ตีพิมพ์กับ WHY BOOKS [YAOI] Coffee Shop รักนี้รสกาแฟ

ตอนที่ 25 : 23 : ดื่มครั้งที่ 23

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4792
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 51 ครั้ง
    25 ส.ค. 59

- ดื่มครั้งที่ 23 -




ท้องถนนยามเที่ยงวันแออัดไปด้วยรถนานาชนิด การเคลื่อนที่ช้ายิ่งกว่าเต่าคลานเป็นไหนๆ เสียงเพลงที่เปิดคลอเบาๆในรถไม่ได้ทำให้อารมณ์เย็นลงเลยด้วยซ้ำ คนข้างๆกันที่วันนี้แต่งตัวดูดีเป็นพิเศษแถมยังหยิบแว่นกันแดดแบรนด์ดังสีชามาใส่อีก อยากจะถามจริงๆว่าไปรับคนที่สนามบินหรือจะไปเดินแบบบนรันเวย์ เห็นแล้วก็หมั่นไส้จไม่รู้จะทำตัวหล่อไปถึงไหนนะคนเรา ไม่รู้หรือยังไงว่าคนเป็นแฟนมันหวง

 

"รถติดฉิบหาย"

เสียงบ่นดังขึ้นอย่างไม่จริงจังนัก นิ้วเรียวเคาะลงบนพวงมาลัยเป็นจังหวะตามทำนองเพลง ใบหน้าหล่อเหลาหันมามองกันจนผมต้องเบนหน้าหนี ปกติพี่จีบมันก็หล่ออยู่แล้วไง วันนี้ทั้งเซ็ตผมทั้งใส่แว่นตากันแดด โคตรเหมือนนายแบบหลุดออกมาจากนิตยสารเลย ผมนี่เหมือนเด็กรับใช้ของมันหัวยุ่งเหยิง ตาปรือ หน้าโทรมเพราะลงจากดอยมาเมื่อสามวันที่แล้วก็ไม่สบาย ยันกลับมากรุงเทพฯก็ยังไม่หาย

 

"พี่ดีพกับไอ้ภีมใกล้จะแลนด์ดิ้งแล้วมั้งเนี่ย"

ผมยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูแล้วถอนหายใจออกมายาวเหยียด อีกยี่สิบนาทีเครื่องจะแลนด์ดิ้งแล้ว แต่รถยังติดอยู่กลางทาง... คงอีกหนึ่งชั่วโมง

 

"ช่วยไม่ได้ว่ะ รถมันติดกว่าทุกวัน"

ผมพยักหน้าหงิกหงัก วันนี้รถติดกว่าทุกวันจริงๆ ปกติผ่านมาทางนี้ไม่เคยจะติดแบบนี้เลยสักครั้ง

 

"พี่จีบ... ถามจริงเหอะ ทำไมต้องแต่งตัวเต็มขนาดนี้วะ แค่ไปสนามบินนะเว้ย"

ผมเหล่ตามองมันก่อนจะเบะปากลงนิดๆ พี่จีบเลิกคิ้วมองกันแล้วเอื้อมมือมาวางแปะลงกลางกระหม่อมบังคับให้ผมหันไปสบตา

 

"ไม่ชอบหรือหวง พูดมาตรงๆ"

สายตาคาดคั้นถูกส่งมาให้กัน มุมปากกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์จนผมต้องหลุบตามองต่ำ แต่คงต่ำเกินไปว่ะเจอเป้าพี่จีบเต็มๆ ฮือ ทำไมตั้งแต่ตกลงคบกันผมรู้สึกว่าตัวเองซึมซับความหื่นจากไอ้พี่จีบมาวันละนิดละหน่อยวะ แย่แน่ๆ

 

"มะ ไม่รู้เว้ย ถามก็ตอบมาดิ ไม่ใช่ถามกลับแบบนี้!"

ผมบุ้ยปากกลบเกลื่อนความจริงที่อยู่ในใจ ถ้าตอบสิ่งที่คิดออกไปพี่จีบแม่งได้ใจใหญ่แน่ๆ มันคงอารมณ์ดียิ้มทั้งวันเหมือนคนบ้าชัวร์ๆ ยังไม่อยากให้ไอ้พี่ดีพมันมาว่าผมว่าเอาคนบ้าเป็นแฟนหรอกนะ

 

"มึงก็ตอบกูก่อนไง เร็วๆ"

มีเร่ง... ทั้งๆที่ตัวเองต้องตอบผมก่อนไม่ใช่เหรอวะ ทำไมเป็นคนเลวแบบนี้เนี่ย ถอนตัวไม่คบกับมันยังทันไหม

 

"หวง พอใจยัง!"

ผมเหวเสียงดังแล้วใช้มือปัดป่ายมืออีกคนออกก่อนจะแยกเขี้ยวใส่มัน สู้เขาไม่ได้ก็พาลแกล้งทำเป็นโมโหกลบเกลื่อนไปซะทุกที แต่พี่จีบมันก็ไม่เคยกลัวกันหรอก แถมยังเห็นเป็นเรื่องตลกไม่ยอมง้อกันอีกด้วย

 

"ทำไมแฟนกูน่ารักแบบนี้วะ ไหนๆมาจุ๊บหน่อยสิ"

เขาพูดจบก็ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ทั้งๆที่คาดเข็มขัดนิรภัยอยู่ ผมดันหน้าอกไอ้คนหื่นออกไปไกลๆแล้วใช้ถุงขนมปังทาเนยมาบังหน้าเอาไว้ ฮึก แต่ก็ไม่รอดพ้นจากริมฝีปากร้อนผ่าวของพี่จีบหรอกเพราะมันประทับลงบนหลังมือผมแบบเต็มๆ มือไม้อ่อนแทบทำถุงขนมหล่นเลย!

 

"อยากให้จุ๊บมือก็ไม่บอก หึหึ"

เสียงหัวเราะโรคจิตดังมากระทบโสตประสาทการรับรู้ยิ่งทำให้ผมแก้มร้อนมากขึ้นไปอีกเท่าตัว คราวนี้ทำถุงขนมปังร่วงอย่างช่วยไม่ได้ จังหวะที่ลนลานก้มเก็บมันเลยเปิดโอกาสให้อีกคนขโมยหอมแก้มผมได้สำเร็จ

 

"อ๊ะ ไอ้พี่จีบ!"

ผมร้องเสียงหลงเบิกตากว้างก่อนจะยกมือขึ้นปิดแก้มตัวเอง โอย หน้าจะระเบิดอยู่แล้ว ไม่ไหวๆ อยู่กับพี่จีบเปลืองตัวฉิบหายเลยเว้ย ผมกำลังเขินอย่างหนักแต่ไอ้พี่จีบกำลังอารมณ์ดีอย่างหนัก เพราะมันยิ้มหน้าบานแถมยังผิวปากเป็นจังหวะตามทำนองเพลงอีก ฮึ่ย หมั่นไส้เว้ย

 

"ครั้งต่อไปขอปากนะ"

 

"ไม่เว้ย ไม่ให้! ตั้งใจขับรถไปเลยไป"

ผมเบ้ปากใส่ก่อนจะนั่งบ่นงุ้งงิ้งๆต่อท้ายประโยคนั่นไปตลอดทาง พี่จีบหัวเราะเบาๆแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาจนเราถึงที่หมาย ตั้งแต่พี่จีบก้าวลงจากรถก็มีสายตาหลายคู่จับจ้องมาที่เขา ตอนแรกๆก็ไม่ได้อะไรหรอก แต่เดินเข้าในตัวอาคารแล้วเจอกรุ๊ปทัวร์เป็นสาวๆเข้าหน่อย มองกันแบบจะกลืนกินไอ้พี่จีบเข้าไปทั้งตัว เห็นแล้วอารมณ์หงุดหงิดก็มาจนต้องเดินเข้าไปจับต้นแขนมันแสดงความเป็นเจ้าของกลายๆซะเลย ให้มันรู้ซะบ้างว่าของใครเป็นของใคร ถึงจะยังไม่ครบร้อยเปอร์เซ็นก็เถอะ

 

"หืม มีอะไรหรือเปล่า เห็นเมื่อกี้เดินห่างกับกูเป็นวา"

พี่จีบเหล่มองผมอย่างจับผิด ก็ตอนแรกที่ลงมาจากรถผมกลัวว่าจะโดนพี่ดีพกับไอ้ภีมแซวเลยเดินห่างๆเขา แต่ตอนนี้จะให้ห่างยังไงไหวเมื่อมีคนคิดจะกินแฟนตัวเองเนี่ย

 

"ดะ เดินไม่ทันต่างหากพี่แม่งขายาวไง"

เฉไฉไปเรื่อยแต่ไม่ยอมสบตาเพราะกลัวว่าคนฉลาดอย่างเขาจะรู้ทันคนโง่อย่างผม โกหกอะไรไม่เคยแนบเนียนสักครั้ง เมื่อครู่ยังพูดตะกุกตะกักไปอีกมันคงเชื่อ

 

"เหรอครับที่รัก ไม่ใช่ว่ากำลังหึงผมหรอกนะ"

พี่จีบก้มลงกระซิบข้างหูกันด้วยน้ำเสียงติดจะหยอกล้อ ผมย่นจมูกใส่ก่อนจะผลักไหล่มันเบาๆ สุดท้ายก็โดนจับได้อีกแล้ว อยากมีความลับบ้างควรทำยังไงวะ ขั้นแรกคงต้องไปหัดฉลาดหลีกหนีการถูกลวนลามจากไอ้พี่จีบให้ได้ก่อนจะดีกว่า

 

"พูดอะไรของพี่ รีบๆเดินเลย"

ผมก้าวฉับๆเร่งความเร็วแซงหน้ามันซะเลย แต่ไปไม่ถึงไหนหรอกครับคอเสื้อด้านหลังถูกคว้าจนเซปะทะเข้ากลับอกแกร่ง

 

"ถ้าเดินไม่รอกัน กูจะอ่อยสาวพวกนั้นนะ"

เหี้ยเถอะ! ผมหันไปจ้องพี่จีบเขม็งก่อนจะกำหมัดทุบลงบนอกมันไปแบบเต็มแรง หมั่นไส้! คิดว่าตัวเองทำแบบนี้ได้คนเดียวหรือไง อย่าให้ถึงทีผมบ้างนะ จะทำให้หวงจนอยู่ไม่สุขเลยคอยดู

 

"โอย ไอ้คิส กระดูกกูจะหักไหมเนี่ย ทุบมาซะเต็มแรง"

พี่จีบลูบอกตัวเองไปมา ใบหน้าบูดเบี้ยวเพราะความเจ็บปวดที่ได้รับ ผมเบะปากลงก่อนจะแลบลิ้นใส่ สมน้ำหน้า ชอบทำให้คนอื่นเขาหวงดีนัก

 

"สมควร รู้ว่าผมหวงยังจะแกล้งกันอีก หึ"

ผมว่าก่อนจะเดินหนีออกมา คราวนี้ไม่มีการฉุดกระชากคอเสื้อเกิดขึ้นเพราพี่จีบทำเพียงแค่เร่งความเร็วมาเดินเคียงข้างกันก่อนที่มือหนาจะสอดประสานเข้ากับมือผมอย่างแนบเนียน ตอนแรกก็จะสะบัดทิ้งอยู่หรอกเพราะหงุดหงิด แต่พอเห็นสายตาอ่อนโยนที่ส่งมาให้กันเลยใจร้ายทำไม่ลง ก็ได้แต่ปล่อยให้เขาจับมือกันเดินไปอย่างนั้นจนมาเจอพี่ดีพกับไอ้ภีมโบกมือไวๆให้กันนี้ล่ะ

 

"พี่ดีพ! มากอดหน่อย คิดถึง ~"

ผมเดินลิ่วๆตรงเข้าไปหาพี่ชายทันที แต่มือใหญ่รีบผละจากกระเป๋าเดินทางของตัวเองมาดันหน้าผากผมไว้ ก่อนจะเบ้ปากใส่กันอย่างรังเกียจ

 

"ไม่เห็นจะคิดถึงมึงเลย ไปไกลๆ"

พี่ดีพว่าก่อนจะยักคิ้วกวนๆส่งมา ผมปัดมือมันออกแล้วบุ้ยปากใส่ เป็นพี่ชายที่แสดงความรักกับน้องได้โคตรแย่เลย

 

"ไรวะ! น้อยใจอ่ะ"

 

"ตามใจมึงเลย กูอยากกอดน้องเขยมากกว่า"

พี่ดีพเบนสายตาไปมองคนข้างๆก่อนจะยิ้มทักทาย ไอ้พี่จีบยิ้มตอบก่อนจะโค้งตัวทักทายมัน

 

"สวัสดีครับพี่"

 

"เออ หวัดดีๆน้องเขย หล่อนะเรา คิดยังไงมาชอบของแปลกแบบไอ้คิสวะ"

ทั้งไอ้พี่ดีพ ไอ้พี่จีบ ไอ้ภีมมองผมด้วยสายตาแปลกประหลาดก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาพร้อมกัน ผมมุ่ยหน้าทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคออย่างขัดใจ แค่เจอกันวันแรกยังเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยแบบนี้ อนาคตผมคงโดนแกล้งไปจนวันตายอ่ะครับ ฮึก เกิดเป็นอินธิพัฒน์ชีวิตมันน่าเศร้าจริงๆ

 

"ถึงมันจะแปลกแต่ผมก็รักนะพี่"

พี่จีบพูดก่อนจะหันมายักคิ้วให้กัน ไอ้ผมที่กำลังหงุดหงิดอยู่กลายเป็นว่ามีอาการเขินเข้ามาแทนที่แบบฉับพลันซะอย่างนั้น บ้าบอมากไหมมาบอกรักกันกลางสนามบินเนี่ย โว้ย

 

"พอๆๆ กลับบ้านกันได้แล้ว"

ผมว่าก่อนจะเดินไปลากไอ้ภีมให้เดินไปด้วยกัน ไม่สนแล้วว่าสองคนนั้นจะพูดอะไรกันบ้าง

 

"เฮ้ย เบาๆ กระเป๋ากูหนัก"

ไอ้ภีมบ่นกระปอดกระแปดจนผมต้องยอมลดความเร็วในการเดินลง สองคนด้านหลังยังคงคุยกันอย่างออกรสชาติ แต่เสียงเบาเกินกว่าจะเผือกได้ว่าเขาคุยเรื่องอะไรกัน เจ็บใจจริงๆ

 

"มึง.. ทำไมกูรู้สึกว่าพี่ดีพกับพี่จีบสนิทกันเร็วจังวะ"

ผมกระซิบถามไอ้ภีมด้วยความสงสัย คือปกติแล้วพี่ดีพไม่เคยสนิทกับใครเร็วขนาดนี้ แต่นี่อะไรหัวเราะเฮฮาเหมือนกับรู้จักมักจี่กันมาก่อน หรือผมพลาดอะไรไปวะ

 

"หือ นี่มึงลืมอะไรป่ะคิส"

ไอ้ภีมพูดแค่นั้นก็หยุดไปก่อนจะทำหน้าเอือมๆใส่กัน ผมขมวดคิ้วยุ่งพยายามคิดว่าลืมอะไรไป แต่คิดไม่ออกว่ะ สมองมันยังมึนๆงงๆเพราะฤทธิ์ยาที่กินเข้าไป

 

"กูลืมอะไร คิดไม่ออก"

 

"พี่ดีพเป็นคนแนะนำร้านของพี่จีบให้พวกเรารู้จักไง มันไปนั่งชิวบ่อย สมองปลาทองเหรอมึง"

ผมถึงกับเบิกตาโตที่เพิ่งคิดได้ ไอ้ภีมส่ายหน้าช้าๆเหมือนกับปลงตกในความขี้ลืมของผม... ไม่ได้ตั้งใจลืมนะเว้ยแต่ไม่ได้ใส่ใจต่างหาก โอ้ย นี่ชีวิตกูจะพลาดอะไรขนาดนี้วะเนี่ย

 

"โอย กูอยากมุดดินหนี เชี่ยเอ้ย"

ผมขยี้หัวตัวเองแรงๆ ทำไมโง่แบบนี้เนี่ย คนอื่นเขาฉลาดจนไปถึงดาวอังคารกันแล้วมั้ง กูยังแดกหญ้าอยู่หน้าบ้านเนี่ย

 

"บ่นอะไรงุ้งงื้งๆ ขึ้นรถไป"

ผมสะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินเสียงไอ้พี่ดีพดังขึ้นใกล้ๆ ไม่รู้มันเดินมาตีเสมอกันตั้งแต่เมื่อไหร่ แถมตอนนี้ยังหยุดอยู่ข้าง BMW ลูกรักของไอ้พี่จีบแล้วด้วย เจ้าของรถขำออกมาเบาๆก่อนจะช่วยขนกระเป๋าขึ้นท้ายรถแล้วเดินมาเปิดประตูสอดตัวเข้าประจำที่คนขับ ส่วยผมก็ที่เดิม ตุ๊กตาหน้ารถเพียงหนึ่งเดียวของพี่จีบ

 

รถเคลื่อนตัวออกไปอย่างไม่รีบร้อน จะให้เร่งความเร็วมากก็คงทำไม่ได้เพราะการจราจรยังคงติดขัดอยู่เหมือนเดิม แต่ครั้งนี้ดีหน่อยเพราะผมจะกลับบ้านที่ชานเมืองพอดีเลยใช้เวลาไม่นานจากสนามบินไปถึงที่หมาย

 

"ไอ้คิส มึงกลับบ้านบ้างหรือเปล่า"

อยู่ๆไอ้พี่ดีพก็ถามขึ้น ผมหันไปมองมันก่อนจะต้องเบ้ปากแรงๆเพราะมันทิ้งตัวลงนอนตักไอ้ภีมหน้าตาเฉย หมั่นไส้เว้ย หวานกันอยู่ได้ไอ้คู่รุกรุก!

 

"จะให้กลับไปอยู่กับแมวที่ไหนอ่ะ ไม่มีใครอยู่บ้านสักคน"

ถามแปลกๆแต่ละคนถ่อสังขารไปญี่ปุ่นกันทั้งนั้น จะให้ผมกลับบ้านทำไม สู้อยู่กับไอ้พี่จีบยังดีกว่า... อย่ามองผมด้วยสายตาล้อเลียนเลยนะ ก็ไอ้พี่จีบมันแค่เสนอตัวมานอนเป็นเพื่อนที่หอแค่นั้นเอง ไม่มีอะไรในกอไผ่เลย

 

"เออลืม... แล้วมึงอยู่หอคนเดียวเหรอ"

พี่ดีพทำหน้าสงสัยก่อนจะคลี่ยิ้มเจ้าเล่ห์จนผมรู้สึกเสียวสันหลังวาบ สาบานว่าเรื่องพี่จีบมานอนด้วยกันผมไม่ได้หลุดปากบอกใครแน่ๆ

 

"หรือมีใครนอนด้วยวะ บอกมาซะดีๆนะไอ้น้องคิส"

พี่ดีพล็อกคอกันจากด้านหลังจนผมต้องฟาดมือลงบนแขนมันรัวๆ ทำแบบนี้จะฆ่ากันหรือไงวะ

 

"แค่ก ไอ้พี่ดีพ ปล่อยนะเว้ย หายใจไม่ออก"

 

"ตอบมาก่อน ไม่งั้นก็ตายไป"

พี่จีบทำท่าจะช่วยแต่ไอ้พี่ดีพแยกเขี้ยวขู่ไว้ซะก่อน ตกลงว่าผมเป็นน้องทันจริงๆหรือแค่เด็กที่พ่อแม่เก็บมาเลี้ยงวะ ทำไมต้องรุนแรงกันขนาดนี้ ถามดีๆตอบดีๆเป็นไหม ไอ้ฟายเอ้ย

 

"ตอบแล้ว ปล่อยเด้ แค่กๆ"

ผมดึงแขนมันออกห่างจากคอให้มากที่สุด พี่จีบหันมามองกันด้วยสีหน้าไม่สู้ดีเท่าไหร่แต่มุมปากแม่งจะกระตุกเป็นยิ้มอยู่เรื่อย คืออะไรวะ!

 

"ตอบมา ไม่งั้นกูไม่ให้ของฝากนะ"

ร้ายแรงกว่าล็อกคอกันคือไม่ให้ของฝากนี่ล่ะ!

 

"พี่จีบไปนอนด้วย"

ผมตอบเสียงอ้อมแอ้ม รู้สึกว่าหน้าร้อนจนต้องเอามือมาปิดแก้มตัวเอง พี่ดีพยอมละแขนออกไปแล้วหัวเราะโรคจิตจนผมแอบขนลุก ทำไมแต่ละคนชอบคิดอกุศลเรื่องผมกับพี่จีบจังวะ เราเป็นคู่รักใสใสนะ

 

"พัฒนาไปไกลนะ ยังไม่ได้กันใช่ป่ะวะ"

ตาผมแทบถลนเมื่อไอ้พี่ดีพถามออกมา พี่จีบสำลักน้ำลายตัวเองเลยเถอะ ฉิบหายเหลือเกินพี่กู ทำไมมันเป็นคนลามกแบบนี้วะเนี่ย ผมหันไปฟาดแขนมันดังปัก แต่ได้รับเสียงหัวเราะเอิ้กอ้ากกลับมา

 

"ถามบ้าอะไรวะพี่ น่าเกลียด"

ผมโวยวายแล้วหันหน้าแดงๆกลับมา แทนที่จะรู้สึกโมโหแต่เขินแทนซะอย่างนั้น เขินแบบไม่รู้จะเอาหน้าไปซุกไว้ที่ไหนเลย พี่จีบก็ยังสำลักน้ำลายค่อกแค่กจนหน้าแดงไปหมด ไม่รู้เพราะไอหรือเพราะเขินกันแน่

 

"ก็ถามให้แน่ใจ ไม่อยากให้น้องไวไฟ"

พี่มันว่าเสียงนุ่มๆ แต่ผมแปลความหมายได้ว่า 'ถ้ามึงมีผัวก่อนกูมีเมีย มึงตายแน่' อะไรประมาณนี้

 

"เออน่า ถึงจะเป็นผู้ชายก็รักนวลสงวนตัวเหอะ"

ผมตอบปัดๆไม่อยากเอาพี่ชายตัวเองมาขายเท่าไหร่ เพราะถ้าปากโป้งออกไปผมคงโดนไอ้พี่ดีพฆ่าหมกส้วม และไอ้ภีมคงฆ่าพี่ดีพแล้วเอามาหมกไว้ที่เดียวกันแน่ๆ

 

"ทำใจหน่อยนะ น้องกูมันเป็นสาวหัวโบราณว่ะจีบ"

พี่ดีพตบบ่าไอ้พี่จีบเหมือนกำลังปลอบใจ แต่หน้าตานี่กวนตีนสุดใจมากครับ แต่เดี๋ยวนะ... สาวหัวโบราณคืออะไร ผมเป็นผู้ชายมีแท่งนะเว้ย ตะให้เอาออกมาโชว์ไหม! ผมหันไปถลึงตาใส่มันจนปวดเบ้าตาไปหมด

 

"ผมเป็นผู้ชายเว้ย!"

 

"อ้าวเหรอ เพิ่งรู้นะเนี่ยว่ามีน้องชาย"

เสียงกวนตีนได้อีก หน้ากวนตีนได้อีก ลงจากรถไปต่อยกันเลยไหม!

 

"กวนตีนว่ะพี่ดีพ แม่ง"

ผมว่าด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดแล้วไม่ยุ่งกับมันอีก แขนทั้งสองข้างยกขึ้นกอดอกจนแน่น โมโหเว้ย กลับมาวันแรกก็เปิดศึกกันเลย หึ!

 

"ดีพ...มึงอย่าไปแกล้งไอ้คิสมาก เพื่อนกูนะ"

น้องภีมคนดีที่นั่งเงียบมานานเริ่มออกโรงปกป้องผมแล้ว ถึงพี่ดีพจะใจดีกับมัน แต่มันไม่ใจดีกับพี่ดีพนะ

 

"นั่นก็น้องกูนะทำไมจะแกล้งไม่ได้อ่ะ"

 

"กูเป็นแฟนมึง กูพูด มึงต้องฟัง เข้าใจไหม"

หูย... ผมนี่ขนลุกแทนพี่ดีพเลยว่ะ เห็นอนาคตโดนว่าที่เมียกดขี่ข่มเหงมาแต่ไกล โชคดีมีชัยนะพี่ชาย หึหึ

 

"เผด็จการว่ะ โดนกูปล้ำสักทีแล้วจะไม่พูดแบบนี้"

 

"บ่นอะไรของมึง เดี๋ยวจะโดนถีบตกรถ"

 

"โหย รุนแรงอีกแล้ว เงียบก็ได้"

เสียงไอ้พี่ดีพอ่อยจนน่าสงสาร แต่ผมเม้มปากกลั้นขำจนหน้าแดงไปหมด ไอ้พี่จีบก็เหลือบมามองกันอีก

 

เรามาถึงบ้านกันประมาณเกือบบ่ายสองโมง ผมช่วยขนกระเป๋าเดินทางรวมทั้งถุงน้อยใหญ่ลงจากรถ เครื่องปรับอากาศภายในบ้านถูกเปิดทันทีเมื่อพวกเรานั่งลงบนโซฟาตัวใหญ่อย่างเหนื่อยล้า

 

"มึงจะนอนบ้านไหม"

พี่ดีพหันมาถามผมที่นั่งอยู่ข้างๆกัน ผมพยักหน้าน้อยๆก่อนจะนั่งตัวตรงแล้วหันไปถามพี่จีบต่อ

 

"พี่จีบจะกลับตอนไหน"

 

"ให้จีบค้างที่นี่"

เสียงพี่ดีพขัดขึ้นทำให้ผมกับพี่จีบเบิกตากว้าง... ให้พี่จีบค้างที่นี่ จะนอนตรงไหน เสื้อผ้าล่ะ

 

"นอนกับมึงนะคิส แล้วก็เสื้อผ้ายืมกูก่อนก็ได้"

เหมือนรู้ว่าผมกำลังกังวลอะไร ได้คำตอบมาแบบมัดมือชกซะด้วย ผมนี่อ้าปากพะงาบๆจะเถียงก็เถียงไม่ออก ส่วนไอ้พี่จีบนี่ยิ้มกริ่มพยักหน้าหงึกหงักไปแล้ว

 

"พี่ดีพแม่ง..."

ผมบ่นงุ้งงิ้ง ไม่ใช่ว่าไม่อยากนอนด้วยกัน แต่นี่มีคนอื่นอยู่ในบ้านด้วยไง กลัวจะทำอะไรเสียงดังจนเขาจับได้... อย่างเช่นเถียงกันอะไรแบบนี้ อย่าเพิ่งคิดลึกนะ

 

"แยกย้ายๆ ตอนเย็นค่อยออกไปกินข้าวด้วยกัน"

พี่ดีพพูดก่อนจะลากไอ้ภีมขึ้นไปบนห้อง ผมกับพี่จีบมองตามด้วยใบหน้าที่ติดจะอึ้งเล็กน้อย คิดจะทำอะไรก็ทำนิสัยไม่เคยเปลี่ยนเลยจริงๆพี่ผมเนี่ย

 

"ทำอะไรกันดี"

พี่จีบถามขณะที่ขยับมานั่งชิดกับผม ใบหน้าหล่อยื่นเข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆที่รินรดแก้ม ผมเอียงตัวหลบก่อนจะเม้มปากแน่น ทำไมคำถามมันชวนคิดลึกยังไงไม่รู้

 

"หาอะไรกินป่ะพี่ บ่ายสองแล้วเนี่ย"

ผมพูดก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นยืน ที่ชวนน่ะไม่ใช่ว่าทำอาหารเป็นหรอกนะ แต่จะพาไปกินร้านหน้าปากซอยต่างหาก

 

"มึงทำเป็นเหรอ"

พี่จีบถามทั้งๆที่เขายังไม่ได้ขยับตัวไปไหน ผมเหลียวไปมองก่อนจะยิ้มแห้งๆให้กันแล้วส่ายหัวพรืด เขามองอึ้งๆก่อนจะหัวเราะออกมา

 

"ทำไมต้องหัวเราะวะ ก็ทำไม่เป็นอ่ะ"

ผมมุ่ยหน้าก่อนจะโดนพี่จีบดึงลงไปนั่งบนตัก แก้มทั้งสองข้างร้อนวูบวาบทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงต้นขาแกร่งที่รองรับน้ำหนักกันอยู่ ผมไม่กล้าดิ้นไปไหนเพราะกลัวอะไรๆมันจะตื่นขึ้นมา

 

"ปล่อยผมดิ ทำไมชอบลวนลามกันจังวะ"

ผมบ่นอุบอิบก่อนจะเม้มปากแน่นกลั้นยิ้มเมื่อคางมนวางลงมาบนไหล่แล้วถูไปมาอย่างออดอ้อน เชื่อเขาเลยว่าคนโคตรเกรียนจะอ้อนเก่งด้วย

 

"ไม่ลวนลามแฟนแล้วจะให้พี่ไปลวนลามใครครับหื้ม ไหนบอกพี่หน่อยสิ"

เสียงหวานๆกระซิบข้างหูจนผมต้องหดคอหนี ไม่ชินจริงๆเมื่อโดนใช้ถ้อยคำนุ่มนวลแบบนี้ใส่ แก้มปวดร้าวไปหมดเพราะพยายามกลั้นยิ้มจนสุดชีวิต หน้าอกแกร่งขยับมาแนบชิดกับแผ่นหลังจนรู้สึกร้อนวาบไปทั้งร่างกาย หัวใจก็เต้นแรงจนเหนื่อย

 

"พูดแบบนี้อยากไปลวนลามคนอื่นเหรอ"

ผมถามเสียงนิ่ง เอาจริงๆก็แค่อยากแกล้งพี่จีบก็แค่นั้นครับ ได้เอาคืนบ้างมันก็ดีไม่ใช่เหรอ

 

"ถ้ากูอยากลวนลามคนอื่น กูจะมายุ่งวุ่นวายกับมึงทำไมหืม"

เขาพูดจบก็กดจมูกโด่งฝังลงบนแก้มผมทันควัน ไม่ได้ตั้งตัวจนเผลอนั่งเกร็งไปซะอย่างนั้น

 

"ฉวยโอกาสตลอดว่ะ ถึงจะเป็นผู้ชายด้วยกันก็ไม่ได้ยอมง่ายๆนะพี่"

ผมว่าก่อนจะรีบลุกขึ้นทันที เพราะพี่จีบคลายกอดออก ใจเต้นตุ่มๆต่อมๆพิกล เหมือนคืนนี้จะโดนขย้ำยังไงก็ไม่รู้ว่ะ

 

"เห็นกูเป็นพวกชอบขืนใจคนอื่นหรือไง"

เสียงทุ้มดังขึ้นข้างหู ไม่รู้ตัวเลยว่าพี่จีบมันลุกขึ้นจากโซฟาตอนไหน มือปลาหมึกของมันก็ลูบไล้อยู่ตรงเอวสอบของผม ฮึ่ย ถ้าจะลวนลามกันไม่เว้นช่วงให้หายใจขนาดนี้ลากกูขึ้นห้องตอนบ่ายๆเลยไหมครับพี่น้อง

 

"เออ ได้ทีเป็นลวนลามตลอดจะให้คิดยังไงวะ"

ผมปัดมือปลาหมึกของเขาทิ้งแล้วเดินลิ่วๆไปหน้าบ้านก่อนจะคว้าจักรยานมาคร่อม ไม่สนแล้วครับ จะไปหาอะไรกินคนเดียวแล้วแม่ง อยู่ด้วยกันนานๆมีแววเสียตัวโดนที่ผมเผลอสมยอมแน่ๆ

 

"จะไปไหนวะ"

พี่จีบที่เดินตามกันมารีบวิ่งมาขวางทาง รองเท้าก็ยังไม่ได้ใส่นะนั่น ผมเกือบหลุดขำแต่กลั้นไว้ได้ทันแล้วตีสีหน้านิ่งๆใส่

 

"ไปหาอะไรกิน อยู่กับพี่แล้วไม่ปลอดภัย"

 

"กูไปด้วยดิ จะทิ้งกูไว้เหรอ"

 

"ไม่ได้ทิ้งไง แต่ไม่ให้ไป"

 

"แบบนั้นเขาเรียกทิ้ง"

 

"เออๆ ไปด้วยกันก็ได้ งั้นพี่เป็นคนปั่นนะ"

ผมลงจากจักรยานแล้วยืนรอพี่จีบเข้ามาคร่อมแทน แต่เขายืนนิ่งก่อนจะยิ้มแหยส่งมาให้กัน ผมเอียงคอมองอย่างสงสัย อย่าบอกนะว่า...

 

"พี่ปั่นจักรยานไม่เป็นเหรอ"

 

"อือ ตอนเด็กๆล้มเพราะจักรยานเลยไม่กล้าปั่นอีก"

พี่จีบมองจักรยานหวาดๆ ผมเลิกคิ้วขึ้นสูงก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ... มีความน่ารักว่ะ ไม่รู้สิ รู้สึกถึงความเป็นเด็กในตัวของพี่จีบ

 

"ไว้ผมจะสอนนะ มันไม่น่ากลัวหรอก วันนี้ซ้อนท้ายผมก่อนแล้วกัน"

ผมว่าก่อนจะส่งยิ้มให้ พี่จีบขมวดคิ้วแต่ก็ยอมพยักหน้ารับ ผมขึ้นคร่อมจักรยานอีกครั้งก่อนจะตบเบาะด้านหลังเป็นสัญญาณให้พี่จีบขึ้นซ้อน เขาทำตามอย่างว่าง่ายก่อนจะวาดมือกอดเอวเอาไว้

 

"พร้อมแล้ว มึงปั่นเลย"

พี่จีบว่าเสียงสั่นๆ แต่ผมจะปั่นยังไงวะ พี่เขาเล่นกอดผมจนแทบหายใจไม่ออกเนี่ย

 

"คลายกอดหน่อยพี่ ผมอึดอัด"

 

"อ่าวเหรอ ขอโทษๆ"

พี่จีบยอมคลายกอดออก ผมเลยเริ่มต้นปั่นจักรยาน มีเซเล็กน้อยก่อนจะราบรื่นจนถึงร้านข้าวหน้าปากซอย เราสั่งข้าวผัดทะเลคนละจาน ก่อนกลับก็ได้ขนมขบเคี้ยวเล็กๆน้อยๆติดมือมาด้วย

 

มื้อเย็นจบลงด้วยร้านอาหารใกล้ๆบ้านโดยมีอาเสี่ยใจดีอย่างพี่ดีพเป็นคนเลี้ยง เนื่องในโอกาส 'ต้อนรับน้องเขย' ผมแทบจะฉีกปากพี่ชายตัวเอง ไม่คิดว่าผมจะเป็นสามีใครได้บ้างเหรอวะเนี่ย ยัดเยียดให้ผมเป็นเมียอยู่ได้ มันยังบอกอีกนะพ่อแม่คงดีใจ เพราะจะได้สินสอดจากพี่จีบ... คือแบบ คิดไปไกลกันขนาดนั้นเลยเหรอวะ เพลียใจจริงๆเลยกู

 

"นอนได้ป่ะพี่ ผมไม่มีหมอนข้างให้กอดนะ"

ผมกับพี่จีบนั่งอยู่ปลายเตียงหลังจากที่อาบน้ำเปลี่ยนชุดกันเรียบร้อยแล้ว เขาเหล่มองผมก่อนจะยิ้มกรุ่มกริ่มส่งมาให้กัน

 

"ไม่มีหมอนแต่มีมึง ดีกว่าเป็นไหนๆ"

แม่ครับ พี่เขาจีบผมอีกแล้วครับแม่ ไม่รู้จะจีบไปถึงไหน เขินเว้ย

 

"เสี่ยวได้อีกพี่"

ผมว่าก่อนจะหัวเราะออกมา พี่จีบรวบเอวผมเข้าไปกอดไว้ก่อนจะเกยคางไว้บนไหล่กัน

 

"เสียวแทนได้ไหม"

เสียงกระเส่าดังขึ้นข้างหู รู้ว่าพี่มันแกล้งแต่อดใจเต้นไม่ได้ว่ะ เผลอคิดลึกด้วย ฮือ ติดนิสัยเสียของไอ้พี่จีบมาแล้วแน่ๆ

 

"สะ เสียวอะไรวะ นี่จ้องจะกินผมตลอดเวลาเลยหรือไง"

ผมผละตัวออกจากมันแล้วลุกพรึบไปยืนห่างเตียง ไอ้พี่จีบหัวเราะเอิ้กอ้ากจนล้มตัวลงบนเตียง ดูมีความสุขเนอะ แกล้งผมได้ไม่เว้นแต่ละวันเนี่ย

 

"หัวเราะอะไรวะ เดี๋ยวจะหนีไปนอนที่อื่น"

ผมเบ้ปากใส่มัน กระทืบเท้าปึงบังอยู่กับที่ ไม่เคยจะหวานได้เกินสิบนาทีเป็นอันต้องแกล้งกันตลอด

 

"โอ๋ๆ มานอนข้างกูมา ไม่แกล้งแล้ว"

พี่จีบลุกขึ้นแล้วเดินมาจับมือผมไปนอนบนเตียงด้วยกัน ดวงตากลมเหล่มองก่อนจะยอมล้มตัวลงนอนข้างๆ เขาขยับหน้าเข้ามาใกล้ ดวงตาของเราประสานกัน

 

"จูบได้ไหม"

คำขอแสนเรียบง่ายแต่กลับทำให้ใจคนฟังเต้นแรงจนแทบทะลุออกมาจากอก... ขอกันแบบนี้สู้จูบมาเลยจะดีกว่าไหม ทำแบบนี้มันเขินกว่าปกติมากนะเว้ย

 

"อือ"

คำตอบเชิงอนุญาตของผมทำให้พี่จีบส่งยิ้มบางมาให้ก่อนที่ริมฝีปากนุ่มหยุนจะประทับลงมา เขาบดจูบเนิบนาบลิ้นร้อนค่อยๆละเลียดชิมไล้ไปตามกลีบปาก ความวาบหวามเกิดขึ้นจนผมกำมือแน่น ไม่อยากยอมรับว่าตอนนี้รู้สึกดีเป็นอย่างมาก

 

ผมจูบตอบอย่างเงอะๆงะๆเพราะไม่เคยมาก่อน พี่จีบดูจะพึงพอใจกับความไร้เดียงสาของผม เพราะมือหนารั้งท้ายทอยเข้าไปให้แนบชิดขึ้นไปอีก ลิ้นชื้นแหวกกลีบปากก่อนจะไล่วนเกี่ยวตวัดหยอกล้อ มือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามเอวสอบของผม... ตอนนี้สติกลับมาเกือบจะครบร้อยและรู้สึกว่ามันเริ่มเลยเถิดผมเลยผละอกพี่จีบออก ก่อนจะหอบหายใจออกมา

 

"พะ พอแล้วพี่"

ผมพูดเสียงตะกุกตะกักแล้วหลบสายตาหวานเชื่อมที่กำลังมองมา เขาวาดแขนดึงผมเข้าไปกอดแนบอก เสียงหัวใจเต้นตึกดักเป็นจังหวะเดียวกันจนผมต้องยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่ได้

 

"คิส..."

เสียงเรียกเบาหวิวของพี่จีบทำให้ผมต้องช้อนตามองเขา ดวงตาคมสั่นไหวเล็กน้อย ริมฝีปากหยักเม้มเข้าหากันเหมือนกับต้องการระงับอารมณ์อะไรบ้างอย่าง

 

"อะไรเหรอพี่"

 

"กู... กูมีอารมณ์ว่ะ"

 

"หา! ฉิบหายแล้วไหมล่ะ"

ผมผลักไอ้พี่จีบก่อนจะกระโดดลงจากเตียงเหมือนหนีผี ไม่ได้รังเกียจแต่ยังไม่ได้ทำใจ ยังไม่พร้อมจะเสียตัวเว้ย

 

"คิส... กูขอได้ไหม"

พี่จีบลุกขึ้นนั่งก่อนจะค่อยๆคลานใกล้เข้ามาโดนไม่ยอมลงจากเตียง ผมส่ายหน้าพรืดก้าวถอยหลังจนชนเข้ากับตู้เสื้อผ้าดังปึก สีหน้าหวาดหวั่น ปากบางเบะลงราวกับจะร้องไห้ ไม่เอานะเว้ย อย่าข่มขืนนะเดี๋ยวยอม ฮือ ไม่ต้องทำหน้าอ้อนเลยนะเว้ย!

 

"มะ ไม่ ผมยังไม่พร้อมอ่ะพี่"

ผมตอบเสียงสั่น แต่ที่สั่นกว่าคือไหล่พี่จีบ... ไอ้แฟนเชี่ย แกล้งผมอีกแล้ว!!!

 

"กูแกล้งเล่นน่า กลัวจนตัวสั่นเชียว"

พี่จีบกุมท้องแล้วขำเอิ้กอ้าก ผมแยกเขี้ยวใส่ก่อนจะพุ่งใส่ล้มทับมัน แล้วเนาก็ฟัดกันไปกันมาจนเตียง ไม่ยอมหรอกเว้ย ยกนี้ผมต้องชนะ!

 

ผมมีอะไรจะสารภาพ... ผมมีอารมณ์ว่ะ  ช่วยผมที!!



---------------------------------------------------------------



Q & A กับจีบ

Q : แกล้งคิสจริงๆเหรอที่บอกว่ามีอารมณ์น่ะ

A : จริงๆแล้วมีครับ แต่ไม่อยากให้น้องตกใจ ก็เลยทำเป็นแกล้งไปอย่างนั้นล่ะ

Q : ....................





เอาแล้วไง... หนูคิสมีอารมณ์ ควรจะทำยังไงดีหนอ ช่วยน้องคิดกันหน่อยเร็ว 555555555

น้องจะใสใสได้นานแค่ไหนกันนะ แล้วไอ้พี่จีบจะอดทนได้นานแค่ไหน คึคึ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 51 ครั้ง

556 ความคิดเห็น

  1. #544 View_Aranya (@View_Aranya) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:09
    จับกดไปเลยมัวรออีคิส เล่นตัวทั้งชาติ
    #544
    0
  2. #416 Mook (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 กันยายน 2560 / 16:54
    หาเรื่องหื่นใส่น้องคิสได้ตลอดเลยอีพี่จีบเนี่ย เดี๋ยวน้องก็ยอมกันพอดีอุ๊บ=\<โดนน้องคิสตีปาก
    #416
    0
  3. #137 -BVR- (@o_n-l-y_) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2559 / 19:26
    เราว่าไรท์จะหักมุม มีอารมณ์อยากฆ่าพี่จีบ หรืออะไรก็แล้วแต่ไม่ใช่แบบที่หลายๆคนอยากให้เป็น(?) แน่นอน เรารู้ทัน!
    #137
    0
  4. #136 Fame_KiHae (@Fame_Pup) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2559 / 08:05
    น้องคิสพูดแบบนั้น เสร็จพี่จีบแน่ๆจ้า
    #136
    0
  5. #135 Bambie>_< (@bambam124) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2559 / 22:16
    ช่วยกันทำให้สงบค่ะ น้องไม่พร้อมก็ค่อยๆสอนน้องไปนะคะพี่จีบ
    #135
    0
  6. #134 YuNNuTJae LoVe (@nuttynut) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2559 / 21:54
    เขาควรช่วยกันทำให้น้องๆสงบลงค่ะ...เอ้ย เตะบอลเลยๆๆ 555
    #134
    0
  7. #133 tanwarattt (@tanwarattt) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2559 / 21:50
    พี่จีบสุภาพบุรุษไปอีกกกกก น้องคิสทำไมไม่บอกพี่เขาตรงๆล่ะลูก
    #133
    0