หัวใจจำนนรัก

ตอนที่ 37 : บทที่ ๑๔ (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,009
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    16 ธ.ค. 60

เมื่ออยู่เพียงลำพัง อินทิราเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์แล้วเปิดโปรแกรมค้นหาหรือกูเกิ้ลขึ้นมา ก่อนจะใส่คำสำคัญที่เธอต้องการลงไป...ศิขรินทร ณ เวียงสรอง...

 กูเกิ้ลใช้เวลาประมวลผลเพียงเสี้ยววินาที บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ของอินทิราก็เต็มไปด้วยข้อมูลของชายหนุ่มเจ้าของคุ้มที่เธอต้องเข้าไปตกแต่งภายในให้

สิ่งที่ดึงดูดสายตาของอินทิราที่สุดคงจะเป็นภาพของชายหนุ่มผมยาวหยักศกที่มัดรวบไว้ข้างหลัง ใบหน้าเกลี้ยงเกลารูปไข่ ผิวขาวละเอียด คิ้วหนาโก่งอย่างเป็นธรรมชาติ ดวงตายาวรีรูปเมล็ดอัลมอนด์ ล้อมกรอบด้วยขนตางอนยาวราวกับผู้หญิง โครงหน้าชัดเจน โหนกแก้มสูงตามเผ่าพันธุ์ตะวันตกที่ผสมอยู่ในตัวเสี้ยวหนึ่ง จมูกโด่งเป็นสันขนาดพอดี ริมฝีปากบางสีชมพูสด ปลายคางบุ๋มเล็กน้อย สองข้างแก้มมีรอยเคราเขียวจาง ๆ เป็นภาพของชายหนุ่มที่ทำให้อินทิราจ้องมองจนแทบลืมหายใจ

เขา...หล่อ...มาก!

อินทิราอยากจะกรีดร้อง นี่หรือคือ ศิขรินทร ณ เวียงสรอง เจ้าของคุ้มที่เธอต้องเข้าไปทำงาน ทำไมไม่มีใครบอกว่าเขาเป็นชายหนุ่มหน้าตาดีขนาดที่ทำให้อินทิราถึงกับตกตะลึงขนาดนี้!

อินทิราเลือกคลิกลิงก์จากเว็บไซต์ที่แสดงอยู่บนหน้าจอ ลองอ่าน แล้วปิดไป แล้วคลิกใหม่ กระทั่งพบกับบทความสรุปประวัติสั้น ๆ ของชายหนุ่ม จึงอ่านอย่างตั้งใจ

ศิขรินทรมีฐานันดรศักดิ์เป็นถึงพระปนัดดา[1]ในเจ้าหลวงสิขเรศวร ณ เวียงสรอง เจ้าเมืองที่ลี้ภัยไปต่างแดนอย่างที่เธอทราบโดยบังเอิญจากการหาข้อมูลสถาปัตยกรรมของคุ้มเวียงสรองเมื่อวานนี้ เขาเกิดและเติบโตที่ประเทศสหรัฐอเมริกา บิดาเป็นลูกผสมเวียงสรอง-อเมริกันและมารดาเป็นคนไทย ชายหนุ่มเป็นศิลปินภาพวาดสีน้ำมัน และตอนนี้ก็กลับมายังประเทศไทยเพื่อเปิดแกลเลอรีแสดงผลงานศิลปะของเขา อีกทั้งใช้คุ้มเวียงสรองซึ่งตั้งอยู่ที่เชียงรายมาเปิดเป็นบูติกโฮเทลที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่ในขณะนี้

ศิขรินทรให้สัมภาษณ์นิตยสารหลายฉบับเกี่ยวกับแกลเลอรีแสดงผลงานของเขาที่กำลังจะเปิด อินทิราอดยิ้มไม่ได้เมื่อคิดว่าแผนการโปรโมตของเขาได้ผล เพราะจากถ้อยคำของแต้ว ตอนนี้ศิขรินทรกำลังเป็นที่กรี๊ดกร๊าดของสาว ๆ ในเมืองไทย ในฐานะไฮโซหนุ่มหล่อที่มีบรรพบุรุษสายตรงไล่ไปถึงเจ้าผู้ครองนครในอดีต

ท่าทางสาว ๆ จะเข้าคิวจองห้องพักและชื่นชมงานศิลปะ...หรืออาจจะชื่นชมเจ้าของ...เมื่อโรงแรมและแกลเลอรีเปิดให้บริการ

อินทิราใช้เวลาทั้งเช้าอ่านข้อมูลของชายหนุ่มเจ้าของคุ้ม ข้อมูลภาษาไทยมีไม่มากนัก นอกจากบทสัมภาษณ์ในนิตยสารไม่กี่ฉบับ ประวัติส่วนตัวสั้น ๆ อีกเล็กน้อย แต่เมื่อลองค้นหาด้วยภาษาอังกฤษ อินทิราพบว่า ศิขรินทรเป็นศิลปินที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงในสหรัฐอเมริกาเลยทีเดียว

“แปลก...” อินทิราพึมพำอยู่คนเดียว

ในเมื่อเขามีชื่อเสียงที่อเมริกา ซึ่งหมายความว่าน่าจะทำมาหากินได้ดีกว่ากลับมาเมืองไทย อีกทั้งค่าเงินก็แตกต่างกันมาก แล้วเขาจะกลับมาเปิดแกลเลอรีที่อำเภอชายแดนเล็ก ๆ ของจังหวัดเหนือสุดของประเทศไทยทำไม เพราะที่เมืองไทยคนไม่ได้ให้ค่ากับงานศิลปะมากมายนัก ท่าทางเขาคงจะได้เป็นศิลปินไส้แห้งของจริง

แม้จะคิดเช่นนั้นแต่อินทิราก็ไม่ได้ติดใจอะไรมากนัก เพราะคิดว่าบางทีศิลปินก็มีความคิดที่คนทั่วไปอาจจะเข้าไม่ถึง ศิขรินทร ณ เวียงสรอง อาจจะมีเหตุผลส่วนตัวที่เขาไม่จำเป็นต้องประกาศบอกใคร ๆ ก็ได้ว่าเหตุใดจึงต้องย้ายมาเมืองไทย และอยู่เสียห่างไกลความเจริญเช่นนั้น

เมื่อเหลือบสายตาดูเวลาที่มุมล่างของหน้าจอคอมพิวเตอร์และเห็นว่าเป็นเวลาพักเที่ยงอินทิราก็ลุกขึ้น หญิงสาวปิดสมุดโน้ตที่เธอจดรายละเอียดบางอย่างที่จำเป็นต้องทราบ อีกทั้งไอเดียในการออกแบบตกแต่งที่ผุดขึ้นมาในขณะที่ทำความรู้จักกับเจ้าของคุ้ม และรายละเอียดปลีกย่อยอื่น ๆ ที่ต้องจดไว้กันลืม เสร็จแล้วก็บิดขี้เกียจและก้มลงหยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพาย ตั้งใจจะเดินไปยังฝ่ายเขียนแบบเพื่อหาเพื่อนรับประทานอาหารกลางวัน แต่ยังไม่ทันได้ออกจากห้อง ก็ได้ยินเสียงแจ๋ว ๆ ของแต้วแว่วมาแต่ไกล

“พี่แต้ว กำลังจะไปกินข้าวหรือเปล่าคะ” อินทิราโผล่หน้าออกไปทักทาย

แต้วยิ้มให้แล้วยื่นมือมาคว้ามืออินทิราให้เดินไปด้วยกัน “มาสิ กำลังจะมาชวนน้องอินเลย”

อินทิราจึงเดินตามการจับจูงของแต้วไปอย่างง่ายดาย และเมื่อออกมาจากตัวอาคาร ก็พบว่าหนุ่ม ๆ ยืนรอกันอยู่แล้ว ก่อนที่ทั้งหมดจะเดินไปรับประทานอาหารกลางวันยังร้านอาหารตามสั่งใกล้ ๆ สำนักงานนั่นเอง

บทสนทนาระหว่างมื้ออาหารเต็มไปด้วยชื่อของศิขรินทร ณ เวียงสรอง เมื่อสองสาวในโต๊ะไม่ต้องการคุยกันเรื่องอื่นนอกจากเรื่องของชายหนุ่มที่ หล่อมาก!’ ที่อินทิรามีโอกาสไปทำงานให้เขาคนนี้ แต้วทำหน้าเพ้อจนหนุ่ม ๆ ในทีมถึงกับกลอกตาอย่างอ่อนใจ

“แกเป็นสถาปนิกหญิงที่แรดผิดวิสัยรู้ป่าวแต้ว”

วุฒิชัยว่าอย่างไม่เกรงใจในขณะที่คนถูกว่าก็หัวเราะคิกคักราวกับถูกใจหนักหนา ไม่มีท่าทางไม่พอใจสักนิด

“เกิดเป็นผู้หญิง ไม่แรด ไม่บ้าผู้ชาย เสียชาติเกิดเปล่า ๆ” แต้วว่าพร้อมหันไปหลิ่วตาให้อินทิรา ซึ่งหญิงสาวก็พยักพเยิดทำท่าทางเห็นด้วย ถูกอกถูกใจคนพูดยิ่งนัก

สองสาวคุยกันโดยมีหนุ่ม ๆ ขัดคอเป็นระยะจนกระทั่งอิ่มกันทุกคน และราวกับรู้เวลา เพราะทันทีที่อินทิรารวบช้อนส้อมแล้วยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม เสียงโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋าก็ดังขึ้น เมื่อหยิบออกมามองเห็นชื่อคนโทร. เข้ามา อินทิราจึงบอกคนอื่น ๆ เป็นเชิงขออนุญาตรับสาย

“พี่ภูมิโทร. มาค่ะ”

เพื่อนร่วมโต๊ะพยักหน้าให้ อินทิราจึงกดรับสาย ซึ่งพูดคุยกันไม่นานนัก แต่หลังจากวางสายจากภูมิแล้ว อินทิราก็หันไปกรี๊ดใส่แต้ว เพราะ...

“พี่ภูมิบอกว่าวันพุธหน้าคุณศิขรินทรจะลงมากรุงเทพฯ เพื่อคุยกับอินค่ะ” บอกพร้อมฉีกยิ้มเต็มหน้า โดยมีแต้วกรีดร้องอยู่ใกล้ ๆ และหนุ่ม ๆ ส่ายหน้าอยู่รอบโต๊ะ


[1] หลานทวด

-----------------------------------------------------

กลับมาแล้วค่า ต้องขอโทษมาก ๆ เลยที่หายหน้าหายตาไปนานมาก เนื่องจากว่าไปทำต้นฉบับสำนักพิมพ์ ทั้ง ใต้แสงเมคา เมรีที่รัก สำนักพิมพ์กรองอักษร และ ขิงยิ่งรา ข่ายิ่งรัก สำนักพิมพ์โรสบุ๊คส์ ซึ่งตามเรื่อง เกือบตายค่ะ 555 ตอนนี้ทั้งสามเรื่องส่งเข้าโรงพิมพ์เรียบร้อยหมดแล้ว เลยได้กลับมาหา หัวใจอ้อนรักกับหัวใจจำนนรัก ซึ่งกำลังจะเข้าโรงพิมพ์ในสามสี่วันนี้ เพราะฉะนั้น ใครอยากได้เล่มไหน สั่งได้ค่ะ 299 บาททุกเล่ม!


โรสเปิดให้จองรีพรินต์พี่อิฐกับพี่ภูมิอีก เล่มละ 299 จัดพิมพ์จำนวนจำกัดตามยอดจอง ใครอยากได้เล่ม กดสั่งซื้อที่เว็บได้เลยค่ะ 

สั่งซื้อหนังสือคลิกที่นี่

หรือใครรอไม่ไหว จัดอีบุ๊กมาอ่านเลยก็ได้ค่ะ

 หัวใจอ้อนรัก <-------- เรื่องของพี่อิฐกับพลอยค่ะ


อีบุ๊กพี่อิฐกับพลอย



พี่ภูมิกับอิน



แพ็กคู่ราคาประหยัดค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

66 ความคิดเห็น

  1. #54 Jvar J. (@jvar) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 15:39
    พี่ภูมิมีคู่เเข่งละ
    #54
    0