Dragon Heart - สงครามเวทมนตร์ [On hold]

ตอนที่ 123 : บทสรุปสงครามกลางเมือง - Part 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    27 มิ.ย. 62




3




สุดท้ายแล้ว คนที่ต้องจัดการกับ “กลุ่มก่อการร้าย” คือเอมเบอร์และเวโรนิก้า

กลุ่มก่อการร้าย หรือ พวกที่สนับสนุนสภาเวทมนตร์มากกว่าราชวงศ์ ได้รับอาวุธมาจากเขตการปกครองเบอลลิทธ์ ตัวตนของอาวุธนั้นถูกปกปิดเอาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความขัดแย้ง

แต่เอมเบอร์ที่ได้สู้กับพวกเขาซึ่งๆหน้าสามารถบอกได้ทันทีว่า อาวุธที่กลุ่มก่อการร้ายใช้คืออุปกรณ์เวทมนตร์ของเขตการปกครองเบอลลิทธ์

เอมเบอร์ไม่มีเวทมนตร์ในการป้องกัน เธอคือนักเวทย์เพลิง เวทมนตร์เพลิงเช่น บอลเพลิง หอกเพลิง และกำแพงเพลิง เวทมนตร์เหล่านั้นมีพลังในการทำลายสูง แต่พวกมันใช้ในการป้องกันไม่ได้

เนื่องจากศัตรูมีอาวุธเวทมนตร์ เวโรนิก้าจึงถูกส่งมาร่วมภารกิจ เธอคือผู้ใช้เวทมนตร์ลม กำแพงลมของเธอสามารถป้องกันกระสุนปืนกลได้ สามารถป้องกันเวทมนตร์ได้บางชนิด เธอสามารถทำหน้าที่ป้องกันแทนเอมเบอร์ได้

เวโรนิก้ามีพลังป้องกันสูง เอมเบอร์มีพลังทำลายสูง ทั้งสองคนกลายเป็นศัตรูที่ไม่ควรสู้ด้วยของ “กลุ่มก่อการร้าย”

ถึงแม้กลุ่มก่อการร้ายได้รับอุปกรณ์เวทมนตร์คุณภาพจากต่างประเทศ สมาชิกในกลุ่มยังประกอบไปด้วยคนธรรมดา คนพวกนั้นอาจฝึกฝนร่างกาย แต่ก็ไม่มีความสามารถในการต่อสู้ เปรียบได้กับนักออกกำลังกายที่ไม่เคยใช้อาวุธมาก่อน ถึงจะได้อาวุธมาอยู่ในมือ แต่ก็ไม่สามารถนำประสิทธิภาพทั้งหมดออกมาได้

ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งวัน ทั้งสองคนสามารถทำลายฐานทัพของกลุ่มที่ว่าได้กว่า 80%



“เป็นผลงานที่ดีเลยนะ ฉันเองยังตกใจเลย” โซเฟียกล่าว ในมือของเธอมีกระดาษรายงานสั้นๆ

“ท่านลิเลียน่าประมาณเอาไว้ว่าต้องใช้เวลากว่า 2 วันเพื่อที่จะจัดการทั้งหมด แต่สองคนนั้นทำได้ดีกว่าที่คิดนะครับ” บอริกยืนมองเอกสารในมือของโซเฟียจากทางด้านข้าง

“แผนการที่ท่านพี่คิดเอาไว้ดูเหมือนว่าจะดำเนินไปเร็วกว่าที่คาด พวกเราเองก็มีงานที่ท่านพี่มอบหมายมาเหมือนกัน”

ทั้งสองคนไม่ได้อยู่ในห้องหรูหราของพระราชวัง

สถานที่แห่งนี้คือป่าที่อยู่นอกเมืองหลวง ชายหาดวางอยู่สุดสายตา ทะเลสีฟ้าส่งเสียงคลื่นดังมาถึงตรงนี้ สถานที่นี้คือป่าบริเวณชายฝั่ง ซึ่งมีอยู่รอบๆเกาะของอาณาจักร—รัฐสภาแห่งประชาชนอลิสเซียแห่งนี้

โซเฟียนั่งอยู่บนเก้าอี้พลาสติกแบบพัดได้ เก้าอี้แบบนี้เหมาะสำหรับพกพา โต๊ะด้านหน้าของเธอทำจากไม้อัดและขาพับได้ราคาถูก สถานที่ทำงานแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพียงชั่วคราวแบบลวกๆ แต่เพียงพอสำหรับการทำงาน

ชุดที่โซเฟียสวมอยู่ไม่ใช่ชุดองค์หญิง แต่เป็นเสื้อยืดสีขาวและกระโปรงยาวเหนือเขาเล็กน้อยสีดำ สภาพของเธอดูไม่เป็นองค์หญิง ซึ่งจริงๆแล้วตอนนี้เธอไม่ใช่องค์หญิง แต่เป็นเพียงอดีตองค์หญิง

บอริกยังเป็นอัศวินอยู่ ถึงแม้ระบบราชวงศ์ถูกเปลี่ยนเป็นรัฐสภา แต่อัศวินเป็นกองกำลังทหารที่แยกออกมาจากราชวงศ์ กลุ่มอัศวินจึงไม่ถูกยุบ บอริกยังสวมชุดเครื่องแบบอัศวินคล้ายชุดพ่อบ้านสีดำเช่นเดิม

ทั้งสองคนไม่ได้อยู่ตามลำพัง เสียงเครื่องยนต์ดังไปทั่วป่าใกล้ชายหาดแห่งนั้น เครื่องจักรสีส้มเหลือกำลังทำงานอยู่ ต้นไม้ของป่ากำลังถูกตัดและถางลงทีละต้นอย่างรวดเร็ว เครื่องตัดต้นไม้ทำงานเร็วกว่าคนหลายเท่า

“ฉันว่าใช้เวทมนตร์ลมในการตัดต้นไม้พวกนี้มันน่าจะเร็วกว่าการใช้เครื่องงี่เง่านั้นนะ” โซเฟียบ่นออกมา

“การใช้เวทมนตร์ลมเพื่อสร้างใบมีดลมแล้วตัดต้นไม้ก็เป็นความคิดที่ดีนะครับ แต่โชคร้ายที่ตอนนี้นักเวทย์ลมของเรากำลังจัดการกับ “กลุ่มก่อการร้าย” อยู่” บอริกตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพกึ่งเป็นกันเอง “ส่วนนักเวทย์ลมคนอื่นๆของประเทศถูกจับเอาไว้ที่เรือนจำ เพราะพวกเขาเป็นนักเวทย์ของสภาเวทมนตร์ทั้งหมด”

“ฉันรู้สึกไม่พอใจกับปริมาณนักเวทย์ที่พวกเราสามารถใช้การได้จริงๆ”

ประเทศอลิสเซียมีนักเวทย์ที่ใช้การได้เพียงสามคน เอมเบอร์นักเวทย์เพลิง เวโรนก้านักเวทย์ลม และลาเวนเดอร์นักเวทย์พืช

เวโรนิก้าและเอมเบอร์ทำงานอย่างอื่นอยู่ ส่วนลาเวนเดอร์เป็นนักเวทย์พืช เธอสามารถควบคุมพืชได้ แต่ไม่สามารถตัดมาแล้วนำมาใช้ต่อได้

พวกโซเฟียกำลังทำการก่อสร้างอยู่ นอกจากพวกเธอและเครื่องจักรสีส้มเหลือแล้ว กลุ่มของวิศวกรกำลังเดินไปมาตามบริเวณชายหาย

ร่องลึก 1.5 เมตรถูกขุดลึกไปตามแนวชายฝั่ง ต้นไม้ที่ถูกตัดถูกนำมาใช้สร้างเป็นเหมือนกับแนวป้องกัน ทิวทัศน์ของชายหาดเป็นเหมือนกับสงครามโลกครั้งที่หนึ่งหรือสอง ที่มีการขุดหลุ่มเป็นแนวยิงป้องกันศัตรู

นั่นคือสิ่งที่พวกเธอกำลังสร้าง—แนวป้องกันชายฝั่ง

ประเทศอลิสเซียเป็นประเทศเกาะ ดังนั้นมีชายฝั่งล้อมรอบทุกทิศทาง ทะเลสีครามเช่นกัน

สำหรับประเทศเกาะโดยทั่วไป การป้องกันโดยใช้กำลังรบทางทะเล เช่น เรือ หรือเครื่องบินทางอากาศ เป็นต้น แต่ประเทศอลิสเซียไม่มีกองเรือทรงพลัง เรือรบมีจำนวนน้อยกว่าเขตการปกครองฯและอนุภาพด้อยกว่ามาก

การป้องกันทางทะเลเป็นสิ่งยากลำบาก ลิเลียน่าจึงตัดสินใจป้องกันทางบก แนวป้องกันชายฝั่งสามารถโจมตีศัตรูที่ลงจากเรือเมื่อเทียบท่าได้

เรื่องการก่อสร้างและตัดต้นไม้สำหรับวัสดุนั้น โซเฟียปล่อยให้ผู้เชี่ยวชาญจัดการ สาเหตุที่เธอมาประจำตำแหน่งนี้คือการสังเกตการณ์ และงานเอกสาร

ตำแหน่งเก่าของโซเฟียคือองค์หญิง ถึงแม้ระบบราชวงศ์จะถูกยกเลิกไปแล้ว แต่การเปลี่ยนแปลงที่กระทันหันทำให้ไม่สามารถหาผู้บริหารแทนได้ เธอจึงต้องทำหน้าที่เช่นเดิมไปก่อน

“แต่ฉันไม่คิดว่าพวกเราจะได้ใช้งานไอ้ “แนวป้องกันชายฝั่ง” นี่หรอกนะ”

“นั่นสินะครับ การต่อสู้คงไม่ยืดเยื้อขนาดนั้น ถ้าหากทุกอย่างเป็นไปตามที่ท่านลิเลียน่าวางเอาไว้ล่ะก็…”

“ฉันไม่คิดว่าแผนของท่านพี่จะมีข้อผิดพลาดหรอกนะ แต่ว่า…”

“?”

“ตอนนี้ฉันเริ่มจะหิวซะแล้วสิ…”

“เมื่อกี้เพิ่งเป็นเวลาพักทานอาหารกลางวันครับ…”

“แต่ฉันงานยุ่งนิ! ก่อนหน้านี้ก็เลยยังไม่ได้กินอะไรแม้แต่นิดเดียว! ถ้าปล่อยให้ฉันทำงานเอกสารต่อไปแบบนี้ มีหวังตายคาโต๊ะแน่!”

“กรุณาอย่าตะโกนสิครับ หากผู้บังคับบัญชาแบบคุณกินอาหารผิดเวลาล่ะก็ ความเชื่อถือของลูกน้องจะหายไปหมดนะครับ”

“เรื่องนั้นฉันไม่สน!”

“กรุณาสนด้วยเถอะครับ…”



ห่างจากชายฝั่งของประเทศอลิสเซีย เรือสวยหรูลำหนึ่งลอยอยู่เหนือผิวน้ำ ชนิดของเรือคือเรือยอร์ช สภาพของมันใหม่เอี่ยมราวกับไม่เคยได้ใช้งานมาก่อน

คนที่อยู่บนเรือมีสี่คน นั่นคือเซ็นเอ  เซนโทน

เกวน  เนล

เซเวนเนียร์  สฟิลด์

และเด็กสาวผมทองที่มีชื่อว่ายูริก้า

สถานการณ์ของสงครามกลางเมืองทำให้พวกเขาตัดสินใจขโมยเรือลำนี้มา พวกเขาตัดสินใจหลบหนีออกมาจากประเทศ พวกเขาคิดว่าสงครามกลางเมืองจะดำเนินต่อไปอีกนาน แต่สงครามกลางเมืองกลับจบลงเร็วกว่าที่คิด

ผลของสงครามกลางเมืองนั้น มีผู้ชนะคือฝ่ายของราชวงศ์ ภายในเรือลำนี้มีเสาสัญญาณชั้นดีอยู่ มันสามารถรับคลื่นจากประเทศอลิสเซียได้ พวกเซ็นเอสามารถดูข่าวเกี่ยวกับสภาพเมืองหลวงหลังสงครามกลางเมืองได้ผ่านพ้นไป

“ดูเหมือนว่าพวกเราคิดถูกที่หนีออกมานะ ถึงแม้ว่าจะต้องทอดทิ้งประชาชนที่ควรปกป้องไปก็เถอะ…” เซเวนเนียร์ สฟิลด์พูดด้วยน้ำเสียงเศร้าผสมความกังวล เธอคือเจ้าหน้าที่ตำรวจ ความสำนึกในหน้าที่ยังติดอยู่กับเธอไม่มากก็น้อย

“เรื่องของประเทศนั้นจะเป็นยังไงก็ช่าง ประเทศที่ให้งบการประดิษฐ์ของฉันมาเพียงน้อยนิดน่ะ ไร้ความหมาย” คนที่พูดอย่างไม่สนใจคือเกวน  เนล

พวกเธอมองออกถึงระบบรัฐสภาที่ถูกนำมาแทนที่ระบบราชวงศ์ในประเทศ อำนาจของประเทศถูกรวมอำไว้กับฝ่ายราชวงศ์ ความสมดุลสองขั้วอำนาจถูกทำลายลงไป

เซนเอและยูริก้าถูกตามล่าโดยสภาเวทมนตร์ แต่สภาเวทมนตร์พ่ายแพ้ในสงคราม พวกเขาไม่มีศัตรูที่เป็นอันตรายอีกแล้ว

แต่ในสงครามกลางเมือง ทั้งสี่คนได้ต่อสู้กับกรมตำรวจที่ถูกส่งมาโดยสภาเวทมนตร์ เซเวนเนียร์และเกวนตกเป็นเป้าหมายเช่นกัน ถึงแม้ทั้งสี่คนจะกลับไปยังอลิสเซีย แต่กรมตำรวจคงไม่ปล่อยตัวไปง่ายๆ

อีกอย่าง…

“สภาพของราชวงศ์ตอนนี้ดูน่าสงสัย” เซ็นเอสบถออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ “พวกนั้นรวมอำนาจของประเทศทั้งหมดเอาไว้ที่ตัวราชินี นั่นมันเหมือนกับเผด็จการ ฉันไม่คิดว่าพวกเราและยูริก้าจะปลอดภัยหลังจากกลับไปหรอกนะ”

เซ็นเอเคยเจอกับราชวงศ์หนึ่งหรือสองครั้ง ครั้งแรกคืออเล็กเซย์และราชวงศ์ที่บุกเข้าไปยังห้องทดลองที่เขาอยู่ และครั้งที่สองคือตอนที่เขากำลังหลบหนี

“พวกนั้นรู้ว่าฉันคือหนูทดลองของสภาเวทมนตร์ คงไม่ปล่อยเอาไว้ง่ายๆแน่”

“นั่นสินะ” เกวนเห็นด้วย “อีกอย่าง พวกนั้นจับตัวของผู้บัญชาการสูงสุด—คาร์โล่  อาร์ลิคเอาไว้ ราชวงศ์คงต้องการเทคโนโลยีอุปกรณ์เวทมนตร์ของหมอนั่น”

คาร์โล่  อาร์ลิคเป็นผู้บัญชาการสูงสุดของสภาเวทมนตร์ เขาใช้เวทมนตร์ไม่ได้ แต่ความสามารถในการประดิษฐ์อุปกรณ์เวทมนตร์ทำให้ได้รับตำแหน่งนั้น

“ถ้าพวกนั้นทำถึงขนาดนั้นล่ะก็ พวกราชวงศ์อาจจะบังคับฉันให้ประดิษฐ์อะไรแบบนั้นให้ก็ได้” เกวนชี้ไปยังแผ่นหลังของยูริก้า

แสงหกจุดส่องออกมาจากกระดูดสันหลังของยูริก้า อุปกรณ์ถูกติดตั้งเอาไว้บนกระดูกสันหลังของเธอ เดิมทีมันใช้สำหรับรักษาอาการอัมพาตของเธอ แต่เกวนพัฒนาให้มันคำนวนเวทมนตร์ยากๆได้ กลายเป็นอาวุธที่ทรงพลังหากใช้คู่กับนักเวทย์

เกวนกลัวว่าสิ่งประดิษฐ์นั้นจะถูกสร้างขึ้นมาอีก ดังนั้นจึงเห็นด้วยกับการหนีออกนอกประเทศ ก่อนที่จะถูกบังคับให้สร้างอาวุธที่ทรงพลังเกินไป

“ฉันว่านะคะ ประเทศอลิสเซียเนี่ย มีอัจฉริยะเต็มไปหมดเลยนะคะ” ยูริก้าพูดขึ้น “ทั้ง คาร์โล่  อาร์ลิค แล้วก็คุณเกวนด้วย”

“ก็..นะ แต่ว่า ฉันนะ สุดยอดกว่าเจ้าคาร์โล่  อาร์ลิคอะไรนั่นอีกล่ะนะ”

เกวนพูดอย่างหลงตัวเอง ก่อนจะเดินไปในห้องครัวของเธอ เปิดตู้เย็น แต่ก็ไม่มีสิ่งที่เธอหา เช่นเดียวกันกับตู้เก็บของอื่นๆ เกวนพยายามหาอะไรจนห้องรกไปหมด

“ทำอะไรของเธอน่ะ?” เซเวนเนียร์ถาม

“กะ..กาแฟ...เรือลำนี้ไม่มีกาแฟ...”

หยาดน้ำตาของหญิงสาวที่เสพติดกาแฟเป็นชีวิตจิตใจก็ไหลออกมา ขณะที่สีหน้าของทั้งสามคนในเรือดูเอือมระอา



20 ความคิดเห็น