Dragon Heart - สงครามเวทมนตร์ [On hold]

ตอนที่ 121 : บทสรุปสงครามกลางเมือง - Part 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    25 มิ.ย. 62

Summary I

บทสรุปสงครามกลางเมือง

товарищ % comrade




1




ปี 2025 อาณาจักรอลิสเซีย ณ ห้องผู้บัญชาการสูงสุดของสภาเวทมนต์

เลวินและเวโรนิก้าได้ข้อมูลของการทดลองผิดมนุษย์ธรรมของสภาเวทมนตร์มาแล้ว สิ่งที่พวกเขาต้องทำต่อไปคือใช้มันเป็นข้ออ้างในการจัดการกับสภาเวทมนตร์

อาณาจักรอลิสเซียมีขั้วอำนาจอยู่สองฝั่ง หนึ่งคือฝั่งราชวงศ์ สองคือฝั่งสภาเวทมนตร์

ราชวงศ์มีหน้าที่ในการบริหารงานการปกครอง จุดสูงสุดคือองค์หญิง สาเหตุที่เป็นแบบนั้นเพราะประเพณีดั้งเดิมของอาณาจักร มีพวกขุนนางรับผิดชอบการจัดการส่วนอื่นๆ แต่การทำงานแทบทุกอย่างต้องผ่านการอนุมัติขององค์หญิง

สภาเวทมนตร์มีหน้าที่ในด้านความมั่นคงระหว่างประเทศ หรือก็คือกำลังทหาร พวกเขามีอำนาจมากพอที่จะต่อกรกับราชวงศ์หากเกิดการทุจริต ตำแหน่งสูงสุดคือผู้บัญชาการสูงสุด เขามีอำนาจในการสั่งการทุกหน่วยงานของสภาเวทมนตร์

เดิมทีมีหน่วยงานที่เรียกกว่ากรมตำรวจอยู่ด้วย แต่กรมตำรวจไม่มีพลังในด้านการปกครองหรือการทหาร พวกเราไม่มีพลังมากพอที่จะเป็นขั้วอำนาจ

ในยามสันติ ราชวงศ์และสภาเวทมนตร์จะร่วมมือกันทำงาน นั่นทำให้อาณาจักรอลิสเซียเดินหน้าไปได้อย่างมั่นคง

อย่างไรก็ตาม ในสถานการที่เกิดความขัดแย้งระหว่างราชวงศ์และสภาเวทมนตร์ อาณาจักรอลิสเซียไม่ต่างอะไรจากสงครามกลางเมือง สำหรับอาณาจักรที่มีเมืองหลวงแค่เมืองเดียว มันเป็นสิ่งที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น เพราะหากสงครามกลางเมืองเกิดขึ้น การพัฒนาและการบริหารงานทั้งหมดจะหยุดชะงัก

พวกนักเวทย์สามารถยึดพระราชวังได้สำเร็จ แต่พวกเขาไม่สามารถป้องกันมันเอาไว้ได้ อันย่า  อาคิลิน่าสามารถทำลายศูนย์กลางการสื่อสารของสภาเวทมนตร์ได้ นั่นทำให้การประสานงานของนักเวทย์ล้มเหลว พวกอัศวินสามารถบุกเข้ามายึดพระราชวังคืนได้ในที่สุด

กลุ่มของทหารรับจ้างกลุ่มหนึ่งได้ต่อสู้อยู่กับนักเวทย์ก่อนหน้านั้น พวกเขาเป็นความช่วยเหลือแก่อัศวินอย่างมาก นั่นคือกลุ่มของแมคาร์นอฟและเนลลี่ ทั้งสองคนได้รับรางวัลและได้เข้าร่วมกับกลุ่มของอัศวินในที่สุด

ผู้บัญชาการสูงสุดของสภาเวทมนตร์ คาร์โล่  อาร์ลิคนั้น ถูกราชวงศ์นำไปจำคุกเอาไว้ในข้อหากบฏ นักเวทย์คนอื่นก็เช่นเดียวกัน การตัดสินความผิดของพวกเขาจะถูกนำมาพิจรณาหลังจากการฟื้นฟูความเสียหายที่เกิดกับเมืองหลวงเสร็จสิ้น

ขณะนั้นองค์ราชินีลิเลียน่าได้ขอพักรักษาตัวจากบาดแผลการต่อสู้ ไม่มีใครรู้ว่าใช้วิธีการอะไรในการรักษา

เวลาผ่านไปหลายวัน

“บาดแผลส่วนใหญ่หายไปพอประมาณ แต่สภาพร่างกายยังจำเป็นต้องพักฟื้นเพื่อที่จะกลับมาทำงานได้อย่างเต็มที่ ตอนนี้ไม่เป็นปัญหาในการกล่าวปราศัยครับ”

คนที่พูดด้วยน้ำเสียงเป็นทางการคือหมอในชุดผ้าคลุมสีขาว

สถานที่แห่งนี้คือห้องแคปซูลของกรมตำรวจ ลิเลียน่าได้รักษาตัวอยู่ที่นี่ หมอคนนี้กำลังรายงานผลการรักษาให้เธอทราบ

“ทางกรมตำรวจจะไม่คิดค่าใช้จ่าย เนื่องจากตอนนี้ประเทศอยู่ในสภาวะฉุกเฉิน อย่างไรก็ตาม…”

“หลังจากอาณาจักรกลับมามีเสถียรภาพอีกครั้ง ทางราชวงศ์จะให้เงินทุนในการพัฒนาเทคโนโลยีแบบนี้อีก เรื่องนั้นเข้าใจแล้ว” ลิเลียน่าพูดตัด

หลังจากได้รับการรักษาเสร็จ ราชินีเดินทางกลับไปยังพระราชวัง

สงครามกลางเมือที่เกิดขึ้นใช้เวลาเพียงหนึ่งหรือสองวัน หลังจากผู้บัญชาการสูงสุดถูดจัดการ ทำให้การต่อสู้หลังจากนั้นไม่ยืดเยื้อ อย่างไรก็ตาม ความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อเมืองหลวงมีมากพอควร การต่อสู้ระหว่างนักเวทย์และกองอัศวินเกิดขึ้นในเมืองเพียงม่กี่ชั่วโมง พลังของเวทมนตร์และระเบิดสามารถทำลายถนนและสิ่งก่อสร้างสำคัญได้

นอกจากการบริหารหยุดนิ่ง ผลของสงครามกลางเมืองนำความอ่อนแอทางการทหารมายังอาณาจักรอลิสเซีย เนื่องจากนักเวทย์แทบทั้งหมดถูกจำเรือนจำพิเศษด้วยข้อหากบฏ กำลังรบของประเทศจึงลดลง หน่วยงานทหารที่เหลือมีเพียงตำรวจและอัศวิน และทั้งสองหน่วยงานไม่สามารถใช้เวทมนตร์ได้

หากต้องการมีชิวิตรอดในโลกที่เวทมนตร์เป็นกำลังรบสำคัญ การปรับตัวที่รวดเร็วและมั่นคงเป็นสิ่งจำเป็น ขั้วอำนาจในประเทศถูกลดเหลือเพียงแค่หนึ่ง และขั้วอำนาจที่เหลืออยู่ไม่มีพลังทางการทหาร ดังนั้นพวกเขาต้องสร้างพลังอีกแบบขึ้นมา

พลังทางการทูต

สงครามระหว่างประเทศมหาอำนาจกำลังเข้ามาใกล้ เนื่องจากสภาพทางภูมิศาสตร์ทำให้อาณาจักอลิสเซียต้องเลือกฝ่าย ระหว่างประเทศสาธารณรัฐอไลเมอร์ที่อ่อนแอทางการทหาร แต่ดีกว่าด้านความเป็นอยู่ หรือเขตการปกครองเบอลลิทธ์ที่แข่งแกร่งทางการทหาร แต่ด้อยกว่าด้านความเป็นอยู่

ราชวงศ์เลือกสาธารณรัฐอไลเมอร์ ผลที่ได้คือกำลังทหารที่อ่อนแอกว่าอีกฝ่ายอย่างสิ้นเชิง ประชาชนที่รู้เรื่องนั้นแสดงความกังวลออกมาเกี่ยวกับผลของสงครามกลางเมือง ความกังวลนั่นส่งไปยังประชาชนอื่นๆ

ลิเลียน่าจำเป็นต้องกล่าวปราศัยให้พวกเขาฟัง เธอคือราชินี เธอต้องบอกแนวทางการรับมือของประเทศต่อสงคราม เธอจึงถ่ายทอดสดผ่านทางทีวีและวิทยุ

“กล่าวต่อประชาชนชาวอลิสเซียทุกท่าน ดิฉันคือราชินีคนปัจจุบันของอาณาจักรอลิสเซีย—ลิเลียน่า ออส  โซฟานอวาร์—จะกล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงหลังจากนี้”

คำว่า “การเปลี่ยนแปลงหลังจากนี้” ทำให้ประชาชนที่ฟังการกล่าวปราศัยอยู่รู้สึกไม่ดี ความเปลี่ยนแปลงที่เด่นชัดที่สุดในหัวของพวกเขาคือสงครามที่กำลังมาถึงและความเป็นอยู่หลังจากนี้

ประชากรเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ได้รับผลโดยตรงจากการต่อสู้กลางเมือง แต่ประชากรส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบทางอ้อม ปัญหาที่ตามมาคือปัญหาเศรษฐกิจ

ประเทศอลิสเซียเป็นประเทศเกาะ สถานที่เพาะปลูกภายในประเทศมีน้อย สถานที่เลี้ยงสัตว์เช่นกัน หากสงครามที่เกิดขึ้นทำให้การนำเข้าอาหารลดลง ประชาชนก็จะอดตาย

พวกเขาถูกบีบให้เข้าร่วมสงครามเพราะสภาพภูมิศาสตร์ ไม่ว่าจะเข้าร่วมฝั่งไหน พวกเขาก็ต้องเจอกับการขาดแคลนอาหารอยู่ดี

ลิเลียน่าต้องการตัดความกังวลในจุดนั้น

“พวกเราได้ทำสัญญากับทางสาธารณรัฐเกี่ยวกับการนำเข้าส่งออกสินค้าต่างๆ รวมไปถึงอาหาร”

คำพูดนั้นทำให้ประชาชนทั้งหมดรู้ว่าอาณาจักรอลิสเซียจะเข้าฝ่ายไหน

“ฉันได้ยินเกี่ยวกับความกังวลของประชาชนทุกคนดี ความขัดแย้งระหว่างประเทศในทวีปใหญ่ทำให้เรามีความจำเป็นต้องเข้าร่วมสงคราม การที่เราเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง อีกฝ่ายก็จะโจมตี เส้นทางอาหารก็จะถูกตัดขาด”

ลิเลียน่าหยุดไปครู่หนึ่ง

ดังนั้นสิ่งที่เราต้องทำเพื่อป้องกันไม่ให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นคือ การเอาชนะเขตการปกครองเบอลลิทธ์

ประชาชนส่งเสียงงุนงงออกมา ประเทศนี้มีขนาดเล็กเล็กๆและอยู่ในสภาพอ่อนแอ ความเป็นไปได้ที่จะชนะประเทศการทหารอย่างเขตการปกครองเบอลลิทธ์นั้นแทบเท่ากับศูนย์ ทุกคนคิดแบบนั้น

ลิเลียน่าพูดผ่านโทรทัศน์และวิทยุ แต่เธอสัมผัสความคิดเหล่านั้นได้

“เพื่อที่จะทำแบบนั้น ประเทศนี้จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงขั้นเด็ดขาด สถานการณ์ที่ประเทศมีเพียงขั้วอำนาจเดียวนั้นเสี่ยงต่อการทุจริตและคดโกง แต่มันมีความรวดเร็วในการบริหารงาน พวกเราจะใช้จุดนี้ให้เป็นข้อได้เปรียบ”

แผนภาพแสดงบนหน้าจอของโทรทัศน์แทนใบหน้าของลิเลียน่า โครงสร้างขององค์กรบริหารใหม่ถูกร่างเอาไว้

“หลังจากนี้สภาเวทมนตร์จะตกอยู่ภายใต้การควบคุมของราชวงศ์ และหลังจากนี้ราชวงศ์จะเปลี่ยนเป็นการบริหารแบบรัฐสภา โดยมีฉัน—ลิเลียน่า ออส โซฟานอวาร์—เป็นผู้บริหารสูงสุด”

ราชวงศ์และระบบขุนนางถูกเปลี่ยนเป็นรัฐสภา การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ประชาชนหรือสามัญชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารได้

สภาเวทมนตร์ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐสภา อำนาจทั้งหมดของประเทศตกอยู่ภายใต้รัฐสภาเท่านั้น

ระบบรัฐสภาถูกบังคับใช้ครั้งแรกในประเทศ ความมั่นคงของระบบจึงมีน้อย แต่รัฐสภากลับมีพลังมหาศาลของทั้งประเทศอยู่ในมือ

ลิเลียน่าคือผู้บริหารสูงสุดของรัฐสภานั้น

ประชาชนอาจมองการเปลี่ยนแปลงนี้เป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการปกครองแบบรัฐสภา แต่ความเป็นจริงมันคือการรวมอำนาจเข้าสู่ลิเลียน่าเพียงคนเดียว

“หลังจากนี้รัฐสภาจะประกอบไปด้วยขุนนางเท่านั้น การเลือกตั้งของตัวแทนจะมีขึ้นหลังจาก ทุกอย่างอยู่ในสภาพสงบเรียบร้อย ระหว่างนั้นการซ่อมแทรมโครงสร้างของประเทศถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด”

ลิเลียน่ากลายเป็นอดีตองค์ราชินี สมาชิกรัฐสภาทั้งหมดคืออดีตขุนนางที่เคยรับใช้องค์ราชินี อำนาจทั้งหมดจึงตกอยู่ในกำมือของเด็กสาวผมดำอย่างเด่นชัด และการปกครองแบบนี้จะอยู่ไปจนกว่าทุกอย่างจะสงบลง

ทุกอย่างจะสงบลงเมื่อไหร่?



การกล่าวปราศัยจบลง ความกังวลคือสิ่งเดียวเป็นรสชาติเดียวที่หลงเหลือในปากของประชาชน

ผลกระทบทางเศรษฐกิจไม่แสดงออกมาชัดเจนโดยทันที แต่ตัวเลขบนหน้าจอคอมพิวเตอร์แสดงออกมาชัดเจน

อัตราการค้าขายและแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างอาณาจักรอลิสเซียและเขตการปกครองเบอลลิทธ์ลดลง

การปราศัยได้แสดงจุดยืนของอาณาจักรอลิสเซียชัดเจน ผลกระทบที่ตามมาต้องใช้เวลาอีกสักสัปดาห์หรือสองสัปดาห์

ลิเลียน่าถอนหายใจ เธออยู่ในห้องสำหรับถ่ายทอดสดในพระราชวัง การถ่ายทอดสดจบลงไปแล้ว เธอจึงถอนหายใจได้อย่างโล่งอก

“เรื่องแบบนี้ยังทำได้ไม่ถนัดจริงๆนั่นแหละนะ”

“แต่ก็ทำออกมาได้ดีนะ” อเล็กเซย์นั่งบนเก้าอี้ในห้อง เขาฟังคำปราศัยจากตรงนั้นตลอด “คนที่สังเกตเห็นว่าระบบนี้คือระบบรวมอำนาจนั้นไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะพวกเขารู้ดีว่าสำหรับประเทศนี้ในตอนนี้ นี่คือสิ่งที่เป็นทางออกเดียว”

“พวกเรามีอาวุธลับอีกหลายอย่าง”

“เธอดูสมกับเป็นราชินีจริงๆเลยนะ”

“ตอนนี้ประเทศนี้อยู่ในความรับผิดชอบของฉัน จะทำตัวเหลวไหลไม่ได้ พวกเราจำเป็นต้องจัดการกับปัญหาอีกหลายๆเรื่อง รวมไปถึงปัญหาภายในด้วย”

“ปัญหาภายใน หรือว่า…”

“ใช่…” ลิเลียน่าพยักหน้า “สถานที่คล้ายกับดันเจี้ยนใต้ดินที่อยู่ภายใต้พระราชวังแห่งนี้ มันต้องเก็บความลับอะไรซักอย่างเอาไว้ ฉันคิดว่ามันอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับพลังของนายก็ได้”

“พลังของฉัน? แต่ฉันมีมานาสีทองน่ะ แต่ละอองมานาของที่นั่นมีสี…”

“สีแดง ไม่ใช่สีแดงของเพลิง โทนสีของมันมีสีเหมือนกับเลือดเสียมากกว่า ถ้าหากว่ามันไม่ใช่สถานที่ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับดราก้อนฮาร์ทล่ะก็ มันมีความเกี่ยวข้องกับพลังอื่นที่เรายังไม่รู้”

อเล็กเซย์สัมผัสความเย็นยะเยือก

พลังอื่นที่นอกเหนือจากดราก้อนฮาร์ทของเขาคืออะไร คำถามนั้นติดอยู่ในหัว

“เรื่องการค้นหาข้อสงสัยนั่นไม่ใช่ความรับผิดชอบที่พวกเราต้องไปกังวล” ลิเลียน่าพูดต่อ “สิ่งที่พวกเราต้องทำในตอนนี้คือหาวิธีรับมือกับการตอบสนองต่อผลของสงครามกลางเมืองที่เขตการปกครองจะแสดงออกมาต่างหาก”

“พวกนั้นคงไม่ประกาศสงครามโดยทันทีหรอกนะ…”

“เรื่องนั้นเป็นไปได้ แต่มีโอกาศน้อย เขตการปกครองเองก็คงคิดไม่ถึงว่าผลของสงครามกลางเมืองจะกลายมาเป็นแบบนี้”

“พวกนั้นไม่คิดว่าอัศวินจะสามารถเอาชนะนักเวทย์ได้งั้นสินะ?”

ลิเลียน่าพยักหน้าตอบ

“ดังนั้นพวกนั้นคงกำลังวางแผนอยู่เหมือนกัน พวกเบื้องบนไร้ความรับผิดชอบที่คอยออกคำสั่งกับกองกำลังของเขตการปกครองเบอลลิทธ์คงกำลังวิ่งวุ่น ให้พวกนั้นทำหน้าที่ของตัวเองบ้างก็ไม่ใช่เรื่องแย่อะไร”

“พวกเราจะใช้ช่องว่างระหว่างนั้นวางแผนตอบโต้ในกรณีที่พวกนั้นเข้าสู่สงครามสินะ”

“ใช่” เสียงของลิเลียน่าเสียดแทง “รัฐของเขตการปกครองฯไม่สนใจความเป็นอยู่ของประชาชนตัวเอง พวกนั้นต้องการเพียงแค่อำนาจ มันอาจประกาศสงครามโดยไม่สนว่าประชาชนของตนจะพร้อมหรือเปล่า”

เขตการปกครองเบอลลิทธ์มีกำลังทหารสูง แต่ความเป็นอยู่ของประชาชนย่ำแย่ อาหารของประเทศมีเพียงพอต่อการบริโภค แต่คุณภาพของอาหารต่ำและไร้มาตรฐาน รัฐบาลขอเพียงประชาชนไม่หิวตายก็เป็นพอ

ลิเลียน่า—ราชวงศ์จึงไม่ต้องการเข้าร่วมกับประเทศแบบนั้น

“เป้าหมายของสงครามล่ะ? หากพวกเราจะนำประเทศให้ไปรอดตลอดฝั่งละก็ ในสงครามครั้งนี้…”

“ใช้ เพื่อให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดี พวกเราจำเป็นต้องได้อะไรบางอย่างมาในสงครามครั้งนี้”




20 ความคิดเห็น