ชีวิตลิขิตโดยเทพเจ้า

ตอนที่ 12 : อารมณ์ดี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 622
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 83 ครั้ง
    16 พ.ค. 62






"ถวายบังคมเพคะองค์ชาย หม่อมฉันมีนามว่า ฟริสเทียร์ เมร์ ลอลิกส์ เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้พบพระองค์เพคะ"

ครั้งแรกที่ข้าได้พบกับนางคือตอนที่นางเข้ามาในวังและถวายตัวในฐานะคู่หมั้นของข้า เส้นผมสีเงินยาวประดับด้วยคาดผมรูปดอกไม้ กับใบหน้ายิ้มแย้มอันแสนบริสุทธิ์นั้นนั้นช่างงดงามเสียจริง

"ท่านพ่อคะ ถ้าหากลูกตั้งใจเรียนแล้วเป็นจักรพรรดินี มันจะทำให้ท่านพ่อมีความสุขใช่มั้ยคะ"

"แน่นอน และลูกก็จะมีความสุขด้วยนะ ลูกจะได้ปกครองอาณาจักร มีอำนาจล้นหลาม ใครหน้าไหนก็ไม่อาจต่อต้านลูกได้"

"สุดยอดเลย...ข้าจะเป็นจักรพรรดินีให้ได้เลยค่ะ"

หึ! สุดท้ายแล้วนางก็เหมือนกับคนอื่นๆ ต้องการอำนาจชื่อเสียง คำที่บอกว่ารักล้วนแล้วแต่เป็นคนโกหกทั้งสิ้นสินะ

"เสด็จพ่อ ลูกขอถอนหมั้นกับ..."

เพี้ยะ!!

"เจ้าพูดอะไรออกมา!!"

เสด็จพ่อตบหน้าข้า ทำไมล่ะ เขาไม่เคยทำกับข้าแบบนี้มาก่อน เสด็จพ่อที่มักจะอ่อนโยนและสั่งสอนข้าด้วยความรักเสมอ นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมเขาถึงได้...

"ฟริสเทียร์คือคนที่ถูกทำนายไว้แล้วว่าจะเป็นคู่ครองของเจ้า! นั่นแสดงว่านางคือจักรพรรดินีคนต่อไปของอาณาจักรนี้! เจ้าไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธนาง! ต่อให้เจ้าไม่ได้รักนาง! เจ้าก็ต้องแต่งงานกับนาง!"

ฮึก! คำทำนายนี่อีกแล้ว! คนที่เห็นแก่ชื่อเสียงอย่างนางน่ะเหรอจะมาเป็นจักรพรรดินี พระเจ้าเล่นตลกอะไรอยู่

"เสด็จพ่อ!! ทำใจดีดีไว้นะพะย่ะค่ะ!!"

"ค..โคเชส~"

เสด็จพ่อท่านอาการหนักมาก หมอบอกว่าหมดหนทางรักษาแล้ว สิ่งเดียวที่ข้าทำได้ในตอนนี้คืออยู่เคียงข้างท่านในลมหายใจสุดท้ายของชีวิตเท่านั้น

"อย่าร้องให้สิ...เจ้าจะเป็นจักรพรรดิแล้วนะ"

เสด็จพ่อยกมืออันอ่อนแรงขึ้นมาเช็ดน้ำตาให้ข้า พระองค์ยิ้มให้ข้า เป็นรอยยิ้มที่ข้าไม่ได้เห็นมานานเหลือเกิน

"เจ้าเลือกแล้วใช่มั้ย ว่าใครจะเป็นจักรพรรดินี"

"...."

"ไม่ว่าเจ้าจะตัดสินใจเช่นไร...เจ้าต้องให้นางมาเป็นภรรยาของเจ้านะโคเชส"

อีกแล้ว! นางอีกแล้ว! ทำไมเสด็จพ่อจะต้องเอาใจใส่นางถึงเพียงนี้ ในเมื่อคนที่จะเป็นจักรพรรดินีตัวจริงก็ปรากฏตัวแล้วแท้ๆ

"อย่าทิ้งนางนะ...โคเชส..แล้วสักวันเจ้าจะรู้ว่าทำไม"



"อืม~"

ชายหนุ่มตื่นขึ้นมาหลังจากที่สลบไสลคาเอกสารกองเท่าภูเขาตรงหน้า ภาพเบื้องหน้าที่เห็นยามตื่นเป็นสีขาวโพลนไปหมด แถมยังให้สัมผัสนุ่มนวลอีกด้วย

แผล็บ!!

"แหวะ!"

ลูปัสเลียใบหน้าจักรพรรดิหนุ่มต้อนรับเช้าวันใหม่ แต่ด้วยสภาพเนื้อตัวมอมแมมเพราะไปขลุกอยู่ในกล่องยาเสพติดอันแสนสกปรกมาจนไม่น่าปรื้มนัก

"นี่แกไม่ได้กลับไปอยู่กับนางรึ"

หลังจากเรื่องคดีที่ผ่านมา ลูปัสก็เป็นที่กล่าวขานในฐานะสุนัขทรงเลี้ยงอันชาญฉลาดขององค์ราชินี และความน่ารักขี้เล่นของมันทำให้มีแต่คนคอยเอาอกเอาใจจนบางครั้งก็ชอบไปขอขนมใครต่อใครกินไปทั่ว

"เดวิด"

"พะย่ะค่ะฝ่าบาท"

"การซ่อมแซมวังจานายส์ดำเนินการไปถึงไหนแล้ว"

"คือว่า...ความเสียหายถึงขั้นรุนแรงมาก เวลาอีกประมาณ 3 เดือนจึงจะแล้วเสร็จะพะย่ะค่ะ"

"ชิส์!"

ขณะเดียวกันทางด้านตระกูลลอลิกส์ ฟริสเทียร์ที่ทิ้งงานของราชินีเอาไว้เบื้องหลังก็มานั่งดื่มชาสบายอารมณ์อยู่ในสวน ชมนกชมไม้ไปเรื่อยเปื่อย

"ผีหลอกกลางวันแสกๆ"

"ผีที่ไหนจะหน้าตาดีขนาดนี้"

ฟิรินดัสโผล่มานั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามแล้วจับแก้วชาที่ว่างอยู่รินดื่มเองโดยไม่ถามเจ้าของก่อน

"เอ~ ตอนอยู่ในร่างมนุษย์กับตอนเป็นจอมมารนี่ไม่ได้ต่างกันหรอกหรอ"

ร่างเล็กสังเกตรูปลักษณ์ของอีกฝ่าย ผมและดวงตาที่เป็นสีแดงก่ำเหมือนเลือด หางตาที่คมกริบราวกับจะกระชากวิญญาณออกมาได้ และเขี้ยวน้อยๆที่ยื่นออกมาแต่ก็ดูไม่ผิดสังเกต

"ก็ข้าพอใจรูปลักษณ์แบบนี้นี่นา มันดูแย่มากเลยเหรอ"

ชายหนุ่มว่าพลางหยิบขนมเค้กทั้งปอนด์มาตักกินอีกรอบ พร้อมทำสีหน้าแบบดื่มด่ำในรสหวานของมันมาก

"แล้วเจ้าน่ะ มานั่งสบายใจอยู่อย่างนี้จะดีเหรอ"

"หมายความว่าไง?"

"แหม~ เจ้าก็รู้ตัวนี่ว่าทำให้ใครหัวยุ่งหัวปั่นอยู่ทุกวันนี้น่ะ"

ฟริสเทียร์นึกออกทันทีว่าเขาหมายถึงใคร ช่วงนี้ไม่ว่านางจะทำอะไร จักรพรรดิโคเชสจะต้องรับรู้และมาต่อว่านางโดยตลอด ทั้ง ที่ปกติจะไม่สนใจเลยแท้ๆ แต่พอเปลี่ยนจากยอมนิ่งเฉยมาเป็นสร้างเรื่องนิดๆหน่อยๆก็ต้องรีบพุ่งมาหาในทันที

"ข้าว่าบางทีลองเขียนหนังสือหย่าสักหน่อยดีมั้ย"

"เรื่องแบบนั้นเจ้าไม่สามารถจัดการเองได้ไม่ใช่เหรอ การหย่าขาดกับเชื้อพระวงศ์มีเพียงเชื้อพระวงศ์เท่านั้นที่จะทำได้"

"เจ้าไปรู้เรื่องนี้มาจากไหนเนี่ย"

"นี่ยัยหนู ข้าเกิดก่อนเจ้าตั้ง 100 กว่าปีเชียวนะ เรื่องอะไรเป็นอะไรข้าก็รู้มากกว่าเจ้าอยู่แล้ว กะอีแค่ธรรมเนียมของพวกชาววังแค่นี้ศึกษาเอาประเดี๋ยวก็จำได้เองนั่นแหละ"

หญิงสาวถึงกับเบ้ปากในความอวดประสบการณ์ของเขา แต่ก็ต้องยอมรับว่านั่นคือความจริง ยิ่งอยู่นานยิ่งรู้มาก ยิ่งโตกว่าก็อาบน้ำร้อนมามากกว่า

"อื้ม~ พูดถึงก็มาพอดีเลย ไปก่อนล่ะ เจอกันเร็วๆนี้นะ"

"ห้ะ?"

ฟิลินดัสสลายตัวเป็นกลุ่มควันสีดำแล้วจางหายไปอย่างรวดเร็ว

"ฝ่าบาท! มิได้นะพะย่ะค่ะ!"

"หลบไป"

เสียงเอะอะโวยวายดังมาจากทางด้านหลัง ฉับพลันก็ปรากฏกลุ่มคนจำนวนมากเดินตรงมาทางที่หญิงสาวอยู่ทันที

"ขอความกรุณาอย่ารบกวนเวลาพักผ่อนขององค์ราชินีเลยพะย่ะค่ะ"

เซนดริกพยายามขัดขวางโคเชสไม่ให้เขามาถึงตัวร่างบางได้ ฟริสเทียร์ที่มองเห็นภาพเหตุการณ์อยู่ใกลๆก็เริ่มรู้สึกว่ามีเรื่องต้องเปลืองน้ำลายอีกแล้ว

"ถวายบังคมเพคะฝ่าบาท เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่พระองค์เสด็จมาถึงที่นี่"

หญิงสาวแสดงความเคารพตามมารยาทแม้ในใจอยากจะบอกว่าไปให้พ้นแค่ไหนก็ตาม

หมับ!

โคเชสไม่รีรอใดๆทั้งสิ้น มือหนาคว้าเข้าที่ข้อมือบางและกระชากเข้าหาตัว

"ข้าให้เวลาเจ้าได้ทำตัวไร้สาระมานานมากพอแล้ว กลับไปกับข้าเดี๋ยวนี้"

"โอ้ย! นี่! ปล่อยนะ!"

ชายหนุ่มออกแรงลากหญิงสาวออกไปโดยไม่สนใจว่านางจะโวยวายหรือมีคนมองยังไง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเขาต้องพานางกลับไปที่พระราชวังให้ได้

ผลัก!

ฟริสเทียร์สะบัดมือออกอย่างแรง ทันทีที่ชายหนุ่มจะเข้ามาจับตัวนางอีกครั้ง ร่างเล็กก็วิ่งไปหลบอยู่ข้างหลังเซนดริกซึ่งเตรียมพร้อมเป็นเกราะป้องกันให้อยู่แล้ว เขาชักดาบออกมาจ่อตรงหน้าคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นจักรพรรดิแห่งอาณาจักร องครักษ์และทหารที่ติดตามโคเชสก็ไม่รอช้ารีบชักดาบออกมาใส่เขาอีกที และตามด้วยทหารในกองทัพของเซนดริกก็เตรียมพร้อมที่จะเปิดศึกถ้าใครทำร้ายแม่ทัพของพวกเขา

"อย่ายุ่งไม่เข้าเรื่อง ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเจ้า"

"พระองค์บุกเข้ามาที่นี่ ทำร้ายคนที่นี่ มันจะไม่มากเกินไปหน่อยเหรอพะย่ะค่ะ"

"สามหาว! เจ้ารู้ตัวหรือไม่ว่ากำลังพูดอยู่ต่อหน้าองค์จักรพรรดินะ!"

เซนดริกตอบกลับไปอย่างหัวเสียที่เขาบุกรุกเข้ามาลากตัวหญิงสาวไปอย่างนั้น เขารู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่พอใจที่ฟริสเทียร์ไม่ยอมกลับไปอยู่ที่พระราชวังทั้งที่ตามกฏแล้วนางไม่ควรอยู่ที่ไหนนอกจากที่นั่น แต่เขาก็คิดว่ามันสมควรแล้วที่นางจะไม่กลับไปที่นั่นอีก

"ฟริสเทียร์ เจ้าต้องกลับไปกับข้า"

"ที่นี่คือบ้านของข้า ข้าไม่ไปไหนทั้งนั้น"

พอเห็นหญิงสาวที่เกาะเซนดริกเอาไว้อย่างฝากความหวังเช่นนั้นก็อดที่จะหงุดหงิดไม่ได้ ทั้งที่นางเป็นภรรยาของเขาแต่กลับไปเกาะแกะอยู่กับชายอื่น พอคิดได้ดังนั้นโคเชสก็ใช้มือเปล่าจับคมดาบของเซนดริกเบี่ยงหลบไปข้างๆแล้วถลาเข้าไปคว้าตัวหญิงสาวมาทันที

"ปล่อยเทียร์เดี๋ยวนี้"

มือของโคเชสบาดเจ็บ ที่แขนมีรอยถากจากดาบของทหารเหตุเพราะชักมือกลับไม่ทัน แต่กระนั้นชายหนุ่มก็ไม่ได้สนใจมัน เขาได้ตัวฟริสเทียร์มาแล้วนั่นแหละที่สำคัญ

เพียะ!!

"ฝ่าบาท!"

ร่างเล็กฟาดมือลงบนใบหน้าของชายหนุ่ม โคเชสล้มลงไปกับพื้นและอยู่ในอาการแน่นิ่งพักนึงด้วยไม่นึกว่านางจะกล้าทำแบบนี้กับเขาได้ ฟริสเทียร์วิ่งหนีไปหลังจากที่หลุดจากการจับกุมแล้วขึ้นไปที่ห้องของตนเอง เมื่อนางเข้ามาในห้องก็ใช้พลังจิตควบคุมประตูให้ปิดและลงกลอนอย่างแน่นหนาแถมยังใส่ม่านพลังไว้ไม่ให้ใครเข้ามาได้แม้จะมีคนยิงระเบิดใส่ก็ตาม

แกรก! แกรก! ปัง! ปัง!

"ฟริสเทียร์! เปิดประตูเดี๋ยวนี้!"

โคเชสยังราวีไม่เลิก ชายหนุ่มทั้งผลัก ดัน และทุบประตูเสียงดังแต่ก็ไม่มีทีท่าว่ามันจะสามารถเปิดออกมาได้

"สามีสุดที่รักมาตามถึงที่ยังจะทำเล่นตัวอีกนะ"

ฟิลินดัสนอนเอกเขนกอยู่บนเตียงหนาด้านหลังหญิงสาวได้เห็นเหตุการณ์ทุกอย่างก็อดที่จะแขวะร่างเล็กไม่ได้ คนนึงก็หัวดื้อไม่ฟังใคร ส่วนอีกคนก็ตั้งใจจะมาพากลับแต่ดันใช้วิธีที่แข็งกระด้างเกินไป

"กัดไม่ปล่อยอย่างกับหมาบ้ามากกว่า"

"แล้วเจ้าจะหนีทำไม อย่างเจ้าแค่ดีดนิ้วพวกนั้นก็ปลิวแล้ว"

"ทำแบบนั้นพวกเซนก็กลัวข้าหมดน่ะสิ"

ด้านโคเชสที่อยู่ข้างนอกก็สั่งให้ทหารพังประตูเข้าไปแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้เลยแม้แต่น้อยเพราะมีม่านพลังกันเอาไว้อยู่

"ฝ่าบาท กระหม่อมว่าพอเท่านี้เถอะพะย่ะค่ะ"

"พอเหรอ? ไม่มีทางซะหรอก"

ชายหนุ่มสั่งทหารคนอื่นๆให้หลีกทางไปให้หมด จากนั้นก็เอื้อมมือไปจับลูกบิดประตูเพื่อที่จะเปิดมันออกซึ่งดูยังไงก็เป็นไปไม่ได้อยู่แล้วในเมื่อคนหลายคนช่วยกันยังเปิดไม่ออกเลย แล้วเขาเพียงคนเดียวจะทำอะไรได้

แกรก! ปัง!

ราวกับปาฏิหาริย์ ประตูที่ราวกับมีหินมาทับไว้ถูกเปิดออกได้อย่างง่ายดาย สร้างความแปลกใจให้กับเหล่าทหารทั้งหลายที่อยู่หน้าประตูมาก ฟริสเทียร์กับฟิลินดัสก็ตกใจไม่แพ้กัน ชายหนุ่มเห็นท่าไม่ดีจึงสลายตัวเป็นควันแล้วหายไปก่อนที่โเฝคเชสจะมาเห็นแล้วเรื่องไปกันใหญ่

"เข้ามาได้ยังไงกัน!!" ฟริสเทียร์เข้าไปหยิบมีดสั้นที่ซ่อนไว้ใต้หมอนขณะที่ชายหนุ่มก้าวเข้ามาหาเรื่อยๆ "อยากตายรึไง ออกไปสิ"

"ไม่"

ร่างสูงเข้าประชิดตัวหญิงสาวและตั้งใจจะเอื้อมมือไปคว้าร่างบางเอาไว้ เทียร์ใช้มีดฟันเข้าที่แขนของชายหนุ่มด้วยความตื่นตกใจ ร่างสูงชักมือกลับ เลือดสีแดงสดไหลหยดลงพื้นแสดงถึงความสาหัสของแผลได้เป็นอย่างดี

"ฝ่าบาท!!"

เดวิดรีบวิ่งเข้ามาดูอาการของชายหนุ่มด้วยความเป็นห่วง ร่างเล็กมองดูท่าทางอันเจ็บปวดของเขาอย่างไม่รู้สึกผิดแม้แต่น้อย กลับมีแต่ความโกรธและสับสนที่เขาก้าวเข้ามาได้แม้จะมีม่านพลังอยู่

"เจ้าจะดื้อด้านไปถึงไหน เลิกงี่เง่าสักทีได้มั้ย"

"ทำกับข้าไว้ขนาดนั้น ใครมันจะยอมกลับไปอีกล่ะ"

ร่างสูงถึงกับสะอึกเมื่อรู้ถึงเหตุผลของอีกฝ่าย ที่ผ่านมาผู้หญิงคนนี้ต้องทนความเจ็บปวดต่างๆนาๆมามากขนาดไหนกับการตัดสินใจของเขา

"เกิดอะไรขึ้น!!!"

ดยุคเชนล์กลับมาจากการทำธุระข้างนอก เขาได้รับรายงานจากเซนดริกและรีบตรงมาที่ห้องของลูกสาวในทันที

"ท่านพ่อ~"

หญิงสาวเข้าไปกอดผู้เป็นพ่อเพื่อความสบายใจ ดยุคเชนล์เข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมดแล้ว เขาสั่งให้คนพาองค์จักรพรรดิไปทำแผลและกลับมาเจรจาอย่างสงบกันที่ห้องรับแขกอีกที

"ดยุคเชนล์ ท่านก็รู้ธรรมเนียมของประเทศนี้ดี หญิงที่แต่งงานแล้วก็ต้องไปอยู่กับสามีเป็นเรื่องธรรมดา"

โคเชสพูดพร้อมหันไปมองหญิงสาวที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ร่างเล็กเชิดหน้าหนีเอามือกอดอกไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น

"แต่ก็ใช่ว่าจะกลับมาไม่ได้เลยนี่พะย่ะค่ะ"

เซนโต้กลับเพราะความไม่เห็นด้วยกับอีกฝ่าย เขาจ้องตากับโคเชสเขม็ง เกรงว่าถ้าหากลุกขึ้นไปตีกันได้คงทำไปแล้ว

"มันก็แค่กลับมาเยี่ยมชั่วคราว ไม่จำเป็นต้องขนาดนี้"

"ไม่พอใจก็หย่าเลยสิ คิดอะไรมากมาย"

"เทียร์"

ดยุคเชนล์เอ่ยห้ามลูกสาวที่พูดไม่ระวังปาก หญิงสาวทำหน้าไม่พอใจที่โดนดุแต่ก็ยังคงความแข็งกร้าวเอาไว้อยู่

"กระหม่อมรู้เรื่องธรรมเนียมนี้ดีพะย่ะค่ะฝ่าบาท แต่เรื่องนี้ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของฟริสเทียร์ด้วยเช่นกัน....ว่าไงล่ะ เทียร์"

"ไม่เอา"

ร่างเล็กปฏิเสธทันทีโดยไม่ต้องทบทวนให้ดีก่อนจนคนอื่นๆต้องหันขวับไปมองนางเป็นตาเดียว

"เหตุผลล่ะ?"

"ข้าไม่ชอบมัน" ฟริสเทียร์พูดพร้อมกับชี้หน้าอีกฝ่ายไปด้วย "ตบหน้าผู้หญิง! ปากหมาไม่เลือกเพศ! ผู้ชายเขาไม่ทำกันหรอก! มันไม่ใช่นิสัยสุภาพบุรุษ!"

แล้วทุกคนก็เปลี่ยนตำแหน่งการมองมาที่ชายหนุ่มผู้ซึ่งนั่งตาค้างไปแล้วในตอนนี้ ต่างคนต่างมีคำถามเดียวกันว่า 'พระองค์ทำเช่นนั้นจริงๆน่ะเหรอ'

"ก็...เพราะเจ้าทำผิด..เจ้าดูหมิ่นจักรพรรดินี...ข้าก็ต้องลงโทษ"

"ท่านโยนงานของจักรพรรดินีมาให้ข้าด้วยข้ออ้างที่ว่านางไม่รู้ความ แล้วข้าจะตักเตือนในเรื่องที่นางควรกระทำมันผิดตรงไหน"

"...."

"พูดถึงขนาดนี้ยังนิ่งเฉยได้...ไปคุยกับรากหญ้าเถอะ"

ฟริสเทียร์ลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกจากห้องรับแขกโดยไม่สนใจสายตาของทุกคนว่าจะรู้สึกอย่างไร

"นี่ข้าทำอะไรผิดอีกล่ะ?"

พอได้ยินดังนั้นทั้งสามคนที่เหลือก็ถึงกับกุมขมับในความไม่เข้าใจความหมายของอีกฝ่าย

"สมควรที่จะถูกด่าจริงๆนะขอรับ"

"เซน!"

ดยุคเชนล์เอ็ดเซนดริกไปหนึ่งรอบไม่ให้เขาพูดอะไรที่เสี่ยงต่อชีวิตตัวเอง แต่กระนั้นก็ไม่พ้นหูของจักรพรรดิที่ไวต่อคำด่าและคำพูดเหน็บแนมที่ช่วงนี้มักจะเจอบ่อยๆ

"ถ้าจะให้พูดเต็มไปล่ะก็...คุยกับข้าไม่รู้เรื่องก็ไปคุยกับรากหญ้าเถอะ แบบนี้น่ะพะย่ะค่ะ" เดวิดเป็นคนพูดไขกระจ่างแก่ชายหนุ่มเอง

"...แล้วยังไง?..."

"เฮ้อ~ ฝ่าบาท หากพระองค์ทำผิดจะต้องทำอย่างไรล่ะพะย่ะค่ะ"

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

"เจ้าก็นะ ไปว่าเขาแรงขนาดนั้นเดี๋ยวก็โดนตัดหัวหรอก"

"ก็มาดิ จะได้รู้ว่าใครแน่กว่ากัน"

ฟริสเทียร์กับฟิลินดัสนั่งเล่นหมากรุกอยู่ที่สวนเช่นเดิม พวกเขามาเจอกันแบบนี้ตั้งแต่เมื่อวานที่โคเชสมาตามหญิงสาวกลับพระราชวังจนถึงวันนี้

"เขาไม่มาอีกเหรอ?"

"ไม่รู้สิ สงสัยจะปลงแล้วมั้ง"

พอพูดยังไม่ทันขาดคำ เซนดริกก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหาหญิงสาวทันที เมื่อมาถึงก็เห็นว่าร่างเล็กกำลังอยู่กับใครบางคนที่เขาไม่รู้จัก แต่ชายหนุ่มก็เลือกที่จะบอกข่าวกับนางก่อน

"เทียร์ ฝ่าบาทเสด็จมาครับ"

ร่างบางจิ๊ปากทีนึงก่อนจะเดินไปที่โถงกลางของคฤหาสน์เพื่อดูว่าคนที่มาเป็นอย่างที่เซนบอกจริงๆ เหลือไว้แต่สองหนุ่มซึ่งเป็นคนแปลกหน้าสำหรับกันและกัน ฟิรินดัสโบกมือหยอยๆแล้วยิ้มตาหยีไปให้อีกฝ่ายในขณะที่เซนจ้องมองเขาด้วยความสงสัยแวบนึงก่อนจะเดินตามหญิงสาวออกไป

"ถวายบังคมเพคะฝ่าบาท"

ดยุคเชนล์และฟริสเทียร์ออกมาต้อนรับผู้มาเยือนคนเดิมเพิ่มเติมคือไม่เต็มใจสักนิด พวกเขาสั่งคนให้เสิร์ฟน้ำชาและของว่างให้ชายหนุ่มตามปกติและต่างฝ่ายต่างเงียบกันมานานจนกระทั่งร่างสูงเริ่มพูดขึ้น

"เรามาคุยกันต่อจากเมื่อวานนี้ดีกว่า"

"....."

"ฟริสเทียร์ ยังไงเจ้าก็ต้องกลับไปที่พระราชวังกับข้า"

"ไม่ๆๆๆๆๆ ทำไมข้าต้องเอาชีวิตไปเสี่ยง ข้าอยู่ที่นี่สบายกว่าเยอะ"

"แต่เจ้าเป็นราชินี เจ้าต้องกลับไปที่นั่น"

"ถ้าอย่างนั้นเลิกเป็นก็ได้ ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นทำไมตั้งแต่แรกในเมื่อเป็นแล้วก็ลำบากขึ้นกว่าเดิมอีก"

โคเชสถึงกับหน้าถอดสีเมื่อหญิงสาวพูดจาไม่มีความรับผิดชอบในหน้าที่เช่นนี้ ความดื้อดึงของนางทำให้แม้แต่ผู้เป็นพ่อยังต้องถอนหายใจออกมายาวๆ แต่กระนั้นก็ว่าอะไรไม่ได้ในเมื่อเขาเองก็เห็นด้วยที่จะไม่ให้นางกลับไปที่นั่นอีก

"องค์ราชินี โปรดพิจารณาอีกครั้งเถอะพะย่ะค่ะ"

เดวิดช่วยพูดด้วยอีกแรงนึง อย่างน้อยนางก็น่าจะฟังเขามากกว่า แต่ผลสุดท้ายก็ไม่ได้เป็นอย่างที่คิด

"ส่วนตัวข้าไม่ได้เกลียดอะไรเจ้า"


"...."

"แต่ถ้าวันไหนเจ้าตกหน้าผา ข้านี่แหละคนผลัก"

เดวิดต้องเงียบไปเพราะจากที่ฟังก็พอรู้ได้ว่าไม่ควรพูดมากไปกว่านี้ ขนาดแม้แต่องครักษ์ที่รับฟังทุกเหตุผลอย่างเขายังทำอะไรไม่ได้ องค์จักรพรรดิก็ต้องหาวิธีเกลี้ยกล่อมด้วยตนเองเสียแล้ว

"ถ้าอย่างนั้นล่ะก็..."

โคเชสลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วก้าวมาตรงหน้าหญิงสาวท่ามกลางความแปลกใจของทุกคนรวมถึงตัวนางด้วย ทั้งสองจดจ้องกันชนิดที่ว่าไม่มีใครกระพริบตาใส่กันเลย

พรึ่บ!!

"หึ้ย!!!"

แล้วทุกคนก็ต้องตกใจกันอีกรอบเมื่อชายหนุ่มลดตัวลงไปนั่งชันเข่าข้างนึงต่อหน้าหญิงสาว ร่างเล็กที่ตกใจมากกว่าใครรีบชักเท้าขึ้นมายืนบนเบาะโซฟาทันที

"ฝ่าบาท!?"

"อย่ายุ่ง ถ้านี่คือสิ่งที่ข้าควรทำ ข้าก็จะทำ"

"....."

"ข้าขอโทษ"

"...."

"ข้าขอโทษที่ทำร้ายเจ้าในตอนนั้น และขอโทษที่เคยต่อว่าเจ้ารุนแรง ข้าขอโทษจริงๆ"

ร่างสูงก้มศีรษะลงเพื่อเป็นการแสดงความขอโทษอย่างใจจริง

"ข้าขอให้เจ้าได้ยกโทษให้ข้า แล้วกลับไปที่พระราชวังพร้อมกับข้า...ได้มั้ย"

ร่างเล็กหันไปมองทางเซนดริก แน่นอนว่าชายหนุ่มส่ายหน้าเป็นการปฏิเสธ พอมองไปที่ดยุคเชลล์เขาก็เพยิดหน้ามาทางนางอีกเป็นการบอกว่าให้ตัดสินใจเอง หญิงสาวผ่อนลมหายใจเฮือกนึงก่อนจะเริ่มพูด

"ลุกออกไปได้แล้วข้าจะนั่ง"

ชายหนุ่มค่อยๆเงยหน้าแล้วขยับกลับไปนั่งบนโซฟาตามเดิม สายตาจับจ้องไปที่ร่างบางเพื่อรอลุ้นคำตอบอีกครั้ง

"ความจริงข้าก็ไม่ได้เป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น ทำผิดแล้วแก้ไขข้าก็ให้อภัย"

"ถ้าอย่างนั้นก็-"

"ข้ายังพูดไม่จบ!!"

"...."

"ความผิดที่พระองค์มีมันยังสะสางไม่จบ แล้วที่พระองค์พูดมาเมื่อครู่แค่คำขอโทษเพียงลมปากมันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นด้วย"

"...."

"อย่าให้ต้องสาธยายว่าพระองค์ทำอะไรบ้าง เพราะไม่อย่างนั้นทั้งวันคงไม่ต้องทำอะไรนอกจากนั่งฟังข้าเทศนาให้คอเหือดคอแห้งอยู่ได้"

ความหวังอันน้อยนิดของชายหนุ่มเป็นต้องวอดดับลง จากน้ำเสียงที่เปล่งออกมาก็รู้ได้ทันทีว่านางไม่มีทางยอมกลับไปแน่ๆ

"แล้วถ้านี่ล่ะ"

ร่างสูงยื่นแขนข้างนึงที่มีผ้าพันแผลผืนใหญ่พันรอบแขนอยู่ ข้างในมีบาดแผลที่เกิดจากการที่หญิงสาวเอามีดฟันจนบาดเจ็บสาหัส

"แผลที่เจ้าใช้มีดฟันข้า"

ว่าพร้อมกับแบมือให้เซนดริกดูผลงานของตนเอง

"พวกเจ้าทำร้ายข้าเกือบถึงชีวิต ตามหลักแล้วข้าจะต้องจับพวกเจ้าไปโบยตีหรือไม่ก็ประหารชีวิต"

"....."

"แต่คิดดูอีกที มันก็เหมาะที่จะเอามาแลกกับอะไรบางอย่าง"

ร่างสูงเผยยิ้มร้ายท้าทายอำนาจหญิงสาว ถ้าหากนางคิดจะปฏิเสธ การที่นางและเซนทำร้ายเขาก็จะทำให้โดนทำโทษไปโดยปริยาย แต่ถ้าตอบตกลงความผิดก็จะถูกลบล้างไป ไม่ว่าจะเลือกทางไหนก็ไม่ดีทั้งนั้น

"เดวิด สั่งคนไปเก็บของของราชินีให้เรียบร้อย"

"หยุดเลย!"

เดวิดที่กำลังจะไปตามที่สั่งก็ต้องหยุดชะงัก ชายหนุ่มตรงหน้าที่กลายเป็นหมาหงอยเมื่อครู่บัดนี้กลับมีสีหน้าระรื่นเพราะดันมีหลักฐานมาต่อรอง แม้ว่าแผลพวกนั้นจะมาจากการป้องกันตัวไม่ได้คิดเอาชีวิตเขา แต่การทำให้บุคคลสำคัญอย่างจักรพรรดิต้องบาดเจ็บก็ถือว่ามีโทษเท่ากับตั้งใจ ร่างสูงใช้ข้อนี้มาเป็นโอกาสให้ตัวเอง ในเมื่อคำขอโทษของเขามันไม่มีน้ำหนักพอ ก็ต้องใช้วิธีนี้นี่แหละ

"ก็ได้..ข้าจะกลับ"

"เทียร์!"

เซนดริกร้องห้าม แต่ร่างเล็กยกมือปรามไว้แล้วหันไปบอกกับเขาว่าไม่เป็นไร

"แต่ข้ามีข้อแม้...3 ข้อ"

"...."

"ข้อ 1 ข้าจะต้องได้กลับมาที่นี่ทุกวันที่ 13-19 ของทุกเดือน"

"...."

"ข้อ 2 ข้ามีสิทธิ์ที่จะออกไปไหนและกลับมาเมื่อไหร่ก็ได้โดยไม่เดือดร้อนถึงงานในราชอาณาจักร"

"...."

"ข้อ 3..."

"เดินทางปลอดภัยนะเพคะ~"

"ฮึ่ม!!!"

ฟริสเทียร์ยืนโบกมือส่งชายหนุ่มขึ้นรถม้ากลับไปที่พระราชวัง การเจรจาในวันนี้ถือเป็นอันล้มเหลวเพราะคำขอของนางไม่อาจทำให้บรรลุวัตถุประสงค์ได้

"จะดีเหรอเทียร์ ไปทำข้อตกลงแบบนั้นน่ะ"

"ไม่เป็นไรค่ะท่านพ่อ ยังไงมันก็ไม่มีทางเป็นไปได้หรอกค่ะ ถล่มมาเป็นซากขนาดนั้น"

"อืม~"

ทางด้านจักรพรรดิโคเชส

"ปัดโธ่เว้ย! แม่นั่นคิดจะไม่กลับมาเลยสินะ"

"ให้ซ่อมแซมวังจานายส์ให้เสร็จภายใน 3 วัน เรื่องนั้นเป็นไปไม่ได้หรอกพะย่ะค่ะ"


"ข้อ 3 วังจานายส์จะต้องซ่อมแซมเสร็จภายใน 3 วัน ถ้าทำไม่ได้ เรื่องนี้ก็ไม่ต้องมาคุยกันอีก ส่วนเรื่องแผลที่แขนของพระองค์...ข้าเป็นราชินี ตามหลักแล้วก็ไม่ได้โดนโทษหนักถึงชีวิตหรอก^_^ ฉะนั้นจะทำอะไรก็เชิญ"


"เป็นผู้หญิงที่เอาใจยากเสียจริง"

.

.

.

.

.

.

.

"เฮ้อ~"

โคเชสยืนคิดไม่ตกอยู่ที่วังเออริแอร์ที่ประทับส่วนพระองค์ สายตาทอดมองไปนอกหน้าต่างที่มองเห็นซากวังพังทลายอยู่ใกลๆ ไม่มีทางที่มันจะสร้างให้เสร็จได้ภายใน 3 วันแน่นอนอยู่แล้ว และที่แย่กว่านั้นคือฟริสเทียร์จะไม่กลับมา

"โคเชส~~"

"ซากุระ นี่มันดึกแล้วนะ เจ้ามาทำไม"

ร่างสูงดุหญิงสาวที่พรวดพราดเจ้ามาในห้องโดยพลการในยามดึก นั่นทำให้เขาอารมณ์เสียเพราะนางไม่ยอมเคาะประตูทุกครั้งที่มาที่นี่และมันอาจทำให้เขาตกใจหรือระแวงไปด้วย

"ท ทำไมต้องดุด้วยล่ะ โคเชสไม่เคยเป็นแบบนี้นี่นา"

ร่างบางทำหน้าตาสลดเพราะเขาไม่เคยโกรธนางเลยสักครั้ง ชายหนุ่มตั้งสติได้ก็กลับมามีสีหน้าปกติเช่นเดิม

"โทษทีนะ ข้ากำลังคิดการบางอย่างอยู่น่ะ"

"เรื่องอะไรเหรอ เล่าให้ฉันฟังได้มั้ย"

"ก็...เรื่องฟริสเทียร์"

"....?"

"นางไม่ยอมกลับมาอยู่ที่วังเลย ไม่ว่าข้าจะพูดยังไงก็ตาม"

"เอ๋~ หรือว่า เธอจะโกรธฉันอยู่"

ซากุระเปล่งน้ำเสียงอันเศร้าสร้อยออกมาแต่สีหน้ากลับเผยรอยยิ้มราวกับผู้ได้ชัยชนะ ในขณะที่โคเชสไม่รู้เรื่องนี้เพราะเขากำลังหันหลังให้และจ้องมองซากวังจานายส์ไม่วางตา

"ไม่ใช่หรอก นางโกรธข้าต่างหาก"

ชายหนุ่มพูดกระซิบกับตัวเองโดยที่หญิงสาวข้างหลังนั่นไม่ได้ยิน ร่างเล็กยังคงยิ้มเย้ยอย่างไม่มีสาเหตุราวกับว่านั่นเป็นเรื่องน่ายินดี

"แต่ถ้าฟริสเทียร์เธอไม่อยากกลับมา ก็ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ ไม่ต้องฝืนบังคับเธอหรอก(หายๆไปซะได้ก็ดี)"

"ไม่ได้!!"

"...เอ๊ะ!?.."

"ไม่มีนางไม่ได้..นางต้องกลับมา...เพราะที่นี่คือที่ของนาง"

ซากุระได้ฟังก็ถึงกับยืนนิ่งค้าง ความรู้สึกดีใจเมื่อครู่แปลเปลี่ยนเป็นความรู้สึกขุ่นมัวอยู่ในใจเมื่อคำพูดของชายหนุ่มที่ทำราวกับว่านางไม่ได้ยืนอยู่ตรงนี้ เขาไม่แม้แต่จะหันกลับมามองนางด้วยซ้ำ เอาแต่มองดูซากตึกที่พังทลายอยู่ตรงหน้าต่างตลอดเวลาที่คุยกัน ถ้าหากที่นี่คือที่ของฟริสเทียร์ แล้วนางล่ะ?

"พูดอะไรอย่างนั้นจ้ะโคเชส~ เธอเป็นจักรพรรดินะ ส่วนฉันเป็นจักรพรรดินี ที่นี่เราปกครองร่วมกันนะ"

ซากุระยังฝืนยิ้มสู้และพยายามคลี่คลายคำพูดของอีกฝ่าย

"แต่เราก็จำเป็นต้องมีนาง"

กึก!

"แค่มีนางอยู่ ข้าก็ไม่มีอะไรต้องกังวล"

โคเชสพูดตามหลักความจริงเพราะตลอดเวลาที่นางอยู่ที่นี่ งานทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่นตลอด ทุกเรื่องที่นางทำเป็นไปอย่างสมบูรณ์ตามแบบที่เขาต้องการและแบบที่อาณาจักรนี้ควรจะเป็น จึงมั่นใจได้ว่านางควรจะอยู่ที่นี่จริง ต่างจากความคิดของซากุระที่บัดนี้มือทั้งสองข้างกำหมัดแน่น สีหน้าเริ่มมีอารมณ์โกรธแต่ก็ต้องเก็บซ่อนเอาไว้ไม่ให้อีกฝ่ายรู้

"เจ้าไปนอนเถอะ มันดึกมากแล้ว"

"ถ้างั้น...ฉันขอนอนด้วยได้มั้ยจ้ะ"

"ข้ามีอะไรต้องคิดน่ะ เอาไว้วันหลังนะ"

"จ จ้ะ"

ร่างเล็กเดินออกไปด้วยสีหน้าสลด แต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่ชายหนุ่มต้องมาคิดในตอนนี้ เขามีปัญหาใหญ่ที่ต้องจัดการอยู่ซึ่งไม่รู้ว่าจะทำเช่นไรเหมือนกัน

.

.

.

.

.

.

.

.

"อา~ นี่ข้าเผลอหลับไปเหรอ"

ร่างสูงตื่นมาในเช้าของอีกวันหลังจากที่เผลอหลับไปบนโต๊ะทำงานของตนเองเพราะเอาแต่คิดเรื่องต่อจากเมื่อวานไม่หยุด

"ฝ่าบาท! มีเรื่องรายงานขอรับ!"

"เดวิด ข้าตัดสินใจแล้ว ถ้านางไม่ยอมกลับมาก็ใช้กำลังบังคับนางซะ ส่งคนไปจับตัวนางมาเดี๋ยวนี้"

ร่างสูงไม่สนใจคำที่เดวิดตั้งใจจะมาบอก เขาสั่งงานสวนกลับมาโดยที่ยังไม่ได้รู้เรื่องราวที่องครักษ์หนุ่มจะพูดด้วยซ้ำ

"ฝ่าบาท ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้นพะย่ะค่ะ"

"หมายความว่ายังไง?"

"ฝ่าบาท...วังจานายส์ซ่อมแซมเสร็จแล้วพะย่ะค่ะ"

"0_0!?"

และหลังจากนั้นสักพัก โคเชสก็เดินทางไปที่คฤหาสน์ตระกูลลอลิกส์อีกครั้ง และเป็นที่น่าแปลกใจต่อสายตาคนรับใช้และเหล่าทหารคนอื่นๆว่าเหตุใดองค์จักรพรรดิของพวกเขาถึงได้มีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสมาแต่เช้าเช่นนี้ แม้กระทั่งตอนที่อยู่ในรถม้าเขาก็ยังคงเอาแต่ยิ้มไม่หยุด จนเดวิดที่นั่งมาด้วยกันก็รู้สึกกลัวไปด้วย


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 83 ครั้ง

84 ความคิดเห็น

  1. #49 enthalia (@enthalia) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2562 / 22:05
    เริ่มเผยธาตุแท้แล้วสินะ
    #49
    0
  2. #37 โอ้มิสเตอร์~ (@Manato6456) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 13:57

    ออืมมมมมส

    #37
    0
  3. #36 Lnumwanrangabrok (@Lnumwanrangabrok) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 12:13
    มีพลังแล้วไม่ใช้ มีไว้ทำหอกอะไรคะ จักรพรรดิ์ก็เ-้ยดีจัง
    #36
    0
  4. #35 milkemiky (@milkemiky) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 11:59
    บางทีก็รำคาญ​นะ​ มีพลังเป็นเทพแต่ไม่ใช้พลัง​ แล้วจะมีพลังไปเพื่ออะไร​ คือไรท์ไม่น่าเอาเทพมาสิงหรอกเอาคนปกติข้ามเวลาเถอะ​ แต่ก็รอนะ​รอนางใข้สมองกับพลังที่มีให้เกิดประโยชน์น้าา
    #35
    0