[GOT7] MARKBAM อุบัติร้ายซ่อนรัก

ตอนที่ 9 : CHAPTER9 คนกลาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4145
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 62 ครั้ง
    18 ส.ค. 59


       ถึงผมจะไม่ได้บอกชอบตรงๆ แต่ผมอยากให้พี่มาร์ครู้เหลือเกินว่าทุกอย่างที่เป็นพี่มาร์คในตอนนี้ผมแคร์มากจริงๆไม่ว่าจะทำอะไร ที่ไหน กับใคร  แคร์มากจนผมไม่กล้ารู้สึกโกรธพี่มาร์คเรื่องคุณฮานิด้วยซ้ำไป..  เพราะผมรู้ยังไงล่ะว่าผมไม่มีสิทธิ์...

"ขอบใจที่ยังแคร์ฉัน แต่ถ้ามันทำให้น่ยลำบากใจขนาดนั้น วันหลังไม่ต้องก็ได้นะ"

       เหมือนผมโดนตบหน้าไปฉาดใหญ่ ผมไม่นึกว่าพี่มาร์คจะพูดประโยคนี้ออกมา ดวงตาใสของผมเริ่มร้อนผ่าว ราวกับจะมีของเหลวสีใสไหลออกมาจากตา ก่อนที่มันจะไหลออกมาผมคงต้องออกไปให้ไกลจากคนตรงหน้านี้อย่าให้พี่มาร์คเห็นว่าผมอ่อนแอมากขนาดไหน

"ลุงครับจอดรถด้วยครับ!" 

      ผมพูดขณะที่รถยังวิ่งแล่นอยู่บนถนน ผมไม่อยากร้องไห้ให้พี่มาร์คเห็นความอ่อนแอของผมในตอนนี้ แต่คุณลุงก็ไม่มีท่าทีที่จะชะลอรถให้ผมเลย

"ลุงครับแบมจะลงตอนนี้ จอดรถให้แบมด้วยครับ!"



เอี๊ยดดดดด! 

     คุณลงขับรถเบี่ยงมาข้างทางก่อนจะชะลอรถและจอดในที่สุด

"นายจะไปไหน" พี่มาร์คคว้าข้อมือขณะที่ผมกำลังจะเปิดประตูรถ

"........"

"ฉัน ถาม" พี่มาร์เน้นเสียงหนัก

"แบมจะกลับบ้าน" 

    ผมสะบัดแขนออกจากมือพี่มาร์คแล้วเปิดประตูรถลงไปทันที ไม่รอให้พี่มาร์คทักท้วงใดๆทั้งสิ้น พูดจาทำร้ายจิตใจกันขนาดนั้นจะให้ผมทนอยู่ฟังอะไรอีกล่ะ

ปึก!

    สิ้นเสียงปิดประตูลง ล้อรถก้เริ่มหมุนและขับไกลออกไป พี่มาร์คไม่คิดจะลงมาตามผมเลยด้วยซ้ำทำไมต้องใจร้ายกับผมนักหนาผมไม่เข้าใจว่าผมทำอะไรผิดร้ายแรงขนาดนั้น





"บ้าที่สุดเลย ฮึกกก พี่มาร์คบ้า" ในที่ที่สุดในตาของผมก็ไหลออกมาจนได้ 

"ทำไมต้องพูดจา ฮึกกไม่ถนอมน้ำใจแบมแบบนั้นด้วยฮือออออ"

"ใจร้ายยยยย ฮืออออ"

     ผมเดินไปพร้อมกับน้ำตา เดินไปเรื่อยๆอย่างไม่มีจุดหมายสุดท้ายก็มานั่งร้องไห้ที่ป้ายรถเมล์อยู่คนเดียว ผมแค่ต้องการเวลาอีกสักนิดน้ำตาของผมก็คงจะหยุดไหลไปเอง มันเป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกว่าคำพูดของพี่มาร์คช่างมีผลกระทบต่อจิตใจของผมเหลือเกิน 



ปรื้นนนนนน!!

       เสียงบีบแตรดังลั่น จนผมต้องหันไปมองเจ้าของรถบิ๊กไบท์ที่ขับมาเทียบข้างๆผม เล่นบ้าอะไรแบบนี้เนี่ย

ปรื้นนนนนนน!!

       ผมไม่ได้เดินไปขวางการจราจรรถของคนอื่นนะมีแต่เจ้าของรถบิ๊กไบท์นั่นแหละที่บีบแตรไล่หลังตามผมไม่เลิก แถมยังใส่หมวกกันน็อคไว้ไม่ให้เห็นหน้าอีกดูท่าทางแล้วเหมือนกับพวกโรคจิตยังไงอย่างงั้น

"นี่คุณ!!!!!" ผมหันกลับไปต่อว่าเจ้าของรถมอเตอร์ไซค์คันงาม

"อย่าโมโหสิ" เขาพูดโดยไม่ถอดหมวกกันน็อคออกก่อนจะจอดรถแล้วมายืนข้างๆผมแทน

"........." อะไรของเขา

"ยูคเอง ^^" ยูคยอมถอดหมวดกันน็อคออกพร้อมกับสภาพผมที่ดูยุ่งเหยิงนิดหน่อย

"นะ นายตามฉันมาได้ยังไง" ผมปาดน้ำตาออกอย่างลวกๆกลัวยูคจะจับได้ว่าผมเดินร้องไห้น่ะสิ

"ยูคก็อยู่บ้านเดียวกันกับพี่มาร์คนะนี่มันทางกลับบ้าน ถามแปลกจัง ฮ่าาาๆๆๆ" เกือบลืมไปเลย

"อ่อ จริงด้วย" ผมนี่มันโง่จริงๆ

"แบมมาเดินคนเดียวแถวนี้ตอนกลางคืนมันอันตรายนะ" ยูคยอมเดินมาจับไหล่ผม

"........" ผมไม่รู้จะตอบว่ายังไงดีเลยได้แต่ก้มหน้าหนี

"แบมร้องไห้หรอ" 

"ปะ เปล่าสักหน่อย" ผมยกมือเช็คน้ำตาแบบลวกๆ

"ไหนมาดูซิ" 

      ยูคยอมประคองหน้าของแบมแบมที่กำลังก้มหน้าเก็บซ่อนน้ำตาของตัวเองอยู่ และก็จริงอย่าที่ยูคยอมเดาไว้ไม่มีผิดคนตัวเล็กร้องไห้จริงๆด้วย

"คราบน้ำตายังมีอยู่เลย" ยูคใช้นิ้วโป้งเกลี่ยคราวน้ำตาที่หางตาของผมอย่างเบามือ

"............"

"ใครทำแบม"

"............"

"พี่มาร์คหรอ"

"ไม่มีใครทำ ฮึกกก แบมทำตัวเอง" เอาอีกแล้วน้ำตาเจ้ากรรมดันไหลมาอีกแล้ว

"มีอะไรจะบอกยูคไหม"

".........." ผมส่ายหน้ากลับไป

"งั้น..ให้ยูคไปส่งแบมที่บ้านเถอะนะ"

"ฉันกลับเองได้ ฮีกกกก นายกลับบ้านไปเถอะ"

"ไม่ ยูคจะไปส่ง อ๊ะนี่หมวกกันน็อคใส่มันไปเถอะแล้วอยากจะร้องแค่ไหนยูคก็จะไม่ห้ามไม่มีคนเห็นหรอกเชื่อยูคสิ" 

       ยูคหยิบหมวกกันน็อคที่วางอยู่บนเบาะรถขึ้นมาใส่ให้ผม ก่อนจะควบมอเตอร์ไซต์เตรีมสตาร์ทรถ จริงๆเขาอยากจะถามให้รู้แล้วรู้รอดแต่แบมแบมก็คงไม่เอ่ยปากพูดอะไร จึงเลือกที่จะไม่ถามดีกว่า

"ขึ้นมาเร็วๆ มัวแต่ขี้แงอยู่ได้ฮ่าาาๆๆๆ" ไม่ต้องมาหัวเราะเลย

      ผมขึ้นรถมอเตอร์ไซต์ตามที่ยูคบอกพร้อมกับหมวกกันน็อคที่ถูกสวมไว้อยู่ที่หัวของผมอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก 

"เกาะแน่นๆนะ" 

      ยูคยอมพูดพลางคว้าแขนของแบมแบมมาโอบเอวของตนเองไว้ แล้วออกรถคนตัวเล็กยังคงร้องไห้ออกมาไม่หยุดเขารู้ดีเพราะเสียงสะอื้นที่ดังขึ้นมาเป็นระยะ แต่ก็อย่างที่เขาบอกคนตัวเล็กนั่นล่ะว่าใส่หมวกกันน็อคแล้วจะร้องไห้เท่าไหร่ก็ได้..  ปล่อยให้ร้องไปน่ะดีแล้ว

     เสียงคันเร่งรถด้วยความเร็วกลบเสียงร้องไห้ของแบมแบมไปจนหมดสิ้น คนตัวเล็กเกิดคำถามมากมายภายในจิตใจทำไมนะทั้งๆที่ทุกอย่างกำลังจะไปได้ด้วยดีแล้วแท้ๆ คำพูดถากถางจิตใจจากใครเขาก็ไม่รู้สึกเจ็บเท่าคำถากถางของมาร์คต้วนอยากทุบอยากจะตีผู้ชายเย็นชาคนนั้นแรงๆให้สมกับความเจ็บภายในจิตใจที่เขาได้รับแต่สุดท้ายก็ทำได้เพียงเก็บเอาความน้อยใจนั้นมานั่งเสียใจเพียงคนเดียว






BAMBAM HOME

เอี๊ยดดดดดดด!



"ถึงแล้วววววว แบมรีบเข้าบ้านเถอะ"

"ขอบใจนะ ฮึกกกก" ระหว่างทางกลับมานี้ผมก็ยังร้องไห้ไม่เลิก

       ผมพูดพลางจะถอดหมวกกันน็อคออกแต่มือหนาของยูคก็จับหมวกกันน็อคที่หัวผมไว้แน่นไม่ยอมให้ผมถอดมันออก

"ไม่ต้องถอดออกหรอกนะ ยูคไม่อยากเห็นน้ำตาของแบม แบมเหมาะกับรอยยิ้มมากกว่านะ"  ยูคยอมส่งยิ้มให้กับผม


".........."

"ฝันดีนะแบมแบม"   

"........." ผมพยักหน้ารับทั้งหมวกกันน็อคนั้นโดยไม่ได้ถอดมันออก 

       หลังจากเห็นปฏิกิริยาที่ว่าง่ายของคนตัวเล็กยูคยอมก็รู้สึกสบายใจขึ้นนิดหน่อยปล่อยให้เขาได้ใช้เวลากลับตัวเองบ้าง เมื่อแบมแบมพยักหน้ารับแล้วยูคยอมจึงออกรถกลับบ้านไปในที่สุด


        ผมเข้ามาในบ้านพร้อมกับถอดหมวกกันน็อควางไว้ที่โซฟาแล้วพยุงสังขารตัวเองล้มตัวลงนอนอย่างเหนื่อยอ่อน ผมร้องไห้จนเหนื่อยขนาดนี้เลยหรอ 

"แบมเหนื่อยจังเลยครับแม่" ผมมองหน้าจอโทรศัพท์ที่เป็นรูปถ่ายของผมกับแม่เมื่อวันรับปริญญาถึงจะไม่ได้กอดแม่แต่อย่างน้อยให้ผมได้เห็นหน้าแม่ผ่านหน้าจอโทรศัพท์ก็ยังดี

        ผมบ่นพึมพำกับตัวเองทุกครั้งที่ผมรู้สึกเหนื่อยหรือหมดกำลังใจที่จะทำอะไรสักอย่าง 'แม่' คือคนแรกที่ผมจะนึกถึง

      หมดเวลาลงแล้วสำหรับวันแย่ๆ ถึงเวลาต้องหลับตานอนแล้วล่ะสิ ขอผมพักเอาแรงชาร์ตแบตให้ตัวเองหน่อยละกัน แล้วหวังว่าพรุ่งนี้เช้าตาผมจะไม่บวมเป็นกบนะ  

"..ฝันดีแบมแบม...."





MARK PART

        ถึงผมจะพูดจาไม่ดีกับแบมแบมแบบนั้น ผมก็ไม่ใช่คนใจจืดใจดำที่จะปล่อยให้เด็กนั่นลงไปจากรถแล้วเดินไปไหนต่อไหนคนเดียวหรอกนะ หลังจากที่แบมแบมลงไปผมก็ได้สั่งให้คนขับรถของผมกลับรถทันที

      และเมื่อผมเห็นร่างบางที่กำลังเดินคอตกอยู่ริมถนนนั้น ผมก็เห็นชายรูปร่างสูงขับบิ๊กไบท์จอดรถลงมาคุยกับแบมแบม และเมื่อถอดหมวกกันน็อคออกผมก็พบว่าผู้ชายคนนั้นคือ 'ยูคยอม'

"ไม่ต้องจอด" ผมพูดเสียงแข็ง

"ครับ??? คุณชายจะไม่ลงไปดูคุณแบมหน่อยหรอครับ"

"เขาคงมีคนดูแลแล้วล่ะ ออกรถเถอะ" 

       มาร์คกำมือแน่นเพื่อระบายความโกรธที่ตอนเองทำอะไรไม่ได้เลย แต่แค่นั่งมองเหตุการณ์ตรงหน้าอยู่บนรถเท่านั้น

"ครับ"


      ทั้งๆที่ผมจะมารับแบมแบมกลับบ้านเพื่อไถ่โทษกับคำพูดแย่ๆของผมที่ทำให้คนตัวเล็กต้องมาเดินเตร็ดเตร่แบบนี้แท้ๆ แต่ตอนนี้คงไม่จำเป็นแล้วล่ะมั้ง.. คงมีคนทำหน้าที่นี้แทนผมแล้ว ผมรู้ตัวว่าตัวเองทำผิดและผมก็มาช้สเกินไปที่จะเข้าไปขอโทษแบมแบม




คฤหาสน์ตระกูลต้วน

      ผมกล้บเข้ามาในบ้านของผมก็เห็นรถบิ๊กไบท์ของยูคยอมจอดไว้ที่โรงรถก่อนที่ผมจะมาถีงบ้านเสียอีก  ภายในบ้านตอนนี้เงียบมากเหมือนกับว่าทุกคนคงจะเข้านอนแล้วถ้าไม่นับบอดี้การ์ดที่ดูแลบ้านอยู่บริเวณด้านนอก

"อ้าว พี่มาร์คกลับดึกจัง" 

"ยังไม่นอนอีกหรอ"

"ยองแจหิวอ้ะเลยลงมาหาอะไรกิน พี่มาร์คเป็นอะไรรึเปล่าเนี่ยหน้าดูเซ็งๆ ไหนใครทำอะไรพี่ชายยองแจ" ยองแจเดินมาจับหน้าผมพลิกไปมา

"เปล่า ยูคกลับมานานแล้วหรอ"

"ก็สักพักแล้วล่ะป่านนี้คงนอนตายไปละมั้ง" 

"อ่อออ ก็ดี" 

"ปกติไม่เห็นจะสนใจทำไมจู่วันนี้มาถาล่ะ"

"พี่ก็แค่ถามดูน่ะ"

        ผมบอกยองแจแค่นั้นก่อนจะหยิบกระเป๋าทำงานเตรียมตัวขึ้นห้อง

"พี่มาร์คอย่าเครียดเรื่องยูคเลยนะ" ยองแจพูดไล่หลังผมมา ผมเลยต้องหยุดฟัง

"........."

"เรื่องวันนั้นไม่มีใครอยากให้มันเกิดหรอก"

"ยองแจ.."

"พี่เริ่มต้นใหม่ได้แล้วนะพี่มาร์ค  เรื่องทั้งหมดมันไม่ใช่ความผิดของพี่เลย" ยองแจบีบมือเบาเบา

".........."

"เรื่องของไอรีน ผมวะ" มาร์ครู้ดีว่ายองแจจะพูดอะไรจึง

"ยองแจ.."

"มันไม่ใช่ความผิดของพี่มาร์ค"

"หยุดพูดได้แล้วยองแจ!" ผมหันไปตวาดยองแจ

"พะ พี่มาร์คดุยองแจ"

"พี่ขอโทษ พี่ขอตัวนะ"  

       ทำไมวันนี้ผมถึงได้เป็นคนปากพล่อยขนาดนี้ทุกครั้งที่มีชื่อไอรีนโผล่ขึ้นมาผมทั้งรู้สึกโกรธและเกลียดตัวเองทุกครั้ง แม้ยองแจจะบอกตลอดว่าไม่ใช่ความผิดของผม แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นแต่อย่างใด และครั้งนี้ผมก็เผลอตลาดน้องชายตัวเอง ผมทำความผิดไปถึงสองครั้งภายในวันเดียวกัน




ห้องนอน

      ห้องนอนสูทสุดกว้างขวางของผมยิ่งทำให้ผมรู้สึกเหงาเพราะทุกครั้งต้องมีผู้หญิงหน้าตาหน้ารักที่มาพร้อมกับรอยยิ้มแสนสดใสนั้นรอต้อสรับผมอยู่ทุกคนแต่สีปีผ่านมานั้นทุกอย่างในห้องนี้มีแต่ความว่างเปล่า

     นานแล้วนะที่ผมนอนในห้องนี้โดยไม่มีไอรีน และนานพอที่ผมแทบจะไม่เข้าไปในห้องนั้นอีกเลย 

     มาร์คปรายตาหันไปมองที่ชั้นวางหนังสือขนาดใหญ่ก่อนจะหยิบรีโมทอันเล็กๆที่เก็บไว้ในลิ้นชักใกล้หัวเตียงออกมากดปุ่ม



ครืดดดดดดด

     ชั้นหนังสือค่อยๆเคลื่อนตัวออกพร้อมกับเผยบ้านประตูสีดำขนาดใหญ่ที่รอเจ้าของห้องมานานแสนนาน รอวันที่จะถูกเปิดอีกครั้ง



แกร๊กกกกกกกก..

      ทุกอย่างในห้องนี้ยังคงเหมือนเดิมจริงๆ กล้องถ่ายรูปราคาแพงที่มีราคาต้องแต่หลักแสนจนถึงหลักล้านวางโชว์อยู่ในตู้จัดอย่างเป็นระเบียบของรักของหวงของมาร์คนั่นเอง รูปภาพที่ถ่ายจากฝีมือมาร์คถูกแขวนและแปะไว้ตามผนังจองห้องจนแทบจะไม่มีที่ว่าง 

     ทั้งหมดนี้คือรูปที่ถ่ายล่าสุดเมื่อสี่ปีที่แล้วและหลังจากนั้นมาร์คก็ไม่ได้จับกล้องถ่ายรูปอีกเลย..

     นี่คือห้องที่ผมโปรดปรานมากที่สุดในบ้านหลังนี้ ห้องที่ผมสั่งทำขึ้นมาเป็นพิเศษเพื่อเอาไว้ล้างรูปและเก็บผลงานของผม ผลงานของผมที่ถ่ายไว้มีแค่อย่างเดียวคือรูปของผู้หญิงที่ผมรัก รักแรกและรักเดียวของผม ไอรีน..






    ร่างสูงเดินตรงไปยังกรอบรูปสีทองที่ตั้งไว้อยู่บนโต๊ะกลางห้อง กรอบรูปที่ได้บรรจุภาพถ่ายชั้นดีจากฝีมือของเขาพร้อมกับยกกรอบรูปนั้นขึ้นมาชมด้วยแววตาที่แสนจะทะนุถนอมคนในรูปนั้น 

"พี่รักษาสัญญามาตลอดเลยนะไอรีน"

"พี่มาร์คคิดถึงไอรีนนะครับ" ผมพูดพลางเอามือลูบไปรูปถ่ายที่หน้าของไอรีนเบาเบา 

"พี่ทำถูกแล้วใช่ไหม??"

      และผมรู้ดีว่าคำถามที่ผมเอ่ยไปนั้น คำตอบของมันก็คงเป็นความว่างเปล่าคงไม่มีเสียงตอบรับใดใดกลับมาอยู่ดี

      แปลกดีนะที่เข้ามาในห้องนี้ทีไรความทรงจำทุกอย่างในอดีตก็ย้อนกลับเข้ามาทุกครั้ง ทุกครั้งที่ผมอยากจะลืมแต่มันกลับจำ จำทุกอย่างได้ดี

     ผมมีความรู้สึกดีให้กับแบมแบมไม่มากก็น้อยเพียงแค่ผมรู้ว่าตอนนี้ทียูคยอมที่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยผมก็รู้สึกหวงคนตัวเล็กจนแทบจะเก็บอาการเอาไว้ไม่ไหว แต่จะให้ผมผิดสัญญากับคนที่ผมรักหรอผมคงทำไม่ได้..  






JACKSON PART


        อดห่วงไอ่มาร์คไม่ได้จริงๆ จะให้ผมอยู่เฉยๆก็คงไม่ได้ ผมอยากจะรู้จริงว่าทำไมยูคถึงกลับมาเกาหลีกระทันหันโดยไม่บอกพวกพี่อย่างผมเลยสักนิด รวมถึงป้ายยองแอที่ผมคิดว่าท่านคงไม่กลับมาเกาหลีแต่อยู่ดีดีสองคนนี้ก็โผล่มาแบบไม่มีปี่ ไม่มีขลุ่ย

        และยิ่งยองแจได้โทรมาบอกผมเมื่อหลายวันก่อนว่ายูคยอมกำลังเตรียมตัวเข้ารับตำแหน่งรองประธานบริษัทเร็วๆนี้ก็ยิ่งแปลกเพราะผู้ชายรักอิสระแบบยูคยอมคงไม่อยากทำอะไรแบบนี้แน่ๆ  มีอะไรอีกหรือเปล่านะที่ผมยังไม่รู้

      ลำพังจะให้ไปถามน้องแตงก็คงไม่ได้เรื่องเพราะแฟนคนดีของผมดันเป็นพวกpositive thinking(มองโลกในแง่ดี) เกินไป เป็นคนรักสันติไม่ค่อยทันโลกอะไรหรอก แต่พอเวลาโมโหแล้วเนี่ยยากเกินกว่าจะรับมือโลกจะสวยขนาดไหนแต่ตอนโกรธโลกอาจจะมอดไหม้เพราะแฟนผมนี่แหละ

"โทรหาแจบอมดีกว่า"  

      เรื่องนี้จะเก็บไว้คนเดียวก็กระไรอยู่ถึงเวลาต้องเล่าสู่กันฟัง ก็เพื่อนสนิทของผมอีกคนหรือจะเรียกว่าสองคนดีที่อยู่ต่างแดนก็แจบอมกับจินยองน่ะสิคู่แต่งงานใหม่ข้าวใหม่ปลามัน ดันเป็นเพื่อนในกลุ่มเดียวกัน นี่ผมไม่รู้จะใช้สรรพนามเรียกพวกมันว่าอะไรดี

(ฮัลโหล ว่าไงวะไอ่สั้น) อ่าาาาแจบอมเป็นคนรับสายสินะ

"ยังไม่ทันพูดอะไรก็ปากหมาใส่กูซะละ"

(ก็ปกติมึงไม่โทรหากูเลยนี่หว่า เอ้ออาทิตย์หน้ากูว่าจะกลับเกาหลีละ)

"เห้ยจริงหรอวะ ร้านเบเกอรี่ที่อังกฤษมึงเจ๊งแล้วหรอฮ่าาาๆๆๆ"

(น้อยๆหน่อยร้านเมียกู!!) จินยองเมียสุดที่รักของไอ่แจบอมแล้วก็เป็นเพื่อนในกลุ่มเราด้วย

"แล้วมึงจะกลับมาทำไมวะ"

(กูก็ต้องกลับมาช่วยพ่อดูแลสำนักทนายความสิวะ เรียนจบมาหลายปีถึงเวลาต้องลงสนามจริงหน่อยละ)  

"เอองั้นดีเลย กูกำลังมีเรื่องจะให้มึงช่วยไว้มึงถึงเกาหลีแล้วโทรบอกกูด้วยละกัน แค่นี้นะ" ผมกดวางสายไปในที่สุด

       อิมแจบอมลูกชายคนเดียวของตระกูลอิมเจ้าของสำนักทนายความที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลี เพื่อนกลุ่มเดียวกันกับผมตั้งแต่เรียนที่อังกฤษ แล้วก็ดันเป็นแฟนกับเพื่อนในกลุ่มของตัวเอง จะใครล่ะก็จินยองลูกชายทายาทร้านเบเกอรี่ชื่อดังที่มีสาขามากมายอยู่ทั่วโลกน่ะสิ เอาง่ายๆกลุ่มของเรามีแต่คนเพอเฟคทั้งหน้าตาและฐานะ ถ้าจะเรียกว่าF4แบบในซี่รี่ส์ชื่อดังก็น่าจะได้อยู่


             ______________________________________________________


ธุรกิจของแต่ละตระกูล

มาร์คต้วน ทายาทเจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจปลีกย่อยอีกมากมาย

แจ็คสัน    ทายาทตระกูลหวังมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่แห่งเกาะฮ่องกงธุรกิจสีเทาเกือบจะดำ 


**เพิ่มเติม**



แจบอม  ทายาทสำนักทนายความที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลีมีเส้นสายจำนวนมากทั้งถูกกฏหมายและ
ผิดกฏหมาย




จินยอง ทายาทร้านเบเกอรี่ชื่อดังมีสาขาอยู่ทั่วโลก มีชื่อเสียงจนใครใครก็รู้จักและให้การยอมรับ และยังเป็นภรรยาอย่างถูกกฏหมายของอิมแจบอม


มาครบละค่ะกับแก๊งค์เพื่อนสนิทของพี่มาร์คงานนนี้คงต้องพึ่งเดอะแก๊งค์ซะแล้ว

       

                   _________________________________________________________________________

ผู้ชายกับบิ๊กไบท์ช่างเป็นอะไรที่เข้ากันจริงๆ55555555555




♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦





พี่มาร์ครู้สึกตัวช้าไปหน่อยว่าไหมคะ  จริงๆพี่มาร์คก็คงห่วงความรู้สึกของน้องแบมแหละ แต่ไม่รู้ทำไมถึงเลือกที่จะพูดแบบนั้น????  

ดูเหมือนว่าอะไรอะไรจะไม่ง่ายแบบที่คิดไว้แล้วล่ะสิ  T________

มาเป็นกำลังใจให้น้อมแบมกันดีกว่า  ฮืออออ 'แบมสู้ๆนะลูก' > <!!

**1 คอมเม้นท์ของรีดเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยน้าาาาา**


TWITTER:  @TRUSTINMB09

HASHTAGS:     #อุบัติร้ายมบ





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 62 ครั้ง

661 ความคิดเห็น

  1. #650 R_Jummar (@0810640880) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 11:03
    สงสารแบม มาร์คก็รักษาสัญญาให้ดีน๊าแต่อย่ามาหึงหวงน้องน้า ส่วนแบมก็ต้องเจียมตัวเราห่างกะมาร์คเยอะมาก(เตือนใจตัวเองไง)T^T
    #650
    0
  2. #639 MarkBam1n1a (@Notetoaki) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:55
    ดูพี่มาร์ครักไอรีนหนักมาก ก้ยกน้องแบมให้ยูคก้ได้นะคะ คิคิ
    #639
    0
  3. #603 Markmark_tuan1a (@Markmark_tuan1a) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2561 / 06:02
    รักษาสัญญาต่อไปเถอะ นี่พูดจริงๆไม่ได้ประชดนะ และก็ควรห้ามใจตัวเองให้ได้ด้วยไม่ใช่หวั่นไหวหึงหวงทำเหมือนให้ความหวังคนอื่นแบบนี้ แน่จริงก็ใจแข็งต่อไปสิ อยากจะเข้าใจนะแต่หมั่นไส้มากกว่าอ่ะ สงสารน้อง
    #603
    0
  4. #595 `dalnimmb♡ (@we-2l-shinee) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 23:22
    ดูมาร์คจะรักไอรีนมากเลยนะ TvT
    #595
    0
  5. #581 M7734 (@M7734) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 21:26
    เศร้าใจ
    #581
    0
  6. #580 อดีตรีดเงา (@kidmai555) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 / 15:57
    อีพี่มาร์คแกจะไม่รักไม่แคร์แบมก็ไม่ว่านะ แต่แกจะมาพูดทำร้ายจิตใจแบมทำไม? กลัวจะทำตามสัญญากับยัยไอรีนไม่ได้หรอ? แม่งเห็นแก่ตัว อยากรักษาสัญญาแล้วแกจะมาหวง มาหึงแบมกับยูคทำม่ะ ก็ถอยไปให้ยูคจีบแบมไปซะสิ่
    #580
    0
  7. #568 pakhanan1410 (@pakhanan1410) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 เมษายน 2560 / 16:12
    เหยยยยยยคือแบบร้องไห้ตามแบมอะปกติไม่เคยร้องไห้ตามนิยายเลยนะแต่นี่มันกระทบจิตใจจริงโง้ยยยยฮรือออออ
    #568
    0
  8. #544 N_udaen_G (@nudaeng) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 เมษายน 2560 / 11:38
    พี่มาร์คคคคคค มันก็ตั้งสี่ปีแล้วนะ! สงสารน้องเลยอะ ร้องไห้เลยยยย ;(
    #544
    0
  9. #506 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2559 / 16:07
    ทำไมยึดติดกับอดีตอะไรขนานนั้นมาร์ค ทำไมไม่ลองมองดูปัจจุบันซะบ้าง
    #506
    0
  10. #440 ayumikimlee (@ayumikimlee) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2559 / 09:11
    รู้ตัวช้าไปก็ไม่ดีนะพี่
    #440
    0
  11. #382 donstop_canstop (@donstop_canstop) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2559 / 16:31
    ปากหรอนั้นหนะที่พูดไปอะอิต้วน!!!
    #382
    0
  12. #309 shierichi (@shierichi) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2559 / 20:33
    พี่มาร์คพูดได้ทำร้ายจิตใจมากเลย ฮือ สงสารแบม;0;
    #309
    0
  13. #285 @fujinoii (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2559 / 12:49
    คำพูดของพี่มาร์คทำร้ายจิตใจแบมอย่างมาก แค่เราอ่านเรายังรับไม่ได้เลย แล้วแบมจะไปเหลือเหรอ ความรู้สึกล้วนๆเลย เฮ้อ เปลี่ยนใจเชียร์ยูคทันมั๊ยเนี่ย ถึงพี่มาร์คจะย้อนรถกลับมาหาน้องมันก็ไม่ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นมา
    #285
    0
  14. #212 oni (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2559 / 05:18
    ชักอยากให้แบมรู้ความใจร้ายของยูคเร็วๆจัง

    ดีใจแทนมาร์คด้วยนะที่มีเพื่อนที่รักและห่วงใยแบบแจ็คและพี่บี

    หวังว่าสองคนนี้จะช่วยมาร์คได้เยอะทีเดียว
    #212
    0
  15. #210 NUNUUJAN (@NUNUUJAN) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2559 / 21:38
    ประชดกันไปมา แล้วก้อกลับมาเศร้าอีกตามเคย
    #210
    0
  16. #158 irish_pp (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2559 / 23:25
    หน่าาา เริ่มรู้สึกดีนะจ๊ะ ฮิ้ววววว
    #158
    0
  17. #65 min (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2559 / 17:03
    ยุงมันตีกันงุ้งงิ้งๆๆๆๆ 5555
    #65
    0
  18. #51 mbbjsk_ (@mbbjsk_) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 / 17:17
    ใช่หรอต้วนนนนน ไม่ถึงกับชอบนี่ใช่หรออออออออ
    #51
    0
  19. #26 Prim (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 เมษายน 2559 / 19:06
    หวั่นไหวแล้วใช่ม้ายยยยคุณพระเอก
    #26
    0
  20. #22 arisarakowsiri (@arisarakowsiri) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 เมษายน 2559 / 09:41
    ชอบจังๆๆอัพไวๆนะะะ
    #22
    0
  21. #21 yimmark (@yimmark) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 เมษายน 2559 / 06:58
    เย้ สู้ๆนะ มาอัพต่อๆ
    #21
    0