คัดลอกลิงก์เเล้ว

Fanfic : The Star ๙ การจากลาที่งดงาม [main- อ้น*เชอรีน]

โดย -Bella-

เธอจากไปพร้อมความเจ็บปวดของเขา... // อินคะ เรา FC,อ้น*รีน เกิดอาการนอยด์ขั้นร้ายแรงและเรื้อรัง เลยแต่งมันซะเลยฟิคเมนคู่นี้: #บ่องตง เจ็บปวด TT ----ลองมาแลดูนะคะ

ยอดวิวรวม

1,882

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


1,882

ความคิดเห็น


9

คนติดตาม


16
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  5 พ.ค. 56 / 14:42 น.
นิยาย Fanfic : The Star èҡҷ觴 [main- *չ] Fanfic : The Star ๙ การจากลาที่งดงาม [main- อ้น*เชอรีน] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
 



ความทรงจำสีจาง - Plamy

 
 
#หมายเหตุ : ฟิคนี้แต่งขึ้นมาตามจินตนาการของผู้แต่งเท่านั้น เดอะดาวทั้งแปดไม่มีส่วนเก่วข้อง เราอาจะเอาโครงเรื่องมาจากเรื่องจริงที่เกิดขึ้น แต่พึงใช้วิจารณญาณลำรึกไว้ว่า ไอ้ที่มันโอเวอร์ เรามโนเองนะคะ...ผิดพลาดประการใด โปรดท้วงติง และขออำไพมา ณ ที่นี้ล่วงหน้า

*เราจะแต่งฟิคอื่น ๆ อีกหรือไม่นั้น
ไว้เราจะไปเม้นบอกในไอดีให้นะคะ
ช่วงนี้กำลังฟินเดอะสตาร์ อาจมีมาอีกคะ
แล้วก็ เม้นซักนิด คนแต่งจิตแจ่มใส อิอิ







 
Credit : Theme  >>>  Minor! <<<

เนื้อเรื่อง อัปเดต 5 พ.ค. 56 / 14:42


 

The star ๙ การจากลาที่งดงาม

[Main; Aon – Cherreen]

 

 

          วีคแรกของการแข่งขันของเดอะสตาร์ปีที่เก้า ได้จบลงแล้วในเวลาค่ำคืนนี้และในวันพรุ่งนี้จะเป็นวันที่คนไทยทั้งประเทศจะรู้ว่าใครจะเป็นหนึ่งคนที่ต้องออกจากบ้านไปก่อน ร้อยคะแนนเสียงในห้องส่งต่างเป็นหนึ่งคะแนนโหวตให้พวกเขามีกำลังใจในการแข่งขัน แม้ในครั้งนี้จะเป็นปีแรกก็ตามที่มีผู้ที่ไม่ได้คะแนนเลยจากร้อยเสียงในห้องส่ง แต่พวกเขาก็ต้องยอมรับและเตรียมตัวกับอนาคตที่จะตามมา

            เหล่าเดอะสตาร์พากันขึ้นรถตู้เพื่อเตรียมตัวกลับ ท่ามกลางแฟนคลับที่มาคอยมาส่งกลับเช่นวีคเปิดตัวในอาทิตย์ที่ผ่านมา อ้นขึ้นไปนั่งข้างเชอรีนเฉกเช่นทุกที ชายหนุ่มโบกมือลาแฟนคลับพร้อมรอยยิ้มละลายหัวใจก่อนที่ทีมงานที่นั่งข้าง ๆ จะปิดประตูรถ

            “พี่อ้นได้คะแนนใกล้กันอีกแล้ว” เสียงใส ๆ จากคนนั่งข้างดังเรียกชายหนุ่ม อ้นยิ้มกริ่มหันไปพูดกับเชอรีนว่า “บังเอิญตลอด ซี้ย่ำปึกละมั้ง เหอๆ”

            “เนอะ คึคึ”

            เสียงหัวเราะของสองพี่น้องอ้นกับเชอรีน ดังขึ้นที่เบาะหน้าสุดในรถตู้โดยสารเดอะสตาร์ปีที่เก้า พี่ทีมงานสองคนที่นั่งข้างไม่ห่างร่วมหัวเราะบางครั้งกับบทสนทนาของทั้งสอง เชอรีนหัวเราะได้ไม่สมกับเป็นผู้หญิงพอ ๆ กับอ้นที่ไม่ห่วงภาพพจน์ตัวเอง พี่ทีมงานมองดูอย่างเอ็นดูกับความเป็นธรรมชาติของทั้งสอง

            เชอรีนจ้องออกไปทางนอกหน้าต่าง “พี่อ้น ๆ ป้ายไฟพี่เยอะจัง” เธอพูดอย่างตื่นเต้น ขณะที่อ้นก็ยื่นหน้าไปมองใกล้ ๆ เธอดูจากจำนวนป้ายไฟแล้ววันนี้แล้วของพี่อ้นนี่เยอะสุด ๆ หรืออาจเป็นเพราะแฟนคลับอ้นมาอยู่ทางข้างหน้าต่างเธอมากหรือเปล่าไม่รู้ และที่แน่ ๆ ป้ายไฟเชอรีนอะ แทบไม่มีเลย...ฮ่าห์ น้อยใจ

            “ของเราก็นั่นไง ใกล้ ๆ กัน”

            อ้นบอกเมื่อส่องหาของเชอรีนแล้วเจออยู่ไม่ไกล

            “อุ้ย จริงด้วย ฮ่าๆ”

            “เราโบกมือแล้วแฟนคลับจะเห็นไหมอะ”

            “ไม่รู้ดิพี่ โบก ๆ ไปก่อน” เชอรีนบอก อ้นก็ทำตามแม้พวกเขาจะเห็นเหล่าแฟนคลับที่โบกมือมา แต่ไม่รู้ว่าแฟนคลับจะเห็นพวกเขาหรือเปล่าไม่รู้นั่น แต่พวกเขาก็โบกกันเอาเป็นเอาตายไม่ต่างกัน

            “นั่น ๆ เขาโบกเรากลับแน่เลย” อ้นร้องอย่างตื่นเต้น เชอรีนหัวเราะ

            “ใช่ ๆ พี่ดูสิ เอ้ย! เอาป้ายไฟมาจ่อด้วย ฮ่า ๆ

            แล้วสองพี่น้องก็หัวเราะอย่างสนุกสนาน จนสักพักที่ทั้งสองง่วนกับการโบกลาแฟนคลับ รู้ตัวอีกที รถก็ออกจากมูนสตาร์ เข้าสู่ถนนเส้นหลักเพื่อกลับบ้านเสียแล้ว

 

            ป้ายไฟลิบ ๆ ที่มองเห็นจากกระจกรถ เชอรีนมองตามอย่างมีความสุข แม้จะมีน้อยนิดแต่มันก็ทำให้สุขใจที่สุด... เธอไม่ใช่คนร้องเก่ง เต้นเก่ง หรือสวย แต่กำลังใจที่เธอได้รับและได้เห็น เธอก็อยากตอบแทนพวกเขาให้ได้มากที่สุด พวกเขายอมเสียสละเวลาตัวเอง เสียเงินตัวเองมาดูเธอ เธอจะไม่ลืมบุญคุณเลย

            หญิงสาวนั่งยิ้มกับตัวเองขณะมองวิวข้างทาง สักพักสายตาก็แลไปยังพี่ชายที่นั่งด้านข้างซึ่งทำท่าจะหลับแหล่มิหลับแหล่ ทำเอาเธอขำไม่น้อย แต่ก็ไม่ได้ส่งเสียงออกไปแต่อย่างใด ชายหนุ่มด้านข้างหรือพี่อ้น เธอรู้สึกว่าพักนี้เธอและเขาชอบมีอะไรให้คล้าย ๆ หรือใกล้กันอยู่เรื่อย เมื่อวันประกาศคะแนนกลางสัปดาห์ เธอก็คะแนนต่อเขา มาวันนี้คะแนนในห้องส่งก็ต่อเขาอีกแล้ว ไม่รู้ว่าหากเธอยังมีโอกาสได้อยู่ต่ออีกหนึ่งอาทิตย์ คะแนนเธอจะต่อเขาอีกไหมนะ ... และพอมานึกดูดี ๆ อยู่ใกล้กันก็ดีเหมือนกัน จะได้คุยกันสนิทดีฮี่ฮี่

 

            ครั้นคิดไปถึงตรงนี้ จู่ ๆ ใบหน้าหญิงสาวก็หมองลง ภาพและเสียงตอนประกาศคะแนนเสียงในห้องส่งรีเทิร์นเข้ามาในสมองอีกครั้ง เป็นความทรงจำที่ทำเอาเธอเศร้าไม่หาย เพราะคะแนนห้องส่งครั้งนี้ทำเอาเธอตกใจมากจริง ๆ เธอชื่นชมตั้มที่ได้รับคะแนนอย่างล้นหลาม แต่เวลาเดียวกันเธอก็เห็นใจบูรณ์ที่แม้แต่หนึ่งคะแนนเขาก็ไม่ได้มันมา ...เธอจะพูดกับพี่บูรณ์อย่างไรดีนะ เขาต้องการความสงสารหรือเปล่า เราต้องเห็นใจเขาระดับไหนกันนะ... ไม่สิ! เชอรีนปรามตัวเอง... เขาต้องการกำลังใจต่างหาก การที่ใครกำลังล้มหรืออยู่ในจุดที่ท้อแท้ พวกเขาไม่ต้องการความสงสาร พวกเขาต้องการโอกาสและกำลังใจมากกว่า ... เชอรีนตั้งมั่นกับตัวเองก่อนจะเสมองข้างตัวอีกครั้ง

            “พี่อ้น” เธอเรียกชายหนุ่มที่นั่งทำหน้าหลับใน

            “หะ ๆ” อ้นสะดุ้งและหันมองไปมา “หลับซะแระ ตื่น ๆ” หญิงสาวขำในท่าทีของชายหนุ่ม เธอยกมือขึ้นนวดขมับให้เขาพร้อมเอ่ย “ตื่นเถิดชาวไทย อย่ามัวหลับในตอนนี้”

            “งืม งืม เหอ ๆ”

            เธอว่าอ้นคงไม่ไหวแล้วละนะ

            “พี่นี่ละน้า คราวหน้าก็เพรา ๆ ลงบ้าง กระแทกซะขนาดนั้น ขนาดพี่ม้ายังสะอึก พี่ไม่เหนื่อยก็ให้มันรู้ไป เอ้าหลับไปละกันเดี๋ยวหนูปลุก”

            ว่าแล้วหญิงสาวก็กลับมานั่งท่าเดิม ปล่อยให้ชายหนุ่มสัปหงกต่ออย่างไม่คิดจะกวน

 

            ...ผู้ชายอะไร ขี้เซา...

 

 

           

            “พี่บูรณ์ ไม่เป็นไรนะ” คริสเอ่ยขณะวางของที่แฟนคลับเอามาให้ลงบนโซฟาในบ้าน ทุกคนที่พากันเดินเข้ามา พากันเงียบแต่ก็ทำกิจกรรมของตน คือวางของและเตรียมตัวจะขึ้นนอน บูรณ์หันมองคริสแววตานิ่งเฉย ก่อนจะพาตัวเองนั่งลงกับโซฟา คริสเดินตามไปนั่งด้านข้างเมื่อเห็นว่าพี่ชายเริ่มจะไม่ปกติ

            อ้น ดิว เชอรีน แบมบี้ ตั้มและดี พากันเดินมาหาบูรณ์และคริสทันทีเช่นกัน พวกเขาพากันเงียบและปล่อยให้บูรณ์สงบสติอารมณ์ตัวเอง ...เชอรีนมองบูรณ์ด้วยใจที่เจ็บปวด เพราะตอนนี้ดูก็รู้แล้วว่าเขาเป็นอะไร และกำลังคิดเรื่องอะไรอยู่ ...ทางเธอนั้นก็เหมือนจะขาดอากาศหายใจไปตาม ๆ กัน ...ในตอนนั้นหากเปลี่ยนเธอเป็นเขา เธอคงทนอยู่ต่อหน้าแฟนคลับได้ไม่ถึงตอนนี้เป็นแน่

            เธอเสียใจแทนเขามากมายเหลือเกิน ผู้ชายตรงหน้าเธออดทนจนตอนนี้จะระเบิดอยู่แล้ว...

            หญิงสาวจับแขนอ้นไว้ ขณะที่เห็นว่าน้ำตาของบูรณ์กำลังรินไหล แม้ไม่มีเสียงสะอื้นจากคนตรงหน้า แต่เธอก็รู้ว่าน้ำตานั้นมันประกายความเจ็บปวดแค่ไหน อ้นมองเพื่อนรักอย่างอึ้ง ๆ เขายกมือจับมือเชอรีนไว้และบีบปลอบใจ ก่อนจะเดินละไปนั่งข้างบูรณ์ ในขณะที่ตอนนี้คริสถึงกับร้องไห้ตาม

            “กูอยู่นี่ พวกกูอยู่นี่ ปล่อยออกมาให้หมดสิ”เขาพูด

            “กูทำดีที่สุดแล้ว ฮึก แต่...มันแย่มากสินะ ฮึก”

            เสียงสะอื้น มากับคำตัดพ้อ อ้นโอบไหล่เพื่อนไว้และลูบปลอบใจ

            “ไม่ มันไม่แย่เลยพี่” คริสเอ่ยตอบเสียงสั่นเครือ

            “ใช่พี่ ถึงจะแย่ในสายตาใคร แต่ไม่แย่ในสายตาหนู พี่อย่าร้องนะ” เชอรีนเอ่ยอีกคน เธอนั่งลงตรงหน้าบูรณ์พร้อมกับปาดน้ำตา

            ตอนนี้ทั้ง ดิว แบมบี้ ตั้ม ดี ต่างพากันเข้ามาใกล้และพูดปลอบใจ

            กำลังใจจากเพื่อน ๆ และน้ำตาที่ไหลรินด้วยกันของเพื่อน บูรณ์ซึมซับมันและค่อย ๆ สงบจิตใจลง ก่อนที่อ้นจะพูดกับเขาและทำให้เขามีสติมากขึ้น

            “ไม่มีใคร แต่ยังมีพวกเรา แม้จะมีน้อยนิดแต่มึงรู้ไหม กำลังใจน่ะมันไม่ต้องออกเสียงให้มากหรอก ขอแค่มึงรับรู้ด้วยใจว่ายังมีพวกกูเป็นกำลังใจ มึงก็จะรู้ว่ามันมากพอ เรามาเริ่มต้นใหม่ด้วยกันเชื่อกู กูว่ามึงทำได้ เข้มแข็งไว้พวกเราอยู่ข้าง ๆ มึง ...เราเป็นเพื่อนกันนะเว่ย

            แม้เราจะมาแข่งกัน แต่มึงก็รู้นี่ว่านี่มันแค่เริ่มต้น เวทีแท้จริงคือวงการบันเทิงที่เราจะเข้าไปด้วยกันหลังจากนี้ต่างหาก วันนี้เราล้ม เราก็ต้องทำให้เขาเห็นสิวะ ว่าต่อให้ล้มกี่ครั้งเราก็ยังลุกขึ้นได้ แม้มึงจะเหลือแค่กำลังใจจากครอบครัวมึง มึงก็ต้องลุกให้ได้ ... มึงสมัครเดอะสตาร์ตั้งสามรอบมึงยังทำได้ ทำไมแค่นี้จะทำไม่ได้ เสียใจกับมันแล้วทิ้งมันไว้ข้างหลังซะ...สู้ สู้ไปกับพวกกู”

           

            ใช่... กำลังใจไม่จำเป็นต้องออกเสียง แม้มีน้อยนิด แต่หากรับรู้ด้วยใจ มันก็มากเกินจะพรรณา...

 

            เชอรีนฟังคำพูดอ้น ก่อนจะยิ้มทั้งใจ เธอและเพื่อน ๆ ซาบซึ้งไปกับคำพูดของอ้น และรับรู้ว่าการแข่งขันนั้น สร้างมิตรภาพ ไม่ใช่สร้างศัตรู...

 

            ใช่แล้วแม้วันนี้ทุกคนจะล้มแต่พวกเขา จะก้าวไปด้วยกัน

 

 

 

 

            วันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๕๖

            หลังจากที่เมื่อคืนทุกคนได้ปลดปล่อยอารมณ์เศร้าและกลับมาฮึกเหิม ตอนนี้ก็เช้าแล้วถึงเวลาที่ต้องมาหาข้าวกินและเติมพลังงานกันเสียหน่อย เพื่อจะได้รับกับเรื่องในอนาคตที่จะถึงในไม่ช้า อ้นอ้าปากหาวหวอด ๆ ขณะเดินลงบันได และกำลังจะเลี้ยวเข้าห้องครัว

            แฮ่!

            จู่ ๆ หญิงสาวหน้าตาหวาน ปากนิดจมูกหน่อย ผิวขาวยองใย น้องสาวซุปเปอร์สตาร์แห่งเอเชีย ก็โผล่หน้าออกมาหลอกเขา เธอหลบอยู่ส่วนไหนของห้องครัวกันนะ เขาก็ตกใจนิดหน่อยนะเนี่ย

            อ้นมองหญิงสาว ก่อนจะหัวเราะขำ ๆ ทำเอาคนหลอกอย่างเชอรีนรู้สึกเหมือนโดนแกล้งเสียเอง ...นี่พี่อ้นจะไม่ตกใจเลยใช่ไหมเนี่ย

            “ตื่นเช้านะเรา เมื่อคืนหลับจนอิ่มสินะ ถึงคึกขนาดเนี้ย”

            เชอรีนทำหน้ายู่กับคำพูดอ้น

            “พี่อ้นเหอะ อาบน้ำยังเนี่ย”

            เธอว่าพร้อมทำจมูกฟุดฟิด อ้นชะงักหันมองน้องสาว “ก็...ยัง”

            ได้ฟังคำตอบ เชอรีนก็ทำท่าบีบจมูกทันที แต่ก่อนที่เธอจะได้พูดอะไรออกมา อ้นก็เดินเข้ามาใกล้และเอามือจับหน้าเธอไว้ เล่นเอาเธอถึงกับตกใจและร้องลั่นยามที่เขาบอกว่า

            “เอาไปเลย เชื้อโรค เหม็นนักใช่ไหมน้องคลอรีนปราศจากเชื้อโรค ฮ่า ๆ ๆ”

            “ม่ายยยยยย”

            เชอรีนถึงกับกรีดร้องหน้าเหวอก่อนวิ่งหนีไปพร้อมกับกรี๊ดลั่นบ้าน ปล่อยให้อ้นยืนหัวเราะเป็นบ้าเป็นหลังที่ได้แกล้งคนยามเช้า เหอ ๆ แบบนี้ก็ตื่นดีเหมือนกัน...หึหึเป็นไงละเจอแบคทีเรียอ้นเข้า น้องคลอรีนถึงกับกรี๊ดเลย...

            และหลังจากที่เชอรีนวิ่งออกไป ชายหนุ่มก็ต้องกลับมาคิดกับตัวเองว่า

            “เราก็อาบน้ำแล้วนี่หว่า จะหลอกน้องไปทำไมวะเนี่ย เหอๆ”

            เราเองก็โรคจิตใช่เล่นแฮะ....

 

            เชอรีนที่วิ่งหนีมา เธอวิ่งมาเจอกับดิวและคริสตรงบันไดทางขึ้นชั้นสองพอดี ทั้งสองทักเธอด้วยความสงสัยว่าเธอวิ่งหนีอะไรมา แต่เชอรีนก็บอกกลับไปแค่ว่า

            “เจอเชื้อโรคหมายเลขสอง”

            ก่อนจะเดินไปนั่งเปียโนเล่นด้วยอาการหน้าแดงตัวสั่น?

            ใครจะไปบอกกันละว่าโดนพี่อ้นจับแก้มมา เดี๋ยวก็พากันแกล้งเธอเหมือนเขาอีกหรอก คนแถว ๆ นี้ยิ่งชอบแกล้งชาวบ้านกันอยู่ พี่ดิวกับพี่ตั้มก็ใช่ย่อย แม้คริสจะดีหน่อยก็เถอะ...เพราะถ้าขืนคริสแกล้งเธออีกคนนะ เธอต้องหาด้ามไม้กวาดมาไล่ฟาดทีละคนแน่ ๆ

            หญิงสาวนั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อย ดีดเปียโนเล่นไปมาเหมือนเด็กสิบขวบและทำหน้าแดงไปด้วย โดยไม่รู้เลยว่ามีชายหนุ่มสองคนยืนมองด้วยความสงสัย เดี๋ยวเธอก็ยิ้มเดี๋ยวก็ทำหน้ามุ่ย ทำเอางงไปตาม ๆ กัน ตกลงเธออายุสิบแปดหรือสิบขวบละนั่น...และที่น่าสงสัยคือเธอไปเจออะไรที่ห้องครัวมากันแน่นะ พวกเขาอยากรู้เสียจริง

            ความตั้งใจของสองหนุ่มที่ยืนมองหน้ากันและพร้อมใจจะเดินไปห้องครัวบังเกิดขึ้น แต่ไม่ทันไรก็ต้องปิดตัวลงเมื่อจู่ ๆ อ้นก็เดินออกมาจากห้องครัวพร้อมขนมปังในมือปากที่เคี้ยวไม่หยุด ทำเอาความอยากรู้ว่ามีอะไรอยู่ในครัว ได้คำตอบโดยไม่ต้องเข้าไป ทั้งสองมองอ้นไปมาสลับกับเชอรีนที่หันมาทำหน้ามุ่ยพอดี ทางอ้นก็กินขนมปังไม่สนใจชาวบ้าน ทำเอาคริสถึงกับขมวดคิ้วพลางคิดว่า

            ...เชื้อโรคหมายเลขสอง...

            คือพี่อ้นแน่ ๆ

            “พี่อ้นอรุณสวัสดิ์ครับ” คริสทักอ้นที่ยืนเคี้ยวขนมปังอย่างเอร็ดอร่อยราวกับอยู่ในโลกส่วนตัวให้หันมาสนใจตัวเอง อ้นเหลือบตามองพร้อมส่งเสียงในลำคอว่ารับรู้ ขณะเดินมาหาคริส

            “พี่รู้ป่ะ เชื้อโรคหมายเลขสองคืออะไร” ดิวถามอ้น ขณะเหล่มองเชอรีน

            คนโดนถามขมวดคิ้วงง...อะไรของดิวมันหว่า เชื้อโรคพันธุ์ไหนฟ่ะนั่น ...อ้นที่ความรู้สึกช้า ยืนทำหน้า Blank กับคำพูดดิวแม้ปากจะไม่หยุดเคี้ยว แต่อาการอ้นก็ส่อให้คริสและดิวรู้ว่า อ้นนี่ความรู้สึกช้าและซื่อบื้อไม่น้อย

            คริสกับดิวเองพอเดาคำพูดเชอรีนได้ว่า เชื้อโรคหมายเลขสอง หมายความว่ายังไง เพราะหมายเลขสองในเดอะสตาร์ ก็อ้นนั่นไง แต่เชื้อโรคนี่...ไม่รู้ว่าอ้นไปทำอะไรเชอรีนเข้า

            “เห็นเชอรีนมันบ่น ๆ และกรี๊ด ๆ ว่าเชื้อโรค ๆ ก่อนจะไปนั่งจิ้มเปียโนนั่นเหมือนเด็กสิบขวบนั่นอะ” ดิวว่าบ้าง เสียงดิวที่ไม่เบาเรียกสายตาเชอรีนให้ค้อนขวับ

            ...พี่ดิว พูดอะไรอ่ะ!

            อ้นหันมองตามที่ดิวพูด ทันทีที่สบตากับเชอรีนเท่านั้นแหละ ก็เกิดอาการอยากแกล้งต่อทันที...อะฮ้า มาอยู่นี่นี่เองน้องคลอรีน ทางอ้นแม้จะยังไม่เข้าใจคำพูดดิว แต่ตัวเขาเองก็ทำเอาหลายคนเข้าใจว่าเชื้อโรคคืออะไรยามที่อ้นเอ่ยปาก

            “อ้าว น้องคลอรีนไร้แบคทีเรีย ระวังเชื้อโรคติดนิ้วนะครับ เมื่อคืนพี่เล่นเปียโนแล้วลืมเช็ดให้สะอาดอะ”

            ทำเอาทั้งคริส ดิว และอ้นพากันหัวเราะแทบจะทันที เพราะหลังจากที่อ้นพูดจบเชอรีนก็ถึงกับเหวอ ไม่พอมือยังเด้งจากแกรนด์เปียโนอย่างไวราวกับต้องของร้อน เสียงหัวเราะของสามชายหนุ่มทำเอาหญิงสาวได้แต่ครางไม่เป็นศัพท์ ซึ่งเวลาเดียวกันที่ บูรณ์ แบมบี้ ดี และตั้ม เดินเข้ามาสมทบทีละคน ดิว คริสพากันส่ายหัวไปมา ขณะที่อ้นค่อย ๆ เดินไปหาเชอรีนอย่างมุ่งร้าย

            เชอรีนรีบลุกจากเก้าอี้และเดินไปหยิบหมอนมาขว้างใส่อ้นไม่ยั้ง

            “ออกไปเชื้อโรค ออกไปแบคทีเรียกรกฎ อย่ามาจับนะ กรี๊ดดดดดด”

            “อะไร จู่ ๆ มารังเกียจพี่ ทีเมื่อวานละมาจับแขน โด่”

            “เมื่อวานเชอรีนก็สกปรกนี่ เย้ยย ออกไปนะ”

            หญิงสาวร้องกรี๊ด เมื่อจู่ ๆ อ้นก็ยื่นมือไปแตะแขน ชายหนุ่มหัวเราะหึ ๆ ในลำคอเหมือนคนโรคจิต ก่อนจะส่ายหัวเบา ๆ

            “อาบแล้วคร้าบอาบแล้ว เนี่ย! ฆ่าแบคทีเรียไปเก้าสิบแปดเปอร์เซนต์แล้วนะ อีกสองเปอร์เซนต์ติดอยู่ที่ขนแขนอะคับ มันบอกว่าเดี๋ยวไป ไม่เชื่อมาถามเลย” อ้นว่าพร้อมยื่นแขนไปทางเชอรีนเรียกเสียงหัวเราะ จากเหล่าเดอะสตาร์

            ดูเหมือนว่านี่จะเป็นจำอวดรอบเช้าของพี่น้องคู่นี้

            มีให้ได้เห็นทุกวี่ทุกวันจริง ๆ

            มันเป็นความคิดที่คิดตรงกันเกือบทุกคน และทางเชอรีนเองก็ขำเล็กน้อยกับคำพูดกวน ๆ ของคนตรงหน้า...เธอยิ้มแก้มตุ่ยก่อนจะขว้างหมอนไปอีกใบ คือความจริงแล้วเธอโวยวายไปงั้นแหละนะ เพราะฝ่ายเธอก็ซกมกใช่ย่อยต่างกับอ้นที่ไหน แต่ที่โวยเนี่ยเพราะเขินต่างหาก พี่อ้นบ้าอ่ะ จะมาจับตัวเธอ ...ทะลึ่ง เดี๋ยวก็ฟ้องพี่คุณซะหรอก ชิชะ...

            หกคนที่เหลือที่อยู่ฟังบทสนทนาไร้สาระของทั้งสอง ค่อย ๆ พากันไปหาอะไรกินและเตรียมตัวเข้าคอสท์ร้องเพลง ทิ้งไว้ให้สองคนตื่นเช้าเถียงกันไปมาหงุงหงิง

            “แง่งง  เดี๋ยวงับเลยนี่ พี่อ้นอ่ะกินไรไม่แบ่ง”

            “ก็วิ่งออกมาก่อนเองนิ ไปเอามากินดิ๊”

            “โด่ ไรอะคราวหน้าอย่าลืมเผื่อนะ” หญิงสาวเริ่มทำหน้ายุ่ง

            “คร้าบ ๆ ผมจะไม่ลืมเลยครับคุณเชอรีน” เขาเลยทำหน้าพินอบพิเทาตอบเสียเลย

            “เหอะ ขนลุกอ่ะ”

            “คึคึ”

            ชายหนุ่มหัวเราะเล็กน้อย สายตาเอ็นดูมองหญิงสาวได้สักพัก ก่อนที่จะเปลี่ยนสีหน้าเป็นนิ่งเฉยอย่างรวดเร็ว เชอรีนทำท่าจะพูดต่อแต่ก็ต้องเงียบลง เมื่อจู่ๆ ก็เห็นว่าอ้นทำหน้านิ่งเกินปกติ เมื่อกี้พี่อ้นทำหน้าตาโรคจิตอยู่แท้ ๆ แต่ตอนนี้ดันเปลี่ยนโหมดไปซะและ และไม่พออ้นก็ทำท่าจะเดินไปทางอื่นเสียอย่างนั้น

            “พี่จะไปไหนอ่ะ” เชอรีนเรียกชายหนุ่มที่ถือหมอนที่เธอเขวี้ยงไปไว้กับตัวทันทีที่เห็นว่าจู่ ๆ ก็เลิกแกล้งเธอ และทำท่าจะเดินหนีไปเสียดื้อ  ๆ อ้นหันมองกลับมา ชายหนุ่มเอ่ยออกมาเสียงเรียบว่า

            “ไปเยี่ยวครับ” ว่าเสร็จก็เดินไป ทิ้งให้เชอรีนได้แต่อ้าปากค้าง ... คนจะไปเข้าห้องน้ำเขาทำหน้าแบบนั้นเหรอเนี่ย!!

 

           

 

            (หมายเหตุ : นี่คือจินตนาการ เพลงอำลาเรามั่วเอง อย่าได้คิดอะไรจริงจังนะจ๊ะ)

            มื้อเช้าของเหล่าเดอะสตาร์ผ่านพ้นไป ตอนนี้ก็ถึงเวลาฝึกซ้อมร้องเพลงของใครของมันที่เตรียมไว้เผื่อตนเองได้ออกเป็นคนแรก

 

            บูรณ์นั่งฟังไอพอดพร้อมฮัมเพลง ความรู้สึกของวันนี้ (FELT- Lomosonic) ไปพร้อมกับใบหน้าเศร้าที่ยังหลงเหลือจากเมื่อวาน ซึ่งมันก็เข้ากับเพลงได้ดีเหลือเกิน ชายหนุ่มบอกกับตัวเองว่า...แม้วันนี้เขาจะเป็นคนที่จากไปแต่อย่างน้อยเขาก็ขอทำมันให้ดีที่สุดแม้จะเป็นเพลงจากลา

            ฉันคิดถึงเธออยู่...ทุกช่วงเวลาที่ยัง หายใจ

          ฉันคิดถึงเธออยู่...แม้รู้ว่ามันอ่อนแอ เหลือเกิน

          คือสิ่งเดียวที่ฉันนั้นรู้สึก

          แม้จะเนิ่นนานเท่าไร

 

           

            ทางเดียวกันที่เสียงกีตาร์แผ่ว ๆ กับเสียงร้องคลออันเป็นเอกลักษณ์ของหนุ่มเหนือผู้รักเสียงเพลง อ้น กรกฏ หมายเลข 2 ก็ดังขึ้นที่ระเบียงห้องนั่งเล่นชั้นสอง ชายหนุ่มดีดกีตาร์มองวิวด้านนอกที่เป็นหมูบ้านหรูหลายหลังด้วยแววตาเหม่อลอย เพลงที่เอ่ยเอื้อนออกมาของชายหนุ่มคือเพลง อยากให้เธอได้ยินหัวใจ ของวง Yes ‘sir Days (Feat. ฟิล์ม บงกช) ...ชายหนุ่มหลับตาพริ้มร้องคลอราวกับตกอยู่ในภวังค์           

          อยากให้เธอได้ยินเสียงในหัวใจ

          ว่ามัน ...รักเธอแค่ไหน

          แต่ก็ไม่รู้ต้องทำยังไง ให้เธอได้รับฟัง

          อยากให้เธอได้ยิน ทุกความรู้สึก

          ส่วนลึกในใจของฉัน ว่ารักเธอ

          รักเธอคนเดียว แต่ฉันไม่รู้จะพูดอย่างไร

 

 

           

            พูดได้ว่าในเวลานี้ บรรยากาศของเสียงเพลงที่ดังคลอในบ้านเดอะสตาร์ มันทั้งเต็มไปด้วยความเศร้าและความหวัง แต่บนความหวังก็ยังมีความสนุกสนาน ความสนุกสนานที่ว่าก็มาจากสามสาวของบ้านนั่นเอง

            ดี ดีลิเลียน เชอรีน และแบมบี้ ทั้งสามคนตอนนี้กำลังผลัดกันร้องเพลงและช่วยกันคอรัสอย่างสนุกสนานอยู่ในโซนที่นั่งเล่นของบ้าน ซึ่งจะมีแกรนด์เปียโนไว้ให้เล่นซับพอร์ทเสียงให้  

            ฝนก็เทหัวใจ ก็เซเหว่ว้านะเออ

          ฟ้าฝนแกล้งกันอย่างนี้เสมอ

          รังแกคนเหงาทำไม...

         

          เมื่อความคิดถึงมาพร้อมกับฝน

          ส่งถึงใครบางคนเมื่อฝนเป็นสาย

          ไม่รู้เลยว่าเธอติดฝนอยู่ไหน จะเปียกฝนรึเปล่า กังวลอยู่นะ

 

          เสียงหัวเราะและเสียงเพลงดังครึกครื้นจนทำให้บรรยากาศในบ้านไม่เงียบเหงานัก ทำเอาดิวที่นั่งอยู่ไม่ไกล ต้องหันไปหัวเราะเสียไม่ได้ ...อย่างน้อยก็เฮฮาละนะ

            น้องดีที่เปรียบเสมือนน้องสาวของเขา เธอกำลังเต้นเหย็ง ๆ สมวัย ทำให้อดคิดไม่ได้ว่าหากเธอโตกว่านี้เธอจะเป็นอย่างไรนะ เสียงเธอคงเทพกว่านี้น่าดู ...ดิวขำเล็กน้อย ก่อนที่สายตาจะจ้องไปยังแบมบี้ที่นั่งใกล้ ๆ ไม่ห่าง สาวสวยของบ้านลูกสาวนางงามหรือแบมบี้ เธอกำลังนั่งโยกไปมากับเพลงป๊อปที่ร้อง รายนี้นี่สนิทกับเขาพอสมควรเลย...เรียกยายแบมบี้ยังได้แถมยังเล่นหัวกันได้สบาย พูดได้ว่าซี้พอดู

            ส่วนอีกคน เชอรีน

            ดิวที่มองไปยังเชอรีน ใบหน้าคมกำลังจะปรากฎรอยยิ้มแต่ก็ต้องชะงัก เพราะเชอรีนที่กระโดดโลดเต้นอยู่ดี ๆ เธอกลับก้มลงและสะบัดผมขึ้น ทำเอาคอเสื้อของเธอมันเผยให้เขาเห็นอะไรต่อมิอะไร ทำเอาดิวเกือบลืมหายใจ ฮู้ว! เกือบไปแล้ว ดีนะที่เขาไหวทัน...ดิวสูดลมหายใจเข้า กลืนน้ำลายลงคอ กระพริบตาสะกัดอารมณ์ ก่อนจะค่อย ๆ หันกลับไปมองอีกครั้ง ชายหนุ่มยิ้มไปยกหลังมือถูจมูกตัวเองไปขณะที่มองเชอรีน

            เด็กสาวหน้าใส ยิ้มตลอดวัน หัวเราะตลอดศก เธอที่ดูสดใสตลอดเวลา ทำเขาอดไม่ได้ที่จะคิดว่าเธอนั้นเหมือนเกิดมาจากความสดใส เพราะยามใดที่มองเธอแล้ว มันมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก

            ครั้นคิดมาถึงตรงนี้ หน้าดิวก็แดงขึ้นกระทันหัน อาการร้อนหน้ามันแล่นมาอย่างไร้สาเหตุ

            ให้ตายสิ...มองเชอรีนทีไร ทำไมต้องหน้าแดงทุกทีเลยวะ

            แล้วก็นั่นอีก พอเห็นคริสไปสนิทสนมกับเชอรีนมากกว่าเขา อดอิจฉาไม่ได้...เขาก็อยากสนิทบ้างเหอะ

 

            เห้ย!

 

            ไม่ได้ ๆ นี่เขาคิดอะไรอยู่วะ

            ดิวรีบส่ายหัวเรียกสติตัวเองกลับคืนมา ก่อนจะหันกลับมาจ้องเนื้อเพลงในมืออีกครั้ง ...สนุกกับเพลงสาว ๆ อยู่ดี ๆ คิดอะไรพิลึกซะงั้น ดิวปรับลมหายใจตัวเองก่อนจะตั้งต้นฮัมเพลงใหม่ กับท่าทางตลก ๆ ของดิวมันทำให้ตั้มที่นั่งกอดหมอนฮัมเพลง แพ้คำว่ารัก อยู่ไม่ห่าง อดปรายตามองอย่างมีเลศนัยเสียไม่ได้

            “เป็นไรพี่ดิว” ตั้มถามด้วยนัยน์ตาพราวระยับ

            เมื่อกี้น่ะ ใช่ว่าเขาจะดูไม่ออกนะ ว่าพี่ดิวมองเชอรีนยังไง...หึหึ

            “เปล่า ๆ มึนหัวนิดหน่อยน่ะ”

            “เหรอออ...” ตั้มลากเสียงหน้ากวน ๆ

            ดิวหันมองตั้ม พลางคิดว่าเมื่อกี้ไอ้น้องชายันลากเสียงทำไม...เหมือนตั้งใจกวนประสาท แต่เขาก็ไม่คิดอะไรต่อให้มาก หันเหความสนใจเข้าเรื่องการร้องแทน  

            “ตั้ม ฟังพี่ร้องเพลงหน่อยดิ เผื่อมีตรงไหนต้องแก้”

            เขาบอกตั้ม เขาคิดว่า...การที่ตั้มได้คะแนนเยอะ มันต้องเป็นเพราะว่าเขามีดีอะไรอยู่ ให้ตั้มช่วยก็น่าจะโอเคในระดับหนึ่ง ส่วนทางตั้มที่ถูกร้องขอ ก็เปลี่ยนจากท่านอนสบายมานั่งอย่างคนปกติ เขาถอดหูฟังออกพร้อมกับเตรียมตัวฟังดิวอย่างตั้งใจ ยอมละเรื่องโมเมนต์ที่แอบเห็นเมื่อกี้ไปก่อน

 

            ดิวจัดการเริ่มเพลงตัวเองด้วยท่อนแรกของเนื้อเพลง (เพลงอยากเป็นคนนั้น AB normal)

           

            เธอไม่เคยจะรู้ และไม่เคยเข้าใจ

          สิ่งที่ตัวฉันเองต้องทนเก็บไว้ภายใน ที่มันอยู่ในใจฉัน

          เธอไม่เคยจะเห็น และไม่เคยได้ยิน

          แต่ละหยดน้ำตาที่มัน ต้องไหลโรยริน นองอยู่ในหัวใจ

           

            “จังหวะพี่จังหวะ” ตั้มเสริม ขณะที่ดิวยังร้องไปเรื่อย ๆ

           

          เพราะฉันนั้น รู้สึกกับเธอมากไป

          รู้สึกกับเธอทั้งใจ แต่ก็รู้เป็นไปไม่ได้

 

            อยากเป็นคนนั้น คนที่เธอรักกันด้วยหัวใจ
          อยากเป็นคนนั้น คนที่เค้าได้มีเธอข้างกาย

 

          “ต่ำหน่อยครับพี่”

 

            อยากจะทำทุกทาง เพื่อให้เธอหันมองและสนใจ
          แต่ไม่รู้ต้องทำยังไง ไม่รู้ต้องทำแค่ไหน เธอจะรักกัน...

           

            “โอเคเลย...” ตั้มร้อง ก่อนที่ดิวจะหยุดลงบ้าง

            “ท่อนนี้พี่กะจังหวะไม่ค่อยได้ แต่ท่อนฮุคอีกรอบต้องสูงกว่านี้สินะ” ดิวถามอย่างเป็นการเป็นงาน ก่อนจะขีด ๆ บางอย่างลงในกระดาษ เวลาเดียวกันที่จู่ ๆ ตั้มก็นึกเรื่องก่อนหน้านี้ได้ เหมือนได้จังหวะจึงถามขึ้นว่า

            “เมื่อกี้มองเชอรีนแล้วหน้าแดงด้วยนะพี่ เป็นไรครับ?”

            ปึด!

            เส้นดินสอแกว่งไปอีกด้านทันใด มันทำเอาดิวถึงกับสะดุ้งกับคำถามที่โคตรจะตรง เขาเงยหน้ามองตั้มที่ยิ้มกวน ๆ มาให้ ในใจตอนนี้เต้นตึก ๆ เหมือนอกจะระเบิด เมื่อกี้ก็อุตส่าห์สงบมันไว้แล้วเชียว เจ้าตั้มดันมาทำให้หัวใจมันเต้นผิดปกติซะงั้น ดิวกลัวว่าตัวเองจะเผลอพูดอะไรออกไปเหลือเกิน...จะตอบยังไงดีละเนี่ย ดิวอ้าปากค้างเล็กน้อย วางกระดาษในมือข้างตัว คิดหาคำพูดแก้ต่าง แต่ยังไม่ทันอ้าปาก คริสก็เอ่ยทักมาแต่ไกลราวกับเป็นเจ้าชายขี่ม้าขาวมาช่วยดิวได้ทัน

            “พี่ ๆ ร้องด้วย”

            คริสนั่งลงข้างดิว “เพลงเกิดมาแค่รักกัน ฟังให้หน่อยดิ” และพูดโดยไม่ดูว่าดิวและตั้มกำลังทำอะไร แต่ดิวกลับโล่งใจเป็นที่สุด เขารีบชิ่งไม่ตอบหันไปสนใจคริสแทนอย่างไว ทำเอาตั้มได้แต่เซ็งเป็ดไปตาม ๆ กัน ขณะเดียวกันที่อ้นก็เดินมานั่งด้วย ผู้ชายคนนี้เรียกให้ตั้มต้องหันมองสีหน้างงงวย เพราะอ้นเดินมาด้วยสีหน้าปวดท้องปวดไส้ หน้านี่เหมือนเป็นสันนิบาตร ซึ่งต่างจากเมื่อเช้าที่ร่าเริงปานหลุดมาจากโลกการ์ตูน

            “เป็นไรพี่อ้น” ตั้มถาม หนุ่มฟันเหล็กวางกีตาร์ลง ทำหน้าแย่กว่าเดิม

            “ปวดท้อง ปวดหัว มึน แอวะ!”อ้นบอก

            เมื่อกี้ยังแข็งแรงอยู่นี่นา ปล่อยออกไปร้องเพลงแปปเดียว ไม่สบายเฉยเลย...ตั้มคิดและหัวเราะเล็กน้อย แต่อ้นเหมือนจะอาการแย่ไปแล้ว และไม่รับรู้ถึงเสียงหัวเราะ เจ้าตัวจัดการตัวเองนอนพาดขายาวบนโซฟา แน่นอนว่าตั้มก็คือโซฟาไม่ต่างกัน

            “เฮ้ยพี่ อย่าเอาเท้าพาดมาทางผม” ตั้มโวยวาย

            “ขอแปปนึง” อ้นว่า ตั้มถอนหายใจเพลีย จับขาอ้นออกและพาดมันลงข้างหนึ่งส่วนอีกข้าง เอ่อ...ยอมให้พาดก็ได้วะครับ ...พี่อ้นเห็นตั้มเป็นที่รองเท้าเหรอครับเนี่ย ตั้มเสียใจว่ะครับ...

            ตั้มมองอ้นขำ ๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปจับหน้าผาก

            และก็ต้องชักมือกลับอย่างไว “พี่ ๆ”

            อ้นตัวร้อนจริงเหรอเนี่ย! ตั้มรีบลุกจากที่ก่อนจะมานั่งยอง ๆ ใกล้ ๆ “ไม่สบายจริงเหรอเนี่ย” เสียงตั้มที่ไม่เบาเลย เรียกให้ดิวและคริสที่นั่งร้องเพลงอยู่ไม่ห่างพากันหยุดร้องและเขยิบมาใกล้

            คริสยื่นมือมาแตะหน้าผากบ้าง ก่อนจะตกใจไม่แพ้กัน

            “พี่ ๆ กินยาไหม” คริสเรียกอ้นขณะเอามืออังไปมา “อ่า...ร้อนมาก”

            ดิวตัดสินใจลุกขึ้น “เดี๋ยวไปหายามาให้ แปปนะ” ชายหนุ่มบอกก่อนจะรีบเดินไปหายาทันใด แน่นอนว่าเขาไม่ลืมบอกสามสาวที่มัวแต่ร้องเพลงให้รับรู้ว่าตอนนี้อ้นก็ไม่สบาย บูรณ์ที่นั่งไม่ไกลถูกตั้มเรียกให้มาดูอ้นเช่นกัน ตอนนี้เหล่าเดอะสตาร์พากันวุ่นวายเพราะจู่ ๆ ร๊อคฟันเหล็กของบ้านก็อาการทรุดซะอย่างนั้น

            เมื่อกี้มันยังกวนชาวบ้านอยู่เลย...

            “ไหนดูสิ แบคทีเรียกรกฏไปติดเชื้อจากแบคทีเรียตัวไหนมา” เชอรีนที่เดินเข้ามายืนดูใกล้ ๆ เอ่ยปนขำ ในใจก็นึกห่วงไม่ต่างจากคนอื่น อ้นขำเล็กน้อย “น้องคลอรีนก็ฆ่าเชื้อให้หน่อย แค่ก ๆ สิครับ”

            คำพูดกวน ๆ จากคนนอนที่เริ่มจะนอนซม ทำเอาหลายคนพากันเยาะเย้ยกลับเสียไม่ได้

            “แหม ปากเก่งนะพี่ หน้าซีดแล้วไหม” เสียงตั้ม

            “ช่าย...เงียบไปเลยคุณกรกฏ ดีไปเอาผ้าชุบน้ำมาให้พี่หน่อย” แบมบี้ว่าบ้างก่อนจะหันไปบอกน้องดี ซึ่งดีก็ทำตามอย่างรวดเร็ว

            “เดี๋ยวพี่ไปบอกทีมงานให้ ดูมันไว้ล่ะ” ส่วนบูรณ์ก็เอ่ยสั่งน้อง ๆ ก่อนเดินจากไปทันที ซึ่งทางน้อง ๆ ตอนนี้ก็พากันจัดท่านอนพัดวีให้คุณชายฟันเหล็กที่นอนไอแค่ก ๆ แถมไม่พอยังส่งเสียงกวนประสาทชาวบ้านไม่หยุด

            “นิดหน่อยเอง มันมึน ๆ อะครับทุกคน อ้นยังไหว แค่ก ๆ ไหว ๆ เบเบ้”

            โป้ก!

            สิ้นคำ คนนอนเกรียนก็โดนหมอนปาใส่เต็มแรง       

            “เงียบ ๆ ไปเลยพี่อ้น” เชอรีนดุ ...ฮึ้ยย ไม่สบายแล้วยัง...

            หญิงสาวเดินมาหยิบหมอนที่คาหน้าอ้นออก ท่ามกลางความตกใจของเพื่อน ๆ ซึ่งทั้งอึ้ง ขำ และเครียด เธอสบถเบา ๆ ก่อนจะนั่งยอง ๆ ข้างอ้น อ้นหลับตาพริ้มคิ้วขมวด ห้องที่เปิดเครื่องปรับอากาศแลดูไม่มีประโยชน์สำหรับอ้น เพราะบนใบหน้าคมมีเหงื่อเกาะพราวเต็ม

            อาการคนตรงหน้า ทำเอาเชอรีนหน้าซีดยิ่งกว่าเดิม

            “ยามาแล้ว”

            เสียงดิวดังมาจากด้านหลัง ยาพาราพร้อมน้ำเปล่าถูกส่งมาให้เชอรีน   เชอรีนรับมาก่อนที่ตั้มจะพยุงอ้นให้นั่ง อ้นก็ทำหน้าเซ็งยามที่รู้ว่าต้องลุกนั่ง แต่ก็ต้องยอมเพราะเหล่าเพื่อน ๆ มันจ้องเขาปานจะฆ่ากัน แบบนี้บังคับอ้นชัด ๆ อ้นแค่ไอและตัวร้อนยืนไม่ไหวเองนะครับ

            อ้นมองหน้าเชอรีนที่ทำหน้าบึ้ง ชายหนุ่มเอื้อมมือไปรับ

            “ไหงไม่สบายได้ละ อ่อนอ่ะ” แล้วก็โดนว่าทันใด...เชอรีนนี่ปากดีใช้ได้เลยนะ แหม...อ้นคิด

            หนุ่มฟันเหล็กหัวเราะหึหึ ก่อนจะใส่ยาเม็ดเข้าปากพร้อมกรอกน้ำตาม แน่นอนว่ากินเสร็จก็ทิ้งตัวลงนอนทันที

            ตุบ!

            “ดูมัน แล้วมาบอกว่าไหว เฮ้อ!” เสียงบูรณ์ดังมาข้ามหัวน้อง ๆ

            ขณะเดียวกันพี่ทีมงานก็เข้ามาหาน้อง ๆ

            “หลีกทางหน่อยจ้า เดี๋ยวพี่จัดการให้”

            ว่าแล้วพี่ทีมงานก็จัดการปลุกอ้นและรีบพาตัวออกไปทันที

 

            อา...อ้นเข้าโรงพยาบาลเสียแล้ว...

 

             

 

 

            ได้โปรดมองในตาฉัน มองที่ตรงนั้นเธอคงพอเข้าใจ

 

สิ่งที่เธอได้มองเห็น คนที่เธอเห็นช้ำไปทั้งใจ

 

                                                          อยากให้เธอได้ยินเสียงในหัวใจ ว่ามันรักเธอแค่ไหน

 

                                                แต่ก็ไม่รู้ต้องทำยังไงให้เธอได้รับฟัง

 

                   อยากให้เธอได้ยินทุกความรู้สึก

                                                                   ส่วนลึกในใจของฉัน ว่ารักเธอรักเธอคนเดียว

แต่ฉันไม่รู้จะพูดอย่างไร...

 

 

            เสียงเพลงมือถือของใครสักคนดังขึ้นบริเวณแผนกฉุกเฉิน ขณะที่เหล่าเดอะสตาร์พากันยืนรออ้นอยู่ด้วย เสียงเพลงที่คุ้นเคยเหมือนเคยได้ยินใครซักคนร้องเรียกสายตาหญิงสาว ให้หันไปมองหา ก่อนจะพบว่าเป็นของพี่ทีมงานที่มัวแต่ง่วนกับการจัดการเรื่องอ้นจนลืมรับโทรศัพท์

            เชอรีนมองตามก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่...พี่อ้นจะเดี้ยงไหมนะ

            หญิงสาวคิด ...คงไม่หรอก บึกบึนจะตาย... พยายามบอกตัวเองว่าอ้นคงไม่เป็นไร ก่อนที่จู่ ๆ ใครซักคนจะเดินมาบอกพวกเขาว่าอ้นได้รับการฉีดยาและให้นอนพักแล้ว

           

            “ไง ยังไม่ตายใช่ไหมครับ” ตั้มทักคนแรกที่เดินเข้าไปในห้องพัก อ้นยิ้มแปร้

            “ยังอยู่ครับ แข็งแรงๆ” อ้นเอ่ยขำ ๆ            

            เหล่าเดอะสตาร์ยืนล้อมเตียงของชายหนุ่มถามไถ่กันอย่างเป็นห่วง

            “พี่จะได้ไปไหมเย็นนี้” ดีถามขึ้นสีหน้าเป็นกังวล เพราะคืนนี้แล้วที่จะเป็นคืนสุดท้ายที่จะอยู่ด้วยกันแปดคน เป็นวันที่คนหนึ่งต้องจากไป อ้นยิ้ม... “ไม่ไปได้ไง” เขาตอบ

            “แต่ว่าพี่” ดียังกังวลไม่หาย

            “ไม่เป็นไรน่า พี่แค่ไปยืนเองนะ ถ้าได้ออกก็ร้องเพลงลาก็งไม่ได้ไปกระแทกเหมือนเมื่อวาน” มันทำเอาทั้งขำออกและไม่ออกสำหรับเพื่อน ๆ อ้นตบบ่าดีเพื่อเป็นกำลังใจ พร้อมกับเอ่ยทักทุกคนในเวลาต่อมา แน่นอนว่าเขาไม่ยอมนอนอยู่ที่นี่แน่ ๆ ใครจะออกหรือเขาจะออก เขาก็ต้องยืนหยัดอยู่บนเวทีเดอะสตาร์ เขาคือคนที่ได้มายืนอยู่เป็นแปดคนสุดท้ายจากความฝันของคนอีกสองหมื่นกว่าคน

            ...เรื่องอะไรอ้นจะนอนอยู่โรงพยาบาลครับ

           

            อ้นได้พักอยู่ในห้องพักกับเหล่าเพื่อน ๆ สักพัก ก่อนที่จะหมดเวลา และอ้นก็อาการดีขึ้นมาก ทางโรงพยาบาลจึงอนุญาตให้อ้นกลับพร้อมเพื่อน ๆ ได้ แม้จะกินเวลามามาก แต่เหล่าเดอะสตาร์ต่างก็กลับมา และรีบจัดการตัวเอง ทั้งแต่งหน้า ทำผม เตรียมเพลง แน่นอนว่ารวมไปถึงอ้น ที่แม้จะเพิ่งฟื้นจากอาการป่วยแต่ก็ต้องอดทนไม่ต่างจากทุกคน 

            ยาที่ถูกให้กินอ้นก็ไม่เกี่ยง เพราะอยากอาการดีขึ้นและจะได้ไม่เป็นภาระใคร แม้จะมีบางส่วนที่ไม่อยากให้เขาลุกจากเตียง แต่เขาไม่มีวันที่จะทำแบบนั้น และตอนนี้เขาก็พร้อมเหมือนเพื่อน ๆ แล้วละนะ

 

            วันนี้อ้นอยู่ในชุดที่แปลกกว่าทุกคน เป็นเสื้อสีสว่างติดเทานิด ๆ แต่โดยรวมคือสีออกขาวเป็นส่วนใหญ่ ชายหนุ่มหันมองเพื่อน ๆ ที่อยู่ในโทนดำแทบทุกคน ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย เอ...ทำไมเราแปลกหว่า แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรต่อจากนี้มาก...เพราะบางทีเสื้อผ้าสีดำอาจไม่พอก็ได้ แต่เอ๊ะ! ชุดร๊อคของเขาครั้งก่อนมันก็ดำนินา...อืม ยังไงดีละเนี่ย

            จากที่คิดว่าไม่อยากคิดอะไรมาก ตอนนี้กลับตีกันในหัวไปมาจนได้ เขาแปลกกว่าชาวบ้าน คอสตูมตั้งใจจะสื่ออะไรหรือเปล่าน้า หรือว่าเขาจะไปแล้วหว่าอาทิตย์นี้ ...เฮ้อ ไม่เอาอ่ะ แต่ก็...เฮ้อ ทำใจไว้ก่อนนะอ้นนะ

 

            อ้นยืนคิดเรื่อยเปื่อยกับตัวเองหน้ากระจก ก่อนที่บูรณ์กับตั้มจะเดินมาหาและพาไปรวมกับพวกผู้หญิง

 

            ตอนนี้พวกเขาทั้งแปดคนอยู่ในเสื้อผ้าพร้อมรบ เอ้ย! พร้อมขึ้นเวที เรียกได้ว่าไม่มีใครหล่อสวยด้อยกว่ากันเลย อ้นคิดพลางเหล่ดูตัวเอง...จะมีก็แต่ตัวเองนี่แหละ เสื้อแปลกตลอด  หล่อก็หล่อน้อยกว่าขาวบ้าน ขาวก็ไม่ขาว ยังได้สะเออะมาใส่เสื้อขาวกับเขา หึหึ...คิดแล้วได้แต่หัวเราะคับแค้น แต่ก็คับแค้นได้ไม่นาน สายตาก็หันไปจับจ้องพลังงานแสงวิบวับบางอย่าง

            อ้นอ้าปากค้างนิด ๆ ก่อนจะยิ้มอย่างมีเลศนัย

 

            เชอรีน

 

            อ้นมองเชอรีนยิ้ม ๆ พลางคิดดีใจ...อ้นไม่ได้แปลกคนเดียวแล้วคร้าบ

            เจ้าตัวยืนยิ้มอารมณ์ดี เพราะในที่สุดก็มีคนแปลกยิ่งกว่าเขา

 

            ดูเชอรีนสิ ขาวมาวินเลยทีเดียว...

 

            “พี่อ้นแต่งตัวเลียนแบบเหรอ” เชอรีนแซวขณะเดินมาสมทบ อ้นหัวเราะหึหึ ๆ ก่อนจะมองเชอรีนหัวจรดเท้า เป็นสายตาที่มองมาและเชอรีนก็อดไม่ได้ที่จะวีน “มองอะไรอ่ะ หึ๊ยยย”

            อ้นยังหัวเราะแอบจิต เขาพูดตอบเธอว่า “เปล่า กำลังคิดว่าถ้าจะแต่งขาวงี้ คนอื่นเขาดำกันหมด พวกเราคงปากเหวแล้วละครับน้องเชอ”

            และคำพูดติดตลกของอ้น ก็เล่นเอาเชอรีนสะตั๊น...ใบหน้าสวยอ้าปากหวอทีเดียว หญิงสาวรีบรวบรวมคำพูดและสวนออกไป

            “บ้า! ถ้าเป็นงั้น รีนว่าพี่ได้อะเธอตอบ คำตอบมันก็ทำเอาอ้นจ้องเธอสีหน้าตกใจ

             “เห้ย! พูดเล่น” เขารีบตอบกลับ

            เชอรีนพูดอะไรฟ่ะ!!! คำพูดเธอมันทำเอาอ้นถึงกับหน้ายุ่ง กำลังคิดว่าเขาไม่น่าพูดเล่นเลย ...เขาไม่อยากให้เธอออกเลยนะ และที่พูดไปก็แซวเล่นแค่นั้นเอง แต่หากมันเป็นอย่างที่พูด ก็ขอเป็นเขาแทนละกัน เขาไม่อยากเห็นน้องเสียใจ ยังไงเขาก็คิดว่า เขารับได้และเข้มแข็งพอ ...ก็พอรู้ว่าเชอรีนน่ะแมน เข้มแข็ง แต่เธอก็คือผู้หญิง เธอคือสีสันของเวที ผู้ชายเยอะแล้วขาดไปสักคน...เวทีคงไม่พังหรอกน่า

            “หึ บ่องตง(=บอกตรง ๆ) นะ เลียนแบบ” เชอรีนหันมาเอ่ยอีกรอบ ก่อนจะหันหลังสะบัดผมใส่และเดินไปยังรถตู้ เล่นเอานายกรกฎที่กำลังยืนมึนเพราะคำพูดตัวเอง ถึงกับหายมึน และจากหัวที่ปวดหนึบ ๆ ก็หนึบหนักกว่าเก่าแทน ชายหนุ่มมองตามหญิงสาวที่กวนประสาทเสร็จก็เดินหนีไปกับพวกเพื่อน ๆ

            ...เขาตามอารมณ์เชอรีนไม่ทันจริง ๆ ให้ตายเสะ

 

 

 

 

 

            การแข่งขันเดอะสตาร์ปีที่ ๙

            เป็นการแข่งขันที่ครบรสปีหนึ่ง และเป็นปีที่หลากหลายที่สุดเท่าที่จะเคยเจอ

            หมายเลขหนึ่ง ดี ดีลิเลียน อัลฟอร์ด เธอเป็นเด็กสาวอายุสิบห้า ลูกครึ่งจีน-อเมริกัน สัญชาติไทย

            หมายเลขสอง อ้น กรกฎ ตุ่นแก้ว ชายหนุ่มธรรมดาเด็กเชียงใหม่ คนไทยแต้ ๆ หน้าตาหล่อเหลา

            หมายเลขสาม บูรณ์ ธันยบูรณ์ วงวาสินธ์ ลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น หน้าตาดี ตี๋ ขาวใส

            หมายเลขสี่ คริส คริสโตเฟอร์ เชฟ หนุ่มน้อยฝรั่งลูกครึ่ง นิวซีแลนด์-อังกฤษ คนไทยคราบฝรั่ง

            หมายเลขห้า แบมบี้ สิรินโสภิศ ปัจฉิมสวัสดิ์ สาวน้อยหน้าสวยลูกสาวนางงาม

            หมายเลขหก เชอรีน ณัฐจารี หรเวชกุล อาหมวยไทย สไตล์เกาหลี น้องสาวซุปตาร์แห่งเอเชีย

            หมายเลขเจ็ด ดิว นัทธพงศ์ พรมสิงห์ ชายหนุ่มร่างสูงหน้าคมสวยขวัญใจทุกเพศ เด็กแดนเหนือ

            หมายเลขแปด ตั้ม วราวุธ โพธิ์ยิ้ม เด็กราชบุรี หนุ่มเหน่ออัธยาศัยดี ไม่หล่อแต่เสียงดีเลิศ

 

            ทั้งแปดคน แปดสไตล์ ต่างคนต่างมา และมาพบกันที่บ้านเดอะสตาร์ บ้านที่รวบรวมพวกเขาให้เป็นหนึ่งและปั้นให้พวกเขาเป็นดาว มาวันนี้ ใครคนใดคนหนึ่งจะต้องจากไปเป็นคนแรก การเผชิญหน้ากำลังจะเกิดขึ้น พวกเขาจะได้อยู่ต่อหรือไม่ คะแนนโหวตของประชาชนคือสิ่งที่จะตัดสิน พวกเขาไม่สามารถทุ่มโหวตให้ตัวเองหรือไปบังคับใคร เสน่ห์และความสามารถของพวกเขาเท่านั้นที่จะมัดใจมหาชน

 

            เสียงพิธีกรแฟรงค์และเอกกี้ ดังขึ้นบนเวทีเดอะสตาร์ ในเวลา ๒๑.๓๐ ของคืนนี้ เดอะสตาร์ปีเก้าทั้งแปดคนยืนเรียงรายโชว์ออร่าของตัวเองด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ที่มีให้แก่เหล่าแฟนคลับ ภายใต้ใบหน้ายิ้ม ๆ เหล่านั้นทุกคนต่างหวังที่จะได้อยู่ต่อ แต่พวกเขาก็ต้องยอมรับหากตนเองหรือใครที่ต้องจากไป

            การดำเนินรายการในสตูดิโอมูนสตาร์ยังคงเดินหน้าต่อไปเรื่อย ๆ

            ฮั่น เดอะสตาร์ปีแปด กับแกรนด์ เดอะสตาร์ปีห้า เจ้าพ่อและเจ้าแม่แดนซ์แห่งเดอะสตาร์ ทั้งสองเป็นแขกรับเชิญมาร้องเพลงโชว์ในวันนี้ ทั้งสองคือความภาคภูมิใจของรายการเดอะสตาร์ ฮั่น เจ้าพ่อแดนซ์ ที่แม้จะมีเสียงร้องไม่ทรงเสน่ห์ แต่ยามที่เขาขยับเต้น มันทำให้เขาดูน่าดึงดูดและน่าติดตาม การพัฒนาของเขาดีขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงตอนนี้ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแห่งเดอะสตาร์ ถึงกับเอ่ยปากชมเขาที่มีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด เรียกได้ว่า ฮั่น คือหนึ่งศิลปินของเดอะสตาร์ที่ไม่ทำให้แฟน ๆ ผิดหวัง

            ในขณะเดียวกัน แกรนด์ รุ่นพี่เดอะสตาร์ปีห้า เธอก็เป็นอีกหนึ่งหญิงสาวที่มากด้วยความสามารถ ไม่ว่าเสียงร้องหรือทักษะการเต้น เธอมีมากล้น จนเรียกได้ว่า การที่เธอมายืนคู่กับฮั่นที่เป็นผู้ชายไม่ได้ทำให้รัศมีเธอดับลงเลย เธอกลับมีมากขึ้นและความสามารถโดดเด่น ทำให้ใครต่อใครต้องปรบมือให้กับเธอ เธอก็คือหนึ่งศิลปินที่ไม่ทำให้แฟนครับต้องผิดหวังเช่นกัน

           

            จนตอนนี้รุ่นพี่ที่กลับมาเยือนเวทีก็จากไป ซึ่งพวกเขาได้กำลังใจจากแฟนคลับกลับไปมากมายจนน่าดีใจตาม ขณะเดียวกันที่ตอนนี้ก็ใกล้ถึงเวลาประกาศผลเข้ามาเรื่อย ๆ ทางหนึ่งของแฟนคลับก็ลุ้นระทึกและตื่นเต้นจนส่งเสียงไม่ออกพอกัน ช่วงพักเบรคเข้าโฆษณาผ่านไปอย่างรวดเร็ว กับวินาทีแห่งการรอคอย มันรวดเร็วจนไม่อยากจะให้ถึงเวลาแห่งการประกาศผล อยากให้พวกเขาอยู่ต่อกันไปเรื่อย ๆ แต่...จะให้เป็นแบบนั้นก็คงจะไม่ได้

            ในที่สุดก็ถึงเวลาแห่งการประกาศผล ขณะนี้เหล่าเดอะสตาร์ปีเก้าได้กลับมายืนเรียงลำดับตามหมายเลขอยู่บนเวทีอีกครั้ง แฟนคลับของทั้งแปดคนต่างนั่งให้กำลังใจกันไม่คลาดสายตา วินาทีแห่งการรอคอยของทุกคนกำลังจะมาถึงแล้ว ใครจะเป็นคนได้จากไปก่อน พิธีกรเกริ่นเข้าเรื่องและฉายความรู้สึกของเหล่าเดอะสตาร์ผ่านทางวีทีอาร์ให้คนที่ชมอยู่ทั้งทางบ้านและในสตูดิโอได้รับรู้ ก่อนที่มันจะจบลงในเวลาไม่กี่นาทีต่อมา 

 

 

            และแล้ว เวลาก็มาถึง

 

           

            พิธีกรเรียกเสียงกรี๊ดให้กำลังใจผู้เข้าแข่งขัน เสียงของเหล่าแฟนคลับดังให้กำลังใจ ก่อนที่พิธีกรจะดำเนินรายการดังเช่นทุกปี โดยการเรียกผู้ผ่านเข้ารอบไปทีละคน

            ความหวังและความตื่นเต้นมาพร้อม ๆ กัน

            เสียงซาวด์แทร็กดังกระหึ่ม วินาทีแห่งการรอคอย ช่วงเวลาวัดใจ

 

            “คนที่ได้ไปต่อเป็นคนแรก ขอแสดงความยินดีกับ....”

 

           

            “บูรณ์ครับ!!”

           

            เสียงเฮดังลั่น ยามที่ บูรณ์ พี่ใหญ่หมายเลขสามผ่านเข้ารอบไปเป็นคนแรก ความดีใจของใครหลายคนแสดงออกด้วยการส่งเสียงและร้องไห้ แฟนคลับมีความสุข และเพื่อน ๆ เดอะสตาร์ก็ดีใจกับบูรณ์ ...ทางบูรณ์เองที่มีสีหน้าไม่สู้ดีไม่คิดเลยว่าตัวเองจะผ่านเข้ารอบ

            เมื่อวานเขาไม่ได้แม้แต่คะเดียวในห้องส่ง แต่วันนี้เขาได้ผ่านเข้ารอบแล้ว

            เขาดีใจเหลือเกิน ขอบคุณแฟนคลับเขาเหลือเกิน ขอบคุณที่ยังให้โอกาสเขา

            ชายหนุ่มดีใจ เดินไปกอดเพื่อน ก่อนจะเดินไปยังอีกฝั่งของเวที

 

            เสียงพิธีกรดังประกาศรายชื่อผู้ที่ได้ไปต่อคนต่อไป แข่งกับเสียงแฟนคลับที่ตะโกนชื่อผู้เข้าแข่งขันที่ตัวเองชอบ แล้ววินาทีต่อมาพิธีกรก็ประกาศแทรกขึ้น

 

            “เมื่อวานเขาได้คะแนนเสียงในห้องส่งมาเป็นอันดับหนึ่ง...ตั้มครับ!!!

 

            ตั้ม หมายเลขแปด คือผู้ที่ผ่านเข้าสู่รอบต่อไป การปิดคอนเสิร์ตที่น่าประทับใจส่งผลให้เขาได้เข้ารอบเป็นคนที่สอง...ภาคภูมิใจแทนแฟนคลับเขาจริง ๆ

 

            อ้นให้กำลังใจน้องชายและมองตามพวกเขาที่ผ่านเข้าไปทีละคน ก่อนจะหันกลับมายิ้มเล็ก ๆ ให้แก่ตัวเอง...รอยยิ้มฟันเหล็ก(เด็กแนว) ปรากฎน้อยกว่าทุกครั้งที่เคยมี ...ถ้าวีคนี้เป็นเขาที่ต้องไป ก็คงไม่เป็นไรละนะ ชายหนุ่มคิดเผื่อใจ ก่อนที่จะรับรู้ว่าพิธีกรประกาศชื่อ คริส น้องชายเชื้อสายฝรั่งของเขา คือคนที่ได้ไปต่อเป็นคนที่สาม อา...มันเหมาะสมจริง ๆ แล้วนั่นละ

            คริสกอดลาทุกคน และเดินไปสมทบกับตั้มและบูรณ์

            ขณะนี้ทั้งแฟนคลับและผู้เข้าแข่งขันที่เหลืออยู่ ต่างมีสีหน้าที่ทั้งตื่นเต้นและอาการทำใจปรากฎไปตาม ๆ กัน ทางเชอรีนเองก็ยิ้มบาง ๆ และให้กำลังใจตัวเอง สีหน้าไม่ร่าเริงเหมือนปกติซึ่งไม่ต่างจากอ้นสักเท่าไหร่ เธอมองไปยังผู้ชมที่ชูป้ายไฟส่งเสียงเรียกชื่อผู้เข้าแข่งขันที่ตัวเองชื่นชอบ ก่อนที่เธอจะข่มใจให้กำลังใจตัวเอง

 

            ไม่เป็นไร เธอต้องเป็นอะไร

            ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เธอก็คือเธอ...

           

            เสียงพิธีกรประกาศ รายชื่อผู้ผ่านเข้ารอบคนต่อไป

 

            “ขอแสดงความยินดีกับ...แบมบี้ครับ”

            แบมบี้ คือคนที่ได้ไปต่อ

            อา...เธอดีใจกับพี่สาวเหลือเกิน พี่สาวได้เดินเข้าใกล้ฝันอีกก้าวแล้ว...หญิงสาวกอดพี่สาวด้วยใจที่รัก แบมบี้ให้กำลังใจก่อนจะตามไปสมทบสามคนที่รออยู่ก่อนอีกคน

 

            ขณะนี้เหลือผู้เข้าแข่งขันสี่คนแล้ว

            ดี อ้น เชอรีน และดิว

            ทั้งสี่คนยืนจับมือกันแน่น เชอรีนบีบมืออ้นและดิวไว้ ใบหน้าอันสดใสเริ่มหม่นหมองลง ขณะที่อ้นก็มีสีหน้าไม่ต่างกันมาก เรียกได้ว่าทั้งสองคนฝืนยิ้มสุด ๆ ในตอนนี้ เป็นรอยยิ้มที่ให้กับตัวเองและให้กำลังใจว่า...ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร

            และแล้วเสียงพิธีกร ประกาศชื่อ ดิว เป็นคนที่ห้าที่ผ่านเข้ารอบไป เสียงเฮจากแฟนคลับร้องรับอย่างดีใจกันล้นหลาม ดิวก็ดีใจอย่างที่สุดจนเกือบลืมที่จะกอดให้กำลังใจเพื่อนที่เหลือ อาจเพราะดีใจและตื่นเต้นมากไป แต่เขาก็กลับมาให้กำลังใจเพื่อนด้วยหัวใจที่มีไม่น้อยไปกว่าคนที่ผ่าน ๆ มาเลย

 

            ตอนนี้เหลือสามคนสุดท้ายแล้ว

            ดี อ้น เชอรีน

           

            พูดได้ว่า...เป็นภาพสามคนปากเหวที่ไม่มีใครคาดถึงเลยแม้แต่นิดเดียว

 

            อ้น ชายหนุ่มร่างสูง รอยยิ้มและองค์รวมที่มีเสน่ห์ ด้วยท่าทางกวน ๆ ของเขา ทำให้เขาได้รับเสียงกรี๊ดและมีแฟนคลับมากที่สุดเลยก็ว่าได้ แต่หากนี่เป็นการประกาศผลผู้ได้ไปต่อโดยการเรียงคะแนน ไม่ใช่ตามที่พิธีกรบอกให้กำลังใจพวกเขาว่าไม่ได้เรียงตามผลคะแนน ก็บอกได้เลยว่า กระแสเขาและผลคะแนนมันผกผันกันสุด ๆ ...ใครจะไปคิดว่าอ้นจะได้มายืน... แต่อาจจะไม่ใช่ดังที่ทุกคนคิดก็เป็นได้

            เชอรีน หญิงสาวสวย ที่มีเสน่ห์ที่สุดอีกคน น้องสาวซุปตาร์จากแดนกิมจิ เธอเป็นคนที่มีเพอร์ฟอแมนซ์โดนเด่นที่สุด บุคลิกสดใสเป็นต้องตาของใครต่อใคร คะแนนสะสมของเธอพูดได้ว่าไม่ห่างจากอ้นเลย และรวมไปถึงกระแสโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค กระแสเธอก็ดีมากไม่เป็นรองใคร จนตอนนี้ก็ไม่ค่อยแน่ใจเลยว่า กระแสของเธอดีแต่คะแนนเธอนั้นมันต่างกับกระแสเหมือนอ้นหรือเปล่า... ขณะนี้ไม่ว่าเธอหรืออ้น หรือดี น่าเสียดายเหลือเกิน

            คนสุดท้าย ดี ดีลิเลียน เด็กสาววัยสิบห้า มากความสามารถหนึ่งเดียวของบ้าน เสียงร้องอันทรงพลังของเธอ คือสิ่งที่ทุกคนยอมรับ มหาชนยอมรับ และกรรมการพึงพอใจ แต่คะแนนในห้องส่งเธอก็ไม่เป็นที่น่าพอใจแม้แต่น้อย เธอคือผู้ที่ไม่มีใครคิดว่าจะต้องออกคนแรก เพราะคุณภาพเธอเหมาะสมที่จะได้อยู่ต่อ และเหมาะสมที่จะมีโชว์ดี ๆ ให้ทุกคนดู แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นเธอ ที่ยืนปากเหวกับสองหนุ่มสาวกระแสแรงแต่คะแนนพลิกสองคนนี้ เป็นภาพที่ทำเอาแฟนคลับและสำนักแม่หมอทั้งหลาย พากันย้อมใจและฟันธงว่าอาจจะเป็นดี หรือเป็นน้องดี ของพี่ ๆ แน่ ๆ

            แต่จะเป็นอย่างไรนั้น พวกเขาก็ไม่อยากให้ใครได้ออกเลย

            ...มันช่างน่าเศร้าเหลือเกิน

 

            เสียงพิธีกรประกาศผลผู้ได้ไปต่อเป็นคนที่หก ท่ามกลางความตื่นเต้นของทุกคน

            “ขอแสดงความยินดีกับ...อ้นครับ!!!”

            ในที่สุด อ้น! ก็คือผู้ที่ได้ไปต่อเป็นรายที่หก ชายหนุ่มยิ้มออกมาด้วยสีหน้าดีใจปนโล่งใจ ก้าวออกมาขอบคุณแฟนคลับ ขณะที่ในใจก็นึกเศร้ายามที่รับรู้ต่อมาว่าต้องมีใครซักคนระหว่างเชอรีนและดีต้องตกรอบไป

            ชายหนุ่มหันไปกอดน้องดีก่อน เด็กสาวตัวเล็กหัวเราะและยิ้มดีใจกับพี่ชาย อ้นให้กำลังใจน้อง เขามองน้องสาวด้วยแววตาชื่นชมและหวังอยากให้เธอมีโอกาสได้แสดงความสามารถบนเวทีต่อไป แต่... เขาก็อยากให้เชอรีนได้มีโอกาสแสดงเช่นกัน...

            นี่มันดีหรือเปล่านะ ที่ใครในสองคนนี้ต้องหลุดไป

            ...ไม่... เขาเสียใจเหลือเกิน

            แววตาอ้นหม่นแสงลงมากขณะหันมากอดเชอรีน เธอยืนยิ้มรอกอดเขา ทั้งสองกอดให้กำลังใจกันท่ามกลางเสียงกรี๊ดของเหล่าแฟน ๆ ทั้งสองกอดกันแน่นก่อนจะค่อย ๆ ผละออกจากกัน เชอรีนยิ้มด้วยรอยยิ้มแสนสดใสตามฉบับเธอ อ้นก็มองน้องสาวด้วยสายตาเศร้า

 

            ปากเขาที่มันวาจาสิทธิ์จริง ๆ

 

            เขากับเชอรีนยืนปากเหวจริง ๆ ด้วย

            และเชอรีนก็ปากเหวยิ่งกว่าเขา...เขาอยากตบปากตัวเอง

 

            แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากมายกว่านี้ ทั้งสองต่างให้กำลังใจกันและกันครั้งสุดท้าย ก่อนที่อ้นจะค่อย ๆ เดินจากไป

 

 

            สองคนสุดท้ายที่เหลืออยู่ ดี และ เชอรีน

            หญิงสาวสาวทรงเสน่ห์ กับ เด็กสาวน่ารักทรงพลัง

            หนึ่งในนี้จะเป็นคนที่ต้องตกรอบคนแรก

 

            พิธีกรเกริ่นพูดถึงกระแส คำวิจารณ์ของคณะกรรมการ และคะแนนของทั้งสอง

            เชอรีนได้รับการวิพากษ์วิจารณ์จากกรรมการอย่างมาก และได้รับคะแนนในห้องส่งแค่เจ็ดคะแนน กับคะแนนของเธอที่ตกลงมาอยู่อันดับหก แม้จะกระแสดีแต่ก็ใช่ว่าเธอจะได้อยู่ต่อ

            ดี เธอได้รับคำชมและคำแนะนำมากมายจากกรรมการ แต่คะแนนในห้องส่งเธอกลับน้อยกว่าเชอรีน เธอได้เพียงสามคะแนนเท่านั้น และแม้คะแนนเธอสะสมเธอจะมากกว่าเชอรีนก็ตามที แต่ไม่รู้ว่าเธอจะถูกใครลืมหรือเปล่าเพราะคะแนนเธออยู่กลาง ๆ

 

            เสียงเพลงซาวด์แทร็ก ดังขึ้น ก่อนที่จะเงียบลง พร้อมกับเสียงเชียร์และเสียงทุกคนในห้องส่งก็เงียบลง เป็นการเงียบที่น่าขนลุก และใจหาย

 

            พิธีกรเอ่ยเรียกชื่อหนึ่งคน เป็นการเรียกเพียงครั้งเดียวที่จะรู้ว่าใคร จะอยู่ ใคร จะไป

 

 

            “ดีครับ....”

            ...

            ...

            แล้วท่ามกลางความระทึก พิธีกรก็เอ่ยต่อว่า

 

            “ยืนดีด้วยครับคุณได้ไปต่อ”

 

            และแล้วทุกคนก็รู้ว่าใคร ที่จะต้องจากไปเป็นคนแรก เสียงโห่ร้องแห่งความดีใจและเศร้าใจ ดังในห้องส่ง ราวกับถูกหยุดเวลา เชอรีนยิ้มออกมา ใบหน้าสวยระบายยิ้มที่เป็นเอกลักษณ์ของตน โผเข้ากอดน้องดีที่หันมากอดเธอเต็มแรง เสียงแห่งความดีใจและเศร้าใจระคนเข้าปลอบเธอ

            วินาทีนี้ ทุกคนรู้แล้วว่า

 

            “เชอรีน ณัฐจารี หรเวชกุล”

 

            คือผู้ไม่ได้ไปต่อเป็นคนแรก...

 

 

 

 

           

            เป็นความเศร้าที่มาทักทายเป็นอันดับแรก เป็นความเสียใจที่ตามมากระแทกซ้ำ อ้นยืนสะอึกกับคำประกาศผล แววตาของชายหนุ่มเกือบจะว่างเปล่า...อึก! มันเหมือนเขาจะหายใจไม่ออกชั่วขณะ ...ทำไมต้องเป็นแบบนี้นะ ใช่ว่าเขาจะอยากให้น้องดีออก แต่อาจเพราะเขาไม่อยากให้ทั้งสองคนออกเลยต่างหาก...ตอนนี้อ้นจุกสุด ๆ เลย

            ชายหนุ่มและเพื่อน ๆ ค่อย ๆ เดินไปยังสองสาวที่ยืนกอดกันกลางเวที ใบหน้าเปื้อนยิ้มของทั้งสอง ส่งออกมาเพื่อไม่อยากให้ใครเสียใจ โดยเฉพาะเชอรีน พวกเขารุมเข้าปลอบเธอ ต่าง ๆ นานา เหลือก็แต่อ้นนี่แหละยืนอยู่วงนอก ไม่รู้จะพูดอะไร จุก...พูดไม่ออก สะอึก...หายใจไม่ทัน ชายหนุ่มยืนสงบสติอารมณ์สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนที่จะเดินเข้าไปกอดทุกคน

 

            เขาไม่อยากเสียน้องสาวคนนี้ไปเลย เขาเจ็บปวดเหลือเกิน

            แล้วต่อไปนี้ใครจะสอนเขาเต้นล่ะ...โอย เจ็บจี๊ด ๆ

 

            ชายหนุ่มยีผมน้องสาว รอยยิ้มที่ส่งไปให้กับกำลังใจที่เปล่งเสียงออกมา ... เขามีให้เธอได้เท่านี้จริง ๆ แม้จะอยากอดเธอมากกว่าก็ตาม ไม่ไหวแล้วครับ อ้นไข้ขึ้นแล้ว...

 

            มันเป็นการจากไปที่เจ็บปวดเหลือเกิน

 

            เชอรีน...

 

 

 

 

           

            “เอากระเป๋ามาใบเดียวเหรอ” อ้นหันไปถามเชอรีนที่เดินตามมาและเกาคิ้วตัวเองไปด้วยอยู่ด้านหลัง เชอรีนตอบกลับมาว่า

            “อือ ก็ส่งกระเป๋ากลับไปสองใบ” ชี้มือไปที่กระเป๋า ยิ้มแปลก ๆ ก่อนจะกลับมาเกาคิ้วต่อ ขณะพูดว่า “และก็เอากระเป๋าใบนี้มาแทน” ก่อนจะเดินยิ้ม ๆ ตามพวกอ้นลงไป

            เชอรีนและเพื่อน ๆ ช่วยกันขนของไปที่รถ แน่นอนว่าไม่พ้นคำพูดกวนประสาทของตั้มและดิว ที่เฮฮากันไป จนมาถึงรถก็ช่วยกันขนรวมกันไว้ ก่อนที่เชอรีนจะรู้สึกว่าสองสามของเธอหายไปไหนหว่า จึงเดินไปตามและพาตัวออกมา เธอและแบมบี้ ดี ตัวติดกันอย่างกับเป็นแฝดสยาม เดินมาสมทบพวกผู้ชาย ก่อนที่ประตูรถจะเปิดต้อนรับเชอรีน เหล่าเดอะสตาร์ตอนนี้ไม่อยากปล่อยให้เชอรีนจากไปเลย

            ตั้มเป็นคนแรกที่ยืนอยู่ไม่ห่างจากเชอรีน ที่เข้ามากอดเธอไว้ ทั้งสองกอดกันและให้กำลังใจกัน ก่อนที่จะผละจากกัน

            เชอรีนยิ้มอย่างดีใจ อ้นที่ยืนอยู่ไม่ห่าง...เอ่อ อยากกอดเหมือนกันนะ จะกอดดีไหม ต้องกอดสินะ โอเค

            แล้วก็ หมับ

            นั่น ดิวโผกอดก่อนเขาแล้ว อืม... ต่อไปก็คิวเขา เหอ ๆ

            ละจากดิวเสร็จ อ้นก็ยืนรออยู่ใกล้ ๆ ก่อนแล้ว เชอรีนเองก็รับรู้ เธอหันมองพี่ชายที่มองอยู่ก่อน

            “อยู่ด้วยกัน” เชอรีนพูด (#Credit: YouTube comments พอดีเห็นคอมเม้นท์นี้แล้วชอบ ขอนำมาใช้นะคะ)

            “เซเว่น” อ้นขานรับด้วยรอยยิ้มเศร้า ๆ ก่อนที่สายตาทั้งสองจะสบกันและโผกอดกันท่ามกลางสายตาของเหล่าเดอะสตาร์ ที่มองกันอยู่ก่อนแล้ว คนอื่นเขาก็กอดและคุยกันอะนะ สองคนนี้มันดันคุยก่อนกอด...อืม ดูมีพิธี เชอรีนตบบ่าพี่ชาย “เจอกันพี่” หญิงสาวพูดไม่เต็มเสียงนัก...ก็นะ เธอไม่อยากจากไปนี่นา แต่เธอก็ต้องยอมรับ เธอทำใจก่อนจะละพี่ชายด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะหันไปกอดบูรณ์อีกคน

 

            ในขณะนั้นที่เชอรีนกำลังไล่กอดเพื่อน ๆ ผู้ชายเสียงหญิงสาวสองคนก็ดังมาขณะที่เชอรีนยืนโดด ๆ หวังจะรอกอดทั้งสองแต่มันดัน

            “ย๊ากกกกกกก”

            อุ๊บ! แบมบี้และดีวิ่งมากระโดดกอดเธอซะเต็มรัก ทำเอาเซกันไปเลยทีเดียว สามสาวกอดกันกลม ดีและแบมบี้ครวญครางในอ้อมกอดเชอรีน   เชอรีนเองก็ได้แต่หัวเราะและยิ้มให้กำลังใจตอบกลับ พวกเธอส่งเสียงให้กำลังใจกันและกันโดยมีหนุ่ม ๆ ยืนมองและแซวกันไปมา

            “โอ๊ย เสียงดังจังเลย เจอคางคกเหรอ” เสียงอ้น

            “หายไปแล้ว มือนวดหายไปแล้ว เมื่อยไหล่อีกแระ” เสียงตั้ม

            “เดี๋ยวหัวพันกันน้า” ดิว

            “ไม่มีใครถักเปียให้” แบมบี้

           

            และอีกมายมายที่พวกเขาไม่สามารถเอ่ยออกมาหมดภายในวินาทีนี้

            จนในที่สุดก็ถึงเวลาที่เชอรีนต้องจากไปจริง ๆ หญิงสาวละจากเพื่อน ๆ เดินขึ้นไปนั่งบนรถ แม้ดีจะพยายามดึงมือเธอไว้เพราะไม่อยากให้เธอไป เพื่อน ๆ ที่เหลือก็ยืนทำหน้าสุขปนเศร้า พวกเขาไม่อยากให้เธอผู้สดใสคนนี้จากไปเลยจริง ๆ ...แล้วต่อไปนี้ใครจะเต้นให้พวกเขาดูนะ

            คำบอกลาและคำห่วงใยบอกผ่านปากเพื่อน ๆ เชอรีนมองทุกคนด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แต่แววตาเศร้าใจ เธอโบกมือลาพร้อมรอยยิ้มสุดท้ายส่งให้ทุกคน และประตูค่อย ๆ เลื่อนปิดลงอย่างช้า ๆ

 

            อ้นโบกมือลาน้องคลอรีนของเขา ใบหน้าที่ยิ้มแย้มแต่แววตาเศร้าส่งไปให้ เชอรีนหันมองทุกคนและหันมองเขา เธอมองสบและยิ้มมาให้ด้วยใจที่มี เขาก็เช่นกัน

            ไม่เป็นไร เขาบอกกับตัวเอง เธอต้องเข้มแข็งและเขาต้องเข้มแข็งพอ น้องสาวเขาทั้งคน เธอต้องยืนหยัดและมีกำลังใจต่อไปได้ สักวันเราจะกลับมาเจอกัน เขาจะรอ...

            ...จะรอ ให้ถึงวันที่จะได้เจอกัน

            ...จะพยายาม ทำตามความฝันแทนเธอ

            ...จะสู้ เพื่อให้เธอไม่ผิดหวัง

            ...จะรัก ในสิ่งที่เธอก็รักเช่นกัน

            ...จะมั่นคง และคิดถึงเธอทุกเวลา

 

            คิดถึงเธอยี่สิบสี่ชั่วโมง

 

            บอกกับตัวเองขณะโบกมือส่งรถ...ไม่มีเธอแล้ว ไม่มีความสดใสนี้แล้ว ไม่มีสาวน้อยหน้ามนที่คอยให้เขาแหย่แล้ว ไม่มีเธอนั่งข้างเขาตอนกลับบ้าน ไม่มีเธอยืนถ่ายรูปข้าง ๆ ไม่มีเธอให้กวนประสาท ไม่แล้วจริง ๆ เธอที่อยู่เคียงข้าง ต่อไปนี้เขาคงต้องให้กำลังใจตัวเอง สู้แทนความหวังของเธอ...

 

            มันช่างเป็นการจากลาที่แสนเจ็บปวด

            แต่มันก็เป็น การจากลาที่งดงาม เพราะรอยยิ้มที่สดใสของเธอ

 

            ลาก่อน

 

            ...เชอรีน...

 

 

 

           

            ใครคนหนึ่ง คนนั้น ในวันหนึ่ง วันนั้น

 

          เคยผูกผันกัน ซะมากมาย

 

          เพราะวันที่ห่างเหิน มันก็เริ่มห่างหาย

 

          เพียงแค่เพราะเราไม่เจอะกัน

           

                             ไม่เรียกร้องให้กลับมา หรือว่าผลักไส หรืออะไรทั้งนั้น

 

                             เก็บเอาไว้ในส่วนลึก ซ่อนอยู่อย่างนั้น รู้ว่ามันไม่ไปไหน

 

แม้กระทั่งตอนนี้ เขายังอยู่ตรงนั้น ในภาพทรงจำสีจาง ๆ

 

เหมือนว่าจะเลือนหาย คล้ายว่าจะเลือนลาง

 

บางอย่างก็ยังไม่เปลี่ยนไป

 

          ไม่เรียกร้องให้กลับมา หรือว่าผลักไส หรืออะไรทั้งนั้น

 

          เก็บเอาไว้ในส่วนลึก ซ่อนอยู่อย่างนั้น รู้ว่ามันไม่ไปไหน

 

          แม้กระทั่งตอนนี้ เขายังอยู่ตรงนั้น ในภาพทรงจำสีจาง ๆ

 

                                                                   ... ในความทรงจำสีจาง

         

 

           

          “I LOVE YOU CHERREEN




#Rewrite - 15/03/13

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ -Bella- จากทั้งหมด 5 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

9 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 5 พฤษภาคม 2556 / 15:22
    อินนนนนน เศร้าาาาาาา

     รักเชอรีนสุดใจขาดดิ้นนนนน >[]< !!
    #9
    0
  2. วันที่ 5 พฤษภาคม 2556 / 11:03
    อิน ฟิน มากอ่ะไรท์ หนุกมากก
    อยากให้ไรท์เเต่งต่อ ตอนจบรายการเเล้ว
    พี่อ้น พี่รีน จะทำไงต่อ เนอะๆๆ
    #8
    0
  3. วันที่ 17 เมษายน 2556 / 17:51
    อ๊ากกกกกกกก แต่งได้เยี่ยมมากเลยอ่ะ อ่านแล้วอิน ชอบมากๆๆๆ ><
    #7
    0
  4. วันที่ 20 มีนาคม 2556 / 17:00
    เศร้าอ่ะ อ่านแล้วนึกถึงวันนั้นที่เชอรีนจากไป TT'
    #6
    0
  5. วันที่ 20 มีนาคม 2556 / 10:22
    แต่งได้ฟินมาก ฟินสุดๆ ชอบอ่า
    อ้นรีน >< ไรท์เตอร์แต่งได้ดีมากเลย
    #5
    0
  6. วันที่ 19 มีนาคม 2556 / 00:01
    ๕๕๕ซึ้งอ่ะชอบๆๆที่ไรเตอร์แต่ง ฟินมากๆๆรอพี่สองน้องหกกลับมาเจอกันอีกครั้งหนึ่งจ้า
    #4
    0
  7. วันที่ 12 มีนาคม 2556 / 20:53
    - คำพูดพี่อ้นซึ้งกินใจอ่ะตอนที่ปลอบบูรณ์
    - น้องคลอรีนกับพี่เชื้อโรคหมายเลขสอง,แบคทีเรียกรกฎ 5555555 พี่อ้นขี้แกล้งโคต ร 5555555
    - ตั้มทำไมถามจี้ถูกจุดล่ะ 5555555
    - ไรต์บอกตรงที่ประกาศคนที่ได้อยู่ในบ้านทีละคนคือแอบเศร้าเพราะเรารู้แล้วไงว่าน้องรีนไม่ได้ไปต่อไงเซงไง T3T

    ปล.ไรต์แต่งน่ารักมากอ่ะ ตอนฟินก็ฟินกระจายฮากระจาย ตอนเศร้าก็เศร้าจนจะอยากร้องไห้
    เซงเน๊อะ รีนออกแล้ว คิดถึงอ้นรีนนะนี่พูดเลย คิดถึงโมเมนต์น่ารักๆของสองคนนี้ T T โนวววว
    ไรต์แต่งอ้นรีนมาอีกได้ไหมมมมม(อินี่- -) เก๊าอยากอ่านนนนนนอีกกก
    #3
    0
  8. วันที่ 12 มีนาคม 2556 / 20:42
    โหยยยยยย ตอนหลังอ่านแล้วน้ำตาซึม TT^TT
    #2
    0
  9. วันที่ 12 มีนาคม 2556 / 19:49
    พี่เชื้อโรคหมายเลขสอง กับ น้องคลอรีนน่ารักมากก

    อ่านเพลินเลย สนุกมากค่ะไรต์

    คิดถึงโมเมนต์คู่นี้จัง รอวันที่จะได้เห็นเขาสองคนยืนด้วยกันอีกครั้ง >//<

    ถึงวันนั้น แต่งมาให้ฟินกันอีกนะคะ :)
    #1
    0