โซ่รักสีรุ้ง [ชุดบ่วงดวงใจ เล่ม 2]

ตอนที่ 18 : โซ่รัก...บทที่ ๗ {หัวใจอันซับซ้อน [๒]} 35%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,070
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    31 ส.ค. 59


หลังจากได้ชุดที่พนมกรพอใจ เขาก็ให้โยษิตากับซินดี้ช่วยกันออกแบบทรงผมให้หล่อน ทั้งปล่อยยาวสยาย ดัดเป็นลอน และเกล้าเป็นมวยกลางศีรษะ ลองอยู่หลายทรงกว่าจะพบทรงที่ถูกใจ

                ครั้นพนมกรพยักหน้า ทั้งโยษิตาและซินดี้ต่างพากันพรูลมออกจากปากอย่างโล่งอก

                “ขอบคุณพี่โยมากครับ ซินดี้ด้วยนะพนมกรเอ่ยขอบคุณขณะเดินผ่านประตูออกมานอกร้าน ประตูรถเปิดอ้าเพื่อให้ซินดี้นำชุดที่ถือในมือไปวางไว้ตรงเบาะหลัง หนึ่งในนั้นเป็นชุดของหล่อน ส่วนอีกชุดนั้นเป็นชุดของเขาซึ่งโยษิตาเตรียมไว้ก่อนหน้านี้แล้ว

                ลองสักหน่อยไหมกร ไม่รู้ว่าจะถูกใจกรหรือเปล่า

                เจ้าหล่อนเสนอ หากพนมกรกลับสั่นศีรษะโดยไม่เสียเวลาคิด

                ไม่ละครับ เสียเวลาเปล่าๆ...จากนั้นก็ลงท้ายด้วยประโยคที่ทำให้คนฟังหน้าบาน ผมเชื่อมือพี่โย

                ถ้อยคำสนทนาระหว่างกันบอกชัดว่าทั้งสองคงรู้จักคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี แต่จะนานเท่าไร สายรุ้งไม่รู้ เพราะพนมกรไม่เคยพูดถึงโยษิตามาก่อน และครั้งนี้ก็เป็นครั้งแรกที่หล่อนได้พบกับผู้หญิงคนนี้...สาวใหญ่วัยสามสิบปลายๆ ไม่แน่ใจว่าแต่งงานแล้วหรือยัง ทว่าเสน่ห์ของเธอยังเต็มเปี่ยม

                ทั้งใบหน้าที่แต่งแต้มเครื่องสำอางอย่างประณีต ทั้งท่าทางการเดินเหิน...สง่างามชวนมอง แม้แต่เวลาหล่อนยืนพักขาและยกมือกอดอก หล่อนรู้สึกราวกับมองนางแบบผู้หนึ่งยืนโพสต์ท่าก็ไม่ปาน โยษิตามีความเก๋ไก๋ ทันสมัย เตะตา และสำหรับหนุ่มๆ แล้วคงจะถูกตาต้องใจได้ไม่ยาก

                ช่วยไม่ได้ที่หล่อนไพล่คิดไปว่าบางที...พนมกรเองก็เคยติดตาต้องใจ พี่โย คนนี้มาแล้ว

                ไว้ว่างๆ ผมจะพาไปเลี้ยง...ตอนนี้แยกย้ายกันก่อนแล้วกันครับ เสียงของพนมกร รวมถึงสัมผัสร้อนผ่าวจากมือของเขาที่แตะลงบนต้นแขนของหล่อน ทำให้สายรุ้งต้องสลัดความคิดฟุ้งซ่านนั้นทิ้งไป บ่ายสองไปเจอกันที่...

                เขานัดแนะสถานที่ซึ่งเป็นโรงแรมชื่อดังติดชายทะเลแห่งหนึ่งในหัวหิน

                ฝ่ายนั้นรับคำก่อนโบกไม้โบกมือลา ขณะที่พนมกรทำเพียงโปรยยิ้ม ผงกศีรษะ              แล้วพาหล่อนขึ้นรถ

                พนมกรพารถแล่นออกจากถนนสายนั้นได้ไม่นานก็หักพวงมาลัยเลี้ยวผ่านประตูไม้เข้าไปจอดในลานจอดรถแห่งหนึ่ง

                กินข้าวกันก่อนนะรุ้ง จะบ่ายโมงแล้ว รุ้งคงหิวจนท้องกิ่วแล้วมั้ง

                นิดหน่อยค่ะ

                หล่อนตอบเสียงเบา ก่อนจะหันไปจ้องเขาตาแป๋ว ความสงสัยที่โชนฉายในดวงตาคู่นั้นทำให้คนมองหัวเราะแผ่วๆ ในลำคอ

                สงสัยว่าพี่จะพาไปออกงานที่ไหนล่ะสิ

                ค่ะ ทำไมพี่กรไม่บอกรุ้งก่อนล่ะคะ

                พี่รู้ว่ารุ้งไม่ชอบออกงาน ถ้าพี่บอกก่อน รุ้งก็คงไม่ยอมมาด้วย

                เป็นงานสำคัญหรือคะ พี่กรถึงอยากให้รุ้งมาด้วย

                เป็นคำถามที่ทำให้พนมกรทอดถอนใจยาว เอนกายพิงพนัก พลางยกมือข้างหนึ่งนวดท้ายทอย

                ก็ไม่เชิง

                ก็ไม่เชิง? แปลว่าอะไรคะ สำคัญหรือไม่สำคัญ

                คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอยู่พักหนึ่งราวกับหาคำตอบที่ตนเองพึงพอใจไม่ได้ หากเพียงไม่นานมันก็คลายออก

                “เอาน่า จะสำคัญหรือไม่สำคัญพี่ก็อยากให้รุ้งมาด้วย

                เขาตัดบทด้วยการก้าวลงจากรถ เดินอ้อมไปเปิดประตูรถให้หล่อน วางมือลงบนศีรษะเล็ก แล้วยิ้มใส่ตาหล่อนเพราะรู้ดีว่าจะทำให้หล่อนเลิกซักไซ้หาคำตอบ

                แค่เหตุผลว่าพี่อยากอยู่กับรุ้งก็ไม่พอหรือคะ

                ทิ้งท้ายด้วยประโยคนี้ สายรุ้งก็ไม่กล้าถามอะไรแล้ว พนมกรรีบฉวยโอกาสนั้นโอดครวญ

                พี่หิวจนแสบท้องไปหมดแล้ว รีบไปกินข้าวกันเถอะ

                ไม่รอให้หล่อนได้ตั้งตัว เขารีบดึงร่างเล็กให้ลุกยืน ปิดประตูรถ ล็อกเรียบร้อยก็ลากหล่อนเดินตรงไปยังร้านอาหารกรุกระจกตรงหน้าในทันที

 

พนมกรให้คำตอบตัวเองไม่ได้จนกระทั่งบัดนี้

                ชายหนุ่มยืนมองตัวเองในชุดทักซิโด้...เสื้อเชิ้ตขาวสวมทับด้วยสูทสีดำและผูกหูกระต่ายตรงลำคอ ผมลองทรงที่เคยปล่อยอย่างสบาย บัดนี้ถูกเสยขึ้นไปด้านบนและใส่เจลจนเงาวับ

                ใบหน้าที่มักจะมีความละมุนอยู่เสมอ กลับดูเคร่งเครียด เพราะผู้เป็นเจ้าของขมวดคิ้วจนแทบเป็นปม

                เป็นงานสำคัญหรือคะ พี่กรถึงอยากให้รุ้งมาด้วย

                คำถามของสายรุ้งดังก้องขึ้นมาในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า...ครั้งนี้เป็นครั้งที่เท่าไรก็คร้านจะนับ หากเขาก็ยังหาคำตอบไม่ได้อยู่นั่นเอง

                คราแรกเขาไม่ได้ตั้งใจจะพาหล่อนมาออกงานด้วยหรอก พูดตามตรงคือเขาไม่คิดจะมาร่วมงานนี้ด้วยซ้ำ เขาแค่คิดจะพาหล่อนไปเที่ยวที่ไหนสักแห่งสองต่อสอง เพื่อกระชับความสัมพันธ์ และเพื่อ...โน้มน้าว หลอกล่อ หรือเร่งเร้าให้หล่อนยอมตกลงแต่งงานเสียที

                แต่เพราะเหตุผลบางอย่าง...เหตุผลที่ทำให้อารมณ์ของเขาขุ่นมัว และมีความอยากเอาชนะจนตัดสินใจส่งไลน์ไปบอกโยษิตาว่าเตรียมเดรสสวยๆ พร้อมกับช่างแต่งหน้าฝีเมือเยี่ยมไว้ให้ด้วย

                เตรียมให้ใครจ๊ะกร

                แฟนผมครับ

                อ้อ...หนูรุ้งน่ะหรือ งานอะไรล่ะ

                งานวันเกิดเพื่อนครับ

                เพื่อน เขาแค้นยิ้ม เกือบจะเปล่งเสียงหัวเราะอย่างเยาะหยัน

                กับผู้ชายคนนั้น เขาไม่เคยนับว่าเป็นเพื่อนแม้สักครั้งเดียว!

                นายพิมุกข์ อิสรรัตนันท์! หนุ่มไฮโซบุตรชายนักธุรกิจพันล้านอันดับต้นๆ ของประเทศไทย...เพื่อนร่วมชั้นเรียนของเขาที่ทั้งโอ้อวด เย่อหยิ่ง และมักมองคนอื่นต่ำต้อยกว่าอยู่เสมอ

                เขาไม่ชอบนายพิมุกข์คนนี้ ถึงขั้นชิงชังเลยด้วยซ้ำกระมัง แต่ก็เพราะสิ่งที่เขายึดมั่นมาเกือบตลอดชีวิต...คำว่าผลประโยชน์เท่านั้นที่ทำให้เขาต้องเก็บความไม่ชอบใจไว้ในส่วนลึก และทำตัวเป็นเพื่อนผู้ชื่นชมและปลาบปลื้มกับความร่ำรวยของฝ่ายนั้นอย่างเสแสร้ง

                เถอะ...ก็แค่ละครฉากหนึ่งเท่านั้น!

                เขาบอกตัวเอง พลางตอกย้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า...ผลประโยชน์คือสิ่งที่เขาต้องการ ไม่ควรตัดความสัมพันธ์ให้ขาดสะบั้นเพียงเพราะความรู้สึกส่วนตัว!

                เช่นนี้แล้ว เขาจะอยากมาร่วมงานวันเกิดของคนผู้นั้นเพื่ออะไรเล่า

                เหตุผลที่เขานึกได้ในตอนนี้...คงมีเพียงเหตุผลเดียว

                ดวงตาเรียวฉายวาบถึงความคาดหวังและสาแก่ใจ

                หากก็เพียงชั่วขณะเท่านั้น เมื่อมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น หน้ากากแห่งความเป็นมิตรก็ถูกสวมกลับคืนดังเดิม

                พนมกรเดินไปเปิดประตู จึงเห็นซินดี้ยืนยิ้มแฉ่ง ดวงตาเป็นประกายอย่างภูมิอกภูมิใจ

                เรียบร้อยแล้วค่ะคุณกร ประติมากรรมชั้นเยี่ยมของซินดี้

                ประติมากรรมชั้นเยี่ยม เป็นการเอ่ยเกินจริงแบบที่ทำให้พนมกรเกือบจะหลุดหัวเราะออกมา

                ขนาดนั้นเลยหรือซินดี้

                คนตรงหน้ายักคิ้ว ยิ้มกว้างขวางจนแทบเห็นฟันทุกซี่ก่อนจะจีบปากจีบคอพูด

                ถ้าคุณกรเห็นคุณรุ้งตอนนี้ละก็จะต้องตะลึงแน่ๆ เชื่อมือซินดี้เถอะค่ะ!”


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

468 ความคิดเห็น