[boy's love] warm vanilla sugar ❀ hongmark ft. taeten

ตอนที่ 12 : 11 : คำถามที่ไร้คำตอบ ( ๑๐๐% )

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 880
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    23 พ.ย. 60




Chapter 11

คำถามที่ไร้คำตอบ
 
 

                ยามเช้าของวันใหม่ เหมกรยืนกอดอกตีหน้าถมึงทึงใจกลางของบ้านพุฒิสรรค์สกุล ดวงตาคมจดจ้องคนหัวดื้ออย่างมาคิณณ์ที่อาการหวัดไข้ยังคงไม่ทุเลาลงแต่ดันแผลงฤทธิ์ดื้อยืนกรานจะไปเรียนไม่ยอมหยุดอย่างที่ว่าที่คุณหมอแนะนำ และนั่นก็ทำให้เหมกรต้องยกมือขึ้นกุมขมับแต่เช้า กระนั้นมาคิณณ์ยังไงก็ยังคือมาคิณณ์อยู่วันยังค่ำ คนหัวดื้อที่ไม่มีวันยอมง่ายๆ จนเหมกรเองก็อ่อนใจ เลยต้องจำยอมพยุงร่างอีกคนขึ้นรถ

และพอถึงที่หมาย เหมกรก็ช่วยพยุงร่างคนป่วยจอมอวดดีขึ้นตึกคณะจนเพื่อนรักอย่างเตนล์ร้องลั่นด้วยความตกใจ ถลาเข้าหาพร้อมแตะหน้าผากมาร์คด้วยความห่วงใย

 “มึงควรจะนอนเฉยๆ อยู่บ้านนะถ้าตัวจะร้อนขนาดนี้” 

“ก็วันนี้ต้องจด แค่ก เลคเชอร์ แค่กๆ ไม่ใช่เหรอ” 

“กูจดให้ก็ได้ปะ” 

“ไม่เอา กูไหวน่า… พี่เหมขอบคุณนะ” ท้ายประโยคมาร์คหันไปยังเหมกรที่ยืนประคองอยู่ด้านข้าง

“เลิกเรียนแล้วโทรมา จะได้ไปรับ”

“อื้ม” มาร์ครับคำก่อนจะให้เตนล์ช่วยพยุงเข้าห้องเรียนไป




ทว่าภายในห้องเรียน คนตัวเล็กกลับพยายามอย่างหนักที่จะฝืนลืมตาจดตามคำพูดของอาจารย์ เปลือกตาหนักอึ้งเพราะฤทธิ์ยาแก้ไข้ที่ทานไปเริ่มปรือลงใกล้จะปิดเต็มที เตนล์ที่นั่งอยู่ข้างกายหันมายังเพื่อนสนิทและถามด้วยความเป็นห่วง
                
“มึงไหวไหม” 
                
มาร์คไม่ตอบแต่เลือกชูสองนิ้วราวกับว่าตนนั้นไหว ซึ่งสวนทางกับใบหน้าซีดๆ และเหงื่อที่ไหลย้อยข้างขมับ เตนล์เห็นดังนั้นก็ได้แต่ถอนหายใจหนัก ก็จะอะไรซะอีกล่ะ ถ้าไม่ใช่เพราะเพื่อนเขาดันมาป่วยหนักกว่าเดิมแบบนี้น่ะ! 

“กูไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ” มาร์คลุกจากเก้าอี้โดยปฎิเสธความช่วยเหลือจากเตนล์ที่หมายเข้ามาช่วยพยุงเดิน เขาก้าวเขาเดินไปอย่างช้าๆ คลับคล้ายโลกหมุนเอียงจนต้องใช้แขนยันพนัง ดวงตาพร่าเบลอเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาจนพาลรู้สึกมึนหัว

และต้องนับถือในความพยายามของตัวเองที่สามารถพาร่างโอนเอนเข้าห้องน้ำจนทำธุระส่วนตัวได้สำเร็จ มาร์คเดินคลำผนังค่อยๆ ขยับขามุ่งกลับห้องเรียน ทว่าชั่วขณะที่จู่ๆก็รู้สึกหัวหนักอึ้ง ลำบากนักที่จะขยับขาก้าวเดินต่อ พื้นเริ่มเอียงซ้ายทีขวาทีราวกับเกิดแผ่นดินไหว ขยับมือกุมหัวตัวเองที่ปวดรัดตึบจนต้องหลับตาแน่น และในเวลาเดียวกัน ร่างกายของมาร์คก็ดิ่งลงสู่พื้น…

“มาร์ค!!!”

ตุ้บ

ฉับพลัน ร่างของคนไข้ที่กำลังสิ้นแรงโน้มถ่วงก็ถูกรับไว้โดยอ้อมแขนแกร่ง มาร์คปรือตาที่หนักอึ้งขึ้นมองดวงหน้าคุ้นเคยนั้น

“พะ พี่… พี่เจย์”

เจ้าของชื้อขมวดคิ้วแน่นเมื่อสัมผัสได้ถึงไอร้อนระอุจากคนในอ้อมแขน เขาค่อยๆ ช่วยพยุงมาร์คให้ลุกยืนตามปรกติ

“ทำไมถึงตัวร้อนแบบนี้ล่ะ”

“คือผม..”

“ไม่สบายทำไมไม่ไปพัก ยังจะมาเรียนทำไม” เจย์ยืนกอดอก กดเสียงต่ำพร้อมมองเด็กดื้อตรงหน้าที่ยืนผลุบตาลงล่าง ก้มใบหน้าลงราวกับเด็กที่กำลังถูกผู้ใหญ่ดุ

และเช่นเคยที่มาร์คมักจะโดนผู้ชายตัวโตตรงหน้าดุเสมอเมื่อทำอะไรผิด อย่างในวันวาน

“ถ้าพี่ไม่มาเจอเราก่อนคงได้ล้มลงไปนอนกับพื้นแน่ๆ ไข้ขึ้นสูงขนาดนี้น่ะ” เจย์ยังคงดุคนตัวเล็กต่อไป ในขณะที่ใบหน้าน่ารักเริ่มงอง้ำ ปากเล็กเปล่งเสียงสั่นๆอย่างที่ทำให้เจย์ถึงกับลอบยิ้ม

“ผมขอโทษฮะ...”

“เดี๋ยวพี่พาไปห้องพยาบาล ยังเดินไหวใช่ไหม” มาร์คพยักหน้าตอบอย่างจำยอม ก็ถ้าขืนบอกว่าไม่อยากไปห้องพยาบาลขึ้นมาล่ะก็ พี่ชายใจดีคนนี้ได้ยืนสวดเขาอีกยกใหญ่แน่ๆ :(

และในขณะที่มาร์คกำลังบ่นถึงอีกคนในใจ เจย์ก็ลอบยิ้มบางกับตัวเอง มาร์คมักจะเป็นแบบนี้เสมอไม่เคยเปลี่ยนตั้งแต่สมัยมอปลาย

หัวรั้น ดื้อเงียบ เอาแต่ใจ ต้องแกล้งตีหน้าดุเข้าใส่ถึงจะหงอ


ยังทำตัวเหมือนเด็กไม่เคยเปลี่ยน :)
 
 
 
           


ในขณะเดียวกัน
 
 


 
ปัง!

“มาร์ค! อ้าว.. เตนล์มาร์คล่ะ?” เตนล์เงยหน้ามองเหมกรที่ผลีผลามเปิดประตูเข้าห้องอย่างเร่งรีบ ใบหน้าคมดูตื่นตระหนกเมื่อพบว่าคนที่ต้องการเจอไม่ได้อยู่ในห้องนี้

“ไปเข้าห้องน้ำน่ะ หายไปนานแล้วไม่รู้จะเป็นไงมั่ง”คนตัวเล็กขมวดคิ้วอย่างกังวล แต่จะให้เขาออกไปตามตอนนี้ก็คงไม่ได้เหมือนกัน

“งั้นหรอ ขอบใจมาก” เหมกรปิดประตูลงยืนครุ่นคิดอย่างวิตก ความกลัวและกังวลเริ่มเกาะกินในหัวใจ เขาหวั่นว่าคนตัวเล็กจะได้รับอันตรายอะไรหรือเปล่าถึงยังไม่กลับเข้าห้องตามที่เตนล์กล่าว

พอได้เวลาพักเบรก เหมกรก็รีบวิ่งพรวดออกจากห้องมุ่งตรงมาหามาร์คทันที จากร่างกายที่เขาได้สัมผัสและอาการเมื่อเช้าทำให้นักเรียนแพทย์อย่างเหมกรรู้ได้ทันทีว่าพิษไข้เล่นงานอีกคนหนักขนาดไหน คนตัวเล็กที่ปกติมีผิวขาวใสบัดนี้กลับซีดเซียว ตัวร้อนจี๋จนหัวใจนักศึกษาแพทย์กระตุกวูบ จากความเป็นห่วงเป็นใยที่มีอยู่เป็นทุมเดิมกลับทวีคูณมากขึ้นเมื่อรู้ว่าคนที่ต้องการเจอไม่ได้อยู่ในที่ที่เขาคาดไว้

“หายไปไหนกัน” เหมกรสบถเมื่อเดินเข้าห้องน้ำก็ไม่พบตัวคู่หมั้น หัวใจแกร่งกำลังร้อนรุ่มลุกเป็นไฟ มือแกร่งหยิบโทรศัพท์ขึ้นกดโทรออกทันที และเมื่อไร้วี่แววว่าอีกคนจะกดรับก็ยิ่งจุดชนวนความเป็นห่วงให้มากขึ้นกว่าเดิม 

ดั่งหนูที่กำลังติดจั่น เหมกรกำลังเป็นเช่นนั้น ร้อนรน หวั่นกลัว เป็นห่วง กระวนกระวายไปเสียทุกสิ่งทุกอย่าง เขากลัวว่าอีกคนจะเป็นอะไรไป กลัวว่าจะดูแลอีกคนได้ไม่ดีพอ   

ก็ถ้าแม่รู้ว่าเขาไม่ยอมดูแลคู่หมั้นให้ดีๆ หรือปล่อยให้เป็นอะไรไปขึ้นมาล่ะก็ ...ต้องโดนด่าจนหูชาทั้งวันแน่ๆ 

…เหตุผลคือเช่นนั้นจริงๆน่ะเหรอ เหมกร?

เหมกรวิ่งอีกครั้ง เปิดประตูห้องน้ำทุกชั้นและทุกห้อง กระนั้นก็ยังไม่พบตัวคู่หมั้น เขายืนคิดอย่างคนหัวหมุนว่าในตอนนี้คนตัวเล็กควรจะไปอยู่ที่ไหนกัน ก่อนจะนึกได้อีกแห่งที่เขาพบว่าอีกคนชอบปลีกตัวไปนั่งบ่อยๆ ช่วงขาของเหมกรออกแรงวิ่งอีกครั้ง แม้เหงื่อและอาการเหนื่อยจะเริ่มออกอาการ แต่เขาก็ยังคงวิ่งตรงดิ่งไปยังร้านกาแฟด้วยความหวัง 

ทว่าเมื่อมาถึงร้านกาแฟกลับไร้วี่แววของมาร์ค เหมกรยืนกำมือแน่น รู้สึกปวดหนึบในหัวใจเมื่อคิดเท่าไหร่ ก็คิดไม่ออกเสียทีว่าอีกคนไปอยู่ที่ใด 

ยิ่งคิดเท่าไหร่ยิ่งร้อนรน ยิ่งร้อนรนเท่าไหร่กลับยิ่งหวาดกลัว 

เป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่อาจรู้ที่ขาออกตัววิ่ง พาร่างเหน็ดเหนื่อยตามหาคนที่หัวใจนึกเป็นห่วง เหมกรหยุดยืนหอบอย่างหนักหน่วงภายในโรงอาหาร หยาดเหงื่อไหลลงตามเรียวหน้า ทรงผมที่ถูกจัดเป็นทรงกลับเละไม่เป็นท่า 

ถึงแม้จะเหนื่อยและล้ามากแค่ไหน แต่คำว่า’เป็นห่วง’กับค้ำคอให้เขามีแรงวิ่งตามหาต่อไป

เพราะถ้ามาร์คเป็นอะไรขึ้นมา… คนที่เขาจะไม่มีวันให้อภัยนั่นก็คือตัวเอง

“โถ่เว้ย!!! หายไปไหนวะ”

เหมกรสบถอย่างเหลืออด ไม่ว่าที่ไหนที่ไหนก็ไม่พบร่างของอีกคน ไม่สบายตัวร้อนขนาดนั้นถ้าเป็นลมล้มพับขึ้นมาจะทำอย่างไร ใครจะพาไปห้องพยาบาล

ห้องพยาบาล...

ใช่แล้ว!!!



มาร์ค อย่าเป็นอะไรนะ
 







...............






“พี่เจย์ผมดีขึ้นมากแล้ว พาผมกลับห้องเถอะ” มาร์คเอ่ยเมื่อคิดว่าเป็นเวลานานแล้วที่ตนพักอยู่ในห้องพยาบาลแห่งนี้

“เอางั้นเหรอ ไหวแน่นะ?”

“ครับ” มาร์คยิ้มจนตาหยีพร้อมชูสองนิ้วขึ้นมาทั้งสองแขนเป็นหลักฐานให้คนตัวโตเห็นว่าตนนั้นไหว เจย์หลุดยิ้มพร้อมส่ายหน้าให้กับท่าทางเด็กน้อยของอีกคน ก้าวเข้าประชิดเตียงแล้วช่วยพยุงร่างอีกคนเดินออกจากห้องพยาบาล

ระยะทางจากห้องพยาบาลสู่ห้องเรียนของคนตัวเล็กถือว่าไกลพอสมควร และนั่นทำให้มาร์คและเจย์พูดคุยกันมากขึ้น เสียงหัวเราะของทั้งสองดังขึ้นประปรายกับบทสนทนาและมุขตลกที่เจย์พยายามเล่นให้คนป่วยฟัง

ทว่าทันใดนั้นเอง เท้าที่กำลังก้าวเดินก็จำต้องหยุดชะงักเมื่อทั้งคู่เห็นร่างที่กำลังยืนเหนื่อยหอบตรงหน้า กลุ่มผมสีเข้มยุ่งเหยิงเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ ชายเสื้อนักศึกษาแพทย์หลุดลุ่ยนอกขอบกางเกง มาร์คมองสภาพเหมกรด้วยความตกใจปนห่วงใย อยากถามใจจะขาดทว่าแววตาเกรี้ยวกราดก็กลืนทุกความคิดของมาคิณณ์เสียก่อน 


“พะพี่เหม...”


“หึ มีความสุขนักสินะมาคิณณ์”


“ฟังฉันก่อน” มาร์คขืนตัวออกจากการพยุงของเจย์ที่ยืนงงกับสถานการณ์ตรงหน้า มองทั้งสองสลับไปมาอย่างไม่เข้าใจ หรือการหายหน้าหายตาไปสองปีจะทำให้เขาตกข่าวอะไรไปหรือเปล่า

“ต้องฟังอะไรอีกด้วยหรอ?”

“ฉันบังเอิญ..”


“ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น!!!”


มาร์คสะดุ้งด้วยความตกใจกับท่าทีกราดเกรี้ยวของอีกคน กายบางสั่นเล็กน้อยด้วยความหวาดกลัวที่เริ่มเกาะกินเข้ามาในจิตใจ เจย์ที่ยืนอยู่เบื้องหลังอดโมโหแทนไม่ได้เมื่อพบว่ามีใครก็ไม่รู้กำลังอารมณ์ร้อน ตวาดเสียงดังใส่มาร์คก็ยื่นมือเข้ามาช่วยน้องชายคนสนิท

เขาก็ไม่รู้หรอกว่าความสัมพันธ์ของสองคนนี้นั้นอยู่ในขั้นไหน แต่เมื่อมาตะคอกเสียงดังใส่น้องชายเขาปาวๆ แบบนี้จะให้ทนมองอยู่เฉยๆ ได้อย่างไรกัน “ขอโทษนะครับ ตอนนี้มาร์คกำลังไม่สบายหนัก อย่าตะคอกใส่เขาสิครับมีอะไรก็ค่อยๆพูดจา..”

“หุบปาก!!! คนเป็นคู่หมั้นเขาจะคุยกัน” เสียงเข้มเอ่ยรอดไรฟันอย่างต้องการสะกดกลั้นอารมณ์ ยิ่งเห็นว่าเจย์ออกตัวปกป้องมาร์ค อารมณ์เดือดดาลก็ยิ่งคุกรุ่นมากขึ้นเท่านั้น


“เหมกรฟังฉัน...”



“ฉันยังต้องฟังอยู่อีกงั้นหรอมาคิณณ์!!!!!!!!!!”



เหมกรตะคอกเสียงดังลั่น จ้ำอ้าวตรงเข้าประชิดตัวอีกคนแล้วยึดไหล่บางที่กำลังสั่นเทาอย่างน่าสงสาร เขาบีบไหล่เล็กตามแรงอารมณ์ที่พลุ่งพล่านขึ้น เสียงเข้มตะคอกใส่หน้าคนตัวเล็กที่สั่นสะท้านไปทั้งร่าง ไอร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างเล็กเพราะพิษไข้เริ่มสูงขึ้น แต่ทว่าอารมณ์ของร่างโปร่งกลับสูงยิ่งกว่า


“ฉันวิ่งตามหานายไปทั่ว ฉันทั้งกลัว ฉันทั้งเป็นห่วงไปหมด!!!”


“พี่เหม..”


“ฉันวิ่งตามหานายเหมือนคนบ้า!!!!!!!”


มาร์คขบริมฝีปากแน่นก้มใบหน้าลงเพื่อซ่อนนัยน์ตาใสที่พร่ามัวด้วยน้ำตาเอ่อคลอพร้อมที่จะหยดไหลลงมาได้ทุกเมื่อ เหมกรดูน่ากลัวเกินไป...

“แล้วดูนายทำสิ มาอยู่กับไอ้นี่น่ะเหรอ ให้ไอ้นี่ประคองกอดก่ายนายนะเหรอ! ห๊า!!!!!!”

“พี่เหม ฮึก ฉัน”

“ใจเย็นๆสิครับ มาร์คไม่สะ”

“บอกว่าให้หุบปากไง อย่าแส่!!!!!!!!!!”

ในเวลานี้อารมณ์อยู่เหนือความคิดทั้งมวล ไม่สนแม้กระทั่งอายุที่มากกว่าของเจย์ ไม่สนแม้กระทั่งร่างเล็กที่กำลังสั่นเทิ้ม ไม่สนแม้กระทั่งความร้อนเพราะพิษไข้ที่กำลังโจมตีของคนตรงหน้า ดั่งหัวใจของชายหนุ่มกำลังถูกอารมณ์ครอบงำ ทุกสิ่งทุกอย่างก็ไม่สามารถที่จะฉุดรั้งอาการฉุนจัดที่ถูกปลุกจากความเลือดเย็นนี้ได้

“ฮึก พี่เหม ฮึกฉัน”

มือใหญ่ที่บีบไหล่เล็กแน่นผ่อนลงเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงสะอื้นที่ออกมาจากริมฝีปากเล็ก เสี่ยววินาทีที่ความรู้สึกผิดถาโถมเข้ามาใส่ตัวเขาที่เผลอใช้อารมณ์รุนแรงกับคนตรงหน้า แต่เมื่อนัยน์ตาคมหันไปสบเข้ากับคนเบื้องหลังอารมณ์ร้ายกลับถูกจุดปะทุขึ้นมาอีกครา

“นายคงจะอยากอยู่กับคนที่อยากอยู่สินะ”

“ฮึกไม่ ไม่ใช่นะ”

“ฉันเข้าใจ เขาคงจะดีกับนายมาก”

“พี่เหมฟังฉันก่อนฮึก”

“ถ้านายอยากจะอยู่กับเขามากจนผิดคำพูดกับฉัน”

“ไม่นะพี่เหมฮึก”

“ก็ไปอยู่กับเขาเถอะ...”

ร่างสูงปล่อยมือออกจากไหล่เล็กเดินหันหลังออกจากทันที มาร์คปล่อยให้ร่างตัวเองล่วงลงไปนั่งกองบนพื้นอย่างคนไร้เรี่ยวแรง น้ำตาที่พยายามเก็บกลั้นไว้ถูกปล่อยออกมาอย่างคนอัดอั้น เสียงสะอื้นดังระงมตามระยะห่างของกายสูงที่เดินไปไกลขึ้นอย่างน่าเวทนา เสียงใสที่บัดนี้แหบแห้งพยายามเปล่งเป็นคำพูดเรียกชื่ออีกคนที่ถึงแม้จะเรียกยังไงแผ่นหลังตรงนั่นก็ไม่หันกลับมา

แต่ใครเล่าจะรู้ว่าทุกย่างก้าวที่เดินออกมานั้นช่างยากลำบาก ยิ่งเสียงร้องไห้ของคนตัวเล็กดังเข้าสู่ระบบโสตประสาทยิ่งรู้สึกบีบรัดแน่นที่หัวใจ ดั่งเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นกำหัวใจดวงแกร่งแน่นอย่างช้าๆ เจ็บจนจุกและรวดร้าวไปหมดเหมือนคนไร้อากาศที่จะหายใจต่อไป ใช้ความพยายามอย่างหนักที่จะฝืนร่างกายให้ก้าวเท้าและทนต่อเสียงร้องไห้ที่กำลังร้องเรียกชื่อเขาอยู่ด้านหลัง

...ซึ่งผู้ชายคนนี้รู้สึกเหมือนกำลังตายทั้งเป็น

มาร์คยังคงปล่อยน้ำตาให้ไหลลงมาไม่หยุดหย่อน จ้องมองแผ่นหลังแกร่งที่ไกลออกไปเสียงแหบแห้งร้องเรียกอีกคนให้หันกลับมาแต่ก็ไม่เป็นดั่งหวัง ยิ่งแผ่นหลังของเหมกรไกลลับสายตามากเท่าไหร่เสียงสะอื้นก็ยิ่งดังขึ้นเท่านั้น หยาดน้ำอุ่นจากดวงตาเริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆ ตามอุณหภูมิร่างกายที่พุ่งสูงขึ้น 

“มาร์คไหวไหม  พี่ขอโทษนะ ” เจย์เดินมาแตะมือบนไหล่เล็กที่ยังคงสั่นไหวตามแรงสะอื้น

“ไม่ฮึกใช่ความผิดฮึกของพี่” เจย์มองน้องชายคนสนิทที่ร้องไห้ไม่หยุดอย่างนึกสงสาร ทุกคำพูดที่เปล่งออกมาจากปากเล็กปะปนเสียงสะอื่นจนยากนักที่จะฟัง

“มาร์ค! มาร์ค!”เสียงแหลมของเตนล์ดังขึ้น มาร์คเงยหน้ามองเพื่อนสนิทที่เดินมานั่งตรงหน้าก่อนจะคว้าร่างเขาเข้าไปกอดแน่น ทันใดนั้นมือเล็กรีบคว้ากอดร่างเพื่อนสนิทแน่นเสียงใสปนแหบปล่อยโฮออกมาทันทียามที่ได้กอดรัดคนที่เป็นที่พึงพิงเขาได้ทุกเมื่ออย่างน่าอนาถใจ

“เตนล์ฮึกกู เตนล์ฮึกกูมันไม่ใช่ฮึกแบบที่พี่เหมฮึกคิด” เตนล์ลูบแผ่นหลังเล็กของเพื่อนไปมาฟังทุกน้ำเสียงอย่างรู้สึกปวดร้าว ยิ่งเห็นเพื่อนร้องไห้หนักมากเท่าไหร่เขายิ่งรู้สึกเจ็บปวดมากเท่านั้น

“มึงตัวร้อนจี๋เลยกูว่ามึงกลับบ้านไปพักก่อนดีกว่า” เตนล์ผละกอดเปลี่ยนมามองหน้าเพื่อนสนิทอย่างนึกห่วงแทน ใบหน้าน่ารักที่บัดนี้กลับซีดเผือดเต็มไปด้วยหยดน้ำตา ดวงตาแดงก่ำปูดโปนขึ้นอย่างน่าใจหาย

“ไม่ฮึกกูจะไปหาฮึกพี่เหมฮึก”


“มาร์คนี่มึง...”



“ฮึก”



“...รักเหมกรไปแล้วใช่ไหม”



สิ้นคำถามของเตนล์ ใบหน้าน่ารักที่เปื้อนน้ำตาก็เงยขึ้นมองเพื่อนสนิททันที คำถามนั้นเป็นคำถามที่เขายังคงค้างคาใจอยู่เช่นเดียวกัน คำถามที่เขาพยายามขวนขวายเพื่อหาคำตอบที่แท้จริง


“กู...” 


“…”



“...ไม่รู้”



ความเจ็บปวดถูกกลั่นเป็นหยาดน้ำตาให้ไหลลงตามใบหน้าเรียว ภาพแผ่นหลังของคนตัวสูงที่หายลับโดยไม่แม้แต่จะหันเศษเสี่ยวกลับมามองพลอยแต่จะทำให้เสียงสะอื้นขับกล่อมบทเพลงความเศร้าดังขึ้นมากกว่าเดิม ดั่งเหมือนมีโซ่ตรวนใจที่ไม่รู้ว่าถูกคล้องเกี่ยวตั้งแต่เมื่อไร โดยใคร กำลังรัดก้อนเนื้อที่เรียกว่าหัวใจให้แหลกสลาย บรรยากาศรอบข้างยังคงเงียบสงบราวไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น ทว่าเสียงคร่ำครวญแห่งความเสียใจของมาร์คนั้นยังคงก้องกังวานไม่ขาดสาย


เสียงบรรเลงแห่งความเศร้าที่น่าคร่ำครวญที่สุด …ก็คือเสียงแห่งน้ำตา




 
- - - - - - - - - - ( - Warm Vanilla Sugar - ) - - - - - - - - - -

 
( - รักเหมกรไปแล้วใช่ไหม ♥ - )





อย่าว่าพี่เหมมมมมมมมม
สงสารนุ้งมัคคค
B
E
R
L
I
N
?
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

317 ความคิดเห็น

  1. #311 pakamon (@pakamook) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 07:30
    ฮื่อออออ น้องงงงงงงง
    #311
    0
  2. #220 marklovemay7 (@marklovemay7) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2560 / 05:08
    ฮรือออออปวดใจ สงสารหนูมาร์คเห็นใจสองฝ่ายเลยอ่ะ พี่เหมมางี้ปวดใจน่าดู
    #220
    0
  3. วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 13:44
    ปวดใจ -พี่เหม ! ฟังน้องบ้าง ;(
    #219
    0
  4. #218 aun-aom (@aun-aom) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 08:13
    โอ้ยยยยย ปวดใจจจ รอคอยเค้ามางอนง้อกันนะ ฮืออออ จารออออ
    #218
    0
  5. #217 marklee's girl (@elfjunior) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 03:45
    ;_____; ปวดหัวใจ ไม่รู้ว่าจะยังไงเลย อยากให้พี่เหมฟังน้องก่อนอะ แต่ก็เข้าใจพี่เหม แค่มาเห็นก็ปวดใจเหมือนกัน ...ค่อยๆคุยกันนะ แง
    #217
    0
  6. #216 marklee's girl (@elfjunior) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 03:44
    ;_____; ปวดหัวใจ ไม่รู้ว่าจะยังไงเลย อยากให้พี่เหมฟังน้องก่อนอะ แต่ก็เข้าใจพี่เหม แค่มาเห็นก็ปวดใจเหมือนกัน ...ค่อยๆคุยกันนะ แง
    #216
    0
  7. #215 xxbammxx (@xxbammxx) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 22:31
    มาร์คลูกกกกกกกก อย่าร้องไห้ขนาดนี้สิเดี๋ยวช็อคไข้ขึ้นจะทำยังไงงง TT
    #215
    0
  8. #214 marklovemay7 (@marklovemay7) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 / 21:47
    มาร์คดื้อจังเลย ให้พี่เหมจับตีตูดเลยนิ่
    รอต่อนะค่า
    #214
    0
  9. #213 najar (@yeonjee-jar) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 / 06:15
    ขอเตรียมใจกับอีกครึ่งที่เหลือล่วงหน้าก่อนได้ไหมคะ
    ถ้าพี่เหมไปห้องพยาบาล ... ก็ต้องเจอมาร์คอยู่กับพี่เจย์แน่ๆ
    #213
    0
  10. #212 mtxeln_ (@_metsai_) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 14:55
    ฝากพี่เหมจับคนดื้อมาตีตูดสักทีสองทีด้วยนะคะ ;_;
    #212
    0
  11. #211 xxbammxx (@xxbammxx) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 14:24
    รอเน้ออออออ มาร์คดื้อจังเลยไม่สบายทำไมไม่พักผ่อนนน
    #211
    0