Dragon Heart - สงครามเวทมนตร์ [On hold]

ตอนที่ 135 : Chapter XV - Part 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    29 ก.ค. 62


5


พวกเธอได้เงินมาจากการทำลายตู้ ATM ด้วยความสามารถของเซ็นเอและความรู้ของอดีตตำรวจอย่างเซเวนเนียร์ อย่างไรก็ตาม การซื้อยานพาหนะด้วยเงินพวกนั้นไม่สามารถทำได้ เพราะมันต้องใช้เอกสารหลายอย่าง ดังนั้นการขโมยจึงเป็นทางออก

ยูริก้ายืนอยู่ภายในลานจอดรถของตึกแห่งหนึ่ง มันถูกสร้างเป็นอาคารหลายชั้น ปริมาณรถที่จอดอยู่ด้านในทำให้บรรยากาศภายในดูอึดอัด นอกจากนั้นยังทำให้มุมอับสายตามีปริมาณเยอะเช่นเดียวกัน

เกวน เนลกำลังงัดประตูรถของรถคันหนึ่งให้เปิดออกด้วยทักษะการสะเดาะกุญแจของเธอ เนื่องจากเธอเป็นนักประดิษฐ์อัจฉริยะ เธอจึงรู้เรื่องกลไกเป็นอย่างดี ระบบล๊อคประตูของรถเก่า ๆ ที่ประชาชนของเขตการปกครองเบอลลิทธ์ส่วนใหญ่ใช่ไม่สามารถป้องกันเธอได้

เซเวนเนียร์ยืนมองเพื่อนของเธอด้วยสายตาของคนที่กำลังขัดแย้งในตัวเอง เธอเป็นอดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจ สันชาตญาณของเธอบอกให้รีบเข้าจับกุมเกวนที่กำลังพยายามขโมยรถ แต่โชคดีที่สามารถห้ามตัวเองเอาไว้ได้ พวกเธอต้องการยานพาหนะ

“พวกมันกำลังตามหาตัวเซ็นเอในเมืองแห่งนี้ หมายความว่าพวกนั้นรู้ว่าพวกเราพักอยู่ที่นี่ ดังนั้นหนทางที่ดีที่สุดที่จะหลีกเลี่ยงความวุ่นวายที่ไม่จำเป็นคือการออกจากเมืองนี้ ..แต่ว่า...เกวน เธอไปเรียนวิธีการสะเดาะกุญแจเก่า ๆ แบบนั้นมาจากไหนกัน?”

“ประมาณครึ่งปีก่อน ฉันพยายามประดิษฐ์กุญแกป้องกันขโมยที่มีชิ้นส่วนกลไกกว่า 560 ชิ้นดู ก็เลยศึกษาการทำงานของกุญแจรูปแบบต่าง ๆ  นอกจากนั้นต้องศึกษาวิธีการสะเดาะกุณแจด้วย ตอนนั้นฉันก็เลยจำวิธีการได้น่ะนะ”

เกวนแสดงหลักฐานให้เห็นทันที ประตูรถปลดล๊อคหลังจากที่เธอใช้เวลาไม่ถึงนาที เซเวนเนียร์เริ่มไม่แน่ใจว่าเกวนจะกลายเป็นโจรอัจฉริยะในอนาคตด้วยทักษะที่เธอมีกันแน่

รถยนต์ไม่สามารถทำงานได้ด้วยการเปิดประตู ถึงแม้เกวนจะสะเดาะกุญแกประตูรถได้แต่มันไม่สามารถใช้งานได้ เกวนจำเป็นต้องหาวิธีการทำให้เครื่องยนต์ทำงาน โชคดีที่รถรุ่นเก่ามีระบบรักษาความปลอดภัยต่ำ เกวนสามารถใช้จุดนั้นให้เป็นประโยชน์ได้

เกวนเป็นหนึ่งในสมาชิกเพียงคนเดียวที่ไม่สามารถต่อสู้ได้ เธอไม่สามารถใช้เวทมนตร์ได้อย่างยูริก้าและเซ็นเอ ไม่มีความสามารถในการต่อสู้อย่างเซเวนเนียร์ที่เป็นอดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เธอเป็นเพียงนักประดิษฐ์เท่านั้น นี่คือสิ่งที่มีเพียงเธอเท่านั้นสามารถทำได้

เกวนดึงสายไฟฟ้าใต้พวงมาลัยออกมา เธอสามารถทำให้รถยนต์ติดเครื่องได้โดยตัดและเชื่อมสายไฟพวกนั้นให้เป็นรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง ซึ่งการทำแบบนั้นต้องใช้เวลาพอสมควร

ตอนนั้นเอง เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นจากมุมหนึ่งของเสาคอนกรีตเสาหนึ่งภายในลานจอดรถนั้น มันดึงความสนใจของทั้งสามไปทางนั้น

ใครบางคนที่กำลังแอบอยู่ด้านหลังเสาคอนกรีตต้นนั้นเป็นคนสร้างเสียงฝีเท้าขึ้นเมื่อครู่ เสียงนั้นดังไปถึงจุดที่เซเวนเนียร์และยูริก้ายืนอยู่ การที่ทั้งสองหันไปมองเป็นเครื่องบ่งบอกให้ใครคนนั้นรู้ว่าตำแหน่งของตัวเองถูกเปิดเผยแล้ว

เจ้าของเสียงฝีเท้าซึ่งไม่รู้ว่าจงใจหรือไม่ได้จงใจปล่อยออกมาก็เดินออกมาจากที่กำบังด้วยความเงียบงัน ไม่มีแม้แต่เสียงฝีเท้าราวกับว่าเสียงเมื่อกี้เป็นเรื่องโกหก

เด็กหนุ่มผมสีดำดวงตาสีดำอายุ 19 ปีที่แต่งกายทุกอย่างสีดำจ้องมองมายังเซนเวนเนียร์และยูริก้าด้วยสายตาเย็นชา

ทั้งสองไม่รู้ตัวตนของเด็กหนุ่มที่เดินออกมาจากด้านหลังเสาคอนกรีตต้นนั้น แต่หากใครจากสังคมอาชญากรภายในเมืองแห่งนี้เห็นหน้าของเขาพร้อมการแต่งกายก็จะระบุตัวตนได้ทันที

นั่นคือ ‘ผู้นำทาง’ ที่พวกยูริก้าคิดว่าเป็นคนซึ่งกำลังตามหาเซ็นเออยู่ แต่ความจริงแล้วเขาเป็นเพียงแค่ล่ามให้กับเด็กสาวเอลฟ์ที่มีความแค้นกับเซ็นเอ และออกชื่อเป็นผู้ว่าจ้างงานตามหาตัวของเซ็นเอแทนเด็กสาวคนนั้นเพียงแค่นั้น

เป้าหมายจริง ๆ ของเด็กหนุ่มซึ่งถือปืนพกในมือไม่ใช่เด็กหนุ่มฮาลฟ์เอฟล์ผู้มีชื่อว่าเซ็นเอ เซนโทน แต่เป็นบุคลอื่น

แน่นอนว่าพวกเซเวนเนียร์ไม่รู้เรื่องนั้น พวกเขาคิดว่าเด็กหนุ่มที่ยืนมองอยู่จากเสาคอนกรีตห่างออกไปกว่า 10 เมตรเป็นเพียงประชาชนธรรมดาที่บังเอิญผ่านมาเห็นเหตุการณ์ของเกวนซึ่งกำลังขโมยรถอยู่ก็เท่านั้น

(โดนเห็นแล้วงั้นเหรอ? แบบนี้ก็แย่สิ ถ้าเกิดเขาแจ้งตำรวจขึ้นมา อะไรหลาย ๆ อย่างมันจะวุ่นวายและน่ารำคาญขั้นเป็นเท่าตัวแน่)

กลุ่มของพวกเธอได้ขโมยเงินมาจากตู้ ATM ก่อนหน้านี้เพื่อใช้ในการเอาตัวรอดภายในเมืองแห่งนี้ เนื่องจากตำรวจไม่สามารถระบุตัวคนร้ายได้ พวกเธอจึงลอยนวล แต่หากมีใบหน้าของพวกเธอถูกส่งไปถึงตำรวจ พวกนั้นอาจตรวจสอบจนรู้เรื่องเข้า

ระหว่างที่คิดอยู่นั้นเอง เซเวนเนียร์สัมผัสถึงอะไรบางอย่าง

เธอมองไปยังใบหน้าของผู้นำทางด้วยสายตาที่เฉียบคมของอดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจ จมูกของเธอได้รับกลิ่นอายซึ่งจำได้ดีจากเด็กหนุ่มคนนั้น แขนของเธอขยับโดยอัตโนมัติไปยังกระบอกปืนด้านหลัง

เซเวนเนียร์เปิดปากกระซิบให้ยูริก้าด้านข้างได้ยิน

“เจ้านั่นไม่ใช่คนดีแน่ ๆ ”

“? หมายความว่าอะไรงั้นเหรอคะ?” ยูริก้าหันมากระซิบถาม

ระหว่างนั้น สายตาของผู้นำทางมองตรงไปยังหญิงสาวอายุ 20 ปลาย ๆ ผู้กำลังทำอะไรบางอย่างภายในรถเก่า ๆ ซึ่งไม่น่าจะใช่รถของเธอ

นั่นคือคนที่เขากำลังตามหา—เกวน เนล

ผู้นำทางยืนยันใบหน้าของเกวนด้วยรูปถ่ายที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อนอกสีดำ รูปภาพตรงกันกับใบหน้าของเธอ ดังนั้นหญิงสาวคนนั้นคือเกวน เนลที่เขากำลังตามหาไม่ผิดแน่

เมื่อรู้เช่นนั้นแล้ว ผู้นำทางจึงหยิบปืนพกออกมาจากซองปืนซึ่งติดเอาไว้ที่สะเอวด้านหลัง สีของปืนกระบอกนั้นเป็นสีดำที่กลมกลืนไปกับเงามืดและสีของชุดซึ่งเด็กหนุ่มกำลังสวมอยู่

นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้การตอบสนองของเซเวนเนียร์เชื่องช้าลง เพราะอีกฝั่งอยู่ไกลและยังมีสีกลมกลืนกัน ยังไงก็ตาม เธอสังเกตเห็นปืนได้ภายในเสี้ยววินาทีต่อมา ก่อนกระโจนใส่ยูริก้าทางด้านข้างเพื่อทำให้เธอล้มลงไปกับพื้น

เสียงดินปืนระเบิดดังขึ้น กระสุนตะกั่วเจาะทะลุกระโปรงรถเก่า ๆ ที่เกวนกำลังพยายามขโมยอยู่ เส้นทางของกระสุนผ่านจุดที่ยูริก้ายืนอยู่ไม่กี่วินาทีที่แล้ว หากเซเวนเนียร์ไม่ผลักให้เธอล้มลงไป กระสุนตะกั่วคงเจาะเลือดเนื้อของเธอแทน

เซเวนเนียร์รีบยกร่างของเธอขึ้นยืนพร้อมกับยูริก้า และมุ่งหน้าไปยังเสาคอนกรีตด้านข้างเพื่อใช้เป็นที่กำบังจากกระสุนนัดต่อ ๆ ไปที่ถูกยิงเข้ามา

“ให้ตายสิ ไอ้เจ้านั่นมันเป็นใคร?! เป้าหมายของคนที่ชื่อ ‘ผู้นำทาง’ น่าจะเป็นเซ็นเอไม่ใช่รึไง?! พวกนั้นไม่น่าจะตากหาพวกเรา แต่เป็นเซ็นเอสิ!”

“หรือว่าเป้าหมายของคน ๆ นั้นคือคุณเกวนผู้เป็นนักประดิษฐ์อัจฉริยะตามที่เซ็นเอบอกงั้นเหรอคะ?!” ยูริก้าใช้อุปกรณ์ซึ่งติดตั้งบนกระดูกสันหลังของเธอคำนวนเวทมนตร์ สร้างกระสุนมานาขนาดเท่าลูกแก้วทีละลุกขึ้นทางด้านข้างลำตัวของเธอ “ยังไงก็ตาม พวกเราต้องทำอะไรสักอย่างค่ะ!”

เกวนนั่งอยู่ในรถยนต์รุ่นเก่าระหว่างที่ผู้นำทางและยูริก้ายิงตอบโต้กัน เธอก้มหังลงเพื่อไม่ให้โดนกระสุนลูกหลง แต่หลังจากกระสุนนัดแรกที่ยิงโดนกระโปรงรถนั้นแล้ว เด็กหนุ่มก็ไม่หันปืนมายังรถที่เธอนั่งอยู่อีกเลย

ความเสียหายที่กระโปรงรถไม่ใช่ความเสียหายร้ายแรง กระสุนไม่เจาะทะลุเข้าไปภายในเครื่องยนต์เนื่องจากกระโปรงรถรุ่นเก่าคันนี้หนาพอที่จะหยุดกระสุนปืนพกของผู้นำทาง นั่นหมายความว่ารถคันนี้ยังสามารถขับได้ มันยังมีประโยชน์ต่อพวกเธออยู่

เกวนหันไปยังเซเวนเนียร์เพื่อถามความเห็น แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือการพยักหน้า เกวนรู้ได้ทันทีว่าสิ่งที่เซเวนเนียร์ต้องการให้เธอทำคืออะไร

“ใช้งานกันได้ทุกสถานการณ์เลยนะ” เกวนบ่นเบา ๆ  มือของเธอขยับไปมาเพื่อเชื่อมสายไฟให้เครื่องยนต์ของรถทำงาน “ให้ตายสิ รถคันนี้มีปัญหารึอะไร? เครื่องยนต์ไม่ยอมทำงานสักที…”

เซเวนเนียร์และยูริก้าต้องถ่วงเวลาให้เกวนเดินเครื่องยนต์ของรถให้เสร็จ ระหว่างนั้วพวกเธอต้องดึงความสนใจของใครก็ตามที่เป็นศัตรูของพวกเธออยู่ขณะนี้

เซเวนเนียร์ใช้ปืนที่เธอเพิ่งได้มาจากร้านค้าปืนเถื่อนยิงตอบโต้จากด้านหลังของรถยนต์เก่า ๆ ซึ่งจอดอยู่ภายในลาดจอดรถ

“การเคลื่อนไหวพวกนั้นมันอะไรกัน?!”

สาเหตุที่ทำให้เธอบ่นออกมาแบบนั้นคือความเร็วในการเคลื่อนไหวของเด็กหนุ่มที่เป็นคู่ต่อสู้ของเธอ

ผู้นำทางวิ่งไปทางด้านข้างด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ กระโดดไปยังเสาคอนกรีตและก้าวเท้าไปตามเพดานโดยไม่สนใจแรงโน้มถ่วง กระโดดกลับลงไปยังพื้นด้านหลังที่มีรถยนเป็นที่กำบัง

ถึงแม้ความเร็วของเขาไม่สามารถหลบกระสุนได้ แต่ด้วยความเร็วแบบนั้นแล้วเขาสามารถหลบการเล็งยิงของอีกฝ่ายได้ เพราะไม่ว่ากระสุนจะรุนแรงและรวดเร็วเพียงใจ สุดท้ายความแม่นยำก็ขึ้นอยู่กับตัวมนุษย์ผู้ใช้ปืนกระบอกนั้น

เซเวนเนียร์ที่ตามความเร็วของเด็กหนุ่มไม่ทันไม่สามารถยิงตอบโต้ได้ทันเวลา กระสุนหลายนัดมุ่งหน้ามายังเธอ ทำให้เซเวนเนียร์ต้องหลบที่กำบังตลอดเวลา

อีกด้านหนึ่ง ยูริก้ายังคงอยู่ตรงเสาคอนกรีตด้านข้างรถของเกวนแห่งเดิม เธอกำลังเตรียมกระสุนมานาที่เกิดจากการคำนวนโดยอุปกรณ์บนหลังอย่างช้า ๆ โดยมีเซเวนเนียร์เป็นคนดึงความสนใจของศัตรู

ตอนนี้จำนวนกระสุนมานาด้านข้างของเธอมีมากกว่า 100 ลูก

นั่นไม่ใช่จำนวนที่คนธรรมดาจะสามารถหลบได้โดยไม่ใช้เวทมนตร์ป้องกัน ถึงแม้ว่าเด็กหนุ่มคนนั้นจะมีความสามารถในการเคลื่อนที่รวดเร็วขนาดไหน แต่หากพื้นที่ทั้งหมดเต็มไปด้วยกระสุนที่พุ่งเข้าใส่ก็ไม่สามารถหลบได้

แน่นอนว่ากระสุนมานา 100 ลูกไม่ใช่อะไรที่มองข้ามได้ ถึงแม้หญิงสาวที่พยายามยิงตอบโต้ผู้นำทางนั้นทำหน้าที่ดึงดูดความสนใจ จังหวะที่เด็กสาวผมทองก้าวเท้าออกมาจากที่กำบังเพื่อปลดปล่อยห่ากระสุนมานาเหล่านั้น ผู้นำทางเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ทันที

ผู้นำทางมุ่งหน้าไปยังเซเวนเนียร์ซึ่งอยู่ฝั่งตรงกันข้ามจากตรงนั้นกว่า 10 เมตรด้วยความเร็วสูงราวกับระยะห่างนั่นมีน้อยกว่าเมตรเดียว

เซเวนเนียร์ซึ่งไม่ได้ตั้งตัวกับการเคลื่อนไหวฉับพลับตัดสินใจโดยใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาทีเพื่อเปลี่ยนท่าให้เหมาะกับการต่อสู้ระยะประชิดทันที

(เร็วเกินไปแล้ว!)

เธอยกแขนทั้งสองข้างขึ้นมาป้องกันหมัดของเด็กหนุ่มซึ่งพุ่งเข้ามาจากทางด้านบนลงด้านล่างทางด้านหน้า ทิศทางของแรงจากหมัดส่งให้เซเวนเนียร์ทรุดลงไปกับพื้น จังหวะที่นั้นเธอไม่สามารถป้องต่อด้วยแขนทั้งสองเพราะความเจ็บปวด ลูกเตะของเด็กหนุ่มก็มาจากทางด้านขวาและพุ่งเข้าด้านข้างของเธอจนล้มลงไปยังพื้นคอนกรีต

ยูริก้ากำลังจะปล่อยกระสุนมานาที่เตรียมเอาไว้จัดการกับเด็กหนุ่ม แต่ตำแหน่งที่เขาอยู่ตอนนี้มีเซเวนเนียร์สลบอยู่ด้วย หากยูริก้ายิงกระสุนมานาจำนวนกว่า 100 นัดไปตรงนั้น เธอจะได้รับลูกหลงไปด้วยแน่

“คุณเซเวนเนียร์—!”

นั่นคือสิ่งที่ผู้นำทางเล็งเอาไว้ ยูริก้าถูกบีบให้ยิงกระสุนมานาอย่างระมัดระวังทีละนัดเพื่อไม่ให้เซเวนเนียร์โดนลูกหลง แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้สามารถหลบได้ง่ายด้วยความเร็วที่เขามี

สติของเซเวนเนียร์เริ่มเลือนราง และสายตาของเธอเริ่มพร่ามัว

(แปลก...หมอนี่มีความเร็วและพลังมากพอที่จะโจมตีตอบโต้ยูริก้า...แต่ทำไมถึงไม่ทำแบบนั้น?)

เธอสังเกตเห็นละอองมานาบาง ๆ กระจายตัวออกมาจากรองเท้าที่เด็กหนุ่มในชุดสีดำสวมอยู่

(อุปกรณ์เวทมนตร์?)

และเมื่อสังเกตไปอีกทั่วร่างของเด็กหนุ่ม เซเวนเนียร์ก็สังเกตเห็นละอองมานาบาง ๆ กระจายตัวกันออกมาจากใยผ้าสีดำที่เขาสวมอยู่

ในที่สุดเธอก็รู้ความลับของความเร็วในการเคลื่อนที่เมื่อกี้แล้ว นอกจากนั้นยังรู้สาเหตุที่ผู้นำทางไม่โจมตีตอบโต้ยูริก้าด้วยเช่นกัน

นั่นเป็นเพราะตำแหน่งที่ยูริก้ายืนอยู่ตอนนี้อยู่ใกล้กับเป้าหมายของผู้นำทาง ซึ่งหากเขาโจมตีใส่ยูริก้าที่ขวางทางอยู่ก็อาจมีโอกาสที่การโจมตีนั้นจะโดนเป้าหมายของเขาโดยไม่ตั้งใจ

ยูริก้ายืนอยู่ใกล้กับรนยนต์ของเกวน

เพียงแค่นั้นเซเวนเนียร์ก็รู้เป้าหมายของผู้นำทางทันที

20 ความคิดเห็น