Come Back กลับมาแล้ว..โลกโอโตเมะ

ตอนที่ 2 : I know, but I was not ready to accept the fact.(10%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 303
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    3 ธ.ค. 60

      [CHAPTER   :  II ]



RINDEL

I know, but I was not ready to accept the fact.'

ฉันรู้...แต่ฉันยังไม่พร้อมรับความจริง

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ณ มิติของเกมส์ [Secret of heart]

 

            ในห้องสีชมพูเข้มตกแต่งด้วยระบายไสตล์เจ้าหญิง บนเตียงสีชมพูแก่เส้นผมสีชมพูอ่อนยาว ปรากฏร่างที่ศรีษะถูกพันด้วยผ้าพันแผลที่ยังคงมีสีแดงของโลหิต ตามร่างกายมีจุดถลอกมากมาย รอยจ้ำช้ำม่วงตามร่างกาย

 

            เปรี้ยง!

 

            แสงสว่างวาบย้อมให้ทั้งห้องขาวชั่ววูบเนื่องจากไม่ได้ปิดผ้าม่าน ความสว่างชั่วครู่ทำให้ร่างบางที่อยู่บนเตียงครางแหบแห้งเมื่อความเจ็บปวดแล่นทั่วร่างกาย ดวงตาสีฟ้ากระพริบอย่างช้าๆอย่างคนพึ่งตื่นนอน       

 

            มืออีกข้างยันเตียงนอนแต่ต้องระบมเมื่อไปทับเส้นผมของตัวเองเข้า รินรดาจำได้ว่าตัวเองโกนหัวแล้ว เส้นผมสีชมพูละเอียดอยู่ในมือ รินรดาตัวสั่นก่อนจะสะบัดมันออกจากมือ ดวงตาสีฟ้าตื่นตระหนกพร้อมความหวาดกลัวที่เกาะกุมจิตใจ

 

            รินรดากวาดตามองห้องสีชมพูแก่อย่างตื่นๆก่อนที่สายตาจะปะทะกับกระชกที่สะท้อนร่างของเธอ แต่ความมืดเป็นอุปสรรคเล็กน้อย เสียงฝนที่ตกหนักกว่าเดิมพร้อมกับฝ้าที่ผ่าอีกครั้ง แค่นั้นก็เพียงพอที่ทำให้รินรดาเห็นรูปลักษณ์ของตัวเอง

 

            เพียงแค่นั้นรินรดากลับหมดสิ้นเรี่ยวแรงเซล้มตกเตียงไปชนกับโต๊ะที่มีกรอบรูปวางอยู่ เสียงของตกดึงดูดให้เมดหน้าห้องเคาะประตูแล้วขออนุญาตเข้ามา แต่รินรดาไม่สนใจ เธอมองกรอบรูปที่กระเด็นมาอยู่ตรงหน้าอย่างบังเอิญ

 

            รูปครอบครัวสี่คนในนั้นมีคนที่เธอรู้จักทั้งสิ้น..

 

            เมดเดินเข้ามาพยุงอย่างประจบประแจง แต่เธอสะบัดมือหล่อนทิ้งชั่วขณะ นัยน์ตาของอีกฝ่ายมีความรำคาญแต่รีบเปลี่ยนมันทันที

 

            อารมณ์ไม่ยอมรับตีตื้นขึ้นสูง เห็นอีกฝ่ายอ้าปาก ดวงตาของเธอก็เบิกกว้างรีบเอามือปิดหูตัวเองทันที ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายตะโกนหรือเธอปิดหูไม่ทันเสียงเรียกนั้นดังก้องภายในหัว

 

            “คุณหนูรินเดล..ไม่เป็นอะไรใช่ไหมเจ้าค่ะ?

 

            “กรี้ดดด”เธอกรีดร้องอย่างไม่ยอมรับ

 

            เปรี้ยง!

 

            นั้นเปรียบเสมือนเสียงปืนยามลงสนามที่ปล่อยนักวิ่งออกจากจุดสตาร์ทแล้ววิ่งตามลู่เพื่อคว้าชัยชนะที่ปลายทาง..แต่เธอไม่มีจุดหมายปลายทาง เธอจำทางได้ทุกซอกทุกมุม

 

 

                 แสงสีขาวทำเอาท้องฟ้าสว่างชั่วครู่พร้อมเสียงกรีดร้องอย่างตกใจของสาวใช้ ไม่ได้ทำให้หยุดวิ่ง เสียงห้ามปรามดังขึ้นไม่หยุด เท้าเปลือยเปล่าพาตัวเองมาถึงหน้าประตูใหญ่ เสียงสูดลมหายใจเข้าดังขึ้นก่อนมือเรียวจะเอื้อมผลัก

 

                ท้องฟ้ามืดครึ้มพร้อมสายฝนซัดสาด เดินได้ไม่กี่ก้าวก็รู้สึกว่าร่างกายเจ็บราวกับร่างกายจะหลุดเป็นชิ้นๆก่อนที่ร่างจะร่วงหล่นบนพื้นที่เจิ่งนองไปด้วยน้ำ เส้นผมสีชมพูเกะกะระพื้น เธอนั่งนิ่งอย่างนั้นอยู่นานก่อนจะกรีดร้องออกมาอย่างสุดเสียงอย่างบ้าคลั่ง

 

            ก่อนจะหงายหลังลงไปกับพื้นแล้วหัวเราะทั้งน้ำตา ฝนที่ตกหนักทำให้เธอเริ่มเจ็บผิวที่หยดน้ำกระทบตัวเธออย่างแรง ก่อนจะรู้สึกถูกอุ้ม

 

            “เป็นบ้าอะไรวะ?”วินซ์ถามอย่างหงุดหงิดเมื่อตัวเองถูกปลุกอย่างกะทันหันเพื่อมาช่วยพี่สาวเสียสติ แถมยังมีหน้ามาหัวเราะใส่เขาที่มาช่วยอีกอย่างขว้างทิ้งอย่างรังเกียจเลยรีบเดินก่อนจะโยนอีกฝ่ายลงเตียงแล้วออกจากห้องอย่างหงุดหงิด

 

            ร่างเล็กของเธอถูกเหล่าเมดพาไปอาบน้ำ เธอกลายเป็นตุ๊กตาไร้ชีวิตอย่างสติหลุด รู้ตัวอีกทีเธอก็ย้ายมาอยู่ที่เตียงแล้วพร้อมกับห้องที่ว่างเปล่า กรอบรูปที่แตกถูกเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว

 

            มันเป็นรูปของครอบครัวบุญธรรมของรินเดล..

 

            ตอนนี้เธอไม่ใช่ รินรดาอีกต่อไป แต่กลายเป็น รินเดล  พินนา..


            ไม่น่าเชื่อเธอกลับมาอยู่โลกของ [Secret of heart]

 

             เมื่อประตูห้องนอนของปิดลง เสียงสาวใช้ก็คุยกันเรื่องท่าทีแปลกๆของคุณหนู สาวใช้คนที่ไปช่วยประคองรินเดลลูบแขนตัวเองอย่างเสียขวัญ

             

               “เป็นบ้าอะไรของยัยคุณหนูนั้นกัน ขนลุกชะมัด..”เธอว่าเจ้านายออกมาอย่างเดือดดาล โดนเจ้าชายทิ้งจนคิดจะฆ่าตัวตายไม่พอ..ยังบ้าไปตากฝนอีก..

              

                “เธอ..ฉันกลัว”น้ำเสียงติดขัดเล็กน้อยเหมือนอึดอัด สับสนในอารมณ์ของตัวเอง สายตามองไปยังห้องนอนคุณหนู แต่ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น...

            

                    "เหอะ คุณหนูพรรคนั้นอย่าไปสนใจเลย"

              

                 รินเดลพาตัวเองมานั่งนิ่งอยู่ที่หน้ากระจกมาพักใหญ่ พบว่าเมื่อวานนี้เป็นวันเสาร์ วันที่เธอพลัดตกบันได จำได้ว่ามาเอาของที่บ้านไปไว้ที่หอเพิ่ม โรงเรียนเปิดได้หนึ่งเดือนแต่นางเอกกลับจีบเจ้าชายสำเร็จแล้ว

                    

                 ถุงมิติสีชมพู หนึ่งในของขวัญอันน้อยนิดที่ท่านพ่อให้นอนนิ่งอยู่ที่พื้นเนื่องจากตัวเธอคนก่อนเหวี่ยงมาเอง หยิบมันขึ้นพร้อมยัดของที่จำเป็นใส่ลงไป เหลือเพียงแต่ห้องโล่งๆสีชมพู และของใช้นิดหน่อย

                    

               

                  มือเรียวดึงสมุดที่มีคริสตัลรูปหัวใจฟรุ้งฟริ้งแปะอยู่บนหน้าปก ตัวเธอคนก่อนคิดว่ามันสวย แต่ตอนนี้มันเกะกะ เทอะทะ ควานหาปากกาอยู่ไม่นานก็เจอ เนื้อหาก่อนหน้าน่าขนลุกไม่น้อย เธอรีบจดทุกอย่างที่ตัวเองจำได้เป็นทั้งตัวอักษรและแผนผังความสัมพันธ์อย่างง่าย

 

            รินเดลไม่ใช่ลูกของดยุคพินนาเพียงแค่โดนจับมาเท่านั้น เธอรู้ประวัติของตัวเองจากในสรุปแต่ในนั้นก็ไม่ได้มีรายละเอียดมากนั้น อะไรกันที่ทำให้เด็กสาวกลายเป็นคนที่โหดเหี้ยม?

 

            เธอก็รู้ความเป็นไปได้อย่างหนึ่งแล้ว..เพราะขนาดเธอคนเก่ายังรับไม่ได้จนจะกลายเป็นคนเสียสติอยู่เกือบทุกเวลา

 

            ร่างเล็กเก็บมันเข้าถุงมิติเวทสีชมพูกระจุ๋มกระจิ๋มเหลือเพียงแของที่ดยุคพินนาซื้อให้เท่านั้นที่วางไว้ ที่เธอคนเก่าถึงจะเกลียดมันแต่เธอก็ยังใส่มัน เหมือนกันในกรณีอัลเฟรดรู้ว่าเขาเกลียดเธอแต่เธอก็ยังรัก

 

            รินเดลมองตัวเอง ผิวสีขาวซีดอ่ะ ขาวแบบไม่ใช่ขาวชมพูด้วย ผมสีชมพูเกะกะถึงข้อเท้า จนเธอต้องลุกมาตัดมันออกจนเหลือถึงกลางหลัง มันค่อนข้างเล็กละเอียดแถมนุ่ม ข้อเสียคือมันไม่มีน้ำหนักค่อนข้างยุ่งเหยิง กว่าจะหวีได้หนังหัวแทบหลุด ทำเอาคิดถึงตอนทำคีโมใหม่ๆ

 

            ดวงหน้าก็นับว่าหน้าตาสวยในระดับที่อยู่เหนือผู้อื่นอยู่หนึ่งขั้น ผิวหน้าเรียบเนียนไม่มีสิวมีกระ  ดวงตาสีฟ้าสดเปล่งประกายราวอัญมณี เพียงแต่เธอมักจะทำหน้าบูดบึ้ง วีนวายคนเลยไม่มองเท่าไหร่นัก

 

            ที่นิ้วก้อยปรากฏรอยสักเวทยมนตร์ประจำตระกูล เธอจำได้ว่ารินเดลมีเส้นผมสีขาวไม่ใช่สีชมพู ดยุคพินนาอาจเล่นอะไรตุกติกกับร่างเธอก็เป็นได้ ปกติเธอจะถูกเรียกไปหาท่านพ่อเพื่อลงเวทย์บางอย่างซ้ำ ซึ่งน่าจะเป็นเวทย์ปิดผนึกประจำตระกูล ซึ่งวินซ์น่าจะถอนมันได้ แต่เขาจะยอมช่วยเธอหรือ?

 

            แต่ข้อจำกัดมันคือ ใช้ได้แค่ในคนในตระกูลเท่านั้น..

 

            งั้นถ้าเธอออกจากตระกูลได้ก็เท่ากับว่าเวทย์ปิดผนึกก็หายไป? อีกทางคือลบรายนามเธอจากหนังสือตระกูลซึ่งเก็บอยู่ที่ดยุคพินนาเท่านั้น ไม่น่ารอด..

 

            เอาไว้ก่อน...ดึกมากแล้วเธอควรนอน สกิลการหลับแบบลืมตายของเธอยังคงเป็นปกติ เธอตื่นเช้าปกติ มาอาบน้ำผมที่เพิ่งสระเมื่อครู่ฟู่ฟ่องเมื่อแห้งแล้ว

 

                ก่อนจะมีเสียงเคาะประตูซึ่งน่าจะเป็นหมอเพื่อมาทำแผลให้

 

                 “คุณหนูเป็นอะไรหรือครับ?” ดิไวท์ หนึ่งในคนที่รินเดลคนก่อน ‘ไล่ล่า’ เอ่ยถามขึ้นเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานในระหว่างการทำแผล  ดิไวท์ค่อนข้างมั่นใจในตัวเองทีเดียวว่าจะได้คำตอบกลับมา

 

            ดวงตาสีฟ้าที่มันกระจ่างใสกว่าเดิม ลอบมองเสี้ยวหน้าหมอประจำตระกูลที่ตัวเองเคยชอบ ดวงหน้าเล็กของเดลไม่ได้สวยแต่ก็ไม่ได้ขี้ริ้วพร้อมด้วยฐานะลูกสาวดยุคทำให้คนผู้นี้ไม่กล้าปฏิเสธเธอตรงๆ

 

                  รินเดลฺลอบยิ้มเย็นในใจก่อนมองอีกฝ่ายและลอบถอนหายใจทิ้งอีกครา ผู้ชายคนนี้ เป็นหนึ่งในคนที่วางแผนทำร้ายเธออย่างแนบเนียน เพราะดิไวท์เป็นหมอประจำตระกูลคงไม่มีใครสงสัยหากเขาจะใส่อะไรแปลกๆลงไปอย่างเช่น ยาพิษ

 

                ถามว่าเธอรู้ได้ไง ไปซื้อสรุปมาอ่านสิ..

 

                นางร้ายส่ายหัวเบาๆไม่รู้ทำไม คนๆนี้ถึงอยากฆ่าเธอนัก แต่ทุกคนล้วนมีเหตุผลเป็นของตัวเอง และเธอไม่อยากรู้เท่าไหร่นัก ถ้าเธออยากรู้เธอคงจำไม่หมด..

 

            “ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ท่านดิไวท์”รอยยิ้มตามมารยาทถูกยกขึ้น คำว่า ‘ท่าน’สร้างความห่างเหินจนดิไวท์รู้สึกได้  คิ้วเรียวบนใบหน้าหล่อเหลาขมวดยุ่ง เมื่อสบกับดวงหน้าที่เคยยิ้มแย้มให้เขาซึ่งตอนนี้มันประดับไปด้วยความห่างเหิน ดวงตาที่เขาเคยมองทะลุก็ดูเหมือนมันนิ่งสงบและใสกระจ่างเหมือนน้ำในทะเลสาบที่ลึก รู้สึกในอกวูบโหวงไปชั่วครู่จนต้องทาบมือแนบอก

 

               ก่อนจะได้อ้าปากถาม เสียงเคาะประตูอย่างไร้มารยาท ไม่รอให้เอ่ยปากอนุญาต ใบหน้าหล่อเหลาก็ชะโงกมาก่อน จึงค่อยเข้ามาเมื่อมีผู้อื่นอยู่ด้วย เส้นผมสีเพลิงเหมือนมารดา ดวงตาสีฟ้าซีดมองอย่างเหยียดหยามไปที่พี่สาวบุญธรรมของตัวเอง

 

                 “อย่าสำออยให้มาก รินเดล พระราชาเรียกเธอไปเข้าเฝ้าเรื่องอาการป่วย เดี๋ยวนี้!”ถ้อยคำไม่สมกับหน้าตา พร้องเสียง หึ ขึ้นจมูก ทำเอาเดลลอบถอนหายใจในใจอย่างเสียดาย ก่อนพยักหน้ารับรู้

 

                เมื่อวินเซนต์เห็นเช่นนั้น อารมณ์โกรธก็พุ่งสูงลากดิไวท์ที่ยังทำแผลไม่เสร็จไปด้วย ไม่ฟังเสียงคัดค้านของดิไวท์ที่สายตายังทิ้งอยู่ที่ร่างเล็กที่แม้ไม่สวยแต่ก็มีเสน่ห์จนลับสายตา  เดลจึงค่อยๆจัดการตัวเองโดยเรียกเมดมาช่วยแต่งตัวจนเสร็จ กว่าจะหวีให้ผมเรียบได้ก็นานไม่น้อย

 

            แผลเล็กน้อยนั้นหายไปอย่างน่าอัศจรรย์เพราะตัวเธอเองนั้นแหละ ใบหน้าเชิดขึ้นเล็กน้อยโดยไม่ลืมเอาพัดไปด้วย ก่อนเดินตรงไปยังรถม้าที่เตรียมไว้แล้ว

                .

                .ื

            รอยยิ้มเล็กๆปรากฏขึ้นบนใบหน้าก่อนที่เธอจะใช้พัดปกปิดมัน ดวงตาสีฟ้านิ่งสงบเหมือนทะเลสาบนั้นมีร่องรอยคลื่นกระเพื่อมขึ้น..แม้เพียงเล็กน้อยแต่เจ้าม้าที่ดูเหมือนจะจับความรู้สึกได้ มันยกขาหน้าตะกุยอากาศอย่างตกใจ

 

               โปรดเตรียมใจไว้เถอะ พระราชา.. 

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


ชุดที่นางใส่นะค่ะ แต่จะยาวกร่อมข้อเท้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

14 ความคิดเห็น

  1. #5 NongTalSuparat (@NongTalSuparat) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2560 / 19:45
    ค้ า ง ม า ก ค่ ะ !!!!
    #5
    0
  2. วันที่ 2 ธันวาคม 2560 / 18:29
    ท่าน...
    มาแบบให้เราค้างงงๆอีกแล้วนะ...
    #4
    0