There should be no RABBIT in this story

ตอนที่ 4 : Chapter 3 : A rabbit cursing

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 229
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    28 ก.พ. 59

Chapter 3 : คำสาปของกระต่าย


“โชคชะตาลิขิตเอาไว้แล้ว เคอร์นอฟ บุตรแห่งทะเลสาบแสงจันทร์...เจ้าคือสายเลือดต้องสาปตามตำนาน การมีอยู่ของเจ้าคือหายนะของโลก”


            “เอ๋...สายเลือดต้องสาปนี่ต้องทำลายล้างโลกด้วยเหรอ?” ดวงตาใสแจ๋วสีเลือดนกจ้องมองข้าด้วยความสงสัย เด็กชายวัยแปดปีย่นคิ้วเข้าหากันเหมือนพยายามใช้ความคิดอย่างหนัก “ทำไมข้าต้องทำด้วยล่ะ?... ถ้าไม่มีโลกนี้ข้าก็ไม่ได้เล่นกับกระต่ายน่ะสิ”


            “เดอะ ไรเตอร์ได้ลิขิตชะตาเอาไว้แล้ว เจ้าจะทำลายโลก...เซอร์ซัสน้องชายของเจ้าจะกอบกู้โลกคืนมา”


            “ไม่เอาล่ะ ข้าไม่ชอบใช้ความรุนแรง” เคอร์นอฟปฏิเสธแทบจะในทันที แต่เพียงครู่ต่อมาริมฝีปากก็แย้มออกเป็นรอยยิ้มกว้าง ใบหน้าเล็กสดใสและเจิดจ้าราวกับพระอาทิตย์ยามเที่ยง “เอาแบบนี้มั้ยพี่ชาย  ท่านก็ให้เดอะ ไรเตอร์กำหนดโชคชะตาใหม่...ถ้าอยากให้เราสองคนพี่น้องไม่ถูกกัน ก็เปลี่ยนเป็นให้ข้าเปิดฟาร์มกระต่ายแล้วเซอร์ซัสเปิดฟาร์มหมา เราสองคนจะขายสัตว์เลี้ยงแข่งกัน”


            พัง...


                มันพังมาตั้งแต่ตอนที่ข้าพบกับเจ้าหนูนั่นเป็นครั้งแรก...และพังมาจนถึงทุกวันนี้


                ข้าเข้าไปเคลียร์กับเดอะ ไรเตอร์มาเรียบร้อย เจ้าโง่นั่น--- หมายถึงว่าหัวหน้าของข้า ปฏิเสธการขอเปลี่ยนตัวโกงอย่างไม่มีชิ้นดี เพราะตำนานระบุไปแล้วว่าหายนะของโลกจะมาพร้อมกับเด็กหนุ่มที่มีเส้นผมสีดำและมีดวงตาสีแดง ส่วนผู้กล้าคือสายเลือดเดียวกับจอมมาร ถ้าเปลี่ยนก็ต้องมารื้อชะตากรรมของโลกแล้วเริ่มนับหนึ่งใหม่ ยุ่งยากกว่าเดิมไม่รู้กี่ร้อยกี่พันเท่า แถมเจ้านั่นยังยืนยันอีกว่าเคอร์นอฟเหมาะกับการเป็นจอมมารที่สุด...ข้าเองก็เหมาะที่จะเป็นบุรุษแห่งโชคชะตาของจอมมารที่สุดเหมือนกัน


                จอมมารกระต่ายน่ะสิ! น่าเกรงขามซะไม่มี! แค่คิดภาพตามก็อยากจะร้องไห้แล้ว!!


                “เซบาสเตียน วันนี้เจ้าเก่งมาก...เด็กดี” เสียงนุ่มทุ้มเอ่ยชมเบา ๆ นิ้วเรียวหยิบใบผักกาดป้อนให้เจ้ากระต่ายสีขาวตัวกลม เป็นรางวัลที่มันสามารถล้มสุนัขจรจัดที่เข้ามาป้วนเปี้ยนแถวบ้านได้ด้วยตนเอง


                ปลูกฝังกันมาอยู่หลายปี ในที่สุดความรุนแรงของจอมมารก็พัฒนาขึ้นแล้ว เคอร์นอฟสามารถฝึกกระต่าย...สัตว์เลี้ยงแสนเชื่องของทุกคนให้กลายเป็นอาวุธมีชีวิต กระต่ายทั้งห้าตัวของเขาสามารถป้องกันตัวเองได้จากสัตว์ด้วยกัน ไม่ว่าจะเตะแมว ตะปบหมาบ้าน รุมสะกรัมหมาป่าจนต้องวิ่งหนีเตลิดเปิดเปิง...


                ถามหน่อย...มันน่าดีใจตรงไหน?


                ความรุนแรงที่ว่ามันจะต้องเป็นแบบความโหดร้าย โหดเหี้ยม อำมหิต ทารุณ หรือไม่ก็อารมณ์แบบเกลียดชังโลกทั้งใบจนอยากจะทำลายโลกให้ย่อยยับ...ไม่ใช่ความรุนแรงประเภทฝึกกระต่ายของท่านให้ดุในวันนี้ เพื่อให้มันสามารถเล่นมวยปล้ำได้ในวันหน้า


                แต่ถึงกระต่ายจะโหดแค่ไหน จอมมารของข้าก็ยังยืนยันคำเดิมอยู่ดีว่าเขาไม่ชอบใช้กำลัง... เขาก็แค่ไม่อยากให้กระต่ายตัวอื่นต้องมาตายเพราะถูกทำร้ายเหมือนกับกระต่ายแสนรักของเขา


                นับตั้งแต่วันที่อีวานพลีชีพเพื่อปกป้องเจ้านาย เวลาบนโลกนี้ก็เวียนผ่านไปได้เกือบสองปี จากเด็กหนุ่มหน้าใสเคอร์นอฟกลายเป็นเด็กหนุ่มรูปงาม เจ้าของใบหน้าเรียวได้รูป ดวงตาคมกริบสีทับทิม จมูกโด่งเป็นสันรับกับริมฝีปากบาง...เขายังคงมีหน้าตาคล้ายคลึงน้องชายราวกับฝาแฝด นอกจากความแตกต่างที่สีผมและสีตา จอมมารมีผิดขาวซีดเนียนละเอียด ร่างกายผอมเพรียวเช่นคนไม่ชอบออกแรง ส่วนน้องชายมีผิวสีแทนกร้านแดดและร่างกายแข็งแรงกำยำ


                หากจับมายืนข้างกันคงไม่ต่างอะไรกับพระจันทร์และพระอาทิตย์...เสียแต่ว่าคงเป็นไปไม่ได้ ความสัมพันธ์ของทั้งสองขาดสะบั้นลงตั้งแต่คราวนั้น ถึงเคอร์นอฟจะให้อภัยน้องชายอย่างไร แต่อีกฝ่ายก็ไม่ตอบรับ เซอร์ซัสผู้เย่อหยิ่งกลบเกลื่อนความรู้สึกผิดด้วยความโกรธ


เมื่อรู้ข่าวว่าเซอร์ซัสฟันกระต่ายของพี่ชายตายคาที่ บิดาก็ทำโทษเด็กชายอย่างหนัก บุรุษแห่งโชคชะตาของผู้กล้าคงจะเป่าหูอะไรเพิ่มด้วย เจ้าหนูนั่นถึงได้เคืองเคอร์นอฟจนเข้าหน้ากันไม่ติด จากที่เคยนำข้าวของมาส่งให้เคอร์นอฟในทุกสัปดาห์ กลับเปลี่ยนหน้าที่ให้คนรับใช้ในตระกูลมาทำแทน


ก็ถือว่าเป็นตามที่เดอะ ไรเตอร์กำหนดไว้ ขืนไม่เป็นน่ะสิได้วุ่นวายกันอีกแน่ แค่จอมมารคลั่งกระต่ายคนเดียวก็ชวนปวดหัวจะแย่แล้ว


                เอาเถอะ...ถึงเคอร์นอฟจะไม่ได้เติบโตขึ้นมาอย่างชั่วร้าย แต่ก็ยังพอจะมีหนทางเพิ่มความมืดมิดในจิตใจของเด็กหนุ่มได้อีกหลายวิธี...เท่าที่เดอะ ไรเตอร์จะมีปัญญาคิดได้น่ะนะ


                หลังจากแตกหักกับผู้กล้า จอมมารของข้าก็พัฒนาตัวขึ้นมาบ้าง เดี๋ยวนี้เจ้าหนูไม่ได้อาศัยเงินจากบิดาเพื่อประทังชีพเพียงอย่างเดียวตามที่น้องชายเคยปรามาสไว้ เด็กหนุ่มเพาะดอกไม้แล้วนำไปขายในหมู่บ้าน กำลังรวบรวมเงินทุนสำหรับเปิดฟาร์มขายกระต่าย แถมยังมีลูกมือเป็นเด็กหนุ่มในหมู่บ้านที่มีความสนใจใกล้เคียงกัน จนไม่ได้สนใจลักษณะต้องสาปของเคอร์นอฟ


                ข้าไม่อยากจะพูดถึงความสิ้นหวังในตัวจอมมารอีกต่อไปแล้ว ประเด็นนี้มันซ้ำซาก เอาไว้เซ็งจัดจริง ๆ ค่อยว่ากัน แต่ว่าโลกนี้มันอะไรกัน...ทำไมมีผู้ชายที่ชอบดอกไม้และรักกระต่ายอยู่ในหมู่บ้านเดียวกันตั้งสองคน มันมีต้นกำเนิดความมุ้งมิ้งที่ส่วนไหนในหมู่บ้านกระท่อมปลายสนเหรอ? ข้าจะไปกำจัดมันให้เหี้ยน ก่อนที่ชีวิตของชายหนุ่มทั้งหลายจะพากันวิบัติไปมากกว่านี้


                “เจ้าอยู่แถวนี้นะ อย่าไปไหน” เคอร์นอฟไล้ปลายนิ้วลงบนศีรษะเล็กพลางร้องสั่งเบา ๆ ก่อนจะผละออกจากร่างปุกปุยเพื่อไปเก็บเหง้าดอกไม้ป่าสำหรับเพาะพันธุ์ เด็กหนุ่มปล่อยให้กระต่ายสีขาวแทะเล็มหญ้าอ่อนอย่างเป็นอิสระ รู้ดีว่าเพื่อนสี่ขาของเขาจะไม่มีวันหายไปไหน...ไม่มีใครขโมยกระต่ายโคตรดุไปเลี้ยงเล่นที่บ้านหรอก


                เซบาสเตียนเป็นกระต่ายขนฟูที่จอมมารรักที่สุดในตอนนี้ เพราะนอกจากจะเป็นสายเลือดหนึ่งเดียวของอีวานที่ยังเหลืออยู่ เจ้าตัวเล็กยังแสนรู้ยิ่งกว่าตัวอื่น มันเชื่อฟังคำสั่งของเคอร์นอฟเป็นอย่างดี ที่สำคัญมันเป็นกระต่ายที่สู้เก่งจนข้าสงสัยว่าเดอะ ไรเตอร์ใส่สายพันธุ์ให้ผิดหรือเปล่า ถึงคราวนี้สีขนจะเป็นสีขาว สีตาจะเป็นสีแดง ถูกต้องตามหลักพันธุศาสตร์ทุกอย่างก็เถอะ


                กระต่ายแสนรักของจอมมารไม่มีวันที่จะได้ใช้ชีวิตอย่างปรกติสุขหรอก...เหมือนกับข้าที่เป็นลูกน้องของเดอะ ไรเตอร์ ข้าก็ไม่ได้ใช้ชีวิตทำงานอย่างปรกติสุขเหมือนกัน!


                ข้ามองเงาสะท้อนบนกระจกพกพาแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ หญิงชราหน้าตาน่าเกลียดเหมือนแม่มดที่หาได้ตามนิทานสำหรับเด็กดีมองกลับมาด้วยสีหน้าบูดบึ้งด้วยความไม่พอใจ แน่ล่ะ ข้าไม่พอใจ...ไม่พอใจเอามาก ๆ เลยด้วย ทำงานมาหลายปีก็ไม่คิดว่าตัวเองจะต้องมาตกต่ำถึงเพียงนี้


                งบหมดเหรอเดอะ ไรเตอร์? เจ้าเคยเห็นความเป็นเพื่อนที่คบกันมายาวนานหลายสิบปีบ้างมั้ย? ถึงได้สั่งให้ข้าทำอะไรโดยที่ไม่ปรึกษาจิตใจอันแสนบอบบางของข้าเลยสักนิด บุรุษแห่งโชคชะตาของจอมมารต้องมารับบทเสริมเป็นแม่มดแก่ที่ดูท่าแล้วคงจะหมดประจำเดือนมาเป็นร้อยปี...รู้ถึงไหนอายถึงนั่น


                เอาเถอะ...รับงานมาแล้วยังไงก็ต้องทำ แค่แสดงละครเล็ก ๆ น้อย ๆ ข้าทำได้อยู่แล้ว ฝืนทำไปหน่อยเดี๋ยวก็เสร็จ


                “เจ้ากระต่ายน้อย...” เสียงแหลมบาดหูดังออกจากริมฝีปากเหี่ยวย่น ข้าในชุดเครื่องแบบแม่มดเฒ่าค่อย ๆ ลากเท้าเดินไปหาเซบาสเตียนที่กำลังเคี้ยวหญ้าอ่อน ใบหูยาวลู่ไปด้านหลัง นัยน์ตาสีแดงเบิกกว้างขึ้นพร้อมจมูกที่ขยับฟุดฟิดเหมือนไม่ค่อยจะไว้ใจ...เป็นข้า ข้าก็คงไม่ไว้ใจ ท่าทางของข้าตอนนี้คงเหมือนยายแก่ที่อยากจะจับกระต่ายไปทำอาหารค่ำ


                “ข้ามีของจะให้เจ้า” ข้าล้วงมือเข้าไปในตะกร้าที่คล้องไว้บนแขนอีกข้าง หยิบแครอทสีสดท่าทางน่าหม่ำมาแกว่งล่อหน้าล่อตากระต่าย เจ้าก้อนสีขาวปุกปุยเหมือนจะเลิกสงสัยและทุ่มความสนใจมาที่อาหารแสนโปรดในมือของข้าแทน “อยากกินมั้ยล่ะเจ้าหนู แครอทชั้นดีแบบนี้ไม่ได้หากินกันง่าย ๆ นะ”


                แล้วกระต่ายบ้านไหนมันจะพูดตอบได้? บทพูดของเดอะ ไรเตอร์นี่เหมือนจะดูถูกสติปัญญายังไงพิกล อยากจะเล่นนอกบทเหมือนกัน แต่ก็กลัวว่าจะไม่เป็นตามแผน


                ข้าในบทแม่มดย่อตัวลงเพื่อวางหัวแครอทลงตรงหน้ากระต่ายสีขาว เซบาสเตียนค่อย ๆ ขยับมาดมกลิ่นอาหารเพื่อสำรวจให้มั่นใจ ก่อนจะใช้ขาหน้าจับแครอทเข้าหาตัวแล้วเริ่มแทะอย่างเอร็ดอร่อย ส่วนข้าก็เปล่งเสียงหัวเราะหวีดสยองเหมือนในหนังสยองขวัญตามที่บทกำหนด “ดี...กินเข้าไปเยอะ ๆ นะ”


                ถึงจะฟังดูโง่เง่า แต่นี่คือส่วนหนึ่งในโชคชะตาของเซบาสเตียน และยังเป็นโชคชะตาที่อยู่เหนือขอบเขตความสามารถการมองเห็นอนาคตของผู้หยั่งรู้อย่างเคอร์นอฟ เด็กหนุ่มไม่มีทางรู้เลยว่าระหว่างที่เขากำลังขุดเหง้าดอกทิวลิปป่าอยู่ ข้าในร่างแม่มดได้แอบมาวางยาพิษเพื่อสาปกระต่ายแสนรักของเขาเป็นที่เรียบร้อย


                หลังจากถกเถียงกันว่าจะเอายังไงกับเคอร์นอฟดี เดอะ ไรเตอร์ก็เสนอความคิดว่าจะสาปกระต่ายของจอมมารเพื่อให้เขาได้มีโอกาสออกเดินทางเพื่อแก้คำสาป จะได้พบความโหดร้ายของโลกและเติบโตเป็นตัวโกงที่สมบูรณ์แบบ จริง ๆ วิธีการสาปกระต่ายมีเยอะแยะจนนับไม่ถ้วน แต่เจ้านั่นดันเลือกก๊อปนิทานเรื่องสโนไวท์ซะได้ แค่เปลี่ยนจากแอปเปิลเป็นแครอท...


                ถึงเซบาสเตียนจะเป็นกระต่ายสีขาว แต่ใช้ตรรกะว่ามันขาว ๆ เหมือนแม่เจ้าหญิงหิมะขาว จะวางยาพิษแบบเดียวกันก็คงไม่เป็นอะไร มันก็ไม่ใช่ม้างงงง


                แล้วนี่อะไร จู่ ๆ เนื้อเรื่องก็มีแม่มดแก่โผล่อย่างไม่มีเหตุผล เพื่อมาสาปกระต่ายอย่างไม่มีเหตุผล ถึงจะบอกว่าทำไปเพื่อความคืบหน้าของเรื่องก็เถอะ แต่ไม่ได้นึกถึงจิตใจเคอร์นอฟหน่อยหรือไงที่ทำมาหากินอยู่ดี ๆ กลับมากระต่ายที่รักยิ่งก็ถูกสาปซะงั้น


ใช่ซี้...นี่มันโชคชะตาที่เดอะ ไรเตอร์เป็นคนลิขิตนี่ ใครจะไปเถียงชนะเจ้านั่นได้ ต่อให้จะทำอะไรที่มันไม่สมเหตุสมผล แค่อ้างว่า เดอะ ไรเตอร์ได้กำหนดเอาไว้แล้วทุกอย่างก็จบ มีแต่ลูกน้องอย่างข้าที่ต้องมารับกรรม ก้มหน้าก้มตาทำงานตามคำสั่งงก ๆ เพื่อแลกเงินเดือน


คำสาปของเดอะ ไรเตอร์ได้เริ่มทำงานหลังจากเซบาสเตียนสวาปามแครอทสามหัวจนหมดเกลี้ยง ลำตัวกลมหยุดนิ่งเหมือนเป็นหิน ก่อนร่างทั้งร่างจะเริ่มสั่นเทิ้มเหมือนกับโดนยาพิษชนิดรุนแรง ใบหูยาวตั้งเกร็งจนผิดธรรมชาติ ดวงตาสีแดงกลอกไปมาอย่างรวดเร็ว กระต่ายสีขาวดิ้นทุรนทุรายด้วยความทรมาน มันส่งเสียงร้องครวญครางในลำคอเหมือนต้องการความช่วยเหลือ


เฮ้อ...เดอะ ไรเตอร์ก็ช่างขยันทำบาปทำกรรมกับกระต่ายเหลือเกิน ตอนที่แล้วก็อีวานพลีชีพ ตอนนี้ก็ทรมาณเซบาสเตียนด้วยยาพิษ ไม่รู้ว่าเกลียดกระต่ายมาจากชาติปางไหน สงสัยจะมีปมในใจ เวลาจะสร้างจุดเปลี่ยนให้เคอร์นอฟทีไร ถึงได้ประทุษร้ายกระต่ายของเจ้าหนูนี่ทุกที เจ้ากำลังถูกคนรักกระต่ายทั้งโลกสาปแช่งอยู่น่ะ...รู้ตัวมั้ย?


ภาพตรงหน้าไม่ได้น่าดูเลยสักนิด คนที่จะพอใจกับอะไรแบบนี้คงจะมีแต่พวกจิตใจโหดเหี้ยมชอบทารุณกรรมสัตว์ เดอะ ไรเตอร์คงจะเห็นด้วย...รอบกายของกระต่ายจึงปกคลุมไปด้วยหมอกควันสีเทาหม่นมองเพื่อเป็นการเซ็นเซอร์ไปด้วยในตัว อันที่จริงข้าเองก็ไม่รู้รายละเอียดเหมือนกันว่าหัวหน้าจะตั้งใจจะสาปเซบาสเตียนให้กลายเป็นอะไร ตอนนั้นเจ้านั่นทำอมพะนำหรือว่ายังคิดไม่ออกก็ไม่รู้


ว่าแต่เคอร์นอฟหายตัวไปนานเกินไปแล้วนะเฮ้ย ไปขุดดอกไม้ถึงโลกไหนแล้วเนี่ย? เจ้าหนูของข้าควรจะเป็นตัวเด่นไม่ใช่เรอะ? แล้วทำไมตอนนี้ถึงได้มีบทไม่ต่างอะไรกับตัวประกอบค่าตัวสามร้อยแบบนี้ล่ะ??


เสียงร้องยังคงดังออกมาจากกลุ่มควันเป็นระยะ เวลาผ่านไปเกือบห้านาทีควันสีเทาถึงได้จางลง...ข้ารู้สึกเหมือนตนเองกำลังลุ้นระทึกจนเกือบจะลืมหายใจ เมื่อหมอกสลายไปจนโลกทัศน์แจ่มชัด ภาพเบื้องหน้าก็ทำให้ข้าอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง


ร่างเปลือยเปล่าของชายหนุ่มนอนขดตัวอยู่แทนที่เซบาสเตียน...


                นี่สาปกระต่ายให้กลายเป็นคนหรอกเรอะ? แถมยังรูปลักษณ์ชวนผิดคาดสุด ๆ


                คิ้วที่ขมวดแน่นคลายออกหลังจากความเจ็บปวดทุเลาลง เปลือกตาเปิดออกอย่างเชื่องช้าให้เห็นความขุ่นเคืองในดวงตาคู่สีแดงสด นัยน์ตาคู่นั้นจับจ้องมายังข้า ใบหูยาวท่ามกลางเส้นผมหยักศกสีขาวตั้งชันขึ้นตามสัญชาติญาณของกระต่าย ร่างที่นอนคุดคู้อยู่บนผืนหญ้าขยับกายขึ้นแล้วกระโจนมาหาข้าในทันที...พร้อมกับสองมือที่กางออกกว้างหมายจะขย้ำคอ


                เวรล่ะ...เจ้ากระต่ายโกรธข้าเต็มที่เลยนี่หว่า


                ข้าหันหลังแล้วสาวเท้าวิ่งโกยอ้าวด้วยความเร็วเท่าที่ร่างแม่มดแก่งั่กจะทำได้ ประสาทสัมผัสของร่างกายตื่นตัวจนสามารถสัมผัสถึงความกราดเกรี้ยวที่ไล่ตามหลังมาติด ๆ เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ข้ารู้สึกเหมือนตนเองกลายเป็นกระต่ายที่ถูกสิงโตวิ่งไล่ล่าเอาชีวิต แต่เพราะฝ่ายที่ไล่ดันเป็นกระต่าย งั้นข้ากลายเป็นแครอทที่ถูกกระต่ายวิ่งไล่แทนก็ได้


 ถ้าเดอะ ไรเตอร์ตรรกะปรกติเหมือนชาวบ้าน สาปให้เซบาสเตียนกลายเป็นครึ่งคนครึ่งกระต่ายแบบมุ้งมิ้งน่ารัก ข้าก็คงจะไม่ต้องเผ่นขนาดนี้ แต่นี่ไม่รู้ว่าเจ้าบ้านั่นนึกคึกอะไรไม่ทราบ กระต่ายของจอมมารถึงได้กลายเป็นชายฉกรรจ์ร่างสูงใหญ่แถมยังมีกล้ามเป็นมัด ๆ คงเหลือเค้าโครงเดิมไว้แค่ใบหูยาวที่แทรกอยู่ท่ามกลางเรือนผมหยักศกสีขาวนุ่มฟูกับดวงตาสีแดง


ร่างของข้าวิ่งฝ่าดงไม้เข้าไปในป่า ความกลัวทำให้ร่างกายชินชาแม้กิ่งไม้จะบาดผิวจนเลือดซิบ ข้าได้แต่วิ่งไปตามทิศที่สัมผัสได้ว่ามีเคอร์นอฟอยู่ตรงนั้น ใจนึกภาวนาให้หาเจ้าหนูเจอสักที...ข้าไม่อยากเป็นบุรุษแห่งโชคชะตาผู้รับบทเสริมเป็นแม่มดที่ดับอนาถด้วยฝีมือกระต่าย...ถึงจะเป็นกระต่ายโคตรถึกก็เถอะ


เคอร์นอฟ!


เป็นครั้งแรกที่ข้ารู้สึกปลื้มปริ่มเมื่อได้เห็นใบหน้าขาวของจอมมาร ข้าวิ่งพรวดพราดเข้าไปหาเจ้าของเรือนผมสีดำซึ่งกำลังนั่งคุกเข่ากับพื้นและขุดเหง้าดอกไม้อย่างใจจดใจจ่อ เด็กหนุ่มเลิกคิ้วมองด้วยความสงสัยเล็กน้อย ข้าไม่รอให้เขาเอ่ยปากถามอะไร แต่รีบวิ่งอ้อมไปด้านหลังและยึดร่างของเขาไว้เป็นที่กำบังจากกระต่ายบ้าเลือด


เซบาสเตียนวิ่งโผล่ออกมาจากพุ่มไม้ในตำแหน่งเดียวกับข้า กระต่ายในร่างคนชะงักฝีเท้าลงเมื่อเห็นผู้เป็นเจ้านาย ความโกรธขึ้งเลือนหายไปเหลือเพียงแววตาคุ้นเคยที่จ้องมองนัยน์ตาคู่สีเลือดนกของจอมมาร คล้ายว่าสรรพสิ่งจะหยุดนิ่ง มีแต่ความเงียบงันเท่านั้นที่ล่องลอยอยู่ในอากาศ...อะไรบางอย่างทำให้ข้ารู้สึกได้ว่าเคอร์นอฟรับรู้แล้วว่าชายร่างเปลือยเปล่าเบื้องหน้าคือกระต่ายตัวโปรดของเขา


“เกิดอะไรขึ้น..?” เสียงนุ่มทุ้มจากริมฝีปากบางดังขึ้นเพื่อทำลายความเงียบ “ทำไมมาวิ่งไล่จับกันกลางป่าแบบนี้? แล้วพี่ชายทำไมแก้ผ้า? คนอื่นมาเห็นเขาจะว่าโรคจิตได้นะ อย่างน้อย ๆ ก็ใส่เสื้อผ้าก่อนสิ”


“....”


ไม่ใช่แค่ข้าที่พูดไม่ออก เจ้ากระต่ายร่างบึ้กก็ยืนเงียบเป็นเป่าสากเหมือนกัน ถ้าสายตาฝ้าฟางของยายแก่มองไม่ผิด...ดวงตาสีแดงของเซบาสเตียนฉายแววน้อยใจอย่างเห็นได้ชัด ข้าเองก็ผิดหวัง...คาดหวังมากเกินไปว่าเคอร์นอฟจะจำสัตว์เลี้ยงของตนเองได้ ลืมไปเสียสนิทว่าจอมมารของข้าเอ๋อได้เสมอต้นเสมอปลายขนาดไหน


“อะแฮ่ม” ข้ากระแอมไอเพื่อเรียกความสนใจของทั้งคู่ ข้าเริ่มท่องบทตามสคริปต์ที่โคตรไม่สมเหตุสมผลของเดอะ ไรเตอร์ “เคอร์นอฟ...เจ้ามันบาปหนายิ่งนัก เจ้าฝืนธรรมชาติด้วยการฝึกฝนให้กระต่ายแข็งแกร่งเกินกว่าปรกติ สมควรแก่การถูกธรรมชาติลงโทษ”


เด็กหนุ่มหันไปมองใบหูยาวบนเส้นผมสีขาวก่อนจะเลื่อนลงมาสบตากับเซบาสเตียนในร่างคน ประกายแสงในนัยน์ตาขยับวูบขึ้นเหมือนระลึกขึ้นได้ ข้าไม่อยากจะให้เสียเวลามาก เพราะว่าพื้นที่ในตอนนี้กำลังจะหมดจึงรีบพูดตัดบททุกคนเสียก่อน


“ไม่มีทางที่กระต่ายตัวนี้จะกลับมาเป็นดั่งเดิมได้ เซบาสเตียนของเจ้าจะต้องทุกข์ทรมานด้วยคำสาป...ไม่มีใครจะล้มล้างคำสาปนี้ได้...จวบจนกว่าหอคอยอันเป็นนิรันดร์จะปรากฏ---”


ยังไม่ทันข้าจะได้พูดจบประโยค ร่างสูงล่ำของกระต่ายต้องสาปก็พุ่งผ่านร่างผู้เป็นเจ้านายเข้ามาด้วยความเร็วสูง น้ำหนักตัวอันมากกว่าทำให้ข้ากลิ้งหงายหลังลงไปกับพื้น ฝ่ามือแกร่งโอบรอบลำคอเหี่ยวย่นพร้อมกับแรงบีบที่กดทับลงมา แม้ว่าข้าจะเป็นบุรุษแห่งโชคชะตา แต่ก็ไม่สามารถต้านทานพละกำลังมหาศาลของกระต่ายบ้าเลือดได้ ลมหายใจเริ่มกระตุกด้วยความอึดอัด...สติของร่างนี้กำลังจะดับลงไปในไม่ช้า


“เซบาสเตียน! อย่า!


ถ้าจะห้ามช้าขนาดนี้ ปล่อยให้กระต่ายเจ้าฆ่าข้าแล้วค่อยห้ามก็ได้มั้งเคอร์นอฟ


ข้ารวบรวมลมหายใจเฮือกสุดท้าย ก่นด่าสาปแช่งบุพการีของเดอะ ไรเตอร์อยู่ในใจ แต่เหมือนหัวหน้าจะเห็นใจ...ร่างของยายแก่แม่มดหายวับไปกลางอากาศก่อนที่ข้าจะหมดสติลงพอดี


ทิ้งไว้แต่ร่างเล็กสีขาวปุยของชายฉกรรจ์ที่คืนสภาพกลับมาเป็นกระต่าย...




TBC.

Savvy

สัปดาห์นี้ติดงานมิดเทอมค่ะเลยอัพช้าไปหน่อย ขอโทษด้วยนะคะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

57 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 15:52
    ก่อนอื่นเลย คือเราเพิ่งเคยอ่านแนวนี้ค่ะ5555 สนุกมากค่ะ จอมมารช่างน่ารักมุ้งมิ้งมาก>< 
    ปล.ขอโทษที่ไม่ได้เม้นให้ตอนแรกๆนะคะ อ่านเพลินไปนิด555
    #45
    0
  2. #34 จอมาร (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 เมษายน 2559 / 01:59
    ถ้าวายบอกด้วยจะได้เลิกอ่านไม่ต้องผิดหวังตอนหลัง
    #34
    0
  3. #17 MooK_KunG_Zaa (@letsdance12) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 มีนาคม 2559 / 22:19
    เรื่องนี้วายไหม วายเถอะ เห็นไม่จั่วหัววาย คงไม่วายสินะ ฮือออ


    กระต่ายเท้เท่ รวบหัวรวบหางจอมมารซะเถอะ

    สงสารจอร์น ก๊ากกกก
    #17
    1
    • #17-1 SavvySave (@savvy_save) (จากตอนที่ 4)
      2 มีนาคม 2559 / 22:30
      ไม่วายยยยย แต่ไม่มีนางเอก เราชอบมิตรภาพของหนุ่ม ๆ ถถถถถถถ
      #17-1
  4. #9 Esta Em Maho (@jawwns) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2559 / 12:24
    สนุกค่ะ 5555555 ติดตามต่อนะคะ เป็นกำลังใจให้นะคะไรท์
    #9
    1
    • #9-1 SavvySave (@savvy_save) (จากตอนที่ 4)
      28 กุมภาพันธ์ 2559 / 14:05
      ขอบคุณนะคะที่ชอบเรื่องนี้และขอบคุณสำหรับคำติชมมาก ๆ เลยค่ะ จะตั้งใจเขียนต่อไปน้าาา ><
      #9-1