Dragon Heart - สงครามเวทมนตร์ [On hold]

ตอนที่ 116 : Chapter XIII - Part 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    16 มิ.ย. 62




6




แมคาร์นอฟเดินทางมาถึงห้องควบคุมของเรือนจำ แต่ต้องปะทะกับเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่ง ทำให้เขาเสียแรงไปเล็กน้อย

เขาเตรียมปืนในมือให้พร้อม เพราะรู้ว่าด้านในห้องควบคุมต้องมีคนอยู่อย่างน้อยสักหนึ่งคน ดังนั้นการเตรียมตัวปะทะจึงไม่ใช่เรื่องที่ผิด

“...”

ประตูเปิดออกอย่างรุนแรง แล้วแมคาร์นอฟก็พุ่งเข้าไปด้านในพร้อมกับปืนในมือ เล็งไปยังคนที่อยู่ด้านใน 3 คน หลังจากนั้นก็เหนี่ยวไกอย่างไม่ลังเล

กระสุนปืนลูกโม่ของเขาสามารถเจาะเกราะกันกระสุนได้ เพราะมันคือกระสุนพิเศษที่ถูกดัดแปลงมาสำหรับต่อสู้กับการป้องกันเวทมนตร์ลม

เจ้าหน้าที่ 2 คนล้มลงไปยังพื้น แต่อีกคนหนึ่งสามารถกระโจนไปหลบหลังเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ทันเวลา ทำให้รอดจากกระสุนของแมคาร์นอฟ

มือของเจ้าหน้าที่คนสุดท้ายเอื้อมไปกดปุ่มบางอย่างที่อยู่บนแป้นพิมพ์ของคอมพิวเตอร์ เปลี่ยนหน้าจอทั้งหมดให้กลายเป็นสีแดง

“ลบข้อมูลคำสั่งทั้งหมด!?” แมคาร์นอฟอ่านตัวอักษรบนหน้าจอ “ระเบิดเรือนจำในอีก 10 นาที?!”

“หึ” เจ้าหน้าที่หัวเราะออกมาเบาๆ

แมคาร์นอฟพุ่งเข้าไปจับตัวทันที ต่อยเข้าไปที่หน้าท้องสองสามครั้ง ก่อนจะกระแทกร่างของเจ้าหน้าที่ไปยังผนังห้องด้วยความรุนแรง

“ทำอะไร!?” เขาตะโกนถาม

“อีกไม่นานที่นี่จะระเบิดยังไงล่ะ!”

“บอกวิธีการหยุดมันมาซะ!”

“...”

เมื่อเจ้าหน้าที่ไม่ยอมตอบ แมคาร์นอฟจึงนำปืนมาจ่อตรงคางอย่างไม่ลังแล แสดงสีหน้าอย่างชัดเจนว่า หากไม่ยอมตอบจะเหนี่ยวไก

แววตาหวาดกลัวปรากฏบนใบหน้าของเจ้าหน้าที่เล็กน้อย แต่เขายังไม่ยอมตอบ แมคาร์นอฟจึงกดปลายปืนลงไปแรงขึ้น

“ไม่รู้งั้นเหรอ?” แมคาร์นอฟถาม

“...”

ดูจากสีหน้าของเจ้าหน้าที่แล้ว แสดงให้เห็นว่าเขาไม่รู้วิธีการหยุดการระเบิด ดังนั้นแมคาร์นอฟจึงใช้สันปืนทุบให้สลบลงไป แล้วค่อยไปตรวจเช็คคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆที่อยู่ในห้อง แต่เขาไม่คิดว่ามันจะทำให้มีความแตกต่างอะไร เพราะทุกเครื่องล้วนมีหน้าจอสีแดง

“...จะเอาไงดีล่ะเนี่ย…” แมคาร์นอฟพึมพัม

สายตาของเขากวาดมองหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างรวดเร็ว ก่อนจะเจอคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งที่แสดงข้อความแตกต่างจากเครื่องอื่น

นั่นคือคอมพิวเตอร์หลักที่ตั้งอยู่ตรงกลางห้องและมีขนาดใหญ่ที่สุด

“นี่มัน...ต้องใช้รหัสผ่าน? หรือว่าจะเป็นการหยุดระเบิด?” แมคาร์นอฟคาดเดา “แต่รหัสคืออะไรล่ะ?”

ถ้าหากแมคาร์นอฟไม่สามารถหยุดระเบิดเอาไว้ได้ นักโทษที่อยู่ในเรือนจำแห่งนี้ทั้งหมดจะต้องโดนลูกหลงของระเบิดไปด้วยแน่ ดังนั้นเขาจะต้องหยุดมันเอาไว้ก่อนที่เรื่องแบบนั้นจะเกิดขึ้น



เนลลี่กำลังต่อสู้อยู่กับนิโคลายด้านนอก

เลือดของเธอไหลออกมาจากบาดแผลไม่ยอมหยุด ไม่มีเวลาให้ทำการปฐมพยาบาล ดังนั้นความเจ็บปวดยังคงทิ่งแทงร่างกายของเธอ

“พวกทหารรับจ้างสวะมันก็ทำได้แค่นี้แหละ” นิโคลายกล่าว

“...” สีหน้าของเนลลี่แสดงความโกรธออกมาเล็กน้อย “หุบปากไปซะ!”

ดินรอบๆนิโคลายยุบตัวลงเหมือนทรายดูด

“คิดจะใช้วิธีเดิมไปเท่าไหร่มันก็…!”

ทรายดูดถูกเวทมนตร์ลมจากปืนของเขาเป่าให้กระจายตัวออกไป ทำให้การโจมตีของเนลลี่ล้มเหลวอีกครั้ง แต่สิ่งที่แตกต่างกันในครั้งนี้คือสิ่งที่นิโคลายไม่คาดคิด

“!?”

ดินที่กระจายตัวออกเป็นผุยผงเพราะโดนเป่านั้นถูกควบคุมโดยมานาสีน้ำตาล ปลิวไปมาในอากาศ มุ่งหน้าเข้ามายังกลไกของปืนในมือนิโคลาย

เนลลี่คิดจะใช้ผงดินทำให้ปืนนั่นใช้งานไม่ได้

“ชิ” นิโคลายเดาะลิ้นเพราะรู้เรื่องนั้น

เขารีบเปลี่ยนกระสุนแล้วยิงโดนทันที ใช้แรงลมที่สร้างขึ้นพัดผงดินให้ออกจากกลไกต่างๆของปืน รวมทั้งเผาไหม้ฝุ่นที่อาจหลงเหลืออยู่ด้วยความร้อนจากกระสุน

แต่เวลาที่เหลือทำได้เพียงแค่นั้น เพราะเนลลี่ใช้การโจมตีแบบเดิมซ้ำไปซ้ำมาเรือยๆ ทำให้นิโคลายต้องหาวิธีการรับมือที่มีประสิทธิภาพมากกว่านี้

“เอาไปกินซะ!” นิโคลายตะโกน เปลี่ยนกระสุนเป็นรูปแบบอื่น

เนลลี่สามารถจำกระสุนนั่นได้ เธอจึงสร้างกำแพงดินให้งอกขึ้นมาจากพื้นเบื้องหน้า อัดดินเอาไว้หนาแน่นกว่าปกติ แต่ถึงอย่างนั้นคงไม่พอ ดังนั้นเธอสร้างมันขึ้นมาหลายชั้น

เสียงปืนดังขึ้น ปล่อยกระสุนพุ่งเข้ามา ปะทะกับกำแพงดินหลายชั้น ทะลวงชั้นแรกๆไปได้อย่างง่ายดาย แต่ความเร็วและพลังทำลายของกระสุนลดลงอย่างมาก อีกทั้งวิถีกระสุนถูกหักเห

“ชิ”

“...” เนลลี่แตะมือลงบนกำแพงที่เหลือ ปล่อยมานาสีน้ำตาล

กำแพงดินแตกสลายเป็นผุยผง ปลิวไปยังนิโคลาย ตั้งใจจะทำให้ปืนทำงานบกพร่องอีกคร้ัง ทำให้นิโคลายเริ่มแสดงสีหน้ารำคาญ

ขณะนั้นเอง เนลลี่ก็พุ่งเข้ามา จับปากกระบอกปืนเอาไว้ ก่อนจะกระแทกไปทางด้านข้าง ทำให้นิโคลายไม่สามารถบรรจุกกระสุนนัดต่อไปได้

“อัก!” นิโคลายดันลมหายใจออกมา เพราะข้อศอกของเนลลี่จมลงไปในหน้าท้อง

เขาสูญเสียการทรงตัว ทำให้เนลลี่สามารถถอยห่างออกมา แล้วใช้เวทมนต์สร้างเสาดินขึ้นมากระแทกร่างของนิโคลายจนกระเด็นไปได้

เธอส่งเสียงหอบด้วยความเหนื่อยล้า โดยหนึ่งในสาเหตุเพราะการใช้เวทมนต์ติดต่อกันเป็นเวลานาน รวมทั้งเสียเลือดจากบาดแผล แต่การโจมตีเมื่อครู่อาจจะทำให้นิโคลายหมดสติไปแล้ว

“อย่าดูถูกทหารรับจ้างจะดีกว่า” เธอกล่าว

“...พวกแกมันไม่มีประเทศที่ต้องการปกป้อง ...อย่ามาทำเป็นพูดดี” นิโคลายกระอักเลือด

“มันก็จริง…”

ทหารรับจ้างทำทุกอย่างเพื่อเงิน เอามาใช้เลี้ยงดูชีพของตัวเองและคนสำคัญให้รอดไปได้ ไม่ขึ้นตรงกับประเทศไหน เล่นงานกองทัพที่ได้รับคำสั่งจากผู้ว่าจ้าง ไม่มีมิตรหรือศัตรู

แต่ถึงแม้จะเป็นอย่างนั้นก็ตาม…

“พวกเราเองก็มีสิ่งที่ต้องปกป้อง” เนลลี่จ้องตากับนิโคลาย

“...อะไร? ชีวิตของตัวเองงั้นเหรอ? พวกแกมันก็เป็นแค่พวกเห็นแกตัว”

“ไม่ว่าใครก็รักชีวิตจองตัวเองทั้งนั้น” เนลลี่ยอมรับ “แต่ทุกคนมีเป้าหมายที่ต้องการจะทำให้สำเร็จ มีสิ่งที่ต้องปกป้องมากกว่านั้น”

“...”

“!”

นิโคลายใช้แรงเฮือกสุดท้าย บรรจุกระสุนปืน ยิงไปยังเนลลี่ทั้งๆที่ตัวเองนอนอยู่ ปล่อยกระสุนขนาดใหญ่พอเจาะเกราะรถถังได้ออกไป

เนลลี่ป้องกันไม่ทันแน่

รอบที่แล้วเธอสามารถรอดจากกระสุนแบบนั้นได้เพราะมีเกราะป้องกันที่เป็นอุปกรณ์เวทมนต์ช่วยเอาไว้ ทำให้วิถีกระสุนไม่โดนเธอโดยตรง แต่ตอนนี้ไม่มีอะไรแบบนั้นแล้ว

มานาสีน้ำตาลซึมลงไปในพื้นดิน หวังจะยกพื้นดินขึ้นมาป้องกัน แต่ไม่มีทางทันแน่ เพราะระยะห่างระหว่างทั้งสองนั้นมีเพียงเล็กน้อย ส่วนกระสุนก็เดินทางด้วยความเร็วสูงเกินไป และถึงแม้จะยกพื้นดินขึ้นมาทัน แต่มันคงป้องกันกระสุนนั่นเอาไว้ไม่อยู่

กระสุนผ่านร่างของเนลลี่ไป

มันไม่ได้สร้างบาดแผลใดๆ เพราะวิถีกระสุนเฉียงไปทางด้านข้าง จนไม่โดนเป้าหมายที่เล็งเอาไว้ ซึ่งสาเหตุนั้นมาจากปากกระบอกปืน

“?” นิโคลายเพิ่งรู้สึกตัว

เศษดินฝังอยู่ในเกรียวของปากกระบอกปืน

เกรียวในปากกระบอกปืนมีความสำคัญต่อการเคลื่อนที่ของกระสุน เพราะมันทำหน้าที่หมุนกระสุนที่ยิงออกไป ทำให้กระสุนมีวิถีการยิงที่แม่นยำ

ดังนั้นเมื่อเกรียวถูกทำให้หายไปโดยการนำผงดินมาปิดเอาไว้ กระสุนที่ยิงออกมาจึงพุ่งออกไปโดยไม่หมุนตัว ส่งผลให้ความแม่นยำลดลงตามๆกัน

“ตั้งแต่เมื่อไหร่?” นิโคลายถามอย่างไม่คาดคิด

ความคิดเขาย้อนกลับไปในตอนที่เนลลี่พยายามใช้ผงดินทำให้กลไกปืนขัดข้อง

“ใช่” เนลลี่ตอบเหมือนกันอ่านความคิดได้ “ฉันทำให้ดูเหมือนว่าจะใช้ผงดินกับกลไกปืน แต่ความจริงแล้วไม่ใช่”

“...”

“เวทมนต์ลมที่ปืนกระบอกนั้นใช้ มีผลทำให้แก๊สที่เกิดจากการเผาไหม้ดินปืนพุ่งไปด้านหน้าแทนที่จะเป็นรอบด้าน ลดแรงถีบของปืนที่มีผลต่อความแม่นยำ แต่ในขณะเดียวกัน หากรอบด้านมีผงดินกระจายอยู่ล่ะก็ ผงดินจะถูกดูดด้วยผลของเวทมนต์ลม เข้าไปติดอยู่ในลำกล้องและปากกระบอกปืน”

หลังจากเนลลี่อธิบายเสร็จ นิโคลายจึงโยนปืนในมือทิ้งไป เพราะมันไร้ประโยชน์แล้ว หลังจากนั้นก็ค่อยๆลุกขึ้นมาตั้งท่าต่อสู้ด้วยมือเปล่า แล้วพุ่งเข้ามายังเนลลี่

เนลลี่คือนักเวทย์ แน่นอนว่าผลของการต่อสู้ถูกระบุเอาไว้แน่ชัดแล้ว

พื้นดินพุ่งเข้ามาโจมตีร่างของนิโคลายจากทุกทิศทาง ผลักให้เขาเซไปด้านหนึ่ง แล้วก็ผลักให้เซไปอีกด้านหนึ่ง สร้างรอยฟกช้ำมากมายบนร่างกาย จนในที่สุดสติของเขาก็เลือนลางไป สุดท้ายก็ล้มลงไปนอนเปื้อนผงดินอยู่กับพื้น

เสียงการติดต่อจากแมคาร์นอฟดังขึ้นในจังหวะนั้นพอดี

“มีอะไร?” เนลลี่ตอบด้วยเสียงเหน็ดเหนื่อย

[ทางนี้เจอปัญหาเข้าแล้วสิ...] แมคาร์นอฟพูดช้าๆ [อีกไม่นานเรือนจำจะระเบิดตัวเอง ต้องใช้รหัสอะไรบางอย่างในการที่จะหยุดมันเอาไว้]

“รหัสงั้นเหรอ? แต่พวกเราจะไปเอารหัสแบบนั้นมาจากไหน?...”

เนลลี่พูดเสร็จก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ ว่าข้างๆของเธอมีร่างของเจ้าหน้าที่ซึ่งดูเหมือนจะมีตำแหน่งนอนสลบอยู่

(เจ้านี่อาจจะมีรหัสที่ว่าอยู่ก็ได้) เธอคิด

“งั้นรอหน่อย...”

[?]



เลวินและเวโรนิก้าหนีจากการโจมตีของชายในชุดผ้าคลุม วิ่งไปตามทางของอาคารสภาเวทมนต์ มองหาทางเลี้ยวที่จะนำขึ้นไปบนชั้นดาดฟ้า

ชายในชุดผ้าคลุมโจมตีด้วยเวทมนต์ลม สร้างใบมีดลมด้วยการเตะ ยิงโจมตีมาติดต่อกัน โดยความเร็วของมันมีมากเกินกว่าที่เลวินจะเล็งยิงกระสุนคริสตัลเพื่อสกัดได้ ดังนั้นผู้ที่ทำหน้าที่ป้องกันคือเวโรนิก้า

เวโรนิก้าสามารถอาศัยจังหวะในการโจมตีกลับได้ ซึ่งการโจมตีนั้นทำให้ผ้าคลุมของชายคนนั้นปลิวออก เผยโฉมหน้าที่อยู่ภายใต้ออกมา

เลวินจำใบหน้านั่นได้

“โห… เป็นคุณเองงั้นเหรอ?”

“...”

“นักเวทย์ของสภาเวทมนต์ ริชาร์ด”

เขาคนนั้นคือริชาร์ด

(ดูเหมือนว่าพวกคุณแมคาร์นอฟและเนลลี่รู้จักคนๆนี้่ อีกทั้งยังดูเหมือนว่ามีความบาดหมางกันบางอย่างเกี่ยวกับเหตุการณ์เมื่อ 5 ปีก่อน เหตุการณ์นั้น) เลวินคิด

“คุณรู้อะไรเกี่ยวกับเมื่อห้าปีก่อนกันแน่?” เลวินถามออกมาเบาๆโดยไม่รู้ตัว ดูเหมือนว่าคำถามจะส่งไปถึงริชาร์ด

“อยากจะรู้ไปทำไมละ? ในเมื่อสุดท้าย ผู้ที่คิดจะต่อต้านกับสภาเวทมนต์ก็ต้องตายอยู่ดี!” ริชาร์ดพุ่งเข้ามา

ริชาร์ดใช้เวทมนต์ลม ส่วนเวโรนิก้าเองก็ใช้เวทมนต์ลม ดังนั้นผลการต่อสู้ขึ้นอยู่กับกลวิธีและพลังของแต่ละคน แต่ริชาร์ดมีพลังทางด้านเวทมนต์เหนือว่า สมกับที่เป็นนักเวทย์ที่ได้รับการฝึกของสภาเวทมนต์ ทำให้พวกเลวินจำเป็นต้องตั้งรับฝ่ายเดียว

“เหตุการณ์เมื่อห้าปีก่อน?” เวโรนิก้าถาม “นั่นหรือจะเป็นเหตุการณ์ที่กองกำลังตำรวจ อัศวินและสภาเวทมนต์ร่วมมือกัน?”

“ถูกต้อง…” เลวินตอบ

“ถ้าจำไม่ผิด มันคือภารกิจที่ต้องเข้าไปสำรวจถ้ำที่แห่งหนึ่งซึ่งผู้ก่อการร้ายใช้เป็นสถานที่ซ่อนตัว แต่เพราะเกิดอุบัติเหตุบางอย่าง ทำให้กลุ่มที่สามารถหนีรอดออกมาได้มีไม่ถึงครึ่งหนึ่งของกองกำลังทั้งหมด.. เหตุการณ์นั้นมันมีอะไรงั้นเหรอ?”

“...” เลวินไม่ตอบคำถามของเวโรนิก้า

(มีสิ… บางอย่างที่ไม่สามารถเปิดเผยให้สาธารณะรู้ได้)

พวกเขาหนีมายังห้องที่กว้างกว่าปกติ เป็นห้องโล่งๆ เหมือนว่าจะใช้ทำอะไรซักอย่างในอนาคต แต่อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ภายในห้องว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่เครื่องเรือนใดๆประดับเอาไว้ นอกจากหลอดไฟบนเพดานแล้ว ทุกอย่างโล่งไปหมด

ทางออกมีทั้งหมด 4 ทาง เป็นประตูตรงผนังทั้งสี่ด้าน แต่ก่อนที่พวกเลวินจะเคลื่อนที่ไปตรงนั้นได้ แผ่นเหล็กก็เคลื่อนลงมาปิดบานประตูและทางออกเอาไว้ หมายความว่าตอนนี้พวกเขาโดนขังอยู่ด้านใน

“เสร็จกัน!” เลวินเห็นกล้องที่ติดเอาไว้ตรงมุมห้อง “ห้องนี้เป็นกับดัก”

“แสดงว่าพวกเราต้อสู้เท่านั้นสินะ…” เวโรนิก้ายิ้มอย่างเกรงๆ “นายพอมีระเบิดเหลืออีกรึเปล่า?”

“ของแบบนั้นไม่มีใครเขาพบเหลือเอาไว้หรอกน้า⎼”

“ถ้างั้นก็ช่วยหาวิธีการออกไปจากที่นี่ทีเถอะ”

“ห้องนี้น่าจะสร้างเอาไว้สำหรับห้องทดลองเวทมนต์ ดังนั้นจึงมีการคุ้มกันทางเข้าออกแน่นหนา แต่ถึงอย่างนั้น มันจะต้องมีแผงควบคุมอยู่ที่ไหนซักแห่งแน่ เดี๋ยวฉันจะไปดูให้ ฝากคุ้มกันด้วยก็แล้วกันน้า⎼”

“ให้ตายสิ” เวโรนิก้าบ่น

เลวินมุ่งไปยังแผงควบคุมที่ใกล้ที่สุดเพื่อหาทางเปิดแผ่นเหล็กที่กั้นประตูทางออกเอาไว้ ส่วนเวโรนิก้าต้องเผชิญหน้ากับริชาร์ด

พลังของริชาร์ดเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด แต่เวโรนิก้าเองก็มีประสบการณ์การต่อสู้ เธอจึงสามารถใช้กลยุทธ์ต่างๆในการปะทะ ไม่ว่าจะเป็นการอ้อมไปทางจุดบอด เคลื่อนไหวหลอกล่อ และใช้มานาปริมาณน้อยในการโจมตีขัดขวางเวทมนต์ ดังนั้นเธอจึงไม่เสียเปรียบมากนัก

หลอดของเหลวมาลาไคต์ที่อุปกรณ์เวทมนต์ขาเทียมของริชาร์ดเหลือปริมาณน้อยลง

มันเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเทคโนโลยีอุปกรณ์เวทมนต์แบบเขตการปกครองเบอลลิทธ์ ดังนั้นหากมันหมดไป อุปกรณ์เวทมนต์ที่ขาของเขาจะใช้งานไม่ได้ ซึ่งริชาร์ดรู้ตรงจุดนั้นดี ดังนั้นเขาจึงใช้สิ่งนั้น

“เพื่อภารกิจที่ได้รับมอบหมายมา ฉันคนนี้จะทำทุกอยาก!” ริชาร์ดสบถออกมา

“!?”

แสงสีฟ้าเอ่อล้นออกมาจากอุปกรณ์เวทมนต์ที่ขาของริชาร์ด เหมือนกับว่าเขาใส่มานาจำนวนมากลงไป ทำให้กลไกบางอย่างในอุปกรณ์เวทมนต์ทำงาน สร้างเอฟเฟคที่อันตรายขึ้นมารอบๆ

ริชาร์ดใช้ขาข้าหนึ่งยันพื้นเอาไว้ ขณะที่ขาอีกข้างหนึ่งยกขึ้นมาในแนวนอน หลังจากนั้นก็ปล่อยให้กลไกของอุปกรณ์เวทมนต์ทำงาน ขาที่ยันพื้นเอาไว้หมุนตัวด้วยความเร็ว ขณะเดียวกัน เวทมนต์ที่ขาอีกข้างก็ทำงาน ปล่อยคมมีดลมออกมา

มันเหมือนกับลูกข่างพายุหมุน ยิงคมมีดออกมาทุกๆทิศทาง แต่คมมีดลมไม่ได้พุ่งมาในความสูงเดียวเท่านั้น แต่พุ่งมาทั้งแนวต่ำและสูง เพราะริชาร์ดประระดับความสูงของขาไปยังเป้าหมาย ดังนั้นเวโรนิก้าจะหลบทางด้านล่างหรือบนอย่างเดียวไม่ได้ เธอต้องมองดูการเคลื่อนไหวของใบมีดลมแต่ละใบ

การใช้งานท่าโจมตีนี้ทำให้เลือดไหลออกมาจากขาของริชาร์ด ตรงจุดที่เชื่อมต่อระหว่างเนื้อหนังและอุปกรณ์เวทมนต์มีเลือดไหลออกมา ดูเหมือนว่าร่างกายของเขารับภาระของอุปกรณ์เวทมนต์ไม่ไหว

“ทำไมต้องทำแบบนั้นด้วย?” เวโรนิก้ามีเพียงความงุนงงกับการกระทำของเขา “ทำแบบนั้นมีแต่จะทำร้ายร่างกายตัวเอง!”

ริชาร์ดเปลี่ยนเป้าหมาย ใช้ขาที่ยันพื้นเอาไว้กระโดดขึ้นสูงโดยไม่สนแรงกระแทกและบาดแผลของตัวเอง เล็งไปยังเลวินที่กำลังจัดการแผงควบคุมเพื่อเปิดทางหนี

“แย่แล้ว!” เวโรนิก้ารีบพุ่งเข้าไป แต่ไม่ทัน

“...”

เลวินหยิบปืนขึ้นมายิงกระสุนคริสตัลทำให้เวทมนต์ของริชาร์ดหยุดไปเพียงเล็กน้อย แต่มันก็กลับมาทำงานใหม่ทันที อย่างไรก็ตาม มันเปิดทางให้เลวินหนีออกมาจากตรงนั้นทันเวลา

“...ไม่ให้หนีออกไปเด็ดขาด” ริชาร์ดกล่าว

“ไม่ต้องห่วง ยังไงทางนี้ก็มีเรื่องจะถามอยู่เหมือนกัน…” เลวินตอบพร้อมรอยยิ้ม

“เรื่องเมื่อ 5 ปีก่อนงั้นเหรอ? พวกราชวงศ์ต้องการที่จะรู้เบื้องหลังของเหตุการณ์นั้นมากขนาดนั้นเชียว?”

“...เปล่า...ไม่มีใครสนใจเรื่องของสภาเวทมนตร์ไร้สาระนี่หรอก”

“...!”

สีหน้าไม่พอใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของริชาร์ด เพราะเลวินพูดดูถูกสภาเวทมนต์ออกมา ซึ่งริชาร์ดที่เป็นนักเวทย์ที่ขึ้นตรงกับสภาเวทมนต์ และมีความยึดมั่นในภารกิจที่ตนได้รับ ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เขาจะมีความรู้สึกโกรธที่เลวินพูดแบบนั้น

“แก…ไอ้สุนัขของราชวงศ์” ริชาร์ดเค้นเสียง

“แกก็เป็นสุนัขของสภาเวทมนต์ไม่ใช่รึไง?” เลวินตอบพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

“เลวิน” เวโรนิก้าหันมามองด้วยความเป็นห่วง

เธอยืนอยู่ด้านหลังของริชาร์ด แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น หากริชาร์ดใช้การโจมตีแบบเมื่อครู่ที่ไม่สนทิศทาง เธอเองก็จะไม่ปลอดภัย

เลวินมองไปยังแผงควบคุมด้านหลังก่อนจะหยิบปืนมายิงหลอกล่อ เสียบอุปกรณ์บางอย่างลงไปในแผงควบคุม เป็นอุปกรณ์ที่มีโปรกแกรมเจาะระบบบันทึกเอาไว้ หากปล่อยเอาไว้ซักพัก ทางออกก็จะถูกเปิด ดังนั้นสิ่งที่เขาต้องทำคือการถ่วงเวลา

เวโรนิก้าที่สังเกตเรื่องนั้นดีจึงร่วมมือด้วย แต่ริชาร์ดเปิดใช้งานการโจมตีแบบลูกข่างที่ปลอยคมมีดลมไปทุกทิศทางอีกครั้ง มันจึงไม่ใช่เรื่องง่าย

“สิ่งที่พวกแกเจอในถ้ำแห่งนั้นเมื่อ 5 มีก่อนต้องมีมากกว่าที่อยู่ในกระดาษรายงานแน่! บอกมาว่าพวกมันอยู่ที่ไหน?” เลวินตะโกนถาม

“แกรู้อะไรบางอย่างงั้นสินะ” ริชาร์ดไม่วางตา “ไม่มีทางที่ฉันจะบอกให้ราชวงศ์อย่างแกได้มันไปครอบครองหรอก!”

“...”

เสียงปืนและคมมีดลมดังขึ้นไปทั่วห้อง แต่คนที่ดูท่าทางเหมือนกับกำลังเสียเปรียบคือริชาร์ด เพราะเขาใช้เวทมนต์ที่ทำร้ายร่างกายของตัวเอง ทั้งๆที่การโจมตีของเวทมนต์นั้นไม่โดนทั้งเลวินและเวโรนิก้า พวกเขาใช้การเคลื่อนไหวหลบอย่างแม่นยำ

เวโรนิก้าใช้เวทมนต์ลมในการเคลื่อนไหว แต่เลวินใช้พลังทางกายภาพที่ไม่เคยเห็นมาก่อน พร้อมกับออร่าสีแดงเล็กๆที่ระยิบระยับรอบๆร่างกายของเธอ ซึ่งหากไม่ตั้งใจมองจะมองไม่เห็น

“ฉันจะต้องรอบใช้ประเทศนี้! ฉันจะทิ้งร่างกายนี้เพื่อประเทศ! นี่คือการพลีชีพของฉันไงละ!” ริชาร์ดตะโกนอย่างบ้าคลั่น

“เพื่อประเทศ..งั้นสินะ…” สายตาของเลวินแสดงความจริงจังออกมา “ประเทศนี้ไม่ต้องการสภาเวทมนต์ของพวกแก!”

“ถ้าหากว่าพวกเราสามารภทำลายพวกราชวงศ์ไปได้ ประเทศนี้จะสามารถกลับมาเฟื่องฟูได้เหมือนเดิม!”

“สาเหตุที่ทำให้อาณาจักรของพวกเราเสื่อมลงตอนนี้ก็เพราะพวกแกส่งคนไปโจมตีพระราชวังเมื่อสองปีก่อนไม่ใช่รึไงกัน!?” เลวินขึ้นเสียง ก่อนจะให้สัญญาณ “ตอนนี้แหละ! เวโรนิก้า”

“!”

หลังจากให้สัญญาณ เวโรนิก้าก็โจมตีมาจากทางด้านหลัง ส่วนเลวินใช้กระสุนคริสตัลสีฟ้าในการทำลายเวทมนต์สำหรับป้องกันของริชาร์ด ทำให้คมมีดลมของเวโรนิก้าตัดเข้าไปยังอุปกรณ์เวทมนต์ตรงขาทั้งสอง จนเขาต้องล้มลงไปกับพื้น

“อีกครั้งนึง!” เวโรนิก้ารีบยิงคมมีดลมอีก แต่ริชาร์ดหลบได้

เขากระโดดขึ้นมาจากพื้น หมุนตัวด้วยเวทมนต์ลม พุ่งไปกระแทกร่างของเวโรนิก้า ส่งให้เธอกระเด็นไปยังกำแพงด้านหลังด้วยความรุนแรง ถึงแม้อุปกรณ์เวทมนต์ที่ขาได้รับความเสียหาย แต่มันยังใช้เวทมนต์ลมให้เท้าในการเคลื่อนไหวได้อยู่

เลวินรีบเล็งปืนในมือ แต่ริชาร์ดเร็วกว่า เขาพุ่งมาพร้อมกับมานาสีฟ้า สร้างใบมีดดาบบนฝ่ามือ แล้วตัดแขนออกจากไหล่ของเลวิน

“!” เลวินกัดฟันทนความเจ็บปวด

เลือดสีแดงกระเด็นออกมาจากแผลขนาดใหญ่ที่ไหล่ขวา ย้อมพื้นและกำแพงรอบๆเป็นสีแดง และเมื่อเสียแขนข้างหนึ่งไป สมดุลของเขาก็ถูกทำลาย เลวินจึงล้มลงไปยังพื้น ใช้มือซ้ายหยิบปืนที่หลุดออกมาจากมือขวาแล้วเล็งทันที

“!” ริชาร์ดไม่ได้คาดการณ์เอาไว้ เพราะเลวินไม่แสดงท่าทีตกใจ และหยิบปืนที่ร่วงขึ้นมายิงอย่างรวดเร็ว ทำให้ริชาร์ดไม่มีเวลาป้องกัน

กระสุนคริสตัลสีฟ้าทำลายเวทมนต์ของริชาร์ดอีกครั้ง แล้วเลวินก็โยนปืนในมือใส่ริชาร์ดอย่างไม่เสียดาย ทั้งๆที่มันคืออาวุธสำคัญที่สามารถทำลายเวทมนต์ของอีกฝั่งได้ ซึ่งสาเหตุที่เขาทำแบบนั้นคือการทำมือซ้ายให้ว่าง

ด้วยเหตุนั้น เลวินจึงสามารถหยิบมีดพับออกมาจากกระเป๋ากางเกงด้านซ้ายในเสี้ยววินาที ก่อนจะผลักร่างตัวเองให้ลุกขึ้นไปแทงลงบนหน้าท้องของริชาร์ด

ขณะนั้นเอง ความสนใจของริชาร์ดไม่ได้อยู่ที่ว่าเขากำลังถูกแทง แต่เป็นบางอย่างประหลาดที่กำลังเกิดขึ้น

“...ทำไม เลือดถึงไม่ไหลออกมาจากแขนที่ขาด?...”

“...” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนหน้าของเด็กหนุ่มผมสีฟ้าอ่อนอีกครั้ง

แขนของเลวินโดนตัดขาด ทั้งที่น่าจะมีเลือดจำนวนมากไหลออกมาจากบาดแผลขนาดใหญ่นั้น แต่กลับไม่มีเลือดไหลมาเลย มีเพียงแค่เลือดที่กระเซ็นออกมาตอนแรกเท่านั้น เวโรนิก้าที่ค่อยๆลุกขึ้นมาเองก็มองมายังเลวินอย่างงุนงง

“อะไร…” เธอได้แต่ถามเงียบๆ แต่ก็ไม่มีคำตอบกลับมา

ออร่าสีแดงแผ่ออกมาจากร่างของเลวิน ก่อนที่เขาจะเตะมีดพับที่ปักอยู่บนหน้าท้องของริชาร์ดให้จมลงไปทั้งด้าม ส่งให้ร่างของนักเวทย์กระเด็นลงไปนอนบนพื้น แล้วหยิบปืนมาทุบลงบนหลอดมาลาไคต์ของอุปกรณ์เวทมนต์ ปล่อยให้ของเหลวสีเขียวไหลออกมา ทำให้อุปกรณ์เวทมนต์ใช้งานไม่ได้

(เมื้อกี้แกใช้มานาปริมาณมาก คงไม่เหลือมากพอที่จะใช้เวทมนต์โจมตีโดยไม่มีอุปกรณ์เวทมนต์ได้แล้ว)

เสียงหอบแห้งไหลออกมาจากคอของเลวิน เขาเดินไปเก็บแขนขวาของตัวเองที่ตกอยู่ที่พื้นขึ้นมา แล้วต่อมันเข้าไปกับไหล่ที่ถูกย้อมด้วยสีแดง หลังจากนั้น ออร่าสีเลือดก็แผ่ออกมาเพียงเล็กน้อย แต่เมื่อเวโรนิก้ารู้ตัวอีกที แขนของเลวินก็กลับมาเป็นแบบเดิมแล้ว ราวกับว่าแขนที่ขาดไปเมื่อกี้เป็นความฝัน

“นั่นคือสาเหตุ...ที่แกอยากจะ รู้เรื่องเมื่อ 5 ปีก่อนสินะ” ริชาร์ดสำลักเลือด

“...” เลวินเปลี่ยนกระสุนปืนพก จากกระสุนคริสตัลสำหรับทำลายเวทมนต์ มาเป็นกระสุนตะกั่วสำหรับปลิดชีพมนุษย์ “บอกเรื่องที่รู้มาท้ังหมด” ปลายกระบอกปืนถูกชี้ไปยังศรีษะของริชาร์ด

Weak Blood สินะ แกนะ… เป็นแบบเดียวกับพวกที่อยู่ในถ้ำบ้าๆนั่น”

“...แสดงว่าแกรู้อะไรจริงๆสินะเนี่ย...”

“ฉันไม่มีทางบอกเด็ดขาด”

“...งั้นก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเก็บแกเอาไว้”

เลวินเหนี่ยวไก แล้วเสียงปืนดังขึ้น กระสุนตะกั่วพุ่งทะลุหน้าอกของริชาร์ดสองนัด เปิดรูสีแดงปล่อยให้เลือดไหลลงมานองอยู่ตรงพื้น

เขาไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเก็บริชาร์ดเอาไว้ ทั้งๆที่เขาน่าจะมีข้อมูลสำคัญบางอย่าง นั่นไม่ใช่การตัดสินใจผิดพลาด แต่มันคือการประกาศว่า เลวิน  บลูกเซอร์สามารถหาคำตอบได้โดยไม่ต้องพึ่งใคร

“...นายคืออะไร?” เวโรนิก้าถามพลางขมวดคิ้วอย่างหวาดระแวง ไม่ว่าใครที่ได้เห็นเลวินต่อแขนของตัวเองเมื่อครู่คนถามแบบเดียวกัน

“...ตัวตนของฉัน...น่าจะเป็น…” เลวินตอบออกไปพร้อมกับรอยยิ้ม

คำตอบนั่นทำให้ใบหน้าของเวโรนิก้าซีดขาว และเงียบไป ทำให้ในห้องมีแต่ความเงียบงัน จนกระทั่งแผ่นเหล็กที่กั้นประตูทางออกเอาไว้เปิดออก ดูเหมือนว่าอุปกรณ์ที่เลวินติดตั้งที่แผงควบคุมจะทำงานสำเร็จแล้ว พวกเขาจึงมุ่งหน้าต่อไปได้

“ไม่ต้องห่วง ฉันไม่กัดหรอกนะ” เลวินเริ่มพูดหลังจากเงียบไปนาน “ทั้งเธอทั้งยัยเอมเบอร์ด้วย”



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

20 ความคิดเห็น