หัวใจจำนนรัก

ตอนที่ 9 : บทที่ ๔ ก่อนเดินทาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,523
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    1 ต.ค. 60


“มีอะไรวะไอ้ภูมิ มาหาฉันถึงนี่”

อิศราเพื่อนสนิทถามเขาหลังจากรอจนเลขาฯ ซึ่งเอากาแฟเข้ามาเสิร์ฟให้ลับตัวไปจากห้อง เขามาหาเพื่อนรักถึงที่ทำงานวันนี้ ทั้ง ๆ ที่ปกติจะนัดพบกันข้างนอกก็เพราะมีเรื่องบางอย่างที่ต้องจัดการให้เรียบร้อย

“ฉันมีงานมาเสนอน้องอิน”

“อ้าว เสนอยายอินแล้วเกี่ยวอะไรกับฉันวะ”

“อย่ามาแกล้งโง่ไอ้อิฐ น้องอินจะทำงานกับแก และฉันต้องการให้แกเสนองานของฉันให้กับน้องอิน” เขาบอกในสิ่งที่ต้องการอย่างไม่อ้อมค้อม รู้สึกหมั่นไส้ไอ้เพื่อนรักอยู่ไม่น้อย มันรู้ว่าเขาต้องการอะไร จึงทำยักท่าอยู่แบบนี้เพราะรู้ว่าเขาจะต้องง้อ

“ยายอินจะทำโครงการที่หัวหิน” อิศราบอก

“งานใหญ่แบบนั้นน้องจะได้ทำอะไรจริงจังหรือเปล่า” ภูมิถามอย่างจริงจัง

เขาพอรู้ว่าโครงการที่หัวหินเป็นโครงการบ้านพักตากอากาศที่ค่อนข้างใหญ่ เม็ดเงินลงทุนสูงลิ่ว อิศราคงไม่กล้าวางงานตกแต่งภายในทั้งหมดในมืออินทิรา อย่างมากหญิงสาวก็คงเป็นได้แค่ฟันเฟืองเล็ก ๆ ตัวหนึ่งขององค์กรเท่านั้น

“นายมีงานอะไรให้อินทำ” อิศราถามตรงเป้า เขาเป็นพี่ชาย ย่อมต้องการสิ่งที่ดีที่สุดให้น้องสาวเช่นกัน หากภูมิมีงานที่เหมาะกว่าเขาก็คงไม่กีดกัน เพราะรู้ว่าภูมิก็ต้องการให้สิ่งที่ดีที่สุดแก่อินทิราไม่ต่างไปจากเขา

“ฉันมีโพรเจกต์รีโนเวตที่เชียงราย วันมะรืนจะบินไปคุยเรื่องแบบครั้งสุดท้าย ก่อนจะกลับมาลงมือเขียนแบบ ฉันว่าจะให้น้องอินทำตกแต่งภายใน มันเป็นโอกาสที่ดีและจะเป็นพอร์ต[1]ให้น้องอินด้วย”

“แล้วคนของนายจะไม่มีปัญหาหรือไง อินเป็นใคร อยู่ ๆ ก็เข้ามาทำ” อิศราถามอย่างเป็นห่วง ไม่ต้องการให้น้องสาวมีปัญหากับการได้ทำงานข้ามหน้าข้ามตาใคร

“บริษัทของฉัน จะมอบหมายให้ใครทำก็ได้ไม่ใช่หรือวะไอ้อิฐ”

“ก็แค่เป็นห่วง”

“เออ ไม่มีปัญหาหรอก เพียงแต่ว่าต้องไปเชียงรายพักนึง”

“ต้องเฝ้าเลยหรือ”

“อืม เจ้าของอยากเร่งให้เสร็จเร็ว ๆ มันเป็นคุ้มเจ้านายเก่า เขาจะทำเป็นบูติกโฮเทล น้องอินเห็นงานแล้วและฉันรู้ว่าน้องอยากทำ ติดแค่ที่ต้องไปเชียงราย น้องอินคิดว่าคุณแม่คงไม่ยอมให้ไป”

“อินอยากทำ?” อิศราถามพลางเลิกคิ้ว ไม่เชิงไม่เชื่อแต่ดูเหมือนแปลกใจมากกว่า

“น้องอินทำหน้าเหมือนมีขนมอยู่ตรงหน้าแต่กินไม่ได้ ฉันมั่นใจว่าน้องอินอยากทำ แต่จะอยากทำงานกับฉันหรือเปล่านี่ไม่แน่ใจ” เขาว่ายิ้ม ๆ รู้ว่าอินทิราไม่อยากจะทำงานกับเขาแน่

“งั้นฉันจะบอกน้อง”

“เฮ้ย ไม่ต้องหรอก แค่นายช่วยพูดกับคุณพ่อคุณแม่ให้น้องอินไปทำงานที่เชียงรายกับฉันได้ก็พอ ส่วนน้องอินเดี๋ยวฉันจัดการเอง”

คำพูดของภูมิทำให้อิศราอดหัวเราะหึพร้อมส่ายหน้าอย่างอ่อนใจไม่ได้

“แน่ใจหรือไอ้ภูมิว่าจะมัดมือชกแบบนี้ ระวังยายอินอาละวาดนะ”

“เออน่า ฉันจัดการได้ เชื่อสิ” ภูมิบอกพร้อมยักคิ้ว เขามีวิธีจัดการกับอินทิราที่ได้ผล แต่ไม่คิดว่าจะต้องป่าวประกาศวิธีการนั้นกับใคร โดยเฉพาะพี่ชายของเธอที่นั่งอยู่ตรงหน้า ไม่บอกน่าจะดีที่สุด

 

อินทิราอยู่บ้านคนเดียวอย่างเหงา ๆ บิดามารดาไปทำงาน พี่ชายอาศัยอยู่ที่คอนโดมิเนียมกลางกรุงของเขาในวันธรรมดา

ปกติหญิงสาวจะใช้เวลากับเพื่อนสาวบ้านติดกันผู้ว่างงานเหมือนกัน แต่วันนี้เธอเพิ่งส่งบุษราคัมให้ไปดูแลพี่ชายซึ่งไม่สบายอยู่ที่คอนโดฯ ของเขา อินทิราจึงไร้คู่หู นั่ง ๆ นอน ๆ อยู่ที่บ้านอย่างเซ็ง ๆ

เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์มือถือเรียกหญิงสาวให้หันไปมอง เมื่อเห็นชื่อคนโทร. มาที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอก็เรียกรอยยิ้มบางเบาที่มุมปากได้วูบหนึ่ง

“ไม่ทำงานทำการหรือคะพี่ภูมิ” หากเมื่อเอ่ยทักทายไปตามสายกลับฟังดูหาเรื่องเสียอย่างนั้น 

“ทำ” เขาตอบสั้น ก่อนจะสั่งรวดเร็ว

“น้องอินแต่งตัวรอนะ อีกครึ่งชั่วโมงพี่จะถึงบ้านน้องอิน”

“เดี๋ยว ๆ อินจำได้ว่าเราไม่ได้มีนัดอะไรกันวันนี้นะคะ”

“เปล่า ไม่มี”

“อ้าว...” อินทิราอุทาน ก่อนจะบ่นอย่างอดไม่ได้

“พี่ภูมิเห็นอินไม่มีอะไรทำ จนนึกจะมาหาเมื่อไร ลากไปไหนก็ได้ งั้นหรือคะ”

“แล้วน้องอินมีอะไรทำหรือเปล่าล่ะ”

“ก็...เอ่อ...ไม่มี” จำต้องยอมรับอย่างเสียไม่ได้ แต่ถึงเธอจะไม่ได้ทำอะไร ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาอยากจะมาหาเธอ ลากไปไหนต่อไหนตามอำเภอใจก็ได้นี่

“อีกครึ่งชั่วโมงเจอกัน แล้วค่อยคุย พี่ไม่มีเวลา” ชายหนุ่มว่าแล้ววางสายไปโดยไม่เปิดโอกาสให้คนฟังโวยวาย

อินทิราย่นจมูกใส่โทรศัพท์ในมือก่อนจะถอนใจยาวแล้วลงมือแต่งตัว แม้จะบ่นให้เขา แต่ก็ทำตามคำสั่งของเขาแต่โดยดี

ไม่นานไปกว่าครึ่งชั่วโมงอย่างที่เขาบอก ชายหนุ่มก็ปรากฏตัวที่บ้านเธอ

ภูมิอยู่ในชุดเสื้อยืดคอกลมสีขาวพอดีตัวกับกางเกงยีนส์สีเข้ม สวมรองเท้าบู๊ตหุ้มข้อแบบผู้ชาย เขาจอดรถแล้วเดินตรงไปคว้ามือคนที่เดินออกมาจากบ้านแล้วพาเดินกลับไปยังรถยนต์โดยไม่ได้พูดไม่จา

เมื่อไปถึงรถ ชายหนุ่มให้อินทิรายืนรออยู่ครู่หนึ่ง ในขณะที่เขาหยิบกระเป๋าเดินทางที่วางอยู่บนเบาะหน้าคู่คนขับไปวางบนเบาะหลังพร้อม ๆ กับเสื้อแจ็กเก็ตยีนส์สีเดียวกับกางเกง เรียบร้อยก็หันมายิ้มให้คนที่ยืนรออยู่เบื้องหลังแล้วผายมือเชื้อเชิญให้เข้าไปในรถ

อินทิราก้าวเข้าไปในรถอย่างว่าง่าย รออึดใจเดียวชายหนุ่มก็เดินอ้อมมาเปิดประตูฝั่งคนขับแล้วเข้าไปนั่งประจำที่

“พี่ภูมิกำลังจะไปไหนหรือคะ” อินทิราถามในขณะที่ชายหนุ่มถอยรถออกจากบริเวณบ้านของเธอ ทั้งกระเป๋าเดินทางและการแต่งตัวของเขา ทำให้อินทิรารู้โดยที่เขาไม่ต้องบอกว่าเขากำลังจะเดินทาง

“เชียงราย” ชายหนุ่มบอกพร้อมยิ้มให้ “เครื่องออกบ่ายสาม”

“เพิ่งเที่ยง” อินทิราเปรย ภูมิหันมายิ้มอย่างเข้าใจในความหมายที่ไม่ต้องเอ่ยปาก

“พี่ไม่ได้รีบไปเช็กอินล่วงหน้าสามชั่วโมงหรอกน่า” เขาบอกก่อนจะถาม เปลี่ยนเรื่องจนคนฟังตามไม่ทัน

“น้องอินกินอะไรหรือยัง”

“ยังค่ะ ก็พี่ภูมิโทรมาสั่งให้แต่งตัว อินจะเอาเวลาที่ไหนไปกินอะไรล่ะคะ”

“บ่นจริง” ชายหนุ่มว่าอย่างไม่จริงจัง ก่อนจะถามเสียงอ่อนโยน

“หิวไหม รอถึงสนามบินก่อนได้หรือเปล่า”

“ค่ะ” ก็เธอมีทางเลือกอื่นที่ไหนล่ะ นั่งอยู่ในรถกับเขาแล้วนี่

“พี่ต้องไปเชียงราย จะไม่ได้เจอกันอีกหลายวันเลยอยากกินข้าวกับน้องอินก่อน แต่ไม่มีเวลาแล้ว กินที่สนามบินระหว่างรอขึ้นเครื่องน้องอินคงไม่ว่าอะไรนะ กลับจากเชียงรายแล้วพี่จะมารับไปหาอะไรกินดี ๆ” เขาบอกแกมอธิบายและออกตัว

“พี่ภูมิจะไปทำงานที่เชียงรายแล้วหรือคะ”

“ยังหรอก พี่เอางานที่ออกแบบแล้วไปคุยกับเจ้าของเป็นครั้งสุดท้าย ถ้าโอเคแล้วจะได้กลับมาเขียนแบบน่ะ อยากพาน้องอินไปด้วยจัง”

“อิมพอสสิเบิ้ลค่ะ เชิญพี่ภูมิตามสบาย” อินทิราว่าอย่างทันท่วงที

ภูมิไม่ได้พูดอะไรอีก เขาเพียงมองเธอยิ้ม ๆ ตาเป็นประกายวิบวับอย่างดูมีเลศนัยเท่านั้น



[1] พอร์ต (Portfolio) แฟ้มแสดงผลงาน

-------------------------------

ที่รัก ใครชอบพี่ภูมิกับหนูอิน คอมเมนต์ให้เค้าบ้างน้า มันเงียบเหงามากเลยค่า 

ฝากพี่อิฐกับพลอยด้วยนะคะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

66 ความคิดเห็น

  1. #12 ป้าดา (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2559 / 22:48
    อื้ออือ!ไม่ทันหรอกหนูอิน..
    #12
    0
  2. #11 กลมบ๊อก (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2559 / 22:33
    คนเจ้าเล่ห์
    #11
    0