ตีพิมพ์กับ WHY BOOKS [YAOI] Coffee Shop รักนี้รสกาแฟ

ตอนที่ 30 : 27.5 : ดื่มครั้งที่ 27.5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3953
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 52 ครั้ง
    23 ก.ย. 59

- ดื่มครั้งที่ 27.5 -

(จีบ x คิส)





ฝนตกอีกแล้วเหรอ?

 

คำถามนี้วนเวียนอยู่ในสมองซ้ำแล้วซ้ำเล่ามันไม่ได้ต้องการคำตอบอะไร แค่ถามกับตัวเองด้วยความเบื่อหน่ายก็แค่นั้นเอง ไม่รู้เหมือนกันว่าสายฝนที่ตกกระหน่ำลงมาจะหยุดเมื่อไหร่ ละอองน้ำเพียงเล็กน้อยที่ตกกระทบลงมาบนตัวทำให้คนไม่ถูกกับฝนจามแล้วจามอีกจนปลายจมูกกลายเป็นสีแดงระเรื่ออย่างน่าสงสาร ครั้นจะลากไปหลบฝนที่อื่นก็เกรงว่าจะไม่ได้เพราะคนแน่นขนัดเหลือเกินในยามนี้ น้ำเจิ่งนองไปทั้งถนนจนเกรงว่าถ้าย่ำรองเท้าผ้าใบลงไปจะสามารถเลี้ยงปลาทองไว้ในรองเท้าได้ไม่ยาก

 

"คิส ไหวไหม"

ผมถามคนข้างตัวด้วยความเป็นห่วง จำได้ว่ามีครั้งหนึ่งที่เขาตากฝนและป่วยแทบจะทันที ครั้งนี้ต่างกันมากตรงที่เรายืนแช่ให้ละอองฝนตกกระทบตัวเกือบราวสามสิบนาทีเข้าไปแล้ว กุญแจรถ BMW ในมือถูกหมุนไปมาด้วยความร้อนใจเล็กๆ คิสหันมามองกันก่อนจะพยักหน้าเบาๆทั้งทีเมื่อครู่เพิ่งจามติดต่อกันไปสองรอบ มีแววว่าผมจะได้ดูแลคนป่วยอีกแล้วสินะ

 

"ยังไหวอยู่ แต่โคตรหนาวเลย"

ร่างบางเบียดเข้ามาหากันจนแทบจะสิงกัน ถ้าหากในยามปกติเขาคงไม่ทำแบบนี้เพราะกลัวสายตาคนอื่นจะมองเราไม่ดีที่ผู้ชายสองคนตัวใหญ่ๆมายืนแนบชิดกัน แต่ในขณะนี้ความเปียกชื้นและละอองฝนที่กระเซ็นโดนตัวคงผลักดันให้ทำโดยไม่แคร์สายตาใคร ผมนึกขอบคุณสายฝนที่ทำให้แฟนไม่สนใจคนอื่นมากกว่าความรู้สึกตัวเอง

 

"ยืนหลบหลังกูก่อนก็ได้"

ผมพูดพลางกระตุกแขนเขาให้ขยับไปยืนซ้อนหลัง ผมที่มีความสูงและโครงสร้างร่างกายหนากว่าแทบจะบังคิสจากสายตาคนที่มองมาได้สนิท รอยยิ้มเล็กๆจากใบหน้าเอ๋อๆทำให้ผมเผลอยิ้มตามได้ทุกครั้ง จากสนใจ กลายเป็นชอบ จนสุดท้ายก็รักอย่างไม่รู้ตัว แทนที่ผมจะสนใจสาวๆสวยๆที่รายล้อมรอบตัว กลับตกหลุมเด็กผู้ชายที่เป็นแฟนคลับของตัวเองซะอย่างนั้น

 

"พี่จีบ เสื้อนักศึกษาเปียกหมดแล้วนะ เอาเสื้อกันหนาวผมไปใส่เหอะ"

ผมก้มลงมองสภาพตัวเองแล้วเบ้ปากใส่เล็กน้อย เสื้อนักศึกษาสีขาวเปียกลู่เพราะละอองฝนจำนวนมากกำลังแนบสนิทกับผิวเนื้ออย่างไร้ช่องว่าง จากที่คิดว่าคงไม่เป็นไรพอถูกทักเข้าหน่อยเริ่มรู้สึกหนาวจนผิดปกติขึ้นมาบ้างแล้ว แต่จะให้แย่งเสื้อเจ้าเด็กอ่อนแอต่อฝนก็เห็นจะใจร้ายเกินไปหน่อยล่ะมั้ง

 

"ไม่เอา มึงบ่นหนาวยังจะมาห่วงกูอีก"

ผมยกมือขึ้นขยี้หัวคิสจนยุ่งเหยิงไปหมด เขามุ่ยหน้าใส่กันแต่ก็ไม่ยอมปัดมือที่น่ารำคาญของผมทิ้ง อาจจะเพราะชอบหรือเหนื่อยจะห้ามแล้วก็ได้ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมทุกครั้งที่ผมนึกอยากขย้ำเขาเพราะความน่ารักจะระงับตัวเองด้วยการขยี้ผมเขานี่ล่ะ

 

"ระวังป่วยนะพี่จีบ ผมดูแลใครไม่เป็นนะเว้ย"

เสียงบ่นกระปอดกระแปดดังขึ้นพร้อมกับจมูกโด่งๆถูไถลงมากับต้นแขนของผมเพียงครู่เดียวก่อนจะผละตัวมาเบะปากใส่กัน ใครจะมองว่ามันทำตัวปัญญาอ่อนก็ช่างแต่สำหรับผมมันน่ารักน่าฟัดเสมอ

 

"เออน่า ไม่ป่วยง่ายๆหรอก"

ผมตอบก่อนจะยิ้มมุมปากให้ไป หลังจากนั้นเราทั้งคู่ยืนรอฝนซาแต่เหมือนมันจะไม่ให้ความร่วมมือเอาซะเลย นาฬิกาข้อมือบอกเวลาหกโมงเย็นที่ควรจะกลับคอนโดได้แล้วเพราะเจ้าข้าวเหนียวรออยู่ มันคงหอนเรียกร้องให้เจ้านายกลับมาใจจะขาดแล้วล่ะมั้งตอนนี้

 

"คิส กูวิ่งตากฝนไปขับรถมารับมึงดีกว่า ดูท่าทางฝนจะไม่หยุดตกแล้ว"

ผมหันไปบอกคนที่ยืนกอดตัวเองซะแน่นหนา น่าสงสารแต่ผมก็ช่วยอะไรไม่ได้ในเมื่อเสื้อผ้าเปียกโชกมากกว่าเขาอีก ดวงตากลมช้อนมองก่อนจะส่ายหน้าแรงๆ คิสใช้มือข้างหนึ่งสอดเข้ามารั้งรอบเอวของผมไว้ด้วยความเป็นห่วงจนทำให้เผลอหลุดยิ้มได้ง่ายๆ ก็ไหนบอกว่าแคร์สายตาคนอื่นนักหนา แล้วมากอดเอวแบบนี้ไม่อายหรือยังไง

 

"ไม่เอานะ ตากฝนขนาดนั้นไม่สบายแน่ๆ"

 

"เป็นห่วงหรือขี้เกียจดูแล"

น้ำเสียงหยอกเย้าของผมได้รับการตอบรับด้วยฝ่ามือเล็กๆที่ลาดไหล่ เสียงดังเพี๊ยะเรียกสายตาคนรอบข้างให้หันมามองเราอย่างฉงน ผมแอบเบ้ปากเล็กน้อยเพราะคิสตีลงมาแบบไม่ออมแรงเลยสักนิด ใบหน้าติดจะหวานของมันบึ้งตึงอย่างกับคนถ่ายไม่ออก มองแล้วก็ตลกดี

 

"ใครจะขี้เกียจดูแลแฟนตัวเองวะ"

บ่นพึมพำกับตัวเองแต่ผมกลับได้ยินมันอย่างชัดเจนจนเผลอหลุดยิ้มออกมาครั้งแล้วครั้งเล่ากับคนที่ได้ชื่อว่าเป็นแฟนกัน คิสน่ารักกว่าใครผมรู้ดี คิสเอาใส่ใจผมมากกว่าใคร ที่บอกว่าดูแลใครไม่เป็นนั่นเรื่องโกหกทั้งนั่นล่ะน่า ผมเชื่อว่าถ้าป่วยขึ้นมาเด็กคนนี้ก็พร้อมที่จะดูแลอยู่แล้ว ถึงมันจะเงอะๆงะๆไปบ้างก็เถอะ

 

"น่ารักจริงนะมึง"

 

"น่ารักก็รักเยอะๆ"

เสียงกระซิบแผ่วเบามาพร้อมกับใบหน้าที่แดงระเรื่อเพราะความเขิน เดี๋ยวนี้ไม่รู้ว่าคิสติดนิสัยหยอดหนักไปจากผมหรือเปล่าถึงได้ชอบพูดคำหวานแบบนี้ออกมาบ่อยๆ

 

"ทำตัวแบบนี้ไม่กลัวโดนปล้ำเหรอวะ"

ผมก้มลงกระซิบข้างหูร่างบางด้วยเสียงที่แหบพร่าเพราะอยากแกล้ง คิสสะดุ้งแล้วผละตัวออกแถมยังปล่อยแขนที่โอบรอบเอวผมออกด้วย ใบหน้าขาวเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างน่ารัก เขาก้มหน้าบ่นอะไรงึมงัมคนเดียวไม่ให้ผมได้ยิน

 

"รออยู่นี่นะ จะผ่าฝนไปเอารถแล้ว ไม่งั้นไม่ได้กลับแน่ๆ"

ผมไม่รอฟังคำทักท้วงอะไรจากเขาแล้วรีบวิ่งผ่าสายฝนตรงไปที่ลานจอดรถของคณะศิลปกรรมศาสตร์ทันที เมื่อมาถึงก็รีบเปิดประตูรถแล้วขึ้นไปนั่งทั้งๆที่ตัวเปียกอย่างกับลูกหมาตกน้ำ แต่ไม่เป็นไรเพราะเบาะเป็นหนังอย่างดี ผมยกมือขึ้นขยี้หัวเล็กน้อยก่อนจะเสียบกุญแจแล้วสตาร์ทเครื่องยนต์ มือเรียวเอื้อมเปิดแอร์แล้วพบกับความหนาวสะท้านจนปากสั่นเล็กๆ ผมน่าจะพลาดแล้วเพราะร่างกายที่อดหลับอดนอนมาตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่ปั่นงานกำลังประท้วงว่ามันมีอาการผิดปกติแทรกซ้อน ป่วยก็ป่วยวะ อยากรู้เหมือนกันว่าคิสจะทำยังไง

 

ผมขับรถมาจอดหน้าตึกแล้วรีบคว้าร่มที่อยู่เบาะหลังมาก่อนจะเปิดประตูและกางร่มลงจากรถ รีบก้าวเท้าฉับๆย่ำน้ำเฉอะแฉะบนถนนโดยไม่สนว่ารองเท้าจะสกปรกหรือไม่เพราะตอนนี้คิสสำคัญกว่าอะไรทั้งหมด ปล่อยให้โดนละอองฝนนานๆไม่ดีแน่ๆ

 

"พี่จีบ เปียกทั้งตัวแล้วนะนั่น!"

คิสทำหน้าตาตื่นเมื่อเห็นสภาพเสื้อนักศึกษาเปียกลู่แนบกับผิวเนื้อ วันนี้ผมไม่ได้ใส่เสื้อกล้ามไว้ข้างในเพราะตอนเช้าอากาศร้อนจะเป็นจะตายใครจะนึกว่าตอนเย็นฝนจะเทลงมาอย่างกับฟ้ารั่วแบบนี้

 

"มาเร็วๆ มึงน่ะยืนโดนละอองฝนนานแล้ว"

ผมคว้าข้อมือเขามาจับไว้แล้วออกแรงดึงในมาอยู่ใต้ร่มคันเดียวกันแล้วพาไปที่รถอย่างรวดเร็ว ผมส่งคิสก่อนจะเดินไปฝั่งคนขับ ขึ้นรถได้ผมก็ทิ้งร่มเปียกชื้นไว้ทางเบาะหลังทันที

 

"พี่จีบจะป่วยเอานะครับ เปียกขนาดนี้"

คิสยังคงส่งสายตาห่วงใยมาให้กัน ผมเลยเอื้อมมือไปขยี้หัวมันเบาๆอย่างนึกเอ็นดู และในขณะนั้นเสียงจามก็ดังขึ้นจนผมแอบสะดุ้ง สงสัยคราวนี้จะเป็นหวัดทั้งสองคนแล้วล่ะ

 

"ห่วงตัวเองก่อนเถอะ จามไม่หยุดแล้ว"

ผมว่าก่อนจะเลื่อนมือไปดึงแก้มคิสเบาๆด้วยความมันเขี้ยว รู้จักห่วงตัวเองก่อนคนอื่นบ้างเถอะน่า

 

"อือ ไม่ป่วยหรอก เดี๋ยวนี้ผมถึกจะตายไป แค่จามนิดหน่อยคงไม่ร้ายแรง ว่าแต่พี่เถอะ อดหลับอดนอนมาเป็นอาทิตย์แล้วนะเว้ย จะไม่ให้ห่วงได้ยังไง"

บ่นเป็นหมีกินผึ้งแต่คิสก็ยังน่ารักในสายตาผมเสมอ ไม่เคยคิดว่าจะรักใครคนหนึ่งได้มากขนาดที่ว่าหลงหัวปักหัวปำขนาดนี้ ไม่เคยคิดว่าจะกลายเป็นคนขี้หวง ไม่เคยคิดว่าจะกล้าป่าวประกาศว่าตัวเองมีแฟนเป็นผู้ชายแบบนี้ แต่ความเป็นคิสผลักดันให้ผมกล้าทำทุกอย่างออกมาเป็นธรรมชาติอย่างไม่กระดากอายเลยสักนิด ก็แฟนน่ารักใครมันก็อยากอวด

 

"เออๆ บ่นจริงๆเลย ยิ่งกว่าแม่อีก"

ผมว่าติดตลกแต่คิสมุ่ยหน้าใส่กันซะอย่างนั้น มือเรียวยื่นมาดึงแก้มผมด้วยความหมั่นไส้ เขาออกแรงมากเกินไปจนแก้มผมแทบจะหลุดติดมือ

 

"โอ้ย เจ็บนะ"

 

"ผมเป็นแม่ทูนหัวไงครับ"

มันว่าก่อนจะส่งยิ้มเย็นให้กับผม เชื่อเขาเลยว่าตอนจะดุกลับดุได้อย่างน่ากลัว จากลูกกระต่ายตัวน้อยๆกลายเป็นกระต่ายหนุ่มไวต่อต้านไปซะอย่างนั้น

 

"ครับๆแม่ทูนหัว"

หลังจากนั้นผมก็ขับรถมาจอดใต้คอนโดหรูก่อนจะพากันขึ้นห้องด้วยสภาพที่เละเทะพอตัว สายฝนยังคงเทกระหน่ำลงมาอย่างน่ากลัว ผ้าที่ตากไว้ตรงระเบียงห้องเปียกซกจนต้องเดินออกไปเก็บมาซักใหม่ อย่าคิดว่าผมจะซักเองนะ... ร้านซักรีดใต้คอนโดเลย

 

"คิสรีบไปอาบน้ำก่อนเลยไป"

ผมบอกเขาเมื่อหอบผ้าเปียกๆมาใส่ตะกร้าก่อนจะปิดประตูกระจกที่ระเบียงลง ร่างบางพยักหน้าหงึกหงักก่อนจะรวบเอาเสื้อผ้าเข้าห้องน้ำไป ผมเห็นแบบนั้นก็จัดการถอดเสื้อผ้าที่เปียกโยนใส่ตะกร้าทั้งหมอแล้วดึงเอาผ้าขนหนูมาพันรอบเอวเอาไว้แล้วทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างหมดแรง อาการปวดหัวกำลังเล่นงานเข้าอย่างจัง งานเข้าแล้วไหมละ เฮ้อ

 

ผมกำลังจะหลับตาลงเพราะรู้สึกหนักเปลือกตา แต่เสียงทุ้มเอ่ยทักกันก่อนที่ร่างบางจะนั่งลงข้างๆแล้วใช้หลังมือแตะหน้าผากกัน

 

"ตัวร้อนแล้วนะ ไม่ต้องอาบน้ำแล้ว เดี๋ยวผมเช็ดตัวให้ดีกว่า"

ผมยังไม่ทันได้ทักท้วงอะไร คิสก็ลุกขึ้นไปเตรียมอุปกรณ์สำหรับเช็ดตัวกันแล้ว ผมได้แต่ลอบมองแล้วยิ้มออกมาอย่างคนหมดทางสู้ เอาเถอะ ให้แฟนเหนื่อยหน่อยคงไม่เป็นไรหรอกเนอะ

 

"มาครับๆ นอนลงนะ จะได้เช็ดง่ายๆ"

เสียงใสๆดังขึ้นทำให้ผมนอนลงอย่างว่าง่าย มือเรียวบิดไล่น้ำจากผ้าขนหนูผืนเล็กก่อนจะเช็ดมันไปตามลำตัวของผมอย่างเงอะๆงะๆ ถ้าตาไม่ฝาดจะเห็นว่าแก้มขาวๆซับสีชมพูระเรื่อไว้ มือเขาเริ่มสั่นน้อยๆเมื่อเลื่อนต่ำลงใกล้จุดอ่อนไหว บางปากเม้มเข้าหากันแน่นอย่างกับคนกำลังคิดอะไรในสมอง

 

ผมลอบมองปฏิกิริยาเหล่านั้นอย่างใจเย็น อยากรู้ว่าคิสจะทำยังไงต่อไปกับเหตุการณ์ชวนวาบหวิวนี้ดี คิดแล้วก็ตลกเหมือนกัน ทั้งๆที่ร่างกายของเราก็มีอะไรๆเหมือนกันแท้ๆทำไมเขาต้องอายเมื่อเห็นของผม และทำไมผมต้องหื่นเมื่อเห็นร่างกายของเขานะ อาจจะเป็นเพราะความรู้สึกพิเศษที่มีให้กัน...รัก

 

"ฮึบ"

ผมได้ยินเสียงเบาๆก่อนที่มือเรียวจะปลดผ้าขนหนที่พันรอบเอวของผมออก แต่ตากลมนั่นกับปิดแน่นราวกลัวว่าจะเห็นอะไม่ดีไม่งาม มือไม้เริ่มปัดป่ายไปเรื่อยๆจนผมต้องกัดปากยับยั้งอารมณ์เพราะคิสสัมผัสโดนน้องชายไปหลายรอบ ถ้าไม่ติดว่าตัวเองป่วยคงกระโดดเข้าขย้ำคนเอ๋อตรงหน้าไปเรียบร้อยแล้ว แต่ตอนนี้แม้แต่แรงจะพูดยังไม่มีเลย เหนื่อยกับตัวเองฉิบหาย ถ้าป่วยเมื่อไหร่จะหนักจนทุกคนผวาเลยล่ะ ไม่เข้าโรงพยาบาลก็นอนซมไปสามสี่วันอะไรประมาณนั้น

 

"คิส...อึก พะ พอ"

ผมแทบจะพูดไม่เป็นภาษาเมื่อผ้าผืนน้อยปัดป่ายไปมาตรงเป้าไม่หยุด ไแคนที่หลับตาปี๋จะไม่รู้เลยหรือยังไงว่ามีอะไรบางอย่างเริ่มดุนดันมือตัวเองเนี่ย จะเอ๋อไปถึงไหนวะแฟนผม โดนปล้ำสักทีอาจจะหายเอ๋อ...หรือเปล่า ช่างแม่งเรื่องนั้นก่อนเถอะ ตอนนี้ปวดหัวจนแทบจะระเบิดอยู่แล้ว เกลียดตัวเองที่ยังมีอารมณ์หื่นในเวลาแบบนี้ด้วย บ้าจริง

 

"หือ เหวอ!"

พอลืมตาเท่านั้นล่ะ เขาก็ผงะถอยหลังจนก้นจ้ำเบ้าลงกับพื้น ดีหน่อยที่ไม่แรงมากเท่าไหร่ไม่อย่างนั้นมีช้ำกันบ้าง มือเรียวยกขึ้นปิดหน้าปิดตาตัวเองแต่ใบหูก็บ่งบอกได้ดีว่าเกิดอาการเขินมากขนาดไหน ผมที่เห็นอาการนั่นถึงกับหลุดขำออกมาได้ง่ายดาย คนบ้าอะไรจะน่ารักได้ตลอดเวลาขนาดนี้วะ ดูท่าผมจะเป็นเอามากแล้วว่ะ แอทแทคเขา เขาแอทแทคกลับ แฟร์ๆเนอะ

 

"พี่จีบแม่ง ลามก!!"

ว่าผมไม่พอยังฟาดมือลงมาบนหน้าท้องเต็มๆจนจุก นี่มันจะเขินแรงไปถึงเมื่อไหร่บางทีก็สงสารตัวเองเหมือนกันนะรองรับมือเท้ามันเนี่ย แต่ก็ไม่ถือสาอะไรหรอก ก็ผมรักของผมล่ะเนอะ แค่นี้จิ๊บๆ แต่ตอนป่วยโคตรไม่จิ๊บเลยว่ะ รู้สึกเหมือนร่างกายจะแตกเป็นเสี่ยงๆ

 

"เจ็บ"

พูดได้แค่นั้นก่อนจะนอนงอตัวอย่างคนหมดสภาพ คิสรีบลนลานเอาผ้าขนหนูมาปิดส่วนสงวนของผมไว้แล้วรีบขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่ก่อนจะเดินไปหยิบเสื้อผ้ามาใส่ให้กันจนเรียบร้อย

 

"หิวหรือยังครับ เดี๋ยวผมลงไปซื้ออะไรให้กินนะ"

คิสว่าก่อนจะลุกพรวดพลาดออกไปโดยไม่รอคำทักท้วงของผมเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะฝนยังตกเลยไม่อยากให้ออกไปไหน ถ้าเกิดป่วยขึ้นมาอีกคนจะลำบากเอาไหมล่ะชีวิต คิดไปก็เหนื่อยนอนดีกว่า

 

ตื่นขึ้นมาอีกครั้งกลับพบว่าที่นี่ไม่ใช้คอนโดของตัวเอง แต่เป็นห้องสีขาวสะอาดมีกลิ่นเฉพาะตัวเจือจางในอากาศ ดวงตาปรือเปิดอย่างยากลำบากเมื่อแสงไฟในห้องพักยังสว่างจ้า เมื่อหันไปมองข้างตัวกลับพบใบหน้าแสนรักที่กำลังเช็ดน้ำตาตัวเองป้อยๆ ผมขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะบีบกระชับมือที่กุมกันไว้ให้เขารู้ตัวว่าทำได้สติแล้ว

 

"พี่จีบ!"

เขาร้องเรียกผมซะดังลั่นจนพี่ดีพที่นั่งอยู่บนโซฟาก้าวขายาวๆมาปิดปากไว้ สายตาดุๆส่งให้คนเป็นน้องราวกับจะเตือนว่าเมื่อครู่ทำตัวไม่เหมาะสมเพราะที่นี่คือโรงพยาบาล สุดท้ายผมก็ลงเอยที่นี่จนได้สินะ อา...เกลียดจัง

 

"เสียงดังไปนะมึง"

พี่ดีพว่าปรามๆก่อนจะปล่อยมือออกแล้วกลับไปนั่งที่เดิม ผมอ้าปากพะงาบๆพยายามจะทักทายเขาแต่มันไม่มีเสียงใดๆลอดออกมาสักนิด ฉิบหายอีกแล้วไง

 

"ไม่ต้องพูดๆ นอนพักไปเลย มึงป่วยนี่ยังคงความหล่ออีกนะไอ้จีบ กูชักหมั่นไส้มึงตงิดๆ"

พี่ดีพพูดที่เล่นทีจรจนผมหัวเราะออกมา แต่กลับกลายเป็นเสียงไอ้โขลกแบบมีเสมหะเป็นล้านตันติดอยู่ในคอซะอย่างนั้น คิสทำหน้าตาตื่นอีกครั้งแล้วรีบใช้มือลูบไหล่ผมอย่างทำตัวไม่ถูก ผมอยากบอกให้เขาดึงสติกลับมาหน่อย ก็แค่ป่วยธรรมดาไม่ได้เป็นโรคร้ายแรงสักหน่อย

 

"พี่ดีพหยุดพูดไปเลยนะเว้ย พี่จีบป่วยอยู่นะ"

 

"อ่าวๆ พอหมดประโยชน์แล้วร้ายใส่เลยนะน้องกู"

พี่ดีพลุกขึ้นจากโซฟามาผลักหัวคิสไปหนึ่งทีแล้วขอตัวกลับบ้าน พรุ่งนี้จนขนเสื้อผ้ามาให้เปลี่ยน ผมกับคิสพร้อมใจกันยกมือไหว้ขอบคุณพี่ดีพก่อนเขาจะออกจากห้องไป

 

"พี่จีบ หิวน้ำไหม"

เหมือนเขาจะเพิ่งคิดได้ว่าควรเอาน้ำให้ดื่ม ผมพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะฝืนกระตุกยิ้มที่มุมปากไปให้ ร่างบางรีบจัดการรินน้ำใส่แก้วให้กันแล้วจ่อหลอดมาที่ริมฝีปาก ผมงับหลอดอย่างคนอ่อนแรงแล้วดื่มน้ำเข้าไปเพียงอึกเดียว สมองแม่งสั่งให้หลับอีกแล้ว เวรเอ้ย

 

"เป็นห่วงนะ ฮึก พี่ตัวร้อนจี๋จนผมตกใจต้องเรียกพี่ดีพไปรับอ่ะ"

เด็กน้อยเริ่มสะอื้นอีกครั้งเมื่อเขาเล่าย้อนเหตุการณ์ก่อนหน้านั้น ผมพยักหน้าเข้าใจก่อนจะใช้ฝ่ามือร้อนผ่าวแนบกับแก้มใสแล้วลูบไล้ไปมาเบาๆอย่างปลอบประโลม แฟนใครทำไมขี้แย่จังวะเนี่ย ถ้าเป็นเวลาปกติผมคงดึงคิสลงมากอดปลอบแล้ว

 

"ใจ...เย็น แค่ป่วย แค่ก ธรรมดา"

ผมแค่นเสียงอย่างยากลำบาก คันคอฉิบหายจนไอโขลกหนักๆออกมาอีกรอบ คิสกรอกตาไปมาอย่างลนลานมือไม้สั่นเทิมไปหมดจนน่าสงสาร สาบานว่าต่อไปจะรักษาสุขภาพร่างกายของตัวเองให้ดีที่สุด ป่วยแล้วไม่ได้แย่แค่ตัวเอง คนรอบข้างก็แย่ ไม่ดีเลย

 

"ป่วยธรรมดาอะไรเล่า เป็นไข้หวัดใหญ่เลยนะ!!"

 

"!!!!!"

อ้าว ไอ้ฉิบหาย... ผมเริ่มเกลียดฝนขึ้นมาเหมือนคิสซะแล้วสิ แต่สายฝนในวันนี้ก็ทำให้ผมรู้ว่า คนที่เรารักเป็นห่วงเรามากแค่ไหน :) ถึงจะป่วยแต่ก็มีความสุขนะ

 

โคตรรักมึงเลยว่ะ




----------------------------------------------------------


ช่วงนี้ฝนตกบ่อยมากๆ พี่จีบกับคิสเขาก็ตามเทรนด์นะ? 5555555

ตอนพิเศษเบาๆ ไม่หวือหวา คึคึ


               รักษาสุขภาพกันด้วยน้าคนอ่าน ♥

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 52 ครั้ง

556 ความคิดเห็น

  1. #462 Husky 'Baby (@srichisan) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 09:16
    พี่จีบห่วงคิสจนป่วยซะเองเลย น้องตกใจหมดแล้ว
    #462
    0
  2. #421 Mook (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 22 กันยายน 2560 / 10:37
    สวีทหวานกันได้แม้กระทั่งตอนป่วย
    #421
    0
  3. #166 Me-jj Wongkumjun (@mejeepjeep) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 13 กันยายน 2559 / 00:37
    ฮิ้วววววววว
    #166
    0
  4. #165 -BVR- (@o_n-l-y_) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 12 กันยายน 2559 / 18:42
    โง้ยยยหวานเบาๆ เขินนนนนน งุงิ
    #165
    0
  5. #164 xiaoyi๑ (@monticha123) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 12 กันยายน 2559 / 17:58
    หวานเบาๆจริงๆ คิดแล้วก็เขินนน

    #164
    0