สามีเจ้าหัวใจ

ตอนที่ 3 : บทที่ 1: เอาเช็ดน้ำตาสิ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,117
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    26 ส.ค. 59

อิงอรพูดภาษาอังกฤษกับลูกชาย วราลีฟังไม่ออกหรอก เขาพยักหน้าเบาๆ คนเป็นแม่จูบลงกลางกระหม่อมเขาอย่างรักใคร่ก่อนจะเดินกลับขึ้นบันไดไปชั้นสอง

“พี่ลุคไม่เคยมาไทยเหรอ”

เขาเงียบไปนาน หายใจเข้าลึกจนอกพองขึ้นก่อนจะผ่อนออกยาว

“เคยมาเที่ยว ปีละครั้ง”

“ชอบไหม” รออยู่นานกว่าเขาจะพยักหน้า วราลีจึงค่อยถามต่อ “แต่ไม่อยากมาอยู่ใช่ไหม”

ไม่มีการตอบรับหรือปฏิเสธ เขาเพียงแต่มองออกไปนอกหน้าต่าง

“พี่ลุคยังโชคดี ย้ายมาที่นี่ก็มีแม่อยู่ด้วย ฟางสิ...” วราลีกัดริมฝีปาก เธอรู้สึกเหมือนกับก้อนสะอื้นจะขึ้นมาจุกที่คอ “แม่พาฟางมาฝากไว้กับลุงตอนสิบขวบ ช่วงปิดเทอมแบบนี้แหละ บอกว่าฝากให้เล่นกับพี่ข้าวสักเดือนแล้วจะกลับมารับ แต่แม่ก็ไม่มา ใครติดต่อแม่ก็ไม่ได้ ลุงใจดีก็เลยเลี้ยงฟางไว้ ช่วยส่งเสียให้เรียนต่อ”

แต่มาลัยไม่ชอบวราลี ป้าบ่นว่าเธอเป็นภาระเสมอๆ แต่วันที่พามา แม่ทิ้งเงินไว้ให้ลุงหลายหมื่น บอกว่าฝากไว้ก่อน ซึ่งเงินจำนวนนั้นทำให้มาลัยจำใจรับเลี้ยงเธอได้ง่ายขึ้น แล้วก็ยังมีสร้อยทองอีกสองบาท เรื่องนี้ลุงเก็บเป็นความลับและบอกให้เธอรู้แค่คนเดียว มันถูกเก็บในกล่องสังกะสีใส่คุกกี้ที่ใครๆ ให้กันตอนปีใหม่ ลุงเคยชี้ให้ดูว่าซ่อนไว้บนฝ้าห้องนอนของเธอเอง

ลุคกลับมามองเธอด้วยความสนใจ วราลียิ้มขมขื่น เธอไม่เคยไปอเมริกา เธอไม่รู้ว่าความเปลี่ยนแปลงที่ลุคเผชิญอยู่มันหนักหนาแค่ไหน แต่คงไม่มากหรือน้อยไปกว่าเธอหรอก

“เขาไม่กลับมารับเหรอ” ลุคถามแผ่ว

“ถ้าแม่ไม่ตายซะก่อน แม่ก็ต้องกลับมารับฟางแน่ๆ อาจจะนานหน่อย แต่ต้องมา” น้ำตาของเธอไหลปาดผิวแก้ม “แต่แม่ตายแล้ว ปีก่อนมีคนมาตามหาฟางกับลุง เขาเอาใบมรณะบัตรมาให้ แม่สั่งเขาไว้ตอนไม่สบาย เผื่อฟางจะเอาไว้ใช้ยื่นขอทุนเรียน”

“แล้ว...พ่อล่ะ” คนถามขยับตัวยึกยัก เหมือนชั่งใจที่จะทำอะไรสักอย่าง

“พ่อตายตั้งแต่ฟางเด็กๆ ฟางจำหน้าเขาไม่ได้ด้วยซ้ำ”

แล้วลุคก็ถอดเสื้อยืดออก เขาส่งมันให้วราลีด้วยท่าทางทื่อๆ เธอรับไว้สองมืออย่างงุนงง

“เอาเช็ดน้ำตาสิ”

“เช็ดแล้วต้องซักมาคืนไหม” เธอสะอื้นและลังเล

“เช็ดไปเถอะ พี่จะซักเอง บ้านพี่มีเครื่องซักผ้า”

เสื้อเขาหอมดี มีกลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มและกลิ่นหอมแบบที่บอกไม่ถูก วราลีใช้ซับน้ำตา พอส่งคืน เขาก็สวมมันไว้แบบเดิม

“ฟางเข้าใจว่าเวลาคิดถึงใครหรืออะไรมากๆ มันเป็นยังไง มันทรมาน แต่ก็ยังมีชีวิตอยู่นะ ฟางยังอยู่ได้เลย อดทนอีกหน่อย เดี๋ยวพี่ลุคก็อยู่ได้เอง”

วราลีก็แค่เล่าให้เขาฟัง มันไม่ใช่ความลับหรอกเพราะใครๆ แถวนี้ก็รู้กันหมด แต่สำหรับลุคแล้วอาจจะเห็นเป็นการเปิดใจ เห็นความเชื่อมโยง หรือไม่ก็นึกสงสาร เขาจึงโอนอ่อนกับเธอมากขึ้นหลังจากนั้น

วันไหนที่อากาศค่อนข้างเย็นสบาย พวกเขาจะออกไปเดินเล่นด้วยกัน วราลีแนะนำใครต่อใครให้ลุคได้รู้จัก ตอบคำถามในสิ่งที่สงสัย มันเริ่มสนุกเมื่อเขาเล่าเปรียบเทียบให้ฟังว่าบ้านเกิดที่จากมามีอะไรเหมือนหรือแตกต่างจากที่นี่บ้าง

เมื่อเปิดเทอมใหม่ ลุคก็กลายเป็นที่สนใจของสาวๆ ตั้งแต่วันแรก วราลีเดินไปทางไหนหรือแม้แต่เข้าห้องน้ำจะต้องได้ยินใครบางคนพูดถึงนักเรียนหนุ่มฝรั่งคนใหม่ที่หล่อเหลากระชากใจสุดๆ ซึ่งใครบางคนที่รู้ดีกว่าจะช่วยแก้ให้ว่าเขาเป็นลูกครึ่ง การปรากฏตัวของเขากลายเป็นปรากฏการณ์ที่สั่นคลอนหัวใจของเด็กผู้หญิงทั้งโรงเรียน

ลุคกับวราลีเรียนกันคนละชั้น แต่ช่วงพักเที่ยวเธอจะคอยยืนรอรับเขาไปกินข้าวกลางวันที่โรงอาหารด้วยกัน สายตาพิฆาตหลายสิบคู่พุ่งตรงมาที่เธอ บางคนก็ตะโกนแซวว่าพวกเขาเป็นแฟนกัน เธอหน้าแดงก่ำ

“ทำไมต้องหน้าแดงด้วยล่ะ ไม่ใช่ความจริงสักหน่อย” ลุคถามเธอพร้อมกับหัดใช้ตะเกียบคีบก๋วยเตี๋ยวไปด้วย

“ฟางเขิน ฟางไม่เคยมีแฟนนี่นา ไม่เคยมีใครมาจีบด้วย”

“ไม่มีเลยเหรอ พี่ว่าฟางน่ารักออก” เขาใช้ตะเกียบแทงเข้าไปในลูกชิ้นแล้วส่งเข้าปาก คงไม่ทันสังเกตว่าวราลีหน้าแดงกว่าเดิม

แต่ไม่กี่สัปดาห์ลุคก็สนิทกับเพื่อนนักเรียนชายในชั้นเดียวกัน วราลีจึงไม่จำเป็นจะต้องไปกินข้าวกลางวันกับเขาอีก ไหนจะมีพวกผู้หญิงที่เทียวไปขอนั่งร่วมโต๊ะกับเขา แต่ละคนเริ่มเป็นสาวและหน้าตาจิ้มลิ้มกันทั้งนั้น

“แกต้องช่วยเชียร์พี่นะฟาง” ขนิษฐาก็เป็นอีกคนที่ชอบลุค เธอร้องกรี๊ดตั้งแต่วันแรกที่เปิดเทอม จากนั้นก็พร่ำบ่นว่าทำไมวราลีถึงไม่บอกว่าเขาหล่อบาดใจแค่ไหน

ช่วงนั้นวราลีสอนภาษาไทยให้ลุคทุกบ่ายวันเสาร์ อิงอรบอกว่าเพื่อที่พวกเขาจะได้มีเวลาทำการบ้านและพักผ่อน ขนิษฐาจะขอตามมาด้วยเสมอ เธอชอบเท้าคางกับโต๊ะ มองหน้าลุคแล้วก็เอาแต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

ลุคกลายเป็นหนุ่มทรงเสน่ห์ที่สุดของโรงเรียน มีของขวัญวางอยู่ในลิ้นชักโต๊ะเขาทุกเช้า ส่วนมากจะเป็นช็อกโกแลตที่เขามักเก็บใส่ถุงแช่ตู้เย็นแล้วแอบเอาใส่กระเป๋าวราลีในวันเสาร์ เขาบอกว่าเป็นความลับ ให้เธอไว้กินคนเดียว เพราะในถุงนั้นอาจจะมีของขนิษฐารวมอยู่ด้วยก็ได้ ใครจะรู้

ส่วนพวกจดหมายรักอิงอรรวมไว้กับกระดาษอื่นๆ แล้วเธอก็ชั่งกิโลขายให้กับซาเล้งรับซื้อของเก่า

ลุคเริ่มโตเป็นหนุ่มแล้ว เขาคุยจี๋จ๋ากับขนิษฐา แต่ก็นั่นแหละ...เขายังคุยกับผู้หญิงหน้าตาดีคนอื่นๆ ด้วย

“ฟาง! ฟาง!

เสียงเรียกดังสนั่น ภาพทุกอย่างราวกับถูกเครื่องดูดขนาดยักษ์สูบหายไป...

 


และเครื่องดูดขนาดยักษ์ก็สูบคนเขียนหายไปด้วย ฮา... ขอโทษที่เมื่อวานหายไปค่าสาวๆ ต่อเน็ตไม่ได้ ฝนเลยถอดใจแหะๆ แต่นานๆ สัญญาณเน็ตจะหายที ที่เหลือคือความขี้เกียจและเอ้อละเหยของฝนล้วนๆ เลย 5555

เอาใจช่วยพี่ลุคกับน้องฟางได้ต่อในตอนหน้านะคะ จุ๊บๆ  

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

1,259 ความคิดเห็น

  1. #59 Love Have (@rakmee) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2559 / 13:17
    นับถือน้ำใจของฟางมากเลยค่ะที่เธอตั้งมั่นและทำตามคำสัญญาเฝ้ารอพี่รุคของเธอคนเดียว  โดยที่ไม่สนใจหรือสานสัมพันธ์ไมตรีกับชายอื่นเลยค่ะ  และเชื่อว่าลึก ๆ แล้วฟางก็คงหวั่นไหวเช่นกันว่า พี่ลุคของเธอจะยังรักษาสัญญาเหมือนเธอหรือเปล่าใช่ไหมคะ  เธอถึงได้เฝ้ารอได้ขนาดนี้ค่ะ
    #59
    0
  2. วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 21:19
    เง้อออ หายไปนานแบบนี้กลับมาจะเหมือนเดิมมั้ย
    #17
    0
  3. #16 เมเปิ้ล (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 21:07
    แอบรักเขาซะแล้วยัยหนูเอ๋ย
    #16
    0
  4. #13 pimpim (@pimpimwall) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2559 / 21:32
    โถๆๆ..หนูฟางแอบรักเขาข้างเดียวหรือเปล่านี่
    #13
    0
  5. #12 o_otum (@katum_1234) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2559 / 19:47


    คำผิดค่ะ

    พักเที่ยว "พักเที่ยง"

     

    #12
    0