หัวใจจำนนรัก

ตอนที่ 14 : บทที่ ๖ (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,856
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    1 ต.ค. 60

อินทิรารู้สึกตัวตื่นเพราะสัมผัสแผ่วเบาข้างแก้ม เมื่อลืมตาขึ้นก็เห็นใบหน้าของชายหนุ่มซึ่งนอนเท้าศอกชะโงกอยู่เหนือเธอ มือข้างหนึ่งไล้เบา ๆ ที่แก้มด้วยหลังนิ้ว ดวงตาทอประกายอ่อนโยน และยิ้มน้อย ๆ ให้เมื่อเห็นเธอลืมตา

“ตื่นแล้วหรือ” เสียงนุ่มถามอ่อนโยน

อินทิราไม่ตอบอีกทั้งยังหลับตาปี๋ ขนลุกไปทั้งตัวเมื่อรู้สึกถึงใบหน้าสากระคายที่ซุกไซ้บริเวณกกหู ส่งลมหายใจผ่าวร้อนสัมผัสผิวเนื้อเปลือยเปล่าของเธอ

ทำไมพี่ภูมิต้องคลุกวงในตลอด!

อินทิราพยายามหดคอหนีสัมผัสและกระถดตัวออกห่างจากร่างใหญ่ แต่ไม่กล้าขยับไปไหนไกล เพราะเขาอยู่ใต้ผ้าห่มผืนเดียวกันกับเธอ หากขยับออกห่างจากกัน ไม่เขาก็เธอที่จะต้องโป๊ เพราะภายใต้ผ้าห่มคือเนื้อตัวเปลือยเปล่า ส่วนเขาที่เห็นแต่หน้าอกที่พ้นผ้าห่มออกมา ก็คงไม่ได้มีเสื้อผ้าห่อหุ้มกายเหมือนกัน

เธอมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร! อินทิราคิดอย่างทดท้อ ยิ่งเมื่อคิดว่าก่อนที่จะผล็อยหลับ เธอกับเขาทำอะไรกันไปบ้าง ยิ่งทำให้หญิงสาวอับอายจนดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปงเพื่อให้พ้นไปจากสายตาเขา เธอจะไปมีหน้ามองเขาได้อย่างไร ที่เขาทำให้เธอนั่นน่าอายน้อยไปอยู่หรือ แต่ดูเหมือนคนที่เธอพยายามหลบจะไม่ยอมเข้าใจ เขาตามมารั้งผ้าห่ม ถามเซ้าซี้

“น้องอินเป็นอะไรล่ะนี่ คลุมโปงทำไม”

คลุมโปงหนีอาย! หญิงสาวคิดอยู่ในใจ พยายามหันหน้าหนีไปจากเขา แต่ชายหนุ่มก็ยังตามติดไม่ลดละ จนตอนนี้จากที่อยู่ใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน กลับกลายเป็นเขามาอยู่บนผ้าห่มโดยมีเธอนอนอยู่ข้างล่างเสียแล้ว

“เป็นอะไรหลบหน้าหลบตา” ชายหนุ่มถามกลั้วหัวเราะ เมื่อเริ่มจะเข้าใจเพราะมองเห็นผิวแก้มใสแดงก่ำ

“อายหรือ...ไม่ต้องอายหรอก อีกหน่อยเราจะทำยิ่งกว่านี้อีก”

คำพูดเขาเหมือนปลอบใจ แต่ทำไมอินทิรารู้สึกเหมือนเป็นคำขู่ก็ไม่รู้

“มานี่ ออกจากผ้าห่มมาคุยกันก่อน จะกลับบ้านหรือเปล่า” ชายหนุ่มถามพร้อมกับดึงผ้าห่มที่คลุมศีรษะหญิงสาวอยู่ออก ทำให้อินทิราต้องเผชิญหน้ากับเขาอย่างช่วยไม่ได้

“ปล่อยอินสิคะ จะแต่งตัว จะได้กลับบ้าน” อินทิราบอกอุบอิบ ยังไม่กล้ามองหน้าเขาเต็มตา ความเขินอายกับสิ่งที่เกิดขึ้นมีมากเกินกว่าเธอจะทำตัวตามสบายกับเขาอย่างที่เคยทำได้

“คุยกันก่อน”

ภูมิยังไม่ละจากเธอไปไหน เขาเพียงพลิกตัวกลับลงไปนอนบนเตียงอีกครั้งแล้วดึงผ้าห่มมาคลุมกาย แต่ก็คลุมตั้งแต่เอวลงไปเท่านั้น เปิดเผยหน้าอกที่ตึงแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อและไรขนบางเบา

อินทิราเหล่มองแล้วรู้สึกวูบวาบแปลก ๆ ใช่ว่าไม่เคยเห็นพี่ภูมิเปลือยอก ตลอดเวลาที่เติบโตมาโดยมีเขาคล้ายจะเป็นสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัว เธอเห็นเขาไม่ใส่เสื้อจนนับครั้งไม่ถ้วน แต่ก็ไม่เคยมีครั้งไหนที่เธอได้เห็นเขาในสภาพที่ตัวเธอเองก็เนื้อตัวเปลือยเปล่าอยู่บนเตียงด้วยกันเช่นนี้ แม้แต่เมื่อครู่ก่อนที่พันตูกันอยู่ก็ไม่มีโอกาสได้เห็น เพราะมัวแต่...เอ่อ...ทำอย่างอื่นที่ต้องหลับตามากกว่าลืมตากันอยู่

“แต่งตัวก่อนค่อยคุยไม่ได้หรือคะ”

“คุยแบบนี้จะเข้าใจกันได้ดีกว่านะ” ชายหนุ่มบอก ทอดสายตามองเธอฉ่ำหวาน

อินทิราเสหลบตาเพราะไม่สามารถสู้สายตานั้นได้ ขัดใจตนเองไม่น้อยที่ไม่ได้รู้สึกขึ้งโกรธกับสิ่งที่เขาทำกับเธอเลย เธอควรจะโวยวายและโกรธเขาหรือเปล่า เขากับเธอยังไม่ได้เป็นอะไรกันนะ! แต่ทำไมเธอถึงมีแต่ความรู้สึกหวามไหวและเขินอายอย่างนั้นเล่า

หรือว่าเธอจะติดใจ! อินทิราคิดอย่างอย่างตกอกตกใจ เป็นไปได้หรือที่เธอจะชอบในสิ่งที่เขาทำจนลืมโกรธ!

“มีอะไรก็ว่ามาสิคะ” อินทิราบอกอย่างอ่อนใจ คงไม่ได้แต่งตัวแน่แล้ว

“พี่อยากให้น้องอินรู้ว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้น พี่ไม่ได้ทำเล่น ๆ”

ขนาดนี้ก็ไม่คิดว่าเล่นแล้วละ อินทิราโต้ตอบอยู่ในใจ แต่ก็นิ่งฟังชายหนุ่มพูดต่อ

“พี่ไม่ได้เห็นน้องอินเป็นของเล่น ถ้าน้องอินตกลง พี่จะให้ผู้ใหญ่คุยกัน จะหมั้นไว้ก่อนก็ได้”

ไม่เอ๊า! อินทิรากรีดร้องในใจทันที เด็กที่เพิ่งเรียนจบอย่างเธอนี่นะจะให้มีคู่หมั้น ฟังโคตรแก่เลย อินทิราไม่เอาหรอก

“ว่าไง...ตกลงไหม” ภูมิถามเมื่อหญิงสาวเอาแต่นิ่งเงียบ

อินทิราส่ายหน้าดิก เชิญป้ายหน้า อินไม่รีบ!

“งั้นก็ตามใจ เดี๋ยวคราวหน้าพี่จะทำมากกว่านี้ด้วย”

“หา!” อินทิราอุทานตาโต

ภูมิอดยิ้มกับท่าทางตกอกตกใจนั้นไม่ได้ เขาบอกด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ

“พร้อมเมื่อไรก็บอกละกัน ระหว่างนี้...” ชายหนุ่มไม่พูดต่อหากมองเธอด้วยสายตามีเลศนัย ยกยิ้มเพียงมุมปาก

อินทิรารู้สึกเสียวสันหลังวูบกับสายตาแบบนั้น ไม่รอดแน่ยายอิน...

“อินจะแต่งตัวได้หรือยังคะ” ถามด้วยใบหน้างอง้ำ เพราะชายหนุ่มไม่มีทีท่าว่าจะออกไปจากห้องเสียที

“พี่ไม่ได้ห้ามนี่”

“พี่ภูมิ!” อินทิราแหวเสียงดัง เขาไม่ได้ห้ามแต่อยู่บนเตียงกับเธอแบบนี้แล้วเธอจะลุกขึ้นแต่งตัวได้อย่างไรเล่า

“คร้าบ” ชายหนุ่มขานรับอย่างอารมณ์ดี กลั้นหัวเราะจนปวดแก้มไปหมด

“ถ้าพี่ภูมิยังแกล้งอินแบบนี้ อินจะ...อินจะร้องไห้จริง ๆ ด้วย!

คำขู่ของหญิงสาวอีกทั้งใบหน้าที่แดงก่ำทำให้ภูมิหลุดหัวเราะจนได้ ชายหนุ่มยอมลุกขึ้นจากเตียงแต่โดยดี แต่กระนั้นก็ทำให้คนที่ยังอยู่บนเตียงถึงกับร้องกรี๊ด เพราะเขาลุกขึ้นโดยที่ทั้งเนื้อทั้งตัวไม่มีเสื้อผ้าสักชิ้น!

ภูมิเหล่มองคนบนเตียงที่ยกผ้าห่มขึ้นคลุมศีรษะในขณะที่เขาเดินไปหยิบเสื้อผ้าที่หล่นอยู่บนพื้นไปใส่ตะกร้าผ้ารอซักแล้วเดินไปหยิบเสื้อผ้าในตู้มาแต่งตัวอย่างใจเย็น ชายหนุ่มอ้อยอิ่งจนพอใจแล้วจึงเดินมาชะโงกหน้าบอกคนใต้ผ้าห่มเสียงไม่ดังนัก

“ให้เวลาสิบนาที พี่จะออกไปรอข้างนอก”

อินทิรารอจนชายหนุ่มลับตัวไปจากห้องจึงรีบเด้งตัวขึ้นจากเตียง แล้ววิ่งไปคว้าเสื้อผ้าที่เกลื่อนกลาดอยู่บนพื้นขึ้นมาสวมอย่างรวดเร็ว ใช้เวลาไม่กี่นาทีก็เสร็จเรียบร้อย ไม่ถึงสิบนาทีอย่างที่ชายหนุ่มบอก หลังแต่งตัวเสร็จ สายตาหันมองนาฬิกาที่ตั้งอยู่บนโต๊ะหัวเตียงแล้วใจหายวาบ เที่ยงคืน... เวลาออกมากับพี่ภูมิเธอไม่เคยอยู่ดึกขนาดนี้มาก่อนเลย แล้วคืนนี้จะมีใครสงสัยอะไรหรือเปล่าหนอ อินทิราคิดตามประสาวัวสันหลังหวะอย่างหวาดหวั่น

“ไปยัง” เมื่อเดินออกมายังห้องนั่งเล่น คนที่รออยู่ก่อนก็ถามทันที อินทิราพยักหน้า แล้วเดินตามการจับจูงของเขาออกจากห้องแล้วตรงไปยังลิฟต์ที่นำไปสู่ชั้นอาคารจอดรถ

“พร้อมเป็นแฟนกันเมื่อไร บอกพี่ภูมิได้ทันทีนะครับ” ชายหนุ่มบอกหลังจากที่เข้าไปนั่งในรถกันเรียบร้อย

เขาดูมั่นอกมั่นใจกับความสัมพันธ์ที่รออยู่ข้างหน้า มีแต่อินทิราที่ยังไม่แน่ใจว่าเธอต้องการอะไรกันแน่ แม้เธอจะไม่ได้รังเกียจกับอะไรต่อมิอะไรที่เขาทำกับเธอ แต่หญิงสาวก็ยังไม่แน่ใจ ไม่เข้าใจความรู้สึกของตนเองอย่างถ่องแท้ สำหรับเธอเขาคือพี่ภูมิ พี่ชายอีกคนของเธอ แล้วตอนนี้เขาจะเป็นมากกว่าพี่ชายได้หรือเปล่านะ

อินทิราจะไปหาคำตอบมาจากไหนหนอ...

------------------------

คงไม่มีใครหน้ามึนไปกว่าพี่ภูมิอีกแล้ว 

หัวใจอ้อนรัก <-------- เรื่องของพี่อิฐกับพลอยค่ะ


อีบุ๊กพี่อิฐกับพลอย



พี่ภูมิกับอิน



แพ็กคู่ราคาประหยัดค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

66 ความคิดเห็น