Dragon Heart - สงครามเวทมนตร์ [On hold]

ตอนที่ 113 : Chapter XIII - Part 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    21 มิ.ย. 62




3




      แจ๊ค กราแฮมกำลังคุยโทรศัพท์กับใครบางคนอยู่

      ถูกต้องครับ ดังนั้น...”

      “...ไม่เป็นไรครับ ทางเราต้องขอความร่วมมือด้วยเช่นกัน”

      เขาวางสายไป

      คาร์โล่ยังคนนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเดิม เขากำลังมองเอกสารต่างๆในมือ มีผลงานอุปกรณ์เวทมนต์มากมายบันทึกเอาไว้ นั่นคงเป็นหนังสืออนุมัติการสร้างหรือทดลองใช้งาน

      ดูเหมือนทางกรมตำรวจจะยอมร่วมมือนะ”

      ครับ” แจ๊คพยักหน้า “เพราะทางเราเองก็ยังมีสิ่งที่สำคัญกว่านั้นต้องทำอีก ดูนี่สิครับ”

      ในมือของแจ๊คมีอุปกรณ์คล้ายโทรศัพท์มือถือ ตัวเลขสองหลักสามจำนวนแสดงอยู่บนหน้าจอ นั่นดูเหมือนกับพิกัดของอะไรบางอย่าง

      พวกเราได้ตำแหน่งของสิ่งนั้นมาแล้วครับ

      ถ้างั้นสิ่งที่พวกเราต้องทำคือรองั้นสินะ ทางกรมตำรวจที่ยอมร่วมมือคงจะทำงานนั้นให้เสร็จไวๆนะ”


      ด้านนอกอาคารของเกวน เจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนายนำรถตู้มาจอดเอาไว้ ด้านในรถตู้เต็มไปด้วยหน่วยติดอาวุธครบมือกว่า 30 คน พวกเขาลงมาจากรถตู้ เข้าประจำตำแหน่งรอบๆอาคารเอาไว้

      เช็คเรียบร้อย”

      ทางนี้ก็ด้วย”

      ไม่มีอะไรผิดสังเกต เป้าหมายน่าจะอยู่ที่ชั้นใต้ดิน”

      พวกเขารวมตัวกันด้านหน้าประตูบานหนึ่งของอาคาร มีแป้นพิมพ์สำหรับพิมพ์รหัสผ่าน แต่มันไม่จำเป็น ในมือของพวกเขามีระเบิดหลายลูก หนึ่งในเจ้าหน้าที่นำพวกมันไปติดตั้งบนบานประตู

      ระหว่างที่ทุกคนให้ความสนใจกับหน้าที่ของตัวเอง ปากกาด้านหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะเก่าๆในห้อง ตรงปลายของมันส่องแสงสีแดงอยู่ลางๆ ปลายปากกาไม่ใช่ลูกลื่น แต่ไปสายไฟที่เชื่อมไปที่ไหนสักแห่ง ตรงตัวปากกามีบางอย่างคล้ายกล้องติดตั้งเอาไว้

      ทุกคนออกห่างจากบานประตู เพราะอีกเดี๋ยวจะจุดระเบิดและฝ่าเข้าไป มือระเบิดกำลังจะกดปุ่ม แล้วเสียงระเบิดก็ดังขึ้น พื้นสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รอยร้าวแพร่กระจายออกมาเป็นวงกว้าง

      มันไม่ใช่เสียงระเบิดที่พวกเขาติดตั้งเอาไว้ เสียงระเบิดดังมาจากด้านล่างของพวกเขา รอยร้าวเกิดขึ้นบนพื้น ช่องว่างระหว่างรอยแยกมีแสงสีขาวของละอองมานาสีเงินส่องสว่างอยู่

      ทุกคนรีบถอยออกมาเร็วเข้า!” หัวหน้าหน่วยสั่ง

      แต่อย่างไรก็ตาม รอยร้ายที่เกิดขึ้นบนพื้นทำให้พื้นห้องมีความต่างระดับ เจ้าหน้าที่ซึ่งพยายามหนีหลายคนสะดุดล้มเพราะพื้นต่างระดับนี้ และหลังจากนั้นไม่นาน พื้นห้องก็ยุบลงไปใต้ดิน

      ระเบิดมานาสีเงินพุ่งขึ้นมาด้านบน ส่งผลกระทบกับเพดานห้อง คอนกรีตเริ่มส่งเสียงแตกสลาย หลังจากนั้นเศษเพดานก็ร่วงลงมาทับกลุ่มของเจ้าหน้าที่ที่หนีออกมาไม่ทัน มันไม่เพียงพอที่จะทำให้หมดลมหายใจ แต่ก็ทำให้หมดสติได้

      ความเงียบเกิดขึ้นหลังจากนั้น

      คนที่เหลือรอดออกไปด้านนอกของอาคารทำได้เพียงยืนมอง อาคารเกือบจะถล่มลงมา พื้นและเพดานถูกทำลายจากด้านล่างไม่เหลือชิ้นดี แต่ประตูบานนั้นยังคงอยู่ดี

      นี่มันอะไรกันแน่...”

      “...ฟังเสียงนั่นสิ...”

      เสียงเท้าดังขึ้น ใครบางคนกำลังขึ้นบันไดที่อยู่อีกฟากของประตู เมื่อฟังดีๆ มันเป็นเสียงเท้าของคนหลายคน

      หนึ่งในเจ้าหน้าที่ตำรวจกลืนน้ำลาย เขาหยิบปืนกลที่สะพายบ่ามาอยู่ในมือ เล็งปลายกระบอกไปยังบานประตูบานนั้น ความกดดันทำให้มือของเขาสั่นไหว

      มือระเบิด!” หัวหน้าหน่วยหันไปสั่ง

      มือระเบิดรอดออกมาได้ เขามองไปยังบานประตูในห้อง ระเบิดที่ติดตั้งเอาไว้ยังมีสภาพดี สามารถใช้งานต่อได้ นิ้วโป้งของเขาจึงเล็งไปยังปุ่มจุดระเบิดทันที

      หัวหน้าหน่วยหันไปมองลูกน้องคนอื่นๆ เขาชูมือขึ้นเป็นสัญญาณเล็ง ทุกคนจึงจับปืนและหันมาเล็งเป้า รอจังหวะที่ประตูถูกระเบิดในการกราดกระสุนเข้าไป

      “...”

      มือระเบิดชูนิ้วสาม เสียงฝีเท้าเข้าใกล้ประตูเรื่อยๆ

      สอง

      หนึ่ง

      ระเบิดสีส้มแดงทะลวงประตูอย่างรุนแรง เศษเสี้ยวโลหันของประตูกระเด็นมาปักเข้าไปในรถตำรวจที่จอดอยู่ใกล้ๆ

      หลังจากนั้นสัญญาณเริ่มยิงของหัวหน้าหน่วยก็เปิดฉาก เสียงปืนหลายกระบอกดังขึ้นพร้อมกัน ห่ากระสุนมุ่งหน้าไปยังกลุ่มควันที่เกิดจากการระเบิดประตู เจ้าหน้าที่มีเหลือประมาณ 18 คน แต่ละคนยิงและเปลี่ยนซองกระสุนอย่างรวดเร็ว ไม่ปล่อยให้มีช่องว่าง

      แสงสีเงินส่องประกายภายในกลุ่มควัน เสียงของกระสุนปะทะกับมวลสารบางอย่างดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงกระสุนตกลงพื้น

      ไม่คิดเลยว่าพวกนั้นจะมุ่งยอมร่วมมือกับสภาเวทมนต์...” เกวนยกกาแฟขึ้นดื่ม

      ดูเหมือนว่าพวกเราจะโดนลูกหล่งของพ่อหนุ่มสาวคู่นี้ซะแล้วสินะ” เซเวนเนียร์ถือปืนพกในมือ

      ทั้งสองคนไม่โดนกระสุนสักนัดยิงโดน สาเหตุเป็นเพราะเด็กหนุ่มผมสีดำที่อยู่เบื้องหน้า เซ็นเอแผ่มานาสีเงิน สร้างแพงป้องกันกระสุน

      ด้านหลังของเขามียูริก้า เธอกำลังหลับตา อุปกรณ์บนแผ่นหลังของเธอส่งเสียงคล้ายเครื่องคอมพิวเตอร์ออกมา แสงสีขาวบนกระดูกสันหลังกระพริบเล็กน้อย

      ต้องขอบคุณกล้องวงจรปิดฉุกเฉินของฉันล่ะนะ ที่พวกเราสามารถเตรียมตัวได้ทัน” เกวนกล่าว ขณะมองไปยังปากกาที่ตั้งอยู่บนโต๊ะเก่าๆ มันคือกล้องวงจรปิดที่ดัดแปลงเป็นปากกา

      ฉันเคยบอกไปแล้วนิ ว่าให้ติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยซะบ้าง”

      “...เอาน่าๆ ยังไงตอนนี้ก็ไม่มีปัญหา ดูเหมือนว่ากรมตำรวจจะยอมร่วมมือกับสภาเวทมนต์ เลยส่งหน่วย SWAT มางั้นสินะ”

      เออ” เซ็นเอตอบด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “พวกนั้นต้องการจับตัวฉันไปให้ได้ ดังนั้นก็เลยให้กรมตำรวจร่วมมือด้วย เพื่อจะจับตัวฉันได้ง่ายขึ้น ...หลังจากนี้พวกเธอจะเอายังไง?”

      เซ็นเอหันไปถามเซเวนเนียร์และเกวน

      เกวนยักไหล่

      ฉันไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งแต่แรกอยู่แล้ว อีกอย่างงบที่พวกนั้นให้สำหรับงานประดิษฐ์ของฉันนั้นน้อยมาก บอกตามตรง นี่เป็นโอกาสดีที่จะตัดความสำพันธ์กับมันไปซะ”

      แต่ทางนี้เป็นเจ้าหน้าที่พิเศษเลยล่ะนะ” เซเวนเนียร์เหงื่อตก เธอคือเจ้าหน้าที่ของกรมตำรวจอย่างเป็นทางการ “การที่กรมตำรวจสั่งให้โจมตีโดยไม่บอกให้ฉันรู้เลย หมายความว่าตอนนี้ฉันโดนทิ้งแล้วสินะ... ไม่คิดเลยว่าจะต้องจบงานตำรวจตั้งแต่อายุ 20 กว่า”

      เอ๋? ถ้าจำไม่ผิดเธออายุ-”

      เกวนกำลังจะบอกอายุของเธอออกมา เซเวนเนียร์จึงยกแก้วกาแฟในมือของเกวนขึ้น แล้วบังคับให้เธอดื่ม จนไม่สามารถพูดต่อได้ สีหน้าของเซเวนเนียร์มีเส้นเลือดปูดขึ้นมาเล็กน้อย

      ช่วยอย่าพูดอายุของฉันออกมาจะได้รึเปล่า?”

      “...อึ..อือ...” เกวนต้องพยักหน้า เพราะปากของเธอโดนเซเวนเนียร์ยัดเยียดกาแฟให้ดื่มอยู่ หากเผลอพูดออกไป มีหวังสำลักกาแฟแน่

      ทั้งสองคนไม่มีท่าทางตึงเครียด ทั้งๆที่พวกเขากำลังถูกกราดห่ากระสุนใส่

      ให้ตายสิ น่ารำคาญจริงๆ” เซ็นเอบ่นเงียบๆ

      ควันจากการระเบิดเมื่อครู่เริ่มหายไป เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเห็นทั้งสี่คนที่อยู่ตรงนั้นอย่างชัดเจน สีหน้างุนงงปรากฏขึ้นมากมาย หนึ่งในพวกนั้นปาระเบิดเข้ามา แต่ก็ไม่เป็นอะไร

      กำแพงมานางั้นเหรอ? ก็ได้ยินมาว่าเป็นนักเวทย์ที่แข็งแกร่ง แต่กำแพงมานานั่นมีความหนาขนาดไหนกันแน่ ถึงจะป้องกันแรงระเบิดแบบนั้นได้!?”

      เซ็นเอขมวดคิ้ว

      (พวกสภาเวทมนต์ไม่ได้บอกกับเจ้าพวกนี้งั้นเหรอ ว่าเราคือตัวอย่างการทดลองที่สำเร็จ? หมายความว่าพวกนี้ไม่รู้เรื่องการทดลองงั้นสินะ)

      พวกแกนี่โชคดีชะมัดเลยนะ”

      “?” คำพูดของเด็กหนุ่มผมดำทำให้หัวหน้าหน่วยเอียงคอสงสัย

      ถ้าพวกแกรู้เรื่องการทดลอง แต่ยังยอมร่วมมือกับพวกมันล่ะก็ ฉันคงจะฆ่าพวกแกไปแล้ว”

      เสียงอุปกรณ์บนแผ่นหลังของยูริก้าดังขึ้นเบาๆ ทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ เธอลืมตาขึ้นมา หันไปมองเกวนและเซเวนเนียร์ด้านหลัง

      อุปกรณ์เสริมที่ติดตั้งเข้าไปเป็นไงบ้าง?” เกวนถาม

      “...ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดีค่ะ” ยูริก้าตอบ ก่อนจะหันไปมองเซ็นเอ “พร้อมแล้วนะ?”

      อืม...” เซ็นเอพยักหน้า

      ยูริก้าวางฝ่ามือลงไปที่ต้นคอของอเล็กเซย์ กระแสไฟฟ้าสีฟ้าส่องแสงสว่าง เคลื่อนที่ผ่านมือของยูริก้าไปยังต้นของของเด็กหนุ่ม ก่อนจะส่งไปถึงสมอง ปริมาณของมันมีน้อยเกินกว่าจะทำอันตรายใดๆ แต่มีมากพอที่จะส่งข้อมูลไปยังสมอง

      กระสุนมานาสีเงินจำนวนมากถูกสร้างขึ้นรอบๆเจ้าหน้าที่อย่างพร้อมเพรียง เจ้าหน้าที่ทุกคนหยุดยิงด้วยความงุนงง หันไปมองกระสุนกลมๆขนาดพอๆกับลูกแก้วจำนวนมากที่ลอยอยู่กลางอากาศรอบๆตัว

      เกวนพยักหน้าอย่างพอใจ

      อืมๆ ดูเหมือนว่าการทดลองจะประสบผลสำเร็จงั้นสินะ พ่อหนุ่ม” เธอหันไปเรียกเซ็นเอ “เธอได้รับการคำนวนของแม่สาวผ่านกระแสไฟฟ้านั่นแล้วสินะ”

      ใช่ จู่ๆข้อมูลตัวเลขจำนวนมากก็พุ่งเข้าสู่สมอง นี่คือสิ่งประดิฐของเธองั้นเหรอ?”

      มันคือการคำนวนเวทมนต์ด้วยอุปกรณ์บนแผ่นหลังของแม่สาว หลังจากนั้นก็ส่งผลการคำนวนไปยังสมองของพ่อหนุ่มผ่านทางกระแสไฟฟ้าอ่อนๆไงล่ะ ...ถ้ามันสามารถใช้งานได้จริง เธอน่าจะยังควบคุมเวทมนต์ได้”

      เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง” เซ็นเอตอบ ก่อนจะหันไปมองกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกครั้ง “ฉันยังควบคุมกระสุนมานาพวกนั้นได้สบายๆ”

      กระสุนมานาขนาดเท่าลูกแก้วเคลื่อนไหว ทั้งหมดพุ่งเข้าใส่เจ้าหน้าที่ที่เหลืออยู่พร้อมกัน จุดที่เล็งเอาไว้ทั้งหมดเป็นจุดที่ไม่สำคัญ เซ็นเอไม่ต้องการปลิดชีพของพวกเขาทิ้ง

      ยูริก้าแสดงรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย

      เจ้าหน้าที่ตำรวจหลายคนถูกยิงที่ขา ทำให้ล้มและไม่สามารถยืนต่อได้ การโจมตีหยุดลงโดยทันที เซ็นเอจึงปล่อยกำแพงมานาให้ระเหยไปในอากาศ

      หัวหน้าหน่วยหยิบปืนพกขึ้นมาเล็กไปยังเด็กหนุ่มด้วยสีหน้าเจ็บใจ ถึงแม้จะยืนไม่ได้เพราะขาบาดเจ็บ แต่สติของเขายังมั่นคง สายตายังแม่นยำ นิ้วเกี่ยวไกปืนพร้อมยิง

      เท้าของเซเวนเนียร์พุ่งลงมาเหยีบมือของหัวหน้าหน่วย ปืนกระเด็นออกมาจากมือก่อนที่จะได้ยิง เธอมาอยู่ด้านหน้าของเขาตอนไหนยังไงก็ไม่ทราบ

      “!?” หัวหน้าหน่วยแสดงสีหน้าเจ็บปวด มือของเขาโดนเท้าของเซเวนเนียร์เหยียบและกดลงกับพื้น “คุณเซเวนเนียร์ ทำไมถึงร่วมมือกับพวกนั้น?”

      “...”

      หน้าที่ของตำรวจอย่างพวกเราคือการรับใช้ประเทศนี้ไม่ใช่รึไงครับ?”

      ผิดแล้ว”

      “?”

      หน้าที่ของพวกเราคือการปกป้องประชาชนต่างหาก ดังนั้นสภาเวทมนตร์ที่ใช้ชีวิตของประชาชนเป็นหนูทดลอง อีกทั้งยังทำลายชีวิตของเด็กสองคนน่ะ ไม่ใช่คนที่เราต้องรับใช้”

      หัวหน้าหน่วยไม่รู้เรื่องการทดลองของสภาเวทมนตร์ ดังนั้นจึงไม่รู้ว่าเซเวนเนียร์กำลังพูดเรื่องอะไร

      ขอโทษนะ” เซเวนเนียร์เตะใบหน้าของเขาด้วยปลายเท้า ทำให้เขาสลบไป


      เลวินและเวโรนิก้าเดินไปตามทางเดิน

      มันคือชั้นใต้ดินของอาคารสภาเวทมนต์ พวกเขาเข้ามาทางเส้นทางซ่อมบำรุงท่อส่งมานาที่อยู่ชั้นใต้ดิน ซึ่งไม่มีคนเดินผ่านมากนัก

      บริเวณนี้ไม่มีกล้องวงจรปิด เพราะมันไม่ใช่จุดสำคัญอะไร ท่อส่งมานามี 100 ท่อ ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องรักษาความปลอดภัยท่อใดท่อหนึ่ง

      นั่นคือสาเหตุที่พวกเลวินสามารถเดินไปมาได้อย่างอิสระ

      เลวินหยิบอุปกรณ์บางอย่างออกมาจากกระเป๋าที่นำมาด้วย พกมันเอาไว้ในกระเป๋า มันคืออุปกรณ์คล้ายโทรศัพท์มือถือ มีขนาดใหญ่กว่าปกติ แป้นพิมพ์ยื่นออกมา

      เนื่องจากโครงสร้างของอาคารหลังนี้นั้นเป็นความลับสูงสุด พวกเราจึงไม่มีข้อมูลของมัน ตอนนี้พวกเรายังไม่รู้ตำแหน่งของห้องที่ใช้ควบคุมสนามพลังรอบๆอาคาร”

      แล้ว นายกำลังทำอะไรเหรอ? เลวิน?” เวโรนิก้าถาม

      เลวินกำลังใช้อุปกรณ์ในมือ สายไฟสีดำเชื่อมต่อกับอุปกรณ์นั่นและแผงควบคุมอะไรบางอย่างบนกำแพง ทำให้อุปกรณ์ส่งเสียงเป็นจังหวะ

      ภายในตัวอาคารมีระบบรักษาความปลอดภัย และหุ่นยนทำความสะอาดอัตโนมัติ” เลวินอ่านตัวอักษรที่ปรากฏขึ้นบนอุปกรณ์ “ฉันกำลังเจาะระบบเอาข้อมูลที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายน่ะ...”

      ถ้างั้นก็สามารถเจาะ แล้วเอาผังของอาคารมาได้งั้นสิ?”

      มันไม่ง่ายขนาดนั้น ถึงจะสามารถเชื่อมเข้าระบบผ่านแผงควบคุมทั่วไปแบบนี้ได้ แต่มันไม่มีสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลระดับนั้น ถ้าหากว่าพวกเราต้องการแผนผังล่ะก็..จำเป็นต้องไปเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์สักแห่ง...”

      หมายความว่า...พวกเราต้องเดินไปมามั่วๆในอาคารนี้ เพื่อหาเครื่อมคอมในการเจาะระบบ เอาข้อมูลแผนผังมางั้นสินะ?”

      ไม่จำเป็นต้องเดินมั่วๆหรอก” เลวินเก็บอุปกรณ์และสายไฟเข้ากระเป๋า “ฉันบอกไปแล้วไง ว่าอาคารหลังนี้มีหุ่นยนต์ทำความสะอาดอัตโนมัติอยู่ด้วย”

      หุ่นยนต์ทำความสะอาด? มันทำไมงั้นเหรอ?” เวโรนิก้าถามด้วยสีหน้างุนงง

      มันมีระบบจดจำเส้นทางอยู่” เลวินยิ้มอย่างมั่นใจ “เราสามารถเอาแผนที่คร่าวๆมาจากมันได้ ถึงจะไม่รู้ว่าห้องไหนเป็นห้องอะไร แต่อย่างน้อยก็รู้จำนวนห้องแต่ล่ะชั้น”

      หุ่นยนต์ทำความสะอาดมีระบบจดจำเส้นทาง แผนที่ถูกบันทึกเอาวไว้ภายในตัวเครื่อง ทำให้ง่ายต่อการเดินทางของหุ่นยนต์ พวกเลวินสามารถเจาะเข้าระบบหุ่นยนต์ เพื่อขโมยแผนที่นั่นได้

      แต่การทำอย่างนั้นไม่ง่ายอย่างที่คิด หุ่นยนต์ทำความสะอาดเคลื่อนที่ไปมาบริเวณทางเดินชั้นบน กล้องวงจรปิดถูกติดตั้งเอาไว้บนเพดานและกำแพง ทำให้พวกเลวินออกไปหยิบหุ่นยนต์มาโต้งๆไม่ได้

      ถ้างั้นจะเอายังไงล่ะ?” เวโรนิก้าถาม “จะพังกล้องซะเลยดีรึเปล่า?”

      แบบนั้นจะทำให้ถูกสงสัยแน่...”

      นายไม่มีอุปกรณ์อะไรสำหรับสถานการณ์แบบนี้เลยงั้นเหรอ?”

      สถานการณ์แบบนี้ไม่ใช่อะไรที่สามารถแก้ไขได้ง่ายๆเพียงการใช้อุปกรณ์หรอกน่ะ พวกเราจำเป็นต้องใช้ทางอ้อม”


      รถตู้ของแมคาร์นอฟจอดอยู่ในป่า

      เนลลี่ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์จำนวนมากด้านหลังรถ สายเคเบิลจำนวนมากเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ส่งสัญญาณ เธอกำลังพยายามแฮ๊คเข้าไปในระบบบางอย่าง

      เรือนจำของกรมตำรวจตั้งอยู่บริเวณชานเมือง รอบๆล้อมไปด้วยป่าไม้ เส้นทางการเข้าออกมีเพียงถนนเส้นเดียว หากเข้าไปใกล้เกินไปจะโดนตรวจตรา ดังนั้นพวกแมคาร์นอฟจึงออกนอกเส้นทางเข้ามาในป่า

      ต้นไม้สูงบดบังรถตู้ส่วนหนึ่งเอาไว้ ทำให้พวกเขาสามารถจอดรถใกล้กับเรือนจำมากพอ เครื่องส่งสัญญาณสามารถเชื่อมต่อกับเครือข่ายของเรือนจำได้

      การเชื่อมต่อสำเร็จ แต่กว่าจะควบคุมระบบของเรือนจำทั้งหมดได้จำเป็นต้องใช้เวลา” เนลลี่มองหน้าจอแล้วพูดขึ้น

      เรื่องนั้นไม่เป็นไร ถึงจะสามารถเปิดให้นักโทษออกมาได้ทั้งหมด พวกเขาก็ไม่สามารถขัดขืนเจ้าหน้าที่ได้ เพราะไม่มีอาวุธต่อสู้” แมคาร์นอฟมองไปยังเรือนจำ

      กองกำลังใต้ดินที่ร่วมงานกับแมคาร์นอฟก่อนหน้านี้ถูกจับเอาไว้ในเรือนจำนี้ พวกเขากำลังวางแผนช่วยให้หนีออกมาได้ แต่การจะให้นักโทษไร้อาวุธขัดขืนผู้คุมมีปืนคงยาก

      ภายในเรือนจำส่วนใหญ่มีคลังอาวุธ ปริมาณของมันมีมากพอที่จะต่อต้านการก่อความวุ่นวายของนักโทษ หรือแม้กระทั่งหยุดการก่อจลาจลได้

      มันคงเป็นสิ่งที่ไม่ดีเท่าไหร่ หากพวกแมคาร์นอฟเปิดประตูห้องขังทั้งหมดได้ แต่พรรคพวกที่ถูกขังอยู่ด้านในโดนยิงโดยพวกผู้คุม

      เราจำเป็นต้องสร้างความวุ่นวายมากกว่านี้ ก่อนที่จะเปิดประตูห้องขัง”

      มีเวลาอีก 50 นาที ดังนั้นรีบทำให้เสร็จๆ” เนลลี่หยิบกระเป๋าสองใบ โยนไปยังแมคาร์นอฟด้านนอกรถ “รีบๆติดตั้ง”

      แมคาร์นอฟเช็คของที่อยู่ด้านในกระเป๋า

      ระเบิดไดนาไมต์หลายลูกบรรจุอยู่ด้านใน แรงระเบิดของมันมีมากพอที่จะพังกำแพงหนาๆของเรือนจำได้ เสียงที่เกิดจากการระเบิดสามารถสร้างความแตกตื่นพอที่จะหยุดการเคลื่อนไหวของทุกคนที่ได้ยิน


      เร็กซ์ เคย์นั่งอยู่ภายในห้องขัง ด้านข้างมีเตียงนอนโทรมๆ ความมืดครอบคลุมห้องจนมองไม่เห็น ขาของเขาถูกล่ามเอาไว้ด้วยลูกตุ้ม ทำให้เคลื่อนไหวได้ไม่สะดวก

      มันคือห้องขังเดี่ยว สำหรับนักโทษที่มีปัญหา

      ชายอายุ 30 ต้นๆคนนี้เคยเป็นสมาชิกของกองกำลังใต้ดิน เขามีร่างกายแข็งแรงพอๆกับทหารมืออาชีพ ดูจากสภาพแล้วสามารถจินตนาการภาพที่เขายิงปืนได้อย่างแม่นยำ

      หน้าตาของเขาดูดีเหมือนคนปกติทั่วไป ด้วยร่างกายนั่น เขาคงจะสามารถหาแฟนได้ไม่ยาก คงมีผู้หญิงหลายคนที่ชอบหุ่นทหารแบบนี้ แต่น่าเสียดาย ที่เขาคนนี้มีครอบครัวแล้ว

      ในมือของเขามีภาพของภรรยาถ่ายคู่กัน ฉากหลังเป็นเมืองหลวง ซึ่งไม่ใช่เมืองหลวงของอาณาจักรนี้ เพราะเขาไม่ใช้ประชาชนของอาณาจักรอลิสเซีย แต่เขาเป็นชาวเบอลลิทธ์ ภาษาที่เขียนเอาไว้บนรูปภาพเป็นภาษาเบอลลิทธ์ นั่นเป็นหลักฐานที่เด่นชัด

      เขาคงมีสาเหตุบางอย่างที่ทำให้ต้องมาทำงานเสี่ยงชีวิตอย่างทหารรับจ้าง เช่นเดียวกับสมาชิกคนอื่นๆของกองกำลังใต้ดิน

      แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนที่เป็นคนดี บางคนในกลุ่มทหารรับจ้างนั้นเป็นพวกกระหายเลือด แต่นั่นเป็นส่วนน้อย เพราะพวกกระหายเลือดส่วนใหญ่มักเข้าร่วมกลุ่มโจรเสียมากกว่า

      มารี...” นั่นคือชื่อภรรยาของเขา

      เสียงพึมพำเบาของเขาดังแววออกไปนอกห้องขัง เสียงเหล็กกระทบกันก็ดังตามมา เจ้าหน้าที่เฝ้ายามทุบประตูเหล็กหนาด้วยไม้กระบอง

      ถ้าแกยังไม่หยุดพึมพำอีกล่ะก็ ฉันจะทำคำขอให้พวกเบื้องบนมัดปากของแกเอาไว้” หนึ่งในเจ้าหน้าที่ตำรวจตะโกนเข้าไป

      เอาน่าๆ เจ้านั่นก็ไม่ได้ก่อความวุ่นวายอะไร หลังจากตอนนั้น ดังนั้นหยวนๆให้มันหน่อยเถอะน่า”

      เจ้าหน้าที่ตำรวจอีกคนพูดกล่อม เขาคือคนที่เพิ่งบรรจุเข้ามาใหม่ มีความหนุ่มกว่าอีกคนมาก

      จู่ๆ เสียงระเบิดก็ดังขึ้น แรงสั่นสะเทือนทำให้บานประตูเหล็กของห้องขังสั่นสะเทือน สร้างเสียงกุกกัก ความกังวลปรากฏขึ้นบนใบหน้าของตำรวจทั้งสองคน

      เมื่อกี้มันอะไร?”

      ระเบิดงั้นเหรอ?”

      แก ยืนเฝ้าตรงนี้เอาไว้” เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดุดันหยิบปืนพกออกมาจากกระเป๋าของตัวเอง แล้วยื่นให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจหนุ่มอีกคน “เอาปืนพกนี่ไปใช้ก่อน ถ้าเกิดมีอะไรเกิดขึ้น ยิงได้แบบไม่ต้องลังเล”

      “...คะ..ครับ”

      ตำรวจดุดันวิ่งไปดูสถานการณ์ ทำให้เหลือเพียงเขาคนเดียวด้านหน้าห้องขัง

      เรกซ์ยื่นหน้ามายังประตูเหล็ก

      ด้านนอกเกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ?”

      “...นายกลับเข้าไปแบบเกิดจะดีกว่า มีเสียงเหมือนระเบิดดังขึ้น แต่คงจะเป็นอุบัติเหตุอะไรซักอย่าง”

      งั้นเหรอ? เอานี่ไปสิ” เรกซ์ยื่นรูปถ่ายภรรยาของตนให้ตำรวจหนุ่ม “ของคุณที่แอบเอารูปนี่มาให้ฉัน แต่ถ้าโดนจับได้ นายจะซวยไปด้วย รีบเอากลับไปเก็บจะดีกว่า”

      ปกติแล้ว ห้องขังเดี่ยวแบบนี้จะไม่ให้นักโทษได้รับอะไรอย่างอื่นนอกจากอาหาร รูปถ่ายนั่นเป็นสิ่งที่ตำรวจหนุ่มแอบเอามาให้เร็กซ์ที่เป็นนักโทษ ถ้าหากว่าโดนจับได้ เขาอาจจะถูกปลดประจำการ หรือไม่ก็ต้องเข้าคุกแบบเดียวกัน

      จะดีเหรอ? นายคิดถึงครอบครัวมากไม่ใช่รึไง?”

      เรื่องนั้นไม่เป็นไร”

      ตำรวจรับภาพมา เร็กซ์เดินกลับไปนอนอยู่บนเตียงและปิดตาลง

      เสียงปืนดังขึ้น


      พวกเราถูกเห็นแล้วงั้นเหอร?!” เนลลี่สบถขึ้นมา

      เสียงปืนเมื่อครู่คือเสียงปืนของผู้คุมบนกำแพงเรือนจำ พวกเขาเห็นรถตู้ที่จอดอยู่ในป่า เขตนั้นเป็นเขตห้ามเข้าอย่างเด็ดขาด เขาจึงสามารถยิงสิ่งหน้าสงสัยโดยไม่ถามอะไร

      [ทางนี้ก็โดนเห็นเหมือนกัน] แมคาร์นอฟติดต่อมาทางอุปกรณ์สื่อสาร

      ว่าแต่ ทำไมระเบิดถึงทำงาน มันไม่น่าจะระเบิดตอนนี้?”

      [เรื่องนั้นเอง ทางนี้ก็ไม่รู้ การติดตั้งระเบิดไม่มีอะไรผิดพลาด]

      ถ้างั้นทำไม...”

      คำพูดของเนลลี่หยุดไป เธอมองเห็นเศษกระดาษวางอยู่บนพื้น มันไม่ควรมาอยู่ที่นี่ ในรถไม่มีเอกสารอะไรเลย ดังนั้นไม่ควรจะมีเศษกระดาษหล่นอยู่

      กระดาษแผ่นนั้นถูกซ่อนเอาไว้ ซึ่งจะเห็นได้ก็ต่อเมื่อกระเป๋าบรรจุระเบิดถูกนำออกไปโดยแมคาร์นอฟแล้ว ใครบางคนเขียนมันขึ้น ตั้งใจจะให้เนลลี่อ่านหลังจากระเบิดปะทุขึ้นแล้ว

      บนหน้ากระดาษเขียนเอาไว้ว่า “ขอให้สนุกกับการช่วยเหลือพรรคพวก —เจ้าหน้าที่ข่าวกรอง”

      ไอ้บ้านั่น...”

      คำว่า เจ้าหน้าที่ข่าวกรอง นั้น มีเพียงคนเดียวที่จะเรียกตัวเองอย่างนั้น และเป็นคนๆเดียวกับที่นั่งอยู่ในรถนี้ไม่กี่ชั่วโมงก่อน

      [รู้สาเหตุแล้วงั้นเหรอ?] แมคาร์นอฟถาม ได้ยินเสียงไม่พอใจของเนลลี่

      ถ้าเจอกันอีกครั้ง ฉันจะฆ่าไอ้เจ้านั่น”


      ความรู้สึกเสียวสันหลังวาบเคลื่อนที่ผ่านเลวิน

      มีอะไรงั้นเหรอ?” เวโรนิก้าถาม

      คงจะกำลังโดนแรงอาฆาตจากสองคนนั้นอยู่ล่ะมั้ง?” เลวินพอจะเดาสาเหตุได้

      นั่นเป็นสิ่งที่นายก่อเองไม่ใช่รึไง?”

      แหมๆ” เลวินยิ้มแบบเจ้าเล่ห์

      เสียงของกังหันลมดังไปทั่ว ตอนนี้ทั้งสองคนอยู่ในท่ออากาศ มันเป็นเส้นทางการเคลื่อนที่ที่ดีสำหรับหลบหลีกกล้องวงจรปิด

      เลวินดูข้อมูลที่ได้มาจากหุ่นยนต์ทำความสะอาดอย่างใจเย็น

      เวโรนิก้าคลานไปตามท่อด้านหน้าของเขา โชคดีที่เธอไม่ได้ใส่กระโปรง แต่เป็นกางเกงยีนขาสั้น และถุงน่องสีดำ ทำให้เธอสามารถอยู่ด้านหน้าได้

      การเคลื่อนที่แบบนั้นสะดวกกว่า เพราะความอ่อนตัวของเธอทำให้เธอคลานในท่อแคบๆ และเลี้ยวตามทางเลี้ยวได้รวดเร็ว

      ทางซ้าย” เลวินทำหน้าที่ดูแผนที่ และบอกทางจากทางด้านหลัง

      นายคงไม่ได้บอกทางผิดหรอก ใช่มั้ย?”

      ไม่หรอก ถ้าเราดูแผนที่เส้นทางของหุ่นยนทำความสะอาด เราสามารถคาดเดาตำแห่งของกำแพงและโต๊ะได้ ซึ่งห้องคอมพิวเตอร์จะต้องมีโต๊ะคอมวางเรียงติดๆกัน หากดูดีๆจะสามารถบอกตำแหน่งได้”

      ถ้างั้นก็ดีไป เพราะถึงแม้ร่างกายของฉันจะอ่อนตัว และขยับไปตามท่อได้ง่าย แต่เพราะฉันอ้วนไปหน่อย ก็เลยติดหน้าท้องน่ะนะ...”

      หน้าท้อง?” เลวินไม่เข้าใจว่าเธอกำลังพูดเรื่องอะไร (อ้วนงั้นเหรอ? ไม่สักหน่อย ร่างกายของเธอดูดีด้วยซ้ำ... อีกอย่าง หน้าท้องของเธอก็ไม่ได้อ้วยด้วย ดังนั้นสิ่งที่ทำให้เธอขยับลำบาดก็คือ...)

      บางอย่างขนาดเกินมือสองลูกนั่น เลวินมองไม่กี่วินาทีก็ดูออก หน้าอกของเวโรนิก้าคงจะทำให้ลำตัวของเธอมีน้ำหนัก ถ่วงการเคลื่อนไหวเวลาคลาน

      (ไม่พูดอะไรดีกว่า ถ้าพูดไปแบบไม่คิด ส้นเท้าของเธอคงจะพุ่งมายังใบหน้าแน่...) เลวินถอนหายใจ

      จะว่าไป...”

      “?” เลวินเอียงคอสงสัย

      ทำไมถึงเปลี่ยนเวลาระเบิดของพวกคุณแมคาร์นอฟงั้นเหรอ?”

      อ๋อ? เห็นด้วยงั้นเหรอ?”

      เวโรนิก้าเห็นเลวินในตอนที่เปลี่ยนเวลาของระเบิดที่พวกเนลลี่จะใช้ ซึ่งการที่เขาทำแบบนั้นทำให้ตอนนี้พวกเธอต้องปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งเรือนจำอยู่

      ฉันใช้พวกเขาเป็นตัวดึงดูดความสนใจน่ะ” เลวินอธิบาย

      ตัวดึงดูดความสนใจ?”

      ใช่ ถ้าหากมีการก่อการร้ายขึ้นที่เรือนจำบริเวณชานเมืองล่ะก็ พวกกรมตำรวจก็จะต้องส่งกำลังเสริมไปแน่ ทำให้ภายในเมืองหลวงมีกองกำลังฝั่งตำรวจน้อยลง”

      “...กองกำลังผั่งตำรวจน้อยลง?”

      ประเทศนี้มีเมืองเมืองเดียวคือเมืองหลวง ถึงแม้เศรษฐกิจประเทศจะดีมากแค่ไหน แต่จำนวนประชากรและกำลังคนนั้นมีจำกัด ..ขณะเดียวกัน นักโทษของกองกำลังใต้ดินจำนวนมากถูกขังเอาไว้ในเรือนจำ พวกตำรวจต้องไม่อยากให้พวกนั้นแหกคุกออกมาได้แน่”

      “...” เวโรนิก้าตั้งใจฟัง ขณะคลานไปตามเส้นทาง

      หากนักโทษจำนวนมากแหกคุกออกมา พวกนั้นอาจจะมุ่งหน้าไปยังเมืองหลวง และก่อความวุ่นใหญ่ๆได้—พวกตำรวจคิดแบบนั้น พวกนั้นจึงต้องส่งกองกำลังที่มีจำนวนมากพอต่อกรกับกลุ่มนักโทษจำนวนมากแบบนั้นไป ทำให้ตำรวจในเมืองหลวงเหลือน้อย”

      ทำไมถึงทำแบบนั้นล่ะ?”

      ถ้าหากเกิดการปะทะระหว่างสภาเวทมนต์และกองกำลังอัศวินล่ะก็ พวกตำรวจจะต้องเข้ามาร่วมด้วยแน่ กลายเป็นสงคราม 3 ฝั่งกลางเมือง ทำให้เกิดความเสียหายเยอะกว่าเดิม”

      ดังนั้นนายก็เลยใช้พวกคุณแมคาร์นอฟ ล่อให้พวกตำรวจออกจากเมืองไปสินะ” เวโรนิก้าคาดเดา

      อืม” เลวินพยักหน้า “พวกเรามาถึงแล้ว ห้องนี้แหละ”

      ด้านหน้ามีช่องระบายอากาศ มันเชื่อมต่อกับห้องด้านล่าง เวโรนิก้ามองผ่านช่องเพื่อเช็คดูว่ามีใครในห้องรึเปล่า แล้วจึงใช้เวทมนต์ลมเปิดทางให้ลงไปด้านล่าง

      เป็นห้องคอมพิวเตอร์จริงๆด้วย”

      ใช่มั้ยล่ะ?” เลวินลงตามมา

      เดี่ยวฉันจะไปดูตรงประตูทางเข้าให้ ถ้าหากมีคนมาฉันจะรีบเตือน ทางนายก็...”

      เข้าใจแล้ว ฉันจะรีบเจาะเข้าระบบ เพื่อเอาแผนที่ห้องควบคุมสนามพลังสิน้า—”





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

20 ความคิดเห็น