หัวใจจำนนรัก

ตอนที่ 38 : บทที่ ๑๕

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,207
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    17 ธ.ค. 60

๑๕

 

 

หลังอาหารกลางวัน ทันทีที่อินทิราเดินเข้าไปถึงห้องทำงานโดยที่ยังไม่ทันได้หย่อนก้นนั่งเสียด้วยซ้ำ โทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะก็ดังขึ้น และเมื่อรับสาย ก็ได้ยินเสียงเย็นเยียบของเจนจิตรีส่งมา

“เข้ามาหาฉันที่ห้องทำงานด้วย”

หากการออกไปรับประทานอาหารกลางวันกับทีมเขียนแบบ และ เมาท์มอย เรื่องศิขรินทรกับแต้วอย่างสนุกสนานเปรียบเหมือนปลากระดี่ได้น้ำ การกลับเข้ามาทำงานในตอนที่เลยเวลางานช่วงบ่ายเล็กน้อยแล้วถูกเจนจิตรีเรียกเข้าพบ ก็เหมือนกับน้ำที่ได้นั่นกลายเป็นน้ำเดือดจนปลากระดี่หงายท้องซี้แหงแก๋อย่างไรอย่างนั้น

“นั่งสิ” เจนจิตรีบอกเมื่ออินทิราเดินเข้าไปถึงหน้าโต๊ะทำงาน

อินทิราทรุดตัวลงนั่งอย่างว่าง่าย ในใจรู้สึกตุ๋ม ๆ ต้อม ๆ ไม่รู้ว่าจะเจอกับอะไร เพราะหลังจากที่พบกันเมื่อวานนี้ เธอก็พยายามเลี่ยงเจนจิตรีมาโดยตลอด แต่วันนี้ก็ถูกเรียกพบจนได้

“พี่เจนมีอะไรจะใช้อินหรือคะ”

“ท่าทางเธอจะไม่รู้เวลาทำงานของที่นี่กระมัง” เจนจิตรีไม่ตอบ หากถาม

“คะ”

“ฉันไม่สนหรอกว่าเธอจะเป็นเด็กใคร แต่เมื่อมาทำงานที่นี่ เธอก็ต้องมาให้ทันเวลา ไม่ใช่มาสายตั้งแต่วันแรก”

“อินขอโทษค่ะ ต่อไปอินจะมาให้ทัน” อินทิรายอมรับผิดเพราะเธอมาไม่ทันเวลาเริ่มงานจริง เมื่อเช้าหากภูมิไม่โทร. มาปลุก เธออาจจะมาสายกว่านั้น ไม่ใช่สายแค่สิบนาทีอย่างนี้ แต่แม้ว่าจะยอมรับเรื่องมาสาย แต่เรื่อง เด็กใคร อินทิราก็อดไม่ได้ที่จะเถียง

“แต่อินไม่ใช่เด็กใคร”

“งั้นหรือ” เจนจิตรีถามเสียงเรียบ ก่อนริมฝีปากจะบิดเป็นรอยยิ้มหยัน

“งั้นที่ได้งานที่เชียงรายนี่ก็ได้มาด้วยความสามารถสินะ”

ถ้อยคำเชือดเฉือนของเจนจิตรีทำให้อินทิรารู้สึกชาไปทั้งหน้าราวกับถูกตบ อินทิราอับอายและพูดไม่ออก เพราะก็ต้องยอมรับความจริงว่าเธอได้งานนั้นมาเพราะภูมิประเคนให้ ไม่ได้ใช้ความสามารถใด ๆ อย่างที่เจนจิตรีเหน็บไม่มีผิด

อินทิรานั่งนิ่ง เม้มปากแน่น เธอเถียงไม่ออกและไม่มีอะไรจะเถียง เธอเป็นเด็กเส้นที่ไร้ความสามารถ แล้วยังมาทำงานสายตั้งแต่วันแรกอีก

มีอะไรจะแย่กว่านี้อีกไหมอินทิรา...

“เมื่อเช้ามาสายแล้ว ฉันคิดว่าเธอจะมีสำนึก แต่เปล่าเลย ตอนบ่ายเธอก็ยังพักเที่ยงนานกว่าเวลาพัก และฉันคิดว่าจำเป็นต้องเรียกมาตักเตือน เธอจะมาทำตัวตามสบายเพราะคิดว่าเป็นเด็กของภูมิไม่ได้” เจนจิตรีว่าด้วยน้ำเสียงเรื่อย ๆ แต่กรีดหัวใจคนฟัง

“ค่ะ” อินทิราพูดอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้

“ไปได้แล้ว”

อินทิราเงยหน้ามองคนพูดแล้วเห็นว่าหัวหน้าแผนกตกแต่งภายในหมุนเก้าอี้ที่นั่งอยู่ไปอีกทาง ราวกับจะบอกว่าไม่ต้องการเสวนากับเธออีกต่อไป จึงลุกขึ้นแล้วเดินออกไปจากห้องโดยไม่เอ่ยคำใด ๆ อีก

 

เมื่อกลับมาถึงโต๊ะทำงานของตน อินทิราหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาทำท่าจะกดโทร. หาเพื่อนสนิทเพื่อระบายสิ่งที่เธอเพิ่งประสบมา แต่แล้วก็ส่ายศีรษะเบา ๆ แล้ววางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ ด้วยคิดว่าหากเจนจิตรีเห็นเธอใช้โทรศัพท์มือถือในระหว่างเวลางาน คงจะหาเรื่องว่าเธออีกแน่ จึงเปลี่ยนใจ ไว้ค่อยโทร. ในตอนเลิกงานดีกว่า

อินทิราต้องใช้เวลาครู่ใหญ่ในการสงบจิตสงบใจเพื่อไม่ให้ขุ่นมัวกับถ้อยคำของเจนจิตรีมากนัก เพราะแม้จะยอมรับว่าเธอมาสายกว่าเวลาเริ่มงานในตอนเช้าจริง แต่เวลาเริ่มงานตอนบ่าย เธอก็กลับเข้ามาพร้อมกับคนอื่น ๆ ในทีมเขียนแบบ ซึ่งหากอินทิราจะถูกเรียกเข้าพบ คนอื่นก็น่าจะต้องโดนเช่นกัน แต่นี่คนอื่น ๆ ก็อยู่กันอย่างสบายดี นั่นแปลว่าเจนจิตรีอยากหาเรื่องเธอเพียงคนเดียวเท่านั้น ซึ่งนั่นทำให้อินทิรารู้สึกแย่กับการที่ต้องมาถูกเพ่งเล็งจากคนที่หากจะว่าไปแล้ว ก็ไม่ได้มีสิทธิ์อะไรที่จะมาใช้อำนาจนั้นกับเธอเลย แต่อินทิราก็ยอมเพราะไม่อยากจะให้ภูมิรู้ว่าเธอมีปัญหาที่นี่ แค่เขาให้งานเธอทำโดยไม่ดูความสามารถ อินทิราก็คิดว่าสร้างปัญหาพอแล้ว

หญิงสาวนั่งนิ่ง หลับตา แล้วผ่อนลมหายใจเข้าออกยาว ๆ จนเมื่อรู้สึกสงบขึ้นจึงหันไปหาหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เปิดทิ้งไว้ ก่อนที่จะยิ้มออกเมื่อเห็นอีเมลที่ภูมิส่งมาให้ในระหว่างที่เธอออกไปรับประทานอาหาร

อินทิราไม่อยากจะเชื่อว่าในตอนนี้แค่อีเมลของภูมิก็ทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นมาได้ ทั้ง ๆ ที่เมื่อไม่กี่วันก่อน เธอยังขอให้เขาไปไกล ๆ เธออยู่เลย บางทีคนเราก็ไม่เห็นค่าของสิ่งที่ตนมีอยู่หรือเคยได้รับ จนกว่าจะได้พบเจอกับสิ่งอื่นที่แย่กว่า ถึงจะตระหนักว่าโชคดีนักที่เคยได้มีสิ่งนั้นในมือ แล้วค่อยมองเห็นค่ากระมัง

ความเย็นชา ไม่เป็นมิตร และจ้องจับผิดของเจนจิตรี ทำให้อินทิราคิดถึงความ คิดถึงแต่ความต้องการของตัวเอง ของภูมิที่เธอเคยกล่าวหาเขาจับใจ เพราะอย่างน้อยในความเป็นเขา ก็ไม่เคยจะมีสักขณะจิตที่จะทำให้อินทิราคิดว่าเขาต้องการฟาดฟันเธอให้ตาย ไม่เหมือนเจนจิตรีที่อินทิราสัมผัสได้แต่ความเกลียดชัง และหากมีโอกาส เจนจิตรีคงจะไม่ปล่อยให้อินทิรารอดไปได้

ภูมิบอกมาในอีเมลว่าศิขรินทรต้องการให้ห้องตัวอย่างตกแต่งเสร็จอย่างเร็วที่สุดเพื่อจะใช้เป็นภาพโปรโมตในสื่อต่าง ๆ ซึ่งคาดว่าไม่น่าจะเกินหนึ่งเดือนอินทิราน่าจะได้เริ่มต้นงานตกแต่งภายในอย่างจริงจัง นอกจากนี้ก็มีรายละเอียดการเดินทางของศิขรินทร ซึ่งชายหนุ่มมีนัดสัมภาษณ์กับนิตยสารแนวไลฟ์สไตล์ฉบับหนึ่ง จึงถือโอกาสนัดพบกับอินทิราเพื่อพูดคุยรายละเอียดการตกแต่งอย่างที่ภูมิบอกมาทางโทรศัพท์แล้ว

อินทิราจัดการบันทึกเวลาและสถานที่นัดพบลงในโปรแกรมบันทึกในคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตเครื่องเล็กประจำตัว ก่อนที่จะตอบอีเมลภูมิด้วยอารมณ์ที่ดีขึ้นมาก หลังจากนั้นจึงใช้เวลาทั้งบ่ายศึกษางานที่ภูมิส่งมาให้ อีกทั้งเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าพบพูดคุยรายละเอียดการตกแต่งภายในกับเจ้าของงาน ซึ่งเป็นงานแรกในชีวิตการเป็นนักออกแบบตกแต่งภายในของตน หญิงสาวหวังว่าระยะเวลาที่เรียนมาหลายปีในมหาวิทยาลัย อีกทั้งโพรเจกต์จบที่เธอทำออกมาได้ค่อนข้างดี จะช่วยให้เธอมีความสามารถมากพอที่จะสร้างความพึงพอใจให้เจ้าของงานได้ ไม่ใช่อย่างที่เจนจิตรีปรามาสไว้
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

66 ความคิดเห็น

  1. #55 Jvar J. (@jvar) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2560 / 22:22
    ยัยเจนนี่ร้ายจริง
    #55
    0