ตีพิมพ์กับ WHY BOOKS [YAOI] Coffee Shop รักนี้รสกาแฟ

ตอนที่ 26 : 24 : ดื่มครั้งที่ 24

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4953
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 45 ครั้ง
    29 ส.ค. 59

- ดื่มครั้งที่ 24 -




หลังจากที่ผมเลิกเล่นมวยปล้ำกับพี่จีบเพราะเกิดมี..เอ่อ นั่นล่ะขึ้นมา ร่างกายแทบจะไร้เรี่ยวแรงจนต้องลงมานอนแผ่ข้างๆ ใบหน้ายังคงร้อนวูบวาบอย่างน่ากลัว ตอนนี้ผมกำลังเค้นสมองอันน้อยนิดคิดว่าควรทำอย่างไรดี จะให้ชวนพี่จีบทำเรื่องอย่างว่ามันก็เร็วไปป่ะวะ เพิ่งคบกันยังไม่ครบอาทิตย์ด้วยซ้ำ ยิ่งคิดยิ่งปวดหัว ถ้าอย่างนั้นทางออกที่ดีที่สุดคือ....

 

"พี่จีบ ไปเตะบอลกัน!"

ผมพูดออกไปเสียงดังพอตัว คนด้านข้างหันมองขวับแทบจะทันทีที่ฟังจบ สีหน้าของเขาดูจะงงกับสิ่งที่ผมพูดไปมาก เป็นผมก็งงนะ มาชวนเตะบอลตอนใกล้เที่ยงคืนเนี่ย โฮ ก็แม่งฟุ้งซ่าน ไม่รู้จะระงับอารมณ์ตัวเองยังไง จะให้ขออนุญาตไปโลกสวยด้วยมือเราก็กลัวจะโดนล้อ

 

"เตะบอลอะไรของมึงตอนใกล้เที่ยงคืนวะ"

พี่จีบขมวดคิ้วแน่นมองกัน มือหนายกขึ้นจิ้มระหว่างคิ้วของผมจึกๆเหมือนบอกว่าผมบ้าไปหรือเปล่า

 

"ก็...มันอยากเล่นอ่ะ"

ผมปัดมือเขาออกแบบไม่จริงจังนักก่อนจะเสตามองไปทางอื่น เห็นหน้าพี่จีบแล้วอารมณ์ยิ่งพลุ่งพล่านกว่าเดิมอีก แย่แน่ๆ นอนหายใจรดกันไปมาไม่นานคงได้เสียกันว่ะ ผมดีดตัวลุกขึ้นนั่งทันทีที่คิดได้ พี่จีบดูจะงงๆแต่ก็ยอมลุกจากเตียงด้วยเช่นกัน

 

"คิส... ไม่ใช่ว่ามึงมีอารมณ์กับกูใช่ไหม"

ผมสำลักอากาศแทบจะในทันทีแล้วไอโขลกจนพี่จีบต้องขยับมาลูบหลังกัน ผมแทบจะมุดดินหนีให้รู้แล้วรู้รอด ทำไมเขาถึงเก่งนักวะ หรือแอบมานั่งอยู่ในสมองของผม

 

"โหย ใครจะไปหื่นเหมือนพี่วะ"

ผมตอบไปด้วยน้ำเสียงที่พยายามคุมไม่ให้สั่น มือไม้เริ่มชื้นเหงื่อเพราะกลัวว่าพี่จีบจะจับได้ ขาเริ่มสั่นเบาๆเพราะกำลังตื่นเต้น โอย ทรมานฉิบหาย จะวิ่งออกจากห้องไปเลยมันก็ผิดสังเกตเกินไป จะนั่งอยู่ด้วยกันแบบนี้ก็โคตรแย่ ฮึก น้องคิสอยากขอตัวช่วยอ่ะครับ มีไหม

 

"คิส ถ้ากูจับได้ว่ามึงโกหก กูจัดหนักมึงแน่"

เสียงเข้มดังขึ้นพร้อมกับสายตาเป็นประกายวิบวับมองมา ผมเม้มปากเข้าหากันแน่น ชั่งใจอยู่มาจะพูดหรือไม่พูดดีเพราะรู้สึกอายและกระดากปากเกินจะบอกความจริง คือไม่เคยเกิดอารมณ์กับคนอื่นเลยเริ่มต้นไม่ถูก ปกติเกิดจากการดูหนังเอวีอะไรแบบนี้

 

"ผมมีคำถาม..."

หลังจากที่คิดวนไปวนมาราวๆสิบวินาที ผมก็ตัดสินใจขอความคิดเห็นจากพี่จีบ ทั้งๆที่คาดว่าคำตอบที่ได้รับคงไม่เป็นไปตามที่หวังแต่ก็อยากถามว่ะ ดีกว่าอึดอัดแบบนี้

 

"ถามอะไร"

เขาหันมองผมนิ่งไม่ละสายตาไปไหน บางครั้งผมก็อยากบอกว่าไม่ต้องทำท่าตั้งใจฟังขนาดนั้นก็ได้ ผมพูดไม่ออกเว้ย ยิ่งเรื่องที่กำลังจะถามมันไม่ปลอดภัยกับตัวเองสักเท่าไหร่ด้วย

 

"จะเลือกไปเตะบอลหรือใช้มือ"

ผมถามเสียงอ้อมแอ้มไม่มีเท้าความให้ยาวยืด พี่จีบถึงกับอ้าปากหวองงกับคำถามของผม

 

"หา ถามอะไรของมึง"

พี่จีบเกาหัวแกรกๆ ทีเรื่องอื่นฉลาดทำไมเรื่องนี้ถึงไม่เข้าใจง่ายๆบ้างวะเนี่ย ผมเม้มปากแน่นอีกครั้งแล้วสูดหายใจเข้าลึกๆเพื่อกลั้นใจถามคำถามพี่เขาอีกรอบ

 

"ตอนมีอารมณ์อ่ะจะเลือกทำอะไร!"

ผมพูดจบเสียงพี่จีบระเบิดหัวเราะก็ดังขึ้น ดวงตาคมจับจ้องมาอย่างจริงจังก่อนเสียงทุกอย่างจะเงียบลง ระยะห่างระหว่างเรากำลังน้อยลง น้อยลง จนปลายจมูกของเราชนกัน ผมไม่มีทางหนีเพราะมือใหญ่กับรั้งท้ายทอยกันเอาไว้

 

"ไม่มีตัวเลือกไหนของมึงที่กูอยากทำ"

เสียงกระเส่าของพี่จีบยิ่งทำให้สติที่พยายามควบคุมไว้เตลิดไปไกลกว่าเดิม อะไรๆที่ไม่เคยสงบอยู่ก่อนหน้านี้กลับแข็งขันขึ้นจนต้องเอามือปิดไว้ ไม่ฉิบหายวันนี้ก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว

 

"ละ แล้วอยากทำอะไรล่ะ"

ถามออกไปด้วยเสียงตะกุกตะกักและเบาหวิวราวกระซิบ จมูกโด่งสวยได้รูปกำลังคลอเคลียอยู่ที่แก้มใส ผมอยากผลักคนเจ้าเล่ห์ออกแต่ร่างกายกลับโอนอ่อนตามเขาไปแล้ว นี่สินะที่เขาว่า 'ร่างกายทรยศสมอง'

 

"อือ พะ พี่จีบ หยุดก่อนสิวะ"

ผมละมือออกจากตรงนั้นมาดันอกแกร่งไว้ ไอ้คนขี้แกล้งยิ้มกริ่มแล้วกดจูบลงมาบนริมฝีปากอย่างรวดเร็วจนผมเบิกตาค้าง ความนุ่มหยุนบดเบียดลงมาอย่างเชื่องช้า ริมฝีปากหยักค่อยๆขบเม้มดูดดึงริมฝีปากของผม มือไม้ที่เคยผลักไสอีกคนกลับอ่อนยวบไม่มีแรง

 

"อื้อ!"

ลิ้นร้อนไล้วนรอบริมฝีปากก่อนที่มันจะผ่านรอยแยกเข้ามาเกี่ยวตวัดหยอกล้อกับปลายลิ้นของผม ความเสียววูบไหวตรงท้องน้อยบอกให้รู้ว่าตอนนี้อารมณ์กำลังฉุดไม่อยู่ แต่...ผมยังไม่พร้อมเสียตัวเลยดึงสติกลับมาแล้วผลักอกพี่จีบออก ก่อนจะหอบหายใจแรง

 

"แฮ่ก จะปล้ำผมหรือไง"

ผมหลบสายตาหวานเยิ้มนั่น ถ้าจ้องมองกันตรงๆคงละลายตรงนี้แน่ๆ แขนแกร่งคร่อมตัวผมไว้ไม่ให้หนีไปไหนได้ จมูกโด่งยังคอยหาที่ซุกไซร้ไม่หยุดหย่อนจนผมต้องคว้าหมอนมากอดคั่นกลางระหว่างเราเอาไว้ พี่จีบกระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อย เสียงหัวเราะดังเล็ดลอดออกมาราวกับเจอเรื่องสนุก...

 

"ถ้ามึงสมยอมก็ไม่เรียกว่าปล้ำนะ"

ตอบได้หน้าตาเฉย... แถมน้ำเสียงยังทะเล้นจนผมรู้สึกหน้าร้อนวูบวาบ คำถามที่ถามไปไม่ต้องรอคำตอบให้เสียเวลาเพราะมันชัดเจนมานานแล้ว ผมไม่น่าโง่ถามเลยเถอะ ฮือ

 

"ในสมองไม่คิดเรื่องอื่นเลยหรือไง"

 

"ตอนมีอารมณ์จะให้คิดอะไรวะนอกจากเรื่องเซ็กซ์"

ผมเบิกตากว้างเมื่อได้ยินประโยคเมื่อครู่ ที่พี่จีบพูดออกมาเขาหมายถึงตัวเองหรือหมายถึงผมที่มีอารมณ์ รู้สึกเหมือนกำลังโดนหลอกอยู่เลยวะ

 

"พี่มีอารมณ์เหรอ"

ผมถามเสียงแผ่วเพราะไม่แน่ใจว่าพี่จีบพูดถึงใครกันแน่ แต่พอคิดทบทวนไปทบทวนมามันน่าจะไม่ได้หมายถึงผม

 

"อืม... ใช่ ที่กูไม่บอกเพราะกลัวว่ามึงจะตกใจ"

 

"อะ เอ่อ ตกใจนิดหน่อย"

 

"ให้ช่วยไหม สัญญาว่าจะไม่ทำอะไรเกินเลยกว่าภายนอก"

ผมหันขวับไปมองแทบจะทันที จะช่วยยังไง ให้พี่สัมผัสน้องชายผมแบบนั้นน่ะเหรอ อายตาย... ทำเองเสร็จเองก็ได้มั้ง

 

"ทะ ทำเองดีกว่า"

ผมตอบไม่เต็มเสียงนักแล้วกอดหมอนแน่นขึ้นไปอีก ความคิดกำลังตีกันอย่างหนัก ถ้าจะบอกว่าอยากลองก็คงไม่ผิดนักแต่ก็กลัวว่าจะโดนกล่าวหาเป็นคนใจง่าย

 

"มึงมีอารมณ์เพราะใครคิส"

ผมชะงักก่อนจะช้อนตามองคนตรงหน้า พี่จีบใช้สายตาจริงจังมองมา จะให้ตอบกันโต้งๆจริงๆเหรอวะ

 

"ถามอะไรวะเนี่ย ไม่คิดว่าคนตอบจะอายบ้างหรือไง"

เสียงอู้อี้ดังขึ้นเพราะเอาหน้าซุกหมอนเหลือแค่ดวงตาที่โผล่พ้นออกมา พี่จีบถอนหายใจเบาๆก่อนจะใช้มือเกลี่ยเส้นผมที่ปรกลงมาตรงหน้าของผมออกให้ เผลอกลั้นหายใจเพราะความอ่อนโยนที่ได้รับอีกแล้ว

 

"มันเรื่องธรรมชาติ มึงมีอารมณ์เพราะกูใช่ไหม ให้กูช่วยก็จบเรื่อง"

 

"ตะ แต่ว่า..."

 

"เชื่อใจกูไหมคิส"

 

"คือ..."

คำถามนี้มีคำตอบของมันอยู่แล้ว แต่ไม่มั่นใจในตัวเองว่าจะเผลอเรียกร้องอะไรมากกว่านั้นหรือเปล่า ถ้าหากอารมณ์มันควบคุมไม่อยู่ ผมเม้มปากแน่นและไม่ได้ตอบอะไรเขาออกไปนานพอตัว พี่จีบเลยผละตัวออกแล้วหลับตาลงช้าๆก่อนจะลืมขึ้นมาใหม่คล้ายกำลังพยายามทำจิตใจให้สงบ

 

"ไม่เชื่อก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวกูไปนอนโซฟาข้างล่างแล้วกัน"

พี่จีบว่าด้วยน้ำเสียงราบเรียบก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วหอบเอาหมอนและผ้าห่มเดินไปที่ประตู ผมไม่อยากให้เป็นแบบนี้ ไม่อยากให้เข้าใจผิดว่าไม่เชื่อใจกันก็เลยรีบเดินไปสวมกอดเขาจากทางด้านหลัง พี่จีบชะงักไปเล็กน้อยแล้วหันมามองกัน

 

"พี่จีบ...ชะ ช่วยผมหน่อย"

ผมพูดเสียงอ้อมแอ้มก่อนจะก้มหน้าลงจนคางเกือบชิดอก ไม่อยากมอง ไม่อยากสบตากับเขาในตอนนี้เพราะรู้ว่าตัวเองกำลังจะละลาย แข็งขาแทบจะไร้เรี่ยวแรงเมื่อพี่จีบปล่อยหมอนและผ้าห่มให้ตกลงที่พื้นและใช้สองมือรวบเข้าที่เอวสอบของผม

 

"ขอบคุณที่เชื่อใจ"

เสียงกระซิบข้างใบหูทำให้ผมขนลุกซู่ ลิ้นเปียกชื้นกำลังไล่เลียไปตามใบหูจนผมเผลอร้องครางออกมา น่าอายที่สุด อายจนต้องซุกหน้าเข้ากลับอกแกร่ง

 

"อะ อือ"

มือใหญ่กำลังสอดแทรกเข้าไปใต้เสื้อยืดตัวบาง มันไล่วนบีบเค้นส่วนเอวจนเผลอบดเบียดลำตัวเข้าหา ความเสียวซ่านกำลังแล่นริ้วไปตามทุกส่วนของร่างกายเมื่อพี่จีบใช้ปากขบเม้มซอกคอกัน



 

Cut Scene



 

"นอนพักเถอะ"

พี่จีบทิ้งตัวลงนอนข้างๆกันก่อนริมฝีปากนุ่มจะประทับลงมาตรงตำแหน่งเดียวกันแล้วผละออกช้าๆ

 

"อื้อ"

ผมตอบรับก่อนจะดึงหมอนมาหนุนให้ดีๆและดึงพี่จีบมานอนด้วยกัน ดูเหมือนเขาจะตกใจนิดหน่อยที่อยู่ๆผมก็ให้เขามานอนเบียดบนหมอนใบเดียวกัน

 

"กอดหน่อยนะ"

ผมพูดเสียงอ้อมแอ้มก่อนจะซุกหน้าลงกับอกแกร่งแล้วปิดเปลือกตาลงด้วยความอ่อนล้า กลิ่นหอมเฉพาะตัวของเขาทำให้ผมผ่อนคลายและเคลิ้มหลับไปในที่สุดโดยไม่ได้ยินประโยคสุดท้ายที่เขาพูด

 

"โคตรน่ารักเลยว่ะ"

 

ผมรู้สึกตัวอีกทีก็เมื่อแสงแดดแทรกผ่านรอยแยกของผ่านม่านเข้ามา ดวงตากลมปรือปรอยยังไม่พร้อมต่อสู้กับยาวเช้าเท่าไหร่ แต่พอปรับโฟกัสได้ก็ร้องโวยวายดังลั่นเพราะไอ้พี่จีบคร่อมกันอยู่

 

"เฮ้ย ทำอะไรของพี่เนี่ย"

ผมใช้มือสองข้างดันหน้าอกแกร่งที่กำลังเคลื่อนมาใกล้ สายตาหื่นกามส่งมาให้กะนอย่างไม่ปิดบังจนผมเริ่มหวั่นใจ หรือว่ามันอารมณ์ค้างจากเมื่อคืนวะ

 

"ไปสนามหลวงกัน"

น้ำเสียงแผ่วเบาดังขึ้นจนผมเผลอกลั้นหายใจ ไม่เข้าใจว่าทำไมอยู่ๆถึงโดนชวนไปสนามหลวงด้วยน้ำเสียงกระเส่าแบบนั้นวะ

 

"ปะ ไปทำไมพี่"

ผมถามเสียงตะกุกตะกัก ดวงตากลมเสมองไปทางอื่นไม่กล้าสบกับคนที่มองจ้องกันราวกับจะกลืนกิน

 

"ไป..."

เขาพูดแค่นั้นก่อนจะใช้มือหนาลูบไล่ไปตามแก้มของผมอย่างแผ่วเบา ขนในกายลุกชันอย่างห้ามไม่ได้เมื่อรู้สึกวูบไหวตรงช่วงท้องน้อย เช้าๆของแม่งก็ขึ้นอยู่แล้วยิ่งอยู่ในสภาพล่อแหลมแบบนี้จะให้ทำยังไงวะ

 

"ไป...อะไร พูดให้จบดิวะ"

ผมเหลือบมองพี่จีบด้วยหางตายังคงเห็นเขาส่งยิ้มเจ้าเล่ห์มาให้กัน มือใหญ่ไล่ลงต่ำจนถึงหน้าท้องแบนราบอย่างไม่ทันตั้งตัว ผมเผลอเกร็งตัวและกลั้นหายใจ ไม่เอานะเว้ย กลัวจะเสียตัวตอนนี้

 

"ไปเล่นว่าว"

น้ำเสียงดูหนักแน่นจนผมเบิกตากว้าง ไอ้พี่จีบ...แม่ง! เล่นว่าวมันนี่ไม่ใช่ความหมายตรงตัวแน่ๆ เพราะสายตาที่มองมามันบ่งบอกว่าเป็นความหมายในเชิงอย่างว่า

 

"ไปพี่จีบ แม่ง หื่นกามแต่เช้าเลยนะ!"

ผมทุบอกมันรัวๆก่อนที่เสียงหัวเราะเอิ้กอ้ากจะดังขึ้น มือสองข้างถูกรวบไว้แน่นก่อนจมูกโด่งจะกดลงมาที่แก้มของผมอย่างฉวยโอกาส ฮึ่ย

 

"แกล้งมึงแล้วมีความสุขว่ะ"

 

"โอย ไอ้บ้า ลุกออกไปเลยนะ"

ผมใช้เข่ากระทุ้งท้องมันเบาๆเป็นสัญญาณให้ลุกออกไปได้แล้ว ดวงตาคมจ้องมองกันสักพักก่อนจะพยักหน้ารับแล้วเคลื่อนตัวออกไปนั่งลงข้างๆ ผมรีบยันตัวลุกขึ้นนั่งทันทีเพราะกลัวว่าจะโดนแกล้งอีกซ้ำสอง

 

"ไปอาบน้ำไป จะได้ลงไปกินข้าว พี่ดีพมาตามแล้ว"

พี่จีบพูดขึ้นอีกครั้งก่อนจะดันตัวผมให้ลุกขึ้นจากเตียง ความขี้เกียจมีอยู่สูงจนต้องเลื้อยตัวไปนอนตักเขา

 

"ขี้เกียจอ่ะ ยังอยากนอนต่ออยู่เลย"

พูดจบก็ใช้แก้มถูไถกับต้นขาของคนที่เป็นหมอนหนุนพิเศษในตอนนี้ เขาดูจะนิ่งไปจนผมแปลกใจ ดวงตากลมช้อนมองใบหน้าคมที่ก้มลงมามองกันอยู่ก่อนแล้ว

 

"ขี้อ้อนตั้งแต่เมื่อไหร่วะ"

มือหนายกขึ้นลูบหัวเบาๆอย่างอ่อนโยน ผมหลับตาพริ้มรับสัมผัสนั้นโดยไม่ปัดป้อง ชอบเวลาพี่เขาทำแบบนี้ถึงบางครั้งจะรู้สึกว่ามันชอบแกล้งทำให้หัวผมยุ่งก็เถอะนะ

 

"เปล่าสักหน่อย แค่ง่วง"

ผมตอบเสียงอู้อี้เพราะจมูกฝังอยู่บนต้นขาอีกคน การกระทำช่างสวนทางกับคำพูดเป็นไหนๆ ก็ขี้อ้อนเฉพาะกับพี่จีบล่ะวะแต่ไม่อยากบอกให้รู้ตัวก็แค่นั้นเอง

 

"นอนกินบ้านกินเมืองนะมึง"

 

"ไม่เอาอ่ะ กินพี่จีบแทนได้ป่ะครับ"

ผมหยอดมุกดูบ้าง เป็นคนโดนบ่อยๆเลยอยากรู้ว่าเป็นคนหยอดจะรู้สึกยังไง แต่เหมือนจะเล่นแรงไปล่ะมั้งเพราะพี่จีบหน้าแดงเถือกลามไปถึงหูในเวลาแค่ไม่กี่วินาที ปากหยักเม้มเข้าหากันแน่น มือหนาที่คอยลูบหัวกันกลับหยุดชะงัก ผมลอบยิ้มอย่างมีชัย ในที่สุดก็สามารถทำให้เขาเขินได้ เย่!

 

"ไอ้คิส... มึงแกล้งกู"

สุดท้ายก็โดยรู้ทันจนถูกจับฟัดจนหอบตัวโยน พอได้ช่องทางการหนีเลยวิ่งเข้าห้องน้ำทันที

 

หลังจากที่อาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยก็พากันลงไปชั้นล่าง เจอเข้ากับพี่ดีพที่กำลังตักไข่ดาวใส่ปากอยู่ ส่วนไอ้ภีมกำลังดื่มนม ดวงตาสองคู่จับจ้องมาที่ผมกับพี่จีบด้วยความใคร่รู้ เสียวสันหลังแปลกๆว่ะ

 

"มองอะไรกันวะ"

ผมทิ้งตัวลงนั่งข้างๆพี่ดีพในขณะที่พี่จีบก็นั่งลงข้างไอ้ภีม  ทั้งสองหันมองหน้ากันเลิ่กลักก่อนจะตั้งคำถามที่ทำให้ผมสำลักอากาศโดยทันที

 

"เมื่อคืนมึงทำอะไรกันวะ เสียงดัง"

 

"แค่กๆ"

ผมสำลักทันทีเมื่อได้ยินคำถาม ไอ้พี่ดีพตัวต้นเหตุเลยรีบวางส้อมในมือลงแล้วช่วยลูบหลังกัน พี่จีบเบิกตาโพลงแต่ก็เก็บอาการตกใจไว้เป็นอย่างดีต่างจ่กผมที่มีพิรุธตลอด

 

"ถามแค่นี้ทำไมต้องสำลักด้วยวะ ก็ไอ้ภีมมันบอกว่าพวกมึงเสียงดัง กลัวกูนอนไม่หลับเลยเอาหูฟังมายัดแล้วเปิดเพลงกรอก"

ผมหันขวับไปมองไอ้ภีมที่ก้มหน้าก้มตาหันไส้กรอกใส่ปากอย่างสบายอารมณ์ มันเหลือบตามองกันเล็กน้อยก่อนจะยักคิ้วให้... ฉิบหายบรรลัยก็คราวนี้ล่ะ ไอ้ภีมต้องรู้แน่ๆว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น แต่มันคงโกหกไอ้พี่ดีพไป ไอ้พี่จีบแม่งก็เนียนได้อีกนั่งกินไม่พูดไม่จา

 

"เอ่อ...ทะเลาะแย่งเล่นเกมกันนิดหน่อยอ่ะพี่ดีพ ไม่มีอะไรหรอก"

ผมว่าก่อนจะหันไปยิ้มแฉ่งให้พี่ชาย มันมองนิ่งๆก่อนจะพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย ความสงสัยของมันมีไม่มากหรอก จะโกหกมันก็ไม่สนเพราะมันไม่ได้รู้ด้วยตัวเอง

 

"เสียงดัง 'โวยวาย' สุดๆ"

ไอ้ภีมหันมาพูดกับผมโดยเน้นคำว่า 'โวยวาย' ซึ่งทำให้รู้สึกสะเทือนใจแปลกๆ ผมหลบสายตามันก่อนจะจ้วงอาหารใส่ปากแบบไม่สนใจใครไปเงียบๆ ไม่ไหวจริงๆที่มีเพื่อนหูดีและรู้ทันกันไปทุกเรื่องขนาดนี้

 

หลังจากกินอาหารเช้าเรียบร้อยผมก็ออกจากบ้านมาพร้อมกับพี่จีบเพื่อไปร้านกาแฟด้วยกัน ช่วยแฟนทำงานคือหน้าที่ของแฟนที่ดีอย่างหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่ประเด็นหรอก จริงๆแล้วตอนเย็นพี่จีบบอกว่าจะพาไปกินอาหารเกาหลีที่ร้านเพื่อนพี่ไลค์ เห็นแก่กินล้วนๆ

 

รถจอดสนิทที่หน้าร้าน พี่ไลค์กำลังยืนก้มๆเงยๆเก็บอะไรอยู่ตรงนั้นพอดิบพอดี ผมก้าวลงจากรถก็พบเจอกับรอยยิ้มสว่างไสวของคนที่ไม่ได้เจอกันมาพักใหญ่

 

"สวัสดีครับพี่ไลค์"

ผมยกมือไหว้ก่อนจะคลี่ยิ้ม พี่ไลค์พยักหน้ารับแล้วเหลือบมองคนที่เพิ่งเดินมาหยุดข้างกัน

 

"แหม... หน้าตาสดชื่นเหมือนได้ปลดปล่อยเลยนะมึง"

เสียงเอ่ยแซวพร้อมกับยิ้มกรุ่มกริ่มที่ส่งมาให้ทำให้ผมหน้าร้อนวูบวาบ ตงิดๆกับคำว่าปลดปล่อยของพี่ไลค์ชะมัด พี่จีบไหวไหล่ก่อนจะเดินชนไหล่พี่ไลค์เข้าไปในร้าน

 

"ขอตัวนะครับพี่ไลค์"

ผมพูดจบก็สาวเท้าหนีพี่เขาทันทีก่อนจะโดนถามอะไรที่ส่อเสียดความหมายกำกวมแบบนั้น

 

ผมช่วยพี่จีบทำงานจนถึงช่วงเวลาหกโมงเย็น วันนี้ปิดร้านเร็วกว่าปกติเพราะต้องทำบัญชีรายเดือน พวกเราเลยได้โอกาสไปกินอาหารเกาหลีโดยทิ้งพี่ไลค์ให้ทำงานต่อไปคนเดียว นี่ล่ะน้องชายที่ดี... พี่จีบเขาบอกมาแบบนั้น

 

รถ BMW สีขาวกำลังแล่นตรงไปยังห้างสรรพสินค้าชั้นนำใจกลางเมือง การจราจรติดขัดจนเป็นอัมพาตพวกเราเลยเปลี่ยนแผนแค่ซื้ออะไรไปทำกินที่หอก็พอ ไม่ใช่ผมทำนะ เป็นพี่จีบต่างหากที่เสนอตัวทำ

 

"พี่ทำอาหารเป็นด้วยเหรอ"

ผมถามอย่างตื่นเต้น เพราะตัวเองทอดไข่เจียวไม่ไหม้ก็เป็นบุญมากแล้ว แต่ทอดได้ในที่นี้คือทอดกินคนเดียวนะไม่กล้าให้คนอื่นกิน

 

"เป็นดิวะ มึงทำไม่เป็นใช่ไหม"

เหมือนอยู่ด้วยกันมานับสิบปี รู้ทันไปหมดทุกเรื่องจนผมเผลอคิดไปว่ามีอะไรบ้างที่พี่เขาไม่รู้เกี่ยวกับตัวผมบ้างไหม พี่จีบเหล่สายตามองกัน

 

"แหะ ไม่เป็นครับ กินเป็นอย่างเดียว"

ผมยิ้มแห้งก่อนจะเกาท้ายทอยแก้เขิน อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลย การที่เกิดมาเป็นน้องคนเล็กของบ้านใครๆก็ต่างเอาใจเลยทำให้ผมไม่ขวนขวายจะเรียนรู้การทำอาหารสักเท่าไหร่ อยู่หอก็มีพี่ดีพทำให้กิน ตอนอยู่คนเดียวก็ฝากท้องไว้กับร้านข้าวตรงข้ามหอพัก สะดวกสบายคลายกังวลจะตาย

 

"มึงนี่ ไม่มีคุณสมบัติของศรีภรรยาเลยนะ"

พี่จีบขำออกมาเล็กน้อยก่อนจะเดินนำไปทางแผนกของสด ลืมบอกไปว่าตอนนี้เราอยู่ซุปเปอร์มาเก็ตแถวๆหอพักผมแล้ว มือหนาเลือกผักไปเรื่อยๆส่วนผมเดินวนไปวนมาเพราะช่วยอะไม่ได้

 

"พี่ๆ อยากกินบลูเบอร์รี่อ่ะ"

ผมชี้ไปทางชั้นวางบลูเบอร์รี่สดเป็นกล่องๆ พี่จีบขมวดคิ้วแน่นก่อนจะเอ่ยถามกัน

 

"มันเปรี้ยวมากนะ ไม่ได้หวานเหมือนแยม"

 

"หือ นึกว่ามันจะหวานซะอีก ถ้างั้นไม่กินแล้ว"

ผมไม่ค่อยชอบของเปรี้ยวสักเท่าไหร่เลยขอบายดีกว่า พี่จีบพยักหน้าเล็กน้อยก้อนจะเดินนำไปส่วนที่ขายเนื้อสัตว์ ผมเดินตามไปติดๆแล้วยืนมองพวกบรรดาไส้กรอกในตู้แช่ อยากกินอ่ะ

 

"พี่จีบจะทำเมนูอะไรนะ"

ผมถามแต่ตายังไม่ละออกจากไส้กรอกพวกนั้น

 

"จะทำแกงจืดวุ้นเส้นหมูสับกับปลาสามรส"

เขาตอบก่อนจะหันกลับไปเลือกซื้อหมูกับปลาต่อ ผมช่างใจอยู่สักพักแล้วสะกิดต้นแขนแกร่งเบาๆ

 

"พี่จีบๆ ผมซื้อไส้กรอกได้ป่ะ อยากกินอ่ะ"

พี่จีบหันมาเลิกคิ้วมองกันก่อนจะพยักหน้า ผมคลี่ยิ้มกว้างแล้วสั่งพนักงานทันที เมื่อได้รับของมายิ่งยิ้มหน้าบานมากขึ้นไปอีก มีคนทอดไส้กรอกให้กินแล้วเว้ย ซื้อไปทีไรได้แต่ใส่ไมโครเวฟ เพราะทอดทีไรไหม้เกรียมทุกที

 

"พี่ทอดให้ผมกินด้วยนะ!"

 

"อ่าว นึกว่าจะเอาไปเวฟกิน"

 

"ไม่ อยากกินไส้กรอกทอด ทำให้หน่อยนะครับนะ"

ผมเข้าไปเกาะแขนพร้อมกับทำน้ำเสียงออดอ้อนโดยลืมไปว่าตัวเองไม่ได้อยู่ที่บ้านเลยโดนสายตาอยากรู้อยากเห็นของคุณป้าพนักงานขายหมูมองมายิ้มๆ เธอส่งของให้กับพี่จีบก่อนจะเอ่ยปากถามขึ้น

 

"น้องชายเหรอคะ น่ารักจังเลย"

เขาถามพี่จีบก่อนจะมองมาที่ผมแล้วส่งยิ้มหวานมาให้ อยากจะถามออกไปว่าเราสองคนหน้าเหมือนกันตรงไหน นั่นเทวดาส่วนนี่หมาวัดชัดๆ

 

"ไม่ใช่น้องชายครับ แฟนผมเอง"

พี่จีบตอบก่อนจะคลี่ยิ้มส่งให้คุณป้าที่ช็อกไปแล้ว เขาลากผมเดินออกมาจากตรงนั้นอย่างเงียบเชียบในขณะที่ผมไม่สามารถหุบปากตัวเองลงได้ อะไรจะกล้าบอกคนอื่นมาเราเป็นอะไรกันได้ขนาดนั้นวะ เขินนะเว้ย

 

"พะ พี่จีบ บอกคนอื่นไปแบบนั้นพี่ไม่อายเหรอ"

ผมถามเสียงอ้อมแอ้ม มือเรียวยังคงโดยพี่จีบจับเอาไว้อย่างแน่นหนาและไม่มีทีท่าว่าจะปล่อย เขายังคงเดินไปเรื่อยๆด้วยสีหน้ายิ้มแย้มจนผมเผลอเม้มปาก

 

"อายทำไมวะ มีแฟนน่ารักขนาดนี้"

ขอตัวไประเบิดก่อนนะ... จีบติดแล้วไม่จำเป็นต้องหยอดกันแล้วมั้งคุณ!

 

มื้ออาหารเย็นวันนี้เป็นอะไรที่พิเศษมาก เพราะพ่อครัวน่ารัก อาหารอร่อย แถมยังเอาใจด้วยการตักนั่นตักนี่ให้ตบอดมื้ออาหาร แถมด้วยบริการหลังการขายที่ว่า 'อยากกินอะไรเป็นพิเศษก็บอก จะทำให้กิน' มีแฟนดีเป็นศรีแก่ตัวจริงๆ แต่สำหรับวันนี้ค่าตอบแทนเรื่องอาหารคือพี่จีบจะนอนค้างกับผม และตอนนี้ก็พร้อมจะนอนแล้วด้วย

 

"วันมะรืนอยากไปไหนหรือเปล่า กูว่างนะ"

พี่จีบบอกในขณะที่ลูบหัวผมเล่นอย่างที่เคยทำเป็นประจำ ดวงตากลมช้อนมองใบหน้าหล่อเหลาแล้วใช้ความคิดอยู่สักพักจนได้คำตอบ

 

"อยากไปคาเฟ่สัตว์"

 

"สัตว์อะไรล่ะ หมา แมว กระต่าย แรคคูน หมาจิ้งจอก"

ผมถึงกับชะงักไปเมื่อไม่รู้ว่าจะเลือกอะไรดี มีแต่สัตว์น่าสนใจทั้งนั้น

 

"ถ้าคิดออกแล้วจะบอกนะพี่ นอนกันเถอะ ผมง่วงแล้ว"

ผมบอกก่อนจะซุกตัวลงกับอกแกร่ง ไม่อยากบอกเท่าไหร่มาตอนนี้โดยพี่จีบกอดอยู่... จากที่เคยเป็นคนไม่ชอบนอนกอดใคร ตอนนี้กลับรู้สึกดีที่มีเขาคอยกอดกัน อบอุ่นจนบรรยายเป็นคำพูดไม่ออกเลยว่ะ

 

"โอเค ฝันดีครับ"

จุมพิตแผ่วเบาประทับลงมาบนหน้าผากก่อนเปลือกตาจะปิดลงแล้วดึงผมจมลงสู่นิทราแสนหวาน



-----------------------------------------------------------------



Q & A 

Q : คิสน่ารักไหม?
A : ถามถึงตอนไหนกันครับ?
Q : ก็.... เรื่องคืนนั้น ~
A : ทะลึ่งนะครับ /เหล่มอง ของแบบนี้เขาเก็บไว้รู้กันแค่สองคนนะ จุ๊ๆ
Q : T^T





เป็นไงกันบ้าง ตอนนี้เบาๆเนอะ ' ' เบาตัวน่ะ 555555555555 
พี่จีบมันจะเป็นคนตรงๆเกินไปแล้ว ตรงจนหน้าด้านแล้วเนี่ย
ส่วนน้องคิสก็เริ่มติดความลามกมาจากแฟนเต็มๆ มีอัตราเสี่ยงในการเสียตัวสูงมากจริงๆ

Cut Scene จิ้มได้หน้าบทความน้า <3
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 45 ครั้ง

556 ความคิดเห็น

  1. #545 View_Aranya (@View_Aranya) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 02:53
    อีคิสเล่นตัวเยอะควรโดนมากกว่านี้ 555
    #545
    0
  2. #466 LaserGamerCh (@LaserGamerCh) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 17:04
    หน้าบทความอยู่ไหนอ่า
    #466
    3
    • #466-1 Ch0cMint (@rvx91_) (จากตอนที่ 26)
      15 ธันวาคม 2560 / 19:14
      หน้าแรกฮะ ที่มีโลโก้เรื่อง ~
      #466-1
    • #466-3 Ch0cMint (@rvx91_) (จากตอนที่ 26)
      16 ธันวาคม 2560 / 06:46
      ได้นะ ข้อมูลเบื้องต้น ~
      #466-3
  3. #459 Husky 'Baby (@srichisan) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 07:53
    น้องคิสสสสส ทำไมน่ารักเง้
    #459
    0
  4. #417 Mook (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 22 กันยายน 2560 / 08:45
    บริจาคเลือดให้เราที โอ้ยถ้าจะตะมุตะมิกันขนาดนี้นะ
    #417
    0
  5. #340 PuiPui--r (@PuiPui--r) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2560 / 17:50
    แลดูใช้ชีวิตคู่
    #340
    0
  6. #285 ppvs_ (@ppvs_) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 / 06:07
    ระเบิดเป็นโกโก้ครั้นนนนช์
    #285
    0
  7. #142 yiewha (@yiewha) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2559 / 01:12
    ถ้าพี่จีบจะละมุนขนาดนี้เราเขินได้ไหมล่ะ งื้ออออออ~~5555
    #142
    0
  8. #141 xiaoyi๑ (@monticha123) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2559 / 19:31
    ขุนพระ น้องคิสเริ่มก่อน แต่พี่จีบแบบ อื้อออออออ น่ารักอ่ะ น่ารักมากกกก
    #141
    0
  9. #140 -BVR- (@o_n-l-y_) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2559 / 18:51
    มีความน่ารัก มุ้งมิ้ง ตะมุตะมิ มากเยยย><
    #140
    0
  10. #139 Lukiris Tink (@kimchi9) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2559 / 18:12
    โอ๊ย คิสมีความอ้อนมากกกกกกก อ่านไปยิ้มไป น่ารักค่ะ
    #139
    0
  11. #138 Bambie>_< (@bambam124) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2559 / 17:40
    โอ๊ยยยยยย บอกได้แค่เลือดไหลค่ะ
    น่ารักมากๆเลยคู่นี้
    #138
    0