Dragon Heart - สงครามเวทมนตร์ [On hold]

ตอนที่ 140 : Chapter XV - Part 10 END

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    4 ส.ค. 62


10


ยูริก้าเดินนำทางเซเวนเนียร์และเกวนที่เป็นเป้าหมายของ ‘ผู้นำทาง’

ตอนนี้พวกเธออยู่ห่างจากปั้มน้ำมันที่มีการต่อสู้ระหว่างเซ็นเอและลิย่าพอสมควร พวกเธอสามารถเห็นควันจากการระเบิดของปั้มน้ำมันได้จากตรงนั้น

ยูริก้าและเซเวนเนียร์สามารถต่อสู้ได้ด้วยการใช้เวทมนตร์และทักษะของตำรวจ แต่ศัตรูของพวกเธอคือเด็กหนุ่มผมดำในชุดสีดำที่ใช้อุปกรณ์เวทมนตร์ ซึ่งทำให้เขาสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วกว่าที่จะยิงได้ด้วยปืนพก

“ขอพักก่อน” เกวนที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายกล่าวอย่างเหนื่อยล้า

“ฉันเข้าใจนะคะว่าคุณเหนื่อย แต่ว่า...” ยูริก้าแสดงสีหน้าลำบากใจ

“ตอนนี้พวกเราต้องรีบออกห่างจากที่นั่น เพราะมีคนกำลังตามจับตัวเธออยู่นะ” เซเวนเนียร์อธิบาย

ตอนนั้นเอง เสียงโทรศัพท์ของเซเวนเนียร์ที่มีสาเหตุมาจากเซ็นเอดังขึ้น เธอจึงรีบรับสายทันที

เซ็นเอขึ้นเสียงใส่โทรศัพท์ด้วยท่าทางเร่งรีบ

[ทางนั้นอันตราย! เกวนที่เป็นเป้าหมายของศัตรูกำลังตกอยู่ในอันตราย!]

“ศัตรูกำลังมาทางนี้งั้นเหรอ? แต่นายน่าจะกำลัง…”

[คนที่ฉันสู้ด้วยมันคนละคนกัน ตอนนี้หมอนั่นกำลังมุ่งหน้าไปทางนั้น บอกตำแหน่งของพวกเธอมาเร็วเข้า]

“พวกเรามุ่งหน้ามาทางทิศตะวันออกได้ซักพักแล้ว ตอนนี้อยู่ที่ลานจอดรถเก่า ๆ ที่พังและใช้การไม่ได้ ขนาดของลานนี้กว้างพอสมควร นายน่าจะหาที่นี่เจอได้ง่ายๆ”

ระหว่างที่ทั้งสามคนกำลังพูดคุยกันอยู่ ยูริก้าสังเกตเห็นบางอย่างกำลังใกล้เข้ามา เธอสามารถสัมผัสการเคลื่อนไหวของมานาอ่อน ๆ ที่กำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ได้

“บางอย่างกำลัง…”

ตอนนี้ทั้งสามคนยืนอยู่ในลาดจอดรถกลางแจ้งที่เต็มไปด้วยรถเก่า ๆ และไม่สามารถใช้งานได้

สถานที่แห่งนี้ไม่มีหลอดไฟหรือแสงไฟใด ๆ ติดตั้งเอาไว้ มันจึงเต็มไปด้วยความมืดในระดับที่ทำให้ไม่สามารถมองเห็นได้ ขณะเดียวกัน หากมีแสงสว่างเพียงเล็กน้อยก็สามารถสังเกตเห็นได้ชัด

เกวนรู้ตัวทันที

แผ่นหลังของยูริก้ามีอุปกรณ์ที่ช่วยให้เธอสามารถขยับร่างกายทั้ง ๆ ที่เส้นประสาทโดนตัดได้อยู่ มันมีจุดเรืองแสงสีขาวลาง ๆ หกจุดตามแนวแผ่นหลังของเธอ

เกวนที่เป็นคนสร้างมันขึ้นมารู้ดี

“ยูริกา้! เป้าหมายที่ศัตรูกำลังเล็งอยู่ก็คือเธอ!”

คำเตือนของเกวนทำให้ยูริก้าและเซเวนเนียร์รีบกระโจนหลบหลังซากรถที่ตั้งอยู่ใกล้ ๆ ทันที

อย่างไรก็ตาม มันสายเกินไป

กระสุนตะกั่วที่พุ่งมาจากเงามืดของลานจอดรถและสร้างลำแสงสีส้ม เปิดรูสีแดงบนต้นขาด้านหลังของยูริก้าจนเธอล้มลงไปกับพื้น

เกวนรีบเข้าไปดูสถานการณ์ทันที ระหว่างนั้นเซเวนเนียร์ที่สังเกตเห็นเส้นลำแสงของกระสุนยกปืนขึ้นและเล็งเพื่อที่จะยิงตอบโต้ทันที แต่เธอเปลี่ยนใจและไม่ยิง

เกวนถอดเสื้อกคลุมสีขาวที่ให้ความรู้สึกแบบนักวิทยาศาสตร์ของเธอออก และใช้มันคลุมแผ่นหลังของยูริก้าที่ส่องแสงนั้นเพื่อปกปิดไม่ให้แสงเล็ดรอดออกมา

“ทำไมไม่ยิงกลับไปงั้นเหรอ?”

“ตอนนี้อีกฝ่ายคงเปลี่ยนตำแหน่งไปแล้ว จะยิงไปก็เปล่าประโยชน์ นอกจากนั้นยังเป็นการเปิดเผยตำแหน่งของพวกเราให้มันรู้อีก”

“นั่นสินะ”

บาดแผลที่ต้นขาด้านหลังของยูริก้าทำให้เธอไม่สามารถเคลื่อนที่ได้อย่างสะดวก แต่อย่างน้อย มันควรได้รับปฐมพยาบาล เกวนจึงหยิบผ้าพันแผลที่เก็บเอาไว้ในเสื้อคลุมสีสาวของเธอออกมา และใช้มันพันแผลให้เด็กสาวผมทอง

เซเวนเนียร์มองดูรอบ ๆ ด้วยสายตาอันเฉียบคมของเธอเท่าที่สามารถทำได้

“ยูริก้า..สามารถสัมผัสมานาจากอุปกรณ์เวทมนตร์ของอีกฝ่ายได้รึเปล่า?”

“ได้ค่ะ แต่มันอ่อนเกินกว่าจะใช้ระบุเป้าหมายได้”

หลังจากทำแผลให้ยูริก้าเสร็จ เกวนก็หยิบแท่งทรงกระบอกบางอย่างออกมาจากกระเป๋ากระโปรง

มันคือกล้องอินฟาเรดที่สามารถทำให้เธอมองในที่มืดได้

เธอส่งมันให้กับเซเวนเนียร์ที่เป็นคนยิงปืนซึ่งจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ชิ้นนั้นมากที่สุดในสถานการณ์แบบนี้

เซเวนเนียร์รับกล้องอินฟาเรดด้วยมือซ้ายและส่องมันผ่านตาขวา ขณะที่มืดขวาถือปืนเล็งเตรียมยิง

“ถึงจะมีเจ้านี่ แต่ลานกว้างที่เต็มไปด้วยที่กำบังและที่แอบแบบนี้คงหาเจอไม่ได้ง่าย ๆ หรอกนะ”

“แต่อีกฝ่ายไม่มีสิ่งที่ทำให้สามารถมองเห็นในความมืดได้นิคะ?” ยูริก้าเสนอความเห็น “เพราะอีกฝ่ายจำเป็นต้องใช้แสงที่หลังของฉันเพื่อกำหนดเป้าหมาย ...พวกเราสามารถใช้มันให้เป็นประโยชน์ได้ค่ะ”

เกวนและเซเวนเนียร์นิ่งเงียบไป

ภายในความมืด แสงเพียงเล็กน้อยก็สามารถถูกเห็นได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นการไม่สร้างแสงรอบ ๆ ตัวเพื่อให้ศัตรูที่อยู่ในความมืดเหมือนกันไม่รู้ตำแหน่งจึงเป็นตัวเลือกที่ดี แต่ในขณะเดียวกัน การจงใจสร้างแสงเพื่อล่อให้ศัตรูรู้ตำแหน่งและติดกับก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

แม้แต่เกวนที่ไม่มีความรู้เรื่องการต่อสู้ด้วยอาวุธปืนแบบตำรวจเหมือนเซเวนเนียร์ก็ยังรู้

“แม่หนูคงไม่คิดจะเอาตัวเองเป็นเหยื่อล่อใช้มัย?”

“ไม่หรอกคะ แต่จะใช้สิ่งนี้…”

ในมือของยูริก้ามีแผ่นสีเหลี่ยมที่เธอเก็บเอาไว้ในกระเป๋า ซึ่งมันสามารถสร้างแสงสีขาวลาง ๆ ที่คล้ายกับแสงของอุปกรณ์บนหลังของยูริก้าได้

มันคือโทรศัพท์มือถือ

เกวนและเซเวนเนียร์ที่ปรับสายตาเข้ากับความมืดจนมองเห็นระยะใกล้ได้ลาง ๆ สามารถเดาความคิดของยูริก้าได้

เซเวนเนียร์ใช้กล้องอินฟาเรดตรวจเช็คบริเวณโดยรอบระหว่างน้ันเพื่อป้องกันไม่ให้ศัตรูเข้ามากใกล้

“ถ้าเราใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อสร้างแสงไฟและล่อให้เด็กหนุ่มผมดำคนนั้นยิงมา ฉันสามารถใช้แสงที่เกิดจากการยิงตอนนั้นเพื่อยิงตอบโต้ได้ แต่...โอกาสสำเร็จมีต่ำนะ”

“คุณเซเวนเนียร์ไม่ต้องยิงตอบโต้หรอกค่ะ”

“?”

“รอบที่แล้วที่พวกเราปะทะกับคนคนนั้น คุณเซเวนเนียร์มองเห็นร่างกายของเขาแบบเต็มตัว แต่คุณก็ยังยิงไม่โดน ดังนั้น ฉันไม่คิดว่าคุณเซเวนเนียร์จะยิงโดนในความมืดที่ทำให้มองไม่เห็นร่างของเขาแบบนี้หรอกค่ะ”

“ถ้างั้น...จะทำยังไงเหรอ?”

“ครั้งต่อไปที่เขายิงมา ตำแหน่งของเขาจะถูกเปิดเผยโดยแสงไฟจากกระสุนปืนเพียงเสี้ยววินาที ตอนนั้นคุณเเซเวนเนียร์จะใช้กล้องอินฟาเรดเพื่อจับตามองเขา และบอกตำแหน่งให้ฉัน หลังจากนั้นฉันก็จะยิงกระสุนเวทมนตร์จำนวนมากใส่”

อุปกรณ์ที่ติดอยู่บนหลังของยูริก้าสามารถช่วยสมองด้านการประมวลผลเวทมนตร์ได้ เกวนที่ประดิษฐ์ระบบนั้นขึ้นรู้ดี

“กระสุนเวทมนตร์จำนวนมาก ...จริงสินะ รอบที่แล้วแม่หนูยังไม่ได้ลองทำแบบนั้นเลย เป็นเพราะเซเวนเนียร์คอยถ่วงล่ะสินะ”

“เป็นเพราะเธอมัวแต่ชักช้าไม่ใช่รึไง?” เซเวนเนียร์กล่าวด้วยความไม่พอใจที่โดนล้อเลียน

ยูริก้าหลับตาลงและตั้งสมาธิเพื่อประมวลผลเวทมนตร์ซับซ้อนที่เธอกำลังจะใช้ ระหว่างนั้นเซเวนเนียร์และเกวนหาทางใช้แสงจากโทรศัพท์มือถือเป็นเหยื่อล่อ

พวกเธอใช้วิธีการที่ง่ายทีสุด

เกวนเพียงแค่กดปุ่มเปิดหน้าจอของโทรศัพท์มือถือ หลังจากนั้นก็เขวี้ยงมันไปในแนวนอนทางด้านใดด้านหนึ่งก็เท่านั้น

ศัตรูที่ซ่อนอยู่ตรงส่วนหนึ่งของลานจอดรถแห่งนี้ติดกับดักนั่งอย่างง่ายดาย เขายิงปืนออกมาสองนัไปยังแสงจากหน้าจอโทรศัพท์

ลำแสงของกระสุนที่พุ่งออกเป็นตัวบอกตำแหน่งของเขา

เซเวนเนียร์ใช้กล้องอินฟาเรดเพื่อส่องไปยังต้นตอของกระสุนทันที

ระยะห่างระหว่างเด็กหนุ่มในชุดสีดำและพวกเธอคือ 30 เมตร ซึ่งเป็นระยะห่างที่สามารถวิ่งไปถึงได้อย่างง่ายดายหากไม่มีซากรถเก่าพัง ๆ มาขวางทางเอาไว้ ทำให้ไม่สามารถวิ่งผ่านได้ในความมืด

อย่างไรก็ตาม ทันทีที่กล้องอินฟาเรดของเซเวนเนียร์หันไปยังต้นตอของกระสุน เด็กหนุ่มผมดำในชุดสีดำอายุ 19 ปีที่มีชื่อว่า ‘ผู้นำทาง’ ก็โยนบางอย่างมาด้านหน้า

เซเวนเนียร์ที่เป็นอดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นสิ่งนั้นก็รู้ทันทีว่ามันคือระเบิดแสง สีหน้าของเธอถอดสีทันที เธอพยายามหันออกมาจากทิศทางนั้น เพราะเธอรู้ดีว่าการได้รับแสงสว่างฉับพลันขณะที่อยู่ในความมืดนั้นอันตรายเพียงใด

“มันคือกับดัก!”

เสียงปะทุของระเบิดแสงที่ทำให้แสงสว่างส่องทั่วลานจอดรถแห่งนั้นดังขึ้น แต่โชคดีที่เซเวนเนียร์หลับตาทัน เกวนที่ปิดตาแอบงีบอยู่ไม่ได้รับผลกระทบ ส่วนยูริก้ากำลังหลับตาเพื่อประมวลเวทมนตร์อยู่พอดี

ทั้งสามคนไม่ได้รับผลกระทบ แต่พวกเขาต้องหลับตาไปพักหนึ่ง นอกจากนั้นแสงสว่างของระเบิดแสงยังส่องผ่านเปลือกตาเล็กน้อย จนพวกเขาต้องปรับสายตาให้เข้ากับความมืดใหม่หลับจากลืมตาได้แล้ว

เซลินด้ารู้ว่าระเบิดแสงให้ความสว่างมากน้อยเพียงไหน เธอรีบดึงร่างของยูริก้าและเกวนออกจากตรงนั้นทันที

“ตอนนี้อีกฝ่ายรู้ตำแหน่งของเราด้วยแสงจะระเบิดแสงเมื่อกี้แล้ว!”

“การคำนวนเวทมนตร์สำเร็จแล้วค่ะ!”

ยูริก้าลืมตาขึ้นและแผ่มานาสีฟ้าที่เรืองแสงลาง ๆ ออกมาจากร่างกายของเธอ สร้างกระสุนมานาขนาดเท่าลูกแก้วด้านหลังทีละนัดจนมีจำนวนมากกว่า 20 นัด

เสียงเท้าเหยียบบนแผ่นเหล็กดังขึ้น มันเกิดจาก ‘ผู้นำทาง’ เดินบนซากรถที่จอดอยู่ในบริเวณนั้น โดยเขาน่าจะจดจำเส้นทางเอาไว้จากตอนที่แสงจากระเบิดแสงอาบบริเวณนั้น เสียงเท้านั่นกำลังเข้าใกล้พวกยูริก้า

ยูริก้าปล่อยกระสุนมานากว่า 20 นัดออกไปพร้อม ๆ กันในทิศทางที่น่าจะเป็นตำแหน่งของศัตรู

แสงจากกระสุนมานาที่พุ่งออกไปทำให้เธอสามารถมองเห็นรูปร่างของ ‘ผู้นำทาง’ ได้คร่าว ๆ แต่กระสุนที่ยิงออกไปโดนเกราะมานาที่สร้างโดยชุดเกราะของเขาป้องกัน

เซเวนเนียร์ใช้โอกาสนั้นยิงใส่ทันที

กระสุนของเธอเจาะหัวไหลขวาและเฉี่ยวด้านข้างลำตัวของ ‘ผู้นำทาง’

เขาได้รับบาดเจ็บจนเซล้มไปนั่งคุกเข่าด้านข้างและมองหาที่กำบัง

“ชิ”

ตอนนั้นแสงสีเงินจากมานาของเซ็นเอก็ส่องแสงเรืองให้เห็นในระยะไกล เป็นสิ่งบ่งบอกว่าศัตรูที่ยุ่งยากและอันตรายที่สุดของผู้นำทางได้เดินทางมาถึงแล้ว

“ต้องถอยก่อนสินะ”

ระเบิดควัน 2 ลูกถูกโยนลงไปบนพื้น ควันสีขาวปะทุออกมาปิดบังทัศนวิศัยที่เดิมแทบจะไม่มีอยู่แล้วเพราะความมืด

‘ผู้นำทาง’ ใช้โอกาสนี้หนีไป



เซ็นเอ เซนโทนเดินเข้ามาดูสถานการณ์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เขาปั้นมานาเป็นก้อนกลมกลางอากาศและส่งมันให้ลอยขึ้นไปเหนือฟ้า

ก้อนมานาเปลี่ยนเป็นแสงสว่าง ทำให้พื้นที่โดยรอบมีแสงมากพอต่อการมองเห็น แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่เห็นเด็กหนุ่มที่เรียกว่า ‘ผู้นำทาง’ อยู่แถวนั้นแล้ว

เกวนช่วยพยุงร่างของยูริก้า

“เธอได้รับบาดเจ็บ”

“...ฉันมาช้าเดินไป” เซ็นเอพูดอย่างเจ็บใจ

“ไม่เป็นไรหรอก เซ็นเอ” ยูริก้าตอบ

เธอมองดูร่างกายของเซ็นเอที่ได้รับบาดแผลจากการต่อสู้ของเขาก่อนหน้านี้ด้วยสายตาห่วงใย เธอคงกังวลเรื่องของเซ็นเอมากกว่าของตัวเอง

เซเวนเนียร์ที่ยังมองโดยรอบเพื่อป้องกันการโจมตีทีเผลอของศัตรูอยู่ก็ถามขึ้น

“หลังจากนี้พวกเราจะเอายังไงต่อ? ..ฉันไม่เปลี่ยนความคิดที่จะออกจากเมืองนี้หรอกนะ”

“ไม่มีเหตุผลที่จะต้องเปลี่ยนความคิด” เซ็นเอตอบ “แต่ก่อนอื่น ต้องรักษาแผลของยูริก้าก่อน”

“แผลของพ่อหนุ่มล่ะ?” เกวนถามขึ้น

“เหมือนเดิม ..ปล่อยไปเดี๋ยวมันก็รักษาตัวเอง” เซ็นเอถอนหายใจ “งั้นรีบไปจากที่นี่กันก่อน”



หลังจากนั้น ‘ผู้นำทาง’ ก็เดินทางกลับมายังที่พักของเขา และตอนนี้กำลังคุยโทรศัพท์อยู่กับใครบางคน

“แผนการล้มเหลว”

“...”

“ไม่ต้องห่วง ครึ่งแรกของแผนการเป็นไปตามที่วางเอาไว้”

“...”

“ถ้าหากมีคำสั่งจากเบื้องบนลงมาล่ะก็ ช่วยแจ้งให้ทางนี้ทราบด้วย”

หลังจากคุยเสร็จแล้วเขาก็วางสาย

“ฉันจะไม่ปล่อยให้โอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศนี้หลุดมือไปหรอก” ผู้นำทางกล่าวอย่างเยือกเย็น “นั่นคือเหตุผลที่ฉันเข้าร่วมกับ ‘Axenthur’ ”


20 ความคิดเห็น