Dragon Heart - สงครามเวทมนตร์ [On hold]

ตอนที่ 132 : Chapter XV - Part 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    29 ก.ค. 62


2


ลิย่า โฮโดมซ่าเดิมไปตามถนน

ตอนนี้เป็นเวลาใกล้สองทุ่ม คนด้านนอกเมืองยังเดินเพ่นพ่านอยู่ แต่จำนวนเทียบไม่ได้กับเมืองหลวงของประเทศที่เธอเคยอาศัยอยู่ก่อนหน้านี้

สายตาสีแดงของเด็กสาวเอลฟ์เลื่อนมองใบหน้าของแต่ล่ะคนที่เดินผ่านไปมาเพื่อมองหาใครบางคน แต่ดูเหมือนว่าหาไม่เจอถึงแม้จะเดินมาเป็นระยะเวลานานแล้ว

ร่างกายของเธอเล็กและบอบบาง เป็นร่างกายของเด็กสาวอายุ 13 ปี แต่ถึงจะเดินมาเป็นเวลานานแล้ว ความเหยื่อนยังไม่ปรากฏบนใบหน้าของเด็กสาว

ลิย่าสวมชุดกระโปรงสีดำที่มีแขนเสื้อยาวถึงข้อมือ กระโปรงของชุดสั้นเพียงเหนือเข่าเล็กน้อย ไม่เปิดเผยขาอ่อนให้เห็นจนเกินไป ด้านล่างกระโปรงมีกางเกงออกกำลังกายแนบเนื้อขายาว นอกจากนั้นยังมีรองเท้าผ้าใบรองเท้าเอาไว้

ชุดของเธอไม่ใช่ชุดที่ดูเข้ากันสักเท่าไหร่กับเวลายามกลางคืนของเมืองที่อากาศอุณหภูมิต่ำลง

อาคารสูงไม่เกิน 5 ชั้นรอบ ๆ ข้างทางถนนเปิดไฟเพราะถึงเวลากลางคืน ไฟบนท้องถนนก็เช่นกัน แต่มีเสาไฟบางเสาที่ไม่ติดไฟ ดูเหมือนว่าหลอดไฟจะพังไปแล้ว

ลิย่ามองดูหลอดไฟกระพริบอยู่สองสามครั้งก่อนออกเริ่มเดินต่อ เธอไม่ได้เดินไปโดยไร้จุดหมาย แต่กำลังมุ่งหน้าไปตามท้องถนนที่ไร้ผู้คนเรื่อย ๆ 

ระหว่างทางเธอถูกหันมามองด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็นหลายครั้ง อาจเป็นเพราะสีตาและใบหูของเธอ

ที่นี่เอลฟ์คงเป็นสิ่งแปลกตา แต่ลิย่าไม่สนใจเรื่องนั้นและเดินต่อไปในซอยมืด ๆ 

เสาไฟข้างถนนไม่ให้แสงสว่าง เพราะคงโดนพวกมือบอลทำลาย มีรอยกระจกหลอดไฟแตกให้เห็น ส่วนกำแพงของตึกข้าง ๆ ก็เต็มไปด้วยลวดลายฝาผนัง ลงมือโดยพวกมือบอลเช่นกัน

ภายในถนนเส้นนี้มืดสลัว เพราะนอกจากเสาไฟข้างถนนโดนทำลายแล้ว ตึกและอาคารรอบด้านก็ไม่เปิดไฟ ดังนั้นแสงทั้งหมดจึงเกือบเท่าศูนย์ เป็นความมืดที่แท้จริง

ลิย่าเป็นเด็กสาวอายุ 13 ปี ดังนั้นการที่เธอมาอยู่ในที่แบบนี้ตัวคนเดียวจึงนับว่าอันตราย และในที่สุดก็มีกลุ่มคนที่ใช้ประโยชน์จากเรื่องนั้นเดินกันออกมาจากมุมตึกกว่า 5 คน

ในมือของคนพวกนั้นมีมีดพับและแท่งเหล็กอยู่ น่าจะเอามาใช้เป็นอาวุธเพื่อขูดรีดใครบางคนที่โชคร้ายเดินผ่านเข้ามา

เด็กสาวผู้สวมใส่เสื้อผ้าอันไม่เข้ากับอากาศหนาวของกลางคืนไม่แสดงทีท่ากังวลหรือสนใจกลุ่มคนร้ายทั้ง 5 แม้แต่น้อย สายตาสีแดงของเธอมองใบหน้าของพวกเขาทีล่ะคน แผ่แรงกดดันออกมา

ทั้ง 5 คนไม่สามารถสัมผัสแรงกดดันได้ สาเหตุไม่ใช่เพราะแรงกดดันของลิย่าอ่อนเกินไป แต่เป็นเพราะทั้ง 5 คนไม่ได้สนใจสายตาหรือใบหน้าของเด็กสาว แต่เป็นเรือนร่างของเธอ

“ไง ๆ ๆ  เดินอยู่ในซอยมืด ๆ คนเดียวแบบนี้ กำลังมองหาพวกเราล่ะสิท่า?” หนึ่งในพวกนั้นพูด

“...มองหาพวกแก?” เด็กสาวเอียงคอถามเบา ๆ  “ฉันไม่มีธุละอะไลกับพวกสวะ ลีบหันหลังแล้ววิ่งหนีไปซะ”

“โห๋ ๆ  น่ากลัว ๆ  แต่ถ้าเธอยอมมากับพวกเราล่ะก็…”

มือของสวะจับคางของลิย่าที่ตัวเตี้ยกว่าแล้วเงยหน้าของเธอขึ้นมา เห็นดวงตาสีแดงและใบหูปลายแหลม แล้วสีหน้าของเขาก็แสดงความแปลกใจออกมา ก่อนจะหันไปคุยกับเพื่อนอีก 4 คนด้านหลัง

“เห้ย ๆ  ยัยนี่เป็นเอฟล์ว่ะ!”

“...” ลิย่าพูดอะไรบางอย่าง

“? พูดอะไรนะ?”

ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ไปชั่วขณะ เป็นตอนนั้นเองที่ชายคนนั้นรู้สึกถึงบางอย่าง ราวกับว่าดวงตาของเด็กสาวกำลังลุกเป็นไฟ แรงกดดันมหาศาลพุ่งเข้าโจมตีจนต้องสะดุ้งถอยหลังออกห่าง ทำให้อีก 4 คนด้านหลังส่งเสียงงุนงง

จู่ ๆ แสงสีส้มแดงก็ส่องสว่างวาบขึ้นมา มันคือเปลวเพลิงใต้ฝ่าเท้าของทั้งสี่คน ซึ่งลุกขึ้นมาโดยไร้สาเหตุ แต่หากมองดี ๆ ก็จะรู้ว่ามันคือเวทมนต์ของลิย่า

“วิ่ง” นั่นคือสิ่งที่เธอพูด

มานาสีแดงอ่อน ๆ ผสมกับฟ้าไหลรอบ ๆ ตัวเธอจนทำให้ร่างกายเล็ก ๆ เปล่งแสงอ่อน ๆ 

ความร้อนภายใต้ฝีเท้าทำให้ทั้งสี่คนรีบวิ่งหนีออกจากตรงนั้นไปกันคนล่ะทิศคนล่ะทาง คงเพราะไม่เคยเจอกับเวทมนตร์แบบนี้มาก่อน เนื่องจากเขตการปกครองเบอลลิทธ์มีโรงเรียนเวทมนตร์น้อยนิด และส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในเมืองหลวง ไม่ใช่เมืองไกลความเจริญแบบนี้

ลิย่าเดินตามซอยไปอีกสักพัก ก่อนจะหยุดตรงด้านหน้าอาคารแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นอาคารแห่งเดียวในซอยนี้ที่เปิดประตูหน้าทิ้งเอาไว้และมีแสงไฟด้านใน

เธอเดินเข้าไปในอาคารโดยไม่รีรอ

ด้านในเป็นห้องนั่งเล่น มีโซฟาและโทรทัศเก่า ๆ ตั้งอยู่ตรงกลางห้อง และนอกจากนั้น เด็กหนุ่มอายุ 19 ปีกำลังนั่นอ่านหนังสืออยู่บนโซฟาตัวนั้น

เด็กหนุ่มผู้มีดวงตาสีดำและผมสีดำสวมชุดสีดำราวกับกลมกลืนไปในความมืดนั้น หันมามองยังเด็กสาวที่เพิ่งเข้ามาทางประตูหน้าอย่างเยือกเย็น

“มาแล้วเหรอ? นานกว่าที่คิดเอาไว้นะ อย่าลืมปิดประตูด้วย”

ลิย่าเอื้อมมือไปปิดประตูตามที่เขา หลังจากนั้นเธอเดินมานั่งบนเก้าอี้ไม้ที่วางอยู่ริมกำแพงห้อง ห่างจากโซฟาตรงกลางห้องประมาณเมตรเดียว

“ผู้นำทาง” ลิย่าเรียกนามแฝงของเด็กหนุ่ม

“หึ ๆ  เร่งรีบจังเลยนะ”

“หากปล่อยให้เป้าหมายมีเวลาฟื้นฟูสภาพล่างกายไปมากกว่านี้ การล้างแค้นจะลำบาก ยิ่งเลาปล่อยให้เวลาผ่านไปนานเท่าไหล่ ศัตรูก็จะแข่งแกล่งขึ้นมากเท่านั้น ดังนั้นลีบ ๆ บอกเบาะแสที่ได้มา อย่าทำให้ฉันผิดหวัง”

“ไม่ต้องแสดงแววตาน่ากลัวแบบนั้นก็ได้ ทางนี้กำลังทำหน้าที่อย่างเต็มที่อยู่แล้ว” ผู้นำทางลุกขึ้น หยิบซองเอกสารสีน้ำตาลบนโซฟาข้าง ๆ ขึ้นมาส่งให้ลิย่า “ถ้าเธอไม่พอใจกับผลลัพท์นี้อีกล่ะก็ ฉันคงเรียกตัวเองว่า ‘ผู้นำทาง’ ไม่ได้ล่ะนะ”

ลิย่าเปิดซองเอกสารเพื่อหยิบกระดาษด้านในขึ้นมาดู เห็นชื่อและภาพถ่ายของโรงแรมแห่งหนึ่งที่อยู่ในเมืองแห่งนี้ ซึ่งเมื่อเธอจับตามองด้านในภาพถ่ายดี ๆ  เธอมองเห็นร่างของเด็กหนุ่มคนหนึ่งเดินอยู่ด้านหน้าโรงแรม

นั่นคือเซ็นเอ เซนโทน

เพียงแค่นั้น สีหน้าของลิย่าก็ปรากฏรอยยิ้มชั่วร้ายออกมา ซึ่งเป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความโกรธแค้น

“มันพักอยู่ที่นั่น ฉันจะไปจัดการให้ทุกอย่างจบลง หลังจากนี้คุณคุงดูโร่ก็จะสามารถตายได้อย่างสงบสุข ...ฉันจะล้างแค้นเอง”

“ตอนนี้ไม่ทันแล้ว” ผู้นำทางขัด

“?”

“ข้อมูลล่าสุดบอกว่าพวกนั้นเดินทางออกจากโรงแรงแห่งนั้นไปแล้ว ฉันคิดว่าพวกนั้นไม่อยากมีชื่ออยู่ในสมุดบัญชีของโรงแรม เพราะจะทำให้โดนตามรอยได้ง่าย สถานที่ที่พวกนั้นจะใช้เป็นที่กบดาน คงเป็นตึกร้างในเมือง หรือไม่ก็ทางรถไฟใต้ดินที่ถูกทิ้งร้างไปแล้ว ...เอาเถอะ ทางเลือกแรกน่าจะมีโอกาสเป็นไปได้มากกว่า”

“...”

“อย่ามองฉันด้วยสายตาแบบนั้นสิ ทางนี้ต้องตามหาไปทั่วเมือง ภาพที่ได้นั่นคือภาพจากกล้องวงจรปิดหน้าร้านสะดวกซื้อใกล้ ๆ กับโรงแรมเมื่อ 3 วันก่อน พวกนั้นเคลื่อนที่โดยทิ้งร่องรอยเอาไว้เพียงนิดเดียว หนึ่งในพวกนั้นคงมีอดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือไม่ก็ทหารอยู่...”

“ไม่ว่าจะยังไง นายก็ได้ข้อมูลมาช้าเกินไป หลังจากนี้จะเอาไง?”

“เธอคงจะเดินตามหาบนถนนในเมืองเช่นเดิมสินะ?” ผู้นำทางถาม เห็นลิย่าพยักหน้าตอบแล้วจึงพูดต่อ “ฉันรู้จักแหล่งที่เต็มไปด้วยอาคารร้างอยู่มากมาย ดังนั้นพอจะคาดเดาได้ว่าพวกที่เธอกำลังตามหาอยู่นั้นไปซ่อนตัวอยู่แถวไหน ..แต่อย่าหวังมากไปล่ะ เพราะการตามหาแบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย คงต้องใช้เวลา”

“ฉันควรจะไปเดินตรวจสอบส่วนไหนของเมือง?”

ลิย่าถาม ผู้นำทางจึงตอบด้วยการชี้นิ้วไปยังซองเอกสารในมือของลิย่าแทน เพราะข้อมูลที่จำเป็นมีอยู่ด้านในซองนั้นหมดแล้ว ซึ่งลิย่ายังไม่ได้หยิบขึ้นมาอ่านทั้งหมด

พอเธอหยิบกระดาษในซองขึ้นมา แผนที่ของเมืองมีวงกลมสีแดงวาดเอาไว้ นอกจากนั้นยังมีปากกาขีดไปตามเส้นทางของถนน

“นั่นคือถนนร้านค้า ที่นั่นมีร้านขายสินค้าที่จำเป็นสำหรับพวกนั้นอยู่” ผู้นำทางอธิบาย “ถึงแม้จะใช้ตึกร่างเป็นที่พัก แต่พวกนั้นจำเป็นต้องซื้ออาหารและเครื่องใช้ที่จำเป็น ดังนั้นอีกไม่นานพวกนั้นต้องโผล่ไปที่บริเวณนั้นแน่”

“ฉันจะไปตรวจดูบลิเวณนั้น..” ลิย่าลุกขึ้นจากเก้าอี้

เธอมุ่งหน้าเดินกลับไปยังประตู ไม่หันหลังมามองเด็กหนุ่มบนโซฟา ซึ่งกำลังหันกลับไปอ่านหนังสือต่อเช่นเดิม

“ถ้าหากเจอพวกนั้นขึ้นมา อาละวาดให้เต็มที่ไปเลยนะ” เขากล่าว

ลิย่าได้ยิน แต่เธอไม่ตอบอะไร เดินไปเปิดประตูออกด้านนอก และปิดกลับลงที่เดิม ไม่มีธุระอะไรกับสถานที่แห่งนี้แล้ว

เบื้องหน้าอาคารมีแสงสลัวจากด้านในก็จริง แต่ห่างจากบริเวณนั้นยังเป็นความมืดสนิทของซอยไร้คน เป็นสถานที่อันตราย

เธอไม่เข้าใจว่าทำไมเด็กหนุ่มถึงสามารถอาศัยอยู่ในห้องโทรม ๆ แบบนั้นในสถานที่แบบนี้ได้โดยไม่ถูกปล้นของรุมทำร้ายจนตาย แต่ก็ไม่ใช่ว่าเธอสนใจเรื่องของเขา

ดังนั้นลิย่าจึงเดินไปโดยไม่บอกลา มุ่งหน้ากลับเข้าไปในความมืดของซอยและหายวับไป คงจะเดินไปยังจุดที่กำหนดเอาไว้บนแผนที่จากข้อมูลที่เพิ่งได้รับมา

เสียงฝีเท้าออกห่างจากหน้าประตูไป เด็กหนุ่มผู้ถุกเรียกว่า ‘ผู้นำทาง’ ซึ่งกำลังอ่านหนังสือภายในห้องด้วยสายตาเย็นชาจึงถอนหายใจ

“คงต้องขอใช้ประโยชน์จากเธอหน่อยล่ะนะ เด็กสาวเอลฟ์จากเกาะตะวันตก”

20 ความคิดเห็น