[boy's love] warm vanilla sugar ❀ hongmark ft. taeten

ตอนที่ 7 : 5 : ข้าวผัด ( ๑๐๐% )

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,360
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    20 พ.ค. 60



Chapter 5






ข้าวผัด’





มาคิณณ์  พุฒิสรรค์สกุล  (มาร์ค)







              ยามบ่ายของวันธรรมดา เตนล์ยืนประหม่าอยู่หน้าโรงพยาบาลชื่อดังแห่งหนึ่ง มือเล็กบีบแน่นอย่างต้องการเรียกกำลังใจ สูดลมหายใจลึกแล้วผ่อนยาวอย่างหวั่นวิตก และในที่สุดขาเล็กก็ก้าวชิดขอบเคาท์เตอร์ประชาสัมพันธ์

              “เอ่อขอโทษครับ ผมจะมาขอพบคุณหมอแทนไท ไม่ทราบว่าตอนนี้เขาอยู่หรือเปล่าครับ”

              “คุณหมอแทนไทใช่มั้ยคะ สักครู่ค่ะ... ใช่คุณชิตพลหรือเปล่าคะ” ได้ยินดังนั้นก็เผยรอยยิ้มน่ารัก พร้อมพยักหน้ารัว

              “ตอนนี้คุณหมอแทนไทอยู่ที่ห้องส่วนตัวชั้นสามสิบห้าค่ะ น้องเดินกดลิฟท์ขึ้นไปแล้วเลี้ยวซ้ายนะคะ หน้าห้องจะมีชื่อคุณหมอติดอยู่ คุณหมอรออยู่ด้านในแล้วค่ะ” เตนล์โค้งหัวให้พยาบาลคนนั้นเล็กน้อย ฝีเท้าเล็กเดินเข้าประตูลิฟท์ ยิ่งลิฟท์เคลื่อนตัวสูงเท่าไหร่หัวใจดวงเล็กก็ยิ่งเต้นแรงเท่านั้น เขากำลังตื่นเต้น และตื่นเต้นมากเสียด้วย...


                เตนล์กำลังขึ้นไปหาพี่หมอที่ห้องแหนะ ที่ห้องเลยนะ! ฮริ้งงงงง T/////∇////T #นอนดิ้น

 

 

                เมื่อลิฟท์หยุดอยู่ที่ชั้นสามสิบห้า เตนล์ก็ก้าวเดินไปตามทางก่อนพบกับประตูบานใหญ่ที่มีป้ายติดอยู่หน้าห้องว่า ‘ผู้ช่วยรองผอ.แทนไท พุฒิสรรค์สกุล’  หื้ม พี่หมอมีตำแหน่งสูงขนาดนี้เชียวเหรอ? ถึงจะรู้ว่าอีกฝ่ายอยู่ในช่วงฝึกงานเพื่อเตรียมตัวเป็นผู้สืบทอดเจ้าของโรงพยาบาลก็เถอะ แต่ไม่คิดว่าแค่ฝึกงานของพี่แทนจะมีตำแหน่งใหญ่โตถึงขนาดนี้! นี่กูชอบของสูงเลยใช่ไหม!
          


                รู้ว่าเสี่ยง แต่เตนล์ต้องขอลอง T_T



                ฝ่ามือน้อยชูขึ้นหมายยกเคาะประตู แต่ต้องยกเก้อเมื่อประตูบานนั้นถูกเปิดสวนจากด้านในแทน พยาบาลสาวหน้าตาสะสวยยืนอยู่ด้านหน้าเขา เธอมองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยความฉงนสักพักแล้วเผยรอยยิ้มออกมา จากนั้นเสียงเข้มก็ดังแทรกขึ้นจากด้านใน

               “มีอะไรเหรออึนจี” พยาบาลที่ชื่ออึนจีเบี่ยงตัวหลบให้แทนไทได้เห็นคนด้านนอก และทันใดนั้นหมอหนุ่มก็จุดรอยยิ้มขึ้นเมื่อพบว่าเด็กน้อยของเขามาถึงแล้ว

               “เข้ามาสิเตนล์ คุณอึนจีประชุมเย็นนี้อย่าลืมจัดเตรียมเอกสารตามที่ผมบอกด้วยนะครับ” พยาบาลสาวโค้งหัวแล้วเดินปลีกตัวออกมา เตนล์สูดลมหายใจลึกก่อนปิดประตูลง ช่วงขาเล็กก้าวเดินเข้าหาคนตัวโต

               โต๊ะทำงานของหมอหนุ่มเต็มไปด้วยกองแฟ้มและเอกสารมากมายที่เตนล์เห็นแล้วยังแอบถอนหายใจเหนื่อยแทน หมอหนุ่มจัดเอกสารให้เข้าที่ก่อนเงยหน้าถามอีกคน “เริ่มเลยมั้ย?”

                “อ่าคะครับ” แทนไทจุดยิ้มบางเมื่อในเวลานี้เด็กตรงหน้าดูประหม่าและรนจนสังเกตุได้ชัด นัยน์ตาเรียวหลุบไปหลุบมาอย่างไม่กล้าสบตา ซึ่งช่างแตกต่างจากในไลน์ที่คนตัวเล็กมักจะชวนคุยไม่หยุดไม่หย่อน


                แต่ว่าแบบนี้น่ะ...




                ...ก็ดูน่ารักดีไม่ใช่หรอ :) 









                จวบจนเวลาเย็น เตนล์ยังคงสัมภาษณ์แทนไทไปเรื่อยๆ คำถามที่เตรียมมาในวันนี้มักจะเป็นส่วนของช่วงชีวิตวัยเรียนว่ามีการทำคะแนนอย่างไร นอกจากเรียนยังมีกิจกรรมอย่างอื่นอีกไหม และนี่ก็ทำให้เขาได้รู้เรื่องราวของชายหนุ่มในฝันมากขึ้นอีกด้วย


              พี่แทนเป็นเดือนแพทย์แล้วยังได้เกียตินิยมอันดับหนึ่งอีกเหรอ



              โอ้ยยยย อีเตนล์อยากเป็นแฟนหมอ อีเตนล์อยากได้อีเตนล์อยากโดน T_T

 


 
             เมื่อมีเวลาพบก็ต้องมีเวลาจาก ในเมื่ออีกครึ่งชั่วโมงหมอหนุ่มต้องเข้าประชุมและขอให้คนตัวเล็กมาสัมภาษณ์ต่อภายหลัง เตนล์แอบถอนหายใจเงียบๆ เมื่อยังไม่อยากกลับไปไหน ก็หัวใจของเขามันกำลังเรียกร้องให้อยู่ตรงนี้ต่อ อยู่กับพี่หมอต่ออีกสักนิดก็ยังดี ...แต่ก็ได้แค่คิด  

             “ขอโทษนะที่ไปส่งเราไม่ได้ แต่เดี๋ยวพี่โทรเรียกแท็กซี่ให้แล้วกัน” เตนล์พยักหน้ารับก่อนขอตัวออกมาจากห้องทำงานของแทนไท ภาพความวุ่นวายของหมอหนุ่มที่กำลังจัดเตรียมเอกสารเข้าประชุมดูปวดหัวเสียจนเด็กหนุ่มอยากเข้าไปช่วยเหลือ แต่ดูเหมือนจะไปเป็นภาระเขาเปล่าๆ =_=;

              กระทั่งเตนล์ลงมาถึงหน้าตึกก็พบกับแท็กซี่จอดรอตามคำพูดหมอหนุ่มจริงๆ คนตัวเล็กเข้าไปนั่งด้านในแล้วเอนกายพิงเบาะรถอย่างเหนื่อยอ่อน หากแต่ภายใต้ใบหน้าอ่อนล้านั้นกลับเต็มไปด้วยความสุข หัวใจดวงน้อยที่ถวิลหาเรียกร้องแต่ชื่อเจ้าของหัวใจ หัวใจดวงน้อยที่กำลังติดปีกล่องลอยไปตามสายลมแห่งความสุข ความสุขที่ได้ใกล้ชิดชายที่แอบชอบมานานแสนนาน



               คิดแล้วก็ฟินชิบหายไอ้สัด กูได้เข้าไปในห้องทำงานพี่หมอด้วย งื้อออ ขอพื้นที่เขินแพบ T/////T


                มือเล็กล้วงเข้ากระเป๋าเป้ของตนก็พบกับสมุดเล่มเล็กสีน้ำตาลที่มั่นใจว่าไม่ใช่ของตนแน่นอน ขอละเมิดสิทธิเปิดดูด้านในก็พบกับลายมือตวัดหยุกหยิกมากมายที่เต็มไปด้วยรายชื่อยาและคนไข้ อื้ม~ เขาว่าเขาได้ข้ออ้างใหม่ไปหาพี่หมอเพิ่มแล้วล่ะ
  


                 ก็ถ้าไม่หาข้ออ้างแบบนี้..




                 เตนล์ก็อดเป็นแฟนหมอน่ะสิ  หึ :(








( - warm vanilla sugar - )
 






                ใจกลางสวนของคฤหาสต์หลังใหญ่ คุณหนูคนเล็กของบ้านพุฒิสรรค์สกุลกำลังนั่งก้มหน้า เพ่งสมาธิไปกับเอกสารในมือที่เรียงรายรายชื่อเชื้อโรคต่างๆ กลีบปากเล็กก็คอยเผยอท่องจำรายละเอียดนั้นๆ สมาธิทั้งหมดถูกเทเข้าใส่เอกสารตรงหน้าโดยไม่ได้รู้ตัวเลยว่าขณะนี้ ประตูรั้วบ้านขนาดยักษ์กำลังถูกเปิดออกและมีรถคันใหม่ขับเคลื่อนเข้ามาเรียบร้อย

       เหมกรก้าวลงจากรถก็ไม่ยากเลยที่จะพบตัวคู่หมั้น คนตัวเล็กกำลังนั่งอ่านหนังสือในสวนซึ่งไม่ไกลจากโรงจอดรถมากนัก และหมายไม่ให้อีกคนรู้ตัว ฝีเท้าใหญ่ก็เดินย่องเบาเข้าประชิดแผ่นหลังและเอี้ยวใบหน้าก้มมองคู่หมั้นที่กำลังตีหน้าเครียดเกินความจำเป็น


        ขมวดคิ้วแน่นขนาดนี้เดี๋ยวก็ได้ตายก่อนวัยหรอก 


        เหมกรยกฝ่ามือใหญ่ผลักหัวเล็กเบาๆ มาร์คหันมาถลึงตาใส่คนด้านหลังทันทีที่บังอาจมาแกล้งให้หลุดสมาธิ และยิ่งพบว่าเป็นฝีมือใครปากเล็กก็อ้าขึ้นหมายจะเหวใส่อีกคนเต็มที่

               
                “ไอ้บ้าพี่เหม! ว่างมากนักรึไงห๊ะ!!!”


            และยิ่งคู่หมั้นหน้าหล่อยืนส่งเสียงหัวเราะแทนที่จะสำนึกผิดก็ยิ่งเรียกสายตาขุ่นเคืองจากมาคิณณ์ได้อย่างดี ฝ่ามือน้อยๆ ยกขึ้นหมายจะทุบคนขี้แกล้งสักปั๊กสองปั๊ก ก็จำต้องชะงักค้างกลางอากาศ ปรับเปลี่ยนใบหน้าเป็นสงสัยเมื่อเห็นอีกฝ่ายหิ้วกระเป๋าใบโตมาด้วย


                ทำอย่างกับหนีออกจากบ้านแหนะ = =;


                “แบกอะไรมาเยอะแยะ”


                “คุณแม่บอกให้ฉันมานอนเป็นเพื่อนนาย” สิ้นเสียงของเหมกร นัยน์ตาของมาร์คก็เบิกกว้างด้วยความตกใจ



                อะไรนะ? นอนนี่? จะบ้าเหรอ!

               
                “ก็บ้านนายไม่มีคนอยู่นิ พ่อกับแม่นายไปสัมมนาที่ฝรั่งเศสส่วนพี่แทนก็ติดประชุมใหญ่กลับอาทิตย์หน้าไม่ใช่เหรอ  คุณแม่เขาเป็นห่วงเลยบังคับให้ฉันมานอนด้วย” 

                เหมกรอธิบายยาวเยียดด้วยใบหานิ่งเฉยอย่างคนไม่รู้สึกเดือดร้อนอะไร ตรงข้ามกับมาร์คที่ยังคงเบิกตาค้าง อ้าปากหวอด้วยความตกใจปนคาดไม่ถึง 

             เขารู้ว่าต้องอยู่บ้านคนเดียวประมาณหนึ่งอาทิตย์ แต่เขากลับไม่ได้คิดเรื่องที่คุณแม่จะให้พี่เหมมาอยู่เป็นเพื่อนเลย ก็คนในครอบครัวเขาไม่เคยอยู่ติดบ้านเป็นกิจวัตรอยู่แล้วนี่ และที่สำคัญคืนนี้เขาก็คุยกับเพื่อนไว้ว่าจะไปสังสรรค์ด้วยกันซะด้วยสิ



                 ผับจ๋า วันนี้แกคงต้องเป็นหมันแล้วล่ะ T_T



                 “แต่ไม่เห็นต้องแบกของมาเลยก็ได้นิ” มาร์คยังคงค้าน เมื่อคิดว่าอีกฝ่ายไม่ต้องลำบากคอยอยู่เป็นเพื่อนก็ได้ แค่มาหาก็พอ ทว่าคำตอบของเหมกรนั้นกลับทำให้มาร์คต้องนิ่งค้าง



                “ก็คุณแม่บังคับ คิดว่าฉันอยากมาหานายนักรึไง?”



      เหมกรตอบกลับอย่างคนปากไวและไม่ทันได้คิดไตร่ตรองอะไร แต่เมื่อเห็นคนตัวเล็กนิ่งเงียบไม่โต้ตอบจึงหวนคิดได้ว่าพูดอะไรออกไป ดวงตาสีเข้มจ้องลึกลงดวงตาของคู่หมั้นที่บัดนี้เต็มไปด้วยความขุ่นมัว
  




        
                 “ถ้างั้นก็กลับไปซะสิ”






         !!!!!!!!!!!!!!






                 เหมกรสูดลมหายใจลึกอย่างต้องการเก็บอารมณ์ที่เริ่มครุกรุ่น ชายหนุ่มรู้ดีว่าตอนนี้คนตรงหน้ากำลังโมโห และตัวเขาก็ไม่ใช่คนที่เห็นไฟต้องโยนฟืนเข้าใส่ กลับกัน เขาต้องเป็นสายน้ำที่คอยดับกองเพลิงจากมาร์ค

             และส่วนคำพูดใจร้ายเมื่อกี้ก็คือคำโกหกทั้งเพ คุณแม่บังคับให้มานอนเป็นเพื่อนงั้นเหรอ? หึ ท่านไม่ได้กล่าวอะไรเลยเสียด้วยซ้ำ เขาแค่ยกแม่มาเป็นข้ออ้างไปงั้นแหละ ก็จะให้อ้าปากพูดออกไปว่าไม่อยากให้อยู่บ้านคนเดียวงั้นน่ะเหรอ?


                  หรือพอรู้ว่าคู่หมั้นตัวเล็กอยู่บ้านคนเดียวก็รีบบึ่งรถมาหายันนี่เพราะเป็นห่วงงั้นเหรอ?

  


                   เหอะ เกิดใหม่สิบชาติเหมกรคนนี้ก็ไม่มีวันพูดหรอกครับ บาย 





                   “จะกลับได้ยังไงละ ถ้าคุณแม่รู้เข้าฉันต้องโดนฆ่าตายแน่ๆ”

      



                   และเป็นอีกครั้งที่เขายกแม่ขึ้นมาอ้าง






                   “...”





                   “ไหนๆ ก็มาแล้วพาฉันเข้าห้องสิ ยืนถือของแบบนี้มันหนักนะครับคุณคู่หมั้น”









                 ...เหมกรน่ะเหรอ
  







                    ก็แค่ผู้ชายปากแข็งคนหนึ่งเท่านั้นแหละครับ









                  มาร์คยกห้องข้างๆของตัวเองที่เป็นห้องรับรองแขกให้เหมกรพักชั่วคราว ซึ่งอีกคนก็ไม่ได้คัดค้านอะไร เหมกรและมาร์คต่างกลับลงไปนั่งอ่านหนังสือในสวนอีกครั้ง โดยที่คนตัวเล็กก็แอบชำเลืองสายตามองคู่หมั้นเป็นระยะ และนั่นก็ทำให้มาร์ครู้ว่าอีกคนงานหนักและเยอะขนาดไหน แถมแต่ละอย่างยังยากต่อการจดจำอีกด้วย ซึ่งนับว่าเหมกรเป็นคนที่หัวดีและไวมากคนหนึ่งที่สามารถเข้าใจเนื้อหาเหล่านั้นได้อย่างรวดเร็ว

                 จวบจนเวลาตกเย็น มาร์คก็พาเหมกรไปซุปเปอร์มาเก็ตเล็กๆ แถวบ้านเพื่อหาซื้อวัตถุดิบทำอาหารเย็น และในครั้งนี้คุณคู่หมั้นตัวเล็กก็อาสาที่จะโชว์ฝีมือทำอาหารเย็นให้อีกคนได้ทาน


                 เห็นบ้าๆ บอๆ แบบนี้คุณหนูมาคิณณ์ก็ไม่ใช่มือสมัครเล่นนะขอบอก
 

                 ข้าวผัดกุ้งใส่แฮมคือเมนูง่ายๆ ที่พวกเขาตกลงกันให้เป็นเมนูหลักของเย็นวันนี้ ทั้งคู่เลือกซื้อนมแฮมกุ้งไข่และขนมกินเล่นเล็กๆ น้อยๆ เอาไว้ตุนยามหิว เหมกรเข็นรถเดินตามหลังคนตัวเล็กต้อยๆที่คอยหยิบของสดใส่รถ และบ่อยครั้งที่มาร์คหันมาถามว่าอยากกินอะไรเพิ่มไหม อีกฝ่ายเพียงแค่ส่ายหัวแล้วตอบกลับมานิ่งๆ ว่า



                ‘แล้วแต่คุณคู่หมั้นเถอะครับ’



                แหมคนอะไรช่างน่าหมั่นไส้สิ้นดี = =;


                และจะมีบ้างบางครั้งที่เหมกรจอมขี้แกล้งที่เขาแอบตั้งฉายาให้ในใจจะแกล้งกันด้วยสารพัดวิธี  อย่างตอนมือเล็กหยิบถั่วฝักยาวใส่รถเข็น เหมกรก็จะหยิบมันขึ้นแล้วเอาก้านถั่วนั้นมาปัดผมเขาเล่นจนยุ่งเหยิง แล้วพอหันไปถลึงตาไม่พอใจใส่ เจ้าตัวก็กลับยืนปล่อยเสียงหัวเราะอย่างไร้ความสำนึกผิดที่แกล้งเขาได้สำเร็จ


               ไอ้พี่เหมจอมขี้แกล้ง คอยดูจะจับพริกกรอกปากเสียให้เข็ด :(
 

               เหมกรหิ้วถุงซุปเปอร์มาเก็ตชื่อดังเดินตามหลังคุณคู่หมั้นเข้าครัว มองคนตัวเล็กผูกผ้ากันเปื้อนลายคิตตี้ที่เอวอย่างคล่องแคล่ว มาร์คจัดการล้างกุ้งและสะเด็ดน้ำให้แห้งแล้วนำขึ้นเขียง ก่อนจะรู้สึกได้ถึงสายตาคู่หนึ่งที่กำลังมองมาจากด้านหลัง ซึ่งไม่ต้องคิดให้วุ่นวายว่าเจ้าของสายตานั้นเป็นใคร


              ในบ้านมีกันอยู่สองคนถ้าไม่ใช่มันแล้วจะผีที่ไหนล่ะ 
 

              “ใส่แฮมเยอะๆนะ” เสียงเข้มเอ่ยขึ้นเรียกให้มาร์คตวัดสายตามอง มือเรียวหยิบจานใส่แฮมก่อนยัดลงมือคู่หมั้นตัวโต เหมกรเงยหน้าขึ้นมองอย่างฉงน

             “อยากกินแค่ไหนก็หั่นเองสิ หั่นเป็นลูกเต๋านะ” ริมฝีปากหยักจุดรอยยิ้มก่อนยักไหล่นิดๆ แค่หั่นแฮมน่ะมันเรื่องกล้วยๆ สำหรับตัวเขาอยู่แล้ว 

              มาร์คที่ผ่ากุ้งอยู่ข้างๆ เหลือบมองเหมกรบ่อยครั้ง นัยน์ตาสีดำสวยของคู่หมั้นดูตั้งใจและแน่วแน่กับการหั่นแฮมให้เป็นลูกเต๋าที่สมบูรณ์แบบ และนั่นก็ทำให้มาร์คอดไม่ได้ที่จะขยับรอยยิ้มขึ้นช้าๆ กับภาพที่หาดูได้ยากของคนตัวโต



                เหมกรมักเป็นแบบนี้เสมอ เวลาทำอะไรมักตั้งใจทำอย่างเต็มที่
                

                เมื่อจัดเตรียมเครื่องเสร็จมาร์คก็เริ่มทำการผัดข้าวลงกระทะ เหมกรยืนมองมาร์คอยู่ด้านหลังพร้อมเอาไหล่พิงขอบประตู ดวงตาคมจับจ้องคนตัวขาวที่สวมผ้ากันเปื้อนจับกระทะหยิบนู้นหยิบนี่อย่างคล่องแคล่ว รอยยิ้มกว้างถูกจุดขึ้นบนดวงหน้าหล่ออย่างหักห้ามไม่อยู่  

                กลิ่นหอมโชยออกมาจากกระทะเรียกเสียงคำรามจากท้องคนตัวโตได้ง่าย เหมกรก้าวฝีเท้าเข้าประชิดด้านหลังมาร์คแล้วยื่นใบหน้าชะโงกเลยไหล่บางสูดดมความหอมจากข้าวผัดในกระทะ ขณะที่มือหยาบก็วางแผ่วบนเอวเล็ก ภาพแสนน่ารักที่หากใครผ่านมาเห็นเข้าก็ต้องรู้สึกเหมือนกำลังแอบมองดูคู่แต่งงานใหม่อย่างไรอย่างนั้นแหละ

                “หอมจัง”

                มาร์คยิ้มรับกับคำชมนั้นก่อนเอ่ยเสียงเจื้อยแจ้วตอบกลับ

               “แน่นอนนี่พ่อครัวใหญ่แห่งบ้านพุฒิสรรค์สกุลเลยนะ” เหมกรยกยิ้มกับคำพูดยกยอตัวเองของคู่หมั้น

               “น่ากินด้วย”

              “ได้กินฝีมือฉันแล้วรับรองจะติดใจ” เหมกรยิ้มกว้างมากขึ้นกว่าเดิม ฝ่ามือหนาเลื่อนไปคล้องเอวคู่หมั้นให้ถนัดมือ

              “แค่นี้ก็เริ่มติดใจแล้ว”

              “ใช่แล้ว เพราะข้าวผัดของมาคิณณ์หอมที่สุด!”

              “เหรอ… แต่ฉันว่าอันนี้หอมกว่า

               สิ้นเสียง จมูกโด่งก็กดฝังลงแก้มใสสูดดมความหอมเหมือนปากว่าจนเกิดเสียงเสียฟอดใหญ่ คนตัวเล็กที่กำลังผัดข้าวหยุดชะงักค้างทันทีราวโดนแช่แข็ง ดวงตากลมขยายใหญ่กว้าง ก้อนเนื้อในอกกระตุกสั่นรุนแรงราวถูกพายุลูกใหญ่พัดถล่ม  พวงแก้มขึ้นริ้วสีชมพูอย่างน่ารัก

               เหมกรยกยิ้มชอบใจกับอาการเขินอายของคู่หมั้นที่ชวนให้อยากก้มลงสูดความหอมอีกครา แต่คงต้องเอาไว้ครั้งหน้าเพราะหากเขาทำอย่างใจคิด เห็นทีจะได้อดทานมื้อเย็นป็นแน่ กระนั้น เสียงเข้มเอ่ยเรียกสติมาร์คส่งผลให้คนตัวเล็กที่ยังตกอยู่ในภวังค์ความเขินสะดุ้ง ถ้อยคำแผ่วข้างหูอย่างที่ทำเอามาร์คเกิดอาการรนราน รีบจับยกกระทะขึ้นออกจากเตาแก๊สโดยทันที
 


                “มาร์ค... ข้าวจะไหม้แล้วนะ :)”







                 ก็ไม่รู้ว่าระหว่างข้าวผัดในกระทะกับคุณหนูมาคิณณ์ อะไรจะไหม้ก่อนกัน







 
----------------------------------------------------------------
chapter fifth 100%





 
( - ฉันว่าอันนี้หอมกว่า ♥ -)
เหมกร กิตติรัตน์โสธร, 2017
 #พี่หมอเหม




20 MAY 2017 with 100%
ขอชี้แจงก่อนว่า ฟิคเรื่องนี้เราแต่งจบแล้วในต้นปี 2557 ( 3ปีที่แล้ว )
และได้ทำการรีไรท์ไปครั้งหนึ่งในปีหรือสองปีที่แล้ว ลืม แต่รีไรท์ไม่จบ ได้แค่เจ็ดตอน เพราะขี้เกียจ 555555
ฉะนั้นตอนที่เอามาลงใหม่จะถูกรีไรท์ไว้แล้ว เลยมาอัพเร็วได้นั่นเองค่ะ
แต่! หลังตอนที่7 เป็นต้นไปจะเริ่มมาอัพช้านะคะ เพราะเราต้องรีไรท์ภาษาใหม่นั่นเองค่ะ
ฟิคเรื่องนี้จะจบที่ตอน 21 ไม่รวมตอนพิเศษยิบย่อยนะคะ เยอะพอควรค่ะ ตัวละครก็จะเพิ่มมาเรื่อยๆ ด้วย

ปล.เห็นมีการถามเรื่องรวมเล่ม อาจจะมีนะคะ เพราะเรื่องนี้เราก็เคยรวมมาก่อนเหมือนกัน คิดว่าไม่ใช่ปัญหาค่ะ 5555

สุดท้าย ขอบคุณทุกการตอบรับนะคะ รักคนอ่านเสมอเลย
คิดถึงฮงวอนและน้องมาร์คมากๆ ด้วย แง 
เอ็นจอยรีดดิ้งค่า <3




&&&&&&&&&&




35%

ทำไมชอบแอบอัพในออฟฟิศนะ ไม่เข้าใจเลยจริงๆ 555555
ช่วงนี้ทำโอทีหนักมากเลยค่ะ แง
เหนื่อยเบาๆ

ถ้าชอบอย่าลืมคอมมเนท์และ #พี่หมอเหม กันนะคะ 
ขอบคุณ และฝันดีจ้า
 

B
E
R
L
I
N
?
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

317 ความคิดเห็น

  1. #185 najar (@yeonjee-jar) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 06:47
    พี่เหมนี่ดูท่าทางจะชอบแก้มน้องมาร์คนะคะ เอะอะหอมตลอดอ่ะ
    แถมชอบแกล้งน้องด้วย ... แบบนี้สินะที่เขาว่าผู้ชายยิ่งชอบจะยิ่งแกล้งน่ะ >.<
    #185
    0
  2. #132 jonginnie141 (@jonginnie141) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 23:57
    พี่เหมนี่มันฟหกดเาาว้ดีาาอสววเดีาท
    #132
    0
  3. #131 rhymerhy (@matheo) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2560 / 07:24
    ไอพี่เหมคนบ้าๆๆๆฮือเขิน
    #131
    0
  4. #129 aun-aom (@aun-aom) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 / 21:52
    คนฉวยโอกาส!! คนปากแข็งเอ้ยยย!!
    #129
    0
  5. #128 ffahhsaiii (@mushroom_1) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 / 21:08
    แต่งกันเรยค่า เดี๋ยวเปงบาทหลวงให้ แห่กๆๆๆๆ
    #128
    0
  6. #127 PloyLimitedz (@PloyLimitedz) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 / 17:50
    เหมมมมมมม หอมแก้มน้องงงงงงงง
    #127
    0
  7. วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 / 17:43
    เอาแล้วโว้ยพี่เหม นับวันยิ่งแผ่นสูงนะแหม่ #พี่เหมมันร้าย สมคำร่ำลือจริงๆเลยย
    #126
    0
  8. #125 Niniehun (@Niniehun) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2560 / 23:17
    ชอบมากเลยฮือออ อิพี่แกชอบแต๊ะอั๋งน้องขนาดนี้ ยังจะบอกว่าโดนบังคับให้ทำโน่นนี่อีก น้องน้อยใจแล้วเห็นมั้ย ง้อน้องเลย นอนกอดน้องเลยนะคืนนี้อ่ะ 5555
    #125
    0
  9. #124 Alice_ss (@Alice_ss) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2560 / 07:07
    ง้อน้องเลยนะ น้องงอนแล้วเห็นม่ะ ปากหม--//โดนพี่เหมตบ เอ้ย ปากไวจริงๆคนเรา
    #124
    0
  10. #123 ffahhsaiii (@mushroom_1) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2560 / 07:05
    พิเหมยกเท้ามาตีปากตัวเองเดี๋ยวนี้เลย
    #123
    0
  11. #122 เอเรียล (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2560 / 05:00
    พี่เหมง้อเลยนะคะ
    #122
    0
  12. #121 B.MINGKY (@numing) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2560 / 00:44
    พี่เหม- เดะตีปากเลยย
    #121
    0
  13. #120 jonginnie141 (@jonginnie141) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2560 / 00:07
    พี่เหม น้องงอนแล้วเห็นม้ายยย
    #120
    0
  14. #119 aun-aom (@aun-aom) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2560 / 00:05
    พี่เหม!!!!! เดี๋ยวเถอะ
    #119
    0
  15. วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 / 23:12
    โอ้ย ไอ่พี่เหมเอ้ยหมาไวจริงๆมาร์คโกรธแล้เห็นมั้ยนั่นสมหน้าเลย!
    #118
    0
  16. #117 Mustardxx (@fah15394) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 / 23:08
    พี่เหม! เดี๋ยวตีปากเลย น้องงอนแล้วเนี่ยง้อน้องเลยเดี๋ยวน้องงอแงไม่รู้นะ
    #117
    0
  17. #116 mukgo (@aoko) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 / 22:29
    พี่เหมมมมมม น้องงอนแล้ววววว ง้อเลย ทำเป็นปากแข็งจริงๆใจก็อยากมาล่ะสิ~~ ส่วนเตนล์แผนสูงมากลูก ทีนี้ก็ได้โอกาสเจอพี่หมออีกรอบ -..- เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ สู้ๆค่า
    #116
    0