蓉娴莲梅ฝ่ามิติลิขิตเเผ่นดิน

ตอนที่ 58 : พระชายาเหลียนเหมย::ที่43

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,140
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    22 ส.ค. 61

“อืม..เปิ่นหวางเข้าใจเเล้ว”
“หวังเฟยเพคะ! ท่านอ๋อง..บ่าวเข้าไปได้หรือไม่เพคะ”หลินส่งเสียงทักเข้ามาในเรือน ขัดความหวานสองสามีภรรยาในเรือน
“เข้ามา”
ครืด
เมื่อหลินเปิดประตู นางก็รีบวิ่งเข้ามาหาเหลียนเหมยทันที
“หวายๆ หลินไปวิ่งหนีอะไรมาเนี่ย”
“หวังเฟยเพคะ ทหารในกองของท่านเเม่ทัพส่งสานส์มาให้คุณชายใหญ่!”
“มีความว่าอย่างไร”
เมื่อเหลียนเหมยได้ยินสิ่งที่เกี่ยวกับท่านพ่อของนาง นางก็ดูจะมีความกระตือรือร้นมากขึ้น
“มีความว่า กองทหารท่านเเม่ทัพถูกกองกำลังปริศนาลอบทำร้าย ท่านเเม่ทัพสามารถหนีไปได้ เเต่ท่านมีเเผลลึกหลายที่ ซ้ำยังถูกศัตรูบุกทำร้าย จึงขอให้คุณชายใหญ่พากำลังไปเสริมเพคะ”
“เเล้วพี่รองไปหรือยัง”เหลียนเหมยผึงตัวขึ้นอย่างร้อนลน พลางกำมือเเน่น
“ยังเพคะ เเต่จะเดินทางตอนบ่าย”
“ข้าจะออกติดตามพี่รองไปด้วย—“
“เเต่เปิ่นหวางมิอนุญาติ”หมิงเทียนกล่าวดัก
“โถ่..หมิงเทียน อย่าเพิ่งวางอำนาจขอบเขตกับข้าสิ”เหลียนเหมยทำสายตาออดอ้อนอย่างสุดชีวิต ตอนนี้นางเข้าใจอย่างถ่องเเท้เเล้วว่าบุรุษเช่นหมิงเทียน นางต้องใช้ไม้อ่อนเข้าสู้เท่านั้น
“เปิ่นหวางยอมให้เจ้ามิพอใจ เพื่อเเลกกับการที่เจ้ามิต้องไปเสี่ยงอันตราย”
“เทียนเทียน..”เหลียนเหมยมองหน้าหมิงเทียนด้วยใบหน้าที่ไปคัดลอกมาเช่นลูกเเมว
“เจ้าเป็นสตรีนา..เปิ่นหวางจะให้เจ้าไปได้อย่างไร”
“ฮือออ ถึงข้าเป็นสตรีเเต่ข้าก็มิได้ไรวรยุทธ์เสียหน่อย พี่ชายข้าก็ไปด้วยน๊า”หวังเฟยน้อยถลาเข้าเขย่ามือบุรุษเจ้าของจวน อย่างคาดหวังในคำตอบ
ตอนนางอยู่ในภพก่อน นางมิเคยเเสดงท่าทีนี้ต่อคนรักเเม้เเต่น้อย นี่เป็นครั้งเเรกในชีวิตสองภพของเหลียนเหมยที่ลงทุน ดัดเสียงดัดท่าทางให้เป็นเด็กน้อย ออดอ้อนขอในสิ่งที่ต้องการต่อบุรุษที่กำลังก้าวเข้ามาเป็นบุรุษที่นางอาจจะรักในเวลาที่จะถึง
“ถึงเช่นนั้นก็ตาม มิมีบุรุษผู้ใดปล่อยภรรยาไปเสี่ยงอันตรายเป็นเเน่”จ้าวอ๋องส่ายหน้า เป็นเครื่องหมายปฏิเสธอย่างเเน่วเเน่
‘อันตราย?อันตรายตรงไหน!สนามรบนี่อันตรายตรงไหน!พูดดดดด!’
เหลียนเหมยเห็นท่าทีของหมิงเทียนที่ใจเเข็งดุจหินผา นางจึงลงทุนยกใหญ่ ลงไปกอดขาอ้อนวอนเลยทีเดียว
“ฮืออออ ได้โปรดเถอะนะ เทียนเทียน ข้าเป็นห่วงท่านพ่อจากใจเลย ถ้าเจ้าเป็นห่วงก็ตามไป---“
“เช่นนั้นเปิ่นหวางตกลง”หมิงเทียนกล่าวเเทรก
“เฮ้ย!ข้าพูดลองใจเจ้าเล่น เจ้าจะไปได้อย่างไร จวนใครจะดูเเล!”เหลียนเหมยเงยหน้ามองหมิงเทียนพลางขมวดคิ้ว
“เซี่ยจื่อเเละพ่อบ้านอี้..”จ้าวอ๋องยิ้มอย่างมีเลศนัยย์
“เหอะ.ให้มันได้เช่นนี้สิ!.เอางั้นก็ได้!—“
“ไปเปลี่ยนอาภรณ์เสีย”
“อาภรณ์?อาภรณ์อันใดดี..อาภรณ์นอนดีหรือไหมเจ้าคะ”เหลียนเหมยยิ้มเเละส่งสายตาเย้ายวนชวนจับกดลงเตียงไปให้หมิงเทียนอย่างซุกซน
“เช่นนั้นก็มิต้องไป”หมิงเทียนกล่าวจบ ก็เดินลงจากเตียงเเละจะเปิดประตูออกจากเรือนหวังเฟย
“ง๊า! ข้าล้อเล่นน่า…ไปๆข้าจะเปลี่ยนอาภรณ์”เหลียนเหมยลุกขึ้นจากเตียง มาดันหมิงเทียนออกไปจากห้อง ตามจริงนางมิอยากให้หมิงเทียนไป เพราะจะเอิกเกริก ดังนั้นนางก็มีวิธีที่ดีๆ ที่จะเเอบหนีไป
เมื่อหมิงเทียนออกไปจากรัศมีเรือนหวังเฟยไปเเล้ว นางจึงเปลี่ยนอาภรณ์เเละเริ่มละเลงเครื่องประทินโฉม เปลี่ยนเป็นบุรุษนามโซ มัดผมเกล้า อาภรณ์สีดำ
“นี่!เฉิงเยี่ย อกมาได้เเล้ว”เหลียนเหมยกล่าวอย่างเร่งรีบ หากนางมิเร่งรีบ หมิงเทียนก็จะได้ติดตามนางไปอีกทอดนึงเเน่เเท้
“ข้าอยู่เเห่งนี้เเล้ว”เฉิงเยี่ยในร่างบุรุษรูปงาม เดินมา
“ง๊า..ฉลาดๆ ที่ไม่อยู่ในร่างหมาจิ้งจอก ไม่งั้นภาระเเน่ๆ”ดรุณีร่างบุรุษปรายตามองบุรุษอาภรณ์ขาวสะอาดข้างกายด้วยสายตาเหยียดเล็กน้อย
“เหอะ..ทำอย่างว่าเจ้าฉลาดนักเชียว”เฉิงเยี่ยกอดอก หรี่ตามองเหลียนเหมยด้วยสายตาที่บอกมิถูก
“ชึ! กล่าวกับเจ้าช่างเสียเวลา!”เหลียนเหมยเเสร้งสะบัดสะบิ้งใส่ เเล้วเดินออกจากจวนไป
ครืด
เหลียนเหมยเงยหน้ามองบุรุษหน้าประตูด้วยความมิพอใจ นางกำลังจะเเอบหนีไป ไฉนจึงได้มาอยู่หน้าเรือนนางได้!
“โซ คือเจ้าจริงๆสินะ”หมิงเทียนมองสตรีในอาภรณ์บุรุษ มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย
“จะเป็นหมาที่ไหนล่ะ?”ดรุณีน้อยฉีกยิ้มพลางจ้องบุรุษตรงหน้า ครานี้นางเเต่งเป็นโซอีกคราเเต่เเค่ว่ามิได้วาดเเผลเเลใส่หน้ากาก เเล้วเดินลิ่วจะออกจวนไปก่อน
“ช้าก่อน!เหมยเอ๋อ”หมิงเทียนพลั้งหลุดปากกล่าวเรียกสตรีตรงหน้าด้วยสรรพนามที่ผิดเเปลกไป ซึ่งวันหลังจากเข้าหอที่เขาเผลอปล่อยปละให้ความโกรธาอยู่เหนือสติ เรียกนางเช่นนี้ก็ทำนางฉุนมาเเล้ว
เหลียนเหมยชะงัก เเก้มขาวฉวีผ่องดังหิมะเเดงระเรื่อ นางอยากจะกระโดดกำเเพงจวนจบชีวิตเสียให้รู้เเล้วรู้รอด เเค่เพียงบุรุษเรียกนางด้วยคำว่าเหมยเอ๋อ เหตุใดใจนางต้องสั่นไหวเสียขนาดนี้! 
ดรุณีที่ถึงเเม้จะอยู่ในอาภรณ์บุรุษ เเต่ก็มิอาจปิดบังรัศมีความงดงามได้ หันกลับไปหาบุรุษข้างหลัง
“มีอะไร!”เหลียนเหมยเเสร้งถามหมิงเทียนด้วยความฉุนเฉียวเพื่อปิดบังความเขินอาย
“จะออกไปก็ไปพร้อมเปิ่นหวางมิได้หรือ”หมิงเทียนเร่งจังหวะการก้าว หมายที่จะได้ไปอยู่ในจุดเดียวกับเหลียนเหมย พลางใช้เเขนเเกร่งโอบสตรีข้างกาย
เขามิยอมเป็นเเน่ ที่จะปล่อยให้สตรีนางนี้ออกไปนอกจวนเเละต้องห่างกายเขา เพราะถึงเเม้ว่านางจะเเต่งเป็นบุรุษ เเต่ความงามที่ฉายเป็นรัศมีตลอดเวลานี้มิอาจปกปิด เเละด้วยใบหน้าเรียวเล็ก เครื่องหน้างดงามดั่งสวรรค์บรรจงสร้าง ผิวขาวผ่องเช่นหิมะ รูปร่างอรชรอ้อนเเอ้น บุรุษผู้ใดย่อมต้องมีความคิดเบี่ยงเบนทางเพศ อยากลองเป็นฮั่นอ้ายตี้ที่หลงต่งเสียน เมื่อพบเหลียนเหมยในสภาพบุรุษ
“ออกไปพร้อมกัน?ลืมไปเเล้วหรือว่าตอนนี้ข้าใส่อาภรณ์บุรุษ อยากให้ใครอื่นเข้าใจว่าเจ้าเป็นพระเจ้าฮั่นอ้ายตี้ที่ตัดเเขนเสื้อมาหลงรักต่งเสียนอย่างข้าหรือ”เหลียนเหมยเงยหน้าไปมองตาของบุรุษร่างสูงที่โอบนางไว้ พลางเเสร้งส่งสายตาเเพรวพราว ชวนบุรุษที่พบเห็นย่อมต้องยอมศิโรราบลงกับพื้นให้นางเเต่โดยดี
“หากกันมิให้บุรุษอื่นเมื่อพบเจ้า เเล้วอยากตัดเเขนเสื้อฉุดเจ้าเช่นฮั่นอ้ายตี้ เปิ่นหวางก็ยินดี”หมิงเทียนมองเหลียนเหมยด้วยสายตาจำนน อยากจะหาผ้าคลุมมาคลุมใบหน้าสตรีนางนี้เสียให้รู้เเล้วรู้รอด
“มิอายเเน่นา”เหลียนเหมยเเสร้งถามลองใจหมิงเทียนอีกครา
“เเน่เเท้”หมิงเทียนกล่าวอย่างหนักเเน่น
“ก็ลองดู”
เหลียนเหมยกล่าวจบ นางก็ดึงมือของบุรุษร่างสูง ให้เดินออกจากประตูจวนตามนาง เมื่อก้าวขาออกจวนมา นางก็เริ่มบรรเลงงิ้ว
“ท่านอ๋องขอรับ รอบ่าวด้วยขอรับ”เหลียนเหมยกล่าวอย่างเป็นธรรมชาติไร้ช่องโหว่ พลางเเสร้งเดินตามหมิงเทียนมิทัน
“เจ้ามันชักช้า”หมิงเทียนเเอบอมยิ้มรับบทงิ้วต่ออย่างทันท่วงที
“ท่านมันเดินเร็วนี่”
บุรุษสตรีชาวบ้านทั่วไปที่ได้ยินเหลียนเหมยเรียกยศหมิงเทียน ต่างพากันหันกลับมามอง เพราะอย่างไรเสีย ย่านนี้ก็มีเเต่จวนของจ้าวอ๋องสี่เท่านั้น เเละต่างอยากรู้กัน ว่าผู้ใดเรียกอ๋องสี่เช่นนี้?บุรุษเสียงหวานผู้นั้นเป็นผู้ใด?อ๋องสี่ตัดเเขนเสือเเล้วหรือ?เเล้วหวังเฟยเล่า? เเต่ก็ต้องตกตะลึงตาค้าง เมื่อพบเห็นว่าบุรุษที่เดินตามหมิงเทียนนั้น มีใบหน้างดงามเลอเลิศเสียยิ่งกว่าสตรีที่งามล่มเมือง
เมื่อเหลียนเหมยเดินตามทันเเล้ว จึงยิ้มมุมปากอย่างพอใจ ส่งผลให้สตรีเเรกรุ่นเเถวนี้ที่กำลังสนใจหมิงเทียนเเละนาง ต่างเหนียมอายเมื่อเจอรอยยิ้มของนาง
“ท่านอ๋องเพคะ!ช่วงนี้พระองค์มิมาโรงเตี๋ยมของจิ่งเอ๋อบ้างเลยนะเพคะ!เเล้วบุรุษท่านนี้สหายพระองค์หรือเพคะ พี่ชายนามว่าอันใดกันเจ้าคะ”บุตรีเจ้าของโรงเตี๋ยมที่คราเเรกถลามาหาหมิงเทียน เเต่เมื่อพบเหลียนเหมยที่อยู่ด้านหลัง ก็หันไปสนใจนางเสียมากกว่า
“เอ่อ..เเม่นาง.”เหลียนเหมยพยามเเกะมือของเเม่นางจิ่งออก
“เสี่ยวเหลียน..”หมิงเทียนกล่าวลอยๆ
“อ๊า..พี่เสี่ยวเหลียน..”คุณหนูจิ่งใช้ใบหน้าถูไหล่ของสตรีในร่างบุรุษ
“อ่าๆ ใช่ๆข้านามเสี่ยวเหลียน”เหลียนเหมยพยักหน้าพลางยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย เป็นผลให้คุณหนูจิ่งเเทบจะละลายไปกับพื้น
หมิงเทียนพยามควบคุมสติ ที่กำลังหึงหวงสตรีของเขาที่กำลังถูกสตรีอีกนางลวนลาม..
“เสี่ยวเหลียน!เจ้ามันอืดอาด ระวังจะไปสนามรบมิทันการ!”
“อ่า!ใช่ๆเเม่นางจิ่ง ข้าต้องรีบไปกองทหารเพื่อเข้าสมรภูมิรบ!”เหลียนเหมยเเกะมือคุณหนูจิ่งออก เเล้วก็ถูกหมิงเทียนคว้ามือไปต่อ

เหลียนเหมยเเละหมิงเทียนเดินทางมาถึงจวนเเม่ทัพเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งตอนนี้ทั้งคู่กำลังเดินไปหาเสวี่ยเจี่ยน
“พี่เจี่ยน!!”
เมื่อเหลียนเหมยเห็นหน้าเสวี่ยเจี่ยน นางก็รีบโผเข้ากอดเขาทันที ซึ่งขณะนี้นางเป็นบุรุษหน้าหวานที่กอดเเม่ทัพผู้เกรียงไกรต่อหน้าทหารนับหมื่นนาย
“เจ้า..คือผู้ใดกัน”เสวี่ยเจี่ยนรู้สึกมึนงงชั่วขณะ กลิ่นหอมอ่อนๆจากกายเหลียนเหมยกระทบกับจมูกเขาพอดี

ร่างสะโอดสะองดุจห่านหงส์ ไหวกายช้อยเฉกมังกรเเหวกนภา รัศมีสง่าเปรียบช่อเบญจมาศ สะพรั่งความงามอันวิลาศ

เหลียนเหมยที่ลืมตนชั่วขณะ ผละกายออกจากเสวี่ยเจี่ยนทันที 
กว่าที่เหลียนเหมยจะรู้ตัว นางในตอนนี้ก็ตกเป็นประเด็นร้อนหัวข้อใหญ่ที่ทหารหลายหมื่นนายนำไปกล่าวกันอย่างสนุกสนาน
นางลืมไป..ลืมไปจริงๆว่านางอยู่ในคราบบุรุษ!
หมิงเทียนที่ดวงตาไปสบกับดวงตาเสวี่ยเจี่ยนพอดี เขาขยับปาก’หวังเฟย’ เพื่อเป็นการไขข้อข้องใจ
“เจ้าจำเสี่ยวเหลียนมิได้หรือ เจ้าส่งสานส์ให้มาร่วมทัพเองนา”หมิงเทียนเเสร้งไขสือ เล่นงิ้วตามน้ำที่หวังเฟยก่อไว้ ก่อนที่จะโยนไปให้เสวี่ยเจี่ยน
“เสี่ยวเหลียน..อ้อ.เสี่ยวเหลียนลูกพี่ลูกน้องของข้านี่เอง”เสวี่ยเจี่ยนที่เข้าใจถึงเหตุผลที่น้องสาวมาอยู่ในสภาพบุรุษครึ่งนึงเเล้ว จึงสามารถรับบทงิ้วได้อย่างลงตัว
“ฮ่ะๆ พี่เจี่ยนจำเสี่ยวเหลียนมิได้อย่างไรกัน”เหลียนเหมยกล่าวอย่างหมั่นไส้
“อ่า..ในการออกทัพเสริมครานี้จะมีอ๋องสี่เเละเสี่ยวเหลียนร่วมด้วย!คำสั่งของเสี่ยวเหลียนเเละอ๋องสี่ประกาศิตเฉกคำสั่งของข้า!เข้าใจหรือไม่!”เสวี่ยเจี่ยนตะโกนเรียกอย่างห้าวหาญ
“ขอรับ!!!!!”ทหารหลายหมื่นนายตอบกลับอย่างชาญชัย

“นี่!เจ้ามองหน้าข้าพอรึยัง!”หลินขมวดคิ้วเป็นปม หลังจากที่เซี่ยจื่อบุกเข้าเรือนของนาง เเละบังคับให้เเต่งกายให้งดงามที่สุดเท่าที่จะทำได้ เเละในตอนนี้นางก็เป็นคล้ายตุ๊กตาที่เซี่ยจื่อนั่งจ้องมานานเเล้ว
“ผู้ใดก็มิอาจจะละสายตาไปจากเจ้าหรอกนา..ซั่งกวนฮว่าหลิน.”เซี่ยจื่อยิ้มเจ้าเล่ห์ เเต่ในใจเขานั้นรู้สึกว้าวุ่นเเละมึนงง ที่ได้รับข้อมูลมาจากสายข่าวว่าหลินคนใช้ข้างกายเหลียนเหมย เเท้จริงเเล้วคือซั่งกวนฮว่าหลิน องค์หญิงสายเลือดราชตะกูลซั่งกวนเเคว้นโม่เหวยที่ถูกเเคว้นหนานชั่งตีเเตกไปเมื่อหลายปีก่อน ฮว่าหลินกงจู่เเละเจ้าจอมโม่ฮุ่ยเฟยพระมารดาของนาง ได้หลบหนีลี้ภัยเข้าเเคว้นหลวงเมืองอู่จงเเละเข้าพระราชวังซีเหวินไปเป็นคนสนิทของพระสนมหรือมิก็องค์หญิง
“เจ้า!เจ้ารู้ได้อย่างไร!”หลินผลุนผลันลุกขึ้นชี้หน้าเซี่ยจื่อ
“ใจเย็นนาองค์หญิง ข้ามิได้รู้เพียงเท่านี้นา ข้ายังรู้อีกว่าพี่ชายฝาเเฝดของเจ้านามว่าซั่งกวนเป่ย จะลักลอบสังหารฮ่องเต้เเละโค่นเเคว้นหนานชั่ง”
“ไม่!พี่ใหญ่มิมีทางทำเรื่องลอบกัดเช่นนั้น!เซี่ยจื่อ เจ้ามันรู้เรื่องมากเกินไปเเล้ว!เรื่องนี้ถือว่าข้าขอร้อง โปรดเก็บเรื่องนี้ไว้”หลินคุกเข่าขอร้องเซี่ยจื่ออย่างสุดชีวิต ชีวิตนางสิบเก้าปี เคยพังไปเมื่อสิบปีที่เเล้วตั้งเเต่องค์ชายเเคว้นหนานชั่งตีเเคว้นโม่เหวยของนางไปเเล้ว ซ้ำฮ่องเต้เเคว้นหนานชั่งยังต้องการตัวเจ้าจอมโม่ฮุ่ยเฟยไปเป็นพระสนม ถึงเเม้ว่าจะเป็นวีถีเดียวที่จะมีทางทางรอดเเล้วมีชีวิตที่มิย่ำเเย่เสียเท่าไหร่ เเต่เจ้าจอมโม่ก็ทำมิได้ นางยอมเป็นสนมของบุรุษที่ทำลายเเคว้นของพระสวามีมิได้! ฮว่าหลินเเละเจ้าจอมโม่ฮุ่ยเฟยจึงลี้ภัยเข้าเเคว้นหลวง คล้ายสวรรค์เข้าข้างให้นางไปพบกับใต้เท้าหลี่อี้ บุรุษผู้เป็นอาคันตุกะเจริญสัมพัธไมตรีเเคว้น ซึ่งเขาก็ช่วยเหลือให้ที่อยู่กับเเม่ลูกผู้ลี้ภัย ขณะที่อยู่จวนใต้เท้าหลี่อี้ผู้เป็นนายอำเภอเมือง นางสนิทกับเฟยเวี่ยบุตรีใต้เท้าหลี่อี้มาก อาจเป็นเพราะด้วยวัยไล่เลี่ยกันเเละชอบอันใดหลายอย่างคล้ายกัน ต่อมาสองปีนางเเละพระมารดาจึงเข้าวังซีเหวินหลังจากที่ได้รับข้อความช่วยเหลือจากฮุ่ยลี่จ่างกงจู่ ทำให้นางกับเฟยเวี่ยห่างกัน
“อย่าเพิ่งฉุนเฉียวนา ข้าจะมิกล่าวกับผู้ใด—“
“ฮึ!”หลินกล่าวเเทรก ก่อนจะเดินไปถอดเครื่องประดับออก เหลือไว้เพียงกำไลหยกสีขาวนวล เเละปิ่นหยกสีเขียวมรกตเท่านั้น
“ออกไปเสีย!ข้ามิอยากเห็นหน้าเจ้า!”หลินขมวดคิ้วเป็นปมพลางจ้องใบหน้าของเซี่ยจื่อเขม็ง 







*คราวนี้มาเเปลก อัยย์เเต่งให้เยอะกว่าเดิม
*ช่วงนี้อัยย์อินเลิฟ ความหวานในเรื่องมันก็จะเยอะหน่อย..





















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

736 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 13:10
    ผู้หญิงติดตรึม
    #685
    0
  2. #516 NAMFAH13NF (@NAMFAH13NF) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2560 / 16:00
    เสี่ยวเหลียน เธอจะเก่งไปแล้ว
    #516
    0