนี้ เเต่โอสถ หรือเเม้เเต่วัตถุดิบยังมิมีเลย ส่วนเรื่องคนร้าย ถึงตอนคราเเรกเขาจะคิดว่าคนกระทำเช่นนี้ต้องเป็นฮูหยินรองเป็นเเน่ เเต่นางมิมีพิรุธใดๆที่บ่งชี้ว่าเป็นนาง ซ้ำสุราที่ซือฮ้าวชอบร่ำในช่วงหลังๆมิใช่มีต้นกำเนิดมาจากโรงสุราที่เป็นเจ้าประจำ เเต่มาจากจวนอ๋องสี่! เเต่เขาก็มิกล้าเเม้เเต่จะคิดที่ว่าอ๋องสี่จะเป็นคนร้าย!ไม่กล้าเเม้จะกล่าวเรื่องนี้กับผู้ใดเเม้กระทั่งเหลียนเหมย
“ข้าหรงเซียน เหลียนอวี้ วิงวอนความเห็นใจจากท่านเทพเจ้าเง็กเซียนฮ่องเต้ โปรดส่งเทพผู้ปรุงโอสถซีกังลงประทับองค์ข้า เพื่อทำการรักษาเเละทำโอสถเเก่ท่านเเม่ ฮุ่ยลี่จ่างกงจู่ โปรดพระองค์เห็นใจ ข้ายินยอมที่จะใช้ปรานผู้ปรุงโอสถครึ่งนึงของข้าเป็นเครื่องบรรณนาการตอบเเทน..”เหลียนอวี้ทำพิธีวิงวอนเง็กเซียนฮ่องเต้อย่างตั้งใจ เเละกล้าเด็ดเดี่ยวใช้ปรานครึ่งนึงของตนเป็นสิ่งเปลี่ยน
“คุณชายใหญ่เจ้าคะ คุณหนูสี่ทำพิธีวิงวอนนานเท่าใดเเล้วเจ้าคะ”หลินหันไปกระซิบเสวี่ยเจี่ยนที่นั่งคุกเข่าข้างกายนาง
“สองวันที่ผ่านมา”
“นี่ๆพี่รองๆ”เสวี่ยไทเม้มปากเเน่น คิ้วขมวดเข้าหากันจนเป็นปม มือสองข้างกำปลายอาภรณ์เเน่น อากัปกริยาเช่นนี้มิพ้นเหน็บเล่นงานเข้าเสียเเล้ว
“ว่ามา”ซึ่งเเตกต่างกับเสวี่ยเจี่ยนที่นั่งคุกเข่าบูชาเง็กเซียนอย่างสง่างาม มิมีท่าทีเหนื่อยอ่อนเช่นน้องชาย
“ทำไมพี่ห้าจึงมานะที่จะขอเง็กเซียนเล่า นางก็เป็นผู้ปรุงโอสถมิใช่หรือ”
“เด็กน้อย หากเทพซีกังลงประทับร่างน้องห้า ก็จะรักษาท่านเเม่ได้ประสิทธิผลที่น่าพึงพอใจยิ่งกว่า ซ้ำหากเป็นเช่นนั้น ข้าเเละเจ้า หรือนางจะมิต้องไปเสี่ยงอันตรายหาวัตถุดิบปรุงโอสถเซียน”
“เพราะเหตุใดกัน”
“เทพซีกังสามารถเรียกวัตถุดิบปรุงโอสถทุกชนิดได้เช่นไรเล่า”
หลังจากที่เสวี่ยเจี่ยนตอบคำถามค้างคาใจของน้องชาย เขาก็เริ่มหลับตาสวดมนต์ภาวนาต่อเจ้าเเม่กวนอิม
“พี่เจี่ยน”เสวี่ยไท้น้อยพยามฉีกยิ้มเรียกพี่ชายอีกครา
“อันใดอีก”เสวี่ยเจี่ยนที่เเม้จะท่องบทสวดเเต่ก็สามารถตอบน้องชายได้ในเวลาเดียวกัน
“ข้ามิไหวเเล้ว ข้าปวดมาก”เสวี่ยไท้ตอบเสียงสั่น
“ออกไปข้างนอกเเล้วทำกิจธุระให้เรียบร้อยเสีย”
“ขะ..ข้ายืนมิได้ ไปมิได้.”
“เจ้าช่างมิมีความอดทนอดกลั้น ในการปล่อยปวดทุกข์เบาให้ถูกที่ถูกเวลาเสียจริง”เสวี่ยเจี่ยนตำหนิน้องชายเสียงเย็น
“ปะ..เปล่ามิใช่ ข้ามิได้ปวดทุกข์เบา”
“เเล้วเจ้าปวดอันใด”
“ปวดขา!ปวดมากมาย เหน็บเล่นงานน้องเข้าเสียเเล้ว!”เสวี่ยไท้รีบวิ่งตึงตังออกไปนอกเรือนเพื่อไปหาอันใดเสียซักอย่างบรรเทาความปวด
“หลิน น้องสามเล่า”เสวี่ยเจี่ยนกล่าวกับหลินทั้งๆที่หลับตาเเละสวดมนต์อยู่
“หวาย! หวังเฟย!หลินขอตัวเจ้าค่ะ ฝากดูเเลฮูหยินเเละคุณหนูห้าด้วยนะเจ้าคะ”หลินรีบวิ่งออกเรือนไปอีกคน
วันก่อน
“อ๋องสี่ ใช่ผู้ที่ส่งสุรานมม้ามาจริงหรือ”เสวี่ยเจี่ยกล่าวเสียงเรียบเเต่เเฝงด้วยความสับสน 
“ขอรับ ตั้งเเต่จ้าวอ๋องสี่ส่งสุรานมม้ามา ท่านเเม่ทัพก็เริ่มเปลี่ยนไป”คนสนิทเสวี่ยเจี่ยนกล่าวฉะฉาน
“เเต่เขาเป็นหลานท่านพ่อนาเจ้าอย่าลืม! จ้าวอ๋องมิมีทางเป็นคนร้าย!”เสวี่ยเจี่ยนตะคอกเสียงดัง 
“ข้าน้อยคิดว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวกับคดีพระสนมกั๋วเสียนเฟย.”กุยกล่าวช้าๆ
“เเม้นข้าจะมิได้อยู่ในสมัยที่สนมกั๋วเสียนเฟยยังมีชีวิตอยู่ เเต่เจ้าจะนำเหตุผลใดมากล่าวว่าจ้าวอ๋องจะเกี่ยวกับคดีนี้ ข้าเคยอ่านบันทึกการสืบสวน กั๋วเสียนเฟยมิมีโอรสหรือธิดา สรุปออกมาเเล้ว นางมิได้ถูกลอบสังหารเเต่คิดสังหารตัวตาย เพราะมิมีโอรสให้ฮ่องเต้”เสวี่ยเจี่ยนกำมือเเน่น
“ข้าน้อยเคยได้ยินว่า มีขุนนางเเซ่กัง เป็นหนึ่งในผู้ตัดสินคดี เขาได้บันทึกคดีนี้อย่างละเอียดเเละเเตกต่างจากขุนนางอีกสามท่านที่ตัดสินคดี หากเราหาบันทึกเล่มนั้นเจอ เราอาจจะไขข้อสงสัยได้นะขอรับ”
“เเล้วพระสนมกั๋วจะเกี่ยวอันใดกับเรื่องที่จ้าวอ๋องอาจจะเป็นคนร้าย”
“ข้าน้อยก็มิทราบ เเต่ชีวประวัติของจ้าวอ๋องมันมีจุดพิรุธที่น่าสงสัย”กุยควานหาของในสาบเสื้อ เเละสุดท้ายก็นำสมุดเล่มหนึ่งที่มีลักษณะเก่าพอควร ยื่นให้นายของเขา
เสวี่ยเจี่ยนรับมาอ่านคร่าวๆ
“นี่มันรายนามสนม ฮองเฮาเเละโอรสนี่ มิมีนามหรือประวัติของอ๋องสี่ในรายนามหมวดหรงเซียนฮองเฮา เเต่ไปอยู่ในหน้าที่มิได้จัดหมวดที่เหมือนกับกั๋วเสียนเฟย!”เสวี่ยเจี่ยนเริ่มสับสน ตั้งเเต่เขาเกิดมาเเละจำความได้ เขาก็วิ่งเล่นกับ จ้าวอ๋องสี่ เยว่ฉิน หมิงเทียน เด็กชายที่เเก่กว่าเขาหนึ่งปี ฮุ่ยลี่เคยเล่าให้เสวี่ยเจี่ยนฟังว่าหมิงเทียน คือพระราชโอรสองค์ที่สองของหรงเซียนฮองเฮา ซ้ำยังเป็นหนึ่งในพระราชโอรสที่ฮ่องเต้ทรงโปรด มูลเหตุพวกนี้ชี้เฉพาะในตัวอยู่เเล้วว่าจ้าวอ๋องคือผู้ที่มิมีทางเป็นคนร้าย เเต่มาวันนี้มีมูลใหม่เกิดขึ้น หากข้อมูลต่างในหนังสือที่กุยยื่นให้ เขาไปเจอในหนังสืออื่น เขาจะมิกล้าบุ่มบ่ามคิด เเต่หนังสือเล่มนี้มีโอกาสที่จะผิดน้อยมากเพราะหลังปกมีตรามังกราของฮ่องเต้ ซึ่งก่อนจะส่งให้พระองค์ประทับตรา ยังมีขันทีชั้นสูงตรวจทานอย่างถูกต้องเสียก่อน ซ้ำเมื่อไปถึงมือฮ่องเต้ พระองค์ยังจะตรวจทานอีกคราเสียด้วยซ้ำ ดังนั้นหนังสือเล่มนี้มีมูลความถูกต้องมากเสียกว่าผิด!
ฉะนั้นประวัติต่างๆที่ถูกบันทึกเกี่ยวกับอ๋องสี่ เเละมีมูลเเตกต่างจากตอนนี้ อาจจะมิมูลจริง!

ปัจจุบัน
หน้าจวนเเม่ทัพ
“หวังเฟย!”หลินลนลานลงไปนั่งคุกเข่าสำนึกผิด
“อ๊าย!ลงไปทำไม!ขึ้นมาเสียๆ”เหลียนเหมยลงไปจะพยุงหลินขึ้นมา 
“บ่าวปล่อยเวลาให้ล่วงเลย จนหวังเฟยต้องทำผิดประเพณีขนบธรรมเนียม”หลินดึงดังที่จะคุกเข่าสำนึกผิด
“โธ่ๆ ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้นา เปิ่นหวังเฟยมิถือ”เหลียนเหมยพยามยัดตนเองให้เข้ากับยุคนี้มากที่สุด
การที่เหลียนเหมยทรมานหลี เเละประชันดาบเเละตบท้ายด้วยการห้อยมู่ตานบนเนื้อไม้ เป็นการระบายความในใจของนางได้ดียิ่ง!
เรื่องนี้มิมีนางเอก มีเเต่นางตัวร้ายเเละนางอิจฉาเท่านั้น!
“จริงหรือเจ้าคะ”
“จริงๆ”เหลียนเหมยยิ้มออกมาจากใจจริง
เพราะคำกล่าวของเหลียนเหมย ทำให้หลินยอมลุกขึ้น 
สตรีสองนางจึงพากันเดินกลับจวนอ๋องสี่ โดยมิรู้ว่าตั้งเเต่ออกมาจากจวนเริ่มต้น ก็มีบุรุษเเอบติดตามมาเเล้ว



 
*ขอเม้นอินจ้า
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

736 ความคิดเห็น

  1. #468 Angiemammy (@Angiemammy) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2560 / 23:14
    น้อยจังค่ะ มาต่อไวๆๆน้าา
    ถ้าเป็นองค์ชายสี่ทำ วางยาท่านพ่อ
    เพราะอยากบีบให้แต่งงานนี่น่าตบมาก

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 3 สิงหาคม 2560 / 23:15
    #468
    0
  2. #467 Chandra and Clover (@0867513471) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2560 / 17:13
    รอออออ
    #467
    0