Dragon Heart - สงครามเวทมนตร์ [On hold]

ตอนที่ 16 : Chapter III - Part 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 56
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    24 ม.ค. 62




7




     ในเงาของเมืองใหญ่ เอมเบอร์และเวโรนิก้ากำลังนั่งพัก

     พวกเขาไม่ได้พักในที่ลับตาคนหรือที่ซ่อน แต่ตัดสินในที่จะซ่อนตัวไปในเหล่าฝูงชน ทำให้ทั้งฝ่ายราชวงศ์และฝ่ายสภาเวทมนต์ที่อาจเจอตัวไม่สามารถต่อสู้ได้ หากทำเช่นนั้นผู้ไม่เกี่ยวข้องจำโดนลูกหลง

     ตอนนี้พวกเขาอยู่ในสวนสาธารณะกลางเมือง และนั่งอยู่บนม้านั่งใกล้น้ำพุของสวน

     เอมเบอร์กวาดสายตาไปรอบๆเพื่อตรวจดู หากมีใครที่ดูเหมือนจอมเวทย์ปรากฏตัว พวกเธอต้องรีบหนีทันที แต่เมื่อเอมเบอร์มองไม่เห็นใครที่มีท่าทีเช่นนั้น สีหน้าของเธอดูผ่อนคลายลง

     "เหมือนว่าจะปลอดภัยแล้ว..."

     "งั้นเหรอ?"

     เวโรนิก้าเองก็มีท่าทีผ่อนคลายลง เธอเริ่มบิดตัวไปมา และถอนหายใจออกมา

     "เดี๋ยวชั้นจะไปซื้อน้ำมาให้นะ"

     เวโรนิก้าลุกขึ้นจากม้านั่ง เธอเดินออกไปยังร้านค้าในสวน ซึ่งเป็นร้านค้าเล็กๆสำหรับขายขนมและน้ำเล็กน้อย มันเป็นห้องขนาดเล็กประมาณ 3 x 3 เมตร ด้านหน้ามีแผงวางพวกขนมกรุบกรอบและน้ำ

     เอมเบอร์นึกขึ้นถึงบางสิ่งขึ้นมาได้ระหว่างที่มองเวโรนิก้า

     (จะว่าไปแล้ว... พวกเราไม่มีเงินนี่น่า...)

     เวโรนิก้าเข้าไปทักทายกับพนักงานขาย

     "คือว่า..."

     พนักงานขายสังเกตเห็นเวโรนิก้า เขาจึงรีบประจำตำแหน่ง แล้วพูดต้อนรับเธอตามมารยาทของพนักงานขายของทั่วไป

     "ยินดีต้อนรับครับ รับอะไรดีครับ?"

     "..."

     เขามองไปยังใบหน้าของเวโรนิก้า ใบหน้าครุ่นคิดของเธอทำให้เขาคิดว่าเธอกำลังเลือกสินค้าอยู่ เขาจึงไม่พูดอะไรและรอให้ลูกค้าเลือกซื้อก่อน

     แต่คำตอบที่ได้กลับมาไม่ใช่การเลือกซื้อแต่อย่างใด

     เวโรนิก้าพูดว่า

     "ช่วยสลบไปก่อนสักครู่นะ"

     "!"

     ไม่ทันได้ตอบโต้ มวลของอากาศที่แข็งพอทำให้คนสลบได้ก็พุ่งเข้าโจมตีหน้าท้องของพนักงานขาย จนเขาต้องสลบลงไปนอนอยู่กับพื้นของร้าน

     ไม่มีแม้แต่เสียงกรีดร้อง

     และแน่นอนว่ามันคือฝีมือของลูกค้าคนนี้ มันคือฝีมือของเวโรนิก้า เธอเป็นนักเวทย์สายลม นั่นจึงเป็นสิ่งที่เธอสามารถทำได้อย่างง่ายดาย

     เมื่อทำให้พนักงานขายสลบลงไปแล้ว เวโรนิก้าก็เริ่มหยิบขวดน้ำขึ้นมาสองขวด ก่อนจะมุ่งหน้ากลับไปยังเอมเบอร์


     เอมเบอร์กำลังทำสีหน้าเอือมระอา เธอไม่รู้สึกโกรธเวโรนิก้า แต่เธอกำลังเป็นกังวล

     (เว- เวโรนิก้า! แบบนั้น แทนที่จะเป็นพวกราชวงศ์หรือสภาเวทมนต์ พวกเราคงโดนตำรวจไล่ล่าก่อนแน่ๆ!)

     เธอคิดในใจโดยไม่พูดออกมา มือของเธอยื่นไปรับขวดน้ำที่เวโรนิก้าส่งมาให้ เอมเบอร์เปิดฝาของขวดน้ำและยกขึ้นดื่มทันที พวกเธอเหน็ดเหนื่อยมาจากการวิ่งเป็นระยะทางไกล

     ตอนแรงพวกเธอต้องเร่งกล้ามเนื้อด้วยมานา เพื่อใช้ความเร็วหลบเหล่าอัศวินที่เดินตรวจตรา อีกทั้งยังต้องเร่งการกระโดดให้สามารถข้ามผ่านกำแพงของพระราชวัง ทั้งหมดนั่นเพื่อออกมาจากเขตพระราชวัง

     หลังจากที่หนีออกมาแล้ว พวกเธอยังต้องรีบเดินหนีออกมาให้ไว และไกลที่สุด นี่จึงเป็นการหยุดพักที่จำเป็น

     เวโรนิก้าดื่มน้ำจนหมดขวด เอมเบอร์เองก็เช่นกัน

     ตอนนั้นเอง เอมเบอร์นึกอะไรน่าสนุกขึ้นมาได้ขณะที่มองไปยังถังขยะที่อยู่ห่างออกไปจากม้านั่ง มันอยู่ห่างจากพวกเธอประมาณ 10 เมตร

     เอมเบอร์จึงพูดขึ้น

     "นี่เวโรนิก้า"

     "หืม?"

     "มาปาขวดแข่งกันสักหน่อยมั้ย?"

     เวโรนิก้ายิ้มเล็กน้อยด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

     "งั้นชั้นเริ่มก่อน"

     เวโรนิก้าพูดจบ เธอเปล่งมานาสีฟ้าออกมาจากร่างกาย หลังจากนั้นเธอก็ใช้แรงโยนขวดน้ำไปยังถังขยะ ซึ่งหากดูจากแรงที่โยนและลักษณะของขวดน้ำแล้วนั้น มันไม่มีทางจะลงถังอย่างแน่นอน

     แต่ว่ากระแสลมถูกสร้างขึ้นโดยเวโรนิก้า

     มันพัดขวดน้ำไปยังถังขยะได้อย่างนุ่มนวล

     "เป็นไง?"

     เวโรนิก้ายิ้มอยู่อย่างภูมิใจ และมองหน้าลาเวนเดอร์ด้านข้าง

     "กะ โกงกันนี่!"

     เอมเบอร์สบถออกมาด้วยความโกรธ เวโรนิก้าได้ใช้เวทมนต์ในการเล่น ทำให้เธอไม่พอใจอย่างมาก และออร่าสีแดงแผ่ออกมาจากตัวเธอ หลังจากนั้นไอร้อนก็ถูกสร้างขึ้นบนฝ่ามือของเธอ

     ไอร้อนนั่นคือไอร้อนเดียวกันกับที่ใช้ละลายโครงเหล็กมาทำแชลงที่คุกใต้ดิน แต่ตอนนี้มานาของเธอไม่ได้ถูกรบกวน ไอร้อนจึงมีความร้อนกว่าครั้งที่แล้วมาก

     ขวดน้ำในมือของเธอละลาย เอมเบอร์ปั้นมันให้กลายเป็นก้อนพลาสติกกลมๆ จนขนาดของมันเท่ากับลูกเทนนิส

     "แบบนี้!"

     เธอปามันออกไป

     ลูกบอลที่เคยเป็นขวดน้ำพุ่งลงไปในถังขยะอย่างสวยงาม!

     "เป็นไงเล่า! เวโรนิก้า!"

     "ชิ"

     เวโรนิก้าเดาะลิ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ นั่นทำให้เอมเบอร์ได้ใจมากขึ้น แล้วเธอก็หัวเราะล้อเลียนเวโรนิก้า

     "ทั้งๆที่หน้าอกก็ไม่มีแท้ๆ"

     นั่นคือคำพูดเล็กๆของเวโรนิก้า

     "!"

     มันเป็นคำพูดที่ทำให้เอมเบอร์รู้สึกเดือดดาลขึ้นมากว่าเดิม แต่ว่า...

     "หืม?"

     "อะไร?..."

     พวกเธอรู้สึกถึงสายตาที่กำลังจ้อมมองมายังพวกเธอ มันเป็นสัญชาตญาณ เอมเบอร์และเวโรนิก้าจึงมองหน้าซึ่งกันและกันอยู่ชั่วครู่ แล้วทั้งสองก็พยักหน้าให้กันเพื่อยืนยัน

     พวกเธอสามารถสื่อสารกันได้โดยไม่ต้องใช้คำพูดใดๆ

     แล้วพวกเธอก็รีบเคลื่อนที่ไปอย่างรวดเร็ว




8




      โซเฟียและบอริกกำลังยกอาหารเช้าไปให้ลาเวนเดอร์ที่นอนอยู่ในห้องของพระราชวัง ปกติแล้วแม่บ้านหรือพ่อครัวจะต้องเป็นคนยกอาหารเหล่านี้ไป แต่พวกโซเฟียต้องการนำมันไปให้กับลาเวนเดอร์ด้วยตัวเอง

      พวกเขาเคาะประตูด้านหน้าห้อง แล้วนำอาหารเข้าไป

      ลาเวนเดอร์”

      อาหารมาแล้วครับ”

      ลาเวนเดอร์กำลังนั่งเขียนสมุดโน๊ตอยู่บนเตียง เมื่อเธอได้ยินเสียงของทั้งสอง เธอจึงกล่าวทักทายกลับไป

      องค์หญิง ไม่เป็นอะไรแล้วเหรอค่ะ?”

      อะ อืม”

     โซเฟียกลับมาหน้าแดง เธอตอบลาเวนเดอร์กลับไปอย่างตะกุกตะกัก บอริกจึงช่วยพยุงไม่ให้อาหารในมือของเธอหล่น ก่อนจะนำมันไปวางที่โต๊ะใกล้ๆกับเตียง

     เขาสังเกตเห็นลาเวนเดอร์ที่กำลังเขียนโน๊ตอยู่ จึงถามขึ้น

     กำลังเขียนอะไรอยู่เหรอ?”

     อันนี้เหรอค่ะ พอดีว่าระหว่างกำลังกายบริหารอยู่ คุณเลวินก็โทรมานะคะ แล้วเขาก็บอกให้จดข้อความพวกนี้เอาไว้”

     ลาเวนเดอร์ยื่นกระดาษในมือไปให้บอริกดู

     มีตัวเลข 13 หลักถูกจดเอาไว้ มันคือสิ่งที่เลวินได้บอกกับลาเวนเดอร์ผ่านทางโทรศัพท์

     ลาเวนเดอร์ไม่เข้าใจความหมายของมัน เธอจึงหยิบสมุดโน๊ตขึ้นมาเพื่อวิเคราะห์หาความสัมพันธ์ของเลขพวกนั้น

     โซเฟียที่ฟังอยู่จึงพูดขึ้นมาเบาๆกับตัวเอง

     รหัส 13 หลัก โค้ด M R C ...หมายความว่ายังไงกัน”

     คำพูดเบาๆนั้นทำให้บอริกและลาเวนเดอร์หันไปจดจ่ออยู่กับองค์หญิง พวกเขาไม่เข้าใจความหมายเหล่านั้น แต่ดูเหมือนว่าองค์หญิงจะเข้าใจ

     โซเฟียเห็นท่าทางของทั้งสองคน เธอจึงเริ่มอธิบาย

     มันเป็นรหัสที่ท่านพี่เคยเล่าให้ฟังตอนเด็กๆนะ ชั้นยังจำมันได้ดี หากใช้วิธีแก้รหัสพวกนั้น ก็จะได้ข้อความออกมาเป็น M R C น่ะ...”

     บอริกครุ่นคิดอยู่ชั่วหนึ่ง ก่อนที่จะพูดออกมา

     หรือนั่นจะเป็นตัวย่อของอะไรสักอย่าง...รึเปล่า?”

     น่าจะเป็นแบบนั้น เพราะรหัสนี้เป็นรหัสที่ซับซ่อน ท่านพี่ก็เคยพูดเอาไว้ว่าส่วนมากจะใช้ส่งตัวย่อกันนะ”

     ตอนนั้นลาเวนเดอร์ที่เขียนอะไรบางอย่างลงบนกระดาษโน๊ตมาพักหนึ่งแล้วก็พูดขึ้น

     “Magic Research Center ... ศูนย์วิจัยเวทมนต์...เหรอคะ?”

     จริงด้วย!”

     โซเฟียสบถขึ้น และบอริกพูดต่อ

     สภาเวทมนต์สินะครับ? แต่เขาหมายความว่ายังไงกันแน่? สภาเวทมนต์มีศูนย์วิจัยอยู่นับร้อยแห่งนะครับ แต่ในข้อความที่เค้าส่งมานั้นไม่มีบอกไว้ว่าเป็นศูนย์วิจัยแห่งไหน”

     สภาเวทมนต์คือกองกำลังนักเวทย์ หรือก็คือกองกำลังทหารหลักของอาณาจักรอลิสเซีย ศูนย์วิจัยเวทมนต์นั้นก็ไม่ต่างอะไรกับศูนย์วิจัยอาวุธ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกที่มันจะกระจัดกระจายอยู่ตามส่วนต่างๆของอาณาจักรกว่าร้อยแห่ง

     ลาเวนเดอร์มองไปยังกระดาษในมือของตน

     หรือเขาต้องการจะบอกว่าสภาเวทมนต์กำลังซ่อนอะไรเอาไว้ในศูนย์วิจัยเวทมนต์สักแห่งงั้นเหรอค่ะ?”

     บอริกคิดถึงความเป็นไปได้

     นั่นสินะ ใครจะไปรู้ เพราะไม่ค่อยมีใครได้รับอนุญาตให้เข้าศูนย์วิจัยมากนัก อีกอย่างที่นั่นก็มีบาเรียป้องกันเอาไว้ด้วย คงไม่แปลกที่พวกมันจะซ่อนอะไรเอาไว้ในนั้น”

     พวกโซเฟียยังไม่รู้ถึงแผนการของเลวิน พวกเขาจึงได้แต่เดาคำตอบกันเอาเอง แต่โซเฟียกำลังนึกถึงความเป็นไปได้มากที่สุด เหตุผลที่เลวินส่งข้อความตัวเลขพวกนี้มาคือะไรกัน? และทำไมถึงไม่ยอมบอกมาตรงๆกันแน่?

     หรือว่าพวกเลวินกำลังถูกดักฟัง?”

     โซเฟียพูดขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด นั่นทำให้พวกบอริกและลาเวนเดอร์เกร็งขึ้นเช่นกัน การถูกดับฟังนั้นไม่ใช่เรื่องที่ดี เพราะใครก็ตามจะสามารถรู้ถึงเนื้อหาของแผนการได้ ดังนั้นเลวินจึงต้องใช้รหัสลับที่มีแต่โซเฟียเท่านั้นที่รู้

     การที่เขาส่งข้อเพียงมูลมาแบบนี้ แสดงว่าเขาไม่ต้องการให้เราช่วยสู้สินะครับ เพราะถ้าเป็นแบบนั้น เขาก็ควรจะส่งข้อมูลมาให้มากกว่านี้”

     บอริกสรุปความคิดของตน โซเฟียและลาเวนเดอร์เองก็เห็นด้วย

     หมายความว่าต้องการให้พวกเราหาข้อมูลเกี่ยวกับศูนย์วิจัยเวทมนต์ทุกแห่งเท่าที่ทำได้สินะ”

     ชั้นก็เห็นด้วยกับองค์หญิงคะ”

     อืม...งั้นผมจะเริ่มจัดการให้เดี๋ยวนี้นะครับ”

     บอริกรีบเดินออกจากห้องไปเพื่อทำงานที่ได้รับมอบหมายทันที

     ฝากด้วยนะ บอริก”





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

20 ความคิดเห็น