หัวใจจำนนรัก

ตอนที่ 6 : บทที่ ๓ ไม่ได้หลอก (แต่เอาจริง)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,810
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    1 ต.ค. 60

๓ 



“เรื่องเป็นเกย์ตัดไปได้เลย” อินทิราบอกเพื่อนด้วยใบหน้าเรื่อสีซึ่งคนที่วุ่นวายอยู่กับความคิดของตนไม่ทันสังเกตเห็น บุษราคัมมาหาเธอที่บ้านแต่เช้าพร้อมข่าวดี หลังจากกลับจากไปผับเมื่อคืนนี้

ถึงจะตื่นเต้นยินดีที่พี่ชายเธอยอมคบหาดูใจ แม้จะเป็นเวลาเพียงเดือนเดียวตามที่ร้องขอ แต่บุษราคัมก็ยังกังวลว่าพี่อิฐอาจจะเป็นเกย์และไม่มีวันสนใจตน อินทิราจึงต้องยืนยันว่าพี่ชายไม่ได้เป็นเกย์ เพราะคนที่เธอคิดว่าเขาเป็นคู่เกย์กันนั้นยืนยันกับเธอมาแล้วเมื่อคืนนี้ แต่ดูเหมือนบุษราคัมจะยังไม่เชื่อง่าย ๆ เพราะหันมาถามเธอเสียงสูง 

“อ้าว ทำไมล่ะ เมื่อคืนแกยังสวดพี่ภูมิที่มาเที่ยวกับพี่อิฐอยู่เลย ทำไมวันนี้มาตัดเรื่องเกย์ไปแล้วล่ะ”

“เออน่า เอาเป็นว่าพี่อิฐไม่ได้เป็นเกย์ก็แล้วกัน” อินทิราตัดบทโดยไม่อธิบายอะไรมากไปกว่านั้น จะให้บอกได้อย่างไรว่าพี่ภูมิพิสูจน์แล้วด้วยริมฝีปากของเขาเอง!

“แน่ใจได้ยังไง”

บุษราคัมยังไม่ยอมแพ้ ยังส่งคำถามมาให้คนฟังหนาว ๆ ร้อน ๆ คนยิ่งไม่อยากคิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืนอยู่ จึงรีบบอกปัด อีกทั้งหลบหน้าหลบตา เคราะห์ดีที่แม่เพื่อนรักมัวแต่วุ่นวายอยู่กับความคิดของตนจึงไม่ได้สนใจมองหน้าอินทิรามากนัก

“แน่ใจก็แล้วกันน่า แกไม่ต้องคิดมากแล้ว พี่อิฐแมนทั้งแท่ง ร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่ต้องพิสูจน์แล้ว แค่หาทางให้พี่อิฐตกเป็นของแกก็พอ” หญิงสาวบอกก่อนที่จะถามถึงเหตุการณ์เมื่อคืนนี้ ซึ่งบุษราคัมก็เล่าให้ฟังอย่างกระตือรือร้น

“แกเป็นไรน่ะ หน้าสลดเชียว” อินทิราถามเมื่อคนที่เจื้อยแจ้วด้วยใบหน้าราวกับดอกทานตะวันได้รับแสงเมื่อสักครู่ ตอนนี้กลับหน้าสลดหดเหลือสองนิ้ว

“ฉันคิดว่าพอครบเดือน พี่อิฐคงจะปฏิเสธฉันเหมือนเดิมแหละอิน”

“อ้าว ทำไมคิดแบบนั้น” หญิงสาวถาม บางครั้งก็อดสงสารแม่เพื่อนรักไม่ได้ที่ไม่เคยมีความมั่นใจในตัวเองเลยเมื่อเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับพี่อิฐ

“ไม่รู้สิ พี่อิฐไม่เห็นมีทีท่าอะไรเลย” บุษราคัมตอบเสียงแผ่ว

“แหม เดตแรก แกจะเอาอะไรมากมาย”

พี่อิฐไม่ใช่พี่ภูมิจะได้จูบตั้งแต่ยังไม่เดต!

“แค่จับมือยังไม่มีเลยนะ”

“แกดีใจเถอะ พี่ชายฉันเป็นสุภาพบุรุษ ที่ฉันอ่านมานะ เขาบอกว่าในเดตแรก ไม่ควรจะแตะเนื้อต้องตัวกันมากกว่าที่จำเป็น มันแสดงให้เห็นถึงการให้เกียรติกัน”

“แค่จับมือก็ไม่ได้หรือ”

“ไม่ได้!” อินทิราตอบน้ำเสียงหนักแน่น รู้สึกพอใจอยู่ลึก ๆ ที่พี่ชายไม่ฉวยโอกาสเอากับบุษราคัม... ไม่เหมือนใครบางคน... ฮึ! เขาไม่ได้แค่จับมือแต่เขาจูบเธอ! แล้วยังบังคับขู่เข็ญให้เธอยอมตกลงเป็นแฟนกับเขาด้วย พี่ภูมิฉีกทุกทฤษฎีที่อินทิราเคยอ่านมาทั้งหมด แล้วเธอยังไปตกลงปลงใจจะพิจารณาเขาอีก หญิงสาวปลงอนิจจังกับตนเอง

แต่แม้จะตกลงว่าจะพิจารณาเขา อินทิราก็ตั้งใจไว้แล้วว่าจะพยายามหลบหน้า เธอรู้ว่าภูมิค่อนข้างงานยุ่ง เขาคงไม่มีเวลามาวุ่นวายกับเธอมากมาย และอีกไม่นานเธอก็จะไปทำงานกับพี่ชายแล้ว เวลาที่จะได้เจอกันคงจะหายากมากขึ้น ไอ้การกระทำอะไร ๆ ตามขอบเขตของเขาที่ทำให้เธอรู้สึกวูบวาบคงจะไม่เกิดขึ้นบ่อยนัก เพราะเธอไม่แน่ใจเลยว่าหากมันเกิดขึ้นบ่อย ๆ เธอจะไม่เคลิ้มจนไปตอบตกลงเป็นแฟนอย่างที่เขาต้องการ

แต่แล้วเย็นนั้นอินทิราเพิ่งจะรู้ว่าแผนการหลบหน้าของเธอชักจะมีปัญหา เพราะทันทีที่รถของพี่อิฐเคลื่อนออกไปจากบริเวณบ้านเพื่อไปรับบุษราคัมไปรับประทานอาหารเย็นด้วยกัน รถยนต์ของใครอีกคนก็สวนเข้ามาทันที

“พี่ภูมิ...”

“มายืนรอพี่ภูมิถึงหน้าบ้านเลยหรือครับน้องอิน”

คนที่เพิ่งเปิดประตูรถออกมาทักทายเธอ ใบหน้าประดับรอยยิ้มกว้างขวาง อินทิราอดไม่ได้ที่จะส่งค้อนวงใหญ่ให้เขา ใครมายืนรอเขาถึงหน้าบ้านกัน เธอยืนส่งพี่อิฐต่างหาก

“พี่อิฐไม่อยู่ค่ะ” อินทิราทักทายเชิงบอก

ภูมิยิ้มกว้างราวกับถูกใจ เขาเดินมาคว้าตัวเธอเข้าไปกอดแล้วจูบเร็ว ๆ ที่ริมฝีปาก ก่อนจะบอก

“มารับว่าที่แฟนไปกินข้าวครับ ไม่ได้มาหาไอ้อิฐ”

“พี่ภูมิ ทำอะไรรุ่มร่าม!” อินทิราฟาดเพียะที่ต้นแขนของชายหนุ่มพร้อมกับมองไปรอบ ๆ ตัว กลัวเหลือเกินว่าจะมีใครเห็นการกระทำของเขา หากชายหนุ่มกลับดูไม่สะทกสะท้านแต่อย่างใด เขายื่นมือมาดึงมือเธอไปจับแล้วพาเดินเข้าไปในบ้าน

“ไปแต่งตัวเร็ว”

“มาไม่บอกไม่กล่าว อินไม่ได้ว่างพร้อมจะไปไหนกับพี่ภูมิตลอดเวลานะคะ” อินทิราว่า ใบหน้างอง้ำ แม้ลึก ๆ จะพอใจที่คืนนี้ไม่ต้องกินข้าวเย็นอยู่บ้านคนเดียวเพราะไม่มีใครอยู่บ้านสักคนก็ตาม

“พี่รู้ว่าวันนี้น้องอินต้องกินข้าวคนเดียว ไอ้อิฐไปเดตกับพลอย คุณพ่อคุณแม่ไปงานแต่งงาน กว่าจะกลับก็ดึกโขเพราะรอส่งตัวก่อน ส่วนน้องอินอยู่บ้านคนเดียว เปล่าเปลี่ยวหัวโต เพราะรักนะนี่ถึงมารับออกไปหาอะไรกินด้วยกัน” ชายหนุ่มว่าราวกับทวงบุญคุณ

“ไม่ได้ขอให้มานี่คะ”

“แต่มาแล้ว พูดมาก ไปแต่งตัวไป พี่ให้เวลาสิบนาที” ชายหนุ่มว่าขณะเดินเคียงเธอเข้าไปในห้องนั่งเล่น เขาผลักหญิงสาวให้ขึ้นไปข้างบนในขณะที่ตัวเองเดินไปนั่งบนโซฟาอย่างถือวิสาสะด้วยคุ้นเคยกันดีกับบ้านหลังนี้ เพราะเข้านอกออกในมาตั้งแต่เล็กจนโต

“สิบนาทีจะเสร็จได้ไงคะ” อินทิราโวยวาย

ภูมิยิ้มอ่อนโยน พูดเสียงนุ่ม หากสายตาคมกริบอย่างจะบอกว่าเขาไม่ได้พูดเล่น

“ถ้าไม่เสร็จพี่จะขึ้นไปช่วยแต่ง”

สิ้นคำของชายหนุ่ม อินทิราหันกลับไปวิ่งขึ้นบันไดในทันที เพราะเห็นสายตาเขาแล้วรู้ว่าเขาเอาจริงแน่หากเธอมัวแต่โอ้เอ้

สิบนาทีไม่ขาดไม่เกิน ภูมิอดยิ้มไม่ได้เมื่อเห็นอินทิราเดินลงบันไดมาภายในเวลาที่เขาให้ หญิงสาวแต่งตัวด้วยเสื้อยืดพอดีตัวสีแดงกับกางเกงยีนส์สกินนี่ขาสี่ส่วน รองเท้าส้นสูงแบบคีบ ใบหน้าเกลี้ยงเกลาปราศจากเครื่องสำอางนั้นงอง้ำ

“ดูสิ อินไม่มีเวลาแต่งหน้าเลย ผมยังแทบไม่ได้หวี”

ภูมิมองผมหยักศกซอยสั้นที่ทำสีและไฮไลต์ส่งให้ใบหน้าเรียวนั้นดูสวยเฉี่ยวด้วยสายตาอ่อนโยน เขายื่นมือไปขยี้ผมเธออย่างเอ็นดู กล่าวเสียงนุ่ม

“แค่นี้ก็สวยแล้ว”

“ผมยุ่งหมด” อินทิราบ่นอุบอิบ ดึงมือชายหนุ่มออกจากศีรษะของตน

ภูมิจึงกุมมือเล็กไว้ไม่ปล่อย แล้วพาเดินตรงไปยังรถยนต์ในโรงรถทันที

ภูมิพาอินทิราขับรถมาจอดยังโรงแรมหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา ในตอนแรกหญิงสาวคิดว่าเขาจะพาเธอมารับประทานอาหารเย็นที่นี่ แต่เขากลับพาเธอเดินเลยไปด้านหลัง ตรงไปยังท่าเรือของโรงแรม ซึ่งมีเรือล่องแม่น้ำจอดเทียบท่าอยู่สองลำ

“กินข้าวบนเรือกันดีกว่า” ชายหนุ่มว่าพลางจับจูงหญิงสาวเดินตรงไปยังพนักงานที่รออยู่ หลังจากเช็กอินเรียบร้อยพนักงานอีกคนก็พาทั้งสองลงเรือตรงไปนั่งยังโต๊ะที่ชายหนุ่มจองไว้

โต๊ะที่ทั้งสองนั่งอยู่บนดาดฟ้าเรือ ที่แม้จะไม่ค่อยเป็นส่วนตัวเท่าไร แต่สามารถมองเห็นทัศนียภาพโดยรอบได้อย่างเต็มตา ลมแม่น้ำพัดแผ่วรู้สึกเย็นสดชื่น ดนตรีแสดงสดเป็นทำนองเพลงรักหวานแว่วอยู่ไม่ไกล ส่วนอาหารมีให้เลือกทั้งแบบบุฟเฟต์และแบบสั่งในเมนู ซึ่งภูมิเลือกที่จะสั่งจากเมนู เพราะอยากนั่งรับประทานกันเงียบ ๆ มากกว่าจะเดินไปมาเพื่อตักอาหาร

เรือเคลื่อนออกจากท่าของโรงแรมแล้วล่องแม่น้ำผ่านสถานที่สำคัญหลายแห่งของกรุงเทพมหานคร ทั้งศูนย์ราชการ วัดวาอาราม หรือโรงแรมที่เป็นตึกสูงริมแม่น้ำ แสงไฟสองฟากฝั่งเป็นประกายระยิบระยับ บางครั้งก็สวนกันกับเรือลำอื่น ๆ ที่ล่องอยู่คนละฝั่งของแม่น้ำ เป็นภาพบรรยากาศที่สวยงามของกรุงเทพฯ ในอีกมุมมองหนึ่งที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก

สองหนุ่มสาวนั่งรับประทานอาหารพร้อมกับชมความงดงามของทัศนียภาพยามค่ำคืน อาหารรสดีแกล้มกับบทสนทนาที่หาสาระไม่ค่อยได้ แต่ภูมิก็มีความสุข ที่ในที่สุดเขาก็สามารถแสดงออกถึงความรักที่มีต่อหญิงสาวได้ แม้เธอจะยังไม่กล้าเปิดเผยต่อคนอื่น ๆ ก็ตาม

“น้องอินไปทำงานกับพี่ไหม” ชายหนุ่มถามขณะนั่งมองอินทิราละเลียดไอศกรีมหลังอาหาร

หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองเขาก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ

“ช้าไปแล้วค่ะ พี่อิฐหางานให้อินแล้ว”

“ยกเลิกกับไอ้อิฐสิ พี่หาให้ก็ได้”

“ไม่หรอกค่ะ อินไม่ได้อยากเจอพี่ภูมิตลอดเวลาขนาดนั้น” หญิงสาวว่า แล้วต้องทำคอย่นเมื่อเห็นสายตาคาดโทษของเขา

“ไม่ต้องห่วง น้องอินได้เจอพี่บ่อย ๆ แน่”

“พี่ภูมิว่างขนาดนั้นเลยหรือไงคะ” อินทิราว่าอย่างไม่รู้ถึงแผนการในใจของเขา แต่ภูมิก็เพียงแต่มองยิ้ม ๆ โดยไม่เปิดเผยแผนการที่วาดไว้

“ไม่ว่างหรอก แต่รอดูก็แล้วกัน” ชายหนุ่มตอบแล้วหันไปสนใจเครื่องดื่มในมือ ในขณะที่อินทิราก็ก้มหน้าจัดการไอศกรีมตรงหน้า

 

เรือกลับมาเทียบท่าในเวลาไม่ดึกมากนัก ภูมิยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลาแล้วหันไปหาคนที่เดินอยู่ข้าง ๆ ก่อนจะบอกด้วยประโยคที่ทำให้คนฟังต้องหันขวับ

“ยังวันอยู่เลย ไปนั่งเล่นที่คอนโดฯ พี่ดีกว่านะ”

แก้มใส ๆ ตาเรียว ๆ ที่เบิกโตของคนที่หันมามองเขาทำให้ภูมิอดเย้าไม่ได้

“ไม่ต้องมาทำหน้าเหมือนพี่กำลังหลอกไปปล้ำเลย” เขาหยุดนิด มองคนที่อ้าปากคล้ายจะเถียงแล้วหุบลง ก่อนจะพูดต่อในสิ่งที่ทำให้คนที่สีหน้าผ่อนคลายลงเล็กน้อยเมื่อสักครู่หน้าแดงและแว้ดเขาเสียงดัง

“พี่ไม่ได้หลอก ชวนจริง”

----------------------------------

ฝากพี่อิฐกับพลอยด้วยนะคะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

66 ความคิดเห็น

  1. #59 nunpanu (@nuntapun) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 มกราคม 2561 / 09:46
    หมาหยอกไก่นะพี่ภูมิ
    #59
    0