สามีเจ้าหัวใจ

ตอนที่ 7 : บทที่ 2: งั้นพี่จองไว้เลยนะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,649
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    26 ส.ค. 59

นอกจากจันทร์ถึงศุกร์ ในวันเสาร์อย่างนี้วราลียังต้องมาทำงานอีกครึ่งวัน เธอกระสับกระส่ายตลอดเช้า ไม่มีสมาธิทำอะไรเลยนอกจากเฝ้ามองตัวเลขบอกเวลาที่มุมล่างของจอคอมพิวเตอร์ กระทั่งเที่ยงตรงเธอก็แทบจะโห่ร้องด้วยความดีใจอย่างถึงที่สุด ร่างเพรียวบางเร่งรีบออกจากออฟฟิศเป็นคนแรก

เมื่อกลับถึงบ้านวราลีก็อาบน้ำ สระผม ไดร์ผมให้แห้งสวยเป็นทรงอย่างใจเย็น เธอสวมชุดกระโปรงตัวใหม่ แต่งหน้าสุดฝีมือถึงแม้จะไม่ได้ดูสวยขึ้นกว่าเดิมสักเท่าไรก็เถอะ จากนั้นเธอก็วิ่งไปชะโงกหน้าในครัว ถามมาลัยที่กำลังง่วนอยู่กับการผัดอะไรสักอย่างในกระทะ

“พี่ข้าวยังไม่กลับมาใช่ไหมจ๊ะป้า”

“อื้อ” มาลัยตอบอย่างไม่ใส่ใจ

วราลีวิ่งกลับมา ถ้าไม่อยู่ขนิษฐาจะไม่ล็อกห้อง เพื่อให้ใครก็ตามเข้าไปช่วยทำความสะอาดให้ หญิงสาวค่อยๆ หมุนลูกบิด ย่องตรงไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง เครื่องสำอางมากมายกองเกลื่อนอย่างน่าเสียดาย และถ้าลิปสติกจะหายไปสักสองแท่งเจ้าของก็คงไม่รู้หรอก

วราลีรีบกลับเข้าห้องของตัวเองอย่างรวดเร็ว บรรจงทาลิปสติกสีชมพูดสดด้านในริมฝีปากและทาลิปสติกสีนู้ดที่ด้านนอก เธอเกี่ยวผมข้างหนึ่งไปคล้องหู เมื่อมองกระจกก็ตัดสินใจปัดแก้มเพิ่มอีกนิด เพราะกว่าจะไปถึงที่หมาย บรัชออนราคาถูกก็หลุดปลิวหายเหลือติดแก้มพอดีๆ

เธอสวมรองเท้าส้นสูงมือสอง คว้ากระเป๋าถือและเดินเซไปมาออกจากบ้าน เธอสงสัยซะจริงว่าพวกดารานางแบบต้องฝึกฝนกันมากแค่ไหนกว่าจะทรงตัวได้ดีและมีท่วงท่าที่สง่างาม หญิงสาวจับต้นไม้ไปเรื่อยๆ จนเริ่มคุ้นเคย พอออกไปนอกบ้านก็พยายามเดินเลาะริมรั้ว เผื่อสะดุดจะได้มีที่เกาะ

“แต่งหน้า! โอ้โห...ใส่รองเท้าส้นสูงด้วย จะไปไหนเนี่ย”

ขนิษฐากำลังจะกลับเข้าบ้าน เสื้อผ้าที่สวมใส่ยังคงเป็นชุดเดียวกับตอนที่เดินสวนกันเมื่อวาน ในวันทำงานวราลีจะสวมเสื้อโปโลปักตราบริษัทกับกางเกงสแล็ค ใส่รองเท้าคู่เดิมๆ จนพังถึงจะเปลี่ยน หนึ่งสัปดาห์ต้องไปที่ออฟฟิศหกวัน ก็ไม่แปลกอะไรที่ลูกพี่ลูกน้องของเธอจะร้องทักอย่างประหลาดใจ

“ปกติฟางก็แต่งหน้าไปทำงานอยู่แล้ว พี่ข้าวไม่อยู่บ้าน ก็เลยไม่เห็น”

“ทุกทีแกปัดแก้มแดงเป็นตูดลิงแบบนี้น่ะเหรอ อย่าทำอีกนะ มันตลก” ขนิษฐาหัวเราะเสียงสูง

รถเก๋งโหลดเตี้ยคันหนึ่งกำลังแล่นมา มันชะลอก่อนจะจอดชิดริมถนน เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่ม น่าหนวกหูพอๆ กับเพลงที่เปิดดังลั่น คนขับลดกระจกลง เป็นใครไปไม่ได้หรอกนอกจากวัชพล เขาตะโกนออกมา

“สองสาวสุดสวย กำลังจะไปไหนกันจ๊ะ”

“ฉันกำลังจะกลับบ้าน ส่วนยัยฟางไม่รู้จะไปไหน เมื่อวานมันเป็นลม หัวคงฟาดพื้นถึงได้ดูเพี้ยนๆ เพ้อว่าเห็นผัวเก่าบ้างล่ะ วันนี้ก็ลุกขึ้นมาแต่งหน้าแต่งตัว” ขนิษฐารายงานอย่างละเอียด

“ผัวเก่า ไอ้ลุคน่ะเหรอ” วัชพลจุ๊ปาก “สิบปีแล้วมั้ง จะไปคิดถึงมันทำไมอีก ถ้าอยากมีผัวมากนักพี่เป็นให้ก็ได้ เอาไหมจ๊ะ พี่ยินดี”

“ฉันอาจจะไม่สวย แต่ฉันก็เลือกนะ” วราลีโต้กลับ เธอสะบัดตัว รีบจ้ำอ้าวเพื่อทิ้งห่างพวกเขา ถึงอย่างนั้นพลก็ยังตะโกนไล่หลัง

“แต่ไอ้ฝรั่งขี้นกที่ฟางเลือกนะ ป่านนี้มันคงพิการ เลี้ยงไม่โตแล้วล่ะ!

วัชพลนั่นล่ะที่พิการ! พิการทางใจแบบที่ชีวิตนี้ก็คงรักษาไม่หาย วราลีเกลียดเขาเข้าไส้ แค่ได้ยินชื่อเธอก็พะอืดพะอมแล้ว! เธอสงสัยจริงๆ ว่าเมื่อสิบปีก่อน ขนิษฐาคิดอะไรอยู่ถึงได้คบคนแบบนั้นเป็นแฟน

ตอนนั้นวราลียอมรับจนเต็มหัวใจแล้วว่าเธอรักลุค ความรักเกิดจากสิ่งใดไม่แน่ชัด อาจจะเป็นความใกล้ชิดสนิทสนม ความเห็นอกเห็นใจ ความช่วยเหลือเกื้อกูล หรือเรื่องดีๆ ที่มีต่อกัน มันบ่มเพาะในใจมานาน ในวันหนึ่งพวกเขาก็สังเกตเห็นมัน และยินดีจะปล่อยให้มันเติบโตขึ้นในใจ

ลุคเปิดเผย ตรงไปตรงมา และซื่อสัตย์ เขาบอกผู้หญิงทุกคนที่เข้ามาคุยด้วยว่าเขามีวราลีเป็นแฟนแล้ว เรื่องนี้กระจายไวพอๆ กับลมพัด ไม่กี่วันก็ปลิวไปถึงหูขนิษฐา

“แกมันหน้าจืด ไม่มีเสน่ห์ พี่เขายังไม่ชอบเลย แล้วเขาจะไปชอบแกได้ยังไง!เธอทำปากยื่น หน้าตาบูดบี้ “พี่ลุคโง่! เป็นตัวอะไรไม่รู้ที่ไม่ยอมกินข้าว แต่ไปกินฟาง!

ขนิษฐาเอาเรื่องนี้ไปบอกผู้เป็นแม่ ซึ่งวันหนึ่งหลังกลับจากโรงเรียน มาลัยก็คว้าแขนวราลี หวดด้ามไม้กวาดเข้าที่ก้นเธอไม่ยั้ง

“โอ๊ย! ฟางเจ็บนะป้า!

“เจ็บก็ดี! จะได้จำไว้ว่าอย่าแรด อายุไม่เท่าไรริอ่านมีแฟนเหรอ! มาลัยตะคอกดังลั่น ประชาที่รดน้ำผักอยู่หลังบ้านวิ่งเข้ามาดู

“ตีมันเลยแม่ มันจะได้ไม่แรด! ขนิษฐาร้องเชียร์

วราลีน้ำตาซึม “ทีพี่ข้าวยังคุยกับผู้ชายคนนั้นคนนี้ได้เลย มีแฟนมาตั้งหลายคนแล้ว ทำไมป้าไม่ตีพี่ข้าวบ้างล่ะ!

ล่าสุดคือวัชพล เขาอายุเท่ากับลุค เรียนโรงเรียนเอกชนที่ให้นักเรียนชายใส่กางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน ห่างไปจากโรงเรียนของพวกเธอราวสองกิโลเมตร เขาเข้ามาคุยกับวราลีก่อน พอเธอไม่เล่นด้วยก็เปลี่ยนเป้าหมายไปยังขนิษฐาที่ช่างฉอเลาะแทน

ไม่กี่วันนี่เองที่ขนิษฐาเล่าอย่างภูมิอกภูมิใจว่าวัชพลเป็นลูกสส. พ่อของเขามีอิทธิพลและร่ำรวย เขาหัดขับรถเก๋ง เคยมารับขนิษฐาด้วย ลุคเองก็เคยบอกว่าเจอเขามากินข้าวกับพ่อและผู้หญิงสาวๆ ที่ห้องอาหารของโรงแรม

“ว่าลูกฉันเหรอ! มาลัยหวดด้ามไม้กวาดแรงขึ้นกว่าเดิม

ประชารีบดึงวราลีกับมาลัยออกจากกัน เขาโอบไหล่เธอที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นไว้ด้วยแขนข้างหนึ่ง

“ตั้งใจเรียนก่อนดีไหมฟาง” ประชาใช้เสียงที่นุ่มนวล

“หนูกับพี่ลุคก็ช่วยกันเรียน ที่หนูได้ทุนของภาควิชาภาษาอังกฤษก็เพราะพี่เขาสอน”

“จะคุยกัน ช่วยกันเรียนลุงก็ไม่ได้ว่าอะไร” มาลัยตั้งท่าจะพูดแทรก แต่ประชายกมือห้ามไว้ สองแม่ลูกจึงได้แต่หายใจฟืดฟาดอย่างหงุดหงิด “แต่สัญญากับลุงได้ไหมว่าจะไม่ทำเรื่องเสื่อมเสีย”

วราลีรับปากแน่นหนัก มองไม่เห็นเลยว่าพวกเขาจะทำเรื่องเสื่อมเสียแบบไหนได้ ฝ่ายอิงอรรู้เรื่องเช่นเดียวกัน ลุคเป็นคนบอกแม่เขาเอง ซึ่งเธอแสดงออกด้วยการต้อนรับวราลีอย่างอบอุ่นยิ่งกว่าเดิมเสียอีก

ลุคชอบเทคโนโลยี ตอนนั้นเขามีโทรศัพท์จอสีรูปทรงเก๋ไก๋ เป็นรุ่นใหม่ล่าสุดและราคาแพง ซื้อด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง นอกเหนือจากงานพิเศษที่โรงแรมเขายังรับเป็นไกด์ให้ชาวต่างชาติ ซื้อคอมพิวเตอร์เก่ามาซ่อมและประกอบขาย ส่วนวราลีมีโทรศัพท์จอขาวดำเครื่องเก่าที่ขนิษฐายกให้ หลังจากที่ลูกพี่ลูกน้องของเธอได้เครื่องใหม่จากนายผู้หญิง

“พี่ลุคอยากเป็นช่างซ่อมคอมฯ เหรอ ก็ดีเน๊อะ เดี๋ยวนี้ใครๆ ก็มีคอมฯ กัน อีกหน่อยน่าจะได้เงินดี” วราลีเคยพูดกับเขา

“ไม่ได้อยากจะซ่อมคอมฯ ที่ทำอยู่ตอนนี้เพราะพี่อยากได้เงินแล้วก็อยากได้คอมฯ ใหม่ด้วย พี่อยากเป็นโปรแกรมเมอร์”

“โปรแกรมเมอร์นี่ทำอะไร”

“เขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ พัฒนาโปรแกรม”

“จริงๆ ก็คล้ายความฝันของฟางนะ”

“ฟางฝันอยากทำอะไร” ตั้งแต่เรียนจบมัธยมปลาย ลุคก็ปล่อยให้ผมยาวขึ้น ด้านหน้าที่ยุ่งเหยิงตกลงมาปกหน้าผาก

“อย่าบอกใครนะ” วราลีอมยิ้มเมื่อลุครับปาก กระซิบบอกเขาไปว่า “อยากแต่งงานกับโปรแกรมเมอร์”

เด็กหนุ่มในวันนั้นยิ้มกว้าง ดวงตาสีน้ำผึ้งพราวระยับ เขาโฉบลงมาหอมแก้มเธอฟอดใหญ่ ทำให้หน้าเธอแดงแข่งกับมะเขือเทศ

“งั้นพี่จองไว้เลยนะ สัญญาสิ”

“อื้อ...” วราลีพยักหน้าไวๆ เธอเริ่มฝันหวานถึงบ้านหลังเล็กที่จะมีเธอ ลุค และอิงอร อยู่กันอย่างมีความสุข

วันหนึ่งระหว่างพักกลางวันจากงานพิเศษ พวกเขาก็จูงมือกันไปศูนย์การค้าอุปกรณ์ไอทีใกล้ๆ ลุคกำลังเลือกของอยู่ที่ร้านริมประตูเลื่อน ในขณะที่วัชพลและเพื่อนๆ เดินเข้ามา เขาตรงมาหาวราลี 

“ได้ข่าวว่าฟางคบกับไอ้ฝรั่งขี้นกเหรอ คิดผิดคิดใหม่ได้นะ พี่เห็นมันไปทำงานอยู่ที่โรงแรม เป็นฝรั่งแต่โคตรกระจอก”

วัชพลไม่ชอบลุค น่าจะเริ่มจากไม่พอใจที่พวกผู้หญิงเอาแต่พูดถึงเด็กหนุ่มลูกครึ่งมากกว่าลูกชายคนเดียวของท่านสส. จากนั้นก็เขม่นกันเพราะเขาพูดหาเรื่องลุค ขนิษฐาเองก็คงมีส่วน เธอชอบขุดเรื่องเล็กๆ น้อยๆ มาโจมตีลุคกับวราลีตั้งแต่พวกเขาคบกัน

ลุคเดินออกจากร้านมาประจันหน้ากับวัชพล วราลีเห็นท่าไม่ดีจึงโอบเอวเขา รั้งให้เดินออกจากศูนย์การค้าแห่งนั้น เขาสอบติดคณะวิศวกรรมศาสตร์ กำลังจะเปิดเทอมอยู่แล้ว เธอไม่อยากให้เขามีเรื่อง

“ช่างเขาเถอะ พวกคนพาล เราอย่าไปยุ่งด้วยเลยนะพี่ลุค”

พวกเขาเข้าทางประตูข้างโรงแรม วราลีโบกมือลา แต่เพราะบริเวณนั้นไม่มีคน และด้วยความอยากรู้ว่าข้างในเป็นอย่างไร เธอจึงเข้าไปแอบมอง เธอเห็นว่าวัชพลกับเพื่อนก็อยู่ที่นั่น เขาผลักไหล่ลุค

“ไอ้ลูกเมียเช่า”

บางทีวราลีก็สงสัย ว่าท่านสส. พ่อของวัชพลเป็นคนดีจริงรึเปล่า ทำไมเขาถึงเลี้ยงลูกให้หยาบคาบได้ขนาดนี้

“แม่ฉันไม่ใช่เมียเช่า! ลุคตวาดเกรี้ยว ใบหน้าหล่อเหลาถมึงทึง เขากำมือแน่นจนแขนเกร็ง ข่มอารมณ์อย่างที่สุด

วัชพลกับเพื่อนหัวเราะหยัน ลุคคงเหลืออดแล้ว ถึงได้ผลักอกพวกเขาจนเซถอย

“พ่อฉันมีตังค์! แล้วพรุ่งนี้ฉันจะไปซื้อแม่แกมานอนด้วย คอยดูเถอะฉันจะเอา...”

ลุคซัดกำปั้นเข้าที่ปากของอีกฝ่าย คล่องแคล่วและรวดเร็วอย่างที่ไม่มีใครตั้งตัว วัชพลล้มลงกับพื้น เขาร้องด้วยความเจ็บปวด เลือดไหลออกจากปาก ดูเหมือนฟันเขาจะหักและหลุดออกมาด้วย พนักงานโรงแรมคนอื่นๆ วิ่งเข้ามา วราลีไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น เธอรีบสาวเท้ากลับทางเดิม เพราะถ้ามีใครจับได้ ลุคอาจจะถูกลงโทษที่พาคนนอกเข้ามาเพ่นพ่าน

วราลีส่งข้อความไปบอกให้เขาโทรกลับ เธอรออย่างกระวนกระวายใจอยู่นอกโรงแรม ผ่านไปครึ่งชั่วโมงเขาก็ปรากฏกายขึ้นข้างๆ สีหน้าเรียบเฉยแต่ดูก็รู้ว่าอารมณ์ไม่ปกติ

“พี่โดนไล่ออก”

วราลีจับมือเขาแน่น “ฟางจะอยู่ข้างพี่เสมอนะ”

“พี่รักแม่ แล้วพี่ก็รักฟาง พี่จะไม่ปล่อยให้ใครมาว่าผู้หญิงที่พี่รักทั้งสองคนเด็ดขาด”

“ฟางก็รักพี่” เธอจูงมือเขาให้ออกเดิน “โชคดีแล้วล่ะที่ไม่เป็นเรื่องเป็นราวมากกว่านี้ ฟางเคยได้ยินนะว่า ทุกๆ เรื่องที่เกิดขึ้น จะพาเราไปสู่จุดที่ดีกว่าเสมอ ไปกันเถอะ เรื่องดีๆ อาจจะกำลังรอพี่ลุคอยู่ก็ได้”

 

เจอกันใหม่ในตอนต่อไปนะคะ ^^

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

1,259 ความคิดเห็น

  1. #63 Love Have (@rakmee) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2559 / 14:54
    ช่างเป็นความรักที่อบอวลไปด้วยกลิ่นไอแห่งรักและความอบอุ่นความหวานละมุนที่ต่างฝ่ายต่างมอบให้กันอย่างบริสุทธิ์ใจค่ะ ช่างเป็นความรักที่สวยงามมากมายค่ะ
    #63
    0
  2. #38 เมเปิ้ล (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2559 / 07:24
    มาว่าพี่ลุคคนดีของฉันได้ไงงงงงง
    #38
    0
  3. #37 daimeaw (@daimeaw) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2559 / 00:10
    เพิ่งเข้ามาอ่าน เรื่องน่าติดตาม ลุ้นฟางเจอพี่ลุคไวไว
    #37
    0
  4. #36 เลดี้ มาเฟีย (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2559 / 23:21
    อดใจรอตอนต่อไปไม่ไหวแล้วววววววอยากแก้ปทแรกใจจะขาด
    #36
    0
  5. #35 ออย (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2559 / 21:47
    เมื่อไหร่จะเจอกัน งึมๆๆ
    #35
    0
  6. #34 pimpim (@pimpimwall) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2559 / 20:43
    เจอคนอย่างนี้แย่จังเลย
    #34
    0
  7. #33 mini-niyay (@mini-nuni) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2559 / 13:06
    ง่าาาาาา พี่ร้ายอีกแย้วววว
    #33
    0