Dragon Heart - สงครามเวทมนตร์ [On hold]

ตอนที่ 2 : Chapter I + Part 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 635
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    29 ก.ค. 62


2


     หลังจากเลิกเวลาเรียนอเล็กเซย์ รินซินก็แยกทางออกมาจากเลวินเพื่อมุ่งหน้ากลับบ้านอย่างสงบสุข แต่ในแววตาของเขามีความกังวลอะไรบางอย่างอยู่

     แล้วพวกโซเฟียจะจัดการยังไงนะ...”

     ทิวทัศน์ของเมืองยามเย็นหลังเลิกเรียนมีผู้คนพลุกพล่านตามถนนเส้นใหญ่ซึ่งเป็นสถานที่ที่มักวุ่นวายเสมอในช่วงกลางคืน

     ถึงอย่างนั้นแต่ถนนเส้นที่เด็กหนุ่มกำลังเดินอยู่ไม่ใช่ถนนที่มีผู้คนมากมายอะไรแต่กลับเป็นถนนเส้นเล็กๆสำหรับย่านที่พักอาศัย ดังนั้นจึงไม่มีรถหรือผู้คนพลุกพล่านเต็มถนนเหมือนกับเขตย่านการค้าหลัก

     เมื่อเดินมาได้ซักครู่อเล็กเซย์ก็มาถึงจุดหมายปลายทางที่เขามุ่งหน้ามา นั่นก็คืออาคารสูง 5 ชั้นที่มีลักษณะภายนอกเหมือนกับหอพักนักเรียนธรรมดาๆ แต่หากมองให้ดีๆจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าไม่มีใครอาศัยอยู่ที่หอพักนี้

     บ้านแสนสุขๆ”

     อเล็กเซย์เดินไปยังประตูรั้วของสวนหย่อมเล็กๆหน้าหอพักพร้อมกับถือกุญแจเอาไว้ในมือ ปลดล๊อคของประตูรั้วนั่นแล้วเดินเข้าไปด้านใน

     ผ่านสวนหย่อมไปตามทางที่สร้างจากหินอ่อนปูเอาไว้นำไปยังประตู รอบๆมีต้นไม้เตี้ยและพุ่มไม้ปลูกเอาไว้เป็นแนวสวยงาม

     อเล็กเซย์มองธรรมชาติรอบๆอย่างพอใจแต่เมื่อมองไปมองมาระหว่างทางเขาก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่างหลบอยู่หลังพุ่มไม้เล็กๆ

     หืม?” อเล็กเซย์เข้าไปดูใกล้ๆ “นั่นมัน...”

     หลังพุ่มไม้เมื่อเดินใกล้เข้าไปก็แสดงให้เห็นร่างของเด็กสาวอายุ 13 ผมสีม่วงอ่อนในชุดกระโปรงสีขาวนอนสลบอยู่ภายในสวนหย่อมหน้าบ้านของตัวเอง

     ดูเหมือนว่าลาเวนเดอร์ แพลนเทอร์ร่าจะหมดสติไปแล้วโดยที่ร่างกายของเธอเต็มไปด้วยรอยไหม้มากมาย และชุดที่สวมใส่อยู่บางส่วนก็ถูกฉีกขาด

     นี่เธอ! เป็นอะไรมั้ย? ทำไมถึงมานอนอยู่ในบ้านของฉันเนี่ย...?” อเล็กเซย์ตรวจชีพจรดูอาการณ์ “ยังไม่ตาแฮะ...”

     หลังจากพยายามเรียกอย่างลุกลี้ลุกลนหลายครั้งก็ไม่มีวี่แววว่าลาเวนเดอร์จะลืมตาตื่นขึ้นมา อย่างน้อยก็ต้องช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนที่จะเรียกให้ตำรวจหรือรถพยาบาลมารับ

     เขาจึงยกร่างของลาเวนเดอร์เข้าไปด้านในอาคารชั้นหนึ่งซึ่งไม่มีวี่แววของใครอาศัยอยู่ด้านใน เขาวางเธอลงไปบนโซฟาตรงกลางห้องอย่างนุ่มนวลก่อนวิ่งไปหยิบกล่องปฐมพยาบาล

     ก่อนหน้านี้ลาเวนเดอร์ทำการต่อสู้กับเอมเบอร์และใช้โอกาสจากช่องว่างที่เธอสร้างขึ้นเพื่อหนีออกมา แต่ดูเหมือนว่าร่างกายของเธอจะได้รับผลกระทบจากการต่อสู้ด้วยเช่นกัน

     ระหว่างที่อเล็กเซย์ใช้อุปกรณ์ในกล่องพยาบาลเพื่อช่วยรักษาอาการบาดเจ็บและรอยแผลไหม้ตามร่างกายของเธอ ลาเวนเดอร์ก็ส่งเสียงพูดคำบางอย่างออกมาโดยไม่รู้ตัว

     ขอโทษ...นะค่ะ....องค์หญิง....”

     องค์หญิง”

     มือของอเล็กเซย์ชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อได้ยินคำที่ลาเวนเดอร์พูดออกมา เมื่อมองไปยังใบหน้าของเธออีกครั้งพบว่าเธอยังไม่ได้สติ เธอเพียงแค่ละเมอพูดออกมาเพียงเท่านั้น

     สายตาของอเล็กเซย์มองไปยังโทรศัพท์ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะด้านข้างซึ่งเขาคิดว่าจะใช้มันในการโทรเรียกให้ตำรวจและรถพยาบาลมารับ

     (เอาเป็นว่า รอให้เธอตื่นขึ้นมาก่อนแล้วค่อยดูอาการก็แล้วกัน เพราะมีเรื่องที่อยากจะถามเด็กคนนี้ซักหน่อย...)

     เขาลุกขึ้นมาจากการปฐมพยาบาลแล้วเดินไปยังพื้นที่ที่คล้ายกับโซนทำอาหารของห้องครัว ตรงไปยังตู้เย็นที่ตั้งอยู่ตรงมุมแล้วเปิดดูด้านใน

     ดูเหมือนว่าจะยังมีวัตถุดินพอ... ไม่ต้องออกไปซื้อเพิ่มล่ะมั้ง...”

     หลังจากนั้นเขาก็หยิบผักและเนื้ออกกมาจากตู้เย็นและเริ่มทำอาหารด้านในอาคารที่สูงถึง 5 ชั้นแต่ดันไม่มีใครอาศัยอยู่นอกจากอเล็กเซย์อย่างน่าประหลาด


     อะ...อือ...”

     ดวงตาของลาเวนเดอร์เปิดออก มองเห็นเพดานของห้องที่ไม่คุ้นเคยและสัมผัสได้ถึงความนุ่มของเบาะโซฟาที่รองรับร่างกายเอาไว้

     ที่นี่มัน...ที่ไหน?”

     เธอยกร่างท่อนบนขึ้นมาเปลี่ยนจากท่านอนเป็นท่านั่งบนโซฟา เมื่อมองไปยังส่วนต่างๆของร่างกายที่เจ็บปวดก็พบว่ามีผ้าพันแผลและยาพันเอาไว้

     หลังจากสำรวจร่างกายตัวเองเสร็จเธอก็เริ่มสำรวจสิ่งต่างๆที่อยู่รอบห้อง ก่อนจะได้กลิ่นอะไรบางอย่างน่าอร่อยโชยเข้ารูจมูก

     เมื่อมองตามกลิ่นไปเธอก็พบกับเด็กหนุ่มในชุดสูทเครื่องแบบนักเรียนคนหนึ่งกำลังเดินมุ่งหน้าเข้ามาหาเธอพร้อมกับถือจานอาหารที่เป็นต้นต่อของกลิ่นหอมน่ากินในมือ

     ใครกันนะ?”

     ยังไงก็กินนี่ก่อนก็ได้แล้วค่อยคุยกันทีหลัง”

     อเล็กเซย์เดินเข้ามาแล้ววางจานอาหารในมือลงบนโต๊ะด้านหน้าโซฟาที่เธอนั่งอยู่ ส่งให้กลิ่นหอมเด่นชัดขึ้นกว่าเดิมจนมีเสียงท้องร้องดังออกมาจากกระเพาะของลาเวนเดอร์

     นั่นไง หิวแล้วสินะ เชิญเลย”

     ลาเวนเดอร์หยิบช้อนขึ้นมาตักอาหารในจานเข้าปากอย่างลังเลนิดหน่อย แต่เมื่อวางใจได้ว่าปลอดภัยเธอก็เพิ่มความเร็วในการกินมาขึ้นจนอาหารในจานหมดภายในเวลาไม่นาน

     แล้ว คุณเป็นใครงั้นเหรอคะ?”

     ฉันชื่อ อเล็กเซย์ รินซิส คนที่อาศัยอยู่ที่นี่น่ะ แล้วเธอล่ะเป็นใคร ทำไมถึงมาสลบอยู่ในสวนหน้าบ้านของฉัน?”

     ยังไงก็ตาม ขอบคุณที่ช่วยเอาไว้นะค่ะ แต่ฉันขอไม่พูดอะไรมากกว่านี้แล้วจะรีบออกไปจากที่นี่ทันทีค่ะ”

     ลาเวนเดอร์กล่าวเสร็จแล้วก็ลุกขึ้นออกจากโซฟาและเดินตรงไปยังประตูทางออกทันทีโดยไม่สนอเล็กเซย์ที่กำลังทำท่าทีตกใจ

     เดี๋ยวซิ!” อเล็กเซย์เรียกเอาไว้แต่เธอดูเหมือนจะไม่สนใจ “เธอพูดว่าองค์หญิงสินะ...?”

     “!” เธอมีปฏิกิริยากับคำพูดของอเล็กเซย์ “คุณ...”

     เธอเป็นพวกราชวงศ์งั้นเหรอ? มีความเกี่ยวข้องกับยัยโซเฟียใช่มั้ย?”

     ทำไมถึง?!”

     ลาเวนเดอร์ขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจก่อนจะรีบเร่งฝีเท้าเพื่อที่จะเดินออกไปจากอาคารโดยเร็วที่สุด ผ่านประตูทางออกมายังส่วนหย่อมด้านหน้า อเล็กเซย์รีบวิ่งตามเธอมา

     เกี่ยวกับโรงเรียนเวทมนตร์งั้นเหรอ?” อเล็กเซย์ถาม

     คุณรู้เรื่องนั้นไดยังไง? เป็นใครกันแน่คะ? ไปเอาข้อมูลนั่นมาจากไหนคะ?”

     “...เธอบอกมาก่อนสิ ว่าเธอเป็นใครกันแน่?”

     “...”

     เป็นไงล่ะ จะแลกเปลี่ยนข้อมูลกันหน่อยมั้ย?”

     ใบหน้าของลาเวนเดอร์เป็นใบหน้าของคนที่กำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างด้วยความละเอียดถี่ถ้วน มองมายังอเล็กเซย์ด้วยสายตาไม่เป็นมิตร

     ถ้าสามารถล่วงรู้ข้อมูลแบบนั่นได้ อันตราย ต้องกำจัดค่ะ...”

     “!”

     ออร่ามานาสีเขียวปรากฏขึ้นอย่างชัดเจนด้วยความรวดเร็ว อเล็กเซย์ตั้งตัวไม่ทันจึงพยายามถอยห่างออกมาเพราะสัมผัสได้ถึงอันตรายบางอย่าง

     โพรอน อาเซน!”

     หลังจากกล่าวออกมาสองคำจากฝีปากของลาเวนเดอร์พื้นดินของส่วนหย่อมก็แตกออกโดยรากไม้ขนาดใหญ่ 3 เส้นทะลุออกมาจากด้านล่างพื้นดินราวกับหนอนที่ชอนไช

     เอว่า โนย่า!”

     หลังจากพูดคีย์เวิร์ดออกไปแล้วรากไม้ที่งอกออกมาจากใต้พื้นดินก็เล็งปลายรากไม้ที่แหลมคมไปยังอเล็กเซย์ พุ่งไปแทงด้วยความเร็วสูง

     อเล็กเซย์หลบไปทางด้านข้างได้อย่างฉิวเฉียด แต่รากไม้หักเลี้ยวโดยไม่สนกฏฟิสิกส์แล้วพุ่งเข้าใส่อย่างแม่นยำจนเขาเกือบจะหลบไม่พ้น

     เดี๋ยวก่อนสิ ฉันไม่ใช่-”

     เสร็จฉันล่ะค่ะ!”

     รากไม้ทั้งสามอันพุ่งเข้าใส่อเล็กเซย์ด้วยปลายแหลมจากรอบทิศพร้อมความเร็วที่เขาไม่สามารถหลบหลีกได้ทันเวลา หากปล่อยเอาไว้ร่างกายของเขาต้องถูกเจาะเป็นรูแน่

     ยะ...แย่แล้ว!”

     *ตูม ตูม ตูม*

     รากไม้ทั้ง 3 อันพุ่งทะลุไปยังพื้นดินด้านล่าง แรงสั่นสะเทือนส่งให้เกิดฝุ่นขึ้นจากเศษดินที่กระเด็นขึ้นมาจนมองไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น

     จบแค่นี้ค่ะ”

     ลาเวนเดอร์หันหลังให้กับอเล็กเซย์แล้วมุ่งหน้าไปทางประตูรั้วของสวนเพื่อที่จะออกไปด้านนอก แต่ระหว่างที่เธอหันหลังไปนั้นเสียงของอเล็กเซย์ก็ดังขึ้น ทำให้เธอต้องหันกลับไป

     เฮ้อ—” เสียงถอนหายใจดังมาจากภายในในควัน

     ลาเวนเดอร์รีบหันไปมองยังฝุ่นควันที่กำลังฟุ้งอยู่ ตอนนี้พวกมันเริ่มจางลงจนสามารถเห็นเงาได้ลางๆแล้ว และเธอก็เห็นเงาของเด็กหนุ่มยืนอยู่ท่ามกลางรากไม้ 3 เส้น

     เกิดอะไรขึ้น?

     ตรงนั้นมีเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลยืนอยู่ รอบๆร่างกายของเขามีออร่าของมานาสีทองแผ่ออกมาพร้อมกับห้วงมิติที่บิดเบี้ยวทิวทัศน์รอบๆ

     รากไม้ทั้ง 3 เส้นที่ควรจะเจาะร่างของเขาทะลุไปแล้วกลับถูกสะท้อนออกมาจากร่างกายของเขาแล้วปักลงยังพื้นดิน นั่นคงเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดฝุ่นควันพวกนี้

     คุยกันดีๆได้รึยังล่ะ?”

     อเล็กเซย์พูด ร่างกายของเขาท่วมไปด้วยเหงือ เขาไม่ควรจะรอดจากการโจมตีนั่นได้ มานาสีทองรอบๆร่างกายของเขาและทิวทัศน์ห้วงมิติที่ผิดเบี้ยวต้องเป็นตัวการให้เกิดเริ่งแบบนั้น

     ฉันไม่ใช่ศัตรูของเธอนะ”

     มานาสีทองนั่น คุณเป็นใครกันแน่คะ? อีกทั้งยังเวทมนตร์ประหลาดนั่นอีก”

     ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังพูดอยู่เงาของใครบางคนก็กระโดดข้ามรั้วเข้ามาในพื้นที่ส่วนหย่อมด้านหลังลาเวนเดอร์โดยที่ทั้งสองไม่ทันรู้ตัว

     หลังจากเดินเข้ามาอย่างใจเย็น เด็กหนุ่มผมสีฟ้าอ่อนหน้าตากวนบาทา—เลวินก็ส่งเสียงเรียกเพื่อให้ทั้งสองคนที่สู้กันอยู่สังเกตเห็น

     ไงๆ!—เจ้าหน้าที่ข่าวกรอง เลวิน บลูกเซอร์สุดหล่อไงครับ!”

     ลาเวนเดอร์หันไปมองยังต้นเสียงแล้วพบกับเลวินที่ยืนอยู่ เขาลังถือตราสัญลักษณ์อะไรบางอย่างที่เหมือนกับตราแสดงตัวตนของตำรวจ ลาเวนเดอร์เมื่อสังเกตเห็นก็รู้ทันทีว่าตรานั่นคือตราอะไร

     นั่นมันตราของราชวงศ์...”

     มีธุระอะไร?”

     ลาเวนเดอร์มองไปยังเลวินแบบไม่สบอารมณ์ ด้านหลังมีอเล็กเซย์ที่ถอนหายใจอย่างโล่งอกเพราะอย่างน้อยการต่อสู้ก็ถูกหยุดเอาไว้ได้ เลวินพูดต่อ

     เธอคือ... ยัยนั่นเรียกเธอว่าอะไรนะ... นักเวทประจำตัวน้องสาวสุดที่รัก รึเปล่านะ...”

     “!” ลาเวนเดอร์หน้าแดงเมื่อได้ยินคำพวกนั้น “ทำไมถึงรู้?! นั่นมันคำพูดของท่านลิเลียน่า

     เลวินส่งเสียงหัวเราะแห้งๆออกมาก่อนจะค่อยเดินไปยังอเล็กเซย์

     เอาเป็นว่า พวกเราไม่ใช่ศัตรูของราชวงศ์หรอกน้า—”

     พวกคุณทั้งสองคนเป็นใครกันแน่?”

     หึๆ เดี๋ยวก็คงจะรู้ภายในไม่นานนี่แหละ จะว่าไปแล้ว...เธอไม่ติดต่อไปหายัยนั่นเหรอ? หายตัวไปตั้งครึ่งวันแบบนี้โซเฟียและบอริกน่าจะเป็นห่วงนะ”

     จู่ๆลาเวนเดอร์ก็ทำหน้าเหมือนเพิ่งนึกอะไรขึ้นได้เพราะคำพูดของเลวิน เธอรีบหันหลังให้กับเด็กหนุ่มทั้งสองคนที่ยืนอยู่ที่สวนหย่อมแล้ววิ่งออกไปด้านนอก หยิบอุปกรณ์คล้ายกับโทรศัพท์ขึ้นมาใช้ติดต่อไปหาใครบางคนอย่างรวดเร็วและวิ่งหายวับไปจากตรงนั้น

     เร็วชะมัดเลยแฮะ”

     แม้แต่อเล็กเซย์ก็ยังคาดไม่ถึงว่านั่นคือความเร็วในการวิ่งของเด็กสาวอายุ 13 ที่มีบาดแผลไหม้ทั่วร่าง โชคดีที่บาดแผลเหล่านั้นตื้นๆ รักษาสักหน่อยก็หายขาด

     ระหว่างที่อเล็กเซย์กำลังอึ้งอยู่กับความเร็วของลาเวนเดอร์ที่วิ่งหายลับไปแล้วเลวินก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเหมือนกับพูดล้อเล่นอะไรอยู่

     เอาล่ะ แล้วทำไมเรื่องแบบนี้ถึงเกิดขึ้นได้เนี่ย อเล็กเซย์?”

     ใครมันจะไปรู้เล่า! พวกเบื้องบนคงกำลังวุ่นวายกันน่าดูเลยล่ะ...”

     ก็นะ...ฉันเองก็ได้รับมอบหมายงานมาจากยัยนั่นเยอะไปหมด จนตอนนี้กำลังปวดหัวเลยน้า—”

     ท่าทางขี้เกียจของเลวินทำให้อเล็กเซย์ทำหน้าตาเอือมระอา เลวินพูดต่อโดยไม่สนใจท่าทางของเขา

     แล้วทำไมนายถึงโดนเธอคนนั้นไล่ต้อนได้ล่ะ? ใช้ไอ้นั่นโจมตีกลับก็ได้นิ?”

     “...นายรู้ว่าเธอเป็นใครใช่มั้ย? เด็กคนนั้นน่ะ...คนรู้จักของยัยโซเฟียเหรอ?”

     อืมๆ” เลวินเลี่ยงตอบคำถาม “ฉันเองก็อยากโดนเด็กอายุน้อยกว่าแบบนั้นไล่ฆ่าบ้างจังน้า—”

     เฮ้ย—!”



     มองออกไปนอกหน้าต่างจากห้องพักชั้นบนของโรงแรมจะเห็นภาพทิวทัศน์ของเมืองยามค่ำที่สวยงาม เอมเบอร์ที่นั่งอยู่ริมบานหน้าต่างสามารถเข้าใจถึงความสวยงามนั่นได้อย่างถ่องแท้

     “...”

     เมืองหลวง อาณาจักรของเราก็สวยงามแบบนี้เหมือนกันงั้นสินะ...”

     เสียงของเด็กสาวอีกคนดังมาจากทางด้านหลังของเอมเบอร์ เวโรนิก้า เอวาลิน่ากำลังสวมใส่ชุดกันกระสุนอยู่บนเตียงของห้องในโรงแรม

     ผมสีน้ำเงินเข้มยามถึงกลางหลัง นัยตาสีเขียวมรกต สวมเสื้อคลุมหนังสีน้ำตาลทับเสื้อกันกระสุนสีดำโดยมีเสื้อยืดสีขาวด้านล่างสุด กางเกงขาสั้นเผยให้เห็นเรียวขาที่สวยงามซึ่งอยู่ภายใต้ถุงน่องสีดำ รองเท้าบูทที่ครอบคลุมถึงเข่า

     เอมเบอร์หันกลับไปตอบด้วยสีหน้านิ่งเฉย

     อืม...เพราะพวกเราเอาแต่ใช้ชีวิตอยู่ในความมืดของเมืองนี้เลยไม่ค่อยได้สังเกตสินะ...ว่าเมืองนี้สวยงามขนาดไหน... ต้องปกป้องทิวทัศน์ที่สวยงามนี่เอาไว้...”

     ปล่อยให้สภาเวทมนตร์ทำลายทิวทัศน์อันสวยงามนี่ไม่ได้เด็ดขาด!”



     ลาเวนเดอร์กำลังพูดคุยกับใครบางคนในห้องทำงานที่ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงามตระการตา หากใครมาเห็นก็คงเดาได้ไม่ผิดว่าที่นี่คือห้องในพระราชวัง

     ตรงกลางห้องเป็นโซฟาซึ่งมีคนสามคนกำลังนั่นอยู่ตรงข้ามกันนั่นคือองค์หญิงโซเฟีย บอริก และลาเวนเดรอ์

     "หมอนั่นเองเหรอ? บังเอิญจริงๆเลยนะ"

     องค์หญิงโซเฟียพูดกับตัวเองด้วยท่าทีเหนื่อยหน่าย เมื่อลาเวนเดอร์เห็นทางทางแบบนั้นเธอก็ทำสีหน้าไม่เข้าใจว่าองค์หญิงโซเฟียกำลังพูดเรื่องอะไร

     รู้จัดเขาเหรอคะ?”

     ก็...นิดหน่อยล่ะนะ... ดราก้อนฮาร์ท...”

     ดราก้อน...?” ลาเวนเดอร์ทำสีหน้างุนงงกับประโยคขององค์หญิงโซเฟีย

     ไม่รู้จัดงั้นเหรอ?”

     ระหว่างที่ทั้งสองกำลังสนทนากันอยู่บอริกก็ลุกขึ้นเพื่อไปหยิบชามาเติมในแก้วของแต่ละคน เขากลับมานั่งแล้วเริ่มพูด

     ดูเหมือนว่าท่านลิเลียน่ายังไม่ให้บอกเรื่องนี้กับเธอน่ะครับ...”

     ท่านพี่สินะ...” องค์หญิงโซเฟียตอบด้วยสีหน้าทำตัวไม่ถูก

     ห้องเต็มไปด้วยความเงียบเล็กน้อย ความน้อยใจเล็กๆปรากฏขึ้นบนใบหน้าของลาเวนเดอร์ ฝ่ามือของเธอกำเอาไว้แน่นเพราะมีเพียงแค่ตัวเองที่ไม่รู้อะไรเลย ยังไงเธอก็ต้องยอมรับมัน

     ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เป็นไรค่ะ ...และก็ มีอีกคนที่อยู่ที่นั่นด้วยนะค่ะ...”

     อีกคนงั้นเหรอ?”

     ค่ะ เป็นคนที่หน้าตากวนบาทาและชอบพูดด้วยน้ำเสียงกวนๆนะค่ะ...”

     ใบหน้าของเลวินโผล่ขึ้นมาในความคิดขององค์หญิงโซเฟียและบอริกทันที พวกเขายิ้มอย่างเอือมระอาพร้อมปล่อยสีหน้าหนักใจให้ลาเวนเดอร์เห็น

     รู้จักงั้นเหรอคะ?”

     “ “หมอนั่นนี่เอง” ”

     ทั้งองค์หญิงโซเฟียและบอริกพูดออกมาเป็นเสียงเดียวกันเป็นคำตอบให้ลาเวนเดอร์รู้ว่าทั้งสองรู้จักกับเด็กหนุ่มที่มีหน้าตาและน้ำเสียงกวนบาทาคนนั้น

     เอาเถอะ ฉันไม่อยากพูดถึงหมอนั่นเท่าไหร่ ยังไงก็ตามสิ่งที่สำคัญตอนนี้ก็คือ...”

     ข้อมูลของห้องทดลองในโรงเรียนเวทมนตร์นั่นสินะครับ...”

     บอริกพูดจบก็ยื่นซองเอกสารไปแผ่กระจายบนโต๊ะโดยแผ่นกระดาษเอกสารส่วนใหญ่เป็นภาพถ่ายของห้องมืดๆที่ถ่ายได้ไม่ชัด

     เราได้เอกสารเล็กๆมาจากการที่คุณลาเวนเดอร์ลอบเข้าไปที่ห้องทดลองนั่น แต่ดันมีอีกกลุ่มหนึ่งที่ลอบเข้าไปพร้อมๆกัน สุดท้ายก็เลยต้องออกมาก่อน และข้อมูลที่เรากำลังตามหาก็ถูกแย่งไป ถูกต้องสินะครับ”

     อืม” ลาเวนเดอร์ตอบพร้อมก้มต่ำด้วยความเศร้าที่ทำภารกิจพลาด

     ยังไงก็ตาม...พวกนั้นไม่น่าใช่นักเวทของสภาเวทมนตร์ เพราะว่ามีพวกที่ใช้ปืนไรเฟิลอยู่ ซึ่งพวกนั่นไม่ใช่อาวุธที่สภาเวทมนตร์จะใช้กัน...”

     กลุ่มต่อต้านงั้นสินะ?” องค์หญิงกล่าวขึ้นมา

     ครับ กลุ่มต่อต้าน น่าจะเป็นพวกที่เคยเป็นทหารรับจ้างมาก่อน... ยังไงก็ตาม เราต้องป้องกันไม่ให้ข้อมูลที่พวกนั้นได้ไปถูกเผยแพร่สู่สาธารณะชน”

     เอ๊ะ ทำไมงั้นเหรอคะ? ถ้าหากมันถูกเผยแพร่ออกไป สภาเวทมนตร์ก็จะเป็นฝ่ายแพ้ไม่ใช่เหรอคะ?” ลาเวนเดอร์ถาม

     ไม่เลย ถ้าหากข้อมูลนั่นถูกเผยแพร่ออกไป ประชาชนก็อาจจะคิดว่าราชวงศ์มีส่วนร่วมในการทดลองอะไรบางอย่างนั่นของสภาเวทมนตร์ก็ได้ แล้วเราก็จะโดนลูกหลงไปด้วย ดังนั้นเราควรจะเอาข้อมูลนั่นมาเพื่อเป็นฝ่ายเผยแพร่ออกไปเอง” บอริกตอบ “หากทำอย่างนั้น ราชวงศ์ก็จะไม่โดนลูกหลง”

     ระหว่างที่บอริกพูดอยู่ก็มีเสียงฝีเท้าของใครบางคนวิ่งมาเปิดประตูห้องนั้นอย่างเร่งรีบ ในมือของเขามีซองเอกสารเล็กๆอีกซองหนึ่ง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกดดัน

     ขออภัยที่เสียมารยาทครับ”

     ถึงแม้อยู่ในสถานการณ์ที่ดูเร่งรีบแต่เขายังรักษามารยาทเอาไว้ ท่าทางของเขาทำให้บอริกขมวดคิ้ว ลุกขึ้นแล้วเดินไปถามใกล้ๆ

     เกิดอะไรขึ้น? มีอะไรงั้นเหรอครับ?”

     คะ...คือว่า...ตะ....ตอนเย็นของวันนี้....”

     เขาพูดอย่างตะกุกตะกักเหมือนคนสติแตกทำให้ฟังไม่รู้เรื่อง บอริกจับไหล่ทั้งสองข้างของเขาเอาไว้แน่นแล้วเขย่าแรงๆหลายครั้งเพื่อเรียกสติของเขาให้คืนมา

     ใจเย็นๆ! รีบรายงานมาได้แล้วว่ามีอะไร!”

     คะ...ครับ” เขาหายใจเข้าและออกอย่างช้าๆก่อนจะกลับมามีแววตามั่นคงแน่วแน่และพูดต่อ “ตอนเย็นของวันนี้เมื่อ 3 ชั่วโมงก่อน มีการบุกเข้าไปในสถานีวิทยุและสื่อโทรทัศน์กลางครับ ตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำกองกำลังไปล้อมเอาไว้หมดแล้ว แต่เนื่องจากผู้ก่อการร้ายสามารถจับผู้บริหารและคนสำคัญเอาไว้ทำให้พวกเขาบุกเข้าไปไม่ได้”

     บอริกฟังเสร็จแล้วหันไปมองหน้ากับองค์หญิงโซเฟียที่ได้ยินเหตุการณ์เช่นกันเพราะเสียงดังฟังชัดของผู้ส่งสาร เธอพยักหน้าเหมือนสื่อกันได้โดยไม่ต้องใช้คำพูด

     ทางสภาเวทมนตร์ล่ะ?”

     ครับ พวกเขาส่งนักเวทไป 3-4 คนครับ แต่ดูเหมือนว่าจะโดนพวกตำรวจห้ามเอาไว้ไม่ให้เข้าไปเพื่อความปลอดภัยของตัวประกัน”

     งั้นเหรอ? ขอบใจ นายไปได้แล้ว”

     หลังจากรายงานเสร็จผู้ส่งสารก็รีบหันหลังวิ่งออกไปจากตรงนั้น บอริกหันกลับมาหาองค์หญิงโซเฟียที่กำลังทำหน้าครุ่นคิดอยู่ ลาเวนเดอร์เป็นคนถามขึ้นมาก่อน

     มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่คะ?”

     องค์หญิงโซเฟียรับรายงานของสถานการณ์ตอนนี้มาจากบอริก เธออ่านมันอย่างรวดเร็วแล้วหันไปตอบลาเวนเดอร์

     ลาเวนเดอร์เคยเห็นนักเวทเพลิงคนนี้รึเปล่า?”

     ว่าเสร็จองค์หญิงก็โชว์รูปภาพที่ติดมากับแผ่นกระดาษรายงานให้ลาเวนเดอร์ดู ซึ่งแสดงให้เห็นถึงกลุ่มคนจำนวน 5 คนที่บุกเข้าไปในสภานีวิทยุและสื่อโทรทัศน์กลาง โดยหนึ่งในนั้นมีเด็กสาวผมสีแดงถูกห่อหุ้มด้วยออร่ามานาสีแดงเพลิงที่ลาเวนเดอร์คุ้นตาอยู่

     นะ...นี่คือนักเวทเพลิงที่ฉันเจอตอนที่ลอบเข้าไปในห้องทดลองนั่นไม่ผิดแน่ค่ะ”

     เมื่อได้ยินลาเวนเดอร์ตอบดังนั้นแล้วองค์หญิงโซเฟียก็ดูเหมือนว่าจะสามารถมองภาพรวมของเรื่องราวได้จนเผลอปล่อยรอยยิ้มขององค์หญิงน่ากลัวๆออกมา ทำให้บอริกและลาเวนเดอร์ที่มองอยู่ขนลุกซู่

     พวกนั้นตั้งใจจะปล่อยข้อมูลโดยใช้สถานีวิทยุและสื่อโทรทัศน์กลางเป็นสื่อเองงั้นสินะ” องค์หญิงโซเฟียพูดสรุป “เราต้องทำอะไรสักอย่าง ไม่งั้นข้อมูลนั่นจะถูกเผยแพร่ไปทั่วประเทศ”

     ลาเวนเดอร์ได้ยินแล้วเธอก็ลุกขึ้นจากโซฟาทันทีด้วยท่าทีรีบร้อนและเดินตรงไปยังประตูเพื่อออกจากห้องด้วยความเร็วจนบอริกและองค์หญิงโซเฟียเกือบจะห้ามเอาไว้ไม่ทัน

     จะทำอะไรนะ? ลาเวนเดอร์”

     นี่เป็นโอกาสสำคัญที่จะใช้ในการโต้กลับสภาเวทมนตร์ค่ะ ถ้าหากว่าเราสามารถแย่งข้อมูลนั่นมาจากพวกกลุ่มต่อต้านนั่นได้ พวกเราจะสามารถลดอำนาจของสภาเวทมนตร์ลงได้”

     แววตาของลาเวนเดอร์เต็มไปด้วยความแน่วแน่เกินกว่าที่จะห้ามเอาไว้ได้ แต่ถึงอย่างนั้นองค์หญิงโซเฟียก็ยังทำหน้าลำบากใจและพยายามพูดให้หยุดเอาไว้

     เธอคิดแผนการเอาไว้แล้วงั้นเหรอ?”

     ฉันไม่ปล่อยให้โอกาสแบบนี้หลุดมือไปแน่ค่ะ”

     บอริกพยายามห้ามลาเวนเดอร์เอาไว้ไม่ให้เธอเดินผ่านประตูออกไป แต่เมื่อลาเวนเดอร์มองเขาด้วยสายตาที่แน่วแน่ อัศวินจะให้ห้ามคนที่แน่วแน่แบบนั้นไม่ให้ไปต่อสู้คงจะทำไม่ได้ ลาเวนเดอร์จึงเดินออกจากห้องไป

     เธอเป็นแบบนั้นตลอดเลยสินะครับ องค์หญิง...”

     นั่นสิ...ตั้งแต่สมัยก่อนแล้วนะ”

     องค์หญิงพูดพร้อมสีหน้าลำลึกความหลังเล็กๆเช่นเดียวกับบอริก และหลังจากนั้นเธอก็แสดงสีหน้าแน่วแน่ไม่แพ้ลาเวนเดอร์ขึ้นมา บอริกที่เห็นสีหน้านั่นจึงเผยรอยยิ้มเล็กๆ

     ตัดสินใจแล้วสินะครับ”

     พวกเราก็ต้องเคลื่อนไหวด้วย”

     ตัดสินใจแล้วสินะครับ”

     อืม... ฉันจะไม่ให้เด็กคนนั้นรับภาระเพียงคนเดียวแน่....”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

20 ความคิดเห็น