โซ่รักสีรุ้ง [ชุดบ่วงดวงใจ เล่ม 2]

ตอนที่ 5 : บทที่ ๓ | เดทแรก {รีไรต์}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,255
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    12 เม.ย. 60

ตึกตัก ตึกตัก...นั่นคือเสียงใจของหล่อน มันเต้นผิดแผกไปจากเดิม 

สายรุ้งอยากจะยกมือทาบลงบนอกข้างซ้าย ปรามหัวใจดวงน้อยที่กำลังเต้นไม่เป็นส่ำในตอนนี้เสียเหลือเกิน แต่ที่หล่อนทำได้ตอนนี้คือเร่งฝีเท้า จ้ำเอาๆราวกับกลัวว่าเขาจะตามมาทัน ทว่าหล่อนทั้งตัวเล็ก ทั้งขาสั้น คนตัวสูงอย่างเขาก้าวขาแค่ไม่กี่ก้าวก็ทันหล่อนแล้ว

เขารีบคว้าต้นแขนเล็กไว้ ดึงรั้งเบาๆ เจ้าหล่อนก็หมุนตัวกลับมา 

ร่างน้อยเซซวนเกือบจะซบอยู่บนอกเขาอยู่รอมร่อแล้ว ยังดีที่หล่อนยังขืนตัว ฝืนยืนทรงตัวอยู่โดยไม่ได้แตะต้องเขาแม้แต่ปลายเล็บ

“เดินหนีผมทำไม ผมทำอะไรให้คุณโกรธรึเปล่า” 

เป็นคำถามที่ทำให้คนฟังสะดุ้งน้อยๆ สายรุ้งกะพริบตาปริบๆ ไม่ยอมตอบในทันที กระทั่งเขาถามซ้ำอีกครั้งหล่อนจึงส่ายหน้า

“เปล่าค่ะ รุ้งไม่ได้เดินหนี แล้วรุ้งก็ไม่ได้โกรธคุณด้วย”

เมื่อคนตรงหน้าเลิกคิ้วข้างหนึ่งเป็นคำถาม หล่อนจึงรีบอธิบาย

“คือ รุ้งเห็นว่าคุณมีเรื่องจะคุยกับรุ้ง รุ้งเลยอยากรีบหาที่นั่งคุยกัน  น่ะค่ะ”

เป็นคำตอบที่ไม่ได้ทำให้แววตาคลางแคลงสงสัยและเป็นกังวลของเขาลดน้อยลงเลย สายรุ้งจ้องมองมันแล้วจำต้องรีบเบือนไปทางอื่นเพราะเกรงว่าหัวใจของหล่อนจะเต้นแรงขึ้นจนทำให้เขาได้ยิน หญิงสาวชี้มือไปทางด้านหลัง

“ไปนั่งร้านนั้นดีกว่าค่ะ ยังมีโต๊ะว่างอยู่...คุณกรจะได้ทานข้าวด้วย” จากนั้นก็เดินดุ่มๆ จากไปในทันที

สายรุ้งรู้ดีว่าเขาไม่พอใจกับคำตอบของหล่อน แต่เขากลับไม่เซ้าซี้ซักถามให้มากความ กลับทำตัวเป็นปกติจนทำให้หล่อนคลายความตื่นเต้นและรู้สึกผ่อนคลายได้ในที่สุด

พนมกรเป็นคนกินง่ายอยู่ง่าย จึงไม่แปลกอะไรที่เขาจะทานกะเพราหมูไข่ดาวราดข้าวอย่างเอร็ดอร่อย ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีก็เกลี้ยงจาน ไม่เหลือแม้แต่ข้าวสักเม็ด พอเงยหน้าขึ้นมาเห็นสายรุ้งทอดมองมาด้วยดวงตาเบิกโต แล้วอุทานออกมาเบาๆ

“โห...คุณกรทานเร็วจัง! แป๊บเดียวหมดแล้ว!”

คนถูกแซ็วยักไหล่น้อยๆ ก่อนตอบว่า

“เมื่อก่อนผมกินเร็วกว่านี้อีกนะ”

จากนั้นเขาก็ยกน้ำดื่มจนหมดแก้ว ล้วงลงไปในกระเป๋ากางเกงหมายจะหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดปาก เมื่อหาไม่พบจึงนึกขึ้นมาได้ว่าผ้าผืนนั้นถูกเด็กสาวตรงหน้ายึดไปเสียแล้ว

...ราวกับรู้ใจ สายรุ้งหยิบกระดาษทิชชู่ยื่นให้เขา พร้อมกับยิ้มแฉ่ง

“คุณคงหิวมาก” 

เมื่อเขารับทิชชู่จากมือหล่อน เช็ดปากเรียบร้อย เจ้าหล่อนก็ทำหน้าสลด พูดด้วยเสียงอ่อยๆ ว่า 

“รุ้งคิดว่าคุณจะกินข้าวมาก่อนก็เลยนัดตอนบ่ายโมงครึ่ง ไม่คิดว่าคุณจะหิ้วท้องรอกินข้าวกับรุ้ง”

พนมกรหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ส่ายหน้าแล้วโบกมือไปมา

“ไม่ใช่ความผิดของคุณรุ้งหรอกครับ ผมผิดเองที่ไม่ได้บอกก่อน”

“ถึงยังไงรุ้งก็มีส่วนผิดค่ะ” เจ้าหล่อนเหมือนจะชอบรับความผิดไว้กับตัวเองอย่างไรไม่ทราบได้ ยืนยันเสียงแข็งว่าอย่างไรแล้วตัวเองก็ผิด แถมยังเสนอตัวว่า “เอาไว้ให้รุ้งเลี้ยงไอติมวันหลังดีไหมคะ”

ปกติเขาไม่ชอบให้ผู้หญิงเป็นเจ้ามือเลี้ยงอะไรต่อมิอะไรหรอก         แต่กรณีนี้เป็นข้อยกเว้น เพราะเขาอยากหาเรื่องพบกับหล่อนเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงพยักหน้าตอบตกลงโดยไม่เสียเวลาคิด

ชายหนุ่มลอบพิจารณาสายรุ้งพร้อมกับชวนคุยเรื่องสัพเพเหระไปด้วย เรื่องที่เขาถามส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องภาพยนตร์ ละคร เพลง ดอกไม้ ต้นไม้    สถานที่ท่องเที่ยว หรืองานอดิเรกที่หล่อนชอบทำ จากคำถามเหล่านี้ทำให้เขารู้หลายสิ่งหลายอย่างเพิ่มเติมจากรายงานที่คนของเขาส่งมาให้ อย่างเรื่องสีที่โปรดปราน ในรายงานบอกว่าหล่อนชอบสีชมพู แต่แท้จริงแล้วหล่อนกลับชอบ       สีขาว...เป็นความผิดพลาดที่ทำให้เขาหงุดหงิดขึ้นมาไม่น้อย กระนั้นริมฝีปากของเขาก็ยังมีรอยยิ้มละมุนละไมอยู่ตามเดิม

“แปลกนะครับผู้หญิงส่วนใหญ่ชอบสีชมพู แต่คุณกลับชอบสีขาว”

“ใช่ค่ะ พี่ฝน...พี่สาวของรุ้งน่ะค่ะ ชอบสีชมพูมาก เวลาซื้อเสื้อผ้า      พี่ฝนเขาก็จะให้รุ้งซื้อสีชมพูอยู่เรื่อย อย่างพวกกระเป๋า รองเท้า หรือผ้าพันคอ พี่ฝนก็ให้รุ้งใช้สีชมพูค่ะ เขาบอกรุ้งว่ารุ้งน่ะใส่สีขาวไม่เหมาะเพราะมันจะดูจืดชืดเกินไป เวลาซื้ออะไรรุ้งก็เลยเลี่ยงสีขาว เลือกซื้อแต่สีสดๆ แต่ที่มีมากที่สุดก็สีชมพูนี่แหละค่ะ”

ในที่สุดเขาก็รู้เหตุผล...และยังรู้ด้วยว่าหล่อนเชื่อฟังพี่ของหล่อนมาก 

...ชอบ ปลาบปลื้ม หลงใหล ประหนึ่งสายฝนเป็นไอดอลของหล่อน      ก็ว่าได้

“คุณสนิทกับพี่มากไหม”

“อืม...ก็ไม่เชิงค่ะ” ตอบพลางยิ้มให้เขาอย่างจืดเจื่อน “พี่ฝนไม่ค่อยชอบเล่นกับรุ้งหรอกค่ะ เพราะว่าเราชอบเล่นไม่เหมือนกัน ตอนเด็กๆรุ้งชอบปีนต้นไม้ วิ่งแข่ง เล่นซ่อนหา กระโดดยาง แต่พี่ฝนเขาเล่นแต่งตัวให้ตุ๊กตาค่ะ หรือไม่ก็เล่นเป็นนางแบบ เปลี่ยนชุดนู้นทีชุดนี้ที แล้วก็แต่งหน้าด้วยนะคะ ส่วนรุ้งน่ะไม่ค่อยถนัดเรื่องนี้เท่าไร”

พนมกรเห็นจริงตามนั้น เพราะวงหน้านวลที่เขาเห็นอยู่ตอนนี้เรียกว่าเป็นหน้าเปล่าๆ ก็คงได้ เพราะถึงทาแป้งไว้ก็คงทาเพียงบางๆเท่านั้น ชายหนุ่มประสานมือเข้าด้วยกันวางราบลงบนโต๊ะ พร้อมกับโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย สองตาจับจ้องหล่อนราวกับไม่ใส่ใจ แต่แท้จริงแล้วเขากำลังพิจารณาทุกสัดส่วนบนใบหน้าของหล่อนต่างหาก

เมื่อคืน เขายังเห็นหน้าหล่อนไม่ชัดเท่าไร เพิ่งจะมาเห็นกันจริงๆ จังๆก็วันนี้เอง

หน้าผากของหล่อนกว้างเกลี้ยงเกลา ตาของหล่อนโตกว่าที่เขาคิด         ไม่จำเป็นต้องทาอายไลเนอร์อะไรให้หนาเตอะเลย จมูกหล่อนเชิดรั้นหน่อยๆ เหมาะเจาะกับรูปหน้าของหล่อนดี และตอนนี้ตรงปลายจมูกมีเหงื่อเกาะพราว   เห็นได้ชัดเจนจนเขาต้องยื่นมือออกไปเช็ดให้

...จะว่าตั้งใจก็คงไม่ได้ เพราะเขารู้ตัวว่าทำแบบนี้ก็ตอนที่หล่อนผงะและถอยห่างจากเขาโดยอัตโนมัตินั่นแหละ

พนมกรใจหายวาบ อีกครั้งแล้วที่เขาเกรงว่า ‘เหยื่อ’ ของเขาจะกลัวและเตลิดหนีไปเสียก่อน จึงหัวเราะกลบเกลื่อน และบอกว่า

“ไม่รู้แอร์ที่นี่เสียรึเปล่า ไม่ค่อยเย็นเลย” เหลือบมองคนตรงหน้าแล้วเกริ่นเข้าเรื่องว่า “คุณรุ้งอ่านหนังสือพิมพ์ฉบับวันนี้รึยังครับ”

คนถูกถามยิ้มบางๆ แล้วพยักหน้า

“อ่านแล้วค่ะ...คุณนัดคุยกับรุ้งเพราะเรื่องนี้เหรอคะ”

“ครับ ผมเป็นห่วง กลัวว่าคุณจะ...” เขาแสร้งตีหน้าเศร้าแล้วถอนใจเฮือก “ผมไม่น่าทำให้คุณเป็นข่าวเสียๆหายๆแบบนี้เลย ผมขอโทษนะครับคุณรุ้ง ผมไม่ได้ตั้งใจให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ไม่รู้เหมือนกันว่าไอ้พวกนักข่าวนั่นมันกุข่าวบ้าๆ แบบนี้ขึ้นมาได้ยังไง ถ้าเจอพวกมันเมื่อไรผมจะสั่งสอน...”

คำพูดของเขากลืนหายลงไปในลำคอ เมื่ออีกฝ่ายหัวเราะแผ่วๆ อย่างขบขันมากกว่าเคร่งครียด

“คุณรุ้ง...ไม่โกรธเหรอครับ”

“โธ่...รุ้งจะโกรธทำไมล่ะคะ ก็แค่ข่าว รุ้งไม่สนใจข่าวซุบซิบพวกนี้หรอกค่ะ ใครๆ ก็รู้ว่ามีความจริงไม่ถึงครึ่ง ใส่ใจไปก็ไม่มีประโยชน์หรอกค่ะ” หล่อนเหลียวมองออกไปนอกร้าน ก่อนชักชวน

“ไหนๆ ก็มาแล้ว คุณกรอยากไปเล่นเครื่องเล่นไหนเป็นพิเศษ        หรือเปล่าคะ”

“ไม่มีหรอกครับ...จริงๆ ผมไม่ได้มานานมากแล้ว สิบกว่าปีแล้วมั้ง ไม่รู้ว่าตอนนี้มีเครื่องเล่นอะไรบ้าง คุณรุ้งช่วยพาผมทัวร์หน่อยได้ไหมล่ะครับ”

สายรุ้งเป็นคนปฏิเสธใครไม่เป็นอยู่แล้ว เขารู้เรื่องนี้ดี และเมื่อเขาร้องขอ ถ้าหล่อนไม่ใจร้ายใจดำหรือกลัวเขาจนเกินไป เขามั่นใจว่าหล่อนจะตอบรับ

“ได้ค่ะ”

เป็นคำตอบรับที่จุดประกายความรื่นรมย์ในดวงตาเขาได้ดี เพราะย่อมหมายความว่าเขายัง...ดูเป็นสุภาพบุรุษสำหรับหล่อนอยู่ 

“งั้นไปกันเลยไหมครับ” รอจนหล่อนลุกขึ้นยืน เขาจึงทำทีเป็นขอคำแนะนำ “จะเริ่มไปที่ไหนก่อนดี”

“คุณกรอยากเล่นอะไรก่อนละคะ”

อืม...จริงๆ แล้วเขาอยากให้หล่อนพูดคำว่า ‘ดู’ มากกว่า ‘เล่น’ เพราะเขาไม่มั่นใจเลยว่า ชายอายุสามสิบสามอย่างเขาจะ ไหวไหม แต่ครั้นจะบอกหล่อนตรงๆ ว่าเล่นไม่ไหว เขาก็ปากหนักพูดไม่ออก จึงได้แต่พูดว่า

“คุณชอบเล่นอะไรละครับ”

“รุ่งอยากเข้าเมืองหิมะค่ะ” 

คำตอบของหล่อนทำให้พนมกรลอบพรูปากอย่างโล่งอก ทำท่ากระตือรือร้นกระฉับเฉงขึ้นมาทันที

“งั้นไปกันครับ ผมก็ไม่ได้แตะหิมะมาหลายปีแล้ว”

เขาแตะข้อศอกหล่อนอย่างสุภาพพาหล่อนเดินออกจากศูนย์อาหาร มุ่งหน้าสู่เมืองหิมะซึ่งอยู่ไม่ไกลเท่าไรนัก ทว่า...มือของเขาพลันกระตุก ตามมาด้วยอาการกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอเมื่อหล่อนพูดต่อไปว่า

“ออกจากเมืองหิมะแล้วเราไปเล่นรถไฟเหาะกันนะคะ มันสนุกมากก...” เจ้าหล่อนลากเสียงยาวโดยไม่ได้เอะใจเลยว่าคนที่เดินตามนั้นกำลังทำหน้าราวกับบังเอิญยัดบอระเพ็ดเข้าปากปานใด “รุ้งมั่นใจว่าคุณต้องชอบ”

ตอนนั้นแหละ หล่อนถึงหันมา พนมกรก็ไวพอรีบส่งยิ้มกลับไป 

และยิ้มนี้นับเป็นยิ้มที่แหยที่สุดเท่าที่เขาเคยมอบให้กับผู้หญิงสักคน



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

468 ความคิดเห็น

  1. #466 saifon2014in (@saifon2014in) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2561 / 20:48

    ???????????? มาคบกันด้วยการหลอกให้ไว้เนื้อเชื่อใจ

    อย่างนี้​ มารู้ทีหลังคงเสียความรู้สึกมาก

    #466
    0
  2. #249 Nattamon Ponlabat (@jum566) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 เมษายน 2560 / 13:36
    ริจะหลอกเด็ก ต้องอดทนนะคุณกร นิสัยไม่ดี มาหลอกรุ้งทำไม
    #249
    0
  3. #44 Arachaporn9809 (@arachaporn9809) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2558 / 11:48
    5555
    เงี้ยละ ต้องทนนะคะ ริจะจีบเด็ก ><
    #44
    0
  4. #23 KrayfanXing (@kraypyxing) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 มีนาคม 2558 / 23:00
    อยากรุ้เป๋นไงต่อ รีบมาอัพนะคร้าา
    #23
    0
  5. #22 namesair (@namesair) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 มีนาคม 2558 / 18:37
    อยากให้อัพบ่อยๆค่ะ ชอบ
    #22
    0
  6. #21 แว่นใส (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 มีนาคม 2558 / 21:38
    ชีวิตนางเอกเราเศร้าจริง
    #21
    0