Dragon Heart - สงครามเวทมนตร์ [On hold]

ตอนที่ 138 : Chapter XV - Part 8

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    29 ก.ค. 62


8


หลังจากหนีจาก ‘ผู้นำทาง’ ได้สักพัก เซ็นเอก็ติดต่อมาผ่านทางโทรศัพท์ของยูริก้าและนัดพบกัน สถานที่คือปั้มน้ำมันห่างจากใจกลางเมือง

สาเหตุที่ต้องนัดเจอกันห่างจากใจกลางเมืองคือตำรวจที่วิ่งวุ่นตามหาตัวเซ็นเอและลิย่า ทำให้ภายในเมืองตอนนี้เต็มไปด้วยความวุ่นวาย อีกทั้งขนาดของเมืองที่ไม่ใหญ่มากนักทำให้มีที่ซ้อนเพียงนับนิ้ว

นอกจากนั้นแล้ว ที่นี่พวกเซเวนเนียร์สามารถเติมเชื้อเพลิงให้รถที่ขโมยมาได้

เซ็นเอนั่งลงบนพื้นทางเท้าของปั้มน้ำมันด้วยท่าทางเหนื่อยล้าจากการเดินทาง เพราะก่อนหน้านี้เขาต้องกระโดดผ่านดาดฟ้าของตึกเพื่อหลบการตรวจจับของตำรวจบนพื้น เรี่ยวแรงส่วนใหญ่จึงถูกใช้ไปเกือบหมดแล้ว

ยูริก้าเห็นเช่นนั้น จึงรีบวิ่งเข้ามาดูอาการของเซ็นเอทันที

“เซ็นเอ บาดแผลพวกนั้นไปโดนอะไรมางั้นเหรอ?”

บนหลังของเซ็นเอมีรอยไหม้อยู่ อีกทั้งเสื้อผ้าบริเวณนั้นขาดลุ่ยราวกับมันโดนเผาด้วยเพลิงความร้อนสูง เป็นผลของการต่อสู้กับลิย่า

ในตอนที่เซ็นเอติดต่อมาทางโทรศัพท์ เขาต้องให้ความสนใจกับการหลบหนีจึงไม่ได้เล่าสถานการณ์โดยละเอียดให้ยูริก้าฟัง จึงไม่แปลกที่เธอจะไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

อย่างไรก็ตาม คนที่ต่อสู้และได้รับบาดแผลมาไม่ได้มีเพียงแค่เซ็นเอเท่านั้น แต่ยังมีเซเวนเนียร์ซึ่งมีรอยฟกช้ำตามร่างกายด้วย นอกจากนั้นกระโปรงรถที่พวกเธอขโมยมายังมีรอยกระสุนฝังอยู่อีก

“ทางนั้นก็ด้วย ไปโดนอะไรมา?”

ดังนั้นทั้งสองฝั่งต้องอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นเพื่อให้ข้อมูลตรงกัน ใช้เวลาไปหลายนาที แต่เซ็นเอก็ทำความเข้าใจเรื่องราวส่วนใหญ่ได้ เขาถอนหายใจพร้อมเกาศรีษะ

“เธอคิดว่ายังไง? คิดว่าคนที่มาโจมตีฉันและคนที่มาโจมตีพวกเธอมีความเกี่ยวข้องกันรึเปล่า?” เซ็นเอถามกับเซเวนเนียร์

เธอกุมคางและคิด ก่อนจะได้คำตอบออกมา “มีความเป็นไปได้...ฉันไม่คิดว่าคนที่มีความแค้นกับเซ็นเอมาอยู่ที่นี่โดยบังเอิญหรอกนะ...นายแน่ใจมากแค่ไหนว่านักเวทเอลฟ์คนนั้นคือ ‘ผู้นำทาง’ ?”

“คนที่เรียกตัวเองว่า ‘ผู้นำทาง’ กำลังตระเวนจ้างให้คนตามหาตัวฉัน ดังนั้นมันเป็นใครคนอื่นไม่ได้นอกจากยัยนั่น”

วิธีการคิดของเซ็นเอถูกต้อง เพราะคนที่กำลังตามหาตัวเขามีเพียงคนเดียวในเมืองแห่งนี้ นั่นคือลิย่า โฮโดมซ่า มันจึงไม่แปลกที่จะคิดว่าเธอคือ ‘ผู้นำทาง’

ปัญหาจริงๆก็คือเด็กหนุ่มในชุดสีดำที่โจมตีพวกยูริก้า ซึ่งหากการคาดเดาของเซเวนเนียร์ถูกต้อง เป้าหมายของคนคนนั้นก็คือ เกวน เนล ไม่ผิดแน่ แต่พวกเขาไม่รู้ว่าเด็กหนุ่มคนนั้นคือใครและมีความเกี่ยวข้องอะไรกับลิย่าที่พวกเขาคิดว่าเป็น ‘ผู้นำทาง’

ความจริงแล้วคำตอบที่พวกเขาคิดได้มันผิด เนื่องจากพวกเขาไม่รู้ว่า ‘ผู้นำทาง’ คือเด็กหนุ่ม และคนที่เกี่ยวข้องกับผู้นำทางคือลิย่า

อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่มีวิธีการพิสูจน์เรื่องนั้น

“ไม่ว่ายังไง ผลสรุปที่พวกเราได้จากการที่ฉันและเกวนถูกเพ่งเล็งนั้นง่ายนิดเดียว” เซ็นเอสรุปออกมา “ถ้าพวกนั้นยังตามไม่เลิกจนน่ารำคาญเมื่อไหร่ ฉันก็แค่กำจัดอีกฝ่ายให้หมดก็พอ…”

“โห? กำลังปกป้องฉันงั้นเหรอ? พ่อหนุ่ม?” เกวนพูดกับเซ็นเอด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ

“ถ้าไม่มีเธอ ก็จะไม่มีคนดูแลยูริก้า และเรื่องมันจะวุ่ยวายน่ารำคาญ”

“สุดท้ายก็คิดแต่เรื่องนั้นหรอกเหรอ…”

ไหนก็อยู่ที่ปั้มน้ำมันแล้ว ยูริก้าจึงตัดสินใจหาซื้อของกินจากร้านสะดวกซื้อเพื่อรับประทานเป็นมื้อเย็น เกวนอยากซื้อกาแฟเธอจึงไปด้วย ระหว่างนั้นเซ็นเอและเซเวนเนียร์รออยู่ที่ลานจอดรถ

เซเวนเนียร์เปิดแผนที่ในโทรศัพท์ขึ้น

“ยังไงซะ พวกเราก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำอะไรวุ่นวายไปมากกว่านี้ หนทางที่ดีที่สุดก็คือออกจากเมืองนี้ไปซะ”

“ไปเมืองหลวงเป็นไง?”

“สถานที่แบบนั้นเป็นที่อยู่ให้กับคนลอบเข้าประเทศแบบพวกเราไม่ได้หรอก เพราะเขตการปกครองเบอลลิทธ์ตรวจจับตาดูประชาชนอย่างเข้มงวดมาก หากคนที่ไม่ได้ละทะเบียนราษฎรเอาไว้เข้าไปล่ะก็ พวกนั้นจะรู้ทันที”

“ถ้างั้นจะเอายังไง? จะกลายเป็นทหารรับจ้างรึไง?”

“นั่นก็เป็นหนึ่งในทางเลือก”

เซเวนเนียร์ตอบด้วยเสียงจริงจัง ไม่สนว่าเซ็นเอพูดประชดประชันจนเซ็นเอไปต่อไปถูก เขาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนจะหยิบขวดน้ำบนประโปรงรถขึ้นดื่ม

ตอนนั้นเขาสังเกตุเห็นบางอย่าง



ลิย่าลืมตาตื่นขึ้นมา พบว่าตัวเองนอนอยู่บนโซฟาเก่าๆภายในห้องสี่เหลี่ยม เธอพยายามลุกขึ้นเพื่อมองดูรอบๆ แต่ความเจ็บปวดที่ไหลซ้ายขัดขวางเอาไว้

จากการต่อสู้ก่อนหน้านี้ เส้นเลือดฝอยจำนวนหนึ่งใต้ผิวหนังที่หัวไหล่ขวาปะทุออกมา เป็นบาดแผลสาหัสพอสมควร แต่ตอนนี้ความเจ็บปวดบรรเทาลงไปบ้างแล้ว มีผ้าพันแผลพันเอาไว้

ระหว่างที่ลิย่าพยายามวิเคราะห์สถานการณ์ เสียงของเด็กหนุ่มก็ดังขึ้นจากด้านข้างโซฟา

“อย่าขยับมากจะดีกว่านะ เดี๋ยวแผลจะรักษาตัวช้า”

นั่นคือเด็กหน่มดวงตาดำและผมดำอายุ 19 ปีที่เรียกตัวเองว่า ‘ผู้นำทาง’ เขาอ่านหนังสืออยู่บนเก้าอี้ด้านข้างโซฟา

ห้องนี้เป็นห้องที่เขาใช้เป็นจุดนัดพบกับลิย่าก่อนหน้านี้ มีกล่องปฐมพยาบาลวางเกลื่อนกลาดอยู่เต็มพื้นและกะละมังใส่น้ำเปื้อนเลือด

ของพวกนั้นคงเป็นอุปกรณ์ที่เด็กหนุ่มใช้เพื่อทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้กับลิย่า

‘ผู้นำทาง’ ปิดหนังสือ เก็บมันเข้าชั้นวางภายในห้อง ก่อนจะเดินเข้ามาเช็คสภาพบาดแผลของลิย่า

“เธอเสียเลือดไปพอประมาณ โชคดีที่ฉันสามารถตามหาเธอจากตำแหน่งของโทรศัพท์มือถือ เธอเลยไม่นอนจมกองเลือดอยู่บนดาดฟ้าจนตาย”

“...อีกนิดเดียวก็ได้แล้ว...ฉันจะต้อง…”

“ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้น” ‘ผู้นำทาง’ เปิดแผนที่ภายในอุปกรณ์คล้ายโทรศัพท์มือถือแล้วยื่นให้ลิย่าดู “ฉันติดเครื่องระบุตำแหน่งเอาไว้ที่รถยนต์ของพวกนั้น เธอสามารถตามพวกนั้นไปได้”

ในที่สุดลิย่าก็สามารถยกร่างของตัวเองขึ้นนั่งบนโซฟาได้ เธอมองไปรอบๆ หยิบบางอย่างออกมาจากกล่องพยาบาลบนพื้น

มันคือเข็มฉีดยาชา ลิย่าแทงเข็มลงไปที่ไหล่ซ้าย ฉีดของเหลวภายในเข้าไปในร่างกาย ไม่สนใจว่า ‘ผู้นำทาง’ นำทางจะมีปฏิกิริยาโต้ตอบอย่างไร

เขาไม่ได้เข้าไปห้าม แต่ยืนนั่งมองอยู่ด้วยสีหน้าเยือกเย็น

“เธออยากล้างแค้นขนาดที่ว่า เสียแขนข้างหนึ่งไปก็ไม่เป็นไรงั้นเหรอ?”

“จะแขนหรือขาก็ได้ทั้งนั้น” ว่าแล้วลิย่าก็โยนเข็มฉีดยาไปตรงมุมห้อง

เธอคว้าอุปกรณ์คล้ายโทรศัพท์ออกมาจากมือของ ‘ผู้นำทาง’  มองหาตำแหน่งของเครื่องสงสัญญาณที่ ‘ผู้นำทาง’ ติดเอาไว้กับกับรถยนต์ของพวกเซ็นเอ

ด้วยสิ่งนั้น เธอสามารถระบุตำแหน่งของพวกเขาได้อย่างรวดเร็ว

ถึงท่าทางของลิย่าจะดูเสียมารยาทหรือไม่ไว้หน้ากัน แต่ ‘ผู้นำทาง’ ก็ไม่แสดงสีหน้าอะไร เขาหยิบรูปของเกวน เนล ออกมาจากกระเป๋าอีกครั้ง

(เธอก็น่าจะอยู่ที่นั่น...เอายังไงดี….)

ระหว่างที่ผู้นำทางคิด ลิย่าหยิบเข็มฉีดยาที่บรรจุยาชาเอาไว้อีกสองสามเข็มใส่กระเป๋า เสร็จแล้วก็มุ่งหน้าเดินออกทางประตู

“ละยะเวลาของยาชาอาจหมดเมื่อไหล่ก็ได้ งั้นฉันขอไปก่อน”

“ฉันจะไปด้วย”

“?”

คำตอบของ ‘ผู้นำทาง’ ทำให้ลิย่าหยุดนิ่งอยู่หน้าประตู

เขาเดินไปหยิบปืนพกบนชั้นวาง ตรวจเช็กซองกระสุน บรรจุกระสุนลงด้านในพร้อมกับหยิบซองกระสุนสำรองติดไปด้วย เมื่อเสร็จแล้วจึงเก็บปืนใส่ซองปืนที่สะเอว

“นายคิดจะเอาปืนพกไปสู้กับเวทมนตร์งั้นเหรอ?”

“อย่าเข้าใจผิด เป้าหมายของฉันไม่ใช่เป้าหมายของเธอ ฉันเองก็มีสิ่งที่ฉันต้องทำ”



เซ็นเอ เซนโทนสังเกตุเห็นบางอย่างที่กระโปรงหน้ารถในขณะที่หยิบขวดน้ำซึ่งวางอยู่บนนั้นขึ้นมาดื่ม

บนกระโปรงรถมีรอยกระสุนนัดหนึ่ง เป็นรอยจากการถูกยิงโดยชายหนุ่มในชุดสีดำ มีกระสุนติดอยู่ด้านในเนื่องจากเกวนหรือเซเวนเนียร์ไม่สนใจ

หากมองเผิน ๆ มันคือรูกระสุนจากการถูกยิงปกติ แต่เมื่อเซ็นเอสังเกตุดีๆ บางอย่างผิดปกติไป นั่นคือกระสุนที่ติดอยู่ด้านใน

มันมีสีตะกั่วเหมือนกระสุนทั่วไป แต่สีตะกั่วเคลือบบางอย่างด้านล่างที่เป็นสีเขียว สังเกตได้จากรอยถลอก มันเป็นวัสดุที่แตกต่างจากกระสุนธรรมดา

“มาลาไคต์?” นั่นคือสิ่งที่เซ็นเอคิด

นอกจากสีของกระสุนแล้ว มันสามารถคงรูปได้ดีเกินไป ซึ่งตามปกติกระสุนที่ปะทะกับเป้าหมายจะบีบอัดจนเสียรูปร่างของกระสุน แต่กระสุนสีเขียวนี้ไม่เป็นแบบนั้น สามารถคงรูปร่างเหมือนกระสุนก่อนยิงได้แทบร้อยเปอร์เซ็น

เซ็นเอไม่รอความเห็นของเซเวนเนียร์ สฟิลด์ที่ยืนอยู่ข้างๆ แผ่มานาสีเงินออกมาจากปลายนิ้ว ใช้มันงัดกระสุนออกจากรูกระสุน

เซเวนเนียร์มองสถานการณ์ด้วยสีหน้าไม่ไว้วางใจสถานการณ์

“มันคือะไร?”

“ทางนี้จะไปรู้รึไง?” เซ็นเอตอบ ไม่รู้ว่าสิ่งที่ตนพบคืออะไร จึงยกมันขึ้นมาดูใกล้ๆ ก่อนจะใช้มานาสีขาวผ่ากระสุนออกเป็นสองซีก

แต่มันไม่เป็นไปตามที่เขาคิด มานาของเซ็นเอไม่สามารถผ่าวัสดุสีเขียวได้ กลับกัน เมื่อมานาของเซ็นเอสัมผัสเข้ากับมัน ความแข็งของมันเพิ่มขึ้น เป็นเครื่องยืนยันการคาดเดาของเซ็นเอ

“ไม่ผิดแน่ นี่คือมาลาไคต์แข็ง ...แร่ที่ความแข็งเพิ่มขึ้นหากสัมผัสกับมานา”

“นี่มันหมายความว่าอะไร?” เซเวนเนียร์ถามอีกครั้ง

“บอกแล้วไงว่าไม่รู้” เซ็นเอตอบด้วยความรำคาญ “ถึงมาลาไคต์จะแข็งแรงเทียบเท่าเพชรหากได้รับมานา แต่ถ้าอยู่ในสภาพปกติแล้วล่ะก็..”

มันสามารถหักได้ง่ายดาย

เซ็นเอรู้เรื่อนนั้น จึงเขวี้ยงกระสุนลงพื้นคอนกรีต กระสุนแหลกสลายตามที่คาดเอาไว้ ปล่อยชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ให้กระเด็นออกมาและกระจายตามพื้น

ความสังหรใจไม่ดีของเซ็นเอยกระดับขึ้นทันที

“เซเวนเนียร์ พวกเธอเล่าว่าได้ต่อสู้กับผู้ชายอายุ 18-19 ปีที่ใช้อุปกรณ์เวทมนตร์เสริมพลังในการเคลื่อนไหวของร่างกายงั้นสินะ”

พอได้ยินคำถาม เซเวนเนียร์พยักหน้า ยืนยันเรื่องที่เซ็นเอสงสัย ซึ่งนั่นทำให้ความกังวลภายในใจของเขาเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว

ตอนนั้นเกวนและยูริก้ากลับมาจากร้านสะดวกซื้อของปั้มน้ำมันที่พวกเขาอยู่พอดี ถืออาหารเย็นส่วนของทุกคนในมือ

ส่วนเกวนกินไปบ้างก่อนแล้ว คงโดนเซเวนเนียร์เคาะหัวอย่างรุนแรงแน่นอนหากอยู่ในสถานการณ์ปกติ

แต่นี่ไม่ใช่สถานการณ์ปกติ

ไม่จำเป็นต้องใช้คำพูด ยูริก้ามองใบหน้าของเซ็นเอก็สามารถเดาได้ว่าสถานการณ์ตอนนี้มีความอันตรายมากน้อยขนาดไหน เธอพยักหน้าให้กับเซ็นเอและยื่นของกินในมือทั้งหมดให้กับเกวน

“ต้องการให้ทำอะไร?”

“รีบพาเกวนออกไปให้ห่างจากที่นี่ซะ พลังงานของเธอเหลือพอสำหรับใช้ต่อสู้สินะ? ยูริก้า?”

“อืม” ยูริก้าพยักหน้าและรับคำสั่งของเซ็นเอ ก่อนจะดึงมือของเกวนที่ยังไม่รู้เรื่องอะไรและวิ่งออกไปจากตรงนั้น

เซเวนเนียร์ก้มลงเพื่อหยิบเศษชิ้นส่วนอิเล็กทรอกนิกส์ที่แตกกระจายอยู่บนพื้นขึ้นมาดู สีหน้าของเธอถอดสีทันทีเมื่อรู้ว่ามันคืออะไร

“อุปกรณ์ส่งสัญญาณติดตาม...ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่...ทั้งหมดนี่ ยัดเข้าไปในกระสุนปืนขนาด 9 มม. ได้ยังไง?”

“อุปกรณ์เวทมนตร์” เซ็นเอตอบ “นี่เป็นประเทศที่มีเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์และอุปกรณ์เวทมนตร์เป็นอันดับหนึ่งของโลก พลังงานและเครื่องสงสัญญาณสามารถทำให้มีขนาดเล็กลงได้ด้วยความทักษะวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์”

“แต่...ถึงจะสามารถบรรจุอุปกรณ์พวกนี้เอาไว้ในกระสุนได้ แต่เวลากระสุนถูกยิงออกมา แรงกระแทกจะรุนแรงและความร้อนจะพุ่งสูงมาก ไม่มีทางที่อุปกรณ์พวกนี้สามารถใช้งานได้แน่…”

“เพราะแบบนั้นกระสุนนั่นถึงทำมาจากแร่มาลาไคต์ไงล่ะ…” เซ็นเอขมวดคิ้ว “ยังไงก็ตาม ไอ้บ้าที่ใช้อุปกรณ์ติดตามแบบนั้นกำลังมุ่งหน้ามาหาเกวน หน้าที่ของพวกเราคือะไรคงรู้สินะ”

“...อา…”

20 ความคิดเห็น