ที่ตั้งเป้าหมายไว้ตอน ม. 3 คือ
ม.4 จะลัลล้า กับชีวิตซักหน่อย ใช้ชีวิตนักเรียนมัธยมให้เต็มที่
ม.5 เราจะเริ่มขยัน
ม.6 จะสู้ตาย
และจะพยายามสู้โดยไม่เรียนพิเศษ (ไอ้ขี้เกียจก็ส่วนหนึ่ง อีกส่วนไม่อยากให้เปลืองเงินพ่อแม่)
แต่พอเอาเข้าจริงๆแล้ว ม.4 ชีวิตชักเหมือนฝนพรำๆ
เรื่องที่เรียนเริ่มไม่รู้เรื่อง แค่ไปทำกิจกรรมครึ่งวันวันเดียวเรียนตามเพื่อนไม่ทัน
ครูรีบสอน เพราะใกล้สอบกลางภาค เด็กหรือก็ทำได้แต่เอ๋อหน้ากระดาน
การบ้านขุดมาสั่งกันทุกวิชา
รายงานเสร็จไปงานอีกสิบงานก็มาคอยท่า
สอบแมร่งจะทุกวัน เนื้อหาไม่เข้าใจก็นั่งอ่านมันให้ตาย
ทำงานกลุ่ม เพื่อนแมร่งก็ไม่ช่วย ปล่อยให้เราทำเอาเอง
จะนึกไม่ออก จะงานมันเยอะ อะไรก็เถอะ ทุกคนที่มีงานเท่ากันไม่ใช่เหรอไง
ทำไมตรูต้องนั่งทำงานมากกว่าชาวบ้านเป็นเท่าตัวด้วยฟะ
พอพิมพ์อย่างนี้ พอพูดอย่างนี้ ก็ว่ากันอีกว่า เราต่างหากที่ไม่ยอมแบ่งงานให้ทำ
อยากจะถามกลับไปว่า ทำอะไรเป็นบ้าง....
โตป่านนี้หัดพัฒนาฝีมือตัวเองบ้างสิ
ทำไม่เป็นเราไม่ว่าหรอก แค่อยากให้สนใจกันบ้าง อย่างน้อยถามซักนิดก็ยังดีว่าจะให้ทำอะไร
มีที่ไหน เงียบต้อยไปอย่างนี้ ชักจะหมดความอดทนแล้วนะ
เรื่องข้างบนยังไม่เท่าไหร่ คนในบ้านนึกฮึดอะไรก็ไม่รู้ เมื่อก่อนตรูเล่นๆทั้งๆวันไม่ด่า
มาด่าเอาตอนเราทำงาน
นับวันก็รอแต่จะเห่าใส่ทุกอิริยาบท
พอก็บอกเหตุผลแมร่งก็บอกว่าแก้ตัว
ถ้าเขาแมร่งไม่เชื่อใจกันตั้งแต่แรก พูดไปจะมีค่าอะไร
อยากจะเอาคีย์บอร์ดฟาดปาก แล้วให้แหกตาดูว่าตรูทำอะไรอยู่
เล่นอยู่เหรอ? อ่านการ์ตูนอยู่เหรอ?
เปล่าเลย
ทำงาน ทำรายงานที่กองพะเนินทั้งนั้น
เครียดวุ้ย เรียนหนักไม่ว่า แต่อยากกลับบ้านด้วยความสบายใจเท่านั้น
ไม่ใช่ โรงเรียนไม่อยากไป บ้านไม่อยากกลับ แบบนี้
แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม
28 มิ.ย. 52
447
3
ความคิดเห็น
ชีวิตก้งี้
ทุกคนเต้าก้มีปัญหากันหมด แหละ
ไม่ว่าจะหนักรึเบา
สุๆๆ ไปแหละ
ชีวิตก้คือ ชีวิต
มีหลายรสชาติๆๆๆ 555+