หัวใจจำนนรัก

ตอนที่ 2 : บทที่ ๑ กำจัดก้าง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,450
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    31 ก.ค. 59

 

 

“พี่ภูมิ...” อินทิราพึมพำเบา ๆ หันไปสบตากับบุษราคัมเพื่อนสนิทโดยมิได้นัดหมายเมื่อมองเห็นคนที่เพิ่งจะโทร. เข้ามาหาพี่ชายปรากฏตัวขึ้นและเดินเข้ามาสวมกอดกันตรงหน้า

หมายความว่าอย่างไร! คืนนี้พี่อิฐพี่ชายเธอตกปากรับคำพาเธอกับบุษราคัมมาดื่มฉลองเรียนจบ ซึ่งเป็นแผนจับคู่ของอินทิรา โดยหมายใจให้เพื่อนปฏิบัติการรุก หลังจากที่หลงรักพี่ชายเธอมานานแต่เขาไม่เคยสนใจ คืนนี้อินทิราวางแผนมั่นเหมาะว่าจะให้บุษราคัมกับพี่อิฐได้ใช้เวลาด้วยกัน ให้แม่เพื่อนรักใช้ความสาว ความสวย และหน้าอกหน้าใจตู้ม ๆ นั่นยั่วยวนให้พี่ชายเธอตบะแตก แต่พี่ภูมิกลับตามมาด้วยเสียนี่

เขาจะรู้ไหมว่าทำเสียแผนไปหมด!

พี่ภูมิเป็นเพื่อนสนิทกับพี่ชายเธอ ตั้งแต่จำความได้ก็เห็นพี่ภูมิวนเวียนใกล้ชิดอยู่กับพี่อิฐตลอด เรียนมาด้วยกันตั้งแต่อนุบาลจนจบมัธยม พอเรียนมหาวิทยาลัยก็ยังไปเรียนที่เดียวกัน แม้จะคนละคณะแต่ก็อาศัยอยู่อพาร์ตเมนต์เดียวกัน พอไปเรียนต่อที่ต่างประเทศก็ยังไปด้วยกันอีก เรียนจบกลับมาทำงาน พี่อิฐเปิดบริษัทก่อสร้าง พี่ภูมิเปิดบริษัทออกแบบ มีการร่วมงานกันบ้างในบางโครงการ และเท่าที่อินทิราจำได้ พี่ภูมิจะอยู่กับพี่อิฐเสมอในทุกโอกาส ไม่ว่าจะวันสำคัญหรือวันธรรมดา แม้แต่การไปเที่ยวในครอบครัวพี่ภูมิยังติดสอยห้อยตามไปด้วย!

ตอนแรกก็คิดว่าสองคนนี้เป็นเพื่อนสนิทที่รักกันมากจนไม่สามารถแยกจากกันไปไหนได้ แต่เมื่อเวลาผ่านมาเนิ่นนานแต่ไม่เคยเห็นทั้งสองมีคนรักกันสักที เป็นหนุ่มโสดที่ควงคู่กันไปไหนมาไหนตลอด จากที่ตอนแรกไม่เคยคิดอกุศลก็เริ่มคิด ผู้ชายสองคนที่สนิทสนมแนบแน่นกันเช่นนี้ คนรักก็ไม่เคยมี จะเป็นอะไรไปได้หากไม่ใช่กินกันเอง!

เมื่อคิดเช่นนั้นอินทิราจึงถือว่าพี่ภูมิเป็นศัตรูหัวใจตัวฉกาจของเพื่อนรัก ซึ่งเธอต้องถือเป็นศัตรูของตนเองด้วย หญิงสาวจึงไม่เคยญาติดีกับภูมิเสียที โดยเฉพาะในช่วงหลังที่มีโอกาสเป็นต้องหาเรื่องชวนทะเลาะอยู่เสมอ

“สวัสดีครับสาว ๆ พาไอ้อิฐมาปล่อยแก่หรือครับ”

เขาหันมาทักทายเธอกับบุษราคัมอย่างอารมณ์ดี จึงต้องยกมือไหว้แล้วทักทายอย่างเสียไม่ได้

“สวัสดีค่ะพี่ภูมิ”

เสร็จแล้วก็หันไปหาพี่ชาย

“พี่อิฐกับพี่ภูมิสั่งเครื่องดื่มรอไปก่อนนะคะ อินกับพลอยขอตัวไปห้องน้ำก่อน”

บอกแล้วก็คว้าแขนเพื่อนเพื่อออกเดิน หากจะไม่ถูกชายหนุ่มที่เพิ่งมาถึงขวางไว้เสียก่อน

“ให้พี่พาไปดีกว่า”

“ไม่เป็นไรค่ะพี่ภูมิ อินกับยายพลอยไปกันเองได้ พี่ภูมิอยู่คุยกับพี่อิฐเถอะค่ะ”

เขาต้องไปห้องน้ำก็เพราะตัวเองยังจะตามมาอีก อินทิราคิดอย่างขัดใจ อดส่งค้อนให้ชายหนุ่มไม่ได้ ก่อนที่จะดึงแขนบุษราคัมพาเดินเลี่ยงเขาตรงไปยังห้องน้ำที่อยู่ไม่ไกลจากโต๊ะที่นั่งนัก

“พี่อิฐชวนพี่ภูมิมาด้วยหรืออิน”

แม่เพื่อนรักที่ทำหน้าราวกับจะร้องไห้ถามทันทีที่เข้ามาในห้องน้ำ

“เออ! ฉันก็ไม่อยากจะคิดมากหรอกนะ แต่ทำไมพี่อิฐต้องชวนพี่ภูมิด้วยล่ะ จะมาเที่ยวกับพวกเราโดยไม่มีพี่ภูมิไม่ได้เลยหรือไง” อินทิราบ่นกระปอดกระแปด การที่พี่ภูมิตามมาเที่ยวด้วยแบบนี้ยิ่งตอกย้ำความคิดอกุศลของเธอว่าเขาทั้งสองชื่นชอบการทำเหมืองทอง!

“แล้วเราต้องทำยังไงล่ะอิน ฉันไม่กล้าเลื้อยหรอกนะถ้าพี่ภูมิอยู่ด้วย”

คำถามจากบุษราคัมยิ่งทำให้อินทิราของขึ้น เลื้อย คือแผนที่หญิงสาววางไว้ให้เพื่อนปฏิบัติเพื่อยั่วพี่ชายเธอ แต่เมื่อพี่ภูมิปรากฏตัวทุกอย่างก็ผิดพลาดไปหมด

“เดี๋ยวฉันจะกำจัดพี่ภูมิเอง พอสบโอกาสแกได้อยู่กับพี่อิฐสองต่อสอง ต้องเริ่มตามแผนทันทีนะ” หญิงสาวหาทางออก เธอต้องหาทางพาพี่ภูมิไปที่อื่นเพื่อเปิดโอกาสให้พี่ชายและเพื่อนสนิทได้ใช้เวลาด้วยกัน

สองสาวซักซ้อมแผนการกันต่ออีกเล็กน้อยแล้วจึงกลับไปยังโต๊ะที่สองหนุ่มนั่งรออยู่

เมื่อไปถึงโต๊ะที่นั่งซึ่งเป็นโซฟาหนังนุ่ม ประกอบด้วยโซฟายาวขนาดสองที่นั่งจัดวางหันหน้าเข้าหากัน โดยมีโต๊ะตัวเล็กอยู่ระหว่างกลางสำหรับวางเครื่องดื่ม ซึ่งทั้งสองหนุ่มจับจองโซฟากันคนละตัว อินทิราจึงพาตนเองไปนั่งลงข้าง ๆ ภูมิ เพื่อให้บุษราคัมได้นั่งบนโซฟาตัวเดียวกับพี่ชาย

“พี่สั่งน้ำส้มให้” พี่ชายว่าพลางบุ้ยใบ้ไปยังแก้วก้านทรงสูงที่บรรจุน้ำส้มสีสดเต็มแก้ว มีชิ้นส้มฝานเสียบอยู่บนปากแก้วดูน่าดื่ม

“พี่อิฐ! ทำไมสั่งน้ำส้มคะ อินกับยายพลอยไม่ใช่นางเอกนะ ไม่เอาน้ำส้ม ไปค่ะพี่ภูมิ ไปสั่งเหล้ากัน” อินทิราแกล้งโวยวายแล้วคว้าแขนภูมิให้ไปสั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยังบาร์เครื่องดื่มด้วยกัน เพื่อเปิดโอกาสให้เพื่อนสาวได้อยู่กับพี่ชายสองต่อสอง แต่ยังไม่ทันได้ลุกไปไหน ผู้เป็นพี่ชายก็ปรามเสียงเรียบ

“ยายอิน เป็นเด็กเป็นเล็กจะกินเหล้าทำไม”

“เด็กที่ไหนคะ พวกเราเรียนจบแล้ว โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว แล้วอีกอย่างพี่อิฐกับพี่ภูมิก็อยู่ ไม่เห็นเป็นไรเลย หรือพี่อิฐจะให้อินกับยายพลอยไปกินกับคนอื่น”

“เอาน่าอิฐ ให้น้องดื่มเถอะ นาน ๆ ที”

เมื่อได้ยินเสียงพี่ภูมิบอกกับพี่ชาย อินทิราก็อดปรายตาไปมองแล้วยิ้มให้ไม่ได้ พูดถูกใจแบบนี้ญาติดีนิดหนึ่งก็ได้

“ก็ได้ เรียกพนักงานละกัน ไม่ต้องเดินไปสั่ง” พี่ชายว่าพร้อมโบกมือเรียกพนักงานที่เดินให้บริการไปมาอยู่ไม่ไกล

อินทิรากับบุษราคัมจึงสั่งค็อกเทลแอลกอฮอล์ต่ำพอเป็นพิธี อดเซ็งอยู่ในใจไม่ได้เมื่อทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผน

แต่แล้วอินทิราก็ต้องยิ้มกว้างเมื่อเห็นพี่ชายลุกขึ้นแล้วบอกกับทุกคนในโต๊ะ

“เดี๋ยวมานะ ไปห้องน้ำ”

เยส! ในที่สุดทางก็เปิด หญิงสาวกระหยิ่มอยู่ในใจ รอจนคล้อยหลังพี่ชาย คนเจ้าแผนการก็กระโดดผลุงไปนั่งข้าง ๆ เพื่อนสาว แล้วกระซิบกระซาบบอกแผนการในทันที

“ฉันจะพาพี่ภูมิไปที่อื่น แกนั่งอยู่นี่ อ่อยผู้ชายคนอื่นไปนะ”

ว่าแล้วก็ต้องปลอบอกปลอบใจเพื่อนรักยกใหญ่เมื่อบุษราคัมโวยวายกับแผนการที่เปลี่ยนแปลงกะทันหัน แต่อินทิราก็ยืนยันมั่นเหมาะว่าแผนการคราวนี้ได้ผลแน่ ก่อนที่จะคว้าแขนภูมิพาเดินจากไป ทิ้งเพื่อนสนิทไว้เพียงลำพังโดยไม่ลืมแวะกระซิบกับชายหนุ่มที่นั่งอยู่ไม่ห่างจากที่เพื่อนสนิทนั่งอยู่นัก

“เพื่อนดิฉันนั่งเหงาอยู่คนเดียว ไปดื่มเป็นเพื่อนหน่อยสิคะ” บอกแล้วก็ชี้มือไปยังคนที่นั่งเหงาอยู่คนเดียวที่ว่าแล้วเดินจากไปพร้อมหัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดี

“คิดจะทำอะไรน่ะเรา” ภูมิถามเมื่อเดินกันมาระยะหนึ่ง

อินทิราปรายตามองชายหนุ่มอย่างครุ่นคิด หากเขารู้ว่าเธอวางแผนจับคู่ให้พี่ชายกับเพื่อนสนิทเขาจะว่าอย่างไรนะ

“เปิดโอกาสให้ยายพลอยกับพี่อิฐค่ะ” ตอบไปแล้วได้ยินเสียงเขาหัวเราะหึ ๆ อินทิราจึงหันขวับไปหา ถามอย่างเอาเรื่อง

“หัวเราะอะไรคะพี่ภูมิ”

“หัวเราะน้องอินจะทำตัวเป็นแม่สื่อ” ภูมิว่า ใบหน้ายังประดับรอยยิ้มอารมณ์ดี

“ว่าแต่คิดว่าจะได้ผลหรือ” อดยั่วเล่นไม่ได้เมื่อเห็นท่าทางเอาเรื่องของหญิงสาว ไม่รู้โกรธอะไรเขา ถามแค่นี้เอง แล้วยิ่งดูเหมือนคำถามสุดท้ายจะยิ่งสะกิด ต่อม อินทิรามากขึ้น เพราะหญิงสาวขู่ฟ่อ

“พี่ภูมิอยู่ให้ห่างก็แล้วกัน”

“อ้าว เกี่ยวอะไรกับพี่” เขาถามกลั้วหัวเราะ คิดว่าอินทิราพาลที่เพื่อนเขาไม่ยอมรับรักเพื่อนของเธอเสียที ไม่ได้คิดเลยว่าหญิงสาวตรงหน้าคิดกับเขาอย่างไร

“เกี่ยวสิคะ อย่างวันนี้ ยายพลอยกับพี่อิฐควรจะได้มานั่งดื่มกันหนุงหนิงแต่พี่ภูมิก็ตามมาเป็นก้าง” อินทิราว่าพร้อมค้อนขวับ ๆ ยิ่งเห็นภูมิหัวเราะราวกับถูกใจยิ่งของขึ้น ไม่ได้รู้ว่าท่าทางของตนนั้นน่าเอ็นดูในสายตาของคนมองเพียงใด

“ก้างที่ไหน ตอนนี้พี่อยู่ในมือน้องอิน จะทำอะไรกับพี่ภูมิก็แล้วแต่จะกรุณาเลยครับ” เขาว่าอย่างอารมณ์ดี ก็จะไม่ให้อารมณ์ดีได้อย่างไร อยู่ ๆ ก็ได้มาอยู่กับหญิงสาวตามลำพัง ตอนที่อิศราโทร. หา เขาคิดว่าคงจะมานั่งดื่มอยู่ด้วยกัน แต่คนข้าง ๆ กลับดึงเขาออกมาเสียนี่ ยิ่งเข้าทางไอ้ภูมิเลยสิ คุ้มค่ากับการที่ต้องสละเวลาพักผ่อนที่ตั้งใจว่าจะนอนให้เต็มอิ่มหลังจากลุยงานหนักมาทั้งสัปดาห์

“ออกไปหาอะไรกินดีกว่าค่ะ” อินทิราชวน จริง ๆ แล้วก็อยากจะนั่งดื่มอยู่แถว ๆ นี้หรอกนะ แต่กลัวพี่ภูมิจะหาทางกลับไปหาพี่อิฐ เพราะฉะนั้นพาออกไปให้ห่างจากที่นี่ดีกว่า ซึ่งคนถูกชวนก็พยักหน้าอย่างกระตือรือร้น

ภูมิเลื่อนมือไปกุมมือเล็กที่ก่อนหน้านี้ทำหน้าที่คว้าแขนเขาแล้วพาเดินออกมา แต่เมื่อห่างจากโต๊ะที่นั่งกันอยู่เมื่อสักครู่หญิงสาวก็ปล่อยมือจากเขา ชายหนุ่มจึงยื่นมือไปจับจูงมือเธอเสียเอง

“พี่ภูมิปล่อยสิคะ จะมาจูงอินทำไม” หญิงสาวว่าพลางแกะมือเขาออกจากมือเธอ

หากชายหนุ่มไม่คิดจะปล่อย

“ไม่ เดี๋ยวน้องอินหาย พี่ไม่มีน้องมาคืนไอ้อิฐหรอกนะ”

คำตอบของเขาทำให้อินทิราต้องมองหน้าพร้อมกลอกตา แต่จำต้องยอมปล่อยให้เขาจับจูงอยู่อย่างนั้นเพราะมือแข็งแรงไม่ยอมคลายออกเลย ไม่ว่าเธอจะพยายามแกะแค่ไหนก็ตาม

อินทิราเดินตามการจับจูงของภูมิไปยังรถยนต์ของชายหนุ่มซึ่งจอดอยู่ที่ลานจอดรถของผับที่เพิ่งเดินออกมา เมื่อเข้าไปนั่งในรถเรียบร้อย เขาก็หันมาถาม

“น้องอินอยากกินอะไร”

“หัวมุมตรงนี้มีบะหมี่ปูอยู่ค่ะ พาอินไปกินได้ไหม” หญิงสาวถาม มองเห็นชายหนุ่มพยักหน้าก่อนจะหันไปตั้งใจกับการขับรถ

อินทิรานั่งเงียบ ๆ แต่ลอบมองใบหน้าของคนขับอยู่เป็นระยะ ใบหน้าด้านข้างของเขามองเห็นจมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากบางสีชมพูระเรื่อ คางบุ๋มนิด ๆ เคราเขียว ๆ นั่นทำให้ดูน่ามอง ต้นคอขาว ๆ ที่ผมตัดสั้นอย่างเรียบร้อยนั่นก็ดูดี

น่าเสียดาย... หน้าตาออกจะดีทำไมถึงมากินกันเองนะ คิดแล้วก็ถอนหายใจ ก่อนจะสะดุ้งเมื่อคนที่ทำท่าตั้งใจกับการขับรถส่งเสียงมา

“นั่งมองหน้าพี่แล้วก็ถอนหายใจ เสียดายอะไรหรือครับน้องอิน”

“เสียดายไม่น่าเป็น...เอ๊ย ไม่ใช่ ๆ ไม่ได้เสียดายอะไรค่ะ” อินทิราเกือบจะพูดในสิ่งที่คิดออกไป แต่เมื่อรู้ตัวก็รีบละล่ำละลักปฏิเสธ

“ไม่น่าเป็นอะไรครับ”

“ไม่มีอะไรค่ะ พี่ภูมิขับรถไปเลย พูดมากจริง” อินทิราฉุนเฉียวกลบเกลื่อน

ภูมิยักไหล่แล้วไม่ถามอะไรต่อ คุ้นเคยกับความขี้หงุดหงิดของหญิงสาวที่มีต่อเขาในช่วงปีหลัง ๆ จนไม่รู้สึกอะไร

ใช้เวลาไม่นานภูมิก็ขับรถมาจอดริมถนนตามคำสั่งการของคนข้าง ๆ เห็นร้านบะหมี่ปูตั้งอยู่บนทางเท้าของอีกฝั่งของถนน มีลูกค้าค่อนข้างหนาตา

“พี่ภูมิเร็ว ๆ เดี๋ยวไม่มีโต๊ะ” อินทิราเร่ง

หญิงสาวเปิดประตูออกไปยืนบนถนนก่อนแล้วขณะที่ชายหนุ่มยังไม่ออกมาจากตัวรถ แต่อึดใจเดียวเขาก็ก้าวออกมาแล้วคว้ามือเธอไปจับ

อินทิรามองมือใหญ่แล้วเงยหน้าขึ้นมองหน้าเจ้าของมือ บ่นกระปอดกระแปด

“จะจับทำไมเนี่ยพี่ภูมิ อินเดินเองได้”

“ไม่เอา ข้ามถนนมันอันตราย เกิดน้องอินเดินทะเล่อทะล่าไปให้รถชนทำไง”

“อินไม่ใช่เด็กอนุบาลแล้วนะ” หญิงสาวว่าใบหน้าหน้าบึ้งตึง หางตาเห็นเขามองมา ริมฝีปากแย้มออกเป็นรอยยิ้ม สายตาเป็นประกายแปลก ๆ

“รู้ครับว่าโตแล้ว ยิ่งต้องหวง...”

“อะไรนะคะ” อินทิราถาม เธอได้ยินไม่ชัดซึ่งน่าจะเป็นเพราะเสียงรถยนต์ที่แล่นไปมา เขาบอกว่าต้อง หวง หรือ

“พี่บอกว่า ยิ่งโตยิ่งต้องห่วง” ชายหนุ่มว่า รอยยิ้มยังไม่เลือนไปจากใบหน้า

อินทิราทำเสียงรับรู้ในลำคอ แล้วเดินตามการจับจูงของเขาไปยังร้านบะหมี่ที่เห็นอยู่ตรงหน้า

ทั้งสองเลือกนั่งที่โต๊ะตัวเล็ก ๆ มีเก้าอี้สองตัววางอยู่ตรงข้ามกัน บนโต๊ะมีพวงเครื่องปรุงวางอยู่ ไม่นานบะหมี่พิเศษปูสองชามที่สั่งไปก็ถูกวางลงตรงหน้า

“ไม่ปรุงหรือคะ” อินทิราถามเมื่อเห็นภูมิหยิบตะเกียบแล้วคีบเส้นบะหมี่เข้าปากในทันทีโดยไม่เติมเครื่องปรุงก่อน

ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมามองคนถามแล้วยักไหล่

“ก็อร่อยแล้ว” ว่าแล้วก็ก้มหน้ากินต่อ

อินทิราจึงหันกลับมายังชามของตนก่อนจะเริ่มกรรมวิธีเติมเครื่องปรุง

คนแอบมองถึงกับทำหน้าสยองเมื่อเห็นหญิงสาวตักน้ำตาล น้ำส้ม และพริกป่นใส่ลงไปในชามจนเป็นภูเขาลูกย่อม แต่ก่อนที่เขาจะได้ทักท้วง โทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงก็สั่นขึ้นมาเสียก่อน

“อยู่ไหน”

เสียงเพื่อนสนิทส่งมาตามสาย ภูมิทอดสายตามองคนที่เริ่มกินบะหมี่อยู่ตรงหน้านิดหนึ่งก่อนจะตอบ

“พาน้องอินมากินบะหมี่ เดี๋ยวเสร็จแล้วจะพากลับไปส่ง ไม่ต้องห่วง” เขาตอบ นิ่งฟังปลายสายสักครู่แล้วจึงวางสาย

“พี่อิฐหรือคะ” อินทิราถาม

“อืม ไอ้อิฐให้พี่ไปส่งน้องอิน”

“ตอนนี้น่ะหรือคะ” อินทิราถามเสียงสูง ดวงตายาวรีเบิกกว้าง ได้ข่าวเธอเพิ่งออกมาจากบ้านนะ!

“กลับตอนที่น้องอินอยากกลับครับ พี่ภูมิพร้อมบริการ” ชายหนุ่มว่าก่อนจะฉีกยิ้ม สายตาเต็มไปด้วยประกายแห่งความรักที่คนได้รับคล้ายกับมีบางสิ่งบังตาจนมองไม่เห็น

“น้องอินอยากไปเที่ยวไหนคืนนี้ เดี๋ยวพี่พาไป” ชายหนุ่มเสนออย่างใจดี

หากคนฟังกลับมีความคิดบรรเจิด

“ไป...ไปคอนโดพี่ภูมิดีกว่าค่ะ”

“หา!

“ไปคอนโดพี่ภูมิ อินไม่เคยไปเลย” หญิงสาวว่า เธออยากไปดูว่ามีร่องรอยของพี่ชายอยู่ในคอนโดมิเนียมของเขาหรือเปล่า หากมั่นใจว่าสองคนนี้เป็นคู่เกย์กันแน่ ๆ เธอจะได้เลิกแผนการจับคู่ให้พี่ชายกับเพื่อนสนิทเสีย เพราะทำไปก็เปล่าประโยชน์ พี่ชายเธอคงไม่ ได้หน้าแล้วลืมหลัง แน่ ๆ

------------------------------

น้องอินจะเจอสิ่งที่ตามหาหรือเปล่า มาลุ้นไปด้วยกันนะคะ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

66 ความคิดเห็น

  1. #60 A-Arun (@A-Arungomes) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 19:31
    มองผู้ชายในแง่ดีไปหรือเปล่าจ๊ะน้องอิน
    #60
    0
  2. #58 nunpanu (@nuntapun) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 มกราคม 2561 / 16:06
    คิดแบบเด็กๆ อ่านแล้วอมยิ้มเลย
    #58
    0
  3. #4 กลมบ๊อก (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2559 / 21:35
    น่ารักค่ะ ละมุนดำเนินเรื่องเร็วดีชอบบบบบ
    #4
    0