โซ่รักสีรุ้ง [ชุดบ่วงดวงใจ เล่ม 2]

ตอนที่ 13 : โซ่รักสีรุ้ง บทที่ ๕ {จูบแสนหวาน} 80%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,899
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    10 ก.ค. 59

สายรุ้งยังคงเป็นสายรุ้ง แม้จะเรียนจบแล้วหล่อนก็ยังคงความอ่อนหวาน ไร้เดียงสา อ่อนต่อโลก และไร้จุดเด่นในสายตาของหนุ่มๆ โดยเฉพาะในสายตาของพนมกร เขามองหล่อนเป็นขนมหวานที่วางอยู่ตรงหน้า ไม่มีใครสนใจ ไม่มีใครคิดจะแย่งชิง เขาจะหยิบกินเมื่อไรก็ได้ตามแต่ใจปรารถนา หรืออยากจะวางทิ้งไว้เฉยๆ ก็ย่อมได้เช่นกัน

            พนมกรนั้นดูแลเอาใจใส่สายรุ้งเป็นอย่างดี เสมือนแฟนหนุ่มๆ ทั่วๆ ไป ไปรับไปส่ง พาไปดินเนอร์ใต่แสงเทียน วันเกิดก็มีของขวัญมาให้ หรือบางทีก็มีเซอร์ไพรส์บ้างให้ชีวิตรักมีความตื่นเต้นเล็กๆ น้อยๆ และเพื่อให้หล่อนประทับใจ

            เรื่องหึงหวงน่ะ ลืมไปได้เลย พนมกรไม่เคยหึงหล่อน ไม่แม้จะแตะความรู้สึกนั้นเพราะรอบๆ ตัวหล่อนแวดล้อมไปด้วยผู้หญิง ไม่เคยมีหนุ่มๆ มาข้องแวะแม้สักคน เขาเชื่อมั่นเต็มเปี่ยมว่าสายรุ้งไม่มีทางหลุดรอดมือเขาไปได้ เขามั่นใจมาตลอดจนกระทั่งวันนี้...วันที่เขาวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหาหล่อนด้วยความเป็นกังวลว่าหล่อนจะโกรธที่เขาติดงานจนไปรับหล่อนไม่ได้

            ในห้องรับแขกบ้านนาฏยรัตน์ เขากลับพบคนที่ไม่ควรได้พบ

            ...นายศิวนาถ นั่งอย่างสบายอารมร์และพูดคุยหัวร่อต่อกระซิกกับคนรักของเขาอย่างสนิทสนม

            นับตั้งแต่เรียนจบ สายรุ้งก็เข้าไปทำงานที่บริษัทของบิดาในตำแหน่งเลขาณุการของกรรมการผู้จัดการหนุ่มไฟแรง ซึ่งคนคนนั้นก็คือผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าเขาในเวลานี้

            พี่กรคะ นี่คุณศิ เจ้านายของรุ้งค่ะ

            หล่อนเคยแนะนำเขาให้รู้จักกับอีกฝ่ายเมื่อสองเดือนก่อน เป็นการทักทายอย่างผิวเผินและเป็นไปตามมารยาทเท่านั้น

            หลังจากครั้งแรกที่พบกัน เขาก็พบกับศิวนาถอีกสองสามครั้ง

            ครั้งที่สอง เขาเห็นศิวนาถพูดคุยแย้มยิ้มกับสายรุ้งอย่างสนิทสนมราวกับรู้จักกันมาหลายปี รอยยิ้ม และดวงตาแวววาวของหล่อนนั้น สร้างความแปลกใจให้เขาได้ไม่น้อย เพราะปกติแล้วสายรุ้งไม่ใช่คนที่จะพูดคุยกับหนุ่มๆ ด้วยท่วงท่าสบายๆ เช่นนั้น หล่อนจะต้องประหม่า เคอะเขิน ไม่มั่นใจ แต่กับชายผู้นี้ สายรุ้งกลับมอบความสนิทสนมให้อย่างง่ายดาย

            ครั้งที่สาม เขาไปรับหล่อนที่บริษัท ทันได้เห็นศิวนาถมอบของสิ่งหนึ่งให้กับหล่อน...เป็นสร้อยข้อมือห้อยจี้ฝังเพชรรูปหัวใจ เป็นของขวัญราคาแพง และสื่อถึงบางสิ่งที่เจ้านายหรือคนที่เป็นเพียงคนรู้จักไม่สมควรมอบให้แก่กัน

            และครั้งล่าสุดก็คือวันนี้

            คุณศิอาสามาส่งรุ้งค่ะ

            อ้าว...แล้วนายพันล่ะ

            เขาเอ่ยถามคนขับรถที่มักจะไปรับไปส่งหล่อนมาตั้งแต่สมัยหล่อนเรียนชั้นประถม

            รถเสียน่ะค่ะ คุณศิยังไม่กลับพอดี เขาก็เลยอาสามาส่ง

            พนมกรพยักหน้ารับรู้ พลางเขม้นมองชายตรงหน้าด้วยความรู้สึกไม่ถูกชะตา...นับเป็นครั้งแรกที่เขามองใครคนหนึ่งด้วยสายตาเช่นนี้

            ปกติแล้ว แม้จะไม่ชอบหน้าสักเพียงใด เขาก็ไม่เคยแสดงออกอย่างชัดแจ้งเช่นนี้ เขาจะเก็บงำความรู้สึกในด้านลบนั้นไว้ในก้นบึ้งของหัวใจจนแทบไม่มีใครสังเกตได้

            ถ้าพูดว่าวันนี้เขา ฟิวส์ขาด ก็น่าจะได้กระมัง เพราะความไม่พอใจเด่นหราอยู่บนใบหน้าอันหล่อเหลาของเขาอย่างปิดไม่มิด

            งานหนักหรือคะวันนี้

            เสียงใสๆ ของสายรุ้งเรียกให้เขาเบือนสายตาไปมองหล่อน

            “พี่กรดูเหนื่อยๆ นะคะ กลับไปพักผ่อนเถอะค่ะ

            อะไรกัน?” เป็นครั้งแรกอีกเช่นนั้นที่น้ำเสียงของเขาขุ่นมัวกว่าปกติ พี่เพิ่งมาถึง รุ้งก็ไล่พี่เสียแล้วหรือ

            คนฟังหน้าเสีย ดวงตาหม่นแสงและสับสนด้วยไม่เคยสัมผัสกับความแข็งขึงเช่นนี้มาก่อน

            เปล่านะคะ รุ้งไม่ได้ไล่ รุ้งแค่...

            พูดไม่ทันจบประโยคด้วยซ้ำ คนรักที่อารมณ์ไม่อยู่กับร่องกับรอยก็ขัดขึ้นมาเสียก่อน

            “พี่รีบมาหารุ้งก็เพราะเป็นห่วง ว่าจะพารุ้งไปดินเนอร์ข้างนอกด้วย ว่าพลางผุดลุก ไม่ลืมที่จะคว้ามือเล็กแล้วดึงให้ลุกตาม เขาบีบมือหล่อนกระชับแน่นจนสายรุ้งนิ่วหน้า ต้องขอโทษคุณศิวนาถด้วยนะครับ ผมไม่ทราบจริงๆ ว่ารุ้งมีแขก ไม่อย่างนั้นผมคงพารุ้งไปดินเนอร์วันอื่นแล้ว แต่น่าเสียดายวันนี้ผมจองโต๊ะไว้...

            ไม่เป็นไรครับ ไม่เป็นไร

            ศิวนาถเหมือนจะเข้าใจสถานการณ์ดี เขาลุกขึ้นยืน ส่งยิ้มให้กับคนทั้งสองแล้วเอ่ยลาในทันที

            “ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวกลับก่อนเลยดีกว่า ไว้พบกันพรุ่งนี้นะครับคุณรุ้ง

            ประโยคท้ายหันมาส่งสายตาวับหวานกับหล่อน พานให้คนที่ยืนข้างๆ ขบกรามแน่น มือใหญ่บีบมือเล็กแน่นเข้าอย่างไม่รู้ตัว

            “ขอบคุณมากๆ ค่ะคุณศิ

            สายรุ้งข่มความเจ็บ แล้วส่งยิ้มหวานให้อีกฝ่าย รอจนกระทั่งเขาเดินลับหายไป จึงหันมามองคนรักของตน

            พี่กรคะ ยามทอดเสียงเรียกเขา ปลายหางเสียงก็ยังคงอ่อนหวานเหมือนปกติ จะมีที่แตกต่างไปจากเดิมก็คือความหวาดๆ ที่ซ่อนอยู่ในนั้น รุ้งเจ็บ

            คำนั้นทำให้พนมกรได้สติ เขาก้มมองมือของตัวเองที่บีบมือเล็กๆ ของหล่อนจนแดงก่ำ แล้วรีบปล่อยโดยเร็ว

            ขอโทษ คำขอโทษสั้นๆ ปลายเสียงติดจะห้วนเช่นนี้เป็นสิ่งที่สายรุ้งไม่คุ้นเอาเสียเลย หล่อนจึงยิ่งใจไม่ดี หญิงสาวมองใบหน้ากระด้างของคนรัก กลืนน้ำลายหนึ่งเอื๊อกก่อนถามเสียงเบา

            วันนี้อารมณ์ไม่ดีเหรอคะ

            ใช่

            โกรธใครมาคะ โกรธรุ้งหรือเปล่า หรือเป็นเรื่องงาน?”

            เมื่อถามจบ หล่อนพลันสะดุ้งเมื่อคนตัวโตรั้งเอวหล่อนเข้าไปกอด วงแขนของเขากระชับร่างเล็กๆ แนบแน่น ก่อนผู้เป็นเจ้าของจะก้มหน้าลงมา มืออีกข้างจับปลายคางของหล่อน บังคับให้เงยหน้าสบตาเขา

            ไม่ใช่เรื่องงาน แล้วก็ไม่ได้โกรธด้วย...แต่พี่หึง!”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

468 ความคิดเห็น

  1. #84 Teamjai Incham (@teamjai) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 19:51
    มีหนังสือมั๊ยคะ
    #84
    1
  2. #83 Olivia Benson (@ployprincess13) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2559 / 14:45
    โอ้โหหห ตรงประเด็นสุดๆไปเลยนะคุณกร
    #83
    0