Dragon Heart - สงครามเวทมนตร์ [On hold]

ตอนที่ 120 : Chapter XIII - Part 10 END

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    24 มิ.ย. 62




10




อเล็กเซย์ยืนอยู่เบื้องหน้าของเร็กซ์ ทั้งสองคนไม่รู้จักกัน แต่เขาได้ช่วยชีวิตทหารรับจ้างคนนั้นเอาไว้ มานาสีทองห่อหุ้มร่างกายของเด็กหนุ่ม ห้วงมิติถูกบิดเบี้ยว เขาใช้เวทมนตร์มิติ หลังจากได้พักฟื้นก่อนหน้านี้ทำให้มีพลังมากพอสำหรับการต่อสู้

“เป็นเกราะมานาที่แข็งจริงๆ ไม่เคยได้ยินว่าสภาเวทมนต์มีนักเวทย์อายุน้อยที่มีความสามารถระดับนี้มาก่อน” อเล็กเซย์ใช้เวทมนต์มิติพุ่งเข้ามาโจมตีโดยตรง แต่เกราะมานาของแลนซิสซ์มีความทนทานมากพอที่จะป้องกันเอาไว้ได้ “คุณเป็นใคร?”

“...แกคือดราก้อนสินะ” แลนซิสซ์ตั้งท่าป้องกันเตรียมต่อสู้

อีกด้านหนึ่ง ลิเลียน่าได้ใช้ดาบฟันลงไปยังแขนซ้ายของคาร์โล่  อาร์ลิค เสียงโลหะกระแทกกันดังขึ้น มันไม่ใช่เสียงที่ควรจะเกิดขึ้นจากการปะทะกันของดาบและแขนซ้าย นั่นทำให้ราชินีผมดำแสดงสีหน้างุนงง

“แขนของแกไม่ใช่ผิวหนังงั้นเหรอ?” ลิเลียน่าคาดเดาแบบนั้น

“...”

คาร์โล่ไม่ตอบ แต่สบัดแขนซ้ายออก ผลักดาบคริสตัลของเด็กสาวออกไป หลังจากนั้นก็แผ่มานาสีฟ้าออกมาเล็กน้อย เขาไม่ได้ใช้เวทมนตร์ ผู้บัญชาการสูงสุดของสภาเวทมนตร์ไม่สามารถใช้เวทมนตร์ได้ แต่เขาใช้อุปกรณ์เวทมนต์

แขนซ้ายของเขาสวมปลอกแขนโลหะหนาประมาณ 1 เซนติเมตร ความหนาของมันทำให้สามารถป้องกันดาบของลิเลียน่าเมื่อครู่ได้ บนปลอกแขนเต็มไปด้วยปุ่มกด มานาสีฟ้าของเขาซึมเข้าไปในอุปกรณ์เวทมนต์ เป็นเชื้อเพลิงสำหรับการทำงาน

“ฉันเฝ้ารอวันที่จะเปิดโปงความลับของพวกราชวงศ์มานานแล้ว สถานที่แห่งนี้สินะที่พวกแกพยายามเก็บซ่อนเอาไว้” คาร์โล่ยกมือซ้ายเล็งฝ่ามือไปยังลิเลียน่า

“สถานที่แห่งนี้พวกเราไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น” ลิเลียน่าต้ังดาบป้องกัน

ลำแสงสีฟ้าพุ่งออกจากฝ่ามือของชายสูงวัย แสงสีฟ้าแผ่กระจายสว่างจ้าออกมา มันดูคล้ายกับเปลวเพลิงสีฟ้าหรือร้อนแรงกว่านั้น มันคือพลาสม่า ยิงออกมาเป็นลำแสงเส้นตรง พุ่งไปยังราชินีผมดำ

ลิเลียน่าใช้มานาหุ้มดายแล้วป้องกันเอาไว้ ดาบฝ่าลำแสงสีฟ้าออกเป็นสองส่วน ทัังๆที่มานาของเธอมีความสามารถในการสลายเวทมนตร์ แต่พลาสม่าที่สัมผัสเข้ามากับมานาไม่สลายไป เธอพอจะเดาได้ว่าสาเหตุมาจากอะไร

“ชิ เวทมนตร์โครงสร้างซับซ้อนอีกแล้วงั้นเหรอ?”

แรงต่อต้านระหว่างมานากับพลาสม่าทำให้ลิเลียน่าสไลด์ไปด้านหลัง แต่ไม่เสียการทรงตัว ลำแสงยังปล่อยออกมาค้างไว้ ดาบของเธอแยกลำแสงพลาสม่าไปทางซ้ายและขวา พวกมันพุ่งไปยังกำแพงอิฐหินของห้องด้านหลังจนหินกลายเป็นสีส้ม

(ถ้าหากป้องกันต่อไปแบบนี้ ฉันจะต้องโดนความร้อนจากแรงต้านทานเผาตายแน่) ลิเลียน่าคิด “ต้องหาวิธีการอื่น”

ระหว่างที่ลิเลียน่ากำลังถูกต้อนอยู่นั้น การต่อสู้ระหว่างอเล็กเซย์และแลนซิสซ์ก็ดำเนินไป ทั้งสองเคลื่อนที่ไปตามส่วนต่างๆของห้องอย่างรวดเร็ว เด็กหนุ่มผมน้ำตาลใช้เวทมนตร์มิติส่งร่างของตัวเองลอยไปในอากาศ ขณะนักเวทย์หนุ่มแรงกล้ามเนื้อขากระโดดไปมาเหมือนจิงโจ้

ทั้งสองพุ่งเข้าหากัน และประทะกันกลางอากาศ อเล็กเซย์ง้างหมัดไปด้านหลัง ลากห้วงมิติรอบๆติดไปด้วย ก่อนจะปล่อยออกมาด้วยความรุนแรง แลนซิสซ์ใช้มานาสร้างเกราะกำบังห่อมหุ้มมือ เขาไม่สามารถเร่งกล้ามเนื้อมากเกินไปได้เพราะจะทำให้ร่างกายรับภาระหนักเกินไป

ดังนั้นแลนซิสซ์จึงเอามือทั้งสองมาตั้งการ์ดด้านหน้า ป้องกันการโจมตีจากเด็กหนุ่มผมน้ำตาลอ่อน หมัดของอเล็กเซย์พุ่งเข้ามา ปะทะเข้ากับเกราะมานา มันสามารถป้องกันได้พอสมควร

ความจริงแล้วอเล็กเซย์สามารถใช้เวทมนต์มิติในการเจาะการป้องกันของนักเวทย์หน้าเรียวได้ แต่มันใช้มานาเยอะ ซึ่งเขาอาจไม่สามารถควบคุมได้ ดังนั้นเขาจึงใช้เพียงแค่ห้วงมิติเสริมพลังของหมัด

“พลังขนาดนี้!? ทำได้ยังไง?!” นักเวทย์หนุ่มฝืนสีหน้าบิดเบี้ยวจากความเจ็บปวดพูดออกมา

“...เป็นเกราะมานาที่แข็งแรงชะมัด” อเล็กเซย์คาดไม่ถึง พลังทำลายของเขาน่าจะเจาะเกราะมานาของนักเวทย์ได้แท้ๆ แต่กลับไม่เป็นอะไรเลย “มีมานามากขนาดใหน? ไม่สิ มีโครงสร้างมานายังไงกันแน่?”

ยังไงก็ตาม แรงกระแทกส่งไปยังแขนทั้งสองข้างของนักเวทย์หนุ่ม ร่างของแลนซิสซ์กระเด็นไปด้านหลัง แต่เขาสามารถใช้จังหวะที่อเล็กเซย์ชะงักหลังจากโจมตีในการโต้กลับได้ ยิงกระสุนมานาออกจากนิ้วมือหลายนัด

อเล็กเซย์ใช้เวทมนต์มิติป้องกันเอาไว้ไม่ทัน กระสุนมานานัดหนึ่งเจาะลงไปที่ต้นขาขวา ส่วนอีกหนัดหนึ่งเข้าไปยังไหล่ซ้าย ทำให้เสียการทรงตัว แล้วร่วงลงไปยังพื้นเบื้องล่าง

แลนซิสกระแทกหลังเข้ากับชั้นวางหนังสือ แต่จำนวนหนังสือในชั้นวางมีมาก ทำให้น้ำหนักของมันมีมากพอที่จะรับแรงกระแทกได้ เขาจึงร่วงลงมาด้านหน้าของชั้นหลังสือ สำลักเลือดออกมา

ความเจ็บปวดพุ่งเข้าไปในแขนทั้งสอง ถึงแม้จะป้องกันด้วยมานาแต่ก็ไม่สามารถลดความเสียหายทั้งหมดได้ เหมือนกับการสวมหมวกนิรภัยแต่ก็ไม่สามารถลดบาดแผลได้

“หากราชวงศ์มีสิ่งที่แข่งแกร่งขนาดนี้แบบแกอยู่ ...ประเทศของเราน่าจะกลายเป็นประเทศที่มีกำลังทหารน่าดูเลยนะ”

“ฉันไม่มีความคิดที่จะทำสงคราม”

“ทั้งๆที่สงครามระหว่างประเทศมหาอำนาจสองฝั่งกำลังจะปะทุขึ้นงั้นเหรอ?” แลนซิสลุกขึ้น ถ่มน้ำลายผสมเลือดลงบนพื้น “ผ่ายที่จะชนะถูกกำหนดเอาไว้ตั้งแต่ก่อนเริ่มสงครามแล้ว”

“เพราะแบบนั้นพวกคุณก็เลยพยายามที่จะเข้าร่วมกับเขตการปกครองเบอลลิทธ์สินะ”

“ถ้ารู้อยู่แล้วล่ะก็!”

แลนซิสซ์กระทืบเท้าลงไปยังพื้น ส่งคลื่นมานาสีฟ้าไปเป็นเส้นตรงตามพื้นไปยังอเล็กเซย์ รูปร่างของมานาเปลี่ยนเป็นเหมือนหนามที่งอกขึ้นจากดิน ทั้งๆที่ปริมาณมานาที่ใช้ในการโจมตีมีน้อย แต่อเล็กเซย์สัมผัสได้ว่ามันมีความอันตรายและแข็งแรง

มานาสีทองห่อหุ้มเด็กหนุ่มเอาไว้ หนามมานาที่งอกออกมาถูกเบี่ยงเบนไปตามมิติที่บิดเบี้ยวก่อนที่จะสลายไป เขาสามารถป้องกันการโจมตีของนักเวทย์หนุ่มได้ แต่ระหว่างที่อเล็กเซย์ตั้งสมาธิสนใจกับการป้องกัน แลนซิสซ์ก็กระโจนอ้อมมาโจมตีทางด้านหลัง

“!”



อันย่าแอบอยู่ด้านหลังต้นไม้ซึ่งถูกปลูกเอาไว้ในลานกว้าง ยังไม่มีใครเห็นเธอ นักเวทย์ที่อยู่ในลานกว้างส่วนหนึ่งกำลังต่อสู้กับทหารรับจ้างที่แมคาร์นอฟนำมาอยู่ อีกส่วนหนึ่งกำลังยุ่งเรื่องอุปกรณ์สื่อสาร มันคือโอกาสของเธอ

เป้าหมายของเธอคือการทำลายอุปกรณ์สื่อสารพวกนั้น หากการสั่งการและการสื่อสารของสภาวเวทมนตร์ถูกทำลายอย่างสมบูรณ์ ความกังวลและความกดดันก็จะทำให้พวกนักเวทย์เสียกำลังใจในการต่อสู้

อันย่าเริ่มเคลื่อนที่ไปตามแนวพุ่มไม้ ในมือของอดีตสายลับมีอุปกรณ์เวทมนตร์ของต่างประเทศ มันคือมีดพับที่ดูธรรมดา แต่มีปุ่มกดอยู่ตรงด้ามจับ สามารถยิงกระสุนมานาออกจากปลายใบมีดได้ มันต้องใช้สิ่งที่เรียกว่า มาลาไคต์เหลวเป็นเชื่อเพลิง อันย่ามีอยู่ 3 หลอด ซึ่งมากพอในการจัดการนักเวทย์ตรงนั้น

กระสุนมานายิงออกมาติดๆกัน นักเวทย์ที่ดูเครื่องมือสื่อสารล้มลงไปทีละคน แต่การโจมตีของเธอไม่รวดเร็วพอ นักเวทย์สองคนสามารถใช้มานาป้องกันกระสุนมานาเอาไว้ได้ ก่อนจะโจมตีกลับมาด้วยเวทมนตร์เพลิงและเวทมนตร์ลม

พวกนั้นตะโกนบอกพรรคพวกที่อยู่รอบๆ ทำให้ส่วนหนึ่งแบ่งมาโจมตีทางอันย่าทันที ซึ่งแน่นอนว่าพุ่มไม้ที่เธอใช้เป็นที่แอบไม่สามารถป้องกันการโจมตีได้ อีกทั้งอันย่าไม่ใช่นักเวทย์ เธอจึงจำเป็นต้องวิ่งหลบเพราะป้องกันไม่ได้

เวทมนต์เพลิงเป็นเวทมนตร์ที่เปลี่ยนทิศทางได้ยาก มันจึงหลบได้ง่าย แต่คมมีดลมนั้นสามารถเลี้ยวเปลี่ยนทิศทางกลางอากาศได้ ดังนั้นมันจึงเป็นเหมือนมิสไซล์ติดตาม อันย่าไม่สามารถหยุดเคลื่อนที่ได้ เด็กสาวผมสั้นจึงต้องใช้อุปกรณ์เวทมนต์ที่ติดอยู่ตรงเท้า

เธอคว้าหลอดมาลาไคต์เหลวมาสองในสามออกจากกระเป๋า ก่อนจะกระโดดม้วนตัวหลบคมมีดลมที่พุ่งตามมาด้านหลัง และขณะที่กำลังม้วนตัวนั้นก็บรรจุหลอดมาลาไคต์ลงไปในรองเท้าทั้งสอง การที่เธอทำแบบนี้ได้เป็นผลมาจากการฝึกในวัยเด็กเพื่อเป็นสายลับ

เธอเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนไหวอย่างเห็นได้ชัด อันย่าสามารถวิ่งไปตามกำแพงของอาคารได้ราวกับไม่มีแรงโน้มถ่วง ก่อนจะใช้คมมีดลงเป็น “แท่นเหยียบ” เพื่อที่จะกระโดดพุ่งไปยังนักเวทย์อย่างไม่คาดคิด

ใช้คมมีดปาดลำคอ

ยิงกระสุนเวทมนต์ใส่อีกคน

ม้วนตัวเตะหน้าท้องแล้วใช้เป็นแท่นกระโดด

ฟาดเท้าลงจากกลางอากาศใส่ศรีษะ

มันเป็นการโจมตีกายภาพที่นักเวทย์ลมสามารถป้องกันได้ แต่พวกเขาเป็นมนุษย์ การใช้เวทมนตร์ต้องใช้สมาธิ พวกเขาที่ควบคุมคมมีดลมซึ่งไล่ตามอันย่านั้นไม่สามารถป้องกันได้ทันท่วงที สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการเคลื่อนไหวของเธอที่เร็วเกินไป

อย่างไรก็ตาม หลังจากจัดการพวกนั้นเสร็จสรรพ คมมีดลมที่พุ่งมาก็แตกสลายกลับไปเป็นมานา อันย่ารีบจัดการกับอุปกรณ์สื่อสารทันที



หมัดของแลนซิสต่อยเข้าไปยังสีข้างของอเล็กเซย์ เสียงกระดูกซี่โครงหังดังขึ้น พร้อมกับร่างของเด็กหนุ่มที่ถูกส่งลอยไปทางด้านข้าง

พวกเขาคือมนุษย์ ถึงแม้จะใช้เวทมนตร์ที่มีพลังมากขนาดไหนแต่การควบคุมมานานั้นด้อยกว่าเอลฟ์ บางครึ้งจึงตอบสนองไม่ทันการ การใช้ช่องว่างนั้นในการโจมตีถือเป็นเรื่องพื้นฐาน อเล็กเซย์เพิ่งนึกขึ้นได้ถึงเรื่องนั้น

อเล็กเซย์สามารถลงพื้นได้ด้วยขาทั้งสอง แต่การโจมตีครั้งต่อไปก็พุ่งเข้ามา หมัดของนักเวทย์ถูกรับเอาไว้ด้วยมือเปล่าของอเล็กเซย์ จนสุดท้ายกลายเป็นเหมือนทั้งสองกำลังผลักอีกฝ่ายราวกับซูโม่ ตอนนั้นเองที่เสียงข้อมือของอเล็กเซย์ส่งเสียงน่ากลัวและความเจ็บปวด

“คุณคิดจะให้อิทธิพลของเขตการปกครองเบอลลิทธ์ล้ำเข้ามาในประเทศนี้รึยังไง?!” อเล็กเซย์ถาม กัดฟันด้วยความเจ็บปวด

“อย่างน้อย พวกนั้นจะเห็นเราเป็นฝ่ายเดียวกัน มันดีกว่าถูกเห็นเป็นศัตรู!”

การทหารและเทคโนโลยีของประเทศ “เขตการปกครองเบอลลิทธ์” นั้นมีสูงมาก หากสงครามระหว่างสาธารณรัฐอไลเมอร์และเขตการปกครองเบอลลิทธ์ปะทุขึ้น โอกาสที่สาธารณรัฐฯชนะนั้นมีน้อยพอสมควร

นั่นคือสาเหตุที่ทำให้สภาเวทมนต์อยากเข้าร่วมกับเขตการปกครองเบอลลิทธ์ที่เป็นฝ่ายชนะ

“หากพวกเราเข้าข้างสาธารณรัฐฯแล้วแพ้ขึ้นมาล่ะก็ อาณาจักรแห่งนี้ก็จะโดนบุกโจมตี!” แลนซิสซ์เร่งมานาเพิ่มขึ้น

“พวกเราไม่แพ้หรอก” อเล็กเซย์ตอบ มานาสีทองเอ่อล้นออกมา “หากสภาวเทมนตร์และราชวงศ์รวมเป็นหนึ่ง และต่อกรกับเขตการปกครองฯล่ะก็…”

“ไม่มีทางที่ประเทศเล็กๆอย่างราชอาณาจักรของเราจะต่อกรกับมหาอำนาจได้หรอก!”

ขณะที่แลนซิสซ์กำลังพูด เขาก็รู้สึกบางอย่างกำลังแทงลงไปยังแผ่งหลังของเขา และเมื่อนักเวทย์หนุ่มสังเกตดีๆ มันคือมีดเล่มเล็กๆ คนที่แทงลงไปก็คือทหารรับจ้างคนหนึ่งที่อเล็กเซย์ช่วยเอาไว้ เร็กซ์ถือโอกาสที่แลนซิสกำลังคุยกับอเล็กเซย์เพื่อแทงมันลงไป หวังจะช่วยในการต่อสู้สักเล็กน้อย

“อย่ามาเกะกะ! ทหารรับจ้างที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับประเทศนี้ควรจะตายๆไปซะให้หมด!” หมัดของนักเวทย์พุ่งลงมา

อเล็กเซย์ได้ช่วยเร็กซ์เอาไว้ เขาไม่ปล่อยให้แลนซิสซ์ฆ่าแน่ ดังน้ันมานาสีทองจึงบิดเบี้ยวมิติเพื่อผลักให้เร็กซ์กระเด็นห่างออกจากระยะหมัด

ขณะที่แลนซิสซ์ไม่ทันตั้งตัวกับสิ่งที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด อเล็กเซย์ก็จู่โจม

อีกด้านหนึ่ง ลิเลียน่ากำลังป้องกันลำแสงพลาสม่าที่คาร์โล่ปล่อยออกมา มานาของเธอสามารถป้องกันมันได้พักหนึ่ง แต่หากปล่อยเอาไว้แบบนี้ไอความร้อนจะทำให้เธอเสียท่า แต่ขณะที่กำลังกังวลเรื่องนั้น ลำแสงพลาสม่าก็หยุดลง

“นี่คือเหตุผลที่ไม่ยากจะใช้อุปกรณ์เวทมนตร์ที่ยังทดลองไม่เสร็จยังไงละ ให้ตายสิ” คาร์โล่บ่น

อุปกรณ์เวทมนต์ที่แขนซ้ายของเขาไม่เคยถูกสร้างหรือคิดค้นขึ้นที่ไหนมาก่อน หากมันถูกนำไปใช้ในการทหารของอาณาจักรนี้จริงล่ะก็ อาณาจักรอลิสเซียอาจจะมีเทคโนโลยีทางการทหารที่ล้ำสมัยที่สุดก็ได้ แต่ของที่ไม่เคยมีใครคิดมาก่อนย่อมมีปัญหาที่ไม่มีใครคิดมาก่อน

บริเวณส่วนที่ปล่อยพลาสม่าออกมาเรืองแสงสีส้ม ความร้อนที่เกิดขึ้นจากการปล่อยพลาสม่ามีมากเกินไป คาร์โล่จำเป็นต้องรอให้มันเย็นลงจึงจะโจมตีได้ใหม่อีกครั้ง

ลิเลียน่าไม่รีรอ ใช้โอกาสนั้นในการโจมตีทันที แต่สิ่งที่เธอไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น พร้อมกับคาร์โล่ที่ตะโกนออกมา

“ฉันคิดสงสัยมาตลอด! ว่าไอ้มานาของพวกแกมันคืออะไรกันแน่!”

อุปกรณ์เวทมนต์รูปร่างเหมือนปลอกแขนที่คาร์โล่สวมอยู่เริ่มสงเสียงโลหะ อากาศถูกดูดเข้าไปด้านในด้วยวิธีการบางอย่าง นั่นทำให้ลิเลียน่าแสดงสีหน้างุนงง แต่อีกไม่นานเธอก็นึกขึ้นได้ว่ามันคือะไร

“การสกัดมานาออกมาจากอากาศ!?”

สสารทุกอย่างมีมานาเป็นส่วนประกอบที่เล็กที่สุด การสกัดมานาออกมาจากอากาศซึ่งเป็นสสารนั้นจึงสามารถทำได้ แต่การที่จะทำแบบนั้นต้องใช้อุปกรณ์ขนาดใหญ่ ดังนั้นการที่อุปกรณ์เวทมนตร์ของคาร์โล่สามารถทำแบบนั้นได้จึงทำให้ลิเลียน่าตกใจเป็นอย่างมาก

“ทำถึงขนาดนั้นได้ยังไง?” เธอกล่าวออกมาอย่างอ้ำอึ้ง

“เพื่อประเทศนี้ไงล่ะ” คาร์โล่ตอบ

เขาคือคนที่สามารถต่อกรกับราชวงศ์ได้เพื่อที่จะนำประเทศนี้ไปยังเส้นทางที่ตัวของเขาเชื่อว่าถูกต้อง

คาร์โล่ชูแขนไปยังเพดาน หลังจากนั้นมานาที่ปลอกแขนสกัดออกมาก็รวมตัวบนฝ่ามือ ปริมาณของมานามีมากพอที่จะสร้างลูกบอลมานาเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 เมตร และกำลังขยายขึ้นเรื่อยๆ

สำหรับอาณาจักรนี้ ไม่สิ สำหรับโลกนี้เขาเป็นหนึ่งในบุคลสำคัญก็ว่าได้ ความอัจฉริยะของเขาเหมาะสมที่จะได้รับตำแหน่งผู้บัญชาการสูงสุดของสภาเวทมนต์ เมื่อคิดได้เช่นนั้น ลิเลียน่าจึงถอนหายใจ

“ฉันเสียใจจริงๆที่อาณาจักรของเราต้องเสียคนสำคัญและมีประโยชน์แบบคุณไป ทั้งๆที่เมื่อสองปีก่อนฉันเคยขอร้องกับท่านแม่ว่าให้รับคนอย่างคุณเข้ามาเป็นขุนนาง”

คาร์โล่ ผู้บัญชาการสูงสุดของสภาเวทมนตร์นั้น เคยเป็นขุนนางมาก่อน เขาคือขุนนางคนแรกของประเทศนี้ที่ได้รับการแต่งตั้นจากสามัญชน

“ถ้าหากรู้ว่าผลลัพธ์ที่ได้จะออกมาเป็นแบบนี้ ฉันคงไม่ทำแบบนั้น”

“มันสายไปแล้ว ตอนนี้สภาเวทมนตร์กำลังชนะ” นั่นคือคำพูดของคาร์โล่ที่ไม่รู้สถานการณ์ด้านนอกว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น “อนาคตของประเทศนี้จะไม่ตกอยู่ในความสิ้นหวัง พวกเราจะเข้าร่วมกับเขตการปกครองเบอลลิทธ์และชนะในสงคราม”

“ถึงแม้ว่าจะต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของเขตการปกครองฯก็ตาม?”

“ถูกต้อง”

“คงปล่อยให้ทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะประเทศนี้มีความลับที่เปิดเผยให้โลกรู้ไม่ได้อยู่… หากถูกต่างประเทศแทรกแทรงละก็ พลังที่ถูกเก็บเอาไว้จะต้องถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดอย่างแน่นอน”

คาร์โล่ไม่แน่ใจว่า “พลังที่ถูกเก็บเอาไว้” ที่ลิเลียน่ากำลังพูดถึงคืออะไร สิ่งที่เขาเดาได้คือมานาสีแดงซึ่งไหลเวียนอยู่ในดันเจี้ยนใต้ดินแห่งนี้

“การปกป้องมันคือหน้าที่ของราชวงศ์ ...ไม่สิ มันคือหน้าที่ของราชินีอย่างฉัน”

บอลมานาที่คาร์โล่สร้างขึ้นมาขนาดตัวขึ้นระหว่างที่ทั้งสองพูดคุยกันอยู่ มันมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางกว่า 15 เมตร หมายความว่ามันเกือบจะถึงเพดานของห้องที่ทั้งสองอยู่

หากว่าลิเลียน่าใช้มานาของเธอในการป้องกัน บอลมานาจะสลายตัวออก ปริมาณมานามากขนาดนั้นจะไหลออกมาในคราวเดียว คงจะหลบเลี่ยงแบบไร้บาดแผลไม่ได้

แต่คาร์โล่ไม่จบเพียงแค่นั้น เขาเอื้อมมือขวามายังแผงควบคุมบนปลอกแขนซ้าย กดปุ่มบางอย่างลงไป หลังจากนั้นบอลมานาที่สกัดออกมาจากอากาศก็ย่อขนาดลงเกือบครึ่ง เหลือเส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 7 เมตร

การเปลี่ยนแปลงของมันไม่ใช่แค่ขนาด แต่คุณสมบัติด้วยเช่นกัน

มันคือเวทมนตร์กรด บอลมานาขนาดใหญ่เปลี่ยนไปเป็นสิ่งนั้นที่มานาของลิเลียน่าไม่สามารถสลายได้ นั่นทำให้แรงกดดังโจมตีเธอ คาร์โล่กดปุ่มต่อไปบนแผงควบคุม

“สิ่งนี้ไม่ใช่อุปกรณ์เวทมนต์เพียงเท่านั้น มันคือเครื่องคำนวนเวทมนตร์สำหรับสร้างเวทมนตร์ชนิดต่างๆขึ้นมา มันทำให้ฉันสามารถใช้เวทมนตร์ใดๆก็ได้ เพียงแค่ป้อนคำสั่งที่ถูกต้องลงไปเท่านั้น”

บอลมานาสีดำซึ่งเป็นกรดรุนแรงกระจายตัวออกไป กลายเป็นลูกแก้วขนาดเล็กจำนวนมากลอยอยู่ในอากาศ พวกมันห้อมล้อมลิเลียน่าเอาไว้ทุกทิศทาง

“ถึงแม้ว่าแกจะสามารถใช้มานาในการป้องกันกรดเอาไว้ได้ แต่หากโดนโจมตีทุกทิศทางล่ะก็ คิดว่าจะควบคุมมานาให้ป้องกันได้หมดรึเปล่า?”

“!?”

ลิเลียน่าใช้มานาของเธอสร้างเกราะป้องกันเอาไว้ทุกทิศทาง แล้วลูกลอบกรดก็พุ่งเข้ามา แรงเสียดสีระหว่างกรดและมานาสร้างไอความร้อนขึ้นมา ลิเลียน่าพยายามผลักให้เกราะป้องกันขยับห่างออกไปเพื่อไม่ให้ตัวเองโดนไอความร้อน

แต่หากเธอผลักมันไปไกลเกินไป การควบคุมมานาของเธอจะอ่อนลง ดังนั้นจึงทำไม่ได้ เธอจำเป็นต้องตั้งสมาธิเพื่อไม่ปล่อยให้เกิดช่องว่าขึ้นในการป้องกันของเธอ

แต่คาร์โล่ไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้น เขาใช้อุปกรณ์เวทมนตร์ในการคำนวนเวทมนตร์ ดังนั้นระหว่างนั้นเขาสามารถทำอย่างอื่นได้เช่นกัน

เขาจึงหยิบอุปกร์เวทมนตร์อีกอันหนึ่งออกมาจากเสื้อคลุม มันคือดาบกรดสีดำ เมื่อเปิดการทำงานมันก็ยิงกรดสีดำออกมาเป็นใบดาบทันที

ตามปกติแล้วมานาของลิเลียน่าสามารถป้องกันดาบกรดนั่นได้ แต่ตอนนี้เธอต้องป้องกันกระสุนกรดทุกทิศทาง หากคาร์โล่มองหาช่องว่างที่การป้องกันอ่อนตัว เขาสามารถใช้ดาบกรดแทงทะลุเข้าไปยังเนื้อหนังของราชินีสาวได้

“แสดงว่าการโจมตีโดยใช้พลาสม่าเมื่อคราวที่แล้วเป็นการโจมตีหลอกๆเพื่อให้ฉันสูญเสียมานางั้นสินะ” ลิเลียน่าฝืนพูด ทั้งๆที่หากเผลอเล็กน้อยกระสุนกรดจะทะลุร่างของเธอได้

“เปล่า ฉันตั้งใจจะใช้เวทมนตร์นั้นในการจัดการแกจริงๆ แต่ไม่คิดว่าจะทนต่อความร้อนและพลังของพลาสม่าได้” คาร์โล่ยกดาบขึ้นมา “ไม่อยากจะเชื่อว่าจำเป็นต้องใช้วิธีนี้”

กำลังจะแทงลงไปยังเกราะมานาส่วนที่อ่อนแอ อีกไม่นานคาร์โล่ก็จะปลิดชีวิตของราชินีที่เป็นจุดศูนย์กลางของราชวงศ์ลงได้ หากว่าไม่มีราชินี พวกขุนนางก็ไร้ประโยชน์ในระบบการปกครองแบบนี้

คาร์โล่ตั้งใจจะให้สภาเวทมนตร์เข้ามาเกี่ยวข้องกับการปกครอง เพราะสงครามกำลังจะเกิดขึ้น มันคือสงครามระหว่างเขตการปกครองเบอลลิทธ์และสาธารณรัฐอไลเมอร์ หากประเทศไม่ปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์และเลือกต่อสู้ข้างฝ่ายแพ้ ความเป็นอยู่ของประชาชนจะตกต่ำ

สิ่งที่เขาต้องการจะทำหลังจากได้ชัยชนะคือการเป็นพันธมิตรอย่างแน่ชัดของเขตการปกครองเบอลลิทธ์ ซึ่งเป็นประเทศที่มีกำลังทางการทหารใหญ่ที่สุด ถึงแม้ว่าผลของมันจะทำให้ประเทศนี้ตกเป็นรัฐหุ่นเชิดก็ตาม อย่างน้อยนั่นก็ดีกว่านำไปสู่สงครามกับประเทศอันตรายเช่นนั้น

“ฉันคือราชินีของประเทศนี้” น้ำเสียงของเด็กสาวฟังดูน่าเกรงขาม ทั้งๆที่อยู่ในสถาการณ์เสียเปรียบ “ฉันจะไม่นำประเทศนี้ไปสู่เส้นทางที่เต็มไปด้วยทางตันอย่างการเข้าข้างเขตการปกครองฯ”

“...”

“ฉันจะเป็นคนช่วยประเทศนี้เอาไว้ ดังนั้นไม่ยอมให้ประเทศนี้เดินไปยังเส้นทางที่มีแต่ทางตันแบบนั้นเด็ดขาด”

จู่ๆลิเลียน่าก็หยุดแผ่มานาออกมา เธอปล่อยให้กระสุนกรดพุ่งเข้ามากัดกินผิวหนังของเธอ ทิ้งดาบคริสตัลลงไปกับพื้น มันอาจดูเป็นการกระทำที่บ้าระห่ำ แต่นั่นทำให้เธอสามารถตั้งสมาธิในการควบคุมมานาไปยังจุดแห่งเดียวได้

มานาสีฟ้าสะท้อนแสงห่อหุ้มมือซ้ายของเด็กสาว เธอใช้มันจับดาบกรดที่แทงเข้ามาโดยไม่เกรงกลัวต่อแรงต้านทานที่สามารถเผาไหม้มือของเธอได้ และไม่สนใจต่อร่างกายของตนที่กำลังโดนกรดสีดำกัดกิน

ปล่อยไว้ไม่กี่วินาที มันจะกัดไปถึงกระดูกแน่ แต่เพียงแค่ไม่กี่วินาทีก็เพียงพอ เธอกำหมัดขวาเอาไว้แน่น แล้วปล่อยมันออกไปด้านหน้า

คาร์โล่ไม่ทันตั้งตัว หมัดนั่นกำลังเล็งมาที่ใบหน้าของเขาแน่ๆ เขาคิดแบบนั้น แต่มันผิด เพราะหมัดของลิเลียน่ามุ่งตรงไปยังปลอกแขนที่ป็นอุปกรณ์เวทมนตร์ของเขา

ทันทีที่หมัดปะทะกับปลอกแขน แสงสีฟ้าก็ปะทุขึ้น สาเหตุมาจากการที่มานาของลิเลียน่ากำลังสลายมานาที่ทำงานอยู่ในปลอกแขน ทำให้การคำนวนเวทมนตร์ของมันหยุดทำงานทันที ดังนั้นกรดสีดำที่กำลังกัดกินร่างกายของเธอก็จางหายกลายเป็นละอองมานาในอากาศ

ถึงแม้กรดสีดำจะมีโครงสร้างที่ซับซ้อนจนมานาของเธอไม่สามารถสลายได้ แต่ปลอกแขนที่เป็นส่วนสำคัญของเวทมนตร์น้ำเป็นเพียงอุปกรณ์เวทมนตร์ที่ใช้มานาในการทำงานธรรมดา มันมีจุดอ่อน

อากาศเย็นยะเยือกไหลผ่านความคิดของคาร์โล่ เขาชะงักนิ่งไป ตอนนั้นเองที่มือซ้ายปล่อยออกมาจากดาบกรด หยิบดาบคริสตัลของเธอขึ้นมา แล้วแทงไปยังกลางหน้าท้องของคาร์โล่ สลายมานาที่เขาปล่อยออกมาจากร่างกาย ทำให้ดาบกรดที่เป็นอุปกรณ์เวทมนตร์ซึ่งใช้มานาของเขาเองหยุดการทำงานลง

ปลายดาบคริสตัลทะลุแผ่นหลังของคาร์โล่ มันไม่ใช่แผลเพียงเล็กน้อย เลือดปริมาณมากไหลออกมาทันทีที่ลิเลียน่าดึงดาบออก

“อะ..อ่อนหัด” คาร์โล่สบถออกมา “...พูดมันง่าย….แต่การจะต่อกรกับ...ประเทศที่มีพลังทางการทหารเยอะแบบนั้น…”

เลือดไหลซึมออกมาทางปาก ทำให้คาร์โล่พูดออกมาไปจบประโยค

ลิเลียน่าตอบกลับไปพร้อมกับรอยยิ้ม

“ไม่ต้องห่วง…” แต่อย่างไรก็ตาม บาดแผลที่เธอได้รับทำให้ความเจ็บปวดปริมาณมากกำลังกัดกินจิตใจของเธออยู่ “พวกฉันจะ แสดงให้เห็นว่า ...ความลับของราชวงศ์ที่พวกคุณกลัวและอยากจะเปิดโปงออกมานั้น มันน่ากลัวขนาดไหน…”

แลนซิสที่กำลังต่อสู้กับอเล็กเซย์อยู่หันมามองด้วยสายตาราวกับเห็นสิ่งที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น

“พวกเราแพ้งั้นเหรอ?”

“...เปล่า” อเล็กเซย์ตอบ

“ไม่ต้องมาพูด...ท่านคาร์โล่แพ้แล้ว...สภาเวทมนตร์จะถูกกำจัดในฐานะกบฏ โทษสูงสุดอาจเป็นการประหารชีวิต”

“คุณกำลังเข้าใจผิดอยู่…”

สภาพของทั้งสองคนดูย่ำแย่ กระดูกซี่โครงอเล็กเซย์หักหลายซี่ เศษกระดูกตำลงไปในปอด กลิ่นของเลือดลอยย้อนออกมาแตะจมูดตลอดเวลา นอกจากนี้สภาพของเขามีบาดแผลเต็มตัว

อีกด้านหนึ่งคือแลนซิส จะให้เรียกว่ามีสภาพดีกว่าก็คงผิด แต่ก็ไม่แย่กว่าอเล็กเซย์ กล้ามเนื้อของเขาทำงานหนักเกินไปเพราะถูกเร่งด้วยมานา ทั้งแขนและขามีสีแดงออกม่วง แต่ถึงอย่างนั้นเขาไม่สามารถหยุดเคลื่อนไหวได้ เพราะการโจมตีของอเล็กซย์นั้นรวดเร็ว

เวทมนตร์มิติต้องต่อกรด้วยความรวดเร็ว หากเขาเคลื่อนไหวช้า เขาก็จะติดเข้าไปในห้วงมิติที่บิดเบี้ยว จนหลบออกมาไม่ได้ในที่สุด

อย่างไรก็ตาม อเล็กเซย์ใช้มานาไปปริมาณมากพอสมควร ดวงตาของเขาเรื่องแสงสีแดงระยิบระยับ หากใช้มากเกินไปกว่านี้อาจสูญเสียการควบคุม ส่วนแลนซิสคงฝืนใช้กล้ามเนื้อต่อไปได้อีกไม่นาน

คุณกำลังเข้าใจผิด นั่นคือสิ่งที่อเล็กเซย์พูดออกไป

“เข้าใจผิดเรื่องอะไร?” นักเวทย์หนุ่มฝืนพูดออกมาในสภาพกึ่งล้มกึ่งยืน

“ทำไมคุณถึงมาเป็นนักเวทย์ของสภาเวทมนตร์ล่ะ?”

“...ไม่เห็นต้องถาม สถานการณ์ปัจจุบันของโลกในตอนนี้กำลังเข้าสู้ภาวะขัดแย้ง ทั้งทวีปเอเรเซียที่พวกเราอยู่ตอนนี้กำลังจะมีสงคราม ส่วนทวีปยูกาเซียของพวกเอลฟ์กำลังต่อสู้กันเอง การที่จะปกป้องประเทศในยุคนี้นั้น จำเป็นต้องมีกำลังทหารที่แข่งแกร่ง”

“ถ้างั้นคุณก็ยังไม่แพ้”

“?”

แลนซิสซ์ไม่เข้าใจความหมายของคำที่อเล็กเซย์พูดออกมา แต่สายตาของเด็กหนุ่มผมน้ำตาลอ่อนเต็มไปด้วยเปลวเพลิง เขาไม่ได้พูดเพื่อดึงความสนใจหรือถ่วงเวลา มันคือการแสดงบางอย่างออกมาจากใจจริง

“เป้าหมายของพวกเรามีเหมือนกัน ดังนั้นคุณยังไม่แพ้”

“เป้าหมายมีเหมือนกันง้ันเหรอ? เปล่าเลย! พวกแกต้องการนำประเทศเข้าร่วมกับสาธารณรัฐฯ ส่วนพวกเราต้องการนำประเทศเข้าร่วมกับเขตการปกครองฯ มันไม่เห็นจะมีอะไรเหมือน”

“เพราะแบบนั้นคุณถึงกำลังเข้าใจผิด” อเล็กเซย์ตอบอีกครั้ง “เป้าหมายของพวกเรา ทั้งพวกราชวงศ์และสภาเวทมนตร์คือการปกป้องประเทศนี้ไม่ใช่รึไง?”

“...”

ถึงแม้วิธีการและเส้นทางจะแตกต่างกัน แต่ทั้งสองกำลังทำเพื่อประเทศในทางที่ตนคิดว่าเป็นทางที่ดีที่สุด นั่นเป็นความจริง ดังนั้น…

“พวกคุณยังไม่แพ้” อเล็กเซย์ยังคงคำเดิม “พวกเรายังไม่แพ้ ...เพราะต่อจากนี้ราชอาณาจักรอลิสเซียของเราจะมุ่งสู่ชัยชนะ”

“...” แลนซิสซ์กัดฟันแน่น “มันไม่ง่ายเหมือนปากพูดหรอก… อย่ามาเหลวไหลนะ!”

ด้วยแรงเฮือกสุดท้าย นักเวทย์หนุ่มพุ่งเข้าใส่อเล็กเซย์ แต่ตอนนั้นเองที่แลนซิสซ์รู้สึกถึงความแตกต่าง บาดแผลของอเล็กเซย์รักษาตัวไปส่วนหนึ่ง ถึงแม้จะไม่รักษาทั้งหมด แต่สภาพของเขาก็ดีขึ้น สาเหตุมาจากพลังที่เรียกว่า “ดราก้อนฮาร์ท” ภายในร่างของเด็กหนุ่ม

อเล็กเซย์สูดหายใจเข้าออก เศษชิ้นส่วนกระดูกซี่โครงที่แทงเข้าไปในปอดถูกรักษากลับเข้าที่เรียบร้อยแล้ว อย่างน้อยเขาก็สามารถกลับมาหายใจได้สะดวก ทำให้สามารถใช้เรี่ยวแรงได้อีกหน่อย

เด็กหนุ่มไม่จำเป็นต้องใช้มานาอีกแล้ว เขากำหมัดธรรมดาขึ้นมา ปะทะเข้ากับนักเวทย์อันไร้เรี่ยวแรงที่พุ่งเข้ามาได้อย่างสบาย

กล้ามเนื้อของแลนซิสซ์ไม่สามารถรับภาระได้อีกแล้ว เขาล้มหงายหลังลงไปได้อย่างง่ายดาย สภาพอันแสนทรมาณของเขาทำให้อเล็กเซย์มองด้วยสายตาเห็นใจ แต่นั่นไม่ใช่คนที่เขาควรเป็นห่วง

“ลิเลียน่า!” อเล็กเซย์พุ่งไปดูอาการลิเลียน่าทันที

อาการของเธอหนักกว่าตัวเขาเสียอีก ดังนั้นอเล็กเซย์จึงรีบทำการปฐมพยาบาลโดยเร็ว ผิวหนังหลายส่วนของเธอโดนกรดสีดำละลาย โชคดีที่กรดกระจายเป็นกระสุนขนาดเล็กเท่าลูกแก้ว ทำให้บาดแผลไม่ใหญ่มาก แต่ก็กระจายไปทั่วร่างกาย

อีกทั้งการที่เธอใช้มานาในการป้องกันก่อนหน้านี้ ทำให้เกิดแรงต้านทานที่สร้างความร้อนพอควร มือและแขนขาของเธอมีรอยไหม้เต็มไปหมด

“...” อเล็กเซย์กัดฟัน (ฉันมาช่วยไม่ทัน กลายเป็นอัศวินที่ไร้ความสามารถอีกแล้ว)

สีหน้าของอเล็กเซย์เต็มไปด้วยความขมขื่นใจ แต่เขาไม่อยากให้ลิเลียน่าต้องเป็นห่วงไปมากกว่านี้ จึงหลบไม่ให้เธอเห็น เขาต้องทำสีหน้าให้สมกับเป็นอัศวินของเธอเสียก่อน จึงจะให้เธอเห็นหน้าได้

“อเล็กเซย์?”

“ดูเหมือนว่าพวกเราจะ...ชนะ...แล้วนะ”

“การต่อสู้ยังไม่จบ”

“นั่นสินะ ยังไงก็ตาม ก่อนอื่นต้องรักษาแผลของเธอก่อน จะให้ราชินีไปประกาศเกี่ยวกับสงครามกลางเมืองที่ดำเนินถึงตอนนี้ในสภาพแบบนี้ให้ประชาชนเห็นไม่ได้”

“นั่นก็จริง แต่ฉันไม่คิดว่าบาดแผลพวกนี้จะสามารถรักษาได้ง่ายๆนะ ไม่แน่อาจจะกลายเป็นแผลเป็นไปตลอดชีวิตก็ได้…”

“เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วง...รู้สึกว่าพวกกรมตำรวจจะมีวิธีการในการรักษาแผลอย่างรวดเร็วอยู่ ถึงจะดูน่ากลัวไปหน่อยก็เถอะนะ…”

“การรักษาในแคปซูลนั่นนะเหรอ? จริงๆก็อยากจะลองแช่ดูเหมือนกันนะ? มันอาจจะรู้สึก...ดีก็ได้”

เร็กซ์เดินเข้ามาทางด้านหลัง เขาเองก็มีบาดแผลพอสมควร แต่ได้อเล็กเซย์ช่วยเอาไว้จึงรอดมาได้

“ผมมีกล่องพยาบาลอยู่ ถ้าต้องการจะใช้ล่ะก็…”

“ไม่จำเป็น…” ลิเลียน่าตอบ ทำให้อเล็กเซย์แสดงสีหน้างุนงงเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อ “ทางนี้ปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้ว ดังนั้น…”

เธอชี้ไปยังร่างของชายแก่ที่นอนจมกองเลือดอยู่ข้างๆ นั่นคือคาร์โล่ สติของเขาหลุดไปแล้ว และเลือดที่ไหลออกมาก็มีพอประมาณ อย่างไรก็ตาม เวลาผ่านไปไม่นาน ยังมีโอกาสรอดอยู่

“ปฐมพยาบาลคนๆนั้นก่อน”

“?”

“พวกเรา...ประเทศนี้ยังต้องการตัวของชายคนนั้น”


     note : จบครึ่งแรก แต่แน่นอนว่านี่ไม่ใช่บทสรุปของสงครามกลางเมือง(ยังมีสรุปต่ออีก 2-5 ตอน) อย่างไรก็ตาม เรื่องที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆอย่างสงครามกลางเมือง แต่เป็น "สงครามระหว่างประเทศมหาอำนาจ"


20 ความคิดเห็น