โซ่รักสีรุ้ง [ชุดบ่วงดวงใจ เล่ม 2]

ตอนที่ 6 : บทที่ ๓ | เดทแรก {รีไรต์}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,653
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    12 เม.ย. 60

พนมกรเพิ่งรู้สึกว่าตัวเองแก่อย่างจริงๆจังๆก็วันนี้เอง หนำซ้ำยัง       นึกอยากจะลดอายุตัวเองลงไปอีกสักสิบปี!

หลังจากลงจากรถไฟเหาะแล้ว เขาก็เดินตามเด็กสาวตรงหน้า        ด้วยอาการมึนงง หัวหมุนติ้วๆ ท้องไส้ปั่นป่วน อยากจะอาเจียนออกมาเสีย  ตรงนั้นเลย แต่ก็ต้องข่มมันไว้ และแสดงท่าทีแบบ ‘สบายมาก’ ‘ไม่มีปัญหา’ ‘แค่นี้จิ๊บๆ’ อะไรเทือกนั้น เพื่อรักษาภาพลักษณ์อย่างสุดความสามารถ

แต่เดินมาไม่ถึงสิบก้าว ชายหนุ่มก็ทนไม่ไหว เดินโผเผไปเกาะเสาต้นหนึ่ง ทำท่าโก่งคอเหมือนจะอาเจียน เจ้าตัวรีบยกมือตะครุบปากไว้ กล้ำกลืนความพะอืดพะอมอย่างทรมาน สายรุ้งซึ่งเดินนำไปไกลแล้วเพิ่งเอะใจ จึงหันมามอง พอเห็นคนตัวโตท่าทางย่ำแย่จนดูไม่ได้ ก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาถามอย่างเป็นห่วง

“คุณกร! เป็นยังไงบ้างคะ ไม่สบายเหรอคะ” 

สายรุ้งเข้ามาประคอง...พูดให้ถูกน่าจะเป็นหิ้วปีกมากกว่า

หล่อนหิ้วปีกเขา และหยิบทิชชู่ในกระเป๋าออกมา ซับเหงื่อที่ผุดขึ้นมาอย่างชุ่มโชกบนใบหน้าของเขา

“ถ้าเล่นไม่ได้ ทำไมไม่บอกรุ้งคะ”

พนมกรฝืนยิ้ม มองสบตาที่เบิกโตและเต็มไปด้วยความกังวลกึ่งสงสารของหล่อนแล้ว ก็อดเวทนาตัวเองไม่ได้

ปกติเขาห่วงภาพลักษณ์ของตัวเองยิ่งกว่าสิ่งใด 

...นักธุรกิจหนุ่ม เจ้าของบริษัทเอสพีกรุ๊ป หล่อเหลาปานเทพบุตร กิริยาท่าทางนุ่มนวล รอยยิ้มทรงเสน่ห์ ดวงตาแพรวพราวชวนหลงใหล ใครๆก็ว่ากันว่าเขาเปรียบดั่งพระเอกที่หลุดออกมาจากนิยายสักเรื่อง แต่จะมาเสียก็ตรงนี้แหละ...

‘หมดสภาพ’ ต่อหน้าเด็กสาวที่เขาเพียรพยายามล่อหลอกอย่างสุดความสามารถ

จะมีอะไรแย่ไปกว่านี้ไหม!

ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือก ปิกเปลือกตาลงแล้วส่ายหน้าน้อยๆ

“ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกครับ ผมมัน...” เขาค่อยๆ ลืมตาขึ้น ยักไหล่ทีหนึ่งและเอ่ยด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ “ใช้ไม่ได้เอง”

สีหน้าของสายรุ้งยังไม่ดีขึ้น หล่อนคงรู้สึกผิดเต็มหัวใจ เห็นดังนั้นเขาจึงพยายามฉวยโอกาสนี้เพื่อให้ได้ใกล้ชิดหล่อนมากขึ้น

“คุณรุ้งช่วยโทร.เรียกคนของผมหน่อยได้ไหม ผมจะให้มันมารับ”

หญิงสาวรับคำ และทำตามอย่างกระตือรือร้น หล่อนล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงของเขา หยิบไอโฟนขึ้นมา กดหาชื่อปกป้องตามที่เขาบอก เมื่อกดโทร.ออกและทางปลายสายกดรับหลังจากสัญญาณดังเพียงครั้งเดียว หล่อนก็กรอกเสียงลงไปว่า

“ช่วยมารับคุณกรหน่อยค่ะ คุณกรไม่สบาย”

ชายคนนั้นดูเหมือนจะตกใจเล็กน้อย ก่อนจะแจ้งจุดนัดพบซึ่งก็คือด้านหน้าดรีมเวิลด์นั่นเอง 

หลังจากกดวาง สายรุ้งก็ประคองพนมกรเดินไปที่ห้องจำหน่ายบัตรเพื่อรอรถโดยสารสองชั้นที่จะพาไปส่งด้านหน้า 


เพียงไม่นานทั้งสองก็มายืนรอตรงจุดนัดพบแล้ว ประจวบเหมาะกับปกป้องขับรถมาถึงพอดี พนมกรจึงไม่จำเป็นต้องยืนรอนาน สายรุ้งรอจนเขานั่งเรียบร้อย จึงผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก

หล่อนไม่คิดเลยว่าการที่ชวนเขานั่งรถไฟเหาะจะทำให้สภาพเขาย่ำแย่ขนาดนี้ หล่อนรู้สึกผิดมาก อยากทำอะไรสักอย่างไถ่โทษ แต่ก็คงต้องรอวันหลัง วันนี้เขาคงไม่มีกะจิตกะใจทำอะไร แม้แต่ไปทำงาน

คิดมาถึงตรงนี้ก็ต้องถอนใจเฮือก เมื่อรู้ว่าตนเองอาจจะเป็นต้นเหตุให้เขาเสียงานอีกด้วย

สายรุ้งบีบมือของเขาเป็นการขอโทษเบื้องต้นและบอกลา จากนั้นจึงกระซิบว่า

“หายไวๆ นะคะ” แต่ก่อนที่จะผละไป เขาก็คว้ามือหล่อนไว้เสียก่อน

“ผมจะไปส่ง”

อุ้งมือของเขาร้อนจัด และหยาบกร้านเกินกว่าจะเป็นของนักธุรกิจที่ร่ำรวยอันดับต้นๆของประเทศ 

“ไม่เป็นไรค่ะ รุ้งกลับเองได้” 

หญิงสาวพยายามดึงมือออก แต่น่าแปลกเหลือเกิน แม้เขาเหมือนจะจับหล่อนเพียงเบาๆ แต่หล่อนกลับไม่อาจสลัดมือออกจากมือของเขาได้เลย

“ไม่ได้ครับ” 

เป็นครั้งแรกก็ว่าได้ที่หล่อนได้ยินสุ้มเสียงเช่นนี้จากเขา...ละม้ายเป็นการออกคำสั่ง มันก้องกังวานและดุดันเล็กน้อย

“แต่รุ้ง...”

เขาไม่รอให้หล่อนพูดจนจบประโยค เมื่อเขยิบกายเข้าไปด้านใน พร้อมทั้งดึงหล่อนอย่างไม่เบานัก ร่างเล็กเซซวนล้มลงบนเบาะ แม้ขาทั้งสองจะยังอยู่ข้างนอกก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับเขา พนมกรจับเอวของหล่อนแล้วลากหล่อนเข้ามาในตัวรถโดยไม่ให้หล่อนตั้งตัว จากนั้นจึงทำสัญญาณมือเล็กน้อย ปกป้องซึ่งยืนอยู่ด้านนอกก็ปิดประตูลงทันที

สายรุ้งอุทานเบาๆ ก่อนจะหันมามองเขาอย่างตกใจ แต่ปรากฏว่า...

ปลายจมูกที่อยู่ห่างจากใบหน้าของหล่อนไม่ถึงคืบนั้นทำให้หล่อนตกใจ          ยิ่งกว่า...หัวใจแทบหยุดเต้น

“ผมบอกแล้วว่าจะไปส่ง อย่าดื้อสิครับรุ้ง”

จากคุณรุ้ง เขาเปลี่ยนมาเรียกหล่อนว่ารุ้งอย่างสนิทสนม...เร่งเร้าให้หัวใจที่เกือบหยุดเต้นเมื่อครู่ เต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล

แน่แล้ว...หล่อนต้องไม่สบายแน่ๆ

หัวใจหล่อนกำลังป่วย หรือไม่ก็กำลังจับไข้อยู่ มันถึงได้ปั่นป่วน    ขนาดนี้

สายรุ้งรีบขยับตัวออกห่างจากเขาอีกนิด พยายามปลดมือของเขาที่เกาะหล่อนไว้อย่างสุภาพ พนมกรยอมปล่อยแต่โดยดี และหันไปบอกที่อยู่ของหล่อนให้กับปกป้อง...น่าสงสัยไม่น้อยว่าเขารู้จักบ้านหล่อนได้อย่างไร แต่เรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เพราะเรื่องสำคัญคืออาการของเขามากกว่า

“รุ้งกลับเองได้จริงๆ นะคะ”

“อย่าเถียงสิครับ ผมไม่มีแรงเถียงรุ้งหรอกนะ”

เขาไม่เปิดโอกาสให้หล่อนพูดอีกครั้ง หนำซ้ำยังทำให้หล่อนรู้สึกผิดหนักกว่าเดิม หล่อนจึงรีบหยิบทิชชู่ออกมาซับเหงื่อให้กับเขาอย่างร้อนรน

“ดื่มอะไรเย็นๆ หรือเปรี้ยวๆ น่าจะดีขึ้นนะคะ” พูดจบก็กัดริมฝีปากเล็กน้อย แล้วหันไปบอกกับปกป้องว่า “ไม่ต้องไปส่งรุ้งหรอกค่ะ เดี๋ยวรุ้งขึ้นแท็กซี่หน้าบ้านคุณกรก็ได้”

“รุ้ง” 

เขาเรียกชื่อหล่อนอย่างเน้นหนัก มองสบดวงตากลมโตที่แสนบริสุทธ์นั้นครู่หนึ่ง ก่อนถอนหายใจเฮือก สั่งปกป้องว่าให้เปลี่ยนเส้นทางจากไปบ้านหล่อนเป็นไปบ้านเขาแทน

“ตกลงครับ ไปบ้านผมก็ได้ แต่รุ้งต้องอยู่รอจนผมหายจากอาการบ้าๆ นี่ก่อน แล้วผมจะขับรถไปส่งรุ้งเอง”

สายรุ้งไม่ยอมแน่นอน หล่อนอ้าปากจะเถียง แต่เขาก็ยกมือห้ามปรามเสียก่อน

“ผมบอกแล้วไงว่าไม่มีแรงเถียง” จากนั้นก็ตัดบทด้วยการเอนตัวมาข้างๆ พิงศีรษะซบกับบ่าของหล่อน 

ไม่เคยมีผู้ชายคนไหนนอนซบหล่อนแบบนี้มาก่อน สายรุ้งถึงกับนั่งตัวแข็งทื่อ ใจเต้นตึกตักรัวเร็วจนไม่มีทีท่าว่าจะช้าลงเลย

“ขอผมใช้บ่ารุ้งเป็นหมอนสักพักนะ บางทีผมอาจรู้สึกจะดีขึ้น”

เมื่อหล่อนนั่งนิ่งไม่ขยับเขยื้อน พนมกรก็ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย...ปกป้องซึ่งเงยหน้าขึ้นมามองกระจก เห็นรอยยิ้มนั้นชัดเจน...มันคือรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจว่าจะได้ครอบครองสิ่งที่ปรารถนาในเร็ววัน!

ชายหนุ่มค่อยๆ ผ่อนลมหายใจยาว แล้วปิดเปลือกตาลง ก่อนจะสูดความหอมราวกับกลิ่นแป้งเด็กนั้นจนชุ่มปอด 

ความหอมนั้นช่างเชิญชวนและยั่วเย้าให้เขาซุกซบใบหน้ากับผิวกายอันเนียนนุ่มของหล่อนเหลือเกิน ใกล้แค่เอื้อม...ซอกคอขาวผ่องของหล่อนอยู่      ตรงนี้เอง เพียงแค่ขยับเข้าไปใกล้อีกหน่อย เบนศีรษะอีกนิด ปลายจมูกของเขาก็คงคลอเคลียกับผิวนุ่มๆ ของหล่อนแล้ว

พนมกรไม่ใช่พระอิฐพระปูน และถึงแม้ไม่ได้ให้ความสนใจกับหญิงสาวที่ยังคงเหมือนเด็กในสายตาของเขาอย่างจริงๆ จังๆ แต่เมื่อได้อยู่ใกล้ชิดขนาดนี้ก็ช่วยไม่ได้ที่เขาจะ ‘รู้สึกรู้สา’ ขึ้นมาบ้าง 

อาจจะไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่นที่ทำให้เขารุ่มร้อน อยากจะครอบครองหล่อนอย่างตะกละตะกราม และทำให้มันเสร็จๆไปโดยไม่สนใจความรู้สึกของใครคนนั้นเลยแม้แต่นิดเดียว

กับสายรุ้งแล้ว...ความรู้สึกของเขามันต่างออกไป

เขาอยากจะละเลียดชิมหล่อนทีละน้อยๆ สัมผัสทุกตารางนิ้วบนเรือนกายของหล่อนอย่างนุ่มนวล ครอบครองริมฝีปากเต็มอิ่มให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ อยากให้หล่อนกอดเขา เรียกชื่อเขาด้วยเสียงแผ่วหวานราวเสียงนกไนติงเกล แล้วเขาอยากจะปรนเปรอให้หล่อนมีความสุขครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่รู้เบื่อ 

เขาไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใคร...หล่อนน่าจะเป็นคนแรก

พนมกรลืมตาโพลง...ความปั่นป่วนในหัวใจและความรู้สึกทำให้เขาเครียดเขม็งขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

สายรุ้งคงรู้สึกจึงแตะหลังมือลงบนแก้มที่มีเหงื่อเกาะพราวของเขา

“เป็นไงบ้างคะ ไปหาหมอไหม”

“ไม่เป็นไรครับ” เขาถือวิสาสะจับมือของหล่อนไว้ พลิกให้ฝ่ามือแนบอยู่บนแก้มสากๆนั้น “อยู่แบบนี้อีกสักพักได้ไหมรุ้ง”

“คะ?”

เขาไม่ตอบแต่ปิดเปลือกตาลงอีกครั้ง ส่วนหล่อนยอมให้เขายึดมือไว้เช่นนั้น ไม่รู้เพราะสงสาร อยากช่วย หรือไม่กล้าปฏิเสธเขากันแน่ แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร...เขาก็ถือว่าได้เข้าใกล้หัวใจของหล่อนไปอีกก้าวแล้ว!


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

468 ความคิดเห็น

  1. #467 saifon2014in (@saifon2014in) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2561 / 20:54

    ???????????? ชอบค่ะ​ สนุกชวนติดตาม

    #467
    0
  2. #50 aew (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2558 / 20:27
    ชอบเรื่องนี้จัง อยากให้ออกเป็นเล่มเร็วๆ
    #50
    0
  3. #46 พี่น้อย (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2558 / 15:20
    เป็นกำลังใจให้ไรท์คะ
    #46
    0
  4. #45 Arachaporn9809 (@arachaporn9809) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2558 / 15:06
    มีคำผิดตรง
    มีอะไรจะแยะไปกว่านี้อีกไหม!
    เป็น มีอะไรจะแย่ไปกว่านี้อีกไหม! ค่ะ :)
    #45
    1
  5. #28 kpumja (@kamlangjai-dd) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 มีนาคม 2558 / 17:24
    ชอบนะคะ  ชอบพล็อตนี้มากกว่าพล็อตเดิมค่ะ
    #28
    0
  6. #27 namesair (@namesair) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 มีนาคม 2558 / 16:10
    สนุกค่ะ น่าติดตาม จอนนี้มารออ่านทุกวันเลยค่ะ รอแจ้งเตือนจากเด็กดีน่ะค่ะ^^
    #27
    0
  7. #26 KrayfanXing (@kraypyxing) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 มีนาคม 2558 / 21:09
    รีบมาต่อนะคร้าา
    #26
    0
  8. #25 มาลี (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 มีนาคม 2558 / 14:55
    เล่มนี้เค้าก็อยากได้
    #25
    0