Hey You! อ่อยอยู่ รู้เปล่า? [Yaoi - สนพ. SENSE BOOK]

ตอนที่ 4 : HEY 2 : เขาเรียกกันว่าแมวลิขิต เอ๊ย พรหมลิขิต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2704
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    10 มี.ค. 60


2

เขาเรียกกันว่าแมวลิขิต เอ๊ย พรหมลิขิต

 

แหวะ ถุย ๆ ๆ

ผมรีบวักน้ำขึ้นมาล้างปากพร้อมกับถูจนแดงเป็นปื้น พอส่องกระจกก็เห็นปากตัวเองบวมเจ่ออย่างกับโดนผึ้งต่อย ให้ตายเหอะ จูบคนอื่นมาตั้งกี่ครั้ง ไม่มีครั้งไหนเลวร้ายเท่าถูกไอ้ทัพทำหรอก! มันน่าโมโหตรงที่ผมดันเคลิ้มไปด้วยนี่ดิ

เออ ยอมรับว่ามันจูบเก่ง

แต่คงจะรู้สึกดีถ้าไม่ใช่ไอ้เวรทัพรบ! 

ผมเดินออกมาจากห้องน้ำแล้วกลับมานั่งแถวโต๊ะหินอ่อนที่เคยนั่งประจำ ก่อนจะล้วงโทรศัพท์ขึ้นมาจิ้มหาเบอร์ไอ้ไทป์ผู้ที่ตายหายไปอีกตัว

“ไอ้ไทป์อยู่ไหน!”

[มึงสิหายหัว]

“อย่ามากวน ไม่มีอารมณ์”

[เผื่อมึงลืม คาบบ่ายมีเรียน]

เออว่ะ ผมลืมซะสนิท เพิ่งระลึกขึ้นได้ว่านัดเจอมันห้องเรียน

“สมมุติกูโดดละกัน ส่วนมึงก็ต้องโดดมาหากู ซื้อของแดกมาด้วย!”

[กูเป็นเด็กเรียน หาว~]

“เสียงหาวมึงเด็กเรียนมากเลยดิสัตว์”

[โอเค กูขี้เกียจ]

ปลายสายสวนกลับมาทันควัน โดยที่ผมกำลังประมวลผลกับคำตอบกวนประสาทอย่างมึนๆ ว่าตกลงมันจะมาหรือเปล่า? พอผมจะถามต่อเสียงสัญญาณก็ดังถี่เป็นการบ่งบอกว่าสายถูกตัดไปเรียบร้อย

โว้ย ทำไมเพื่อนผมมันไร้มารยาทงี้วะ!

เกือบสิบนาทีไทป์ก็เดินตาปรือพร้อมกับหาวทั้งที่ในปากคาบอมยิ้มอยู่มาถึง ในมือถือถุงของกินมาพร้อม มันหยุดยืนตรงหน้าพร้อมจ้องนิ่งเหมือนกำลังวิเคราะห์อะไรสักอย่าง 

“ก็ยังว่าไปไหน”

“ไรวะ?” ช่วยแปลไทยเป็นไทยหน่อย

“ในสถานศึกษายังฟัดกันได้ลงคอเนอะคนเรา”

ไทป์แสร้งทำหน้าดูผิดหวังในตัวผมมาก เอ่อเพื่อน... คือมาถึงมึงก็พูดใส่สีตีไข่มโนไปเองทั้งนั้น ถามสักคำรึยังว่าเกิดไรขึ้นบ้าง

“มึงคิดไปถึงไหนเนี่ย”

ผมรีบพูดเบรกให้มันหยุดจินตนาการไปไกล แต่ดูเหมือนว่าจะได้ผลตรงข้าม

“ดูสภาพดิ หัวรุงรัง เสื้อผ้าหลุดลุ่ย กับเมียมึงเสร็จไปกี่รอบล่ะ”

“ท่าทางมึงไม่ค่อยอยากเผือกเลยเนอะไทป์ ขอล่ะ อย่ามั่วไปเองจะได้ไหม เมียไหนไม่มีทั้งนั้น ตอนนี้โสด จอบอ!”

“อ้าว...”

“ซิ่งเรียกกูไปบอกเลิก เข้าใจยัง!!”

“เรอะ น่าสงสารจังเนอะ”

ไทป์เพื่อนรัก... ท่าทางกับน้ำเสียงมึงดูสงส้านสงสาร ยังมาแคะขี้มูกปั้นเป็นก้อนแล้วดีดเล่นอีกต่างหาก ความโสโครกนี้มันได้มาจากไหนกันวะ ถ้ายังกวนประสาทอยู่อีกตัวเดี๋ยวได้มีการจับทุ่มโชว์ซะหรอก อารมณ์ไม่จอยกับอะไรทั้งนั้น

ไอ้ไทป์เลิกแหย่พร้อมกับจะกระดกน้ำอัดลมดื่ม ติดตรงที่ผมมือไวกว่าฉวยออกมาซดรวดเดียวจนแสบคอ พอเห็นสายตาสาปแช่งของเพื่อนส่งมา ผมเลยยักคิ้วตอบกวนๆ ใครใช้กินไม่ชวนชาวบ้านกันล่ะ โด่~

“แล้วตกลงไปฟัดกับหมาไหนมาวะฟราน หรือว่า...”

เดี๋ยว มึงจำเป็นต้องเลื่อนหน้ามาใกล้ขนาดนี้ไหม สิงร่างกูซะเลยสิ

“...”

“ถูกใครลากไปทำมิดีมิร้ายมางั้นเหรอ?

พรวดดด!!!

น้ำอัดลมในปากพุ่งกระจายออกมาเป็นละออง จะให้ดีกว่านี้ถ้ามันพุ่งใส่หน้าไทป์ สัญชาตญาณมันดันดีไง มันรีบดันหน้าผมออกไปด้านข้างแล้วดีดตัวลุกหนีอย่างว่องไว แล้วปล่อยผมนั่งสำลักจะเป็นจะตาย 

“อี๋ โสโครก” ความผิดมึงทั้งนั้น

“แค่ก! อะ... ไอ้! แค่กๆ ๆ เอาเล็บตีนคิดเหรอวะนั่น”

“กูก็เดาไปตามเนื้อผ้า เห็นปากมึงบวมเป่งขนาดนี้”

“ทั้งหมดก็เพราะไอ้ห่าทัพแหละ”

“ทัพ? หมายถึงทัพรบอ่ะนะ”

“แล้วมันมีจะมีมนุษย์หน้าไหนชื่อประหลาดแบบนี้อีกสักคนเหรอวะ อย่าโง่”

“มันทำไม อยากบอกนะว่าซิ่งมันชอบไอ้ทัพเลยบอกเลิกมึง? เอาจริงๆ ควรชินได้แล้วว่ามึงมันด๋อยกว่าไอ้ทัพ”

“กูจะเลิกคบมึงเป็นเพื่อนก็เพราะปากมึงนี่แหละไทป์ เรื่องซิ่งนะไม่เท่าไร กูโดนมาเยอะ เจ็บมาเยอะ โดนบอกเลิกจนหน้าด้าน มึงก็รู้ว่าแป๊บๆ กูก็ทำใจได้ แต่เรื่องไอ้เหี้ยทัพที่เสือกมาจะ... !!!”

“จะ?

โอ๊ยยย เกือบหลุดคำว่าจูบออกไปแล้ว ความเลวร้ายในชีวิตของผม ต่อเป็นไอ้ไทป์ผมก็ไม่อยากเล่าให้ฟัง และพอเห็นผมหยุดเล่าไปดื้อๆ ไทป์จึงหรี่ตาจับผิดเข้าไปใหญ่ ผมจึงต้องรีบกลบเกลื่อนทันที

“จะอะไรก็ช่าง กูไม่อยากพูดถึง นึกแล้วอารมณ์จะพุ่งอีกรอบ หึ อย่างน้อยก็ได้เตะแม่งคืนล่ะวะ” รู้งี้ถีบแถมไปด้วยก็ดีซะหรอก

“ต้องปรบมือแสดงความยินดีป่ะ?

“ก็แล้วแต่ เออไทป์ เดี๋ยวมึงไปช่วยกูขนของจากหอมาบ้านหน่อย” ผมเนียนเปลี่ยนเรื่องเพื่อกันไอ้ไทป์เซ้าซี้ เพิ่งนึกออกตะกี้เลย

เกือบลืมไปแล้วว่าวันนี้ต้องหอบสัมภาระกลับมาไว้ที่บ้านใหม่ ปกติผมอยู่คอนโดกับแม่สองคนนั่นแหละ ส่วนพ่อเสียไปนานแล้ว โชคดีแม่ผมหาตังค์เก่งและเป็นพวกสายอินดี้ชอบเดินทางบ่อย ถึงจะขาดหัวหน้าครอบครัวแต่พวกเราก็เคยขัดสนอะไร

พอเข้ามหา’ลัยผมก็อยู่หอมาตลอด เพราะว่าสะดวกแล้วก็ส่วนตัวดี แถมใกล้ที่เรียนด้วย นานๆ ทีถึงจะได้กลับไปคอนโดมิเนียมสักครั้ง

แต่อาทิตย์ก่อนคือคิดถึงแม่ไง...

เปล่าหรอก จริงๆ จะเสนอหน้าไปขอเงินเพิ่มต่างหาก (ดูเป็นลูกเลวจังวะ) นั่นแหละ พอไปถึงเซอร์ไพรส์สุดๆ เพราะคุณนายขายห้องไปเรียบร้อย เหลือจดหมายให้ดูต่างหน้าว่าซื้อบ้านใหม่ทิ้งไว้ ให้เลิกอยู่หอ ถ้าสะดวกวันไหนก็ย้ายเข้าโลด มีการเขียนปล. ทิ้งท้ายให้ปวดใจเล่นๆ ว่าเจ๊แกเปิดวาร์ปบินไปต่างประเทศเรียบร้อย

เรื่องบินไปเมืองนอกน่ะไม่เท่าไร แต่เรื่องเงินสิปัญหา!

เห็นผมไม่กลับบ้านหลายเดือนไม่ใช่ว่าดัดสันดารแล้วตัดหางปล่อยวัดหรอกนะ เป็นกังวลอยู่ครึ่งวันสุดท้ายตกเย็นคุณนายก็โทรกลับมา ผมถึงรู้พิกัดว่าอยู่ซีกโลกไหน นู่นเลยครับ ไปปักแลนด์มาร์คอยู่แถวกรีนแลนด์ แถมดูท่าจะอยู่หลายเดือนซะด้วย พอผมถามเหตุผล...

‘แม่อยากไปวิ่งเล่นกับหมีขั้วโลก

ผมถึงกับเลิกถามต่อเลย อยากทำอะไรก็ทำเลยครับคุณแม่ โชคดีแม่โอนเงินใส่บัญชีไว้เรียบร้อยผมถึงได้หายใจสะดวกหน่อย คุณนายอยากอินดี้ทวีปไหนลูกก็สนับสนุน ขอแค่อย่าปล่อยให้ลูกกินแกลบพอ

“บ้านไหน”

“บ้านใหม่กูสิ เพิ่งบอกไปเมื่อสองวันก่อนทำลืม ซอมบี้มาขโมยสมองมึงไปแดกเหรอฮะ!”

“อ่อ... หือ? ไหนว่าย้ายอาทิตย์หน้า”

“เมื่อเช้าแม่โทรมาย้ำให้ย้ายเข้าไปเลยวันนี้ มึงก็รู้ คุณนายบ้านนี้กูถ้าขัดใจได้ที่ไหน”

ก็เล่นลงทุนโทรจิกข้ามประเทศแบบไม่เช็กเวลาที่ไทย ให้ผมแหกขี้ตาตื่นมารับสายตอนตีสามซะขนาดนั้น ขืนไม่ทำตามกลัวว่าหัวจะกระเด็นหลุดออกไปให้หมีขั้วโลกของแม่แทะเล่นเอาน่ะสิ

“ไม่ว่าง ง่วง จะนอน เคมะ?

“โอเค้” ผมก็ตอบเสียงสูงไปสิ


แต่ตกเย็นไอ้ไทป์ถูกผมลากคอมาช่วยมาช่วยอยู่ดี ทั้งยังเมินคำปฏิเสธของมันเหมือนกับเกิดมาผมไม่เคยได้ยินมาก่อน ของตั้งเยอะจะให้ผมขนคนเดียวคงได้แอดมิดเข้าโรงพยาบาลน่ะสิ ไอ้ครั้นซื้อนู่นนี่นั่นเข้าห้องก็ลืมคิดถึงตอนย้ายออก แล้วก็มาลำบากเอาทีหลัง

Oh Shit” ไทป์ยืนนิ่งอยู่หน้าประตู สักพักก็หันมาสะกิดถามหน้าตาซีเรียส “ฟราน เช่ารถสิบล้อกันเถอะ”

“มันก็ไม่ได้เยอะขนาดนั้นสักหน่อย... มั้ง”

ผมตอบไม่ค่อยเต็มเสียงเลยแฮะ อันที่จริงโคตรเยอะเลยแหละ

“...”

“เอาน่า ยัดใส่รถมึงกับรถกูยังไงก็หมดแหละ”

ไอ้ไทป์ถอนหายใจแล้วเริ่มจัดการขนของ ดูก็รู้ว่าคงอยากกลับไปนอนเต็มแก่

มันเป็นเวลาสองชั่วโมงที่ผมพยายามยัดทุกอย่างใส่รถเหมือนผู้อพยพลี้ภัย ทุกพื้นที่ในรถมีช่องว่างให้หายใจก็อะเมซิ่งสุดๆ แล้ว กว่าพวกเราจะฝ่าดงรถติดมาถึงบ้านหลังใหม่ของผมฟ้าก็มืด พอลงรถมานี่ไอ้ไทป์ก็บ่นให้ฟังจนหูชา

เออ กูซอรี่นะเพื่อน ไว้เลี้ยงข้าวเซ่นไหว้มันทีหลังแล้วกัน

จริงๆ ผมน่าจะทยอยขนมาทีละหน่อยตั้งแต่แรกเนอะ แต่เพรามัวแต่ขี้เกียจผัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อย ถ้าแม่ไม่โทรมาย้ำชาติไหนจะได้ย้ายก็ไม่รู้

“ที่เหลือมึงก็เคลียร์เอาเอง กูกลับล่ะ”

ไทป์วางกล่องลังอันสุดท้ายเสร็จก็โบกมือบ๊ายบายอย่างว่องไว รู้มาก พูดดักทางหมด กะว่าจะให้ช่วยจัดของสักหน่อย แต่พอเห็นสภาพตาปรือแทบปิดของมันแล้วปล่อยกลับไปนอนน่าจะดีกว่า

ไอ้นี่มันเป็นมนุษย์อดหลับอดนอนมาจากไหน? ทุกวันนี้ผมยังหาคำตอบไม่ได้

“เออ ขอบใจ ขากลับอย่าไปหลับในทิ่มหลักกิโลตายล่ะ อนาถ”

“เดี๋ยวกูมาใบ้หวย”

ก็ยังจะเล่นต่อเนอะ!

ผมออกไปส่งไอ้ไทป์แล้วกลับมาว่าจะจัดของให้เสร็จ คิดไปคิดมาเห็นทุกอย่างว่างเกลื่อนเต็มพื้น แรงฮึดเมื่อก่อนเดินเข้าบ้านได้สลายตัวไปในอากาศเรียบร้อย

เอาเป็นว่าขอซ้อมตายก่อนพรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่

 

รุ่งเช้า

อยากให้โลกจารึกไว้ว่าคนอย่างไอ้ฟรานแหกขี้ตาตื่นเช้าเป็นกับเขาด้วย ตื่นมาทำมะเขือเผาอะไรไม่รู้ตั้งแต่หกโมงเช้า ปกติวันหยุดตะวันส่องตูดผมก็ยังเฝ้ายมโลกอยู่ภพอื่น จะนอนต่อก็ข่มตาหลับไม่ลง สุดท้ายก็ต้องลุกมาหาของกินด้านล่างพร้อมกับเดินข้ามไอ้กล่องที่ยังวางระเกะระกะตั้งแต่เมื่อคืน

พรึ่บ!

“เฮ้ย อ๊ะ! แว้กกก!”

โครม!!!

เยี่ยม เช้าอันแสนสดใสหายไปกับการที่เก้าอี้หงายหลังเรียบร้อย

เจ็บเว้ย!

เมื่อกี้มีอะไรสีดำก็ไม่รู้ อยู่ๆ ก็พุ่งปราดหน้าขึ้นมาบนโต๊ะกินข้าว ผมตั้งสติทั้งที่ร่างกายยังระบมแล้วค่อยๆ ยันตัวขึ้นมาจะดูให้แน่ใจว่าตาฝาดไปเองรึเปล่า อาจจะตื่นเช้าไปสมองยังเบลอ

“...”

เอาเป็นว่าสติผมครบถ้วน หลังจากสรุปเสร็จสรรพในใจ ผมก็มองตัวการที่พาลทำให้เจ็บตัวด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย จะด่าก็ไม่ได้เพราะมันคงไม่เข้าใจภาษาคน สิ่งมีชีวิตเบื้องหน้ามีสีดำสนิทแถมขนยังฟูฟ่องสุขภาพดี ดวงตาสีฟ้าใสนั้นจ้องมองมาทำให้ผมเลือกที่จะตั้งคำถามเล่นๆ ในใจว่าไอ้สัตว์หน้าขนนี่...

“เมี้ยว~

แมวใคร?

เข้ามาจากทางไหน เมื่อวานจำได้ว่าล็อกบ้านเรียบร้อยนะ ผมลองเดินออกไปสำรวจในบ้านตามหารูที่พอจะให้ไอ้เหมียวรอดผ่านมาได้ สักพักก็เข้าใจทันทีตอนเห็นหน้าต่างในครัวเปิดแง้มอยู่

เอ้อ~ ให้มันได้งี้สิ ยังดีขโมยไม่ขึ้นบ้าน

ผมเดินกลับมาไอ้เหมียวก็ยังนั่งทำความสะอาดตัวอยู่ที่เดิม ดูท่าไม่ใช่พวกแมวจรจัดซะด้วย ผมเอื้อมมือไปจับแผ่นเหล็กที่ห้อยกับปลอกคอเพราะดูเหมือนมีตัวอักษรบางอย่างสลักไว้

“ทมิฬ? อย่าบอกนะว่าชื่อแกไอ้เหมียว”

“เมี้ยววว”

มันตอบกลับอย่างกับฟังที่ผมพูดออกด้วยวุ้ย!

          “อยากเห็นหน้าคนตั้งชื่อเลยว่ะ” คิดได้ไง ฟังดูมันลื่นหูตรงไหน “เอางี้ กูเรียกมึงว่าเหมียวแทนเอาไหม?

          “ม่าววว~

ไอ้เหมียวเอาหัวมาคลอเคลียฝ่ามืออย่างน่ารัก โอ๊ย ดูฉลาดจริงๆ ชักจะเริ่มเอ็นดูแรง ผมมันประเภทรักสัตว์ซะด้วยสิ แต่ไม่เคยเลี้ยงหรอก ขนาดเลี้ยงตัวเองยังยาก เพราะงั้นเลยได้แต่ชื่นชมอย่างเดียว

ผมเล่นกับไอ้เหมียวสักพักถึงไปรื้อหานมในตู้เย็นมาเทใส่ถ้วยแล้วปล่อยให้มันกินไป ส่วนเรื่องแมวใครก็ช่างหัวมันไปแล้วกัน ยังไงถ้าไอ้เหมียวมันเบื่อคงหาทางกลับบ้านได้เองแหละ

เอาล่ะ ถึงเวลารับศึกหนักแล้วกู... 

ขอฮาวทูเก็บของยังไงให้หมดเกลี้ยงภายในห้าวินาทีด้วย ฮือออ~

เรียกได้ว่าทั้งวันนี้ผมถวายชีวิตให้กับการเคลียร์พวกหมา เอ๊ย มหาสมบัติให้เข้าที่จนถึงเย็น หมดพลังงานจนถึงกับต้องนั่งลิ้นห้อยเป็นหมา

คิดดูดิ ยกนู่น ขนนี่ จัดนั่น เหงื่อไหลออกจากรูขุมขนจนเสื้อชุ่มซะนึกว่าไปเล่นสงกรานต์มา ตอนนี้เหลือแค่ทำความสะอาดก็เป็นอันเสร็จ แต่ขอพักแป๊บหนึ่งค่อยทำต่อ

ไม่อย่างนั้นผมคงได้กลายเป็นผีเฝ้าบ้านแน่ๆ

“เมี้ยว~

“อ้าว ยังไม่ไปอีกเหรอ หนีออกจากบ้านรึไงหือ?

ผมอุ้มไอ้เหมียวที่เดินเข้ามาพันแข้งพันขาขึ้นมา เกาคางเล่นจนมันเคลิ้ม ไอ้ผมยิ่งจ้องก็ยิ่งหลง ขนก็นุ่ม อุ้งตีนก็นิ่ม

อ๋อย... ผมกลายเป็นทาสแมวไปแล้ว ถ้าเกิดว่ามันไม่กลับบ้านจริงผมจะรับเลี้ยงเองก็ได้

ติ๊งหน่อง!

เสียงกริ่งหน้าบ้านขัดขวางความฟินและความติ่งของทาสแมว ใครมาหว่า เดาว่าเป็นไทป์ก็คงไม่น่าใช่ หรือเป็นคนขายประกัน?

โห่ ถ้าจะมาค่ำซะขนาดนี้นับถือเลยแหละ แต่จะมามัวนั่งสงสัยทำไมให้ปวดหัว แค่ลุกเปิดประตูดูก็จบ โอเค น้องเหมียวเดี๋ยวพี่มาเล่นต่อ ผมลูบหัวให้มันเป็นครั้งสุดท้ายแต่พอเห็นสายตาบ้องแบ๊วส่งมา...

อุ้มไปด้วยก็ได้วะ!

ติ๊งหน่อง! ติ๊งหน่อง!

“ขอโทษนะครับ”

ติ๊งหน่อง! ติ๊งหน่อง! ติ๊งหน่อง!

“มีใครอยู่ไหมครับ”

แขกผู้มาเยือนตะโกนเรียก ทำอย่างกับวัวหลุดออกจากคอก วิ่งหายไปได้ คนกำลังเดินโว้ย จะกดย้ำเอาโล่ทองคำเรอะ

“ครับๆ อยู่คร้าบบบ”

เมื่อเปิดประตูบ้านออกมาก็พบผู้ชายร่างสูงมากกว่าผมนิดหน่อย กำลังยืนเกาะประตูรั้วอยู่ในชุดวอร์มเหมือนเพิ่งไปออกกำลังกายมา ผมเห็นหน้าไม่ค่อยชัดหรอกเพราะอยู่ห่างพอสมควร อีกฝ่ายก็ยังใส่หมวกแก๊ปเผยให้เห็นใบหน้าแค่ครึ่งเดียวด้วย 

“มีอะไรรึเปล่า” ผมถามขณะกำลังเดินไปเพื่อเปิดประตู

          “ไม่ทราบว่าพอจะเห็นแมวสีดำบ้างรึเปล่า มันชอบวิ่งข้ามมาบ้านนี้บ่อย ๆ พอดีว่า...” แมวสีดำหมายถึงไอ้เหมียวในแขนผมรึเปล่านะ “ฟราน?

ชัดเป๊ะ ซื้อหวยกูน่าจะถูกอย่างงี้บ้าง...

ฮะ? แมวชื่อฟราน เอ๊ย เมื่อกี้มันชื่อผมนี่

แค่นั้นตาซ้ายผมก็กระตุกถี่ยิบ ลางสังหรณ์ร้องเตือนถึงสิ่งไม่ชอบมาพากลแปลกๆ ยิ่งเดินเข้ามาใกล้น้ำเสียงอีกฝ่ายมันยิ่งฟังดูคุ้นหูพิกล ทำให้นึกถึงหมาบางตัวเลยว่ะ

ได้แต่ปลอบใจตัวเองว่าบางทีผมอาจคิดมาก แต่พอผมเดินมาหยุดตรงประตูร่างกายก็เกิดอาการชาวับคล้ายมีกระแสไฟฟ้าแล่นไปทั่วตัวทันที

“ทัพรบ!”

“เฮ้อ เสียงดังหนวกหู”

“สะเออะโผล่หัวมาอยู่นี่ได้ไงวะ” แค่เห็นหน้าก็หัวร้อน

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต... ต้องสวดบทไหนสัมภเวสีอย่างไอ้ทัพถึงจะเลิกตามมาขอส่วนบุญสักที!

หัวสมองคิดร้อยแปดพันเหตุผลว่าอะไรพามันมายืนเหยียบอยู่หน้าบ้าน มาได้ยังไงคำถามนี้ก็สำคัญ สงสัยผมต้องรีบหาแม่หมอมาทำพิธีล้างมลทินออกไป เพิ่มงานให้กูชัดๆ

“กูสิต้องถาม หือ? นี่บ้านมึงเหรอ”

“มีปัญหาไร บ้านกูแล้วไง อย่ามาย้อน ตอบคำถามมา”

“หึ”

“หัวเราะในลำคอทำสากกะเบือเรือรบไมวะ” ดูสายตามันจ้องมาดิ เป็นประกายวิบวับอย่างที่ตีความหมายไม่ถูก แทบอยากเอานิ้วจิ้มให้มันบอด

“จะอะไรก็ช่าง เจอมึงก็ดีล่ะ ลืมเหรอว่ามีคดีติดตัว วันก่อนทำไว้แสบนักนะฟราน”

เอ้า เปลี่ยนเรื่องเฉย ทำไมพื้นที่ในสมองผมจำเป็นต้องจำเรื่องเกี่ยวกับมันด้วย สำคัญตัวผิดไปหรือเปล่า?

“มึงลองเข้ามากูแจ้งตำรวจข้อหาบุกรุกแน่”

ผมรีบพูดดักทางเมื่อเห็นมันทำท่าจะปีนเข้ามา อีกฝ่ายชะงักพร้อมกับกลับไปยืนที่เดิม พลังงานหมดไปกับการเคลียร์บ้าน จะให้มาบู๊ด้วยผมคงเสียเปรียบแพ้ยับหมอบราบไปกับดิน

“หัวหมอเป็นเหมือนกันนี่” เหมือนผมถูกหลอกด่าว่าโง่เปล่าวะ? “ไง... ได้ลองจูบหมายัง”

“ไอ้ห่าทัพ!”

“ลองพุ่งมา กูจะได้แจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายบ้าง แฟร์ดี”

ผมรีบเบรกมือและตีนให้หยุดทำงานทันที ก่อนจะสบถสารพัดคำด่าใส่ด้วยความหัวเสียที่เจอมันเอามุกตัวเองมาย้อนคืออย่างเจ็บแสบ ส่วนเรื่องเวรๆ อุตส่าห์ลืมก็เสือกขุดออกมายั่วโมโหทำไม 

“แล้วนั่นจะคืนได้ยัง”

“อะไร!”

ผมว่าไอ้ทัพต้องมีปัญหาในเรื่องการสนทนาชัวร์ป้าบ อยู่ๆ ก็ชอบพูดโพล่งเปลี่ยนอารมณ์ขึ้นมา ไร้หัวข้อเกริ่นนำชนิดที่ฟังแล้วงงตาม

“แมว”

ไอ้ทัพพยักพเยิดหน้าใส่สัตว์หน้าขนในอ้อมแขน ผมลืมมันไปชั่วขณะว่าอุ้มออกมาด้วย เล่นเงียบกริบผิดวิสัยไม่ร้องสักแอะเลยเนอะไอ้เหมียว

ผมยังคงยืนนิ่งไม่ยอมปล่อย รู้สึกไม่สบอารมณ์เข้าไปอีกเมื่อรู้ว่าเจ้าของไอ้เหมียวคือใคร  

“ทมิฬมานี่”

“เมี้ยว~

เออจ้า แสดงความเป็นเจ้าของเย้ยกูไปอีก

หลังได้ยินเสียงเรียกไอ้เหมียวในแขนก็กระโดดพุ่งข้ามรั้วหาหมอนั่น เดินคลอเคลียเอาหน้าถูไถขาจนไอ้ทัพต้องอุ้มขึ้นไว้ในอ้อมแขน เสียดายแมวดีๆ ที่มีหมอนี่เป็นเจ้าของ

หึ ไอ้เหมียวก็เหมือนกัน ถีบหัวส่งผมเหมือนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน คนอุตส่าห์เอานมให้แดกมาตอบแทนกันอย่างงี้ก็ได้เหรอ

“ได้แมวมึงคืนก็ไสหัวไปให้พ้นหูพ้นตาไป๊!” หงุดหงิดทั้งคนทั้งแมว ไล่แม่ง!

“บ้านกูอยู่นี่”

“ใครถาม กูอยากรู้ป่ะ... บ้าน?

สาบานได้ผมแคะหูบ่อยอยู่นะ อาจเป็นเพราะว่าผมเผลอทำหน้าโง่ออกไปให้เห็นหรือเปล่า ทัพรบจึงละมือจากการเกาคอแมวมันชี้ไปยังทิศทางหนึ่ง ผมไล่สายตามองตามไปอย่างช้าๆ พอได้คำตอบจึงเบือนหน้ากลับมา...

ปัง!

ผมถีบรั้วประตูบ้านตัวเองระบายอารมณ์เล่นเสียงดังลั่น ไอ้เหมียวสะดุ้งตกใจร้องขู่ฟ่อ ผิดกับเจ้าของที่ยังจ้องผมนิ่งไม่รู้สึกรู้สาแถวยังส่งสายตาประมาณว่า ถีบไปเลย ถีบอีกสิ รั้วบ้านมึงไม่ใช่บ้านกู เอาให้พังไปเล้ย~ ดูมันๆ ท้าทายไปอีก คิดว่ากูหลงกลเหรอ ขอบอกมึงคิดผิดถนัด

“อย่ามาล้อเล่นทัพรบ”

“หน้าตากูดูเล่น?

“หน้ามึงวอนโดนกระทืบมากกว่า”

“หึ หรือจะดูโฉนด”

“...”

พอหมดคำเถียงก็ทำได้แค่ยืนกัดฟันกรอดแล้วทำใจยอมรับความจริงอย่างลำบาก อยากต่อสายตรงหาคนที่อยู่กรีนแลนด์ว่าทำไมต้องมาเลือกซื้อบ้านหลังนี้ มันจะไม่มีปัญหาเลยถ้าไอ้ทัพรบมันชี้ไปบ้านหลังที่สอง สาม หรือถัดไปไกลๆ อย่างท้ายซอย

ใช่ มันจะไม่มีปัญหาเลยถ้าบ้านมัน...

ไม่ได้รั้วติดบ้านผม!!!

 



---------
Meaw~~~ (-W-)m


ชอบก็กด Fav. ไม่ชอบก็กด Fav.
รักก็คอมเม้นท์ เกลียดก็คอมเม้นท์ เม้าท์มอยกัน 

#อ่อยอยู่รู้เปล่า

เพจน้องผักจิ้มได้จิ้มค่ะ!



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

525 ความคิดเห็น

  1. #489 paechpeach♡、 (@inspirit-yeol) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 17:40
    ตายแล้ว สงสัยบ้านแตก5555555
    #489
    0
  2. #458 Miki_milky (@Miki_milky) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 14:39
    พรหมลิขิตชัดๆๆเลย
    #458
    0
  3. #440 หมูจีน้อย (@sopinpilast) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2560 / 18:41
    คราวนี้หล่ะ ทะเลาะกันตายเลยทีนี่
    แมวน่าร้ากกกกก ช๊อบๆๆๆๆ
    #440
    0
  4. #404 passorna (@Lompat_LB) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 / 15:32
    5555555 พรหมลิขิตจริงๆเลยเนอะ ชอบทัพรบ นิ่งๆดี
    #404
    0
  5. #219 Kanyaphat5979 (@Kanyaphat5979) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 00:59
    โลกกลมดีจังง
    #219
    0
  6. #126 Whatever it is (@oil-sup) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 มีนาคม 2560 / 19:10
    อยากเห็นแมว 5555
    #126
    0
  7. #77 paer2277 (@paer2277) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 14:36
    ดูเค้าจะสู้รบปรบมือกันได้
    #77
    0
  8. #57 It's CRACK! (@mukzababin) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 มีนาคม 2560 / 12:02
    อย่าตีกันตายก่อนนะคะะ
    #57
    0
  9. #34 PPPM_Bear (@PPPM_Bear) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 มีนาคม 2560 / 19:59
    ชอบอ่าาาา น่ารักก
    #34
    0
  10. #14 ฟ้า (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 มีนาคม 2560 / 23:20
    มีความกวนประสาทมากกกอ่ะ ชอบๆๆๆ
    #14
    0