Dragon Heart - สงครามเวทมนตร์ [On hold]

ตอนที่ 11 : Chapter II - Part 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 68
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    26 มิ.ย. 62




5




     "เร็วเข้า!"

     องค์หญิงโซเฟียตะโกนเพื่อบอกให้เด็กหนุ่มทั้งสองคนด้านหนังเร่งฝีเท้า

     มันเป็นระยะทางกว่า 800 เมตรที่พวกเขาต้องวิ่งไป โดยทันทีที่พวกเขาได้ยินเสียงระเบิดจากอาคารพยาบาล โซเฟียก็เริ่มร้อนรน เธอต้องการใช้มานาเร่งกล้ามเนื้อเพื่อให้ไปถึงเร็วๆ แต่ถูกบอริกห้ามไว้เพราะจะทำให้หมดแรงก่อนจะสู้

     นั่นเป็นเหตุผลให้ตอนนี้พวกเขาต้องวิ่งไปตามถนนทางเดินมืดสลัวของโรงพยาบาลกลาง


     เสียงไซเรนของรถดับเพลิงกำลังเคลื่อนที่มาจากด้านหลังของพวกเขา

     "ได้โอกาสละ!"

     โซเฟียสบถออกมาพร้อมกระโจนชงไปที่กลางถนน ซึ่งบนเส้นทางนั้นมีรถดับเพลิงจำนวน 3 คัน

     "หวา--"

     เลวินถอนหายใจออกมาพร้อมกับหยุดมององค์หญิง ซึ่งเธอกำลังโบกรถดับเพลิงอยู่กลางถนน แล้วเมื่อรถดังเพลิงมาจอดด้านหน้า คนขับรถดับเพลิงก็เปิดกระจกออกมาตะโกนด่าด้วยความโกรธ แต่เขาก็ยอมทำตามที่พวกเธอพูดทันทีหลังจากเห็นตราอัศวินของบอริก

     แล้วพวกเขาก็อาศัยรถดับเพลิงในการเคลื่อนที่ไปหาพวกลาเวนเดอร์



     "คุณอเล็กเซย์!"

     ลาเวนเดอร์รีบลุกขึ้นมาหลังจากโดนแรงปะทะจากระเบิด และเธอมองเห็นอเล็กเซย์ที่นอนอยู่ตรงหน้า ซึ่งด้านหลังของเขาถูกเพลิงความร้อนสูงเผาไหม้

     นั่นเป็นเพราะเขาใช้ร่างกายบังลาเวนเดอร์เอาไว้จาเปลวไฟ

     "อัก!"

     อเล็กเซย์ร้องออกมา แสดงว่าเขายังมีสติอยู่ แล้วลาเวนเดอร์ก็รีบวิ่งไปยังร่างของเขาทันที

     "เป็นอะไรึเปล่าคะ?"

     "อะ ... ระวังไว้ นะ นั่นมัน ... ไม่ใช่เวทมนต์ธาตุไฟ"

     อเล็กเซย์พยายามเค้นเสียงออกมาพูดคุยกับเธอ แต่ดูเหมือนแรงของเขาจะหมดไปเพราะความเจ็บปวด

     ตอนนั้นเองนักเวทย์ที่ยืนอยู่โดยที่ไม่ได้รับผลกระทบจากระเบิดเลยก็พูดขึ้น

     "ลู้ความลับ... ต้องจัดกาล..."

     ออร่าสีฟ้าของมานาแผ่ออกมาจากตัวของนักเวทย์ในชุดผ้าคลุม

     อเล็กเซย์ที่เห็นดังนั้นก็เบิกตาโพล่งขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมทั้งพยายามที่จะลุกขึ้น แต่ไม่ว่าจะพยายามกี่ครั้งก็ไม่สามารถลุกขึ้นมาได้

     "รีบออกไปจากบริเวณนี้เร็วเข้า!"

     "ตะ แต่ว่า!"

     "เร็วเซ่!"

     ดวงตาสีน้ำตาลของอเล็กเซย์ส่องแสงสีแดงเล็กน้อย ขณะที่เขาตะคอกใส่ลาเวนเดอร์ด้วยความโกรธ แล้วหลังจากนั้นมานาสีทองก็ไหลออกมาจากร่างของเขา

     เขาใช้มานาเข้าไปเร่งประสิทธิภาพของร่างกาย จนในที่สุดเขาก็ฝืนยืนขึ้นมาได้ และเผชิญหน้ากับนักเวทย์ในชุดผ้าคลุม ซึ่งตอนนี้เธอกำลังแผ่มานาสีฟ้าออกมา

     (เป็นอย่างที่คิด...)

     อเล็กเซย์คิดในใจขณะยืนยันความสามารถของอีกฝั่ง แล้วเขาก็เลี้ยวกลับไปอุ้มร่างของลาเวนเดอร์ขึ้นมา ถึงจะมีอาการปวดหลังเล็กน้อยเพราะรอยไหม้ แต่เขาไม่มีทางเลือก

     "อะไรกันค่ะ? ชั้นเดินเองได้คะ"

     "พูดอะไรของเธอ? ไม้ที่เธอดัดแปลงไว้ที่ขาก็หังและไหม้ไปแล้วไม่ใช่เหรอ?"

     อเล็กเซย์พูด พร้อมกับชี้ไปยังเท้าของลาเวนเดอร์ด้วยสายตา

     ถูกอย่างที่เขาพูด ไม้เท้าโรงพยาบาลที่ลาเวนเดอร์ดัดแปลงเพื่อควบคุมขาแทนกล้ามเนื้อนั้นหักไปบางส่วน และอีกส่วนก็ถูกเผาไหม้ จึงทำให้มันไร้ประโยชน์

     "ไม่ให้ทำอย่างงั้นหลอก!"

     นักเวทย์ในชุดผ้าคลุมพูด หลังจากนั้นเธอก็เหวี่ยงแขนในแนวนอนเหมือนกับท่าฟันดาบ แล้วมวลอากาศรูปร่างใบมีดก็ถูกสร้างขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

     "ใช้เวทมนต์แบบนั้นได้เหรอ?!"

     อเล็กเซย์ที่กำลังจะออกวิ่งต้องเปลี่ยนทิศทางเพื่อหลบคมมีดอากาศที่พุ่งเข้ามา

     เขาหลบได้อย่างฉิวเฉียด

     แต่แล้วเขาก็นึกขึ้นได้ว่าแค่หลบคมมีดนั้นยังไม่สามารถทำให้พวกเขาปลอดภัยได้ อเล็กเซย์จึงเร่งกล้ามเนื้อที่เท้าและกระโจนออกมาจากใบมีดอากาศนั่น

     หลังจากที่เขากระโจนออกมาได้ไม่ถึงหนึ่งวินาที่ นักเวทย์ก็ร่ายคีย์เวิร์ดอีกครั้ง

     "เฟลม่า!"

     มันคือคีย์เวิร์ดของเวทมนต์ธาตุเพลิง แต่มานาของเธอมีสีฟ้า ซึ่งเป็นธาตุลมอย่างเห็นได้ชัด

     แล้วทันใดนั้น เปลวเพลิงเล็กๆก่อประกายขึ้นในใบมีอากาศที่อยู่ใกล้กับอเล็กเซย์

     *ตู้ม!*

     ใบมีดอากาศกลายเป็นระเบิดเพลิงขนาดเล็ก ดังนั้นพวกอเล็กเซย์ที่จะโจนออกมาได้ทันจึงไม่ได้รับความเสียหายจากเปลวเพลิงสีฟ้านั่น

     "เกือบไปแล้ว..."

     อเล็กเซย์เหงือตกเพราะความฉีวเฉียดแบบนั้น รวมทั้งเหนื่อยกับการอุ้มร่างของลาเวนเดอร์เอาไว้ แต่เขาไม่คิดจะปล่อยมือจากลาเวนเดอร์เลย

     "หมายความว่ายังไงกันค่ะ?"

     ลาเวนเดอร์สงสัย เพราะอเล็กเซย์สามารถเดาได้ว่าคมมีดอากาศนั้นจะระเบิดออกเป็นเปลวเพลิง นั่นทำให้เธอคิดว่าอเล็กเซย์รู้บางอย่าง

     แต่อเล็กเซย์ไม่มีเวลาตอบคำถามของลาเวนเดอร์

     "มาอีกครั้งแล้ว!"

     อเล็กเซย์รีบใช้เท้าทั้งสองกระทืบพื้นถนน แล้วกระโจนไปด้านหลังเพื่อออกห่างจากนักเวทย์คนนั้นพร้อมๆกับหลบคมมีดอากาศอีกครั้ง

     "นั่นนะ มันนักเวทย์สายลม"

     "พูดอะไรนะคะ? ระเบิดเพลิงรุนแรงแบบนั้น-"

     "ยังไงก็ตามต้องรอจนกว่าตำรวจจะมาถึง"

     หากตำรวจมาถึงท่นั่น นักเวทย์คนนั้นจะต้องกลับไปแน่นอน เพราะว่าสภาเวทมนต์คงจะไม่เสี่ยงทำอะไรโจ่งแจ้งเกินไป ถึงแม้ว่าการระเบิดที่เกิดขึ้นจะโจ่งแจ้งมากแล้วก็ตาม

     แต่ระหว่างที่เด็กหนุ่มมัวแต่คิดอยู่นั้น..

     "ต้องทำ... ให้สำเหล็จ..."

     นักเวทย์ในผ้าคลุมก็โจมตีมาอีกครั้งด้วยคมมีอากาศ แต่ไม่ใช่แค่ 1 หรือ 2 อัน แต่เป็น 5 อัน! และกำลังเคลื่อนที่เป็นแนวโค้งเพื่อโจมตีอเล็กเซย์จากทุกทิศทาง

     "ยะ แย่แล้ว!"

     "อย่าลืมชั้นคนนี้ไปสิคะ!"

     ออร่าสีเขียวแผ่ออกมาจากร่างของลาเวนเดอร์อีกครั้ง แล้วแผ่นดินใต้ฝ่าเท้าก็แตกออก หลังจากนั้นรากของต้นไม้ก็งอกออกมา และมันกลายเป็นแผ่นเหยียบให้พวกเขา

     "อาเซน!*"

     เมื่อลาเวนเดอร์ร่ายคีย์เวิร์ดจบ รากไม้ทีเป็นแผ่นเหยีบก็ยกตัวสูงขึ้น พาร่างของเด็กหนุ่มให้สูงขึ้นไปบนอากาศเพื่อหลบคมมีดทั้ง 5 ชิ้น

     "ยังไม่พอ!"

     "รู้แล้วล่ะคะ!"

     ลาเวนเดอร์เคยเห็นใบมีดพวกนั้นระเบิดต่อหน้าต่อตา ถึงเธอจะไม่เข้าใจว่าเกิดได้อย่างไร แต่เด็กสาวก็ยังคาดการได้ เธอจึงรีบให้รากไม้ขยายออกมาเพื่อป้องกันรอบๆตัวจากคมมีดที่อาจระเบิดเป็นเปลวเพลิงอีกครั้ง

     แล้วมันก็เป็นไปตามที่คาด

     คมมีดเหล่านั้นกระแทกเข้ากับรากไม้ และสลายตัวออกเป็นมวลอากาศรอบๆ ซึ่งหลังจากนั้นก็มีประกายไฟเล็กๆ

     *ตู้ม!*

     "จิ..."

     นักเวทย์ในชุดผ้าคลุมกระเดาะลิ้นแบบแปลกๆคล้ายพูดไม่ชัดจนเปลี่ยนเสียง ช เป็น จ แทน

     จากสถานการณ์ ดูเหมือนว่ารากไม้จะป้องกันพวกลาเวนเดอร์เอาไว้ได้ แต่เขม่าควันจากการเผารากไม้ด้วยอุณภูมิสูงฟุ้งกระจายไปทั่ว

     อเล็กเซย์กระโดดลงมาจากรากไม้พร้อมลาเวนเดอร์ที่อุ้มเอาไว้ ก่อนที่รากไม้จะไม่สามารถรักษาความมั่นคงได้และล้มลงไป

     พวกเขาปลอดภัยจากเพลิงสีฟ้า แต่ว่า...

     อเล็กเซย์ล้มลงสู่พื้นทันที แล้วหมดสติไป

     "คุณอเล็กเซย์คะ!"

     นั่นทำให้ลาเวนเดอร์ที่ถูกอุ้มอยู่ล้มลงไปด้วยเช่นกัน และเธอพยายามคลานไปเรียกเขาให้ได้สติ แต่ดูเหมือนมันจะไม่ได้ผล

     "เกิดอะไรขึ้นค่ะ?"

     ลาเวนเดอร์ไม่เข้าใจที่จู่ๆอเล็กเซย์ก็ล้มลงไปกับพื้น แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามัวแต่คิด เพราะว่าเธอกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก

     ตอนนั้นเองที่นักเวทย์ในชุดผ้าคลุมเดินเข้ามาหาเธอ

     "ยอมซะ...เธอแพ้แล้ว..."

     "ใครว่าละค่ะ?"

     "!"

     รากไม้ขนาดเล็กโผล่ขึ้นมาจากร่องใต้เท้าของนักเวทย์ แล้วพวกมันก็มัดขาของเธอเอาไว้ไม่ให้หยับไปด้านหน้าได้

     "พายายามดี...แต่เปล่าปละโยชน์"

     คมมีอากาศขนาดเล็กถูกนักเวทย์สร้างขึ้น แล้วพวกมันก็พุ่งเข้าไปตัดรากเหล่านั้นให้ขาดออก ทำให้นักเวทย์ค่อยๆเดินเข้าใกล้ลาเวนเดอร์ขึ้นอีก

     "มากับเราซะ..."

     "ใครจะยอม...ละคะ"

     ลาเวนเดอร์อ่อนแรงลงไปเล็กน้อย เพราะเธอใช้มานาในการควบคุมรองเท้าช่วยเดินก่อนหน้านี้ไปเกือบหมด แถมยังต้องคอยป้องกันเปลวเพลิงสีฟ้านั่นอีก จนตอนนี้เธอคงไม่สามารถควบคุมต้นไม้ใหญ่ๆได้แน่นอน

     ดังนั้นเธอจึงเลือกสู้โดยเวทมนต์สายอื่นแทน

     "เฟลม่า!"

     นั่นคือสายไฟ แต่มันเป็นเวทมนต์ที่ลาเวนเดอร์ไม่ถนัด เธอจึงต้องใช้คีย์เวิร์ดในการช่วยร่าย ซึ่งแน่นอนว่าเธอต้องใช้มานามาก รวมทั้งคุณภาพของเวทมนต์จะไม่ดีเท่าทีควร

     แต่ยังไงก็ต้องสู้!

     เปลวเพลิงถูกฟ่นออกมาจากฝ่ามือของลาเวนเดอร์ซึ่งกำลังหันไปยังนักเวทย์

     หากว่าคิดตามหลักสามัญสำนึกทั่วไป ร่างของนักเวทย์ควรจะถูกเผาด้วยเพลิงนั่น ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่เดาได้ทั่วไป ยกเว้นว่านักเวทย์คนนั้นจะสามารถป้องกันมันได้ด้วยเวทมนต์

     เธอแบมือขึ้นมา แล้วชี้ไปยังเปลวเพลิง หลังจากนั้นเธอก็สร้างมวลอากาศเป่าเปลวไฟเหล่านั้นออกไปเหมือนกับปืนฉีดน้ำ ทำให้เปลวไฟของลาเวนเดอร์ไม่สามารถทำอะไรร่างกายนักเวทย์ได้เลย

     อีกทั้งนักเวทย์คนนั้นยังเดินเข้าหาลาเวนเดอร์ขณะใช้ลมเป่าเปลวไฟไปด้วย

     อีกไม่กี่วินาทีเธอก็จะมายืนด้านหน้าของลาเวนเดอร์ ซึ่งเป้าหมายคือการจับตัวลาเวนเดอร์ไปเป็นข้อต่อรอง โดยเป้าหมายของสภาเวทมนต์คือข้อมูลที่เป็นความลับของราชวงศ์

     เช่นเดียวกับราชวงศ์ สภาเวทมนต์ต้องการข้อมูลที่จะทำให้ตนมีข้อได้เปรียบในศึกความขัดแย้งภายในนี้

     "ยอมมากับเลา...ง่ายๆ..."

     "ไม่มีทางหรอกคะ!"

     แน่นอนว่าลาเวนเดอร์ไม่มีทางรู้ถึงความหมายของคำว่า "ดราก้อน" ที่พวกองค์หญิงเล่าให้ฟัง แต่ไม่ว่ายังไงเธอก็ยังพอรู้ข้อมูลอื่นที่สำคัญอยู่บ้าง เธอจึงไม่สามารถยอมแพ้ที่นี่ได้

     และที่สำคัญที่สุด...

     "ชั้นไม่อยากเดินไปบนเส้นทางที่ถูกคุณปกป้องไปตลอดหรอกนะ! โซเฟีย----!"

     ลาเวนเดอร์หัวโล่งไปหมด จนเธอไม่สามารถคิดอะไรได้อีกแล้ว มานาของเธอกำลังถูกใช้ไปกับเปลวไฟที่ถูกยิงไปยังนักเวทย์ ทำให้เธอตะโกนออกมาอย่างสุดเสียง

     อย่างน้อยก็ต้องให้เธอคนนั้นได้ยิน...





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

20 ความคิดเห็น