โซ่รักสีรุ้ง [ชุดบ่วงดวงใจ เล่ม 2]

ตอนที่ 2 : บทที่ ๑ | ดวงตาทรงพลังและมืออันแสนอบอุ่น {รีไรต์}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,718
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    27 มี.ค. 60

รุ้ง! นี่มันใกล้ได้เวลาแล้วนะ เสร็จรึยัง!” สิ้นเสียงนั้นคนที่ถูกเรียกก็แง้มประตูผ้องน้ำ โผล่หน้าออกมาก่อนเป็นอันดับแรก คนที่ยืนรอถึงกับชักสีหน้า กวักมือเรียกเหยงๆ ออกมาเร็วๆเข้ายายรุ้ง! มัวโอ้เอ้อยู่นั่นแหละ! ตื่นเต้นอะไรนักหนา ฮึ!”

  ยายรุ้ง ค่อยๆก้าวเท้าออกมาจากห้องน้ำด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก เธอเป็นผู้หญิงร่างกลมกลึง ความสูงน่าจะต่ำกว่ามารตรฐานหญิงไทยเล็กน้อย ชุดที่เธอสวมเป็นชุดราตรีเรียบๆสีขาวแขนล้ำยาวครึ่งน่อง ประดับลูกไม้ตรงชายกระโปรง ผิวของเธอขาวผุดผ่อง แต่ออกจะซีดเล็กน้อย ไม่ได้ขาวอมชมพูแบบสาวสุขภาพดี ยิ่งเมื่อมีเครื่องสำอางแต่งแต้มบนใบหน้าเพียงบางเบา กอปรกับสีหน้าอันซีดเซียวแล้ว เธอก็แทบจะกลืนหายไปไปกับผนังห้องอย่างง่ายดาย

รุ้งไม่เคยออกงานใหญ่แบบนี้นี่คะพี่ฝน ก็เลยอดตื่นเต้นไม่ได้

หญิงสาวอธิบายด้วยเสียงอ้อมแอ้ม สองตาแลมองคนตรงหน้าอย่างหวาดหวั่นไม่น้อย บอกชัดเกรงกลัวอีกฝ่ายมากเพียงใด

เฮ้อ! แกนี่ก็เหลือเกิน! พอจะออกไปพบผู้คนเข้าหน่อย ก็ตื่นเต้นอะไรก็ไม่รู้ เป็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็กแล้ว ไม่หายซะทีนะเรา!”

เมื่อยืนเทียบกัน พี่ฝน ทั้งสูงโปร่ง บอบบาง เรือนร่างอรชรอ่อนแอ้น ส่วนที่เว้าก็ควรเว้า ส่วนที่โค้งก็ควรโค้ง เห็นได้ชัดเจนจากชุดราตรีเกาะอกสีขาวที่มีส่วนเอวคอดเล็ก ส่วนกระโปร่งนั้นบานพลิ้วไม่ต่างอะไรจากเจ้าหญิงในนิทาน เธอเกล้าผมดัดเป็นลอนของตนเองไว้เป็นมวยกลางศีรษะ ประดับด้วยดอกคาลล่าลิลลี่สีชมพู ใบหน้าแต่งแต้มเครื่องสำอางไว้อย่างพอเหมาะพอเจาะ คิ้วเรียวโค้งสวย อายไลเนอร์สีดำลายเส้นชัดเจนขับเน้นให้ดวงตากลมโตโดดเด่นขึ้นมาจนสะดุดตา พวงแก้มปัดบลัชออนสีหวาน ส่วนริมฝีปากเต็มอิ่มเคลือบลิปสติกสีชมพูอมส้มไว้เพียงบางๆ ในขณะที่อีกคนนั้น ดูจืดชืดไปถนัดใจ ทั้งใบหน้าที่ค่อนข้างซีด ชุดที่เรียบจนเกินไป และผมที่ทำเพียงปล่อยยาวประบ่าและประดับด้วยที่คาดผมผ้าสักหลาดสีชมพูลายจุดเท่านั้น

ขอโทษด้วยนะพี่ฝน รุ้งจะพยายามไม่ตื่นเต้นอีกค่ะ เธอขอโทษขอโพยก่อนเอียงคอมองผู้เป็นพี่สาวด้วยประกายตาที่ฉายฉานถึงความชื่นชมชัดเจน พี่ฝนสวยจัง

สายรุ้ง นาฏยรัตน์ ยอมรับในความ ด้อย ของตัวเองเสมอมา และไม่เคยอิจฉาหรืออยากเทียบเท่ากับสายฝน...ผู้เป็นพี่สาวเลยแม้แต่น้อย เหตุผลหนึ่งคือเธอชื่นชมพี่สาวคนนี้มาก ไม่ว่าจะเรื่องความสวย การวางตัว ความีเสน่ห์ หรือแม้แต่การเรียนที่เก่งเสียจนได้ทุนไปเรียนที่อังกฤษตั้งแต่มัธยมปลาย

พี่สาวคนนี้เป็นที่หนึ่งตลอดมา ส่วนเธอนั้น...ไม่ใช่ที่สองหรอก แต่เป็นคนที่ไม่มีใครสนใจเลยต่างหาก!

ขอบใจจ้ะ เสียงของพี่สาวปลุกให้เธอตื่นจากภวังค์แล้วรีบส่งยิ้มประจบทันที แต่เธอก็สวยนี่อีกฝ่ายเอ่ยพลางกวาดตามองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ดูดีกว่าเดิมเยอะ

สายรุ้งไม่คิดว่านั่นเป็นคำดูถูกเหยียดหยามแต่อย่างใด เพราะเธอรู้ดีว่าสายฝนพูดออกมาจากใจจริง เป็นความรู้สึกของคนที่มักจะอยู่เหนือคนอื่นเสมอ จนไม่ทันคิดว่าคำพูดของตนเองอาจจะไปสะกิดปมบางอย่างในหัวใจของคนฟังเข้า โชคดีที่เธอเป็นคนมองโลกในแง่ดี จึงถือว่าประโยคนั้นเป็นคำชมที่เธอจะต้องเอ่ยคำขอบคุณ

สายรุ้งเอ่ยขอบคุณออกไปอย่างดีอกดีใจ ก่อนเดินตามอีกฝ่ายออกจากห้อง ลงบันไดไปยังห้องโถง

ตรงกลางห้องโถงนั้นเอง คุณดิลก...ผู้เป็นบิดายืนเอามือไพล่หลังรออยู่ เมื่อหันมาเห็นลูกสาวทั้งสอง จึงรีบเอ่ยปากเร่ง

เร็วเข้า เดี๋ยวก็ไปไม่ทันหรอก

เอ่ยพลางมองลูกสาวคนโตด้วยแววตาชื่นชม แต่เมื่อตวัดไปมองลูกสาวคนเล็ก แววตาของท่านก็แปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย...จะรำคาญ ระอา หรือผิดหวัง สายรุ้งก็ไม่อาจอ่านมันออก รู้แค่ว่า...ท่านไม่ชื่นชมเท่าไรนัก

ไม่มีชุดอื่นแล้วเหรอ

ฝนก็ให้ชุดไปลองหลายชุดแล้วค่ะผู้เป็นพี่เหลือบสายตามามองและเป็นฝ่ายตอบแทน แต่ก็ไม่ยอมเอาสักชุด บอกว่าโป๊ไปบ้าง สั้นไปบ้าง ยาวไปบ้าง โฮ้ย! เรื่องมากนักละคะคุณพ่อ

คุณดิลกลอบระบายลมหายใจบางเบา ทอดสายตามองสำรวจสายรุ้งอีกอึดใจจึงพยักหน้า

เอาก็เอา ชุดนี้ก็ชุดนี้ จากนั้นก็จับมือลูกสาวทั้งสองมาคล้องแขนตนเองคนละข้าง พาเดินออกจากบ้าน โดยที่หน้าตัวตึกนั้นมีรถยุโรปคันใหญ่สีดำเงาปลาบจอดรออยู่ นายมั่นพนักงานขับรถรีบกุลีกุจอมาเปิดประตู คุณดิลกให้สายฝนเข้าไปนั่งด้านในก่อน ตัวเองตามไปติดๆ และคนที่เข้ามาคนสุดท้ายคือสายรุ้ง

เมื่อรถเคลื่อนตัว คุณดิลกก็เฝ้ากำชับสายฝนว่าควรจะทำตัวหรือวางตัวเช่นไร ด้วยงาน เดบูตองส์ บอลล์ เป็นงานสำคัญงานหนึ่งสำหรับเปิดตัวทายาทตระกูลดังซึ่งจัดมาเกือบทุกปี และปีนี้เป็นปีที่ 10 แล้ว โดยจัดตามธรรมเนียมยุโรปโบราณ งานนี้นับเป็นที่ใฝ่ฝันของทายาทตระกูลดังทั้งหลาย ด้วยถือว่าเป็นการเปิดตัวสู่สังคมชั้นสูง ได้แต่หน้าแต่งตัวสวยเฉิดฉายอวดโฉมต่อสาธารณชน และถือเป็นหน้าเป็นตาของครอบครัวอีกด้วย จึงไม่แปลกที่คุณดิลกจะตื่นเต้น และกำชับเรื่องกิริยามารยาทอย่างเข้มงวด

คุณดิลกพูดกับสายฝนยืดยาวจนเกือบจะถึงโรงแรมที่จัดงานจึงหันมาพูดกับลูกสาวคนเล็ก

แกก็ได้ยินที่พ่อพูดกับพี่ฝนของแกแล้วใช่ไหม

ค่ะคุณพ่อ

งั้นก็ดี พ่อจะได้ไม่ต้องพูดซ้ำ ท่านชะแง้แลมองไปข้างหน้า เห็นมีกลุ่มนักข่าวและช่างถ่ายรูปมายืนอออยู่ตรงบันไดหน้าโรงแรม จึงรีบหันมาพูดกับสายรุ้งอีกครั้งว่า พี่เขาทำอะไรก็ทำตามพี่เขาไป แล้วก็อย่าซุ่มซ่ามให้พ่อต้องขายหน้าละ

หญิงสาวรับคำอุบอิบในลำคอ ด้วยตนเองก็หวั่นเกรงอยู่เหมือนกันว่าจะทำให้ท่านขายหน้า ครั้งหนึ่งเธอยังจำได้ดี ในวันเกิดของท่าน เธอเคยเดินพลัดตกลงไปในสระว่ายน้ำต่อหน้าสาธารณชนมาแล้ว นับเป็นความอับอายครั้งแรกและพาลทำให้เธอเขย็ดขยาดมาจนทุกวันนี้

นี่อาจเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่เธอเกลียดการออกงานและการเข้าสังคมเป็นที่สุด

เมื่อรถจอดเทียบหน้าโรงแรม นายมั่นก็รีบวิ่งมาเปิดประตู สายรุ้งต้องเป็นคนเดินออกจากรถคนแรก หญิงสาวค่อนข้างประหม่า หันมามองผู้เป็นบิดาเล็กน้อย ก่อนจะสูดลมหายใจลึกแล้วก้าวเท้าออกไป แสงแฟลชสว่างวาบจนเธอแสบตา แต่นั่นก็ไม่อาจเทียบได้กับผู้เป็นพี่สาว เพราะหลังจากที่สายฝนปรากฏตัว นักข่าวและช่างภาพก็พร้อมใจกันกดชัตเตอร์ระรัวจนสายรุ้งหวั่นเกรงตนเองจะตาบอดไปเสียก่อนเพราะแฟลชเหล่านี้

คุณดิลกจับมือของลูกสาวทั้งสองคล้องกับแขนของตัวเอง ก่อนเดินไปตามพรหมแดงผ่านประตูกระจกเข้าไปด้านใน

ล็อบบี้ของโรงแรมแห่งนี้ถูกจัดเตรียมให้เป็นที่สำหรับจัดงาน บริเวณรอบๆมีโต๊ะวางอาหารแบบชิ้นเล็กพอดีคำ อยู่สี่ห้าจุด ตรงกลางล็อบบี้มีเปียโนวางตั้งอยู่หนึ่งหลัง ถัดออกมาปูด้วยพรมสีน้ำเงินสำหรับเป็นฟลอร์เต้นรำ

ความจริงสายรุ้งไม่ถนัดเต้นรำเท่าไร แต่บิดาก็เคี่ยวเข็ญอยู่เป็นเดือนจนท่านพอใจ ทว่าพอใจในที่นี้มิใช่ว่าเธอทำได้ดี แต่แค่ดีพอที่จะไม่ทำให้ท่านขายหน้า ส่วนสายฝนนั้นไม่ต้องพูดถึง ไม่ว่าจะทำอะไรเจ้าหล่อนต้องเป็นที่หนึ่งทุกครั้ง เรื่องนี้ก็เช่นกัน คุณดิลกนั้นเห็นลูกสาวคนโตเต้นรำเพียงครั้งก็ถึงกับปรบมือระรัวอย่างชื่นชม และพูดกับบรรดาเพื่อนๆถึงความสามารถของลูกสาวคนนี้ไปอีกสามวันเจ็ดวันเลยทีเดียว

สำหรับสายรุ้งนั้น คุณดิลกไม่ค่อยพูดถึงเท่าไร และก็ไม่มีใครถามถึงเช่นกัน เนื่องเพราะเธอไม่มีอะไรโดดเด่นมากพอที่จะนำมาเป็นจุดเริ่มต้นในการสนทนาได้ เธอหัวอ่อน พูดน้อย เรียบร้อย แถมยังดูขี้อาย จึงไม่ค่อยมีใครมาชวนคุยหรือเล่นหัวกับเธอนัก ทุกคนก็ทำเพียงแค่มองผ่านเลยไป อาจจะส่งยิ้มหรือผงกศีรษะทักทาย...เพียงแค่นั้นก็นับว่ามากพอแล้ว จึงไม่แปลกที่เธอจะรู้สึกว่าตัวเอง ไร้ตัวตน อยู่เสมอ

สายรุ้งถูกเดินตามบิดาและพี่สาวไปหาคนนู้นที คนนี้ที ยกมือไหว้ทักทายนับสิบครั้ง แต่ก็ไม่ได้เปิดปากพูดอะไรมากนัก มีเพียงคำว่า ค่ะ ใช่ค่ะ ขอบคุณค่ะ ออกจากริมฝีปากจิ้มลิ้มคู่นั้น เป็นเช่นนี้ตั้งแต่เข้ามาในงานจนกระทั่งได้เวลาเปิดตัว

สตาฟคนหนึ่งเข้ามากระซิบกระซาบกับคุณดิลกว่าให้เข้าไปเตรียมตัวได้แล้ว ท่านจึงพาลูกสาวเดินออกจากกลุ่มสนทนา ตรงไปยังอีกฟากหนึ่งของล็อบบี้ซึ่งบัดนี้มีสาวน้อยหน้าตาดียืนรออยู่สี่คน เมื่อรวมกับบิดามารดาที่ยืนอยู่เคียงกันก็นับรวมได้เกือบสิบคน

คุณดิลกเอ่ยทักทายฝ่ายผู้ใหญ่ และยกมือรับไหว้บรรดาเด็กสาวเหล่านั้น สายฝนเองก็ยิ้มรับอย่างไว้ทีท่าสำหรับคนที่ไม่รู้จัก แต่คนที่เคยพบหน้าพูดคุยกันมาบ้างแล้ว เธอก็จะเอ่ยทักทายสองสามประโยคตามมารยาท ในขณะที่สายรุ้งนั้นกลืนกินไปกับผู้คนอีกครั้ง ไม่มีใครมองเห็นหรือให้ความสนใจเธอเลย นั่นยิ่งตอกย้ำความไร้ตัวตนที่เธอเป็น

สายรุ้งกวาดตามองคนนั้นทีคนนู้นที เมื่อเห็นว่าไม่มีใครทำท่าว่าจะเข้ามาพูดคุยกับเธอ เจ้าตัวก็พอใจที่จะยืนในพื้นที่ของตัวเองเรียบๆรอเวลาที่ต้องเดินเคียงผู้เป็นบิดาออกไปเท่านั้น

เสียงพิธีกรกล่าวทักทายบรรดาแขกเหรื่อที่มาร่วมงาน พูดอะไรอีกสองสามนาที ก่อนจะเริ่มประกาศชื่ของสาวเดบูตองส์ทั้งหกคน ในลิสต์รายชื่อครอบครัวนาฏยรัตน์ออกเป็นครอบครัวสุดท้าย คุณดิลกรีบกำชับลูกสาวทั้งสองว่า

เดินสวยๆนะฝน รุ้ง ไม่ต้องรีบ เดินช้าๆ แล้วก็โปรยยิ้มไปด้วยนะ เข้าใจไหม

โธ่ คุณพ่อคะ ฝนน่ะทำได้อยู่แล้ว คุณพ่อไปดูแลยายรุ้งเถอะค่ะ ดูสิ...หน้าซีดอีกแล้ว!”

ก็จริงอย่างที่สายฝนว่า...ตอนนี้ใบหน้าของสายรุ้งแทบจะไม่มีสีเลือดเลยด้วยซ้ำไป

รุ้งเอ๊ย ทำหน้าให้มันดีๆหน่อยสิลูกหญิงสาวหันไปสบตาบิดา แล้วพยายามยิ้มอย่างสุดความสามารถ น่าน อย่างนั้นแหละ ยิ้มเข้าไว้ สิ้นเสียงนั้นพิธีกรก็ประกาศชื่อสายฝน สายรุ้ง นาฏยรัตน์ พร้อมกับคุณดิลก นาฏยรัตน์ ท่านบับกระชับมือของเธอแล้วก้าวออกจากมุมมืดสู่สปอตไลท์ที่พร้อมใจกันส่องสว่างมาที่จุดเดียว เวลานั้นคุณดิลกก็ยังไม่วายกระซิบเตือน

งานเปิดตัวลูกวันแรก พ่อไม่อยากให้มีอะไรผิดพลาด

สายรุ้งเองก็ไม่อยากให้มีอะไรผิดพลาด เธอจึงพยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

ทุกก้าวย่างแต่ละก้าว เธอสงบสติอารมณ์ด้วยการนับหนึ่ง สอง สาม...จนมาหยุดอยู่กลางผลอร์เต้นรำ เคียงข้างกับสาวเดบูตองส์คนอื่นๆจึงหยุดนับ

คุณดิลกหันมากระซิบกระซาบอะไรบางอย่าง สายรุ้งได้ยินแต่กลับไม่เข้าหัวเอาเสียเลย ท่ามกลางสายตาหลายสิบคู่ แสงแฟลชที่วูบวาบจนแสบตา แสงสปอตไลท์ที่เจิดจ้าจนตาพร่า เธอตัวสั่น หวาดกลัวและอยากจะหลบหนีออกไปจากที่โดยเร็ว แต่ก็ทำไม่ได้ เธอไม่กล้าพอ...ไม่กล้าที่จะก้าวอาดๆจากไป และไม่กล้าทำให้บิดาผิดหวัง ท่านผิดหวังกับเธอมาหลายครั้งแล้ว เมื่อเธออยู่ประถม ท่ายเคยหวังให้เธอสอบได้อันดับหนึ่งในสิบของห้องสักครั้ง แต่ทุกครั้งถ้าไม่รั้งท้าย อันดับที่เธอได้ดีที่สุดก็แค่อันดับที่สามสิบเท่านั้น ตอนอยู่มัธยมปลาย ท่านหวังให้เธอตามรอยพี่สาวโดยสอบชิงทุนไปเรียนที่อังกฤษ แต่เธอก็ทำไม่ได้ ตอนเอนทรานซ์ ท่านอยากให้เธอเข้าเรียนในคณะบริหารธุรกิจ แต่เธอกลับเลือกเรียนคณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยรัฐแห่งหนึ่ง คะแนนสอบเป็นอันดับสุดท้าย หวุดหวิดเกือบไม่ได้ ท่านหัวเสียที่เธอไม่เชื่อฟังไปพักใหญ่ กว่าจะยอมให้อภัยเธอก็เกือบสามเดือน

สายรุ้งไม่ใช่ลูกสาวคนโปรด อาจเพราะหลังจากมารดาคลอด ท่านก็เสียชีวิตทันที ความทรงจำที่บิดามีต่อเธอ จึงเป็นความเจ็บปวดรวดร้าวและฝังใจจนทำให้ท่านลำเอียง รักลูกสาวคนโตมากกว่าลูกสาวคนเล็ก

เมื่อเสียงเพลงบรรเลงเปลี่ยนท่วงทำนอง และชายหนุ่มหกคนในชุดทักซิโด้สวมหน้ากากเดินเข้ามากลางฟลอร์ สายรุ้งก็ยิ่งประหม่า เธอลอบกลืนน้ำลายอยู่หลายครั้งทั้งที่ลำคอแห้งผาก มือที่จับประสานกันอยู่นั้นสั่นระริก ด้วยเกรงว่าคนอื่นจะเห็นจึงบีบกระชับมันแน่นกว่าเดิม สองตาแลมองเข้าไปในบรรดาแขกเหรื่อ หวังเพียงจะได้สบตากับผู้เป็นบิดาเพื่อขอกำลังใจ เมื่อนั้นเธอจึงได้พบว่าสายตาทุกคู่ไม่ได้แลมาทางเธอเลย เสมือนเธอเป็นเพียง ไม้ประดับ และ ไร้ตัวตน สำหรับพวกเขาเหล่านั้น

ดีแล้ว...แบบนี้ก็ดี เธอจะได้ไม่ต้องเป็นจุดสนใจอย่างไรเล่า

สายรุ้งบอกตัวเอง พลางผ่อนลมหายใจยาว ทว่า...กลับต้องสะดุดเมื่อสองตาสะดุดเข้ากับดวงตาของใครคนหนึ่ง...ดวงตาที่เต็มไปด้วยพลังอันแรงกล้า มีประกายระยิบ และมีความรู้สึกอันหลากหลายอยู่ในนั้น

ดวงตาคู่นั้นทอดตรงมา...สายรุ้งมั่นใจว่าเป็นดวงตาเพียงคู่เดียวที่จับจ้องเธออยู่

แค่คู่เดียวเท่านั้นที่ให้ความสนใจเธอ

และเป็นคู่เดียวที่ทำให้เธอต้องจับกระโปรงของตัวเองเพื่อลดความประหม่า

สายรุ้งเห็นเขาไม่ชัด แต่พอจะมองออกว่าเขาเป็นผู้ชายด้วยชุดทักซิโด้ ผูกหูกระต่ายสีดำบริเวณลำคอ มีผ้าเช็ดหน้าสีขาวพับทบอยู่ในกระเป๋าเสื้อสูท ปล่อยชายให้เลยออกมาเล็กน้อย หญิงสาวอยากจะสำรวจมากกว่านั้นเพราะใคร่รู้เหลือเกินว่าใครกันหนอ...ใครกันที่จดๆจ้องๆเธออย่างสนอกสนใจเช่นนั้น แต่เพราะคู่เต้นรำมายืนอยู่ตรงหน้าเธอจึงจำต้องละสายตาจากมาและเพ่งสมาธิอยู่กับหน้าที่สำคัญของตัวเองเสียก่อน

สายรุ้งเต้นไม่เก่ง ไม่สวยสง่าเท่ากับสายฝน...ไม่สิ เทียบกับสาวเดบูตองส์คนอื่นแล้ว เธอคิดว่าฝีมือตัวเองเทียบไม่ติดเลยสักนิด โชคดีที่คู่เต้นของเธอถนัดในเรื่องนี้ เธอจึงเต้นออกมาได้ดีกว่าที่คิด

คู่เต้นของเธอนั้นเป็นลูกพี่ลูกน้องของเธอเอง ชื่อว่าประณพ อายุมากกว่าเธอสี่ปี เป็นพี่ที่แสนดี และเอ็นดูเธอไม่น้อย

ขอบคุณนะคะพี่ณพ ถ้าไม่ได้พี่ณพช่วย รุ้งแย่แน่เลยสายรุ้งกระซิบบอกหลังจากเพลงจบลง เธอย่อตัวอย่างพยายามให้ชดช้อยและสง่างามที่สุด แต่มันกลับดูผืนๆ ขัดๆ และเก้งก้าวอย่างไรไม่ทราบได้

ไม่ต้องขอบคุณหรอกน่า พี่เต็มใจช่วยอยู่แล้ว

ประณพเอ่ยจบก็โบกมือลา ตรงดิ่งไปหาสาวคนหนึ่ง สะสวย หุ่นดี ผมยาวสลวย...ตรงเสป็คของเขาทุกอย่าง ดูท่าว่าคงจะเล็งไว้ตั้งแต่งานเริ่มแล้วกระมัง

สายรุ้งมองอีกฝ่ายยิ้มๆ ก่อนจะถอนหายใจเฮือกอย่างโล่งอกเมื่อภารกิจในคืนนี้สำเร็จลุล่วงในที่สุด แม้จะไม่ได้เพอร์เฟคอย่างที่บิดาหวังแต่เธอก็มั่นใจว่าทำได้ดีระดับหนึ่ง หญิงสาวหมุนตัวกำลังจะเดินออกจากฟลอร์ก็ต้องชะงักไป เมื่อพิธีกรประกาศว่าเปิดโอกาสให้หนุ่มๆมาชวนสาวเดบูตองส์เต้นรำได้ ใจดวงน้อยร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม

อะไรกัน...ในสคริปต์ไม่ได้ระบุไว้ว่าเธอจะต้องเป็นฝ่าย ถูกเลือก นี่นา ถ้าเป็นแบบนี้....

สายรุ้งกัดริมฝีปากตนเอง รู้ดีว่าความไร้ตัวตนของเธอ จะต้องทำให้บิดาขายหน้าแน่ๆ เพราะคงไม่มีหนุ่มคนไหนมาขอเธอเต้นรำอย่างแน่นอน พรุ่งนี้เสียงซุบซิบจะระบือไปไกลราวกับไฟลามทุ่ง แล้วท่านก็จะอับอายที่ลูกสาวคนเล็กของท่าน ขายไม่ออก

สายรุ้งไม่สนหรอกว่าตนเองจะถูกมองข้ามหรือละเลยครั้งแล้วครั้งเล่า ที่เธอห่วง คือความรู้สึกของบิดาเท่านั้นเอง หญิงสาวกวาดตามองไปรอบห้อง สองตาเต็มไปด้วยความคาดหวังกึ่งร้องขอ เวลานั้นเริ่มมีหนุ่มๆสามสี่คนเดินออกมาแล้ว พวกเขาเดินตรงไปหาสาวเดบูตองส์ที่ยืนอยู่ริมสุดอีกฝั่งหนึ่ง อีกสามคนตรงมาหาพี่สาวของเธอ...ไม่ใช่เรื่องที่เกินคาดหวัง สายฝนมีเสน่ห์ต่อหนุ่มๆมาแต่ไหนแต่ไร และเธอรู้ดีว่าผู้ชายเกือบทุกคนในที่นี่ล้วนแล้วแต่อยากจะทำความรู้จักกับพี่สาวเธอทั้งนั้น

รอแล้วรอเล่า รอด้วยใจเต้นระทึก รอจนทุกคนได้คู่หมดแล้ว เหลือแต่เธอ...ที่ไร้คู่

สายรุ้งเหงื่อตก นึกเวทนาตัวเอง แต่ก็ไม่มากไปกว่าสงสารบิดา

...จะมีสักครั้งบ้างไหมที่เธอจะทำให้ท่านภูมิใจบ้าง

หญิงสาวคิดอย่างสะท้อนใจ ไม่อาจทนแบกหน้ายืนอยู่ตรงนั้นได้ จึงทำท่าจะเดินออกจากฟลอร์ ไปหลบมุมอยู่ที่ไหนสักแห่ง...เงียบๆคนเดียวเหมือนเคย ในเวลานั้นเอง บางอย่างที่อุ่นจัดก็รัดรึงข้อมือของเธอไว้ ส่งกระแสความร้อนพุ่งตรงเข้าสู่หัวใจอันหนาวเหน็บอย่างรวดเร็ว

สายรุ้งหันกลับไปมอง ใจกระตุกวูบเมื่อดวงตาสานสบกับดวงตาคู่นั้น...คู่ที่เธอเห็นก่อนหน้านี้

เวลานั้นทำนองเพลงเปลี่ยนไปเป็นเพลงเนิบช้า แผ่วหวาน เธอจำเพลงนี้ได้ มันเป็นเพลงโปรดของเธอ

ให้เกียรติเต้นรำกับผมได้ไหมครับ

เขาเลื่อนมาจับมือเธอไว้ ดึงรั้งเบาๆ สายรุ้งไม่ได้ขัดขืน กลับก้าวตามเขาราวกับถูกมนตร์สะกด

ผู้ชายคนนี้ตัวสูง ดูเผินๆเหมือนจะผอม แต่แท้จริงแล้วบึกบึนไม่น้อย ช่วงไหล่กว้าง แผ่นอกกำยำ...กว้างขวางมากพอที่จะปกป้องใครคนหนึ่งได้

ปลายคางและแนวกรามของเขาสะอาดสะอ้านแต่ก็ยังเห็นไรหนวดเขียวจางๆ พร้อมกับกลิ่นอาฟเตอร์เชฟอ่อนๆให้ความรู้สึกแห่งบุรุษเพศแบบที่เธอไม่ค่อยได้สัมผัสนัก ริมฝีปากของเขาบางราวกับอิสตรี จมูกโด่งเป็นสัน คิ้วเข้มโค้งสวย ดวงตาสีน้ำตาลเข้มแต่ทรงพลัง

หากสายตาของเขาเปรียบเสมือนคมมีด ดวงตาของเธอก็เปรียบเสมือนปุยนุ่น...ปลายคมมีดสะบัดเล็กน้อย เธอก็พลันลอยฟุ้งกระจัดกระจายอย่างไร้ทิศทาง

เขาจับมือเธอวางบนไหล่ และแตะมือบนเอวเธออย่างนุ่มนวล พาเธอเคลือนไหวอย่างช้าๆตามท่วงทำนองของบทเพลง

เสียงเพลงนั้นวะแว่วหวานหู...เป็นเพลงที่เธอโปรดปราน

I have died every day waiting for you

Darling, don't be afraid I have loved you

For a thousand years

I'll love you for a thousand more[1]

A thousand years...เพลงประกอบภาพยนตร์แวมไพร์อันโด่งดัง ช่างไพเราะและนุ่มหู ชวนให้คนฟังเคลิบเคลิ้ม

เพลงนี้เป็นเพลงโปรดของเธอก็จริง แต่ยามอยู่ในอารมณ์อันชวนตระหนกเช่นนี้ เพลงนี้กลับคล้ายเสียงกลองดังตึกๆตักๆอยู่ในหัวตามจังหวะการก้าวเท้าของเธอ

คุณไม่ชอบเต้นรำใช่ไหม

เขาชวนคุย เสียงของเขานุ่มชวนฟัง มันสะท้อนอยู่ในอกของเธอ...เป็นจังหวะเดียวกับการเต้นของหัวใจ

ค่ะ เธอตอบรับสั้นๆตามสัญชาตญาณแล้วก็ปิดปากเงียบตามเดิม

มือคุณเย็น ตื่นเต้นหรือกลัวครับ

เขาพยายามสร้างความเป็นมิตรกับเธอ ซึ่งชายหนุ่มน้อยคนนักที่จะทำเช่นนี้ เพราะหากไม่มองผ่านเลยไปก็จะทักทายพอเป็นพิธีและตามมารยาทเท่านั้นเอง สายรุ้งจึงประหม่ามากกว่าเดิม ใจเต้นโครมครามราวกับคนที่กำลังตกอยู่ในห้วงรัก

ว่าไงครับ ไม่ตอบแบบนี้...อย่าบอกนะว่าคุณกลัวผม

เพิ่งรู้สึกว่าตัวเองเสียมารยาท หญิงสาวจึงรีบกะพริบตาเรียกสติของตนเอง

เปล่าค่ะ รุ้งไม่ได้กลัวคุณ แค่กำลังหาคำตอบให้คุณค่ะ

แล้วได้คำตอบรึยังครับ

เขาถามยิ้มๆ และเธอก็ผ่อนคลายมากพอที่จะยิ้มตอบเขาแล้ว

ทั้งสองอย่างค่ะ รุ้งไม่ค่อยได้ออกงานแบบนี้ก็เลยตื่นเต้น แล้วรุ้งก็ซุ่มซ่ามมากกก...เจ้าตัวลากเสียงยาวให้น้ำหนักกับคำพูดของตัวเอง เลยกลัวว่าจะทำให้คุณพ่อขายหน้าน่ะค่ะ

เขาหัวเราะเบาๆ เสียงของเขาดังอยู่แค่ในลำคอเท่านั้น แต่กลับก้องกังวานอย่างประหลาด

ผู้ชายคนนี้มีเสน่ห์ชวนให้สาวๆหลงรัก กอปรกับหน้าตาอันหล่อเหลาด้วยแล้ว น่าแปลกที่เขามาขอเธอเต้นรำ

ทำไมหนอ...

พลันที่ถามตัวเอง เธอก็ได้คำตอบ

...ถ้าไม่ใช่เพราะสงสาร ก็สมเพชเวทนากระมัง

สาวเดบูตองส์คนเดียวที่ถูกทิ้งให้ยืนเดียวดายกลางฟลอร์เต้นรำน่าอับอายขายหน้าน้อยเสียเมื่อไร เขาคงเป็นคนใจดี มีเมตตาจึงอยากช่วยเธอก็เท่านั้นเอง

สายรุ้งไม่ได้หวังถึงขั้นว่าเขาจะสนใจเธอ หรือเห็นว่าเธอมีตัวตนหรอก แต่คำตอบที่ให้กับตัวเองก็ทำให้หัวใจดวงน้อยเหี่ยวแฟบลงทันใด หญิงสาวหลุบสายตาลงจับจ้องเพียงกระดุมเม็ดที่สองบนอกเขา ซ่อนแววตาของความผิดหวังไว้ หากเธอก็เศร้าได้ไม่นานหรอกเพราะคุ้นชินกับสภาพแบบนี้มาตลอดชีวิตแล้ว เมื่อเขาชวนคุยอีกครั้ง เธอก็ต่อบทสนทนาได้ทันที

ทำไมถึงกลัวละครับ คุณไม่น่าจะทำอะไรให้คุณพ่อขายหน้าได้เลยนะ

ผิดแล้วค่ะ รุ้งน่ะทำให้คุณพ่อขายหน้าออกจะบ่อย เมื่อเริ่มคุ้นเคย เธอก็คุยเจื้อยแจ้วได้มากขึ้น โดยเฉพาะตอนออกงาน รุ้งชอบทำตัวเปิ่นๆ ป้ำๆเป๋อๆ แถมยังซุ่มซ่ามอีกด้วยค่ะ

ผมยังไม่เห็นว่าคุณจะเป็นแบบนั้นเลย ประกายตาของเขาวิบวับขึ้นมาเมื่อเอ่ยประโยคถัดไป ผมว่าคุณน่ารัก

น้อยครั้งที่จะมีหนุ่มสักคนชมเธอ จึงช่วยไม่ได้ที่สายรุ้งจะรู้สึกเหมือนหัวใจพองโตอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

น่ารักในแบบที่คุณเป็น...แบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว

จริงเหรอคะเธอถามด้วยน้ำเสียงไม่แน่ใจ ในเวลาเดียวกันนั้นก็ตวัดสายตาไปมองพี่สาวที่เต้นรำด้วยท่วงท่างามสง่า รุ้งไม่คิดว่าเป็นแบบรุ้งจะดีหรอกค่ะ ต้องอย่างพี่ฝน...ทั้งสวย ทั้งสง่าแล้วก็ไปทุกเรื่องเลยค่ะ รุ้งอยากเป็นแบบนั้น

เป็นตัวของตัวเองดีที่สุดไม่ใช่หรือครับ จริงอยู่...คนส่วนใหญ่อาจจะชอบพี่ของคุณ แต่คุณก็อย่าลืมว่าอย่างน้อยๆ ก็ต้องมีใครสักคนที่ชอบคุณเหมือนกัน

เป็นคำปลอบใจ หรือเป็นคำบอกกลายๆว่าเขาชอบเธอหนอ...สายรุ้งไม่อาจมองจ้องสบตาเขาอีกเพราะตอนนี้หัวใจของเธอหกคะเมนตีลังกาไปหลายตลบแล้ว

ขอบคุณนะคะ...ขอบคุณที่ให้กำลังใจรุ้ง

หลังจากนั้นก็นิ่งเงียบกันไป พักใหญ่ๆที่เดียวกว่าเขาจะเอ่ยทำลายความเงียบ และกลบเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามของเธอ

ผมยังไม่ได้แนะนำตัวกันเลย เขาส่งยิ้มให้เธอก่อนจะเอื้อนเอ่ยชื่อของตัวเองด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ ผมกรครับ...พนมกร สุริยไพศาล

รุ้งค่ะ สาย...

สายรุ้ง นาฏยรัตน์ พูดยังไม่ทันจบ เขาก็ต่อให้เสียแล้ว ผมจำได้แม่นเลยครับ

ไม่คิดว่าจะมีใครจดจำชื่อเธอได้ในครั้งแรกที่ได้พบกันเช่นนี้ สายรุ้งทั้งประหลาดใจ ประทับใจและดีใจอย่างประหลาด เธอยิ้มให้เขาจนตายิบหยี และบอกตัวเองว่าจะจดจำชื่อเขาไว้ด้วยตั้งใจว่าวันหน้าจะส่งของขวัญไปให้เขาเพื่อขอบคุณที่เขาช่วยชีวิตเธอในวันนี้



[1] เพลง A Thousand Years ขับร้องโดย Christina Perri

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

468 ความคิดเห็น

  1. #276 Tewwmay (@Tewwmay) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 14:31
    ตื่นเต้นมากก
    #276
    0
  2. วันที่ 15 กันยายน 2559 / 14:46
    เล่นเกมท้าจีบรุ้งกับเพื่อนแน่เลย พระเอกนิสัยไม่ดีเลย ต้องเอาคืนให้เข็ด
    #97
    0
  3. #5 taeyeon iu (@taejess) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2558 / 19:45
    สนุกค่ะ รอติดตามค่ะ เรื่อองนี้เศร้ามากไหมอ่ะ ^^
    #5
    0
  4. #2 namesair (@namesair) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2558 / 13:52
    "เผยให้เห็นเรียวแต่" น่าจะเป็นเรียวตา นะค่ะ^^
    #2
    1