Dragon Heart - สงครามเวทมนตร์ [On hold]

ตอนที่ 19 : Chapter III - Part 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 38
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    24 ม.ค. 62




12




     อเล็กเซย์วิ่งมาถึงศูนย์วิจัยเวทมนต์ มันคือสถานที่ที่มองดูแล้วให้ความรู้สึกคล้ายสนามบิน อาคารหลัก 3 หลังถูกสร้างอยู่ในพื้นที่ 1 ตารางกิโลเมตร ซึ่งรอบๆถูกล้อมเอาไว้ด้วยรั้วเหล็กสูงกว่า 2 เมตร แน่นอนว่ามันเป็นความสูงที่สามารถปีนผ่านได้ง่ายๆ แต่ด้านในของมันคือบาเรียสีฟ้า ห่อหุ้มทั้งศูนย์วิจัยเอาไว้เหมือนโดม

     แล้วจะเอายังไงดีเนี่ย”

     อเล็กเซย์บ่นขึ้นกับตัวเอง การจะฝ่าบาเรียเพื่อเข้าไปด้านในนั้นไม่ใช่เรื่องยาก แต่ปัญหาคือหลังจากนั้น เพราะกล้องวงจรปิดถูกติดตั้งไว้รอบด้าน หากเขาพยายามบุกเข้าไปไม่คิดหน้าคิดหลัง สัญญาณเตือนภัยอาจจะดัง แล้วปัญหาอื่นๆก็จะตามมา

     จะว่าไปแล้ว...ไอนั้นไง”

     อเล็กเซย์จำบางอย่างขึ้นมาได้ เขาหยิบกระดาษแผ่นใหญ่ออกมาจากกระเป๋า มันคือแผนผังของศูนย์วิจัยเวทมนต์ ตรงแผนผังมีลายมือเขียนและบันทึกข้อความต่างๆเขียนเอาไว้ แน่นอนว่ามันบอกถึงจุดบอดในการลอบเข้าไปเขียนเอาไว้ด้วย

     ตรงนี้ไง”

     อเล็กเซย์สังเกตเห็นจุดหนึ่งใกล้กับที่เขาอยู่ เขาจึงเริ่มมุ่งหน้าไปทางนั้นทันที มันเป็นสถานที่ที่เป็นจุดบอดของกล้องวงจรปิด ดังนั้นเขาจึงเริ่มปีนผ่านรั้วเข้าไปในพื้นที่ศูนย์วิจัยจากตรงนั้น

     ด้านหน้าของเขาคือบาเรียสีฟ้า อเล็กเซย์เข้าไปใกล้บาเรียนั่น แล้วเขาก็ยื่นมือออกมาด้านหน้า หลังจากนั้นมานาสีทองก็แผ่ออกมาจากร่างกายเด็กหนุ่ม

     งั้นก็...”

     เขาสูดลมหายใจเข้าปอดเพื่อเตรียมพร้อม หลังจากนั้น...

     “dfkkodf kkfklsf”

     นั่นไม่ใช่ภาษาของมนุษย์ แต่หลังจากที่อเล็กเซย์เอ่ยมันออกมาแล้ว บาเรียด้านหน้าของเขาก็บิดเบี้ยวไป เขาเดินผ่านบาเรียที่บิดเบี้ยวได้อย่างง่ายดาย ตอนนี้เขาเข้ามาอยู่ด้านในแล้ว

     มันคือเวทมนต์มิติ - การควบคุมมิติด้วยมานา เวทมนต์ที่ยังไม่สามารถหาทฤษฏีมารองรับได้

     เด็กหนุ่มได้ใช้สิ่งนั้นลอบเข้ามาด้านในได้สำเร็จ ร่างกายของเขาปล่อยเหงื่อออกมาเล็กน้อย แต่นั่นไม่ทำให้เขาเหนื่อย มันเป็นเหงื่อที่ไหลออกมาเพราะสภาพจิตใจมากกว่า

     เขาวิ่งไปยังอาคารที่ใกล้ที่สุดโดยหลบมุมกล้องวงจรปิดตามที่เขียนไว้ในแผนผัง นั่นทำให้เขามาถึงประตูเล็กๆด้านข้างอาคารได้อย่างปลอดภัย

     ถ้าจำไม่ผิด ด้านในนี้จะเป็น...”

     ตามแผนผังที่ได้มา มันคือห้องเก็บของ หรือก็คือโกดัง น่าจะเป็นสถานที่เก็บอุปกรณ์ในการทดลองเวทมนต์ หรืออะไหล่ในการประดิษฐ์อุปกรณ์เวทมนต์ เสื้อกันกระสุน หรือ MRA-2018 ของชายหัวล้านเองก็น่าจะเป็นหนึ่งในนั้น

     อเล็กเซย์ค่อยๆแง้มประตูออกดู และส่องสายตาเข้าไปด้านใน มันเป็นห้องมืดๆไม่ได้เปิดไฟ ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะมันคือห้องเก็บของ

     หลังจากยืนยันว่าไม่มีใครอยู่ด้านในแล้ว อเล็กเซย์จึงตัดสินใจเปิดสวิตช์ไฟ

     ในนี้บอกว่า สถานที่น่าสงสัยแห่งที่ 1 คือที่นี่... แต่มันไม่มีอะไรน่าสงสัยเลยนะ”

     หลังจากนั้นเขาก็อ่านต่อ พบว่าตำแหน่งที่ตั้งนั้นดูน่าสงสัย โกดังแห่งนี้ถูกสร้างห่างจากอาคารอื่นๆพอสมควร ทั้งๆที่เป็นที่เก็บอุปกรณ์ต่างๆ หากตั้งไว้ใกล้อาคารอื่นๆก็จะสะดวก แต่ที่นี่ถูกสร้างห่างจากอาคารอื่นๆมาก หมายความว่าต้องมีอะไรซ่อนเอาไว้

     ถึงจะบอกอย่างนั้น แต่ใครจะไปรู้ว่าที่นี่ซ่อนอะไรไว้กันละ”

     ตอนนั้นเองเสียงโทรศัพท์ของอเล็กเซย์ก็ดังขึ้น เขาจึงหยิบมันขึ้นมาดู คนที่โทรมาก็คือเลวิน เด็กหนุ่มทำหน้าเบื่อหน่ายเล็กน้อยก่อนรับสายโทรศัพท์จากเพื่อน

     “...ไง”

     โย่ว! เป็นไงบ้างเอ๋ย”

     เลิกใช้เสียงกวนบาทาแบบนั้นสักที”

     อยู่ในโกดังสินะ?”

     รู้ได้ไงเนี่ย!? หรือว่า...”

     ถูกต้องแล้วครับ! เครื่องติดตาม ชั้นแอบติดเอาไว้ในโทรศัพท์นายน่ะนะ”

     เห้อ...” อเล็กเซย์ถอนหายใจด้วยความเอือมระอา “แล้วไงต่อ? ตอนนี้ชั้นอยู่ที่นี่แล้ว แต่ไม่เห็นมีอะไรน่าสงสัยเลยสักนิด”

     จำตอนที่เราไปที่โรงเรียนเวทมนต์ได้รึเปล่า”

     อเล็กเซย์เคยบุกเข้าไปในโรงเรียนเวทมนต์ของสภาเวทมนต์ครั้งหนึ่ง ที่นั่นก็มีห้องวิจัยลับบางอย่างเช่นกัน ซึ่งมันถูกซ่อนเอาไว้ใต้ดินของโรงเรียน แน่นอนว่าเขาจำเรื่องนั้นได้

     จำได้สิ”

     ครั้งนี้ มันก็น่าจะอยู่ได้ดินของโกดังนั่นละนะ”

     หืม?”

     ก็บอกว่ามันน่าจะถูกสร้างเอาไว้ใต้ดินของโกดังนั่นยังไงเล่า ตอนแรกกะจะเข้าไปพร้อมกับนาย แต่ตอนนี้นายต้องจัดการเองแล้วนะ”

     อเล็กเซย์สัมผัสถึงอะไรบางอย่าง มันคือกระแสลมที่พัดขึ้นมาจากพื้น ทั้งๆที่มันไม่น่าเป็นไปได้ แต่กระแสลมอ่อนๆกำลังพัดขึ้นมาจากพื้น! นี่มีความหมายว่า

     ทางลับงั้นเหรอ?”

     อเล็กเซย์สรุปข้อสันนิษฐานใส่โทรศัพท์

     บิงโก!”

     เลวินตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ เขาคงไม่คิดว่าอเลกเซย์จะหาทางได้ด้วยตัวเองแบบนี้ แต่เมื่อคิดแบบนั้น เขาก็นึกขึ้นได้

     งั้นเราคงติดต่อกันได้แค่นี้หละ ที่ชั้นใต้ดินคงมีระบบป้องกันสัญญาณจากภายนอก”

     งั้น แค่นี้นะ”

     ทั้งคู่วางสาย อเล็กเซย์กลับมาตัวคนเดียวอีกครั้ง แต่เขารู้แล้วว่าต้องทำอะไร กระแสลมนั้นต้องพัดมาจากทางลับแน่นอน ดังนั้นเขาจึงเดินตามกระแสลมไปเรื่อยๆ

     ตรงนี้เหรอ”

     เขามาถึงสถานที่ที่ลมพัดขึ้นมาแล้ว มันเป็นพื้นตรงมุมหนึ่งของโกดัง รอบๆด้านเป็นกล่องไม้และกระดาษลังวางทับกันจนเป็น     กำแพง มันเหมาะแก่การซ่อนทางลับเป็นอย่างมาก และระหว่างที่อเล็กเซย์กำลังสำรวจดูพื้นบริเวณรอบๆอยู่นั้นเอง อเล็กเซย์ก็สัมผัสได้ถึงมานาบางๆบนพื้น

     ตรงนี้งั้นเหรอ”

     เขาแผ่มานาสีทองออกมา หลังจากนั้นอเล็กเซย์ก็ใช้ฝ่ามือค่อยๆแตะพื้นที่ละส่วน นั่นคือการแทรกแทรงเวทมนต์ โดยการใช้มานาของตนไปผสมกับมานาของอีกฝ่ายจนทำให้ไม่เสถียร แต่แน่นอนว่าประสิทธิภาพของมันด้อยกว่า ยกเลิกเวทมนต์ มาก

     *กึก*

     หืม?”

     เสียงของกลไกบางอย่างทำงาน พื้นด้านหน้าของอเล็กเซย์ปรากฏกรอบสี่เหลี่ยมจัตรัสขนาด 1 ตารางเมตร มันกำลังเปล่งแสงสี้ฟ้าอ่อนๆ



13




     บอริกและองค์หญิงกำลังนั่งคุยอยู่กับลาเวนเดอร์ในห้องของพระราชวังเช่นเดิม หลังจากที่บอริกได้จัดการเรื่องการหาข้อมูลของศูนย์วิจัยเวทมนต์ต่างๆแล้ว เขาก็มารายงานให้องค์หญิงฟัง

     หลังจากนั้น พบว่าสถานที่ๆน่าสงสัยมีเยอะมากครับ ข้อมูลเรามีน้อยเกินไป เราคงไม่สามารถตรวจสอบได้ทั้งหมด พวกสภาเวทมนต์คงไม่รอดูอยู่เฉยแน่ครับ”

     งั้นเหรอบอริก ขอบใจมาก”

     แล้วหลังจากนี้จะเอายังไงเหรอค่ะ?”

     สภาเวทมนต์สร้างศูนย์วิจัยเวทมนต์เอาไว้หลายแห่ง ทั้งในเมืองและนอกเมือง ไม่แน่อาจจะมีสิ่งน่าสงสัยอยู่ทุกที่เลยก็ได้ แต่อย่างน้อย พวกเขาต้องการความเด็ดขาด การรู้สถานที่ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการทดลองทั้งหมดนั้นเป็นตัวเลือกที่ดีกว่ามาก

     ยังมีแหล่งข้อมูลอยู่ไม่ใช่รึไงค่ะ?”

     หมายความว่ายังไงเหรอ ลาเวนเดอร์?”

     คำพูดของลาเวนเดอร์ทำให้องค์หญิงทำสีหน้าไม่เข้าใจ แต่ดูเหมือนว่าอัศวินที่ยืนอยู่ข้างๆเธอนั้นเข้าใจว่าคำพูดนั้นหมายถึงอะไร

     บอริกจึงพูดความคิดของตนออกมา

     นักเวทย์คนนั้นสินะ”

     ใช่แล้วคะ คุณบอริก”

     นักเวทย์ที่บอริกและลาเวนเดอร์พูดถึงคือ นักเวทย์ที่ถูกส่งมากจากสภาเวทมนต์เพื่อลักพาตัวลาเวนเดอร์ แต่ในตอนนั้งด้วยความร่วมมือระหว่างโซเฟียและลาเวนเดอร์ ทำให้นักเวทย์คนนั้นถูกจับเอาไว้ และเธอก็ถูกพาตัวมาขังไว้ในคุกใต้ดินเช่นเดียวกับพวกเอมเบอร์ แต่เธอไม่สามารถหนีออกไปได้พร้อมพวกเอมเบอร์

     พวกโซเฟียจึงตัดสินใจเดินทางไปยังคุกใต้ดินเพื่อถามข้อมูลจากเธอให้ได้มากที่สุด

     แล้วชั้นละค่ะ?”

     เธอรออยู่ที่นี่แหละ ยังเดินได้ไม่ค่อยคล่องใช่มั้ย แบบนั้นจะให้เดินขึ้นลงบันไดของคุกใต้ดินได้ยังไงกันเล่า”

     ลาเวนเดอร์ต้องการจะไปพร้อมกับองค์หญิง แต่เธอสัณญาเอาไว้กับตัวเองแล้ว ว่าจะไม่ทำให้องค์หญิงต้องเป็นห่วงอีก เธอจึงยอมตัดใจและเชื่อในคำพูดของเธอ

     “...คะ ฝากด้วยนะคะ องค์หญิง”

     อืม! เชื่อมือชั้นได้เลย”


     บอริกและโซเฟียจึงมุ่งหน้ามาที่คุกใต้ดิน มันเป็นห้องขังแบบเดียวกันกับเอมเบอร์และเวโรนิก้า กำแพงหนาห้อมล้อมไว้ และประตูหนึ่งบานบนกำแพง

     บอริกใช้กุญแจที่เอามาจากอัศวินเพื่อเปิดประตูห้องขัง

     ด้านในคือห้องมืดที่ไม่ได้ถูกเปิดไฟเอาไว้ แน่นอนว่าห้องขังนั้นมีระบบไฟเป็นของตัวเอง แต่ไฟในห้องนี้ไม่ถูกเปิด สภาพภายในห้องเต็มไปด้วยความหดหู่ บนเตียงนอนของห้องขังมีร่างของเด็กสาวอายุ 13 นอนอยู่

     “...”

     บอริกเดินเข้าใกล้ร่างของเด็กสาวที่นอนอยู่บนเตียง เธอยังอยู่ในชุดผ้าคลุมสวมฮู้ดเช่นเดิม ดังนั้นเพื่อที่จะมองเห็นหน้าของเธอ บอริกจึงค่อยๆขยับมือไปเปิดผ้าคลุมของเด็กสาวออก แต่ว่า

     *ปับ*

     เด็กสาวรีบปัดมือของบอริกออกไป แล้วเธอก็รีบขยับออกมาจากเตียงทันที มือทั้งสองของเธอกุมฮู้ดเอาไว้ไม่ให้ถูกเปิด

     ต้องกาลอะไล!”

     เสียงของเธอฟังดูไม่ชัดเจน แต่มันแสดงให้เห็นถึงความโกรธและกังวล ในตอนนั้นเองที่เธอแผ่มานาสีฟ้าออกมา ก่อนที่เธอจะรู้สึกตัวอีกครั้งว่าเธอไม่สามารถใช้เวทมนต์ได้ เพราะในคุกใต้ดินแห่งนี้ถูกติดตั้งอุปกรณ์ยกเลิกเวทมนต์เอาไว้

     ใจเย็นๆก่อน”

     บอริกพูดขึ้นพร้อมกับชัดดาบออกมาจากฝัก มันเป็นดาบธรรมดาธรรมดาที่เขาพกติดตัวตลอดเวลา ถึงจะไม่สามารถใช้เวทมนต์ได้ แต่ดาบก็ยังเป็นอาวุธอันตรายพอสมควร

     ช่วยมากับเราหน่อย ชั้นมีเรื่องอยากถามเธอเยอะแยะเลยละนะ”

     มะ ไม่มีทาง”

     ถึงจะไม่มีทางหนี แต่เด็กสาวในชุดผ้าคลุมก็พยายามวิ่งผ่านบอริกไปยังประตูทางออก บอริกที่ไม่ทันตั้งตัวกับการกระทำแบบนั้นของเธอจึงไม่สามารถหยุดเอาไว้ได้ มือซ้ายของบอริกสามารถเอื้อมไปจับฮู้ดของเด็กสาวได้พอดี ทำให้ฮู้ดที่สวมไว้ถูกดึงลงมาและรั้งเด็กสาวเอาไว้

     *ฟึบ*

     ฮู้ดที่ถูกดึงลงมานั้น ทำให้ใบหน้าของเด็กสาวถูกเปิดเผย

     ใบหน้าแสนเยาวัย เส้นผมสีเขียวอมฟ้าถูกมัดเปียเอาไว้ ใบหูที่แหลมกว่ามนุษย์ทั่วไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตสีแดงเข้ม

     ภาพเหล่านั้นทำให้บอริกและโซเฟียต่างชะงักไป

     เอลฟ์...งั้นเหรอ?”

     ไม่จริงน่า”

     นั่นคือสีตาและสีผมของเผ่าพันธุ์ต่างทวีป “เอลฟ์”




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

20 ความคิดเห็น