หัวใจอ้อนรัก (พิมพ์ใหม่)

ตอนที่ 10 : บทที่ ๙ รักพลอยบ้างไหม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 267
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    1 ก.ย. 61

อิศราขับรถเข้ามารับบุษราคัมถึงบ้าน หญิงสาวแต่งตัวรออยู่แล้วหลังจากที่ชายหนุ่มส่งข้อความมาบอกเวลาที่จะเข้ามารับ เมื่อเห็นรถชายหนุ่มเลี้ยวเข้ามาภายในบริเวณบ้านก็หันไปยิ้มให้มารดาจนตาหยี

“พลอยไปนะคะแม่” บอกพร้อมสวมกอดมารดา ก่อนจะเดินแกมวิ่งไปหาคนที่เพิ่งจอดรถแล้วก้าวเข้ามาหาสองแม่ลูก หล่อนบอกมารดาไว้แล้วว่าพี่อิฐจะมารับออกไปรับประทานอาหารเย็นข้างนอก

“สวัสดีครับคุณน้า” ชายหนุ่มยกมือไหว้ทักทายมารดาของหญิงสาว

“จะไปที่ไหนกันหรือจ๊ะ” คุณไพลินถามไปตามมารยาท ไม่ได้คาดคั้นจริงจัง ด้วยคุ้นเคยกับการที่ชายหนุ่มข้างบ้านจะมารับบุตรสาวออกไปนั่นนี่พร้อม ๆ กับน้องสาวของเขาอยู่เสมอ

“คงแถว ๆ นี้ละครับคุณน้า ผมจะรีบกลับมาส่ง”

“ตามสบายเถอะจ้ะ ถ้าดึกหรือถ้าจะค้างกับยายอินก็โทร. มาบอกน้าหน่อยก็แล้วกัน” หลายหนที่บุตรสาวออกไปข้างนอกกับสองพี่น้องแล้วไม่กลับบ้านแต่จะโทร. มาบอกว่าจะค้างกับอินทิรา หรือบางที เด็กสาวเพื่อนสนิทของบุตรสาวก็จะมาค้างที่บ้านบ้าง ซึ่งคุณไพลินก็ไม่ได้ถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะเห็นกันมาตั้งแต่เล็กจนโต และบ้านก็อยู่ติดกันแค่นี้เอง จะนอนบ้านนี้หรือบ้านนั้น ก็ไม่ได้รู้สึกว่าผู้เป็นบุตรสาวไปเหลวไหลที่ไหน เพราะก็คุ้นเคยกันดีกับผู้ใหญ่ของบ้านนั้น ด้วยเป็นเพื่อนบ้านที่มีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมาช้านาน

“ครับผม ไปนะครับคุณน้า” ชายหนุ่มยกมือไหว้พร้อมกล่าวลา ก่อนจะเดินตามหญิงสาวไปยังรถที่จอดอยู่ เมื่อขึ้นนั่งกันเรียบร้อยก็หันไปถามคนที่นั่งยิ้มแป้นอยู่ข้าง ๆ พร้อม ๆ กับถอยรถออกจากตัวบ้าน

“อยากกินอะไร”

“ตามใจพี่อิฐค่ะ พลอยอะไรก็ได้” แค่ได้นั่งกินกับพี่อิฐพลอยก็พอใจแล้ว แฮ่

เมื่อได้ยินเช่นนั้นอิศราจึงหันไปตั้งใจกับการขับรถโดยไม่ได้พูดอะไรอีก แต่แล้วเสียงเพลงจากวิทยุในรถซึ่งคลออยู่เบา ๆ ทำให้คนที่นั่งเงียบ ๆ อยู่บนที่นั่งผู้โดยสารเริ่มร้องคลอหงุงหงิง

How do I get through one night without you                             ฉันจะผ่านแม้เพียงคืนเดียวที่ไม่มีเธอไปได้อย่างไร

If I had to live without you                    

หากฉันต้องอยู่โดยไม่มีเธอ

What kind of life would that be            

ชีวิตฉันจะเป็นอย่างไร

Oh and I, I need you in my arms                     

โอ...และฉัน... ฉันจำต้องมีเธอในอ้อมแขน

Need you to hold                                             

ต้องกอดเธอไว้

You’re my world, my heart, my soul[1]    

เธอคือโลก คือหัวใจ คือวิญญาณ...ของฉัน

“ชอบเพลงนี้หรือ” ชายหนุ่มถาม

“ค่ะ” บุษราคัมหันไปตอบ อยากจะบอกเขาว่า ฟังความหมายมันสิ หล่อนกำลังร้องให้เขาต่างหาก พลอยจะอยู่ได้อย่างไรหากไม่มีพี่อิฐ...

If you ever leave… หากเธอทิ้งฉันไป

อย่าทิ้งพลอยไปไหนนะคะพี่อิฐ...

 

กว่ารถของชายหนุ่มจะนำคนทั้งสองไปถึงจุดหมาย เพลงในรถก็จบไปหลายเพลง คนร้องคลอก็ร้องบ้างไม่ร้องบ้างแล้วแต่ว่าเพลงไหนจะถูกใจ ใบหน้าเนียนใสประดับรอยยิ้ม ยิ่งมองคนที่ทำหน้าที่ขับรถด้วยท่าทางตั้งอกตั้งใจยิ่งรู้สึกว่าพี่อิฐ โคตรหล่อ ขึ้นไปอีกหลายเลเวล ยิ่งจินตนาการเลยเถิดไปถึงเด็กหญิงเด็กชายที่มีส่วนผสมของเขาและหล่อนคนละครึ่งว่าจะออกมาน่ารักแค่ไหน ยิ่งทำให้คนแอบคิดยิ้มกว้างขวางจนแทบจะหุบไม่ลง

“มองอะไร” คนที่ทำท่าตั้งใจกับการมองถนนข้างหน้าถามโดยไม่หันมามอง คนคิดไม่ซื่อถึงกับสะดุ้ง ไม่คิดว่าเขาจะรู้ว่าหล่อนแอบมอง

“เปล่าค่ะ” บุษราคัมตอบอ้อมแอ้ม จะให้ตอบว่าอย่างไร ก็เห็น ๆ อยู่ว่ามองอะไร...มองว่าที่พ่อของลูก...แฮ่ ตอบแล้วก็เสมองออกนอกหน้าต่างดูรถราที่สวนไปมา ได้ยินชายหนุ่มหัวเราะหึ ๆ แล้วก็เกิดหมั่นไส้ขึ้นมา ไม่มองก็ได้ ฮึ! รู้ว่าเขารักก็แกล้งเขาได้ อย่ามาตกหลุมรักเขาบ้างก็แล้วกัน จะเล่นตัวให้หนักเลย บุษราคัมบ่นในใจอยู่คนเดียว รู้ละว่าอาจจะไม่มีวันนั้น วันที่เขาตกหลุมรักหล่อน แต่คนเราก็ต้องมีความหวังไม่ใช่หรือ

ในที่สุดชายหนุ่มก็นำรถเข้าไปจอดยังลานจอดรถของโรงแรมซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ก่อนที่จะพาหญิงสาวเดินไปยังห้องอาหารซึ่งมีส่วนจัดวางอยู่ด้านนอก มีวิวแม่น้ำที่มองเห็นเรือล่องระเรื่อยอยู่หลายลำ

“เรียนจบแล้วพลอยจะทำอะไร” ช่วงหนึ่งระหว่างรับประทานอาหารกันอยู่ชายหนุ่มก็ถามขึ้น

“พลอยอยากหางานทำค่ะ คุณพ่อคุณแม่อยากให้ไปเรียนต่อ แต่พลอยอยากมีประสบการณ์การทำงานก่อน” อีกอย่าง...ถ้าไปเรียนต่อแล้วพลอยคงไม่ได้เจอพี่อิฐ กว่าจะกลับมาเกิดพี่อิฐแต่งงานไปก่อนก็ซวยสิคะ อันนี้ต้องคิดในใจ จะพูดออกไปได้อย่างไรกัน เกิดพี่อิฐไหวตัวทันไล่ให้หล่อนไปเรียนต่อเป็นได้เป่าปี่ตรงนี้แน่

“อืม พี่ว่าก็ดีนะ ทำงานก่อนสักปีสองปีแล้วค่อยไปเรียนต่อก็ยังไม่สาย แต่พลอยบอกว่าจะหางานทำหรือ ไม่ทำงานกับคุณน้าล่ะ”

“ไม่ละค่ะ พลอยอยากลองหางานด้วยตัวเอง ส่วนทำงานกับพ่อแม่ เรียนจบกลับมาก็ต้องได้ทำอยู่แล้ว ตอนนี้หาประสบการณ์ที่อื่นไปก่อนดีกว่า” ตอบพร้อมฉีกยิ้ม ดีใจที่พี่อิฐเห็นด้วยกับการทำงานหาประสบการณ์ก่อนที่จะไปเรียนต่อยังต่างประเทศ ดูท่าทางพี่อิฐไม่ได้ระแคะระคายเลยว่าหล่อนตั้งใจจะเป็นเจ้าสาวของเขาต่างหาก ถ้าปฏิบัติการหนึ่งเดือนนี้สำเร็จ เรื่องเรียนต่อก็พับไปได้เลย

หลังจากรับประทานอาหารกันเสร็จเรียบร้อย อิศรายกมือขึ้นดูเวลาที่นาฬิกาข้อมือ เมื่อเห็นว่ายังไม่ดึกก็หันไปถามคนที่นั่งอยู่ตรงข้าม

“อยากไปไหนต่อหรือเปล่า”

“ไปเดินเล่นสีลมกันไหมคะ” หญิงสาวชวน ด้วยที่ตั้งของโรงแรมที่มารับประทานอาหารนี้อยู่ไม่ห่างจากถนนสีลม แหล่งท่องเที่ยวของคนกลางคืนมากนัก บุษราคัมไม่ได้ตั้งใจจะไปทำอะไรมากไปกว่าเดินเล่นดูแสงสียามค่ำคืนเท่านั้น เพราะแค่เพียงได้เดินกับพี่อิฐ หล่อนก็ไม่ต้องการอะไรมากไปกว่านั้นอีกแล้ว

“ไปสิ” ชายหนุ่มว่าพร้อมทำท่าเรียกพนักงาน เมื่อจัดการจ่ายเงินค่าอาหารเรียบร้อย ทั้งสองก็เดินกลับไปยังรถยนต์ของชายหนุ่ม โดยมีจุดมุ่งหมายอยู่ที่ถนนสีลม

เมื่อมาถึงจุดหมายพร้อมหาที่จอดรถได้เรียบร้อย สองหนุ่มสาวก็เดินไปเรื่อย ๆ มุ่งหน้าสู่ต้นถนนซึ่งเป็นแหล่งรวมผับบาร์มากมาย ข้างทางมีร้านขายสินค้าหลากหลายที่มุ่งเน้นขายนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่ก็เป็นที่ตื่นตาตื่นใจของหญิงสาวที่ไม่ค่อยมีโอกาสออกมาเปิดหูเปิดตาในยามค่ำคืนเช่นนี้บ่อยนัก

ขณะที่เดินเคียงกันไปนั่นเอง บุษราคัมก็ตัดสินใจขอในสิ่งที่อยากทำมาช้านาน

“พี่อิฐคะ”

“หืม” ชายหนุ่มขานรับพร้อมหันหน้ามามองคนเรียก เห็นหญิงสาวทำหน้าแปลก ๆ ก็อดยิ้มแล้วถามอย่างสงสัยไม่ได้

“มีอะไรหรือเปล่า”

“คือ...เอ่อ...พลอย...พลอยขอเดินจับมือกับพี่อิฐได้ไหมคะ” ถามแล้วก็รอลุ้นจนแทบเป็นลม ยิ่งเห็นเขาไม่ตอบรับหรือปฏิเสธในทันที แต่ทำหน้านิ่ง ๆ ราวกับครุ่นคิดอะไรอยู่ ยิ่งทำให้หญิงสาวแทบอยากจะกัดลิ้นตนเอง ไม่น่าหาเรื่องเลยยายพลอย ถ้าพี่อิฐปฏิเสธเธอต้องใจสลายแน่นอน! คิดแล้วก็อยากจะร้องไห้ แต่น้ำตายังไม่ทันไหล มือใหญ่ก็ยื่นมาจับมือหล่อนเสียก่อน

กรี๊ดดดด...ดดดด...ดด.ดด

ในที่สุด! ในที่สุดหล่อนก็ได้เดินจับมือกับพี่อิฐอย่างที่ฝันมานานแสนนาน หญิงสาวกรีดร้องอยู่ในใจ คิดถึงแม่เพื่อนรัก อินทิราจะยินดีแค่ไหนนะถ้ารู้ว่าตอนนี้หล่อนกำลังเดินจับมืออยู่กับพี่อิฐอย่างคนเป็นแฟนกัน โอยอยากอวดยายอินใจจะขาดแล้ว

พี่อิฐมือนิ่มจังเลย บุษราคัมคิดในใจอย่างครึ้มอกครึ้มใจ มือใหญ่ที่เคยคิดว่าไกลเกินเอื้อม บัดนี้กำลังอยู่ในมือหล่อน หวังจังเลย...หวังว่าหัวใจเขาจะเข้ามาอยู่ในมือหล่อนในอีกไม่นานนี้เช่นกัน

สองหนุ่มสาวเดินดูของที่วางขายบนทางเท้าไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งมาถึงร้านแบกะดินที่ขายเครื่องประดับเงินหลายอย่าง อินทิราสนใจสร้อยข้อเท้าที่มีตุ้งติ้งทำจากดินเผาปั้นเป็นรูปอิฐห้อยอยู่รอบ ๆ หญิงสาวหยุดมองแล้วชี้ให้อิศราดูด้วยท่าทางตื่นเต้น

“พี่อิฐ ดูสร้อยข้อเท้านั่นสิคะ น่ารักจังเลย”

“ของเราเป็นงานแฮนด์เมดนะครับ ตุ้งติ้งทุกชิ้นผมปั้นและเผาเอง”

เสียงคนขายอธิบาย เขาเป็นชายหนุ่มอายุไม่น่าจะมากไปกว่าบุษราคัมสักเท่าไร

“ตัวสร้อยทำจากอะไรคะ” บุษราคัมถาม จากสายตาคิดว่าน่าจะเป็นสร้อยเงิน แต่เพราะเป็นร้านแบกะดิน จึงไม่ค่อยแน่ใจนัก

“ตัวสร้อยเป็นเงินครับ แล้วร้อยตุ้งติ้งดินเผาที่ปั้นเอง ทุกชิ้นมีอยู่ชิ้นเดียวในโลก ไม่ซ้ำใครแน่นอน” คนขายโฆษณาจุดเด่นของสินค้า

           บุษราคัมหยิบสร้อยข้อเท้าที่หมายตาขึ้นมาดูใกล้ ๆ อิฐก้อนเล็ก ๆ แต่ละก้อนที่ห้อยอยู่รอบ ๆ นั้นมีลักษณะเหมือนกับอิฐจริงทุกประการ เพียงแต่ย่อส่วนลงมาห้อยเป็นตุ้งติ้งบนสร้อยข้อเท้า สีส้มแดงของอิฐ รูเล็ก ๆ สองรูภายในก้อนอิฐ ดูอย่างไรก็ไม่แตกต่างกับอิฐก้อนใหญ่ที่ใช้สร้างบ้านเลย หญิงสาวรู้สึกทึ่งกับฝีมืออันประณีตของคนทำ แล้วยิ่งเป็นอิฐที่ไม่ซ้ำใคร...เหมือนพี่อิฐของหล่อน...หญิงสาวยิ่งอยากได้

“เอาเส้นนี้ค่ะ” บุษราคัมตัดสินใจอย่างแทบไม่ต้องคิดพร้อมกับยื่นสร้อยในมือให้คนขาย ในขณะที่คนขายบรรจุสร้อยใส่ในถุงกระดาษเล็ก ๆ และบุษราคัมกำลังจะเปิดกระเป๋าสตางค์เพื่อจ่ายเงินอยู่นั่นเอง คนที่ยืนเงียบมานานก็ยื่นเงินส่งให้คนขายพร้อมรับถุงกระดาษบรรจุสร้อยข้อเท้าเส้นนั้นมาถือไว้เอง

“ขอบคุณค่ะพี่อิฐ จริง ๆ พลอยซื้อเองก็ได้” หญิงสาวว่า แม้ในใจจะกรีดร้องอย่างลิงโลด พี่อิฐซื้อของให้หล่อน! กรี๊ด!

“มา...พี่ใส่ให้” ชายหนุ่มว่าพร้อมกับทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งอยู่ตรงหน้าหญิงสาว จากนั้นหยิบสร้อยข้อเท้าออกมาจากถุง ทำท่าจะใส่ให้

บุษราคัมจำต้องยื่นเท้าให้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หญิงสาวทอดตามองคนที่ก้มหน้าสวมสร้อยให้อยู่กับข้อเท้าของหล่อน รู้สึกราวกับล่องลอยอยู่บนสรวงสวรรค์ ทำไมพี่อิฐน่ารักได้ขนาดนี้ กรี๊ด...อยากจะกรีดร้องให้ลั่นสีลม พี่อิฐคุกเข่าอยู่แทบเท้าบุษราคัม! ขาดก็แต่แหวนเพชรในมือกับคำถาม “พลอยจะแต่งงานกับพี่ได้ไหม” เท่านั้น

“เรียบร้อย”

เสียงทุ้มที่ได้ยินพร้อมกับร่างสูงที่ลุกขึ้นยืนทำให้ฝันของบุษราคัมสลายไปราวกับสายหมอกกลางแดดจ้า ทิ้งไว้แต่ความรู้สึกอิ่มอกอิ่มใจที่ทำให้หญิงสาวยิ้มไม่หุบราวกับคนบ้า มือใหญ่ที่ละจากมือหล่อนไปเมื่อสักครู่ยื่นมาจับมือหล่อนไปกุมไว้อีกครั้ง ก่อนจะพาเดินต่อ

สองหนุ่มสาวเดินกันไปเรื่อย ๆ จนถึงสถานีรถไฟฟ้า ซึ่งอยู่หัวมุมถนนตัดกับถนนพระรามสี่ อิศรายกมือขึ้นดูนาฬิกาอีกครั้ง บุษราคัมเห็นดังนั้นจึงถามเสียงอ่อย

“ถึงเวลากลับบ้านแล้วหรือคะพี่อิฐ”

“กลับดีกว่าไหมก่อนที่จะดึกเกินไป”

“ก็ได้ค่ะ นั่งรถไฟฟ้าดีไหมคะ”

“เอาสิ พี่ก็จำไม่ได้แล้วว่านั่งรถไฟฟ้าครั้งสุดท้ายเมื่อไร” ชายหนุ่มว่า

ทั้งสองเดินขึ้นไปบนสถานีเพื่อนั่งรถไฟฟ้ากลับไปยังที่ที่รถของชายหนุ่มจอดอยู่ที่สุดถนนอีกด้าน ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที ทั้งสองก็กลับเข้ามานั่งอยู่ในรถของชายหนุ่มกันอีกครั้ง

ระหว่างทางกลับบ้าน เสียงเพลงจากวิทยุในรถยังคงขับกล่อมแผ่วเบา แต่เสียงเพลงในหัวใจของคนมีความรักนั้นกระแทกกระทั้นรุนแรง รุนแรงเสียจนหัวใจจะโลดออกมานอกอก การได้ใช้เวลาด้วยกัน การได้เห็นชายหนุ่มแสดงความใส่ใจแม้เพียงเล็กน้อย มีความหมายต่อหัวใจของบุษราคัมเหลือเกิน

พี่อิฐขา รักพลอยบ้างไหมนะ...


[1] How do I live : LeAnn Rimes

------------------------------------------




หนังสือหมดแล้วแต่มีคนมาถามหาสองเรื่องนี้บ่อย ๆ ก็เลยคิดว่าจะพิมพ์อีกสักรอบ เล่มละ 299 สั่งคู่ 580 บาท สั่งได้ที่เพจ โรส รุ่งธิวา โรเซลลา หรือเพจ สำนักพิมพ์โรสบุ๊คส์ นะคะ 


ขออนุญาตโปรโมตอีบุ๊กออกใหม่ของโรสหน่อยนะคะ ลองไปอ่านตัวอย่างดูก่อนก็ได้นะ 


พรุ่งนี้ไม่สายที่จะรักกัน เป็นเรื่องสั้นเคยรวมเล่มกับเพื่อนนักเขียนเพื่อหารายได้สมทบทุนโครงการก้าวคนละก้าว โครงการจบแล้วเลยเอามาลงอีบุ๊ก ราคาเบา ๆ 19 บาท ใครยังไม่ได้อ่าน ลองดูนะคะ




มีอีบุ๊กของทั้งพี่ภูมิกับหนูอินและพี่อิฐกับพลอยนะคะ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

9 ความคิดเห็น