Dragon Heart - สงครามเวทมนตร์ [On hold]

ตอนที่ 105 : Chapter XII - Part 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    24 พ.ค. 62




6




      เงาของคนในชุดดำคอยเฝ้ามองพระราชวังอยู่จากด้านนอกรอบๆด้วยความเงียบ จับตามองดูทางเข้าออกอย่างไม่ละสายตา

      อาวุธที่พวกเขามีคือดาบสั้น ปืนพกพร้อมที่เก็บเสียง และระเบิดควัน ซึ่งไม่ใช่อาวุธสำหรับนักเวทย์หรืออัศวิน พวกเขาดูเหมือนมือสังหารมากกว่า

      อุปกรณ์สื่อสารที่พวกเขาใช้คืออุปกรณ์สื่อสารที่ใช้มานาเป็นคลื่นรับ–ส่งสัญญาณ ไม่สามารถถูกแทรกแทรงได้ ทำให้พวกเขาสามารถติดต่อกันได้ตลอดเวลา

      แต่ว่าไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมานี้ สมาชิกในกลุ่มของพวกเขาสองคนขาดการติดต่อไปโดยไม่ทราบสาเหตุ ทำให้เกิดความกังวลใจในสีหน้าของพวกเขา

      (มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?)

      คำถามปรากฏขึ้นในใจของคนชุดดำซึ่งคอยจับตาดูพระราชวังจากสวนด้านนอก กำลังหลบอยู่หลังเงาของต้นไม้

      เหล่าคนชุดดำกระจายตัวไปยังจุดต่างๆของพระราชวัง ราวกับว่าพยายามป้องกันไม่ให้มีใครบุกเข้าไปด้านในโดยไม่ได้รับอนุญาติ เหมือนกับว่าพวกเขากำลังปกป้องอะไรบางอย่างอยู่

      พวกเขาไม่รู้เลยว่าสมาชิกของกลุ่มสองคนโดยนักเวทย์ของสภาเวทมนต์ฆ่าตายไปแล้ว ทำให้เกิดช่องโหว่ขึ้นในการป้องกัน จนนักเวทย์คนหนึ่งสามารถบุกเข้าไปด้านในได้

      เพื่อปิดช่องโหว่โดยเร็วที่สุด ชายชุดดำถูกส่งไปเพื่อตรวจสอบสถานการณ์ที่ตำแหน่งซึ่งสมาชิคคนหนึ่งขาดการติดต่อไป

      “!?”

      หลังจากตรวจสอบดูอาณาบริเวณรอบๆ สิ่งที่พบก็คือรอยเลือดภายในเงามืดของพุ่มไม้สำหรับซ่องตัว มีร่องรอยเหมือนใครเคยใช้เป็นจุดซ่อนตัว

      พื้นใกล้ๆมีรอยเหมือนถูกกระสุนมานาเจาะ ทำให้เกิดความกังวลขึ้นบนสีหน้าของชายชุดดำ เขาจึงยื่นมือไปยังอุปกรณ์สื่อสารที่นำมาด้วย

      สถานการณ์กำลังแย่ พวกเราต้องรีบเข้าไปด้านในพระราชวัง-”

      ขณะพูดไม่ทันจบ แขนข้างที่ถืออุปกรณ์สื่อสารก็ขาดออกจากไหล่ ร่วงลงไปบนพื้นหญ้า ย้อมพื้นดินด้วยสีแดงของเลือด

      ใบหน้าของชายชุดดำแสดงอาการตื่นกลัว ถอดสีออกมาด้วยความเจ็บปวด แต่ยังไม่กรีดร้องออกมาเพราะได้รับการฝึกมาดี พยายามมองรอบๆหาสาเหตุ

      (เกิดอะไรขึ้น!?)

      สายตาของเขามองไปด้านหลัง เห็นนักเวทย์ในชุดคลุมสีขาว เป็นนักเวทย์ของสภาเวทมนต์ไม่ผิดแน่ แผ่ออร่ามานาสีฟ้าอ่อนออกมาจากตัว คงใช้เวทมนต์ลงในการตัดแขนของชายชุดดำเมื่อครู่

      ชุดดำรีบใช้แขนที่เหลืออีกข้างหยิบปืนพกพร้อมที่เก็บเสียงออกมาเล็งทันที แต่ก่อนที่จะได้ยิง กระแสลมแหลมคมตัดกระบอกปืนออกเป็นสองส่วน เลี้ยวมาเล็งข้อมืออย่างรวดเร็ว

      เขาไม่สามารถหยับมือหลบคมมีดลมได้ ทำให้ข้อมือถูกตัดออกอย่างไร้ความปราณี ส่งความเจ็บปวดเข้าไปยังสมอง ปล่อยให้ปืนตกลงไปยังพื้นพร้อมกับข้อมือขาด

      (ไม่จริง! เจ้าคาร์โล่! ได้รับความช่วยเหลือจากสภาเวทมนต์งั้นเหรอ!?)

      น่าแปลกที่ชุดดำยังคงสติของตัวเองเอาไว้อยู่ได้หลังจากโดยตัดแขนและข้อมือ

      พวกสภาเวทมนต์ต้องการอะไรกันแน่?! ทำไมถึงให้ความร่วมมือกับ...”

      เสียงหายไปจากคอหอยของชุดดำ เมื่อมองลงไปด้านล่าง เห็นต้นคอของตัวเองถูกมวลอากาศแข็งเสียบเป็นรูจนพูดไม่ได้

      นักเวทย์สีขาวใช้เวทมนต์ลมโจมตีโดยเล็งต้นคอของชุดดำ ไม่ปล่อยให้ส่งเสียงกรีดร้องหรือถามคำถามออกมา

      สิ่งสุดท้ายที่ชุดดำเห็นก่อนสติจะจางหายไปก็คืออุปกรณ์เวทมนต์ปืนไรเฟิล สลักชื่อของขุนนางที่ทรยศเอาไว้ด้านข้าง

      แม้บริเวณนั้นจะไร้แสง แต่มานาเวทมนต์ลงของนักเวทย์ทำให้สามารถอ่านได้ลางๆ

      คาร์โล่...”

      นั่นคือชื่อของคนที่ถูกสลักเอาไว้บนอุปกรณ์เวทมนต์ ชื่อของคนที่เป็นคนประดิษฐ์มันขึ้นมา


      เหตุการณ์คล้ายๆกับเหตุการณ์นี้กำลังเกิดขึ้นกับกลุ่มของคนชุดดำรอบๆพระราชวัง

      นักเวทย์ของสภาเวทมนต์บุกเข้ามารอบๆและคอยจัดการคนชุดดำลงทีละคน จำนวนของพวกนักเวทย์คือ 4 คน เป็นกลุ่มเดียวกับนักเวทย์ที่แอบเข้าไปในพระราชวังสำเร็จ

      เป้าหมายของพวกเขาดูเหมือนจะเป็นการบุกเข้าไปภายในพระราชวังโดยไม่ให้เกิดความโกลาหล จัดการคนในชุดดำที่คอยอยู่รอบๆเพื่อเปิดทาง

      ตัวจริงของกลุ่มคนในชุดสีดำก็คือ

      หน่วยลับขององค์ราชินี เกะกะ”

      นักเวทย์บ่นขึ้นมาเบาๆ เล็งกระสุนมานากว่า 10 นัดไปยังชายชุดดำด้านหน้า

      ในมือของชายชุดดำมีปืนพกเก็บเสียง ยิงไปยังร่างของนักเวทย์หลายครั้ง แต่นักเวทย์ใช้เกราะลมป้องกันเอาไว้

      จุดที่การต่อสู้เกิดขึ้นอยู่ในบริเวณไร้คน แสงส่องลงมาไม่ถึง ทำให้ทหารยามไม่สังเกตเห็นการต่อสู้ที่เกิดขึ้นรอบๆพระราชวัง


      ตอนนี้มีกลุ่มของคนในบริเวณสองกลุ่ม คือคนชุดดำที่เป็นหน่วยลับขององค์ราชินี และนักเวทย์ของสภาเวทมนต์ที่ให้ความร่วมมือกับคาร์โล่ 5 คน

      สถานการณ์ของกลุ่มคนชุดดำดูย่ำแย่ การป้องกันของพวกเขาจะถูกนักเวทย์ทะลวงและเข้าไปในพระราชวังได้ในไม่นาน

.

.

.

      คาร์โล่...แกเป็นสามัญชนคนแรกที่ได้รับการแต่งตั้งยศขุนนางของพระราชวังให้ ทำไมแกถึงต้องทรยศความต้องการของประเทศนี้กันแน่?”

      ขุนนางโจชัว มอร์เร่ถามด้วยนีหน้าเคียดแค้น หลังจากปล่อยให้เลวิน บลูกเซอร์วิ่งหนีไป เขาต้องเผชิญหน้ากับนักเวทย์ของสภาเวทมนต์และขุนนางทรยศ

      ในมือของโจชัวมีดาบปลอม เป็นของประดับทางเดินที่หยิบมาใช้อย่างลวกๆ สามารถสร้างบาดแผลได้หากโดนโจมตีเต็มแรง ปลายดาบถูกเล็งไปยังนักเวทย์ด้านหน้า

      พื้นที่คือทางเดินในพระราชวังแคบๆ คาร์โล่ยืนอยู่หลังนักเวทย์ ไม่มีทางที่จะไปจัดการได้โดยที่ไม่ล้มนักเวทย์ลงก่อน แต่โจชัวไม่คิดว่าเขาจะทำแบบนั้นได้

      ทรยศความต้องการของประเทศนี้งั้นเหรอ?” คาร์โล่ตอบ “บอกตามตรง ฉันดีใจมากที่สามารถผ่านการทดสอบและกลายเป็นขุนนางคนแรงของอาณาจักรที่มีพื้นฐานมาจากสามัญชน ...คิดว่าอนาคตของฉันจะรุ่งเรืองและสร้างประโยชน์ให้กับอาณาจักร...”

      ถ้างั้นทำไมแกถึงไปร่วมมือกับสภาเวทมนต์?! คิดจะยึดบัลลังก์ของท่านราชินีเพื่ออนาคตที่รุ่งเรืองของแกอย่างนั้นน่ะเหรอ?!”

      ท่าทางของขุนนางเหมือนจะปะทุและพุ่งเข้าไปโจมตี นักเวทย์รีบใช้เวทมนต์ สร้างน้ำในฝ่ามือที่มีแรงดันสูงเหมือนเลื่อยไฟฟ้า ทำให้โจชัวต้องถอยเพื่อไม่ให้โดนโจมตีตอบโต้

      เหตุผลน่ะ มีอยู่...” คาร์โล่ตอบ “แกรู้รึเปล่า? ความลับของอาณาจักรนี้น่ะ?”

      ความลับของอาณาจักรนี้งั้นเหรอ?” สีหน้าของโจชัวนิ่งไปพักหนึ่ง ไม่เข้าใจในสิ่งที่คาร์โล่พยายามอธิบาย

      แกที่เกิดและเติบโตในสถานที่แห่งนี้คงไม่รู้ตัว แต่คนที่เติบโตภายในเมืองหลวงและเป็นสามัญชนอย่างฉันสามารถสัมผัสมันได้”

      (สัมผัส? หมอนี่กำลังพูดเรื่องอะไร?) โจชัวไม่เชื่อคำพูดของคาร์โล่ทันที

      เขามองหาทางหนีทีไล่ทันที รู้ตัวดีว่าดาบปลอมๆในมือไม่มีทางชนะนักเวทย์ได้ ถึงแม้นักเวทย์จะได้รับบาดเจ็บจากการถูกเลวินแทงเข้าไปที่สีข้าง แต่ประสิทธิภาพในการใช้เวทมนต์ของเขายังไม่ลดลง

      มานาที่ไหลรวมกันอยู่ ณ ใจกลางพระราชวังแห่งนี้ เหมือนกับว่ามีตัวตนของอะไรบางอย่างปลดปล่อยมานาปริมาณมหาศาลอย่างไม่หยุดหย่อน”

      “...” โจชัวนิ่งเงียบและฟังต่อ

      เพราะเหตุผลนั่น ทำให้นักเวทย์ของอาณาจักรแยกตัวออกจากศูนย์กลางของประเทศนี้ เพราะความหวาดกลัวต่อพลังที่ถูกปลดปล่อยออกมาตลอดเวลานี้ยังไงล่ะ?”

      คาร์โล่พูดโดยไม่ปิดปังความในใจ มองไปยังคู่สนทนาที่ถือดาบในมือ ยังเห็นความไม่ไว้วางใจบนใบหน้าของโจชัวชัดเจน

      ก็คิดเอาไว้แล้วว่าแกจะต้องไม่เชื่อ ยังไงเราก็ไม่มีหลักฐาน”

      ทั้งๆที่ไม่มีอะไรมาพิสูจน์ แต่แกก็กลับทำเรื่องแบบนี้...?”

      สิ่งที่พิสูจน์น่ะ แน่นอนว่ามี การเปิดโปงจำเป็นต้องใช้ความช่วยเหลือของสภาเวทมนต์”


      คาร์โล่เห็นพระราชินีเรน่าโดยบังเอิญ เธอถือกล่องบางอย่างในมือ สิ่งสำคัญอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ด้านในอย่างแน่นอน แต่เมื่อค้นหาข้อมูลดูแล้วกลับไม่พบอะไร เขาจึงคิดว่านั่นคือความลับที่ไม่อาจเปิดเผยให้คนทั่วไปหรือขุนนางรู้ได้

      นั่นคือสาเหตุที่ทำให้คาร์โล่ทำการก่อกบฏอย่างลับๆ


      ยังไงก็ตาม ในฐานะขุนนางแล้ว จะไม่ปล่อยให้กบฏทำอย่างที่ต้องการได้หรอก”

      “...ก็ไม่คิดว่าจะคุยกันรู้เรื่องรู้ราวตั้งแต่แรกแล้ว”

      คาร์โล่ให้สัญญาณ นักเวทย์เบื้องหน้าโจชัวเริ่มเคลื่อนที่มาด้านหน้า ในมือมีเลื่อยไฟฟ้าน้ำแรงดันสูงและอุปกรณ์เวทมนต์รูปแบบปืนไรเฟิล

      โจชัวถอยหนึ่งด้าว ตั้งดาบในมือให้พร้อม รู้ดีว่าไม่สามารถใช้ดาบป้องกันเลื่อยน้ำได้ เขาเริ่มมองหาทางหนีอีกครั้งหนึ่ง

      (ก่อนอื่นต้องแจ้งให้พวกอัศวินเข้ามาด้านใน ถึงจะทำให้งานเลี้ยงต้องถูกยกเลิก แต่นั่นไม่สำคัญ)

      หลังจากตัดสินใจได้ โจชัวโยนดาบใส่นักเวทย์ ดาบโดนเลื่อยน้ำตัดขาดเป็นสองส่วนทันที

      นักเวทย์เคยโดนเลวินใช้กลอุบายนี้ในการโจมตี จนสามารถสร้างแผลรุงแรงได้ เขาคิดว่าโจชัวจะทำแบบเดียวกัน จึงถอยไปด้านหลังด้วยความระวัง

      โจชัวไม่พุ่งเข้าโจมตี ใช้จังหวะที่นักเวทย์ระแวงสถานการณ์ในการวิ่งหนี

      รีบตามไปเร็วเข้า อย่าให้เรื่องมันยุ่งไปมากกว่านี้! เดี๋ยวฉันจะตามเจ้าเด็กเมื่อกี้ไปเอง!” คาร์โล่สั่งและเดินตามเลวินไป

      นักเวทย์ใช้เวทมนต์น้ำใต้พื้นรองเท้า สไลด์ไปตามพื้นเหมือนกับสกี บาดแผลที่สีข้างทำให้การเคลื่อนไหวช้าลง แต่อีกไม่นานต้องตามโจชัวที่วิ่งหนีไปทันแน่

      โจชัวหยุดวิ่งกระทันหัน สีหน้าของนักเวทย์ระแวงขึ้นมาทันที

      ตรงนั้นเป็นจุดต่อของพรมปูพื้นบนทางเดินพอดี ขุนนางโจชัวก้มลงไปจับพรมปูพื้นและสะบัดให้เกิดแรงสะเทือน ทำให้นักเวทย์ที่ใช้เวทมนต์เป็นรองเท้าสกีศูนย์เสียการทรงตัว และล้มลง

      บาดแผลของนักเวทย์เปิดออกเล็กน้อง ส่งความเจ็บปวดจนต้องชะงักไป ขยายเวลาในการวิ่งหนีของโจชัว

      แสบนักนะ!”

      นักเวทย์แสดงสีหน้าไม่พอใจ เริ่มใช้เวทมนต์น้ำสร้างรองเท้าสกีอีกครั้ง ราวกับว่าไม่สนใจข้อบกพร่องของเวทมนต์ที่ทำให้เสียการทรงตัว

      เวทมนต์น้ำสร้างแผ่นน้ำขึ้นระหว่างพื้นและรองเท้า ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเคลื่อนไหวได้ราวกับใช้รองเท้าสกี แต่หากพื้นถูกทำให้ขรุขระไม่มั่นคง การทรงตัวก็จะลำบากยิ่งขึ้น

      โจชัวมองหาจุดที่จะสามารถสะบัดพรมทางเดินอีกครั้ง และเมื่อได้โอกาสก็หยิบพรมทางเดินขึ้นมาอีกรอบทันที

      ดื้อดึงซะจริง!”

      หากนักเวทย์ยังคงสกีต่อไปด้านหน้า พรมทางเดินที่ถูกทำให้ยับโดยโจชัวจะทำให้เสียการทรงตัวและล้มลงอีกครั้ง

      นักเวทย์ไม่สนใจทางด้านหน้า พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูงสุด กระโดดขึ้นไปยังกำแพงด้านข้าง และสไลด์ไปตามกำแพงเหมือนกับไม่มีแรงดึงดูด หลบเลี่ยงพรมทางเดินขรุขระบนพื้น

      หรือว่า!?” ใบหน้าของโจชัวเหงื่อตก

      แรงตึงผิวของน้ำ” นักเวทย์อธิบาย

      แรงตึงผิวของน้ำเป็นสิ่งที่คอยยึดเท้าของนักเวทย์เข้ากับกำแพง ทำให้เขาสามารถสไลด์ไปตามกำแพงได้โดยไม่ตกลงมา

      นักเวทย์ที่ไม่ได้รับการฝึกไม่สามารถทำอะไรแบบนี้ได้ แต่นักเวทย์ที่โจชัวกำลังเผชิญหน้าอยู่คือนักเวทย์ของสภาเวทมนต์

      การสไลด์ไปตามกำแพงทำให้นักเวทย์สามารถเคลื่อนที่ได้โดยไม่มีสิ่งกีดขวาม สามารถไล่ตามความเร็วของโจชัวได้อย่างง่ายดาย

      หากปล่อยเอาไว้แบบนี้ โจชัว มอร์เร่จะโดนเลื่อยน้ำตัดเป็นสองส่วน หรือไม่ก็จะโดนปืนยิงกระสุนมานาในมือของนักเวทย์จัดการแน่




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

20 ความคิดเห็น