ตีพิมพ์กับ WHY BOOKS [YAOI] Coffee Shop รักนี้รสกาแฟ

ตอนที่ 6 : 05 : ดื่มครั้งที่ 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7310
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 94 ครั้ง
    19 ก.ค. 59

 - ดื่มครั้งที่ 5 -

- จีบ -


 

เสียงสายฝนที่ตกลงมาไม่ขาดสายทำให้เสียงเพลงที่เปิดคลอภายในร้ายฟังไม่ได้ศัพท์ ควันสีขาวพวยพุ่งลอยวนอยู่ในอากาศกลิ่นหอมยั่วน้ำลายของกาแฟชั้นดีตลบอบอวลไปทั่วร้าน มันกลิ่นที่ผมคุ้นเคยและคลุกคลีอยู่กับมันมาตั้งแต่เกิด ครอบครัวของผมทำธุรกิจนำเข้าและส่งออกกาแฟคุณภาพดี มีไร่กาแฟเป็นของตัวเองอยู่ทางภาคเหนือและทางภาคใต้ของประเทศ จังหวัดเชียงรายปลูกกาแฟสายพันธุ์อาราบิก้า ส่วนจังหวัดชุมพรปลูกกาแฟสายพันธุ์โรบัสต้า

 

ผมเดินลงมาจากชั้นสองแล้วกลับมาใส่เสื้อกั๊กประจำตำแหน่งบาริสต้าอีกครั้งก่อนจะเดินเข้าไปหาพี่ชายที่กำลังขมักเขม้นกับการทำเอสเพรสโซ่สองชอตอยู่ ไลค์เหลือบตามองผมแว็บหนึ่งแล้วกลับไปสนใจกาแฟตรงหน้าต่อ น้ำร้อนจากเครื่องทำกาแฟค่อยๆไหลผ่านผงกาแฟเนียนละเอียดช้าๆ น้ำสีน้ำตาลเข้มของกาแฟไหลเอื่อยลงในแก้วเนื้อใสส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วบริเวณ รอไม่เกินหนึ่งนาทีก็ได้เอสเพรสโซ่แบบ Perfect Shot มาเชยชม

 

"น้องคิสเป็นไงบ้าง?"

มือเรียวของไลค์ยกแก้วบรรจุกาแฟขนาดหกสิบมิลลิลิตรวางลงบนจานรองก่อนจะหมุนตัวกลับไปที่เค้าน์เตอร์บาร์แล้วส่งแก้วให้กับซารังไปเสิร์ฟลูกค้า

 

"กินยานอนไปแล้ว"

ผมตอบสั้นๆก่อนจะเข้ามายืนแทนที่ของไลค์แล้วลงมือทำออเดอร์ถัดไป ถ้าใครสงสัยว่าทำไมผมไม่เคยเรียกไลค์ว่าพี่และพูดคำหยาบใส่ ผมบอกได้เลยว่าไลค์เกิดห่างจากผมแค่ปีเดียว ไลค์เข้าเรียนไวส่วนผมเข้าเรียนช้าเลยทำให้ไลค์เรียนก่อนผมไปสองปี

 

"ดูมึงจะเป็นห่วงน้องมันจังนะ รีบวิ่งมาขอยาจากกูเชียว"

ไลค์หรี่ตามองผมอย่างมีเลศนัย ผมเหลือบตามองมันก่อนยักไหล่ไม่ใส่ใจ คนเขาเป็นไข้จะไม่ให้กูเป็นห่วงได้ยังไงวะไลค์มันเรื่องปกติ

 

"เรื่องของกู แล้วนี่มึงว่างนักหรือไงมายืนมองกูเนี่ย"

ผมยกกาแฟที่เสร็จเรียบร้อยไปตั้งบนเค้าน์เตอร์บาร์ก่อนจะพิงตัวเข้ากับส่วนโต๊ะแล้วมองหน้าไลค์ มันพยักหน้าเบาๆก่อนจะยิ้มกว้างให้กัน น่าหมั่นไส้ชะมัด

 

"แน่นอน กูเจ้าของร้านนะ"

 

"ไปไกลๆเลยไลค์ ถ้ามึงว่างมากนักก็ช่วยไอ้ซารังเสิร์ฟ"

ผมมองซารังที่ตอนนี้เดินขาแทบขวิด ถึงในร้านจะมีลูกจ้างอีกสามคนก็เถอะแต่วันฝนตกแบบนี้ลูกค้าเยอะจริงๆครับ

 

"นี่มึงอารมณ์เสียอะไรมา?"

มันถามผมด้วยแววตาสงสัยก่อนจะยกแขนขึ้นกอดอก ผมถอนหายใจออกมาเบาๆแล้วยกมือขึ้นนวดขมับตัวเองไปมา ก็ตอนที่ผมกลับเข้าร้านมาก่อนจะขึ้นไปหาคิสผมโดนลูกค้าผู้หญิงโต๊ะหนึ่งเรียกเข้าไปหา ตอนแรกก็คุยเล่นกันตามปกติแต่พอผมเผลอสาวเจ้าก็ยืดตัวขึ้นมาหอมแก้มผมซะอย่างนั้น ไอ้ผมก็เป็นคนเกลียดการสกินชิพมาแต่ไหนแต่ไรแล้วด้วย โดนแบบนี้เข้าไปเลยหงุดหงิดเป็นธรรมดา แต่เรื่องที่ชอบสกินชิพกับคิสนั่นข้อยกเว้นนะ แปลกใจตัวเองเหมือนกัน

 

"โดนลูกค้าหอมแก้ม"

ผมตอบเสียงสะบัดเล็กน้อยเพราะยังหงุดหงิดไม่หาย เหมือนตอนที่ผมเอายาไปให้คิสก็เผลอหงุดหงิดใส่มันไปด้วย อยากจะขอโทษอยู่หรอกแต่มันดื้อไม่ยอมกินยาก่อนเองช่วยไม่ได้

 

"ยังไม่ชินอีกหรือไง?"

ไอ้ไลค์ขำออกมาเบาๆหลังจากพูดจบ ผมถลึงตาใส่มัน ใครจะไปชินวะ โดนลูกค้าลวนลามขนาดนี้ อยากจะบอกว่านี่ร้านกาแฟนะครับไม่ใช่ผับ ผมเป็นบาริสต้านะครับไม่ใช่โฮสต์ แต่ก็พูดอะไรไม่ได้เพราะที่บ้านสอนมาว่า ลูกค้าคือพระเจ้า ถ้ามันงี่เง่าก็กระทืบมันซะ... คำสอนบ้านผมดีใช่ไหมล่ะ ภูมิใจมาก

 

"ชินบ้านเตี่ยมึงดิ"

ผมแยกเขี้ยวใส่มันอีกครั้งด้วยความหงุดหงิดก่อนจะหันไปรับใบออเดอร์ใหม่จากซารังแล้วเลิกสนใจไอ้ไลค์

 

"เตี่ยมึงกับเตี่ยกูก็คนเดียวกันอ่ะ บ้านหลังเดียวกันด้วย"

มันพูดจบแล้วหัวเราะเอิ้กอ้าก ขนาดเสียงฝนกระหน่ำแบบนี้ เสียงหัวเราะของมันยังดังชัดเจน ผมหันขวับไปจ้องมันเขม็ง เล่นมุกเชี่ยอะไรเกรงใจกันบ้างเถอะ มันไม่ขำเว้ย

 

"ไปไกลๆเลยนะ ก่อนที่กูจะง้างตีนถีบมึง!"

ผมขยับเข้าไปทำท่าง้างเท้าจะถีบมันจริงๆ ไอ้ไลค์ทำหน้าเหวอแล้วรีบถอยหลังออกห่าง ผมจิ๊ปากใส่มันก่อนจะหันไปสตีมนมใน Picher ต่อ

 

"กูขึ้นไปดูน้องคิสดีกว่า ~"

ไอ้ไลค์หันมายักคิ้วหลิ่วตาให้ผม นี่มันกำลังกวนตีนผมใช่ไหม จะไปยุ่งอะไรกับคิสอีกวะ ผมเทนมที่สตีมเสร็จแล้วลงในแก้วที่มีเอสเพรสโซ่นอนอ้อยอิ่งรออยู่ จากนั้นใช้ช้อนสแตนเลสตักฟองนมใส่ด้านบนเป็นขั้นตอนการทำล้าเต้ร้อนแบบง่ายๆ หลังจากที่ยกแก้ววางบนเค้าน์เตอร์เสร็จผมเลยเดินเข้าไปหาไอ้ไลค์ที่ยังยืนยิ้มกว้างอยู่

 

"มึงจะขึ้นไปกวนคิสทำไม?"

ผมกดเสียงต่ำแสดงให้ไลค์รู้ว่ากำลังไม่พอใจ หัวคิ้วขมวดเข้าหากันแน่น ไลค์ยักไหล่แล้วแบมือทั้งสองข้างประกอบว่าไม่สนใจสิ่งที่ผมพูดเลยสักนิด

 

"กูจะไปดูแลน้องไง คนไม่ว่างอย่างมึงจะทำอะไรได้"

ไม่พูดเปล่ายังจะยืนกระดิกเท้าอีก ผมชักคิ้วกระตุกแล้วนะ ไม่นานเท้าจะกระตุกไปเตะมันด้วย พี่ชายอะไรวะโคตรกวนส้นตีน นิสัยดีเหมือนผมไม่มีผิด

 

"ไม่ต้องเสือกไหม น้องกูกูดูแลเอง"

 

"โอ้ มึงมีน้องเพิ่มอีกคนตั้งแต่เมื่อไหร่วะ ถ้าน้องเป็นน้องมึงก็เป็นน้องกูด้วยนะจีบ ~"

พูดจบมันก็ทำหน้าทะเล้นใส่ ผมหมดความอกทนเลยหยิบซองน้ำตาลทรายแถวนั้นขว้างใส่มันอย่างเหลืออด วันนี้ไลค์จะอารมณ์ดีอะไรนักหนาก็ไม่รู้ ปกติก็ไม่ได้กวนตีนหนักขนาดนี้

 

"โอ้ย ไอ้จีบขว้างมาทำไมวะ มึงนี่ดูหวงคิสเกินพี่น้องแล้วนะเว้ย"

ไอ้ไลค์บ่นกระปอดกระแปดแล้วหยิบซองน้ำตาลขึ้นมาถือไว้ก่อนจะโยนลงบนโต๊ะวางอุปกรณ์ด้วยสีหน้ายุ่งๆ ประโยคเมื่อสักครู่สะกิดใจผมเขาอย่างจัง นี่ผมหวงคิสอย่างนั้นเหรอ ใช่แน่เหรอครับ ผมจะเอาสิทธิ์อะไรไปหวงน้องมันวะ

 

"ไม่เสือกนะไลค์ มึงออกไปไกลๆก่อนที่กูจะถีบมึงจริงๆ"

ผมโบกมือไล่มันด้วยสีหน้าจริงจัง ไลค์หันมายิ้มกริ่มก่อนจะพูดประโยคถัดมาให้ผมเข้าไปถีบมันจังๆ

 

"ไปอยู่กับน้องคิสดีกว่า คนแถวนี้ใจร้าย"

 

"ไอ้สัดไลค์!"

แล้วผมก็ยันโครมมันเข้าให้ ไอ้ไลค์เบ้ปากก่อนจะใช้มือลูบบริเวณที่ผมถีบเอาก่อนจะใช้มืออีกข้างยกนิ้วกลางส่งให้กัน ผมแยกเขี้ยวใส่แล้วขยับตัวทำท่าจะถีบมันอีกรอบ ไลค์เลยรีบเดินหนีออกไปจากตรงนั้น ผมรู้สึกหงุดหงิดที่ใครต่อใครในครอบครัวผมดูจะสนใจคิสเป็นพิเศษ คือปล่อยให้ผมสนใจมันคนเดียวก็พอไหม อย่ายุ่ง

 

ผมยอมรับอย่างลูกผู้ชายอกสามศอกเลยว่าสนใจในตัวคิสตั้งแต่ครั้งแรกที่มันก้าวเข้ามาในร้าน กลุ่มเด็กมหา'ลัยสามคนแบกกระดานวาดรูปขนาดใหญ่พร้อมด้วยเสียงคุยเจื้อยแจ้วดังมาเป็นระยะ คิสดูเป็นเด็กที่สดใสร่าเริง แต่ก็ดูขี้อายอยู่เหมือนกัน เขาจะคุยแล้วยิ้มหัวเราะไปกับพวกเพื่อนๆ และถ้าลองสังเกตมันดีๆดวงตากลมๆนั่นจะสอดส่ายสายตามาหยุดลงที่ผมเสมอ ครั้งแรกๆก็ไม่ค่อยมั่นใจหรอก แต่พอเวลาผ่านไปหลายวันผมก็มั่นใจว่าน้องมองผม ไอ้อาการหน้าแดงที่โดนผมมองกลับโคตรน่ารักเลยเถอะ

 

มันเนียนเข้ามาสั่งกาแฟที่ร้านทุกวัน สั่งลาเต้ร้อนบ้างเย็นบ้างแล้วแต่ความอยากดื่มของมัน แต่ทุกครั้งมันจะขอน้ำตาลเพิ่มอีกซองเสมอ ดูแล้วเป็นเด็กที่ไม่ชอบรสขมสักเท่าไหร่ ผมมีโอกาสได้แกล้งมันมาบ้างเล็กน้อยอย่างเช่น 'กินลาเต้ทุกวันไม่เบื่อหรือไง' 'เป็นสาวกลาเต้เหรอวะ' 'ไม่คิดจะเปลี่ยนรสชาติดูบ้างเหรอ' ถามวันละนิดล่ะหน่อย จนวันหนึ่งมันเดินตรงเข้ามาสั่งเอสเพรสโซ่นั่นล่ะ บทสนทนาจริงจังของเราสองคนก็เริ่มขึ้น

 

หลังจากวันนั้นผมก็เนียนใช้ความอัธยาศัยดีของตัวเองกับมัน ไม่รู้ว่าน้องจะรู้ตัวไหมว่าผมสนใจ แต่ดูเหมือนน้องมันจะไม่คิดอะไรมากผมเลยเนียนหลอกนั่นหลอกนี่เพื่อเจอมันเรื่อยๆ อย่างเรื่องรถบีเอ็มสีขาวปลอดของผม จริงๆมันซ่อมเสร็จตั้งแต่หลังจากวันที่ผมติดรถมอ'ไซต์ของมันเข้ามอวันแรก ครั้งต่อมาที่เนียนคือหลอกล่อมันมากินข้าวเที่ยงที่โรงอาหารด้วยกัน และครั้งต่อๆมาผมก็เนียนให้มันมารับทุกวันที่มีเวลาเรียนตรงกัน และผมก็คงจะเนียนต่อๆไปจนกว่าจะแน่ใจความรู้สึกของตัวเอง ผมไม่ได้แคร์เรื่องเพศอะไรหรอกนะ ถ้าสนใจไปแล้วจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงก็ไม่เกี่ยวหรอก ถ้าถามว่าผมกับคิสจะพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างกันไปไกลกว่านี้ไหม ก็คงตอบได้เพียงว่ามันเป็นเรื่องของอนาคต

 

"พี่จีบ"

ผมหลุดจากความคิดของตัวเองก็ตอนโดนซารังเข้ามาเรียก น้องมายืนข้างๆผมตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่อาจทราบได้ ตอนนี้ออเดอร์ลูกค้าหมดแล้วพวกเราก็เลยมีเวลาว่างคุยกัน

 

"ว่าไง เหนื่อยไหม?"

ผมหันไปมองน้องก่อนจะยกมือขึ้นขยี้เส้นผมสีดำสนิทเบาๆ เส้นผมของน้องเปียกชื้นเหงื่อทั้งๆที่อากาศหนาวขนาดนี้ ดวงตากลมใต้กรอบแว่นสีดำช้อนมองผมก่อนจะย่นจมูกใส่กัน

 

"เหนื่อยมาก ลูกค้าก็แม่งชอบลวนลามตลอด"

ซารังทิ้งตัวพิงสะโพกเข้ากับโต๊ะวางอุปกรณ์ด้วยใบหน้ายุ่งเหยิง ผมผละมือออกก่อนจะยิ้มขำให้กับน้อง ซารังเป็นเด็กหน้าตาน่ารัก ผิวขาว จมูกโด่งติดจะรั้นเล็กๆ ดวงตากลมโต ส่วนสูงไล่เลี่ยกับคิส เพราะเหตุนี้ทำให้ลูกค้าชอบลวนลามเด็กเสิร์ฟคนนี้ตลอด ส่วนผมก็โดนบ้างเป็นครั้งคราวเมื่อต้องไปช่วยซารังเสิร์ฟ

 

"บ่นเป็นหมีกินผึ้งนะมึง"

ผมว่าก่อนจะหยิบคุกกี้ยื่นไปตรงหน้าน้อง มันเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนจะงับคุกกี้ของโปรดเข้าปากแล้วเคี้ยวจนแก้มตุ่ย

 

"พี่ขึ้นไปดูอาการพี่คิสดิ "

 

"มึงขึ้นไปกับกู"

 

"หือ ทำไมอ่ะ?"

 

"เผื่อมันตัวร้อนขึ้นมาว่าที่หมออย่างมึงจะได้เช็ดตัวให้คนไข้ไง"

 

"เออๆ ก็ได้"

แล้วผมกับซารังก็พาตัวเองขึ้นชั้นสองไม่วายไล่ไอ้ไลค์ที่นั่งกินเค้กอยู่ด้านหลังให้ไปเฝ้าหน้าร้าน มันอิดออดจะขอตามขึ้นมาด้วยแต่ผมแยกเขี้ยวใส่ มันเลยเบะปากแล้วเดินคอตกออกไป

 

ซารังเดินไปทิ้งตัวลงบนเตียงนอนก่อนจะใช้หลังมือแตะลงที่ซอกคอของคิส น้องขมวดคิ้วยุ่งแล้วหันมามองผมที่ยังยืนค้ำหัวมันอยู่

 

"ตัวร้อนจี๋เลยพี่"

ผมฟังมันพูดจบแล้วขยับตัวเข้าไปแตะซอกคอไอ้คิสดูบ้าง พบว่าตัวมันร้อนอย่างกับไฟ แบบนี้ต้องทำยังไงต่อวะ ต้องพาไปหาหมอเลยหรือเปล่า

 

"พาไปหาหมอเลยป่ะวะ?"

ผมถามน้องออกไปด้วยความสงสัย เกิดมายี่สิบปีไม่เคยดูแลคนป่วยสักครั้ง ไม่รู้ว่าต้องทำอะไรบ้าง

 

"ไม่ๆ ลองเช็ดตัวดูก่อนแล้วกัน ถ้าไข้ไม่ลดค่อยพาไปหาหมอ"

ผมพยักหน้าหงึกหงักก่อนจะเดินไปหากะละมังใส่น้ำและผ้าขนหนูผืนเล็กมาให้ซารัง มันลงมือจุ่มผ้าลงไปในน้ำอุ่นๆก่อนจะผิดพอหมาดแล้วเช็ดลงตามตัวไอ้คิส ฝ่ายนั้นครางอือออกมา หัวคิ้วขมวดเข้าหากันอย่างนึกรำคาญ แต่ก็กลับไปสงบเมื่อรู้สึกสบายตัว เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งของไอ้ไลค์ที่ซารังใส่อยู่ถูกเปิดขึ้น หน้าท้องขาวแบนราบกำลังกระเพื่อมตามจังหวะการหายใจเข้าออกของคนป่วย ช่วงเอวคอดจนไม่กล้านึกว่านี่จะเป็นหุ่นของผู้ชายจริงๆ ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก รู้สึกว่าตัวเองเริ่มมีความผิดปกติเกิดขึ้น หุ่นของผู้ชายตรงหน้ากำลังทำให้ผมปั่นป่วน ยิ่งไปกว่านั้นตอนไอ้ซารังวางผ้าลงบนหน้าท้องผมเกิดอาการหวงไอ้คิสขึ้นมาซะอย่างนั้นจนต้องจับข้อมือน้องเอาไว้ ซารังหันมามองผมด้วยความงง

 

"เดี๋ยวกูทำต่อเอง มึงลงไปช่วยไลค์เฝ้าร้านเถอะ"

ผมพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบและไม่แสดงออกความรู้สึกทางสีหน้าใดๆ แต่จบประโยคนั้นสายตาเจ้าเล่ห์ของไอ้ซารังมองผมมาอย่างรู้ทัน ไอ้เด็กนี่มันฉลาดครับ รู้ทันผมไปหมดทุกเรื่องจริงๆ

 

"แหม หวงก็บอกมาเหอะพี่"

 

"หวงเชี่ยไร ลุกออกไปเลย"

ผมแสร้งทำหน้าตายแล้วดึงแขนน้องให้ลุกขึ้น มันก็ทำตามอย่างว่าง่ายแล้วยัดผ้าผืนเล็กใส่มือก่อนจะดันผมให้นั่งลงแทน

 

"เช็ดดีๆ ห้ามของขึ้นนะเว้ย"

ไอ้ซารังเตือนผมด้วยสายตากรุ้มกริ่ม ปากบางยกยิ้มทะเล้นส่งมาให้กัน วินาทีนั้นผมขว้างผ้าในมือใส่มันโดยไม่ต้องพูดคำใดๆออกไป เป็นว่าที่หมอเชี่ยอะไรหื่นกามฉิบหาย ไม่อยากจะคิดถ้ามันพิเรนทร์เลือกเรียนสูตินารีเวชต่อตอนเรียนจบเลย

 

"ลามกจริงๆเลยมึง"

ผมบ่นก่อนจะหยิบผ้าที่ไอ้ซารังรับได้กลับมา มันย่นจมูกใส่ผมก่อนจะบ่นออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง

 

"ก็พี่จีบนั่นล่ะชอบเก็บแผ่นหนีงเอวีไว้ที่นี่ ผมมานอนเฝ้าร้านว่างๆเลยเปิดดูไงวะ"

 

"ได้ข่าวว่าหนังเอวีกูมีแต่ชายหญิงนะ"

ผมหรี่ตามองมันอย่างจับผิด น้องผมมันแปลงร่างไปนานแล้วครับ เป็นเกย์อย่างเต็มรูปแบบแถมเป็นฝ่ายรับซะด้วย พ่อแม่เขาก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอก เขาบอกแค่ว่าพ่อแม่ไม่ได้ซีเรียสเรื่องลูกจะเป็นเพศอะไรหรือชอบใคร เขารับได้ ขอแค่ไม่ทำให้ใครเดือดร้อนก็พอใจแล้ว

 

"ก็... ไม่พูดกับพี่จีบแล้วว่ะแม่ง เชิญรับบทคุณหมอดูแลคนป่วยไปเลย!"

พูดจบมันก็กระแทกส้นเท้าตึงๆออกจากห้องไป ได้ยินเสียงไอ้ไลค์บ่นขึ้นมาว่า มึงจะกระทืบเท้าให้ร้านเป็นรอยร้าวเลยหรือยังไงถึงจะพอใจ ผมได้แต่หลุดขำพรืดออกมาเบาๆแล้วหันกลับไปสนใจคนป่วยต่อ

 

"เอาวะ มึงโชคดีมากเลยนะไอ้คิส กูไม่เคยทำแบบนี้ให้กับใครเลยนะ"

ผมวางแปะผ้าลงบนหน้าท้องมันก่อนจะเคลื่อนมือช้าๆไปตามผิวขาว อาการกลืนน้ำลายอย่างยากลำบากกลับมาอีกครั้งเมื่อมือของผมเลื่อนสูงขึ้นถึงบริเวณหน้าอกบ้าง ยอดอกสีชมพูของไอ้คิสดึงดูดความสนใจของผมเข้าให้แล้ว ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นอย่างช่วยไม่ได้จนต้องเบนสายตาหลบภาพตรงหน้าแล้วดึงเสื้อของมันลง เลิกครับ เลิกเช็ดแม่งแล้ว ผมสูดหายใจเข้าลึกๆก่อนจะยกกะละมังไปเทน้ำทิ้งแล้วซักผ้าขนหนูตากไว้

 

"อือ"

เสียงครางเบาๆหลุดออกมาจากลำคอของคนป่วย ผมที่ยืนอยู่ตรงประตูห้องน้ำรีบสาวเท้าเข้าไปดูอาการคิสทันที มันเปิดเปลือกตาขึ้นช้าๆอย่างยากลำบาก ใบหน้าแดงก่ำเพราะพิษไข้ดูแล้วน่าสงสารมาก

 

"เป็นไงบ้างวะ?"

ผมนั่งลงที่ว่างข้างๆมัน แล้วจ้องมองใบหน้าน่ารักที่ดูอ่อนแรงเต็มทน ดวงตากลมช่ำน้ำมองมาที่ผมอย่างออดอ้อนจนเผลอใจสั่น คนป่วยไม่จำเป็นต้องน่ารักขนาดนี้ก็ได้มั้งครับ

 

"ปวด..หัว"

เสียงแหบแห้งดังออกมา ตากลมปรือปรอยพร้อมจะหลับลงอีกครั้ง ผมส่งมือหนาไปลูบหัวมันเบาๆอย่างอ่อนโยน ทำตัวไม่ถูกเหมือนกันว่ะ ไม่รู้ต้องพูดปลอบแบบไหน

 

"นอนพักไปเดี๋ยวก็หาย"

 

"อือ"

คิสครางรับก่อนจะขยับตัวเข้ามาซุกใกล้ๆกับต้นขาของผม ลมหายใจที่เป่ารดลงเข้ามามันร้อนผ่าวจนทำให้ผมคิดถึงไอน้ำที่พวยพุ่งออกจากเครื่องทำกาแฟ ถึงอุณหภูมิจะต่างกันเยอะก็เถอะ ผมเบิกตากว้างขึ้นเพราะคิดอะไรบางอย่างออก เขาว่ากันว่าคนป่วยมักจะชอบอ้อนคนอื่น ผมอยากรู้ว่าทฤษฎีนี้จริงหรือเปล่า ใช้ไอ้คิสเป็นตัวทดลองคงไม่ผิดหรอกมั้ง

 

"คิส"

ผมก้มหน้าลงมองคนที่ยังปรือตามองกันอยู่ ถ้ามันจะลำบากขนาดนั้นทำไมมึงไม่หลับตาวะเนี่ย

 

"คะ ครับ"

หัวใจผมนี่หล่นไปอยู่ตาตุ่มแล้วตอนน้องตอบกลับมาด้วยเสียงขาดห้วงขนาดนั้น ผมควรอุ้มมันใส่รถแล้วพาไปโรงพยาบาลไหม ใจคอไม่ดีเลยว่ะ

 

"มึงอยากอ้อนกูป่ะ?"

มันเบิกตากว้างขึ้นคงเพราะตกใจคำถามของผมก่อนจะกลับไปทำหน้าซึมๆเหมือนเดิม ผมเลื่อนมือไปลูบแก้มมันเบาๆดวงตากลบเลยช้อนขึ้นมองผมอีกครั้ง

 

"อ้อนได้เหรอ?"

 

"เออ จะอ้อนก็อ้อน กูอนุญาต"

ผมบอกน้องก่อนจะเบนหน้าไปทางอื่นเมื่อโดนดวงตากลมช่ำน้ำมองมาด้วยแววตาดีใจแฝงความออดอ้อนเอาไว้ แอบหวั่นใจเล็กๆว่าคิสจะกลัวผมที่แสดงออกมาขนาดนี้ แต่ถ้าสังเกตดีๆแล้วน้องคงไม่คิดว่าผมจะชอบผู้ชายด้วยซ้ำ ถ้าน้องคิดแบบนี้ได้ก็ดีผมจะได้มีโอกาสใกล้ชิดน้องมากยิ่งขึ้นไปอีก แต่พอถึงจุดๆหนึ่งที่ผมมั่นใจในความรู้สึกของตัวเอง ผมก็อยากให้มันคิดได้บ้าง

 

"อื่อ"

เสียงทุ้มของน้องครางในลำคอก่อนจะสัมผัสได้ถึงหัวทุยๆขยับขึ้นมานอนบนตักผม มันเอาแก้มนุ่มนิ่มแนบลงกับต้นขาผมก่อนจะออกแรงถูเบาๆ ยอมรับว่าจั๊กจี้แต่หัวใจกลับรู้สึกคันยุบยิบ ในช่วงชีวิตที่ผ่านไม่เคยมองผู้ชายด้วยกันว่าน่ารัก ก็จะมีแต่ไอ้คิสนี่ล่ะที่ทำให้ผมคิดแบบนั้น

 

"ผมอ้อนเยอะไปก็อย่าถีบผมนะ"

 

"เป็นเด็กคิดมากตั้งแต่เมื่อไหร่วะ กูอนุญาตเองกูจะถีบมึงทำไม"

ผมดีดหน้าผากมันไปเบาๆด้วยความเอ็นดู ดวงตาคมจับจ้องใบหน้าใสของคนป่วยไม่วางตา เด็กน้อยขี้อ้อนหลับตาลงอย่างวางใจก่อนปากซีดจะคลี่ยิ้มออกบางๆ ไม่นานนักลมหายใจเข้าออกของคิสก็สม่ำเสมอแสดงให้เห็นว่าน้องจมดิ่งสู่นิทราเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

ความเหนื่อยล้าบวกกับที่โดนละอองฝนทำให้ความอ่อนเพลียเข้าโจมตีผมช้าๆ ไม่นานนักดวงตาของคนเฝ้าไข้อย่างผมก็ปิดลง รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่ใครบางคนเอานิ้วมาจิ้มแก้มกัน

 

"ตื่นแล้วเหรอ?"

เสียงแหบๆถามกลับมาพร้อมกับที่ผมกำลังกระพริบตาเพื่อปรับโฟกัสให้ชัดขึ้น ใบหน้าของคิสอยู่ห่างจากผมแค่ไม่ถึงคืบ นี่น้องจะรู้ตัวไหมว่าระยะแค่นี้มันอันตราย แต่ผมก็ต้องพับความคิดเก็บไว้เมื่อคนตรงหน้าถอยหลังออกไปเพราะคิดขึ้นได้ว่าอยู่ใกล้กันมากไป

 

"อืม ตื่นนานหรือยัง?"

ผมขยับตัวออกจากหัวเตียงแล้วบิดตัวเบาๆเพื่อคลายความเมื่อยขบ ต้นขาข้างซ้ายชาหนึบรู้สึกเหมือนมีมดทั้งรังรุมไต่คงเป็นผลพวงจากการใช้ขาเป็นหมอนให้คิส

 

"ก่อนหน้าพี่จีบแป็ปเดียวครับ"

คิสฝืนยิ้มให้กันทั้งๆที่หน้ามันยังซีดอยู่ แต่อาการของมันน่าจะดีขึ้นแล้วเพราะสามารถนั่งทรงตัวอยู่ได้

 

"....."

ผมเงียบแต่เอื้อมมือไปแตะหน้าผากมัน ความอุ่นทำให้รู้ว่าไข้ลดลงไปแล้วไม่ตัวร้อนจี๋เหมือนเมื่อหลายชั่วโมงก่อน คิสดูจะตกใจกับการกระทำของผมจนน้องนิ่งค้างไป ผมยิ้มให้กับท่าทางนั้น ยิ่งมองยิ่งน่ารักน่าแกล้งว่ะ

 

"ไข้ลดแล้วนี่ หิวไหม?"

ผมเหลือบมองนาฬิกาที่ติดอยู่บนผนังห้องแล้วตกใจนิดหน่อย ตอนนี้เป็นเวลาเกือบสองทุ่มแล้ว ด้านล่างคงเตรียมปิดร้านเรียบร้อย คิสที่เหมือนดึงสติกลับมาได้พยักหน้าเบาๆก่อนจะลูบท้องตัวเองไปมาแล้วยิ้มแห้งส่งมาให้

 

"หิวแล้ว เมื่อเที่ยงก็ยังไม่ได้กินอะไร"

เสียงอ่อยๆดังขึ้นผมให้ผมคิ้วกระตุก แล้วทำไมต้อนขึ้นรถมาไม่บอกกันสักคำวะว่ายังไม่ได้กินข้าว แบบนี้มันน่าจับลงโทษให้เข็ดเถอะครับ

 

"ทำไมไม่บอกวะว่ายังไม่ได้กินอะไร มึงนี่นะ.." ทำให้กูเป็นห่วงอยู่เรื่อย ผมอยากจะพูดต่อแต่เก็บไว้ดีกว่า ผมส่งมือหนาไปผลักหัวมันเบาๆอย่างหมั่นไส้ก่อนจะได้รับสีหน้ายุ่งเหยิงพร้อมกับเสียงจิ๊ปากเบาๆกลับมา

 

"กลัวพี่จีบรำคาญนี่หว่า"

มันก้มหน้ามองมือตัวเองที่ตั้งอยู่บนตัก ผมเลิกคิ้วด้วยความสงสัยว่าผมจะไปรำคาญอะไรมันได้ก่อนจะเอื้อมมือไปจับไหล่ทั้งสองข้างของมันเอาไว้แล้วบีบลงเบาๆบังคับให้มันเงยหน้าขึ้นมามองกัน

 

"ไม่นึกว่ามึงจะเป็นเด็กคิดมากนะไอ้คิส"

 

"ไม่รู้ดิ แต่ก่อนก็ไม่เคยคิดอ่ะ ตั้งแต่รู้จักกับพี่จีบผมก็กลายเป็นคนคิดมากไปเลย"

มันว่าเสียงหงอยๆก่อนจะหลุบตาลงต่ำ แก้มขาวๆขึ้นสีชมพูระเรื่อ ความคิดในหัวกำลังตีกันว่าจะแกล้งต่อให้มันเขินหรือดีใจดีวะ สับสนฉิบหาย

 

"รู้จักกับกูนี่เป็นเรื่องดีหรือแย่วะคิส?"

ผมถามมันออกไปก่อนจะผละมือออกจากตัวมันแล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แต่ก่อนจะได้ทำอะไรต่อประตูห้องก็เปิดออกพร้อมร่างของซารังเดินเข้ามา เสื้อเชิ้ตสีขาวของน้องเปียกเหงื่อชุ่มจนแนบสนิทไปกับผิวเนื้อ เส้นผมสีดำเปียกลู่ เห็นแล้วก็อยากจะชอโทษที่ปล่อยให้ยุ่งวุ่นวายกันขนาดนี้โดยไม่ได้ลงไปช่วย

 

"พี่ไลค์ให้ขึ้นมาถามว่าพี่จะกลับบ้านหรือนอนที่ร้าน"

ซารังเอี้ยวตัวไปมองคนที่นั่งอยู่บนเตียงแล้วส่งยิ้มให้ ฝ่ายนั้นก็ยิ้มกลับมาให้เหมือนกัน อย่ามาส่งยิ้มหวานข้ามหัวกันนักสิวะ กูยืนอยู่ตรงกลางนะเว้ย นี่สูงจนจะถึงขอบประตูอยู่แล้วยังจะมองข้ามกันอีก

 

"นอนนี่ มึงรีบกลับไปเลยไป"

ผมตีหน้ายักษ์ใส่มันแต่ซารังไม่ได้กลัวเลยด้วยซ้ำ ใบหน้าหวานของมันยกยิ้มมุมปากส่งความเจ้าเล่ห์มาให้กันเต็มที่ อย่ามารู้ทันกูไอ้องครักษ์

 

"ผมไปส่งพี่คิสให้เปล่า?"

มันยักคิ้วกวนๆมาให้ก่อนจะเอี้ยวตัวไปส่งยิ้มพิมพ์ใจให้คนด้านหลังผมอีกครั้ง ไอ้นี่นิ มึงจะมากไปแล้วนะ มาทำสายตาเจ้าชู้ใส่ไอ้เด็กซื่อบื่อได้ยังไง ยิ่งโง่ๆตามใครไม่ทันอยู่ด้วย

 

"เสือกละไอ้องครักษ์ กลับบ้านไปไป๊ ไอ้แม่ทัพรอเหนียงยานแล้วมึง"

ผมผลักหัวมันไปหนึ่งที ไอ้ซารังเลยเบ้ปากใส่ก่อนจะเดินสะบัดตูดออกไปเงียบๆ แว่วเสียงไอ้แม่ทัพตะโกนเรียกซารังจากชั้นล่าง ไอ้ตีวดีก็ยิ่งกระทืบเท้าตึงๆแกล้งพี่ใหญ่มันให้ด่าอีกระลอก เอาจริงๆโคตรเพลียใจกับความเป็นพี่ใหญ่และน้องเล็กของมันสองคนจริงๆ

 

"พี่จีบ"

เสียงเบาหวิวดังมาจากด้านหลัง ผมหันหน้าไปมองก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถาม น้องอ้ำอึ้งอยู่สักพักก่อนจะช้อนตามองกันแล้วตั้งคำถาม

 

"มีธุระอะไรกับผมเหรอ?"

ผมเอ๋อไปชั่วขณะตอนที่มันถามว่าผมมีธุระอะไรกับมัน.. หาคำตอบไม่ทันเลยครับ เพราะจริงๆแล้วแค่อยากให้มันมานั่งเล่นที่ร้านเฉยๆ ขาดมันไปแล้วร้านดูขาดสีสันแปลกๆ แต่แล้วสายตาผมก็เหลือบไปเห็นแบบร่างแผ่นเมนูสำหรับลูกค้าอันใหม่ที่ยังไม่เสร็จดีเลยเกิดปิ๊งไอเดียบางอย่างขึ้นมา ผมสาวเท้าเข้าไปที่โต๊ะทำงานก่อนจะหยิบกระดาษเอสี่ส่งให้มัน คิสรับไปดูแล้วมองหน้าผมอย่างมีคำถาม

 

"อะไรครับ?"

คิสพลิกกระดาษในมือไปมาแล้วไล่สายตามองไปตามชื่อเมนูต่างๆบนกระดาษ ผมลอบยิ้มกับความสนใจของคนตรงหน้าแล้วดึงเก้าอี้ที่โต๊ะทำงานออกมานั่งไขว่ห้างมอง

 

"จะให้ช่วยออกแบบเมนูให้หน่อย"

ผมตีสีหน้าราบเรียบตอนที่น้องเงยหน้าขึ้นมาสบตากัน ดวงตากลมฉายแววฉงนก่อนปากซีดๆจะบ่นมุบมิบอยู่คนเดียวและยอมส่งเสียงออกมาในที่สุด

 

"ไม่เอาอ่ะ กลัวทำไม่ถูกใจ"

มันส่ายหน้ารัวเร็วพร้อมกับตั้งกระดาษร่างของผมไว้ข้างตัว ผมหัวเราะออกมากับท่าทางไม่มั่นใจในตัวเองของมัน ใช่ว่าผมจะโมเมหาธุระให้มันทำแบบลวกๆสักหน่อย ไอ้ภีมมันเคยเอางานออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์ของคิสมาให้ผมดูอยู่เหมือนกัน สวยใช้ได้เลย

 

"หัวเราะอะไรอ่ะพี่จีบ"

คนตรงหน้าหยุดส่ายหัวแล้วเอียงคอมองผมก่อนจะกระพริบตาปริบๆ ผมมองใบหน้าของมันก่อนจะยกยิ้มมุมปาก.. อยากจะบอกมันให้เลิกทำตัวน่ารักแบบนี้สักที นี่ไม่ได้ดูสภาพของตัวเองเลยหรือยังไงว่าเหมือนนางเอกหนังเอวีขนาดไหน ทั้งชุดที่ใส่ หุ่น ยกเว้นหน้าตาที่ยังมีความเป็นผู้ชายผสมรวมอยู่ในความน่ารัก

 

"มึงออกแบบมาก่อนเถอะน่า ถ้ากูไม่ชอบกูก็บอกให้มึงแก้เอง"

ดูเหมือนคำพูดของผมจะกำกวมเกินไปถึงได้ทำให้แก้มทั้งสองข้างของไอ้คิสแดงเถือกแบบนั้น คือแก้งานครับไม่ใช่แก้ผ้า ไอ้เด็กนี่คิดลึกแน่ๆ

 

"อื้อ กะ ก็ได้ แล้วเดตไลน์วันไหน?"

มันตอบเสียงอ้อมแอ้มและขยับมือลูบท้องตัวเองไปมา ผมว่าผมชวนมันคุยเพลินนะคงต้องพามันไปหาอะไรก่อนจะไปส่งที่หอแล้วล่ะนะ

 

"ให้เวลาสองอาทิตย์ พอไหม?"

 

"โอเคครับผม!"

มันรับคำแล้วยิ้มร่าก่อนจะไอออกมาเบาๆจนผมเผลอตัวเข้าไปลูบหลังมันซะอย่างนั้น จะห่วงอะไรมันมากมายวะกู ก็ผู้ชายเหมือนๆกันนะ ตอนไอ้ซารังป่วยไม่เห็นตัวเองจะกระตือรือร้นดูแลมันเลย ทีกับไอ้คิสนี่ทำตัวเป็นคุณหมอขึ้นมาเชียว

 

"ไหวป่ะวะ?"

 

"ไหวๆ ไปกินข้าว หิวแล้ว ~"

 

"เออๆ ไปก็ไป"



---------------------------------------------------------

 

Q & A กับ น้องคิส

Q : ตอนพี่จีบอนุญาตให้เราอ้อนได้รู้สึกยังไงบ้าง?

A : /ยกมือขึ้นกุมแก้มตัวเองทั้งสองข้าง เอ่อ..ก็ดีครับ แต่เขินมากกว่า -//-

Q : แบบนี้มีแอบหวั่นไหวกับพี่จีบบ้างหรือเปล่าน้า?

A : หวั่นไหวอะไรกัน! นั่นมายไอดอลผมนะ /หน้าแดงเถือกลามไปถึงหู




ตอนที่ 5 มาแล้วน้า ช่วงนี้เราคึกไปหน่อย 5555555 แต่หลังจากหยุดยาวแล้วคงไม่ได้อัพบ่อยนะ
เพราะต้องกับไปยุ่งกับงานแล้ว ฮือๆ ตอนนี้เป็นพาร์ทพี่จีบเนอะ เราก็ได้ล้วงความลับคุณอัศวินกันแล้ว
พี่เขาไม่มีอะไรมากหรอกนอกจากหาวิธีเนียนให้ได้เจอกับน้องคิส ธุระอะไรไม่เคยมีจริงๆหรอก

ปล. วันนี้เอาแฟนอาร์ตกากๆของพี่จีบมาฝากด้วย เราวาดเองล่ะฝีมือโคตรจะห่วยเลย 55555



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 94 ครั้ง

556 ความคิดเห็น

  1. #510 Mintty_ty (@Mintty1307) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2561 / 18:43
    อิพี่ เดี๋ยวววเถอะะะะะ
    #510
    0
  2. #493 coupshan (@coupshan) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 มีนาคม 2561 / 22:07
    อิพี่นี่ซึนจริงๆ
    #493
    0
  3. #449 Husky 'Baby (@srichisan) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2560 / 21:30
    น้องก็น่ารักเกิ้นนนน อิพี่มันเจ้าเล่ห์ขนาดไหนรู้ปะเนี่ย
    #449
    0
  4. #438 pookchotika (@pookchotika) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2560 / 16:25
    ไปเดทกันเลยค้าาาาาาาาา
    #438
    0
  5. #431 เต็นเทน (@darkpluslight11) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 กันยายน 2560 / 18:07
    น่ารักอะไรขนาดนี้
    #431
    0
  6. #396 Mook (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 14:04
    คนน้องก็ซื่อบื่อคนพี่ก็เจ้าเล่ห์55555
    #396
    0
  7. #354 Mistyblack (@Mistyblack) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 13:44
    อนุญาติให้จับจูบค้าาาา
    #354
    0
  8. #324 PuiPui--r (@PuiPui--r) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2560 / 10:56
    อิพี่ซึนๆส่วนน้องมึนๆ
    #324
    0
  9. #305 蛇。 (@inspirit-yeol) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2560 / 19:09
    ฮันแหน่!!!! ที่แท้มีความเนียนอยากเจอน้อง ฮันแหน่!!!!
    #305
    0
  10. #291 snowwy pcy 61 (@bamboobino61) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 13:48
    พี่จีบอ่อยๆๆๆๆๆๆ มาสิๆๆๆๆๆๆ55555
    #291
    0
  11. #87 tanwarattt (@tanwarattt) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 11:30
    ว่าน้องซื่อบื้อแล้วทำไมไม่บอกให้น้องหายซื่อบื้อคะพี่จีบ5555555
    #87
    0
  12. #15 xiaoyi๑ (@monticha123) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 / 15:33
    ตอนนี้เขินพี่จีบ สนใจก็บอกน้องเลยซิว่าสนใจ
    คิสซื่อ ตามพี่ไม่ทันหรอก
    ได้แต่แอบเขิน
    #15
    0
  13. #14 YuNNuTJae LoVe (@nuttynut) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 / 14:47
    อิพี่จีบมันร้าย!!! 555555
    #14
    0