The SAGA : ชีวิตของจอมมารอย่างข้าช่างน่าเบื่อจริงๆ

  • 97% Rating

  • 17 Vote(s)

  • 24,449 Views

  • 515 Comments

  • 492 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    23

    Overall
    24,449

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 2 : จอมมารถูกเชิญไปงานเลี้ยง (ข้ามีคำพยากรณ์ : แม่มดจอมปลอม)[RW]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4176
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    11 ม.ค. 56

 

 ชีวิตอันน่าเบื่อ ตอนที่ 2 : จอมมารถูกเชิญไปงานเลี้ยง

มีแสง ย่อมมีเงา

จอมมารคือตัวแทนของความมืดมนชั่วร้าย ดำรงอยู่เพื่อคงความสมดุลกับโลก เหมือนเช่นเทพแห่งแสงสว่างที่ดำรงอยู่เพื่อรักษาความสว่าง ดังนั้นจอมมารจึงไม่อาจหายไปจากโลกได้ ตราบเท่าที่เทพแห่งแสงสว่างยังคงอยู่

นั่นก็คือ ฆ่ายังไงก็ไม่ตายนั่นเอง

ความจริงแล้ว การที่จอมมารอาละวาดแล้วให้ผู้กล้ามาปราบนั้น เป็นธรรมเนียมที่ปฏิบัติกันมาอยู่หลายสหัสวรรษ อาจเริ่มต้นด้วยความนึกสนุกของจอมมารรุ่นไหนสักรุ่น เอาพลังที่มีมาอาละวาดสร้างหายนะ แล้วพอมีผู้กล้าเดินทางมาเพื่อปราบ จอมมารก็นึกสนุก สร้างด่านอรหันต์มากั้น พอผู้กล้าฝ่าจนมาถึงตัว แล้วโดนฆ่า แทนที่จะเข็ดหลาบกลับรู้สึกสนุกแบบแปลกๆ ฟื้นมาอีกรอบก็อาละวาดให้คนมาฆ่าอีก ฆ่ากันไปฆ่ากันมาจนในที่สุด จอมมารกับอัศวินแห่งแสงแทบทุกรุ่นก็สนิทกัน ช่างเป็นความสัมพันธ์อันแปลกประหลาดหาที่เปรียบไม่ได้จริงๆ

หลังจากหลายหมื่นหลายพันปีผ่านไป ผลัดเปลี่ยนจอมารมาไม่รู้กี่รุ่นต่อกี่รุ่น บ้างครองอำนาจนานหลายหมื่นปี  อยู่มานานจนชักเบื่อชีวิตอมตะ เลยสละบัลลังก์แล้วไปฆ่าตัวตายที่ไหนสักแห่ง บ้างครองบัลลังก์มืดแค่สิบปีก็เบื่อแทบตาย จับเจ้าหนูแถวๆ นั้นมานั่งบัลลังก์แล้วตัวเองหายต๋อมไปหาเรื่องสนุกทำ แต่ไม่ว่าจะยังไง จอมมารรุ่นปัจจุบันก็มีชื่อว่า เกรเทล หลังจากที่จอมมารรุ่นก่อนสละบัลลังก์แห่งความมืดให้ เธอก็นั่งอยู่บนนี้มาตลอดหลายร้อยปี และก็เบื่อมาตลอดด้วยเช่นกัน

เกรเทลเบื่อ...เบื่อสุดขีด...อัศวินแห่งแสงคนล่าเพิ่งเกษียณออกไปแต่งงาน กลายเป็นอดีตอัศวินแห่งแสง อัศวินแห่งแสงคนใหม่ก็ยังไม่แต่งตั้ง ถ้าไม่มีอัศวินผู้พิทักษ์ความดีงาม คอยพิทักษ์ความยุติธรรมให้ประชาชน เกรเทลก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะอาละวาดไปทำไม ไม่สนุกเลยสักนิด

ดังนั้น เมื่อความเบื่อดำเนินติดต่อกันหลายสิบวัน เบื่อจนแทบจะบรรลุสัจจะธรรมของความเบื่อ เบื่อจนแทบเหาะทะลุขึ้นไปบนฟ้า ไปเค้นคอจอมมารรุ่นแรก ถามว่าทำไมไม่ทำให้ตำแหน่งจอมมารมันมีอะไรสนุกกว่านี้บ้าง ประตูห้องโถงที่ถูกปิดตายสนิทมาหลายวันก็ถูกเปิดออก

เอลฟ์ผิวขาวเผือกที่มีผมสีดำ สวมชุดสีดำ ราวกับห่มคลุมรัตติกาลทั้งหมดลงบนร่างก้าวเข้ามาพร้อมกลิ่นอายแห่งความตาย

เกรเทลปรายตามองพ่อบ้านประจำปราสาทผู้รับใช้จอมมารมานับสิบรุ่นอย่างเซ็งๆ

“มีอะไรดิลอง”

พ่อบ้านเอลฟ์ผู้ถูกสาปโค้งตัวต่ำให้กับคำถามนั้นด้วยความเคารพสูงสุดดังเช่นที่เขามีมาให้จอมมารทุกรุ่น

“มีเทียบเชิญจากปราสาทมนุษย์ส่งมาถึงท่านขอรับ”

 

ที่ปราสาทมีงานเลี้ยง

เกรเทลไม่รู้หรอกว่าเลี้ยงเนื่องในโอกาสอะไร แต่ปราสาทก็หาทางจัดงานเลี้ยงได้ทุกโอกาสอยู่แล้วนั่นล่ะ เพิ่งเจอภัยพิบัติก็เลี้ยงปลอบขวัญ เพิ่งผ่านพ้นเรื่องร้ายก็เลี้ยงฉลอง จะมีข่าวมงคลก็เลี้ยงยินดี เปลี่ยนฤดูทีก็เลี้ยงต้อนรับฤดูใหม่ หาเหตุผลจัดมันได้แทบทุกเดือนจนไม่รู้เหมือนกันว่าจะบ้าคลั่งเลี้ยงอะไรกันนักกันหนา

ปกติจอมมารไม่ค่อยชอบมางานเลี้ยง เทียบเชิญเองก็ส่งมาให้ตามมารยาทเท่านั้น เพราะทางนั้นเกรงว่าถ้าไม่ยอมเชิญ เธอจะโมโหอาละวาด ยกกองทัพฝันร้ายบดขยี้ตั้งแต่ประตูเมืองยันห้องโถงปราสาท แล้วสาปด้วยคำสาปปัญญาอ่อนให้เจ้าหญิงโดนเข็มเครื่องปั่นด้ายแทงนิ้วแล้วหลับไปจนกว่าจะมีเจ้าชายมาจูบปลุก หรืออะไรประมาณนั้น

แม้เกรเทลจะไม่ค่อยชอบงานเลี้ยง แต่ในสถานการณ์ที่อารมณ์เบื่อใกล้จะถึงสุดขีดแบบนี้ ต่อให้เป็นงานเลี้ยงวันเกิดของตาแก่คนไหนสักคนในราชวงศ์ ก็นับว่ายังสนุกกว่านั่งเบื่ออยู่บนบัลลังก์มืด

จอมมารก็ปรากฏตัวอย่างเงียบๆ ในงานเลี้ยงด้วยมนตรา แต่งตัวเรียบง่ายด้วยกระโปรงสีทึบเรียบๆ แทบไม่มีเครื่องประดับ และเพราะครั้งล่าสุดที่มางานเลี้ยง ความงามต้องสาปเธอทำให้พวกมนุษย์ที่ใจไม่เข้มแข็งพอลุ่มหลงจนแทบจะทำให้เกิดการปฏิวัติกลางปราสาท ดังนั้นทุกครั้งที่มาที่นี่ เธอจำต้องสวมผ้าลูกไม้ปิดหน้า เปิดเพียงดวงตาเอาไว้เสมอ

“ท่านแม่มดก็มาด้วยหรือ”

คำทักทายจากขุนนางหนุ่มคนหนึ่งที่เธอเคยเห็นเขากระทั่งรุ่นทวดทำให้เกรเทลพยักหน้ารับ เพราะรู้ดีว่า คนที่นี่รู้จักเธอในฐานะแม่มดจากหุบเขา

ควรต้องอธิบายสักนิดว่า นอกจากจอมมารกับอัศวินแห่งแสงจะฆ่ากันไปมาจนสนิทกันแล้ว จอมมารแต่ละรุ่นยังมีความสัมพันธ์อันดีกับราชาของอาณาจักรแห่งแสงอีกด้วย

เรื่องที่จอมมารต้องอาละวาดแก้เบื่อนั้นเป็นอะไรที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นเพื่อเป็นการลดผลกระทบที่อาจตามมา ราชารุ่นไหนสักรุ่นที่สืบจนล่วงรู้ความจริงถึงได้เจรจากับจอมมารขอทำสัญญา ให้ฉากหน้าจอมมารแสดงตัวเป็นพ่อมดอายุหลายพันปีคอยพยากรณ์บอกเวลา บอกว่าเมื่อไร วันไหน จอมมารถึงจะเริ่มต้นอาละวาด เริ่มอาละวาดที่ไหน รูปแบบใด จะเกิดอาเพศนานแค่ไหน พระราชาจะได้เตรียมกำลังพล ตุนเสบียง ประกาศราชโองการพร้อมรับมือสถานการณ์ และจะได้จัดขบวนส่งอัศวินแห่งแสงไปปราบจอมมารได้อย่างทันท่วงที

ตำแหน่งจอมมารสืบทอดมาแต่ละรุ่น พร้อมๆ กับตำแหน่งพ่อมดพยากรณ์ของอาณาจักร เกรเทลเอง ก่อนจะรับตำแหน่งจอมมารก็เคยถูกจอมมารรุ่นก่อนพามาเข้าพิธีสืบทอดตำแหน่งผู้พยากรณ์ที่อาณาจักรเหมือนกัน และก็รับหน้าที่ควบสองตำแหน่งมานานหลายร้อยปี อยู่จนแทบจะรู้จักต้นตระกูลของขุนนางทุกคนในราชสำนัก และเพราะบอกว่าตัวเองเป็นแม่มด จึงไม่มีใครติดใจอะไรนักเรื่องอายุอันยืนยาวของเธอ

“ท่านเซอร์เฮมล็อตก็มางานด้วยนะครับ” ขุนนางหนุ่มคนนั้นว่า ยิ้มสนทนากับแม่มดผู้ลึกลับที่ไม่ใคร่ปรากฏตัวเท่าไรนัก “เห็นพาว่าที่อัศวินแห่งแสงสองคนมาร่วมงานด้วย”

เมื่อพูดถึงอัศวินแห่งแสงคนก่อน คนเดียวกับที่เกษียณหนีไปแต่งงานจอมมารก็ชักสนใจ และยิ่งสนใจมากขึ้น เมื่อได้ยินคำว่า ว่าที่อัศวินแห่งแสง

“งั้นข้าต้องขอไปดูหน้าสักหน่อยแล้ว” เธอขอตัว หมุนตัวเข้าไปในงาน ทิ้งขุนนางคนนั้นไปทันที

อัศวินแห่งแสงคนก่อนเป็นคนค่อนข้างโดดเด่น หาไม่ยากนัก จอมมารเดินไปเดินมาได้ไม่นานนัก ก็เจอเซอร์เฮมล็อตผู้ที่ร่างสูงกำยำจากการผ่านกรำศึกมานับครั้งไม่ถ้วนยืนคุยกับพระราชา ข้างกายมีเด็กผู้ชายสองคนวัยประมาณสิบกว่าขวบ หัวทองคนหนึ่ง หัวดำคนหนึ่ง ยืนเรียบร้อยรู้มารยาทดีอยู่ข้างๆ

แม้อดีตอัศวินแห่งแสงกำลังคุยกับพระราชา คนธรรมดาไม่ควรเข้าแทรก แต่เกรเทลไม่ใช่คนธรรมดา ทั้งยังไม่เคยเห็นหัวพระราชา ดังนั้นเมื่อเจอเป้าหมาย เธอก็เดินเข้าไป มองเมินพระราชาที่หันมาทักทาย มองเมินอัศวินแห่งแสงคนก่อนที่ทำหน้าแปลกใจ ตรงเข้าจับแก้มของว่าที่อัศวินผมดำคนหนึ่ง แล้วยืดอย่างแรง

“นี่เหรอว่าที่อัศวิน” เธอทำตาโต “โตขึ้นมาต้องหน้าตาดีกว่าท่านสิบเท่าเลยเซอร์เฮมล็อต”

เมื่อเห็นจอมมารเพื่อนยากที่รู้จักกันแบบแปลกๆ มายี่สิบปีปรากฏตัวในงานเลี้ยง อดีตอัศวินแห่งแสงที่เพิ่งปลดระวางมาเป็นครูฝึกให้ว่าที่อัศวินแห่งแสงก็หันไปมองพระราชา พระราชาก็ยิ้มแป้นแบบแปลกๆ ให้ สุดท้าย เซอร์เฮมล็อตที่ใครๆ ต่างก็เกรงก็ชักสีหน้าอ่อนใจ แล้วก็เผลอสวนไปตามนิสัย

“ก็เจ้าหนูนี่ยังไม่เคยผ่านสนามรบแล้วโดนฟันจนหน้าบากแบบข้านี่!

“เจ้าทำว่าที่อัศวินหน้ายืดหมดแล้ว เกรเทล” พระราชาผู้ยังอยู่ในวัยหนุ่มพูดยิ้มๆ ก่อนตบไหล่ปลอบใจว่าที่อัศวินน้อยคนนั้น “ทำใจเถอะ ตอนข้าเป็นเจ้าชาย กระบวนท่ายืดหน้าของแม่มดพยากรณ์ ข้ายังเคยเจอมากับตัวแล้วเลย”

“ท่านเป็นแม่มดพยากรณ์หรือครับ” เด็กน้อยผมทองอีกคนมองเพื่อนที่ลูบแก้มแดงๆ ของตัวเองป้อยๆ แล้วหันไปถามตาใส มองพี่สาวผู้ปกปิดใบหน้าลึกลับคนนั้นอย่างสงสัย

แม่มดจอมปลอมพยักหน้า “ข้าชื่อเกรเทล ถ้าเจ้าได้เป็นอัศวินแห่งแสง ในอนาคตเราต้องได้เจอหน้ากันบ่อยแน่”

“บ่อยมาก” อดีตอัศวินแห่งแสงเสริมเข้าไป

“มากๆ” พระราชาพยักหน้า จากนั้นก็เริ่มทำท่าเห็นใจ “สนิทกันไว้ก็ดีนะ”

ว่าที่อัศวินน้อยทั้งสองมองหน้ากัน เจ้าหนูตาใสคนนั้นยิ้มกว้างน่ารัก ส่วนอีกคนที่แม้แก้มจะยังทิ้งรอยแดงฟ้องแจ่มชัด เจ้าตัวก็ยังแค่พยักหน้าขรึมๆ

ท่าทีสงบนิ่งของว่าที่อัศวินน้อยผมดำทำให้จอมมารชักสนใจ วางมือบนหัวน้อยๆ นั่น แล้วยื่นหน้าเข้าไปชิด จนเด็กคนนั้นผงะถอย ก่อนจะทำตาโต

“ไปเก็บเด็กนี่มาจากไหนน่ะเฮมล็อต” เธอถาม ไม่สนใจว่าว่าที่อัศวินผมดำคนนั้นจะเริ่มหน้าแดงแปร๊ดไปถึงหูแล้วก็ตาม “ได้ของดีไม่เลว เจ้าหนูนี่มีสายเลือดที่ได้รับอนุญาตให้ยืมพลังของธรรมชาติมาใช้เสียด้วยสิ”

“เลือดพ่อมด?” เฮมล็อตเลิกคิ้ว ก้มมองลูกศิษย์ตัวเอง ก่อนถามล้อๆ “อยากเปลี่ยนไปเป็นนักบวชรึเปล่าวินซ์”

“ไม่ครับ” เจ้าหนูตอบ กลับมาแทบจะในทันที

จอมมารพยักหน้า “ดีแล้ว ถ้าอยากนี่คงเป็นยากหน่อย เพราะต้นตระกูลเขาเป็นพ่อมดดำ”

“ดำ? ลัทธิมนดำรึ” พระราชาถามอย่างสนใจ ในขณะที่เจ้าหนูสายเลือดพ่อมดเริ่มชักสีหน้าเครียด

เกรเทลพอเข้าใจความเครียดของเจ้าหนูนี่ดี ที่นี่เป็นอาณาจักรของเทพแห่งแสงสว่าง อะไรที่มืดๆ ดำๆ ถือเป็นเรื่องต้องห้ามในอาณาจักรทั้งสิ้น...แถมเจ้าตัวยังเป็นว่าที่อัศวินแห่งแสงที่ปฏิญาณจะกำจัดอำนาจมืดและความชั่วร้ายอีก พอมารู้ว่าตัวเองมีสายเลือดพ่อมดดำแบบนี้...

จอมมารถอนหายใจ จากนั้นก็เริ่มต้นอธิบายแก้ความเข้าใจ

“พ่อมดดำไม่ใช่ไม่ดีสักหน่อย แค่สายเวทย์ของเขาสังกัดอยู่ในสายมืด มนตร์ส่วนใหญ่เลยเกี่ยวกับการตาย สาปแช่ง ปลุกวิญญาณ คืนชีพร่างเนื้อ แต่มันเป็นแค่สายเวทย์ พวกเขาศึกษาเรื่องนี้เพราะมันทำให้เข้าใจวิญญาณ เข้าใจโลกหลังความตาย ปรารถนาจะสื่อสารกับผู้ที่ล่วงลับไป รวมทั้งปลุกสิ่งที่ตายไปขึ้นมารับใช้”

“ปลุกวิญญาณคนตายมันผิดศีลธรรมนะเกรเทล” เฮมล็อตให้ความเห็น แล้วโดนจอมมารค้อนตาเขียวใส่

“ทีนักบวชวิหารที่เป็นพ่อมดขาวยังมีวิชาพวกนี้เลย ไอ้วิชาอัญเชิญเทพ อัญเชิญวิญญาณจากสวรรค์ เรียกซะสวยหรู แต่พื้นฐานมันคือเรียกวิญญาณคนตายมาช่วยเหมือนกันนั่นล่ะ แค่วิญญาณที่สายเวทย์ขาวเชิญมามันดูดีมีเนื้อหนังสมบูรณ์มากกว่า ไม่ได้หมายความว่าเวทย์ของสายดำจะไม่ดีสักหน่อย” จอมมารฮึดฮัดขัดใจ “ในแง่ของเวทมนตร์ อย่ามองเวทย์สว่างและเวทย์มืดเป็น อะไรดีๆ กับอะไรชั่วๆ สิ มันเป็นแค่ธาตุเท่านั้น ไม่ได้ต่างอะไรกับธาตุสามัญอย่างดินน้ำลมไฟเลย หรือท่านจำแนกได้ว่า ดิน น้ำ ลม ไฟ ธาตุไหนเป็นธาตุดี ธาตุไหนเป็นธาตุเลว”

แล้วปาฐกถาเรื่องพ่อมดดำอันยืดยาวของเกรเทลก็จบลงเท่านี้ โดยที่เจ้าตัวจะไม่ลืมจิกกัดพระราชาแถมเข้าไปอีกว่า

“ขนาดแม่มดดำอย่างข้ายังยอมสละตัวเองช่วยพยากรณ์ภัยพิบัติให้กับอาณาจักร ในขณะที่พ่อมดขาวในวิหารของท่านยังอมเงินกันศรัทธาของประชาชนอย่างสนุกสนาน น่าจะพอพิสูจน์ที่พูดมาได้บ้างแล้ว”

พระราชาโดนสวนไปก็สะอึกไปนิด ไม่มีอะไรจะเถียง ส่วนเฮมล็อตนิ่วหน้ากับคำว่า สละตัวเองช่วยพยากรณ์ภัยพิบัติให้กับอาณาจักร

แล้วใครมันล่ะที่เป็นคนก่อภัยพิบัติให้อาณาจักรได้ปีละหนสองหน...

“ท่านเป็นแม่มดดำเหมือนกันหรือ” ว่าที่อัศวินสายเลือดพ่อมดคนนั้นถามอย่างสนใจ

“ใช่” ...ซะที่ไหนล่ะ...เธอเป็นจอมมารต่างหาก แถมสายเลือดยังเป็นครึ่งพรายครึ่งปีศาจ ไม่มีเอี่ยวอะไรกับพวกแม่มดเลยแม้แต่น้อย “ถ้าอยากเรียนมนตร์ดำ ข้าจะสอนให้”

เธอเสนออย่างใจกว้าง ถึงจะไม่ใช่แม่มดดำของแท้ แต่สายเวทย์ดำมันก็เหมือนๆ กันอยู่แล้ว จะให้แม่มดดำสอน หรือจอมมารสอนมันก็เหมือนกันนั่นล่ะ

“ข้าจะคิดดูครับ” เด็กคนนั้นแบ่งรับแบ่งสู้ แต่สีหน้าและแววตาทำให้เกรเทลรู้ว่าเจ้าหนูนี่คงไม่เรียนแน่ๆ

เอาเถิด ทางของเขาเป็นสิ่งที่เขาต้องเลือกด้วยตัวเอง

“เหตุใดท่านถึงปิดหน้าครับ” ว่าที่อัศวินน้อยอีกคนถาม ตาใสแจ๋วเป็นประกายใคร่รู้ “ตาท่านสวยมาก ข้าว่าท่านต้องสวยมากแน่ๆ”

“ข้าถูกสาปให้สวยเกินไปเลยต้องปิดไว้” ผู้ถูกชมจับๆ ผ้าปิดหน้า “จริงๆ เจ้าผ้านี่มันก็น่าอึดอัดเหมือนกันนะ”

“อย่าได้ดึงมันออกมาเชียว” อดีตอัศวินแห่งแสงผู้อยู่ในเหตุการณ์หายนะคราวก่อนกล่าวเสียงเครียด “ข้าไม่อยาก”

“จริงๆ ข้ามานี่เพราะมีคำพยากรณ์” เกรเทลหันไปหาพระราชา “จอมมารกำลังเบื่ออย่างมาก ถ้าในห้าปีนี้ท่านไม่รีบแต่งตั้งอัศวินแห่งแสง ท่านคงต้องสังเวยทหารจำนวนหนึ่งไปปราบจอมมารเอาเองแล้วล่ะ”

เซอร์เฮมล็อตเริ่มหางคิ้วกระตุก ว่าที่อัศวินแห่งแสงทั้งสองมองหน้ากัน เหมือนจะไม่เข้าใจกับประโยคที่ว่า จอมมารกำลังเบื่ออย่างมากเท่าไรนัก

“ห้าปีหรือ” พระราชานิ่วหน้า “เด็กพวกนี้เพิ่งสิบเอ็ดเอง อย่างน้อยขอสักเจ็ดปี”

“มาต่อรองอะไรกับข้า ไปต่อรองกับจอมมารเองโน่น” แม่มดจอมปลอมแถอย่างไม่เดือดเนื้อร้อนใจ “ข้าแค่มาบอกข่าว แล้วว่าจะมาหาหน่อไม้ขาวกลับไปกินด้วย”

คำแถที่แย้งต่อหน้าธารกำนัลไม่ได้ทำให้พระราชาชักปวดหัวหนึบหนับ “ข้าหาหน่อไม้ขาวที่ดีที่สุดให้ท่านได้หนึ่งเกวียน แต่มีข้อแม้...”

จอมมารอ้าปากขัดทันที “ถ้าท่านไม่หาหน่อไม้ขาวที่ดีที่สุดมาให้ข้าหนึ่งเกวียน ข้ารับรองไม่ต้องรอถึงห้าปี พรุ่งนี้จอมมารจะเริ่มต้นกวาดล้างหมู่บ้านแถบชายแดนด้วยพายุโลหิต เมืองที่มีประชากรเกินพันคนขึ้นไปจะติดโรคระบาด แม่น้ำทุกสายจะเป็นพิษเน่าเสีย สัตว์ทั้งหลายจะล้มตาย ป่าจะลุกเป็นไฟ และ...”

“พอๆ ๆ” พระราชาของอาณาจักรยกมือยอมแพ้ “โอเค ข้าจะหาหน่อไม้ขาวที่ดีที่สุดให้ท่านหนึ่งเกวียน และจะแต่งตั้งอัศวินแห่งแสงคนใหม่ภายในห้าปี ต้องขอรบกวนท่านด้วย”

จอมมารจอมเจ้าเล่ห์ขยับยิ้มหวานหยดใต้ผ้าคลุม พยักหน้าหนึ่งที

“รบกวนข้าอยู่แล้ว”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

21 ความคิดเห็น

  1. #472 Pearendless (@pear-narin) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 มกราคม 2557 / 16:41
    ข่มขู่ ,, ข่มขู่ชัดๆ  อย่างกับกรรโชกทรัพย์แน่ะ >"<  ฮ่าๆๆๆ
    #472
    0
  2. #451 ไจแอนท์คุง (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2556 / 14:24
    ถูกใจจอมมารคนนี้มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    #451
    0
  3. #426 นักอ่าน...lnwcool (@lnwcool) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2555 / 23:58
    น่าสนใจมากค่ะ...จอมมารน่ารักดี...กร๊ากกกกกกกกก
    #426
    0
  4. #168 Lazy>_<Girl (@tp2102) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2555 / 15:48
     สามัคคีกันจังเลยนะ

    555+

    น่ารักทุกคน

    นิสัยสุดติ่ง
    #168
    0
  5. #167 The White Rose of Death (@nali-rabanos) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2554 / 22:34
    เกรเทลน่ารักอ่ะ

    ชอบเฮมล็อต กับ พระราชาอ่ะ น่ารักกกกก  ดูสนิทกันดีอ่ะ ><
    #167
    0
  6. #166 +Jk' GUMIGU+ (@zennou-no-noa) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2554 / 12:04
    ฮ่าๆๆๆ จอมมารขี้เบื่อ><
    #166
    0
  7. #165 WhisperS In The Dark (@hellmaid) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2554 / 15:19

    เกรเทลลลลลลลลลล >O<


    คลั่งรักจอมมารอย่างถอนตัวไม่ขึ้นคร๊าบบบ!!!

    #165
    0
  8. #164 ★EmPtY_MiNuTe ♪ (@porrly) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2554 / 16:57
    เกรเทลเธอ....สุดยอดอ๊า ><
    #164
    0
  9. #163 prince.phychosis (@katekyo) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 เมษายน 2554 / 15:44

    โรมิโอกะจูเลียต ภาคนี้เราก็ดูมาแล้ว
    ดูเพราะติดตามผลงานป๋าลีโอนาโด นะเนี่ย
    ตอนเด็กนี่น่ารักม้ากมาก

    #163
    0
  10. #162 Dreamever (@mine1538) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 เมษายน 2554 / 02:18
    นี่มัน.... จอมมารกลายพันธ์ชัดๆ!

    สนุกมากๆเลยค่า~
    #162
    0
  11. #161 raindear +_+ (@rain_dear) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 เมษายน 2554 / 22:09
    บทในเรื่องโรมิโอจูเลียต เป็นบทเดียวกับบทที่ใช้ในละครเวทีของเชคสเปียร์ค่ะ :)) การที่ตัวละครสนทนากันด้วยกลอนในอดีต และสามารถคล้องกับฉากเหตุการณ์สมัยใหม่ได้ทำให้ได้รับคำชมเป็นอย่างมากน่ะค่ะ
    #161
    0
  12. #160 Roon (@Roon) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 เมษายน 2554 / 23:38
    ว่าจะไม่เมนต์แล้วเชียว  ดันเหลือบมาเจอมุม Talk ของไรท์เตอร์  ก็เลยต้องตามมาซุยแหลกกันสักหน่อย

    โรมิโอกะจูเลียตภาคนี้ข้าน้อยก็ไปดูมาแล้วเหมือนกัน  อิอ๊างรี๊ดกร๊าดกะป๋าลีโอมาก (ซื้อเพราะป๋าคนเดียวเชียว) ก่อนจะเปิดก็นั่งฟุ้งซ่านไปต่างๆ นาๆ แต่พอขึ้นซับมาเท่านั้นแหละ...ออ อืม..เอ  ก็ดีนะ  อืม...แต่มันออกจะขัดๆ กับฉากปืนยิงถล่มไปหน่อยหรือเปล่า?   อืม...มีตึกสูงด้วยนะ  เครื่องบินก็มีบินว่อน...อืม  แต่ทำไมซับมันถึงได้โบราณฉะนี้...

    อารมณ์สนุกลดฮวบฮาบในทันที  

    ถึงจะรู้ว่าเช็คเสปียร์มันเน่า  แต่แค่สบตาตรงตู้ปลา แล้วเราสองก็ได้จูบกันในอีกสิบนาที...ถัดมาอีกสองวันป๋าก็ปีนเข้าห้องนางเสร็จสรรพกันเรียบร้อย...เอ่อ...  (พูดอะไรไม่ออก)

    เอาเป็นว่าประทับใจกับฉากที่ป๋าเดินเข้าไปหาศพนางเอกค่ะ  เป็นอะไรที่ดูแล้วใจร้าวมากกกก ฮึ่ย! 


    ปล. ลืมบอกค่ะ  ซับไทยนี้เป็นซับที่ ร.ห้า ได้เรียบเรียงไว้เมื่อครั้งนานมาแล้ว  ทีมแปลที่อยากสรรเสริญชื่นชมพระองค์ท่านก็เลยเอามาใส่ในเรื่อง  โดยลืมไปว่าฉากในหนังน่ะ...เขาขับรถ ขี่เครื่องบิน และยิงปืนกันนะเออ

    เหอๆๆ


    ปลล.  พล่ามแต่เรื่องหนังของป๋า  ลืมเรื่องนิยายไปเลย!   (ตอนนี้รู้แค่ว่าน่าสนใจติดตามต่อมาก  จะกดอ่านในตอนถัดๆๆๆๆๆๆๆ ไปค่ะ  คงมีโอกาสได้เมนต์อีกแน่ๆ (ฮา))
    #160
    0
  13. #159 I love it (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 มีนาคม 2554 / 00:18
    555 อย่างฮาอะ ชอบตรง "บ่อยแน่" >> "บ่อยมาก" >> " มากๆ"

    555 แสดงความสามัคคีเจงๆ อย่างว่าสนิทกันมานาน
    #159
    0
  14. วันที่ 18 มีนาคม 2554 / 18:52
    ช่ายๆๆๆๆ
    เราดูไปแปปเดียวยังแทบอ้วก
    หาพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตฯมาเปิดหาแทบไม่ทัน
    จะว่าไปมันก็ดำเนินเรื่องแบบเกรียนๆแปลกนะ - -;
    #158
    0
  15. #157 Dark Mask (@looknamkerd) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 มีนาคม 2554 / 18:54
    เราไม่เคยดูนะเเต่เห็นบอกว่าหนุกจะลองไปนั่งหาละกัน
    ส่วนเกรเทล...เอเจภาคสอง ชัวร์!
    #157
    0
  16. #156 marirano (@queenrace) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 มีนาคม 2554 / 12:00
    ฮ่าๆๆ โรมิโอ..จูเลียตภาคนี้ขำตอนไปงานเลี้ยงเนี่ยแหละ เต้นระเบิดเถิดเทิงซะจนงานเกือบพัง 55555555555+
    #156
    0
  17. #155 *...white_k@...* (@snowwhite37) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 มีนาคม 2554 / 21:47
    5555+ สนุกมากค๊าาาา
    #155
    0
  18. #154 Mamela (@megurine) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 มีนาคม 2554 / 11:12

    เกรเทลน่าร๊ากกก  ><

    #154
    0
  19. วันที่ 12 มีนาคม 2554 / 09:43
     ฮะๆ สนุกอย่างแรงค่ะ ><
    #153
    0
  20. #152 GiGaS_[Amaki Haruka] (@vista282) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 มีนาคม 2554 / 09:39
    สนุกมากมาย ~

    แม่มด...เธอช่าง...!!! 555+
    #152
    0
  21. วันที่ 12 มีนาคม 2554 / 06:59
    555+ สนุกค่า แล้วมาอัพต่อนะคะ >.<
    #151
    0