หัวใจจำนนรัก

ตอนที่ 11 : บทที่ ๕ วันนี้ที่รอคอย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,705
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    1 ต.ค. 60


ทั้งหมดพากันเดินไปยังโรงแรมที่อยู่ติดกับอาคารสำนักงานซึ่งเลขานุการของอิศราจัดการจองโต๊ะไว้ให้ อินทิราพยายามจะเดินเคียงกันไปกับเพื่อนรัก แต่ถูกมือใหญ่รั้งไว้ เขาก้มลงกระซิบให้ได้ยินกันสองคน

“ไหนบอกอยากเปิดโอกาสให้เพื่อน แล้วเดินคู่กันไปแบบนี้ เพื่อนจะมีโอกาสไหม”

“อินเปิดโอกาสตอนอื่นก็ได้” อินทิราว่าอุบอิบ ก่อนจะหันไปมองเขาตาโตเมื่อรู้สึกว่ามือใหญ่สอดประสานกับมือเธอ

“พี่ภูมิ เดี๋ยวใครเห็น”

“ไม่มีใครเห็นหรอกน่า น้องพลอยมองแต่ไอ้อิฐ ไม่มีสายตามองมาทางนี้หรอก ส่วนไอ้อิฐ เห็นก็ไม่เป็นไรหรอก” ชายหนุ่มบอกพลางกระชับมือ แล้วเดินเคียงกันไปตามหลังสองหนุ่มสาวที่เดินอยู่ข้างหน้าโดยไม่พูดอะไรอีก และไม่ยอมปล่อยมือที่อินทิราพยายามยื้อยุด

ในที่สุดหญิงสาวก็ต้องยอมปล่อยให้เขาจับจูงด้วยหัวใจที่เต้นตุ๋ม ๆ ต้อม ๆ ไปตลอดทาง

ระหว่างมื้ออาหารสองหนุ่มผูกขาดการสนทนาเสียเป็นส่วนใหญ่ อิศราถามไถ่ถึงโครงการที่เชียงรายที่ภูมิเพิ่งกลับมาจากการคุยกับเจ้าของเรื่องการออกแบบเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะกลับมาเขียนแบบสำหรับทำการก่อสร้างต่อไป ทำให้สองสาวนิ่งฟังในสิ่งที่ภูมิและอิศราคุยกันด้วยความสนอกสนใจ

แม้ปากจะคุยกับเพื่อน สายตามองสบกับคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าซึ่งเป็นอิศราและบุษราคัมที่นั่งข้างกัน แต่มือใหญ่กลับจับมือเล็กกว่าใต้โต๊ะโดยไม่มีใครเห็น อินทิราพยายามจะดึงมือออกเพราะกลัวใครจะเห็น แม้ว่ามือทั้งสองจะซ่อนอยู่ใต้โต๊ะก็เถอะ เธอก็เกรงใครจะมองลอดใต้โต๊ะเข้ามาเห็นสองมือที่สอดประสานกันอยู่นี่นา แต่ถึงแม้จะดึงออกอย่างไร มือใหญ่ที่ดูเหมือนจะแข็งแรงกว่าก็ไม่ยอมปล่อยมือเธอให้เป็นอิสระ และเมื่อเธอไม่ยอมหยุดยื้อเขาก็ก้มลงมากระซิบข้างหู

“ถ้าไม่หยุดดึง พี่จะวางมือบนโต๊ะแล้วนะ”

เท่านั้นเองที่ทำให้อินทิรายอมนั่งนิ่ง ปล่อยให้เขากุมมืออยู่เช่นนั้น

บทสนทนาเปลี่ยนจากเรื่องนู้นไปเรื่องนี้ จนกระทั่งอิศราบอกกับเพื่อนเมื่อนึกได้

“เออภูมิ วันศุกร์นี้ฉันกับอินกับพลอยจะไปเกาะล้านกัน ว่างหรือเปล่า ไปด้วยกันสิ”

“ว่างเสมอครับเพื่อน” ภูมิตอบยิ้ม ๆ ปรายสายตามองคนข้าง ๆ ซึ่งกำลังเลี่ยงสายตาพยายามส่งสารของหญิงสาวอีกคน ภูมิอดยิ้มอย่างขบขันแกมอ่อนใจไม่ได้ เห็นหน้ากังวลของบุษราคัมเขาก็พอจะเดาได้ว่าเธอกังวลสิ่งใด คงจะยังคิดว่าเขาเป็นเกย์และจะไปเป็นก้างขวางคอเธอกับไอ้อิฐน่ะสิ ซึ่งเรื่องนี้ต้องโทษคนข้าง ๆ ที่เอาความคิดบ้า ๆ นั้นไปใส่หัวบุษราคัม คิดดังนั้นจึงมองหญิงสาวอย่างคาดโทษ

อินทิราหันหน้ามายิ้มแหยให้ชายหนุ่ม รู้ดีว่าทำไมเขาจึงมองเธอเช่นนั้น ก็เธอเป็นคนทำให้บุษราคัมเข้าใจภูมิผิด และตอนนี้ที่แม้เธอจะยืนยันนอนยันแค่ไหนว่าชายหนุ่มไม่ได้เป็นเกย์ บุษราคัมที่เชื่อไปแล้วก็ดูไม่ค่อยจะอยากเปลี่ยนความคิดมากนัก

หลังอาหารกลางวัน ภูมิและสองสาวแยกไปขึ้นรถไฟฟ้า ชายหนุ่มกลับบ้านในขณะที่สองสาวกลับไปเอารถยนต์ที่จอดไว้ที่ห้างสรรพสินค้าไม่ไกลนัก ซึ่งต้องแยกกันไปคนละทาง แต่ก่อนที่จะแยกกัน ภูมิก็รั้งแขนของอินทิราไว้ ก่อนจะหันไปบอกบุษราคัม

“ขอคุยกับน้องอินแป๊บหนึ่งนะครับน้องพลอย”

เมื่อหญิงสาวพยักหน้าแล้วเดินเลี่ยงไปยืนรออยู่ไม่ไกลนัก ภูมิจึงหันมาหาหญิงสาวที่ขู่เขาฟ่อทันที

“อย่าทำอะไรรุ่มร่ามต่อหน้าพลอยนะ”

คำพูดของหญิงสาวทำให้ภูมิหัวเราะเสียงก้องอย่างขบขัน ก่อนที่จะเย้า ตาเป็นประกาย

“เวลาเจอหน้าพี่ น้องอินคิดแต่เรื่องนั้นใช่ไหมนี่”

“บ้า...อินไม่ได้คิดแบบนั้นเสียหน่อย”

“ไม่ต้องแก้ตัว เห็น ๆ กันอยู่” ชายหนุ่มว่ายิ้ม ๆ ก่อนที่จะบอกอย่างจริงจังขึ้น

“พี่ไม่ทำอะไรหรอกน่ะ” ยังไม่ทันให้คนฟังได้โล่งใจ เขาก็พูดต่อ “รออยู่กันสองคนก่อน”

“บ้า พี่ภูมิบ้า” อินทิราว่า หน้าตาแดงเถือก

ภูมิมองอย่างเอ็นดู ใจอยากจะดึงหญิงสาวเข้ามาจูบหนัก ๆ ให้สมกับความคิดถึงที่ไม่ได้เจอกันตั้งเป็นอาทิตย์ แต่เพราะอยู่ท่ามกลางผู้คนจึงทำอย่างที่คิดไม่ได้

“เย็นนี้พี่จะเอาของฝากจากเชียงรายไปให้คุณพ่อคุณแม่ น้องอินแต่งตัวรอนะ ออกไปหาอะไรกินกัน” เขาบอกก่อนจะมองเธอนิ่ง ๆ แล้วกล่าวเสียงนุ่ม

“คิดถึง...” ชายหนุ่มว่าก่อนจะปล่อยมือแล้วเดินห่างออกไป ไม่ลืมโบกมือให้บุษราคัมเป็นเชิงอำลาแล้วเดินไปอีกฝั่งของสถานี

 

ภูมิมาที่บ้านในตอนเย็นอย่างที่เขาบอกไว้ ชายหนุ่มมีของฝากมากมายมาให้บิดามารดาเธอ ส่วนใหญ่จะเป็นอาหารเมืองเหนือ ทั้งไส้อั่ว แหนม น้ำพริกหนุ่ม แคบหมู ซึ่งมารดาให้หญิงสาวนำเข้าไปเก็บไว้ในครัว ในขณะที่ท่านทักทายไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบของเพื่อนสนิทของลูกชาย

“คราวนี้ทำไมรับงานไกลถึงเชียงรายล่ะลูก” คุณอัจฉราถามชายหนุ่มที่เธอรักเหมือนลูก ด้วยเห็นกันมาแต่เล็กแต่น้อย งานการของเขาเธอก็ใส่ใจไม่ต่างไปจากลูกชายตน

“ตึกสวยมากครับคุณแม่ เห็นแล้วผมตกลงอย่างแทบไม่ต้องคิด” ชายหนุ่มตอบกลั้วหัวเราะ ปกติกว่าเขาจะรับทำงานต้องมีการคิดวิเคราะห์อะไรมากมาย แต่กับตึกคุ้มเก่าของอดีตเจ้านายทางเหนือหลังนี้ เขากลับตกลงใจก่อนที่จะได้พูดคุยรายละเอียดเสียด้วยซ้ำ

“อิฐบอกว่าภูมิอยากให้น้องไปทำงานด้วยหรือ”

“ฮะ อย่างที่บอกว่าผมหลงรักตึกหลังนี้ ทางเจ้าของเขาก็เชื่อใจทางเราว่าจะทำตึกของเขาให้กลับมามีชีวิตชีวาได้อีกครั้งโดยที่ไม่ทำลายจิตวิญญาณเดิมของตึก และเขาจะไม่เข้ามาก้าวก่ายกับการปรับปรุงและตกแต่งของเรา ผมคิดว่าน้องจะได้ใช้ความสามารถอย่างเต็มที่ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสบการณ์การทำงานจริงให้กับน้องอินและเป็นพอร์ตสำหรับอนาคต อีกอย่างผมคุมงานเอง ถ้าน้องมีปัญหา ผมพร้อมเข้าช่วย”

“แล้วเจ้าตัวเขาว่ายังไงล่ะ ต้องเดินทางไกลถึงเชียงราย”

“น้องอินดูสนใจฮะ แต่น้องคิดว่าคุณแม่คงไม่อนุญาตให้ไปเชียงราย”

“ถ้าไปกับภูมิแม่ก็ไม่ห่วงหรอก ถ้าอิฐกับภูมิเห็นว่าน้องควรทำและอินอยากทำด้วยแม่ก็ไม่มีปัญหา” มารดาของหญิงสาวบอกเป็นเชิงอนุญาต

“ขอบคุณมากครับคุณแม่ ผมเชื่อว่าน้องอินจะได้เรียนรู้จากงานนี้เยอะแน่นอนครับ” ภูมิยกมือไหว้ขอบคุณ

“แม่ห่วงงานของภูมิมากกว่า ยายเด็กไม่เอาไหนของแม่จะทำงานภูมิเละหรือเปล่า” ท่านว่ายิ้ม ๆ แม้อินทิราจะเรียนจบมาโดยตรง แต่คนเป็นแม่ไม่แน่ใจเอาเสียเลยว่าลูกสาวจะรับผิดชอบงานใหญ่ได้ วัน ๆ เห็นแต่วิ่งเล่น ไม่เคยจะจริงจังกับอะไร

ภูมิเพียงระบายยิ้ม ก่อนจะบอกท่านเสียงหนักแน่น

“ผมเชื่อว่าน้องอินทำได้ฮะ”

“อ้าว ยายอินมาแล้ว ว่าแต่จะพากันไปไหนหรือตาภูมิ” คุณอัจฉราเห็นบุตรสาวเดินกลับออกมาจากในครัว จึงหันไปถามชายหนุ่ม เป็นการเปลี่ยนเรื่องกลาย ๆ

“ผมสัญญาจะพาน้องอินไปหาอะไรกินตั้งแต่ก่อนไปเชียงรายฮะ”

“งั้นหรือ งั้นก็ไปเถอะ อย่ากลับดึกนักก็แล้วกัน”

“อินไปนะคะแม่” อินทิราเดินมาสวมกอดแล้วหอมแก้มมารดา ก่อนที่จะเดินตามชายหนุ่มออกไปยังรถยนต์ที่จอดอยู่

หลังจากรถยนต์ของชายหนุ่มเคลื่อนออกจากบริเวณบ้าน มือใหญ่ของคนที่ทำหน้าที่ขับรถก็ยื่นมาคว้ามือเล็กของคนนั่งเคียงไปกุมไว้ ในขณะคนถูกจับมือก็บ่นอุบอิบ

“จับทำไมเนี่ย อินไม่หายไปไหนหรอกค่ะ”

“รัก” ชายหนุ่มพูดสั้น ๆ สายตามองตรงไปข้างหน้า ใบหน้าไม่แสดงอารมณ์

แต่คนฟังถึงกับพูดไม่ออก แม้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาบอกรักเธอ แต่ถ้อยคำสั้น ๆ ที่เปล่งออกมาจากปากของเจ้าของมืออุ่นที่กุมมือเธออยู่ ก็ทำให้หัวใจคนฟังหวามไหวจนไม่กล้าจะบ่นอีกเลย

“พี่ภูมิไม่เห็นบอกว่าจะกลับมาวันนี้” หลังจากนั่งกันไปเงียบ ๆ สักพัก อินทิราก็ถามเป็นเชิงชวนคุย

ภูมิหันไปมองหญิงสาวนิดหนึ่งก่อนจะตอบ

“บอกก็ไม่เซอร์ไพรส์สิ” เขาว่า ก่อนที่ใบหน้าจะตึงขึ้นนิด ๆ “ถ้าไม่กลับ ก็คงไม่ได้ไปเที่ยวด้วย เพราะไม่มีใครคิดจะชวนอยู่แล้วนี่”

“ก็...อินคิดว่าพี่ภูมิไม่อยู่นี่ค่ะ ถ้าอยู่ก็...ก็ต้องชวนอยู่แล้ว”

“ให้มันจริงเถอะ ถ้ามีคราวหน้าแล้วไม่ชวนพี่อีก ระวังตัวไว้ให้ดี”

“พี่ภูมิจะทำอะไรอิน” อินทิราถามเสียงห้วน รู้สึกว่าคำคาดโทษของเขามันช่างระคายหูระคายใจเสียจริง

“ทำโทษตามวิธีการของพี่”

เขาตอบหน้าตาย แถมยังหันมาหลิ่วตาให้เธออีกแน่ะ คนฟังเลยอดถามอย่างท้าทายไม่ได้

“มีสิทธิ์อะไรมาทำโทษอินคะ!

“งั้นทำให้มีสิทธิ์วันนี้เลยดีไหมคะ”

ชายหนุ่มถามขณะหันมามองเธอยิ้ม ๆ ดวงตาเป็นประกายวิบวับจนคนปากเก่งเมื่อสักครู่ไม่กล้าสบตา ได้แต่บ่นพึมพำกับตนเอง

“อย่ามาพูดบ้า ๆ นะ...”

ภูมิปรายสายตามองใบหน้าแดงก่ำของคนที่สงบปากสงบคำลงด้วยความรู้สึกอ่อนโยน เขาแทบไม่อยากจะเชื่อว่าในที่สุดเวลานี้ก็มาถึงจนได้ หลังจากที่รอให้หญิงสาว โต อยู่หลายปี ต่อไปนี้ไม่มีอะไรที่จะเป็นอุปสรรคความรักของเขาได้อีกแล้ว อีกไม่นานหรอก เขาจะทำให้อินทิราเปลี่ยนมาใช้นามสกุลเขาให้ได้

--------------------

ฝากพี่อิฐกับพลอยด้วยนะคะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

66 ความคิดเห็น